Mag-log inAfter her husband killed her son and divorced her because she is poor, Ivy becomes the Richest woman in the country but kept her identity a secret so that she'll make her Ex-husband pay for all the pains he caused her!
view moreประเทศไทย , พุทธศักราช ๒๕๖๖
กรุงเทพมหานคร ดินแดนแห่งความวุ่นวาย รถราวิ่งสัญจรไปมาเต็มท้องถนน แออัดไปด้วยผู้คนนับแสน นับล้านชีวิตที่จากบ้านจากเมืองเข้ามาหางานทำประทังชีวิตด้วยเป็นแดนศิวิไลซ์ ใจกลางกรุง เมืองหลวงแห่งประเทศไทย “ไปตลาดน้ำตลิ่งชันจ้าพี่” หญิงสาววัยสามสิบปีที่ต้องจำใจโบกมือลาคนทางบ้านไกลห่างกว่าร้อยกิโลเมตรเข้ามาหางานทำเป็นพนักงานตัวน้อย ๆ ในบริษัทโฆษณาแห่งหนึ่งกำลังยืนคุยกับวินมอเตอร์ไซค์หน้าปากซอยห้องพักราคาถูก “จากนี่กว่าจะไปถึงตลาดน้ำตลิ่งชันใช้เวลาร่วมชั่วโมง ขืนให้คนอ้วนอย่างกับช้างน้ำแบบมึงนั่งซ้อนท้ายเนี่ย ยางแบนตายห่า” พูดจบวินมอเตอร์ไซค์คนนั้นก็หันไปหัวเราะกับเพื่อนร่วมอาชีพสนุกปาก “…” “ถามหน่อยเหอะว่ะยายหมูหวาน ตอนเด็ก ๆ แม่มึงให้แดกอะไรเข้าไปวะ ทำไมโตมาถึงได้อ๊วนอ้วนอย่างกะช้าง ชาตินี้คงขึ้นคาน แก่ตาย เพราะหาผัวไม่ได้” ผลั๊วะ!!!! หมัดหนัก ๆ ของหมูหวานซัดเข้าไปที่เบ้าหน้าของวินคนนั้นอย่างแรง ด้วยขนาดตัวที่ค่อนข้างอวบอั๋น เนื้อเน้น ๆ พละกำลังเกินร้อย จึงทำให้ร่างบางผอมแห้งหงายหลังตึงร่วงหล่นจากเบาะมอเตอร์ไซค์โดยไม่ทันตั้งตัว “ฉันอ้วนแล้วไปหนักหัวพ่องใครไม่ทราบ!!! ถ้าเกิดมาพูดจาหมา ๆ แบบนี้ให้ได้ยินอีก รับรอบเลยว่าขาอีหมูหวานคนนี้จะฟาดให้คอหักตายเลย เอาไหม! เอาไหม!!” หมูหวานกระฟัดกระเฟียด หมดอารมณ์จะไปเดินหาขนมกินเล่นที่ตลาดน้ำตลิ่งชันแล้วจึงหมุนตัวกลับไปห้องเช่าตนเอง @ห้องเช่า “หน็อย! คำก็อ้วน สองคำก็อีอ้วน สามคำก็อีช้าง อีหมูหวานอยากกรี๊ด! นี่มันยุคไหนสมัยไหนแล้ว ทำไมยังไม่หยุดบูลลี่กันสักที” หมูหวานทิ้งตัวลงบนฟูกเตียงขนาดเล็กพร้อมถอนหายใจเฮือกฮากอย่างนึกหงุดหงิดไม่หาย หมูหวานถูกเพื่อน ถูกคนรอบตัวบูลลี่เรื่องรูปร่างหน้าตาที่ค่อนข้างอ้วนท้วนอุดมสมบูรณ์ตั้งแต่เล็กจนโต เพียงเพราะเธอไม่ใช่ผู้หญิงที่ตรงตามบิวตี้สแตนดาร์ดค่านิยมของคนไทยก็เท่านั้น ช่วยไม่ได้นี่นะ ทำงานประจำเป็นพนักงานตัวน้อย ๆ ในบริษัท นั่ง ๆ นอน ๆ บนเก้าอี้ พอหิวก็หยิบขนมคุกกี้ เบเกอรี่ที่ตัวเองทำขายเป็นอาชีพเสริมเอามากินเคี้ยวเข้าปาก จะเอาเวลาที่ไหนไปย่อยทันกัน “อ่านนิยายดีกว่า” หมูหวานเอื้อมแขนหยิบหนังสือนิยายจีนโบราณบนหัวเตียงที่เธออ่านค้างเอาไว้เมื่อคืนนี้ขึ้นมาอ่านต่อเพราะอยากรู้ว่าแม่นางร้าย และแม่ผัวตัวยุแยงตะแคงรั่วให้บ้านแตกสาแหรกขาดจะมีจุดจบอย่างไร “โหหห!!!!! ควาย เล่อเยี่ยนเฉิน นายเป็นพระเอกภาษาอะไรเนี่ยทำไมหูเบา โง่ดักดานขนาดนี้” อ่านไป หมูหวานก็ด่าพระเอกนิยายจีนโบราณไปอย่างกัดเขี้ยวกัดฟัน หมั่นไส้เต็มที “ถามจริง ปากบอกว่ารักลูกสาวชั้น ไป๋หลานนักหนา กำลังเข้าพิธีสมรสด้วยกันแล้วแท้ ๆ แต่แค่แม่นี่พูดหน่อยเดียวก็เชื่อแล้วเนี่ยนะ ย้อนแย้งโคตร! เลิกเป็นพระเอกเถอะ โอ๊ย อีหมูหวานหนหวยเด้” “ลูกสาวชั้นนี่ก็เหมือนกัน จะเป็นคนดีอะไรขนาดน้านน อ่อนแอ ยอมคน หัวอ่อน เจ้าน้ำตา ร้องไห้ทั้งเรื่องตามแบบฉบับนางเอกไทยเป๊ะ!” ทันทีที่หยิบหนังสือจีนโบราณเรื่องนี้ขึ้นมาอ่าน หมูหวานต้องเอามือนวดขมับรอบที่ล้าน! ไม่รู้ว่าจะทนอ่านต่อจนจบเล่มโดยที่ไมเกรนไม่กินหัวก่อนได้หรือไม่ "โห นี่นางเอกเหรอ สู้สิไป๋หลาน! เอาแต่ร้องไห้ให้มันได้อะไรขึ้นมาห๊ะ" บทนางเอกของนวนิยายจีนโบราณเรื่องนี้ช่างน่ารันทด เวทนาเหลือล้น ถึงแม้โฉมสะคราญจะมีหน้าตา ผิวพรรณสวยสดหมดจดไร้ตำหนิติเตียนจนชื่อเสียงเรียงนามเลื่องลือกันไปทั่วหัวเมืองท้ายเมืองกลายเป็นที่หมายตาของบุรุษมากมาย ทว่าโชคร้าย เลือกเกิดไม่ได้ บิดามารดาเป็นเพียงคนหาบฟืน พ่อค้าขายเร่ธรรมดา ๆ จึงโดนว่าที่แม่สามีอคติ พยายามหาหนทางเขี่ยนางให้ออกไปจากชีวิตพระเอกอย่างเล่อเยี่ยนเฉิน ที่เป็นถึงแม่ทัพฝ่ายประจำการทางทิศใต้ มิหนำซ้ำ! คนที่บอกว่ารักนาง เชื่อมั่นในตัวนางอย่างเล่อเยี่ยนเฉิน พอโดนมารดาและหลินฟางเหมย ว่าที่คู่หมั้นคู่หมายพูดจาปั่นหัวเข้าหน่อยก็หูเบา หลงเชื่อ โดยไม่ฟังความอะไรจากนางเลย เอาแต่ผลักไสไล่ส่ง เหยียบย่ำหัวใจสารพัด "โอ๊ย อีหมูหวานคนนี้ล่ะอยากเข้าไปสิงร่างนางเอกเหลือเกิน!" ว่าแล้วก็ตบเข่าฉาดเสียงดัง 'เพี๊ยะ' ลั่นสนั่น "คันไม้คันมือนัก หงุดหงิด ไม่องไม่อ่านมันละ" หมูหวานปิดหนังสือเก็บอย่างแรง ก่อนจะโยนใส่ลิ้นชักเคาน์เตอร์ข้าง ๆ เตียงนอนนุ่ม นี่อ่านเพียงครึ่งเล่ม ก็เล่นเอาไมเกรนขึ้นแปล๊บ ๆ ปวดหัวกับชีวิตอันน่ารันทดของไป๋หลานยังทรหดรันทน โดนกระชำจนบอบช้ำแต่ทว่าเลือกที่จะนิ่งเงียบ ไม่คิดตอบโต้กลับไปราวกับกลัวดอกพิกุลทองร่วงหล่นจากปาก ความอดทนในการอ่านหมูหวานขาดสะบั้น! ก็ตอนคืนเข้าหอหลังพิธีมงคลสมรส กุ้ยไป๋หลานดันโง่เง่ารับน้ำชาที่มียาสลบของหลินฟางเหมยขึ้นมาดื่ม จากนั้นก็ให้ 'เล่อหยางหลง' ท่านผู้ร้ายกาจที่สุดของเรื่อง ซึ่งมีศักดิ์เป็นบุตรชายคนโตของเสนาบดีกรมกลาโหมมาลักพาตัวไปหมายให้มีมลทิน แล้วพูดเป่าหูเยี่ยนเฉินคนรักนางว่านางลักลอบหนีตามไปกับชายชู้และทิ้งจดหมายร่ำลาไว้หนึ่งฉบับ! แน่นอนว่าพระเอกหูเบาคนนั้น เชื่อคำหลินฟางเหมย และ อี้หนิงเหอ มารดาของตนจนพาลโกรธเกลียดชังน้ำหน้ากุ้ยไป๋หลาน จากคำโปรยด้านหลังบวกกับคำรีวิวของนักอ่าน นางได้อ่านคร่าว ๆ ว่า วันหนึ่งที่ผ่านไปนานกว่าสามเดือนเล่อเยี่ยนเฉินบุกเข้าไปที่จวนแม่ทัพเล่อหยางหลงเพราะอีกฝ่ายส่งคนไปลอบทำร้ายมารดาตนระหว่างการเดินทางไปเยี่ยนท่านยายที่บ้านเกิดจึงได้พบเจอกับกุ้ยไป๋หลานที่กำลังหาบน้ำอยู่เข้า แม่นางไป๋หลานบอกว่านางโดนแม่ทัพหยางหลงลักพาตัวมา ครานั้นเกิดการต่อสู้ระหว่างสองพี่น้องร่วมสายเลือด และเยี่ยนเฉินก็สามารถพาตัวคนรักกลับไป แต่กลับมิอาจทำใจร่วมรักหลับนอนกับนางได้เต็มตาเลยสักคืนเพราะไม่มั่นใจว่านางตกต้องเป็นของพี่ชายตนแล้วหรือไม่ด้วยฟังคำยุแยงจากหลินฟางเหมย อี้หนิงเหอ และแม่ทัพหยางหลงที่พูดจาเยาะเย้ยปั่นประสาทเล่น แม้นกระทั่งตอนที่กุ้ยไป๋หลานตั้งท้อง เขายังไม่มั่นใจเลยว่า เด็กในครรภ์ คือ บุตรของตนเองหรือไม่!! หลงเชื่อคำแม่นางหลินฟางเหมยจนหลวมตัวได้เสียกับนางอีกคน บัดซบ!! ไอ้สามีเฮงซวย พระเอกโง่เง่า "กินขนมดีกว่า เยียวยาจิตใจ" หญิงสาวหยิบขนมเบเกอรี่ ทั้งเค้กช็อคโกแลต คุกกี้ โอริโอ้ เเพนเค้ก มัฟฟินออกมาจากตู้เย็น แล้วนั่งกินอยู่ตรงนั้นจนหมดเกลี้ยง "ฝีมือสุดยอดเลยหมูหวาน!" เธอเก่งทั้งของคาว ของหวานทุกอย่าง เพราะตั้งแต่ตัดสินใจเข้ามาทำงานในเมืองหลวงก็ต้องพึ่งพาสองแขนสองขาของตน และประหยัดอดออม ลดค่าใช้จ่ายให้ได้มากที่สุดด้วยการเข้าครัวเอง เนื่องด้วยเรทราคาที่นี่ค่อนข้างสูงลิ่ว! "อิ่มแปล้!" พอหนังท้องตึง หนังตาก็เริ่มหย่อนยาน หญิงสาวค่อย ๆ พริ้มตาปิดลงอย่างเชื่องช้าและเข้าสู่ภวังค์นิทราในท้ายที่สุด ... "!!!!" หมูหวานสะดุ้งตัวโยนราวกับฝันร้าย เมื่อจู่ ๆ ก็ดันสัมผัสได้ถึงแรงสั่นไหวเป็นจังหวะเท่า ๆ กันเฉกเช่นขณะนั่งบนหลังม้าที่กำลังวิ่งควบด้วยความเร็ว ซ้ำทัศนวิสัยยังมืดมิด ดำสนิท มองไม่เห็นอะไรเลย นางกำลังรู้สึกเวียนหัว เพราะศีรษะห้อยโตงเตงอยู่บนหลังของใครสักคน! สายลมหนาวเหน็บพัดโกรกผิวกายจนเย็นยะเยือก บ่งบอกได้เป็นอย่างดีว่า ที่นี่คงไม่ใช่เตียงนอนกระด้าง ๆ ในห้องเช่าราคาถูกที่มีเพียงพัดลมเพดานเก่า ๆ ของเธออย่างแน่นอน หรือเธอจะโดนผีอำ! "อื้อ!! อ่อย อ๊วย อ้วยย" หมูหวานพยายามขยับเขยื้อนดิ้นพล่าน ส่งเสียงร้อง เพื่อให้ตัวเองตื่นขึ้นมาพ้นจากอาการผีอำ ที่เคยเป็นสมัยเด็ก "อยู่นิ่ง ๆ ซะ ถ้าไม่อยากตาย!" สุ้มเสียงโหดเหี้ยม แลดูน่าหวาดกลัวจนเธอรู้สึกขนลุกซู่ไปทั้งตัวเอ่ยขึ้นมาอย่างมีน้ำโหเล็กน้อย "อ๋อยย!!!" หมูหวานที่นึกว่าตนเองคงโดนผีอำจึงพยายามดิ้น พยายามแหกปากโวยวายเช่นเดิม "ข้าบอกว่าให้เจ้าหุบปากอย่างไรเล่าไป๋หลาน! หรือจะให้ข้าใช้คมดาบตัดลิ้นเจ้าทิ้งจะได้เลิกสร้างความรำคาญใจแก่ข้าเสียที" ถุงที่ครอบใบหน้างดงามอยู่เมื่อครู่ถูกกระชากออกจนศีรษะเล็กแทบหลุดออกจากบ่าไปด้วย วินาทีนี้ทำให้ หมูหวาน ในร่างของกุ้ยไป๋หลาน นางเอกนิยายจีนโบราณสุดแสนจะโง่เง่า ได้เพ่งสายตามองเจ้าของเสียงน่ากลัวชัด ๆ ใบหน้าหล่อเหลา คิ้วโก่งราวกับใช้พู่กันแต้มวาด ปลายจมูกสันโด่งอย่างกับผ่านมีดหมอมาร้อยครั้ง ริมฝีปากหยักแฝงความหยาบกระด้างเอาไว้ ส่วนดวงตาคู่นั้นเฉี่ยวคมน่าดึงดูดใจทว่ากลับเต็มไปด้วยความน่าหวาดกลัวจนต้องหลบหลีกหนี แต่! รอยคมดาบบนพวงแก้มข้างซ้าย เล่อหยางหลง!!! พรึ่บ! ภาพดับไป เขาใช้ท่อนแขนใหญ่นั่นทุบเข้ามาที่ท้ายทอยของนาง~Ivy Ethan and I hurried straight to the hospital. When we arrived, Lysander was no longer in his room. “Where is he, Doctor?” I asked anxiously. The doctor replied, “The patient was diagnosed with a stroke. He can’t walk or move properly. He’s being transferred to a larger hospital in the UK. I’m sure he’ll be okay.” Ethan pressed further. “Where is he now, Doc?” “The patient should be at the airport. His flight is scheduled to leave by 3 PM. He’s been waiting for someone named Ivy, but he had to leave—he couldn’t risk missing his flight.” I barely listened to the rest before checking the time. 2:35 PM. The drive to the airport would take nearly thirty minutes. I didn’t waste a second—I had to see him one last time, to show him my gratitude for taking the bullet for me. Ethan and I sped off, determined to catch him before he left the country. Luck was on our side; we arrived just as Lysander was about to board the plane. “Xander!” I called, my voice carrying across the bust
~IvyThey say love is sweet. They say love is bitter. They say love is destructive. But I believe love is both life and death—it all depends on how you embrace it.Because love found me, and love saved me. Without love, I wouldn’t be the person I am today.Today marks two weeks since Cameil was buried and two weeks since Lysander fell into a coma. He didn’t die; he was still alive. And today, for the first time in a long while, I get to be happy.Today, I am marrying the love of my life—Ethan Morale. We’ve been through so much together, and now, standing here, I know we will face everything as one.Ethan’s hand gripped mine as we stood before the altar.“Miss Ivy Rebecca Moore,” the priest began, “do you accept Ethan Alexander Morale as the love of your life, to stay strong through thick and thin, and to be together until death do you part?”I smiled at Ethan and nodded. “Yes, I do.”Then it was his turn. “Mr. Ethan Alexander Morale, do you accept Miss Ivy Rebecca Moore as the love of
{Cameil}I couldn’t believe what I had done. I couldn’t believe I had shot him—my Lysander, my everything.No…I screamed, a raw, jagged sound that echoed in the room. My eyes caught Ivy, squatting at Lysander’s side, panic etched across her face.“Are you okay? Don’t close your eyes, Lysander! Don’t close your eyes!” she pleaded, her voice trembling.But I couldn’t hear her anymore. All I could feel was rage, all-consuming and burning.“This is all your fault, Ivy! You deserve to die! You deserve to die!” I shouted, my breath shaky but my hands steady, gripping the gun with lethal intent.I wanted one thing now: to make it crystal clear to everyone, to prove I would not be the loser in this. Lysander lay on the floor—I didn’t know if he was alive or dead—but that didn’t matter. My focus was clear. I had to finish what I started: Ivy had to die.I forced myself to stand tall, positioning the gun directly at her.“You started all of this, Ivy. You deserve more than just a bullet. You h
{Cameil}Seeing Asmita collapse to the floor, blood spilling from her mouth, I felt a twisted sense of satisfaction—but it wasn’t enough. The person I truly wanted dead was Ivy.When I pulled the trigger, Asmita had rushed forward in front of her, taking the bullet meant for Ivy. She fell lifelessly to the floor.A hush fell over everyone. Fear froze them in place, but I hadn’t achieved what I wanted. Ivy’s life was still in front of me, mocking me.I reloaded, my hands steady despite the chaos around me, and aimed at Ivy.“I already made it clear to you before, Ivy,” I hissed, my voice low and deadly. “If I am to go down, then you are going down along with me. You must DIE! And I don’t give a fuck how it happens!”I was about to pull the trigger when Ethan’s voice cut sharply through my focus.“You are running mad, Cameil. Just drop the damn gun, right now!”In a flash of anger, I swung the gun from Ivy and pointed it at him instead.“Don’t annoy me, Lysander! One more step and you w












Welcome to GoodNovel world of fiction. If you like this novel, or you are an idealist hoping to explore a perfect world, and also want to become an original novel author online to increase income, you can join our family to read or create various types of books, such as romance novel, epic reading, werewolf novel, fantasy novel, history novel and so on. If you are a reader, high quality novels can be selected here. If you are an author, you can obtain more inspiration from others to create more brilliant works, what's more, your works on our platform will catch more attention and win more admiration from readers.
Rebyu