"ของที่เป็นของฉัน ใครหน้าไหนกล้าแตะ...มันตาย! เธอเองก็เหมือนกัน ถ้าระริกระรี้ลับหลังฉัน ระวังจะได้ตายคาเตียง!"
View More'...สารเลว ชู้ มึงเป็นชู้กับเมียกู!' เสียงตะโกนของซานย์ดังก้องไปทั่วโสตประสาท หมัดร้อนๆ ของนายแพทย์ซานย์กระแทกลงมาที่ใบหน้าหล่อเหลาครั้งแล้วครั้งเล่า
ร่างสูงโปร่งล้มลงเมื่อต้านทานหมัดที่กระแทกลงมาอย่างต่อเนื่อง ไม่ใช่ว่าสู้ไม่ได้ แต่มาเฟียหนุ่มรู้อยู่แก่ใจว่ากับเพื่อนคนนี้ เขาเต็มใจที่จะยอมมันเอง "กูไม่ได้เป็นชู้!" ออสตินตะโกนลั่น พร้อมกับร่างกายที่ดันลุกนั่งบนเตียง ไอความเย็นจากเครื่องปรับอากาศกระทบลงมาบนโกรกหน้า เม็ดเหงื่อที่ผุดพราย บ่งบอกว่าฝันร้ายยังคงเป็นส่วนหนึ่งในชีวิตของเขา เขายังคงฝันถึงเรื่องเฮงซวยนี่ ทั้งที่คนอย่างออสติน ไม่มีวันยุ่งกับผู้หญิงของใคร ก๊อกๆ ก๊อกๆ เสียงจากหน้าประตูส่งผลให้มาเฟียหนุ่มสะบัดศีรษะเพื่อขับไล่เรื่องไร้สาระในหัว มือหนายกขึ้นสางเส้นผมของตัวเองลวกๆ ก่อนที่จะตะโกนออกไป "เข้ามา" "มีนัดกับลูกค้าตอนหกโมงเย็นครับนาย" อาชา มือขวาคนสนิทของมาเฟียหนุ่มรายงานในสิ่งที่ต้องทำสำหรับวันนี้ ออนตินดันตัวลุกจากเตียงกว้าง ตามด้วยการเดินไปคว้าผ้าขนหนูขึ้นมาพาดบนบ่าแกร่ง ใบหน้าที่ไม่เต็มอิ่มส่งผลให้อาชาเอ่ยถามด้วยความห่วงใย "ยังฝันร้ายอยู่อีกเหรอครับ" "อืม" "ผมว่านายควรทำบุญสักหน่อยนะครับเผื่อว่าฝันร้ายมันจะกลาย..." "ไร้สาระ มึงว่างนักก็ไปทำแทนกู" อาชาก้มหน้าลงทันที ชักอยากรู้แล้วสิว่าฝันร้ายที่มีมาตลอดหลายเดือน ต้องทำยังไงมันถึงจะหายไป อีกด้าน 'อะ! อ๊ะ! อ๊ะ! อาร์ต...อ๊าส์' "เฮงซวยสิ้นดี!" ริมฝีปากเอิบอิ่มพ่นวาจาร้ายกาจตามด้วยการดับหน้าจอโทรศัพท์ลงทันที มีประโยชน์อะไรกับการนั่งมองภาพบัดสีแล้วร้องไห้ แค่ผู้ชายไม่รู้จักพอที่สมสู่ไม่เลือกที่ เฮงซวยแบบนี้ก็ถึงเวลาที่คนอย่างฮันนี่จะเอาความโสดของตัวเองกลับคืนมา "ครั้งนี้เอาไงดีอ่ะฮันนี่" โมจิถามเพื่อนอย่างห่วงใย เธอไม่กล้าถามอะไรมากเพราะไม่รู้ว่าระดับความเสียใจของเพื่อนมันอยู่ที่ระดับไหน เธอไม่อยากเห็นฮันนี่ร้องไห้ ไม่อยากเห็นฮันนี่ฟูมฟาย และ... "คนอย่างฮันนี่ไม่มีวันเสียน้ำตาให้ผู้ชายเฮงซวย" "มันต้องแบบนี้สิ ฉันรักแกที่สุดเลยฮันนี่" "กลัวว่าฉันจะร้องไห้เพราะความผิดหวังล่ะสิ ไม่มีทาง" "สรุปแกจะเลิกกับพี่อาร์ต?" "อืม งานเย็นนี้ฉันตกลงรับนะ ดูแลพวกมาเฟียกระเป๋าหนักใช่ปะ ดีเลย กำลังอยากได้ตังค์มาใช้หนี้แฟนเก่าเฮงซวยอยู่พอดี ทีนี้มันจะได้เลิกยุ่งกับฉันสักที" MICHAEL CLUB "คนสวย มาแล้วเหรอ" ไมเคิลกดยิ้มที่มุมปาก ขณะกวาดสายตามองรุ่นน้องสาวที่ตกปากรับคำว่าจะมาทำงานที่คลับของเขาเพื่อหาเงินไปใช้หนี้แฟนเก่า "มองแบบนี้มันเสียมารยาทนะคะพี่ไมค์ ฮันนี่ไม่ใช่ผู้หญิงของพี่นะ" ไมเคิลหัวเราะออกมาอย่างชอบใจ ผู้หญิงอย่างฮันนี่แปลกที่สุดเท่าที่เคยเจอมา ความสวยแบบนี้เข้าวงการและดันตัวเองไปเป็นอันดับต้นๆ ของวงการก็ยังไหว หาเสี่ยเลี้ยงที่หล่อและรวยมากสักคนก็ยังได้ นับถือความซื่อสัตย์ที่เธอมี แต่ดันเสียหลักที่เธอดันมีให้กับผู้ชายหน้าโง่ที่ไม่รู้จักพอ "สนใจมาเป็นผู้หญิงของพี่ไหมล่ะ สัญญาเลยนะว่าพี่จะดูแลฮันนี่เป็นอย่างดี" "ถ้าผู้หญิงของพี่มาดักตบฮันนี่ ตบมาตบกลับไม่โกงนะ อย่าเข้าข้างผู้หญิงของตัวเองแล้วไล่น้องออกจากผับล่ะ" ไมเคิลหัวเราะอย่างชอบใจ ความตรงไปตรงมาเป็นเสน่ห์อย่างหนึ่งของผู้หญิงที่ชื่อฮันนี่ สวย ฉลาด เสน่ห์แพรวพราว ดีแล้วที่เธอหลุดพ้นจากผู้ชายหน้าโง่ ที่มีของดีอยู่ในมือแล้วแต่ไม่รู้จักพอ "สรุป แขกของพี่มาถึงรึยังคะ" "อ่า...นั่นไงมาพอดี เดี๋ยวพี่ส่งสัญญาณให้ตามเข้าไป" ไมเคิลตบเบาๆ ที่ไหล่บาง ก่อนจะปลีกตัวเข้าไปหาแขกคนสำคัญที่กำลังเดินเข้ามาพร้อมลูกน้องคนสนิท ฮันนี่มองตามอัตโนมัติ คำว่ามาพอดีหมายความว่าเขาคนนี้ต้องเป็นคนที่เธอต้องเข้าไปดูแล ยอมรับว่าแอบสะดุดตากับโครงหน้าที่โคตรจะลงตัว ชายหนุ่มอยู่ในชุดสูทสีดำสนิท เบื้องหลังมีคนคอยติดตาม เสน่ห์ของเขาดึงดูดจนยากเกินกว่าจะดึงสายตากลับไป และโชคร้าย ที่ผู้ชายคนนั้นดันตวัดสายตามาประสานสบตากับเธอ เขาชะงักไปทันที ฮันนี่ที่ชีวิตนี้ พบเจอผู้ชายมาหลากหลายรูปแบบ มีคนพยายามเข้าหาจนนับครั้งไม่ถ้วน เธอไหวตัวทันก่อน ใบหน้าสะสวยเบือนหนี ขนตางอนยาวที่โอบล้อมหน่วยตาคู่สวยตวัดมองไปทางอื่น เลยไม่มีโอกาสได้เห็นว่ามุมปากหนาของมาเฟียหนุ่มผุดรอยยิ้มจางๆ "...คุณอาเธอร์ยังมาไม่ถึงเลยครับ ผมคงต้องส่งน้องๆ ให้มาดูแลคุณออสตินระหว่างที่คอยนะครับ" ไมเคิลเสนอหนทางดีๆ ให้กับแขกคนสำคัญ เชื่อว่าวันนี้คงไม่มีปัญหาอะไรเกิดขึ้นทั้งนั้น วันนี้เขามีตัวช่วยดีๆ อย่างฮันนี่มาเป็นกำลัง ผู้ชายกับของสวยๆ งามๆ เป็นของคู่กัน สดใสขนาดนั้น ผู้ชายคนไหนไม่ชอบถือว่าแปลกมากทีเดียว "คนเดียวกันรึเปล่า" อาชาจ้องเหยื่อเขม็ง รู้ดีว่าต่อให้จะใช่หรือไม่ใช่คนเดียวกัน แต่การถูกเมินแบบซึ่งๆ หน้า ผู้หญิงคนนั้นเป็นใครมาจากไหน เจ้านายของเขาจะต้องรู้ อยู่ด้วยกันมาตั้งนานเขารู้ดี "เดี๋ยวเช็กให้ครับ" ออสตินกดปลายลิ้นที่มุมปาก ผู้หญิงของซานย์ ผู้หญิงที่เป็นต้นเหตุของทุกอย่าง ยินดีต้อนรับการกลับมาของเธอ ดีอย่างยิ่งที่จะได้สะสางทุกอย่างสักที VIP_5 "ขออนุญาตค่ะ" สายตาทุกคู่หันมาจับจ้องที่ทิศทางของเสียงอย่างพร้อมเพียง "มานี่สิฮันนี่ เดี๋ยวพี่แนะนำให้รู้จักแขกพิเศษของคลับเรา" ศีรษะเล็กขยับเบาๆ ก่อนที่หญิงสาวจะเดินนวยนาดเข้ามาหาผู้ที่เป็นเจ้านาย "คุณอาเธอร์ ส่วนนั่นคุณออสติน สองท่านนี้คือคนที่เธอจะต้องดูแล" คนที่ในชีวิตนี้ปากกัดตีนถีบมาตลอดยกมือไหว้แขกทั้งสองของไมเคิล ปั้นหน้าแสยะยิ้มให้กับคน แสร้งพูดหวานๆ ดูแลเทคแคร์พวกคนมีตังค์ มันไม่ใช่เรื่องที่ยากเท่าไหร่นัก จบงาน รับตังค์ กลับบ้านนอน สบายสำหรับเธออยู่แล้ว "สวัสดีค่ะคุณอาเธอร์ สวัสดีค่ะคุณ...ออสติน" ใจดวงน้อยกระตุกวูบในยามที่ได้สบตากับเจ้าของใบหน้าคมคายในระยะประชิด กลิ่นบนลำตัวของเขามันช่างหอมสะอาดสะอ้าน ถึงว่าทำไมวันนี้คนอื่นๆ ถึงได้ทำท่าทางเหมือนอิจฉาเธอนักหนา ที่แท้ก็เป็นแบบนี้นี่เอง "ตามสบายนะครับ ผมขอส่งสาวสวยที่ฮอตที่สุดในนี้มาดูแลแขกคนพิเศษของผมทั้งสองท่านก็แล้วกัน" "วันนี้ทำได้ดีเชียวแหละคุณไมค์" อาเธอร์มองฮันนี่อย่างถูกใจ ไมเคิลยิ้มรับก่อนจะเดินปลีกตัวออกมา "ขออนุญาตบริการเครื่องดื่มนะคะ" ฮันนี่หยัดตัวลุกไปที่โซนเครื่องดื่ม แม้จะพยายามบอกตัวเองว่าสิ่งที่ทำมันไม่ได้ยาก แต่เอาจริงๆ แล้วการเป็นผู้หญิงเพียงคนเดียวที่อยู่ภายในห้องวีไอพีที่ถูกโอบล้อมด้วยผู้มีอิทธิพลถึงสองคนซ้ำยังมีลูกน้องของเขาอยู่ด้วยอีก ยอมรับว่าหญิงสาวเองก็รู้สึกประหม่าอยู่เช่นกัน "ผมดีใจนะครับที่คุณออสตินมาตามนัด เรื่องการส่งของที่เราคุยกันค้างไว้ ข้อเสนอเป็นที่ถูกใจไหมครับ" "ยาที่จะลักลอบส่งเข้ามาจำนวนมันไม่น้อยเลย เรื่องผลประโยชน์ผมไม่ติดขัดอะไร แต่รู้สึกว่าคุณจะยังไม่ไว้ใจผมมากพอ ไม่สมกับที่เราจะลงเรือลำเดียวกันเลยนะครับ" ฮันนี่ชะงักมือที่กำลังคีบน้ำแข็ง ไม่คิดว่าคนที่ไมเคิลส่งเธอให้เข้ามาดูแลเขาจะทำผิดกฎหมายบ้านเมือง "เราไว้ใจผู้หญิงคนนี้ได้เหรอครับ?" เอเธอร์มองฮันนี่ แม้จะถูกใจในความสวยแต่เรื่องของการใหญ่ที่คิดจะทำ เขาไม่ควรเอาความพึงพอใจเล็กๆ มาเกี่ยวข้องกับงาน "ให้ผมจัดการไหมครับ" มือขวาคนสนิทของเอเธอร์ถามขึ้น เป็นจังหวะที่ฮันนี่ขยับตัวถอยห่าง เรื่องอะไรเธอจะยอมโดนหางเลขกับเพียงเรื่องที่เธอบังเอิญได้ยิน "ไม่ต้อง ผมจะจัดการเอง" ออสตินหยัดตัวลุกขึ้นยืนจนเต็มความสูง ในยามที่มองสบตากันอีกครั้งฮันนี่เลือกที่จะถอยห่างอย่างรวดเร็ว หากเทียบกับเรื่องราวที่เป็นสาเหตุของฝันร้ายที่มีมาตลอดหลายเดือน กับเรื่องที่เขากำลังเจรจาในครั้งนี้ เรื่องของวันนี้มันกลายเป็นเรื่องที่เล็กน้อยไปเลยทีเดียว มาเฟียหนุ่มเดินตามหญิงสาวที่กำลังเดินหนีเขาแบบซึ่งๆ หน้า อาชาทำได้ดีทีเดียว ที่วิ่งไปอีกทางเพื่อไปดักอยู่ที่ทิศทางด้านหน้า ในยามที่ฮันนี่กำลังจะถอยหลังเพราะถูกขวาง แผ่นหลังบางก็ประชิดเข้ากับอกแกร่งพอดี ปึก! หมับ! "อื้ออ! ปล่อยฉันนะ" "ซานย์! ชื่อนี้ หวังว่าเธอจะคุ้นหูคุ้นตา" "ใคร? ฉันไม่รู้จัก" "เธอเคยเป็นเมียมัน" "คนอย่างฉันไม่เคยเป็นเมียใคร!" "พูดน่ะมันง่าย ของแบบนี้มันต้องพิสูจน์อย่างลึกซึ้ง ถึงจะรู้ว่าใครจริงใครปลอม!" "หมายความว่าไง ปล่อยฉันนะ ฉันแค่มาทำงานของฉัน ไม่ได้คิดที่จะยุ่งเรื่องของใครทั้งนั้น ไม่เชื่อไปถามพี่ไมค์ดูก็ได้" "เสียเวลา ฉันชอบเชื่อสายตาของตัวเองมากกว่า" "ว่าไงนะ แล้วมันยุติธรรมกับฉันไหมล่ะ ฉันไม่รู้จักเจ้าของชื่อที่คุณพูดถึง ปล่อยฉัน" "ฮันนี่!" เสียงของอาร์ตดังขึ้นจากทางด้านหลัง นักธุรกิจหนุ่มที่หน้าตาและโปรไฟล์ไม่ธรรมดาสาวเท้ามาที่เบื้องหน้า ดวงตาคมกริบจ้องมือออสตินที่จับมือผู้หญิงของเขาไม่วางตา "ปล่อยเมียกูนะเว้ย" อาร์ตถือวิสาสะประกาศความเป็นเจ้าข้าวเจ้าของทั้งที่เขาไม่มีสิทธิ์ "อ้อ ไม่ได้เป็นเมียไอ้ซานย์ แต่มันเมียมัน?" "ฉันไม่ใช่เมียใครทั้งนั้น!" ----- คลอดตอนแรกก็เกิดศึกชิงนาง ฝากเรื่องใหม่ไว้ในอ้อมใจของทุกคนด้วยนะคะ ^^~@หนึ่งเดือนต่อมา “ยัยดี!” ทับทิมโบกไม้โบกมือทักทายเพื่อนสาวที่โดดเด่นตั้งแต่ตอนก้าวขาเข้ามาในร้านนั่งชิลที่ทับทิมเป็นคนนัดหมาย สายตาหลายต่อหลายคู่หันมามองที่ซีดีด้วยความสนใจ แม้สถานที่จะไม่ใช่ผับที่คนจะเยอะมาก แต่ด้วยความที่ร้านมีดีเรื่องอาหารอร่อย บรรยากาศได้ แม้จะเป็นแค่ร้านนั่งชิลคนก็เยอะไม่ต่างกัน “ไม่ได้เจอกันในรอบเดือน เพื่อนฉันสวยขึ้นมากจ้า” ทับทิมจีบปากจีบคอชมเพื่อน ถึงจะไม่ได้เจอกันแต่เธอกับซีดีพูดคุยกันตลอด รู้ข่าวคราวของเพื่อนรักตลอด รู้ว่าตอนนี้ซีดีมีรักที่ดี เป็นรักที่สวยงามที่ควรค่าแก่การรักษาเป็นที่สุดเลย “แกก็ว่าเกินไป ฉันก็เหมือนเดิมไหม” นิ้วเรียวเกี่ยวเส้นผมไปทัดที่ใบหูเล็กก่อนจะหย่อนตัวลงนั่งบนที่นั่งตรงข้ามกัน “ดื่มอะไรดี วันนี้ผัวแกมีงานนี่?” “อือ เห็นว่าสองสามวันนี้งานจะยุ่งหน่อย ทำงานให้เจ้านายน่ะ” “แล้วมาเที่ยวกับฉันนี่คือบอกผัวปะ?” “บอกว่ามากินข้าวกัน แล้วฉันก็จะสั่งข้าวจริงๆ” ซีดีหันไปโบกมือเรียกพนักงานให้เข้ามารับออเดอร์ สั่งเมนูอาหารจานเดียวง่ายๆ ทำคนที่ชวนเพื่อนเพราะความเหงามองตามตาเป็นประกาย“มาร้านนั่งชิลคือแกจะมาทานข้าว?”“อือ แกเอาด้วยไหมล่ะ”“
“เวลาแบบนี้คือมันต้องมืดมากแล้วนะคะ แต่ทำไมในความมืดมันถึงมีความสว่างอยู่ล่ะ” ซีดีกวาดสายตามองออกไปรอบๆ ตัวเองที่ถูกปกคลุมด้วยเสียงธรรมชาติ มีลมพัดเบาๆ ในขณะที่แสงจันทร์บนฟ้าทำหน้าที่ให้ความสว่างแม้จะเป็นเวลากลางคืนก็ตาม “นานเหมือนกันที่ฉันไม่ได้อยู่กับบรรยากาศแบบนี้ อยู่ที่กรุงเทพนานเกินไป” “สรุปอยากกลับมาอยู่ที่นี่แบบจริงจังแล้วใช่ไหมคะ” “ก็อยากนะ อยากใช้เวลาชีวิตบ้าง อยากมีความรักมีความสุขแบบที่คนอื่นเขามี” “ไม่นึกเลยค่ะว่าจะเห็นคุณในมุมแบบนี้” แว๊บหนึ่งที่ซีดีลอบมองเสี้ยวใบหน้าคม แม้จะเห็นไม่ชัดมากแต่ตลอดเวลาที่คุยกันก็สัมผัสได้ถึงความสุขผ่านน้ำเสียงจริงๆ “ขอโทษนะ…” ตากลมสวยที่กวาดมองออกไปรอบๆ และจมูกเชิดรั้นที่สูดรับอากาศบริสุทธิ์หยุดชะงักก่อนจะตวัดสายตาไปหาอาชาทันที “ขอโทษเรื่องอะไรคะ” “ขอโทษที่ก่อนหน้านี้ฉันเคยคิดหักห้ามใจตัวเอง พยายามที่จะไม่รู้สึกอะไรกับเธอ ไหนจะใช้คำพูดแบบไม่แคร์เธออีก ทุกอย่างมันก็เป็นเพราะฉันหากฉันไม่คิดและทำแบบนั้นเรื่องระหว่างเรามันอาจจะเดินเร็วกว่านี้ก็ได้” “แต่สุดท้ายมันก็ทำให้เรายอมรับหัวใจตัวเองไม่ใช่เหรอคะ อย่างน้อยการที่คุณทำแบบนั้น มันก็ทำ
“ให้ฉันได้ดูแลเธอนะ ซีดี” คนถูกขอน้ำตาคลอเบ้า ข้าวปลายังไม่ตกถึงท้องด้วยซ้ำแต่กลับรู้สึกอิ่มเอมขึ้นมาอย่างบอกไม่ถูก “เธอเข้าใจที่ฉันพูด รับรู้ในสิ่งที่ฉันต้องการอธิบายใช่ไหม” คนที่เม้มริมฝีปากกดใบหน้ารับ ไม่กลัวแล้วไม่ว่าจะอุปสรรคหรือใครหน้าไหนที่เคยคิดร้ายกับเธอ ความรู้สึกเหล่านั้นไม่มีเหลือ แค่มีเขาเธอก็รู้สึกปลอดภัย “พ่อกับแม่ไม่มีปัญหาและไม่ติดขัดอะไรอยู่แล้ว ลูกชายมีความรับผิดชอบชาวบ้านเขาก็จะว่าพ่อแม่สอนมาดี แต่อย่าลืมสิ ว่าบ้านเรามันยังมีประเพณีที่สืบทอดกันมาอย่างยาวนานนะ” “ประเพณีเหรอครับ?” อาชาเลิกคิ้วขึ้นเล็กน้อย ในขณะที่ผู้เป็นแม่เองก็ชักสงสัยไม่ต่างกัน“ประเพณีอะไรเหรอพ่อ” “ก็ประเพณีที่ลูกสะใภ้ต้องบอกความรู้สึกและความในใจที่มีต่อลูกชายเราไง จำไม่ได้เหรอว่าตอนที่แม่เข้ามาเป็นสะใภ้บ้านพ่อ แม่ก็เคยผ่านประเพณีนี้มาเหมือนกัน” หางคิ้วของอาชากระตุกตอบรับ ประเพนงประเพณีอะไรไม่เคยได้ยินทั้งนั้น แต่สถานการณ์มันกำลังบ่งบอกว่าพ่อกำลังช่วยลูกชัดๆ พ่อคงเห็นว่าลูกชายรักเขามาก รักจนพร้อมยกทุกอย่างให้เขานั่นแหละ ถึงยอมออกแรงช่วยขึ้นมา “แม่ ยังไม่แก่เท่าไหร่เลยมาทำเป็นหลงเป็นลืมดูทำเข้
“ครับ เมีย!” เสียงตอบรับที่ชัดถ้อยชัดคำส่งผลให้คนเป็นพ่อแม่หันมองหน้ากันแทบจะทันที เรื่องนี้มันอาจจะเป็นไปได้ เกิดขึ้นได้ แต่มันแปลกตรงที่เด็กคนนี้พิเศษแบบไหนถึงทำให้ลูกชายของพวกเขาหลงรักได้ “อึ้งกันเลยเหรอครับ ลูกสะใภ้ของพ่อน่ารักไหมครับ” “เรื่องน่ารักมันก็น่ารัก แต่ไปรักกันตอนไหนก่อน”“ตอนไหนไม่สำคัญ แต่ตอนนี้รักกันแล้วโอเคไหมครับ” ไม่ว่าเปล่า อาชาตวัดแขนขึ้นโอบบ่าของคนตัวเล็กประกอบคำพูด ใบหน้าคมคายผุดรอยยิ้มจางๆ ถึงจะเป็นภาพที่ค่อนข้างแปลกตาแต่ว่าคนเป็นพ่อแม่ค่อนข้างถูกใจ “หน้าบ้านยุงเยอะ พ่อว่าเราเข้าบ้านกันดีไหม” “ไปๆ เข้าบ้านกันลูก” ผู้เป็นแม่ยิ้มหวานให้คนรักของบุตรชาย จากนั้นก็ปล่อยให้พวกผู้ชายลากกระเป๋าเข้าบ้าน คนเป็นแม่ทำหน้าที่จูงมือสะใภ้สาวเข้าบ้านพร้อมกัน “บ้านพ่อกับแม่เก่าหน่อยนะ เราอยู่กันแบบบ้านๆ ไม่ค่อยจะเหมือนคนกรุงเทพหรอก หนูอยู่ที่กรุงเทพใช่ไหมลูก” “ใช่ค่ะ” ซีดียิ้มรับก่อนจะกวาดสายตามองออกไปรอบๆ บ้าน ยอมรับว่าทุกมุมภายในบ้านแตกต่างจากคอนโดมิเนียมของอาชามาก แต่ทุกมุมบ้านกลับสะอาดสะอ้านเช่นกัน “นั่งก่อนลูก มุมนี้พ่อกับแม่ชอบใช้นั่งๆ นอนๆ ดูทีวีจ้ะ” คนเป็นแม่ดึง
“ไม่มีวันเลิกอยู่แล้ว” “ตอนนี้คุณก็พูดได้สิ คำตอบของเขามันไม่ใช่อุปสรรคนี่คะ” “เราไม่ควรมานั่งโกรธกันนะ ที่ฉันไปดูเพราะอยากรู้เผื่อมีสิ่งที่ต้องแก้ไข ทำขนาดนี้แล้วคงรู้ใช่ไหมว่าฉันรักมากแค่ไหน” มือหนาเลื่อนเข้ามาประคองแก้มนิ่ม ส่วนคนที่กำลังหงุดหงิดอยู่ได้แต่ปัดมือนั้นออกห่างทันที “หนูอยากกลับแล้วค่ะ” “แต่ฉันยังมีอีกที่ที่อยากพาเธอไป” “จะพาหนูไปดูดวงที่สำนักไหนอีกหนูไม่อยากไปแล้ว หนูเหนื่อยมาก อยากนอน อยาก…” “ฉันจะพาเธอไปที่บ้านของฉัน” คำตอบที่ดังแทรกขึ้นทั้งที่ซีดียังไม่ทันจบประโยคส่งผลให้เธอชะงัก ตากลมสวยกระพริบถี่ๆ ถึงมันจะตรงต่อใจแต่เธอก็ผิดหวังไปแล้วเช่นกัน“อะไรนะคะ” “ฉันจะพาเธอไปที่บ้านของฉัน ไปรู้จักกับพ่อแม่ของฉันให้เป็นเรื่องเป็นราว” เสียงยืนยันกระตุ้นให้ซีดีลอบกลืนน้ำลายเหนียวๆ ลงคอด้วยความยากลำบาก มือเรียวยกขึ้นมาลูบใบหน้าของตัวเองเบาๆ ถึงกับไปไม่เป็นเลย“พ่อแม่ของฉันมีลูกแค่คนเดียว เดี๋ยวพาเธอไปฝากเป็นลูกสาวอีกคนดีไหม” “ไม่ได้จะพาไปเพราะหนูกำลังโกรธคุณใช่ไหม”“ตั้งใจจะพาไปอยู่แล้ว ถือโอกาสไปเยี่ยมบ้านด้วยเลย” “แล้วบ้านคุณอยู่ที่ไหนคะ ต้องนั่งรถไกลไหม ต้องเตรียมตั
“นี่มันวิสัยของคนแก่มีเมียเด็กค่ะ” “แก่แล้วไง มีหัวใจเหมือนกัน” ซีดีคลี่ยิ้มตอบรับคนที่หาเรื่องเถียงแบบข้างๆ คูๆ “เอาเป็นว่าหนูตามใจคุณก็ได้ค่ะ ท้องตอนไหนก็ตอนนั้นโอเคนะคะ” อาชาเคาะปลายนิ้วกับหน้าขาของตัวเองอย่างคนที่กำลังใช้ความคิด แว๊บหนึ่งที่อยู่ดีๆ หนึ่งเหตุการณ์ที่มันเคยเกิดขึ้นก่อนหน้านี้ประเดประดังเข้ามาในหัว เอาวะ ไม่ได้ด้วยเล่ห์ก็ต้องเอาด้วยกล ไม่ได้ด้วยมนต์ก็ต้องเอาด้วยคาถา ไอ้อาชาสู้ตาย! “อิ่มมาก หนูบอกแล้วว่าขนมจีนร้านนี้อร่อยและได้เยอะมาก ไว้วันหลังเรามาทานกันอีกนะคะ” “สั่งห่อกลับบ้านขนาดนี้ฉันคิดว่าเธอจะอิ่มอีกหลายวันเลยนะ เพิ่งกินมาหมาดๆ ความอยากไม่หายเลย?” “แฮ่ๆ ของชอบนี่คะ” ซีดียิ้มกว้างอวดลักยิ้มเล็กๆ บนแก้ม ตาเป็นประกายเมื่อเห็นขนมจีนน้ำยาอีกชุดที่อยู่ในมือ “เธออยากไปที่ไหนต่อหรือเปล่า” “หนูไม่มีธุระที่ไหนต่อแล้วค่ะ คุณมีงานเหรอคะ” “ไม่เชิงกับว่ามีงาน เอาเป็นว่าถ้าไม่ได้ไปที่ไหนต่อฉันมีที่ที่หนึ่งที่อยากพาเธอไป” “ที่ไหนคะ” ตากลมสวยตวัดมองคนรักด้วยความอยากรู้อยากเห็นก่อนหน้านี้คุยกันเรื่องทายาทสืบสกุล อย่าบอกนะว่าเขาจะพาเธอไปเจอคนที่บ้าน พ่อเขาแม่เขา ญาติพ
Comments