Share

บทที่ 4

last update Petsa ng paglalathala: 2025-10-23 18:04:57

(ได้ยินมั้ยคัส)

“....” ดูเหมือนว่าทางนั้นจะเปิดลำโพง ดีจะได้ด่าถนัดปาก

(...ปากแบบนี้น่าชนให้ตายคาถนน) โทนเสียงที่คล้ายกับลูก้าดัง ออกมาจากโทรศัพท์ที่เปิดลำโพงวางไว้

“สมองไปอยู่ที่ปากนี่เอง ถึงมีดีอยู่แค่อย่างดะ กรี๊ด!”

ยังไม่ทันจะพูดจบดีรถคันหน้าก็เบรกกะทันหัน ทำเอาฉันกรีดร้องด้วยความตกใจ เท้าแตะเบรกหยุดรถไว้ได้ทัน รถที่ตามมาคันหลังเปลี่ยนเลนหลบได้ทัน ตอนนี้เป็นเวลาเกือบเที่ยงคืนทำให้รถมีไม่มาก

(เสียงเพราะดีนี่ กรี๊ดเหมือนจะตาย) คำพูดแบบนี้ มีแค่คนเดียวนั่นแหละ ต่อให้แฝดทั้งสามคนจะเสียงคล้ายกัน แต่ฉันแยกทั้งหมดออกว่าใครเป็นใคร

“เสียงฉันเพราะกว่านี้อีกถ้าคนขับคันหน้าตาย จะร้องไห้ให้สักหนึ่งนาทีเพื่อเป็นเกียรติ” เป็นเกียรติที่ตีความหมายไปอีกแบบ

(เก็บปากไว้เถอะ รำคาญ)

ติ้ด!

สิ้นเสียงปลายสายก็ตัดไปทันที รถที่อยู่คันหน้าเร่งความเร็วขึ้นทิ้งห่างออกไปไกลพอสมควร อยากให้ตามแล้วเบรกให้ชนกะทันหันอีกหรือไง แล้วก็ทำให้ปัญหามันตกมาอยู่ที่ฉัน ไม่ติดกับดักหรอก

เรื่องแค่นี้ทำไมจะตามไม่ทัน ไม่ใช่ครั้งแรกที่มีปัญหากันสักหน่อย เราเหมือนคู่แข่งกันมาตั้งแต่สมัยเรียน ในบรรดาฝั่งมัสชิโม่ลูคัสคือคนที่มีปัญหากับฉันมาตลอด แต่เราต่างฝ่ายก็ต่างไม่ชอบขี้หน้ากันอยู่แล้ว

เท้าเล็กแตะคันเร่งในความเร็วปกติ ไม่สนใจสิ่งที่กำลังยั่วยุ สายตาจ้องมองไปที่กระจกหลัง บนถนนขนาดสี่เลนไร้ซึ่งรถร่วมทาง ก็ตอนนี้มันดึกมากแล้วนี่เนอะ

รู้แบบนี้นอนกับไอริสดีกว่า ถ้าต้องมาเจอกับเรื่องชวนอารมณ์เสีย

“ว้าย!”

ปึง!

จังหวะที่ละสายตาจากกระจกหลังกลับมาจ้องมองถนนเบื้องหน้า สิ่งแรกที่พบก็คือไฟท้ายจากรถแอสตันมาร์ติน ซึ่งมันไม่ได้จอดรอให้ฉันชน แต่ถอยหลังเข้าหารถที่กำลังพุ่งตรงไปข้างหน้าต่างหาก!

แต่ความเร็วที่ไม่ได้มากมาย ทำให้แรงกระแทกไม่รุนแรงนัก เป็นการชนเข้าไปตรง ๆ แล้วในรถระดับนี้จึงเป็นเพียงรอยบุบเล็กน้อย ส่วนฉันก็ไม่ได้เสียดายรถหรืออะไรทั้งนั้น

เพราะตอนนี้อารมณ์โมโหพุ่งขึ้นขีดสุด สายตาจ้องมองผู้ชายที่ก้าวลงจากฝั่งคนขับ ดวงตาคมที่จ้องมองเข้ามาที่ฉัน ริมฝีปากยกยิ้มยั่วโมโห เขาก้มมองท้ายของตัวเองแล้วส่ายหัวไปมา จะบอกว่าเพราะฉันเหรอ!

มือเล็กเปิดประตูพร้อมกับก้าวเท้าลงจากรถ เดินตรงเข้าไปหาเจ้าของรถ สายตาจ้องมองไปยังลูก้าที่กำลังลงมาอีกคน

“ลูกตาไปอยู่ที่เท้าเหรอ ถึงมองไม่เห็นว่ารถถอย” เสียงทุ้มต่ำเอ่ยขึ้น สายตาหันมองไปทางอื่น ทำให้รับรู้ว่าเขาไม่อยากมองหน้าฉันสักเท่าไร

“แล้วสมองไปอยู่ที่เท้าเหรอ ถึงไม่รู้ว่าไม่ควรถอยรถกลางถนน”

“พอดีเลยแยกที่จะไป คิดว่าคันหลังจะมีน้ำใจหยุดให้ซะอีก แต่ลืมไปว่าคนขับเป็นพวกไม่มีสมอง เลยคิดไม่เป็น” น้ำเสียงนิ่งเรียบของลูคัส เหมือนเป็นการกระตุ้นให้อารมณ์ปะทุขึ้นมาได้ทุกเมื่อ

“พอทั้งคู่ ไม่มีคนมาแยกด้วยนะตอนนี้” ลูก้ายืนมองอยู่นาน ต้องทำหน้าที่หยุดการถกเถียง เพราะปกติเราจะมีฟ่าหรือไอริสมาแยกไม่ให้ทะเลาะกัน

“ฟี่ไม่ใช่คนเริ่ม” ถึงปากจะพูดกับลูก้า แต่สายตาก็ยังไม่ละสายตาจากคนตรงหน้า

“เริ่มเองแล้วจะทำไม”

สายตาของเราต่างจ้องมองกัน รถหลายคันที่จะวิ่งผ่านไป ต่างชะลอดูด้วยความสงสัย เพราะรถทั้งสองคันจอดนิ่งกลางถนน ฉันเลือกที่จะไม่โต้ตอบ ทำเพียงเดินกลับไปยังรถของตัวเอง

ปึง!

ร่างบางเข้านั่งในรถของตัวเองหยิบกระดาษขึ้นมาเขียนบางสิ่งลงไป สายตาของลูคัสยังคงมองมา เขาเองก็ดูประหลาดใจที่ฉันไม่ตอบโต้กลับไป เมื่อเขียนเสร็จก็เปลี่ยนเกียร์ เท้าแตะคันเร่งเคลื่อนตัวรถออกไป

กระจกเลื่อนลงในจังหวะที่ขับผ่านลูคัส สายตายังมองที่เขาพร้อมกับยิ้มมุมปาก หักเลี้ยวพวงมาลัยให้ตัวรถไปอยู่ด้านหน้ารถเขาแทน แล้วจัดการเปลี่ยนเป็นเกียร์ถอยหลัง เท้าเหยียบคันเร่งถอยชนรถของเขาเต็มแรง

ปึง!

“เฮ้ย!” เสียงลูก้าดังขึ้นด้วยความตกใจ แต่ใบหน้าดูจะสนุกมากกว่า โมโหที่ฉันพังรถของพวกเขา

พึ่บ!

กระดาษในมือถูกโยนออกนอกตัวรถ แต่ก่อนที่ฉันจะขับออกไป ก็ได้ยื่นแขนออกผ่านกระจก แล้วยกขึ้นชูนิ้วกลางให้กับคนที่มองอยู่ได้เห็น นั่นคือ ลูคัส

บรื้น!!

ดวงตาคมมองตามรถสีขาวที่ขับออกไปด้วยความเร็วจนหายลับสายตาไป

“ของมึง” ลูก้ายื่นกระดาษที่ถูกโยนทิ้งไว้ เขารับมันมาดูสิ่งที่อยู่ในนั้น

มันถูกเขียนด้วยปากกาสีดำ เป็นภาพวาดง่าย ๆ ที่มองเพียงแวบเดียวก็รู้ว่าคือรูปมือชูนิ้วกลางและข้อความสั้น ๆ ว่า ‘ไอ้ถ่อย’

“หึ...” เสียงหัวเราะดังในลำคอ เขาขยำกระดาษในมือแล้วโยนมันทิ้ง ก่อนจะเดินขึ้นไปนั่งยังฝั่งคนขับ ตามลูก้าที่เดินขึ้นมารอก่อนแล้ว

ปึง!

ประตูปิดลง รถยนต์คันหรูก็เคลื่อนตัวออกทันที

“ทะเลาะกันขนาดนี้คนอื่นเขาต้องมีคิดบ้างละว่ามึงสองคนชอบกันหรือเปล่า” สิ่งที่ลูก้าพูดทำเอาเขาถึงกับหลุดขำ

“น่าขนลุกดีว่ะ นึกถึงตัวเองที่ชอบผู้หญิงแบบนั้น”

“ก็เพราะกูรู้ไงว่ามันต้องเป็นเรื่องที่น่ากลัวเลยไม่กล้าคิด แต่ฟี่สวยมากนะมึง” ลูก้าเลื่อนกระจกรถลง แล้วหยิบบุหรี่ขึ้นมาจุดสูบ

“แบบนั้นสวยเหรอ เสียสายตาฉิบหายเวลาเจอ” คำพูดเย็นชาที่ทุกคนต่างรู้ดีว่ามันคือสิ่งที่อยู่ในใจของลูคัสจริง ๆ

“แล้วนี่มึงจะไปไหนเนี่ย” ลูก้าถามขึ้น เมื่อเห็นว่าเส้นที่จะไปมันไม่ใช่ทางกลับบ้านของพวกเขา

“กูไปคอนโด ฝากเอารถกลับแล้วรับหน้าแทนกูด้วย” หน้ารถยุบเข้ามา ถึงไม่รุนแรง แต่ก็ไม่รอดพ้นสายตาแม่ไปได้

“มีใครไว้ที่คอนโดหรือไง ซุกเมีย?” สายตาของลูก้ามองมาอย่างจับผิด

“มึงก็รู้ว่ากูไม่สนใจเรื่องพวกนั้น” สิ่งที่ทำให้เขายุ่งกับผู้หญิงก็มีแค่เรื่องงานเท่านั้น โดยนิสัยที่คนในครอบครัวรู้ดี คือไม่ชอบให้ใครมาวุ่นวายและเป็นเจ้าของ

“เออ แต่มึงกับกูต้องกลับบ้านเท่านั้น แม่รออยู่” ลูก้าโชว์หน้าจอโทรศัพท์ให้ได้เห็น

“แม่?”

“แม่รู้ด้วย ว่ามึงกวนตีนฟี่อีกแล้ว”

“แม่รู้ได้ไง”

“กูบอกเอง” เมื่อได้ยินคำตอบของฝาแฝดตัวเอง เขาก็หันไปมองทันที

“มึงมันเหี้-”

“กูชอบเห็นมึงโดนด่า” ลูก้าที่มองทุกเรื่องเป็นความสนุก

Patuloy na basahin ang aklat na ito nang libre
I-scan ang code upang i-download ang App

Pinakabagong kabanata

  • DangerZone ∣ เขตหวงรัก   บทที่ 153

    “ไม่เห็นมีของฟี่เลย” ฟ่าเดินวนรอบซุ้มดอกไม้ครบสามรอบ พูดขึ้นด้วยสีหน้าสิ้นหวัง“ทำไมของฟ่ายังอยู่อะ” นิ้วเล็กชี้ไปที่กระถางสีฟ้าของฟ่า“ไม่รู้”ฟี่กวาดสายตามองไปรอบตัว จนกระทั่งสบสายตาเข้ากับเด็กชายคนหนึ่งที่มองมา เขาเดินตามฝาแฝดอีกสองคน ตรงไปยังรถที่มาจอดรอรับอยู่ มือทั้งสองอุ้มกระเป๋าตัวเองไว้“บ๊

  • DangerZone ∣ เขตหวงรัก   บทที่ 152

    ลูคัสกับฟีฟี่ช่วง Elementary school (วัยประถม) โรงเรียนพิเศษสำหรับบุคคลสำคัญภายในโลกที่จะเข้าเรียนได้ มหาเศรษฐีหลายคนต่างพาลูกหลานเข้ามาเรียนที่นี่ เพื่อคาดหวังทั้งการศึกษาและความสัมพันธ์ที่ดีกับเหล่าลูกหลานตระกูลต่าง ๆห้องเรียนจะถูกจัดอันดับตามคะแนนการศึกษา วันนี้เป็นการเปิดเทอมใหม่ เพื่อนในห้องบ

  • DangerZone ∣ เขตหวงรัก   บทที่ 151

    “คินน่าจะไม่อยากให้เหมือนเท่าไรนะ” เสียงการ์เนทดังขึ้น ทำลายความฝันของภรรยาลงในทันที“การ์เนทคะ” น้ำเสียงเย็นยะเยือกของคิม ทำให้สามีของเธอถึงกับหลบสายตามองไปทางอื่น“ไม่เหมือนดีแล้วคิม เชื่อการ์เนทเถอะ” เฮเลนที่รู้นิสัยของเพื่อนดี มีคนเดียวก็พอ หลุดโลกแบบนี้สองอาทิตย์ หลังแต่งงานจ้อง....“ไม่อยากอ

  • DangerZone ∣ เขตหวงรัก   บทที่ 150

    “ท้องเหรอ” เสียงเล็กกระซิบถามจากด้านหลัง ทำให้ฉันสะดุ้งด้วยความตกใจ“เจ้าหญิง! ไม่ได้ท้อง แค่อ้วนขึ้นนิดเดียว”“คัสฟี่อ้วนขึ้น ท้องแน่ ๆ” แทนที่จะฟังสิ่งที่ฉันพูด ไอริสกลับตะโกนไปหาลูคัส คนถูกเรียกหันทางฉันแล้วตาโตด้วยความตกใจ“จริงเหรอ ฟี่ท้องแล้วเหรอครับ”“ไม่ชะ”“ฟี่ท้องว่ะ ไอ้คัสเก่งขนาดนั้นเลย”

  • DangerZone ∣ เขตหวงรัก   บทที่ 149

    พึ่บ!แต่แล้วจู่ ๆ ก็ถูกรวบจับเข้าที่เอว ยกตัวลอยขึ้นนั่งบนเคาน์เตอร์บาร์ ลูคัสแทรกลำตัวเข้ามากลางระหว่างขาทั้งสอง แล้วถอนริมฝีปาก“ลองในครัวมั้ย ยังไม่เคยเลย” เขาพูดด้วยสีหน้าเจ้าเล่ห์ ไม่ได้พูดเล่นแน่นอนพร้อมเอาจริงถ้าฉันอนุญาตเพียะ! มือเล็กฟาดลงบนต้นแขนเขาด้วยความหมั่นไส้“ถ้าพูดว่าเคย มันก็ไม่ใ

  • DangerZone ∣ เขตหวงรัก   บทที่ 148

    “ลูคัส” ฉันเรียกชื่อคนข้างกาย“ยอมด้วย” ซินเซียดูจะไม่เชื่อว่าพี่ชายของเธอจะยอมฉันง่าย ๆ“เพราะมีความผิดไง พี่คัสเขาแลกอะไรกับเซีย” ฉันพูดพร้อมกับดึงกุญแจจากมือลูคัส ยื่นไปให้ซินเซีย“ให้เซียอ้อนพี่เดลไปจีนแทนพี่คัส ตอนนั้นเป็นช่วงที่พี่เดลต้องคุยสัญญากับเจทีกรูปด้วยไง ว่าแล้วทำไมพี่คัสที่รู้ว่ายังไ

  • DangerZone ∣ เขตหวงรัก   บทที่ 119

    “ระบุชื่อผู้ถูกเชิญชัดเจนหน้าบัตร แล้วยังฝังชิปอีก แสดงว่าในชิปคงมีชื่อกับใบหน้าของแขกที่ถูกเชิญอยู่ละมั้ง” ลาเดลวิเคราะห์ในสิ่งที่คาดว่าจะเป็น“ป้องกันทุกทาง งานอะไรวะเนี่ย” ฟ่าเองก็เริ่มสงสัยแล้ว“แล้วต่อให้ปลอมการ์ดได้ อย่าลืมนะว่ามิเนอร์วา มาเดลิน เดคิส รู้จักหน้าตาพวกเราทุกคนดี” ลาเดลพูดต่อ แล้

  • DangerZone ∣ เขตหวงรัก   บทที่ 118

    “เอาทิ้งไปได้เลย คุณฟี่จะไม่ไป” ฉันยังไม่ได้พูดอะไร แต่ลูคัสจัดการตัดจบทุกอย่างให้เรียบร้อยแล้ว“ขอบคุณค่ะ ส่วนนายมานี่เลย” มือเล็กเอื้อมไปรับบัตรเชิญมาถือไว้ ก่อนจะดึงลูคัสเข้าไปในห้องทำงานปึง! กริ๊ก!ทันทีที่ประตูปิดลงของในมือก็ถูกแย่งไป เขาเปิดการ์ดดูอย่างถือวิสาสะ“ระบุเจาะจงผู้เชิญชัดเจน” ลูคั

  • DangerZone ∣ เขตหวงรัก   บทที่ 117

    “หมายถึงนิสัย”“ฟี่ก็เหมือนแม่ เราเหมือนกันทุกอย่าง เพราะเป็นลูกแม่ไง”“แต่น้าคินเคยบอกว่าฟี่ไม่เหมือนแม่ ดีแล้ว” ฉันได้ยินอะไรแบบนี้มาประจำจากน้าตัวเอง ถูกสอนว่าห้ามเหมือนแม่เด็ดขาด ทั้งที่ก็คือพี่สาวตัวเอง“น้าคิน สงสัยต้องไปหาถึงที่แล้วมั้ง...น้องเวร” แม่กับน้าคินยังเหมือนเดิมไม่เคยเปลี่ยน“แต่ฟี

  • DangerZone ∣ เขตหวงรัก   บทที่ 116

    “คุณ...” เธอต่างไปจากก่อนหน้านี้สิ้นเชิงเลย ฉันหันไปมองใบหน้าของแม่ สีหน้าเรียบเฉย สายตาจ้องมองหญิงสาวตรงหน้า“เอ็นดูเด็กให้มันออกมาจากใจจริงหน่อยค่ะ อย่าทำตัวเป็นผู้ใหญ่น่ารังเกียจ”“พูดเกินไปหรือเปล่า”“จากที่ได้ยินไม่เกินไปหรอก หรือจะลองให้ฉันสอนลูกของคุณนายบ้างดีมั้ย ถึงใจแน่นอนค่ะ” ตอนนี้เหมือน

Higit pang Kabanata
Galugarin at basahin ang magagandang nobela
Libreng basahin ang magagandang nobela sa GoodNovel app. I-download ang mga librong gusto mo at basahin kahit saan at anumang oras.
Libreng basahin ang mga aklat sa app
I-scan ang code para mabasa sa App
DMCA.com Protection Status