Share

บทที่ 4

Author: Duck.bell
last update Petsa ng paglalathala: 2025-11-28 15:23:02

"คุณ...ใช่คนที่บอกรักผมในลิฟต์เมื่อห้าวันก่อนไหม"

ฟุบ!

"ไม่ใช่! ไม่ใช่ค่ะ ไม่ใช่แน่นอน" ทันทีที่ได้ยินประโยคคำถามจากคนตัวสูงตรงหน้า ฉันก็รีบปัดผมลงมาบังใบหน้าของตัวเองด้วยความลนลานทันที

ก็ใครมันจะอยากไปยอมรับล่ะว่าใช่ค่ะ ฉันเองค่ะคนที่บอกรักคุณในลิฟต์วันนั้น

จะบ้าเหรอ จากวันนั้นจนถึงวันนี้ฉันยังอายไม่หายต่อเหตุการณ์ในวันนั้นเลยนะ

"จะไม่ใช่ได้ไง ผมจำคุณได้"

ฟึบ!

ฉันเงยหน้าขึ้นไปมองเขาทันทีที่บอกว่าจำฉันได้ นี่อย่าบอกนะว่าหลังจากวันนั้นเขาแอบคิดว่าฉันชอบเขาจริงๆ อะ คือฉันสาบานได้เลยนะว่าฉันแค่พลั้งปากไปเฉยๆ เอง ถึงแม้ว่าเขาจะหล่อจนต้องตะลึงก็เถอะ แต่ฉันก็ไม่ได้หมายความว่าตามที่พูดสักหน่อย

อีกอย่างวันนั้นเขาแสดงท่าทางเย็นชาและเฉยเมยกับฉันมากเลยนะ ออกจะดูเหมือนว่าไม่ได้ให้สนใจฉันเท่าไหร่ด้วยซ้ำ

แต่ทำไมวันนี้เขาถึง…

"ทำไมคุณถึงจำฉันได้อะ"

"หึ โดนบอกรักขนาดนั้น ใครจะไม่จำบ้าง แล้วนี่คุณมาคนเดียวเหรอหรือว่ารอแฟนอยู่" คนตรงหน้าฉันตอบฉันเสร็จเขาก็ตั้งคำถามใส่ฉันต่อทันที แถมตอนที่รอคำตอบจากฉันเขาก็แอบจ้องมองใบหน้าของฉันเหมือนแอบคาดหวังกับคำตอบอยู่เล็กน้อยด้วย

คือว่าสายตาเขาและท่าทางของเขามันดูเจ้าเล่ห์ยังไงไม่รู้ เจ้าเล่ห์ไม่พอยังแฝงความแพรวพราวเบาๆ อีกด้วย แต่ก็อย่างว่าแหละลักษณะบุคลิกแบบนี้ แต่งตัวแบบนี้ ก็หนีไม่พ้นให้ลุคแบบผู้ชายที่ดูเจ้าชู้อยู่แล้ว

แต่มันไม่จบแค่นั้นไงเมื่อมันมีความเอ๊ะตรงที่ว่าพอมองสายตากับสีหน้าที่แอบมีความนิ่งๆ เล็กน้อยนั่นแล้ว ฉันก็คาดเดาไม่ถูกอะว่าเขาเป็นผู้ชายแบบไหนกันแน่

พูดง่ายๆ คือดูเหมือนจะเจ้าชู้แต่ก็ไม่ ดูเหมือนจะนิ่งๆ ดุๆ ก็ไม่ถึงขั้นนั้น พี่ชายฉันดูดุกว่าอีก

แต่เอาเถอะ ช่างมันเถอะ เขาถามว่าฉันรอแฟนเหรอ? คำตอบของฉันก็คือ...

"เปล่าค่ะ ฉันเพิ่งโดนพี่ชายตัวเองทิ้งกลับไปเมื่อกี้เอง"

"โดนพี่ชายทิ้ง? แล้วคุณกลับยังไง" เอาจริงๆ เขาก็อยู่คอนโดอาร์โนเหมือนกัน ถ้าเรียกแท็กซี่ฉันว่าขอกลับกับเขายังดูปลอดภัยกว่าอีก เพราะคนที่อาศัยอยู่คอนโดนั้น ล้วนถูกตรวจสอบมาหมดแล้วว่าเป็นใครมาจากไหนลูกหลานตระกูลไหน เลวชั่วหรือเปล่า ก็นั่นมันคอนโดมาเฟียที่มีทายาทมาเฟียอาศัยอยู่บนตึกนั้นเลยนะ ลูกบ้านที่คิดจะซื้อที่นั่นก็ต้องถูกตรวจสอบกันบ้างแหละ

เพราะฉะนั้นแล้ว...

ฉันโทรหาพี่สกายก่อนดีกว่า ค่ะ ถึงจะเป็นคนในคอนโดอาร์โนแต่ฉันขอโทรหาพี่สกายก่อนดีกว่า...

"เดี๋ยวให้เพื่อนมารับค่ะ"

"อืม งั้นผมไปก่อนละกัน แล้วก็ขอโทษด้วยที่ชนคุณเมื่อกี้" สิ้นสุดน้ำเสียงทุ้มแต่นุ่มนวลเอ่ยขอโทษแก่ฉัน เจ้าของน้ำเสียงเมื่อกี้ก็เดินเลี่ยงไปทางลานจอดรถที่อยู่อีกฝั่งทันที ฉันที่เลิกสนใจเขาแล้วก็รีบหยิบโทรศัพท์ออกมาจากกระเป๋ากดโทรหาพี่สกายผู้เป็นลูกน้องของพี่นักรบแทน

แต่ให้ตายเถอะ ฉันกดโทรหาเท่าไหร่ปลายสายก็ไม่มีทีท่าว่าจะรับสายฉันเลยสักนิด ไม่รู้ว่าทำอะไรอยู่ สุดท้ายฉันเลยถอดใจแล้วกดโทรหาพี่ชายตัวเองแทน

แต่ก็นั่นแหละ...

'หมายเลขที่ท่านเรียกไม่สามารถติดต่อได้ในขณะนี้ กรุณาติดต่อใหม่อีกครั้งค่ะ'

เหอะ! ให้มันได้อย่างนี้สิชีวิตอีน้ำตาล แล้วทีนี้ฉันจะกลับกับใคร จะกลับยังไงเนี่ย! พี่สกายก็ไม่รับ พี่ชายตัวเองก็ปิดเครื่อง ฉันต้องขอความช่วยเหลือตำรวจให้ไปส่งเลยไหม จะได้จบๆ ไป

แต่ยืนเครียดได้ไม่นานก็ได้ยินเสียงคนกดแตรรถยนต์เรียกอยู่ด้านหน้าผับพอดี ฉันก็เลยละสายตาจากโทรศัพท์เงยหน้าขึ้นไปดู ก็เห็นว่าคนที่กดแตรเรียกเมื่อกี้ คือผู้ชายคนเมื่อกี้ที่ชนฉัน ซึ่งตอนนี้เขากำลังลงจากรถเดินตรงมาหาฉันแล้วด้วย และทันทีที่เขามาถึงตัวฉัน ฉันก็ต้องหน้าเหวอทันที

เมื่อเขา...

หมับ!

"กลับด้วยกัน"

ใช่ค่ะ เขามาถึงตัวฉันปุ๊บก็พูดพร้อมกับฉุดข้อมือของฉันให้เดินตามตัวเองไปขึ้นรถที่จอดไว้ตรงหน้าทันที โดยที่ไม่ปล่อยให้ฉันได้ปฏิเสธอะไรเลยด้วย

แถมเดินมาถึงรถปุ๊บเขาก็จัดการยัดฉันใส่รถตัวเองอย่างเรียบร้อย ก่อนที่จะเดินอ้อมหน้ารถไปขึ้นฝั่งตัวเองในเวลาต่อมา จากนั้นก็บึ่งรถขับออกไปจากบริเวณสถานบันเทิงมุ่งหน้าสู่เส้นทางกลับคอนโดที่ฉันกับเขาอาศัยอยู่ในที่สุด...

โดยที่ฉันก็ยังหน้าเหวอตาลุกตาโตระหว่างทางที่รถวิ่งอยู่บนถนนด้วยความเร็วคงที่แบบที่ยังไม่หายเหวออะคิดดูสิ

แต่ก็นั่นแหละค่ะ นั่งอยู่บนรถเขาแล้วจะให้เขาจอดรถแล้วฉันเรียกแท็กซี่กลับเอง ฉันก็คงไม่มีทางทำแบบนั้นแน่นอน เพราะฉันคิดว่าหน้าตาเขามันน่าจะปลอดภัยที่สุดสำหรับฉันตอนนี้แล้ว

ฉันก็เลยเลือกที่จะหุบปากไว้จากนั้นก็นั่งกุมมือนิ่งๆ หันหน้าไปทางกระจกรถ โดยที่ปล่อยให้ความเงียบบนรถเป็นตัวทำงานแทน

ใช่ค่ะเราต่างคนต่างเงียบไม่มีใครพูดอะไรออกมาแม้แต่คำเดียว!

เงียบมากเงียบแบบป่าช้าเงียบแบบได้ยินเสียงลมแอร์เย็นๆ จากรถอะคิดดูสิ แต่นั่งเงียบต่อไปได้ไม่นาน จู่ๆ คนที่ตั้งใจขับรถมาโดยตลอดอย่างเขา ในที่สุดก็ปริปากพูดก่อนเป็นคนแรก

"ทำไมพี่ชายคุณถึงได้ทิ้งน้องสาวอย่างคุณได้ลง" ค่ะ นั่นคือประโยคแรกที่เขาพูดกับฉันหลังจากที่นั่งรถด้วยกันมา ด้วยความที่ตั้งตัวไม่ถูกว่าจะตอบกลับไปยังไง ฉันก็เลยตอบไปว่า…

"ไม่รู้ค่ะ เขาคงไม่รักฉันมั้ง" พอฉันตอบแบบนั้นจบ คนที่กำลังขับรถอยู่ก็หันมามองหน้าของฉันพร้อมรอยยิ้มบางๆ ตรงมุมปากแวบหนึ่ง ก่อนที่จะหันหน้ากลับไปมองถนนตรงหน้าอีกครั้งแล้วพูดว่า...

"เหมือนคุณกำลังน้อยใจพี่ชายตัวเองเลย" เหอะ น้อยใจเหรอ ฉันอยากจะฆ่าไอ้พี่ชายบ้านั่นจะตายต่างหากล่ะ ที่กล้าทิ้งน้องสาวคนเดียวอย่างฉันได้ลงคอ แถมยังปิดเครื่องหนีไปอีกด้วย

คอยดูเถอะ เรื่องนี้ฉันต้องเอาไปฟ้องแม่ให้ได้

"ฉันดูเหมือนน้อยใจอยู่เหรอคะ"

"หึ มั้งครับ ผมไม่มีพี่น้องก็เลยดูไม่ค่อยรู้เรื่องพวกนี้เท่าไหร่ มีแค่ญาติที่โตมาด้วยกัน"

"อ่อค่ะ เหงาแย่เลยนะคะ เป็นลูกคนเดียว"

"ก็นิดหน่อยครับ แล้วการมีพี่น้องมันดีไหม" มันดีไหมเหรอ จะบอกว่าดีมันก็ดีนั่นแหละ เพราะการที่ฉันมีชายที่คอยปกป้องและซัพพอร์ตทางการเงินมันย่อมดีแก่คนที่เป็นน้องอย่างฉันอยู่แล้ว

แต่พอนึกถึงเรื่องที่ไอ้พี่ชายของฉันเขาห้ามไม่ให้ฉันมีแฟนแล้วละก็ ฉันก็รีบกลอกตามองบนทันที เพราะมันโคตรน่ารำคาญเลยไง ฉันโตจนอายุป่านนี้แล้วไม่รู้ว่าจะหวงอะไรนักหนา

"ก็ดีค่ะ แต่ไม่ใช่ทั้งหมด พอดีพี่ชายฉันเป็นพวกหวงน้องสาวแบบเว่อร์มาก"

"พูดแบบนี้ แสดงว่าคุณโสดอยู่?" ตรงคำว่าโสดอยู่ คนตั้งคำถามเขาหันมาสบตากับฉันแวบหนึ่ง ก่อนที่จะหันกลับไปทางเดิมต่อ ฉันเลยนิ่งไปชั่วขณะแอบคิดเข้าข้างตัวเองเล็กน้อยว่าเขาแอบสนใจเราหรือเปล่านะถึงได้ตั้งคำถามนั้น

ก่อนที่จะตอบกลับไปแบบชัดถ้อยชัดคำว่า…

"ใช่ค่ะ โสดสนิทเลยละ"

แต่พอฉันตอบกลับไปแบบนั้น คนที่กำลังขับรถอยู่เขาก็เงียบไปเลย เงียบจนฉันต้องหันไปแอบดูว่าทำไมจู่ๆ เขาถึงได้เงียบไป แต่ก็นั่นแหละค่ะ บนใบหน้าหล่อๆ ที่ฉันกำลังแอบมองจากด้านข้างตอนนี้ก็ไม่ได้มีอาการหรือสีหน้าใดๆ ให้ฉันได้เห็นนอกจากสีหน้าราบเรียบที่กำลังตั้งใจขับรถอย่างเดียว

อะไรเนี่ย เมื่อกี้ยังรู้สึกว่าโดนต้อนคำถามเหมือนอยากรู้ว่าฉันโสดหรือเปล่าอยู่เลย แล้วอะไรคือการที่ได้รู้ว่าฉันโสดแล้วดันเงียบไปเฉยแบบนี้ล่ะ นี่หลอกถามให้ฉันดีใจเล่นใช่ไหมเนี่ย

"แล้วคุณละคะ โสดหรือเปล่า" เอาสิ เมื่อกี้เขาถามฉัน งั้นฉันขอถามกลับบ้างละกัน จะได้แฟร์ๆ กันไป

"ผมไม่เคยมีแฟนมาก่อนเลย" ห้ะ! จริงดิ

ทันทีที่ฉันได้ยินคำตอบจากปากเขา ฉันก็ถึงกับเก็บสีหน้าตกใจของตัวเองไม่อยู่

คือเอาจริงๆ เลยนะ เขาโกหกปะเนี่ย หล่อวัวตายความล้มขนาดนี้ เบ้าหน้าฟ้าประทานขนาดนี้ เป็นไปได้เหรอที่จะไม่เคยมีแฟนมาก่อนอะ หรือว่าเขาไม่เคยมีแฟนแต่มีคู่ควงหรือเปล่า

"คำตอบกับใบหน้าของคุณมันส่วนทางกันมากเลยนะคะ"

"ยังไง"

"ก็คุณหน้าตาดีขนาดนี้ เป็นไปได้เหรอคะที่คุณจะไม่มีแฟนเลย"

"คุณสวยขนาดนั้น ยังโสดสนิทเลย"

"..."

อึ้ง! ฉันถึงกับอึ้งหน้าเหวอตามด้วยเม้มริมฝีปากเข้าหากันเป็นเส้นตรงแบบแนบแน่นเลยทีเดียว หลังจากที่ถูกตอบโต้กลับมาแบบนั้น

คือไปต่อไม่ถูกแล้วอะ ไม่รู้จะจับความสำคัญตรงคำไหนก่อนดีระหว่างโดนชมว่าสวยกับเหมือนโดนเย้ยกลับตรงคำว่าโสดสนิทนั่น

เจ็บนะ เจ็บแบบจี๊ดๆ กลางใจอะ

ตอนแรกเขาก็ดูนิ่งๆ หนักไปทางอบอุ่นนะแต่คงเป็นความอบอุ่นแบบร้อนๆ อะ อบอุ่นแบบข้างไฟป่าประมาณนั้นอะ

เหอะ สวยขนาดนั้นยังโสด ทีหลังจะชมกันไม่ต้องมีประโยคตบท้ายก็ได้นะ

"ทีหลังถ้าจะชมก็ชมไปเลยค่ะ ไม่ต้องเย้ยด้วยประโยคหลังกลับมา ฟังแล้วมันเจ็บ" พอฉันตอบกลับไปแบบนั้นจบ คนที่รู้ตัวว่าโดนฉันเอ็ดกลับไปก็หันมายิ้มขำใส่ฉันก่อนจะหันกลับไปทางเดิมอีกครั้ง

ส่วนฉันก็นั่งกอดอกทำหน้าบึ้งตามด้วยหันร่างกายไปทางประตูรถฝั่งตัวเองแทน อารมณ์ประมาณว่ากำลังงอน ซึ่งความจริงแล้ว ฉันก็งอนจริงๆ นั่นแหละ ส่วนงอนในฐานะอะไร เรื่องนั่นช่างมันไว้ก่อน เพราะตอนนี้ของอนก่อนค่ะ

.

.

.

15นาทีต่อมา…

อาร์โนคอนโด

หลังจากที่ฉันกับคนข้างๆ กลับมาถึงคอนโดเรียบร้อยแล้ว เราก็ขึ้นลิฟต์ตัวเดียวกันกันต่อ และใช่ค่ะ ในลิฟต์มีแค่ฉันกับเขาสองคนและทั้งห้องลิฟต์ก็เงียบสงัดเหมือนไร้ตัวตนของพวกเราด้วย

เขาเงียบ ฉันก็เงียบ ต่างคนต่างเงียบต่างอยู่กับตัวเอง แต่พอลิฟต์ทะยานขึ้นมาถึงชั้นที่ยี่สิบแล้ว จู่ๆ คนตัวสูงข้างๆ ฉันก็หันตัวเข้าหาฉันแบบที่ไม่ทันได้ตั้งตัว จนฉันตกใจถอยร่นติดกับผนังห้องลิฟต์อย่างจัง

ตุบ!

อั๊ก!

กระดูกไขสันหลังฉันจะหักไหมเนี่ย กระแทกแรงซะจนหน้าสวยๆ ของฉันเหยเกไปหมดเลย

"เจ็บหรือเปล่า" ทันทีที่คนตัวสูงกว่าตรงหน้าเอ่ยปากถามฉัน ฉันก็รีบซ่อนความเจ็บเมื่อกี้แล้วเงยหน้าขึ้นไปมองคนตั้งคำถามที่กำลังยืนล้วงมือทั้งสองข้างในกระเป๋ากางเกงทันที ซึ่งเขากำลังก้มหน้ามองฉันที่ตัวเตี้ยกว่าเขาหลายเซนด้วยสีหน้าตกใจปนแอบเป็นห่วงอย่างเปิดเผยที่ทำให้ฉันตกใจจนบาดเจ็บ

และใช่ค่ะ เขายืนใกล้ฉันมากและเราทั้งคู่ก็กำลังสบตากันด้วย แต่ให้ตายเถอะ ฉันไม่ชินกับการอยู่ใกล้ผู้ชายคนไหนในชีวิตแบบนี้มาก่อนเลย นอกจากพี่ชายตัวเองกับพ่อที่เลี้ยงฉันมาตั้งแต่ตีนเท่าฝาหอยฉันก็ไม่เคยยืนใกล้ผู้ชายคนไหนเท่านี้มาก่อนเลยสักครั้ง

และเพราะแบบนี้ หัวใจดวงน้อยๆ ของฉันที่ไม่เคยเต้นแรงกับผู้ชายคนไหนมาก่อน นอกจากตอนที่โดนหมาไล่ตอนเด็กๆ มันก็เลยเต้นโครมครามอย่างบ้าคลั่งเลยทีเดียว

“…” ให้ตายเถอะพระเจ้า หัวใจเต้นแรงขนาดนี้ ฉันจะตายด้วยอาการโรคหัวใจไหมเนี่ย

"ผมถามว่าคุณเจ็บตรงไหนหรือเปล่า หลังกระแทกแรงขนาดนั้น" คนที่ยืนสบตากับฉันเอ่ยถามสีหน้าเครียดเล็กน้อย เพราะฉันมัวแต่เงียบไม่ยอมตอบเขา เขาก็เลยเป็นห่วงมั้ง

"ปะเปล่าค่ะ ฉันไม่เจ็บ"

"ไม่เจ็บจริงๆ ดิ หน้าเบี้ยวย่นเลยนะ” เขาถามพร้อมกับพยายามจะดูด้านหลังของฉัน แต่ฉันยื้อไว้ดันหลังเข้ากำผนังลิฟต์สุดชีวิตเพราะไม่อยากให้เขาใส่ใจเรื่องบาดเจ็บของฉัน

“ฉะฉันไม่เจ็บจริงๆ ค่ะ คุณวางใจเถอะ เรื่องแค่นี้เองหลังฉันสบายมาก แฮร่” ยิ้มเข้าไว้ตาลถึงจะเป็นรอยยิ้มแห้งๆ ฝืดๆ ก็ยิ้มเข้าไว้แก เขาจะได้รู้ว่าเราไม่ใช่พวกอ่อนแอหลังกระแทกนิดเดียวเข่าทรุดจนต้องอ้อนให้เขาช่วย

“คุณแน่ใจนะ”

“ค่ะ ฉันแน่ใจ” ยิ้มอีกตาล กัดฟันยิ้มไปค่ะตัวมึง

“ผมขอโทษละกันที่หันมาแล้วทำให้คุณตกใจ ผมแค่อยากแนะนำตัวให้คุณรู้จัก...ผมชื่อไทเกอร์" พอคนตรงหน้าฉันเขาพูดน้ำเสียงเป็นห่วงจบ เขาก็แนะนำตัวเองกับฉันต่อทันที

ทำเอาฉันนิ่งไปสักพัก สายตาล่อกแล่กไปมาอย่างทำตัวไม่ถูกสุดๆ ที่จู่ๆ เขาก็แนะนำตัวกับฉันแบบนั้น

คือฉันกำลังคิดว่า ผู้ชายแนะนำตัวแบบนี้ เขากำลังจะเข้าหาเราหรือเปล่านะ เขาชอบเราแล้วอยากจีบเราหรือเปล่านะ

แต่สุดท้ายแล้วก่อนที่จะได้คิดมากไปกว่านี้ สุดท้ายฉันก็เลือกที่จะรักษามารยาทด้วยการแนะนำตัวกลับไปบ้างแทน

"อ่อค่ะ...ฉันน้ำตาลค่ะ ยินดีที่ได้รู้จักค่ะ"

"ยินดีที่ได้รู้จักครับ"

ติ๊ง!

สิ้นสุดคำว่ายินดีที่ได้รู้จักจากริมฝีปากน่ามองนั่นของเขาพร้อมกับมือของเราสองคนที่จับทำความรู้จักกัน ประตูลิฟต์ก็เปิดออกชั้นที่สี่สิบหกพอดี ซึ่งเป็นชั้นที่เขาใช้อาศัยอยู่

ร่างสูงที่ยังคงจ้องมองใบหน้าของฉันจึงขยับเท้าก้าวออกไปจากลิฟต์ แต่ก่อนที่ประตูลิฟต์จะปิดตัวลงอีกครั้ง เขาก็หันมายิ้มบางๆ พร้อมดวงตาที่จ้องมองใบหน้าของฉันด้วยความรู้สึกบางอย่าง ก่อนที่ประตูลิฟต์จะค่อยๆ ปิดลงในที่สุด

เฮ้อ~

ให้ตายเถอะ เมื่อกี้มันจังหวะอะไรกันเนี่ย ฉันเหมือนโดนมนต์สะกดตอนที่ประตูลิฟต์ค่อยๆ เคลื่อนตัวปิดจากสายตานิ่งๆ พร้อมรอยยิ้มบางๆ นั่นเลยอะ

และใช่ค่ะ ตอนนี้ใบหน้าหล่อๆ นั่นก็ถูกบันทึกในเมมเมอร์รี่การ์ดสมองของฉันเรียบร้อยแล้ว

และสำหรับคืนนี้ฉันก็ตายแน่ ๆ เพราะฉันจะหลับตานอนได้ยังไง เมื่อหน้าหล่อๆ นั่นติดตาซะขนาดนี้!
Patuloy na basahin ang aklat na ito nang libre
I-scan ang code upang i-download ang App

Pinakabagong kabanata

  • Love Trick กลรักนายวิศวะตัวร้าย   บทที่ 82

    10ปีต่อมา...“ปะป๊าเสือ! หนูไม่ได้บอกปะป๊าให้วาดแบบนี้นะคะ ป๊าวาดอะไรเนี่ย”ลูกสาวคนสวยวัยสองขวบกว่านั่งกอดอกหน้าบูดปากยื่นสายตาขึ้งโกรธอย่างเอาเรื่องเมื่อสาวน้อยให้วาดรูปคิตตี้แต่คนเป็นพ่อที่กำลังคุยโทรศัพท์ไปด้วยดันวาดออกมาแบบที่ไม่ใช่อย่างที่ตัวเองคิดไว้เธอถึงได้มีอาการน่ารักน่าเอ็นดูอย่างตอนนี้

  • Love Trick กลรักนายวิศวะตัวร้าย   บทที่ 81

    ...วันต่อมา..."พี่ไทเกอร์ ตื่นได้แล้วค่ะ วันนี้พี่สัญญากับตาลว่าจะไปขี่จักรยานด้วยกันนะ"ฟึบ!"พี่ไม่ได้ลืมเลยครับ""เฮือก! นี่พี่แต่งตัวพร้อมขนาดนี้เลยเหรอคะ ตื่นมาอาบน้ำตั้งแต่ตอนไหนคะเนี่ย"น้ำตาลที่อาบน้ำแต่งตัวเสร็จ เดินมาปลุกไทเกอร์ที่เตียงให้ลุกขึ้นจากเตียง เพราะวันนี้ทั้งคู่มีนัดกันว่าจะ

  • Love Trick กลรักนายวิศวะตัวร้าย   บทที่ 80

    สามเดือนต่อมา..."ไง" นักรบทักพร้อมกับจับมือกับไทเกอร์ดึงเข้าไปชนไหล่ตามประสาวัยรุ่นทำกัน ยิ้มบางๆ ให้ไทเกอร์ด้วยรอยยิ้มยินดีกับสถานะใหม่อย่างเป็นทางการ อย่างน้องเขยคนโปรดที่เพิ่งเสร็จพิธีหมั้นไปก่อนหน้านี้อย่างที่ทุกคนคาดเดากันไว้ หลังจากเหตุการณ์ชวนทำให้ไทเกอร์เจ็บปวดใจหนึ่งเดือนก่อนได้ผ่านไป และ

  • Love Trick กลรักนายวิศวะตัวร้าย   บทที่ 79

    หมับ!"ตาลเข้าใจแล้ว ไอ้เลวนั่นมันขู่ว่าจะฆ่าตาลพี่เลยกล้ามาบอกเลิกตาลใช่ไหม เพราะพี่ไม่อยากเสียตาลไปจากชีวิตพี่ พี่ก็เลยต้องพูดแบบนั้น" ฉันโผเข้ากอดคอพี่ไทเกอร์แล้วพรั่งพรูสิ่งที่คิดไว้ออกไปพร้อมเสียงสะอื้นที่ไม่สามารถจะสะกดกลั้นได้อีกต่อไปฉันเข้าใจแล้ว เข้าใจแล้วว่าทำไมคนที่รักฉันมากๆ อย่างพี่ไทเ

  • Love Trick กลรักนายวิศวะตัวร้าย   บทที่ 78

    ฉันก้มหน้าลงมองชุดนอนที่พี่ไทเกอร์พูดถึงทันทีที่ได้ยินแบบนั้น พบว่าไอ้ชุดนอนที่อยู่บนตัวฉันตอนนี้มันก็ดูเซ็กซี่เบาๆ อยู่เหมือนกัน พูดให้เข้าใจง่ายๆ ก็คือ มันเป็นชุดนอนที่ถ้าแฟนหนุ่มได้เห็นก็ต้องมีแอบกลืนน้ำลายลงคอ จ้องตาเป็นมันอย่างที่พี่ไทเกอร์กำลังเป็นอยู่ตอนนี้บ้างแหละก็นะ ทรวดทรงองค์เอวของฉันมั

  • Love Trick กลรักนายวิศวะตัวร้าย   บทที่ 77

    เขาจะไปส่งฉันแล้วเขาล่ะ เขาจะไปไหน ก็นั่นมันคอนโดเขาถ้าเขาไม่กลับคอนโดเขาพร้อมกับฉัน แล้วเขาจะไปไหน"เดี๋ยว พี่พูดแบบนี้หมายความว่าไง""เราเลิกกันเถอะ""เลิก? เดี๋ยวนะพี่ล้อเล่นหรือเปล่า พี่กำลังล้อเล่นอยู่ใช่ไหม"เอี๊ยด!ปึก!"พี่ขอโทษ แต่พี่ไม่อยากให้เธอต้องมาเดือดร้อนเพราะพี่ พี่รักเธอนะน้ำตาลแต่

Higit pang Kabanata
Galugarin at basahin ang magagandang nobela
Libreng basahin ang magagandang nobela sa GoodNovel app. I-download ang mga librong gusto mo at basahin kahit saan at anumang oras.
Libreng basahin ang mga aklat sa app
I-scan ang code para mabasa sa App
DMCA.com Protection Status