Short
Wife of a Don, Queen of Myself

Wife of a Don, Queen of Myself

Oleh:  Jazz KnightTamat
Bahasa: English
goodnovel4goodnovel
7Bab
6.8KDibaca
Baca
Tambahkan

Share:  

Lapor
Ringkasan
Katalog
Pindai kode untuk membaca di Aplikasi

On our tenth year anniversary, I'm making out with my husband, Don Raimondo Brocchi, in his office. Just as I'm about to secretly slip the pregnancy report into his hand as a surprise, his secretary, Anna Altamura, walks into the office. We're forced to stop our makeout session. Meanwhile, Anna shoots me a provocative look before she begins chatting with Raimondo in fluent Italese. "Don Brocchi, who do you like more in bed? Me or the Donna?" Raimondo lets out a soft chuckle. The vibrations of his voice makes my back crawl with numbness. "You, of course. After all, you're younger and tighter, amore. Meanwhile, Cassia is already 30 years old." Haughtily, Anna picks up a document before returning to her seat. What they don't know is that my Nonno hails from Sicaria. That means I understand each and every Italese word they just said. After forcing myself to calm down, I locate the invitation mailed from Anworth Institute that comes with a permanent position in my inbox. Then, I key in a short response to the person in charge. I agree to travel to the institution. Before my trip, I will make sure to terminate everything that belongs to me.

Lihat lebih banyak

Bab 1

Chapter 1

Intro 1 เหตุเพราะแอปเปิ้ลลูกเดียว

ทำไมชีวิตของผมถึงไม่เหมือนนิยายเรื่องอื่นกันนะ ผมได้แต่นอนคิดแล้วคิดอีก หรือว่าโลกนี้มันติดบั๊คเข้าให้แล้ว???

“กู้ หร่วนอวี่ ”(阮雨) ชายหนุ่มผิวขาวสูง175 ผิวราวกับน้ำนมเมื่อต้องแสงสีวอร์มไลท์ในห้องนอน คิ้วโก้งสวยรับกับหน้า ที่ตอนนี้ขมวดคิ้วเข้าหากันราวกับว่ามีเรื่องพันล้านอย่างคิด คนอื่นหารู้ไม่ เจ้าตัวขาวนี่เพียงแค่คิดว่าตนกลับมาในจุด ๆ เดิมได้อย่างไร หากจะย้อนกลับมาทำไมไม่ย้อนกลับมาในนิยายเรื่องอื่น หรือไม่ก็ทะลุมิติไปยังชาติก่อนสิ ทำไมต้องย้อนกลับมาเมื่อสองปีที่แล้ว!!

ก๊อก ๆ ๆ

เสียงเคาะประตูไม้ดังขึ้น ทำไมหร่วนอวี่หันหลังกลับไปมองยังเสียงที่มา ถ้าหากย้อนเวลากลับมาล่ะก็ ตอนต่อไปคงเป็นสามีหมาด ๆ มาเคาะประตูสินะ และก็คงเข้ามาอาละวาดก่นด่า

หร่วนอวี่อีกเช่นเคย ใบหน้าสวยเบ้ให้กับสิ่งที่จะเกิดขึ้นในไม่กี่วินาทีข้างหน้า

แกร๊ก เสียงเปิดประตูเข้ามา หร่วนอวี่ทำเป็นไม่สนใจบุคคลที่มาใหม่ หนำซ้ำยังนอนคลุมโปงอีก

แม้ว่าประเทศจะหนาวก็จริง แต่นี่มันช่วงกลางปีที่ร้อนระอุ เธอไม่ร้อนเลยหรือไงนะ กู้ ลู่สิง (陆邢)พูดในใจ

“นี่ใจคอกะจะนอนทั้งวันทั้งคืนเลยหรือไงกัน” ลู่สิงยืนกอดอกพูดกับภรรยาในนามที่แต่งกันมาแล้ว 6เดือน คิ้วเข้มขมวดเข้าหากันอย่างหงุดหงิด นี่ก็เข้าวันที่3แล้วที่ภรรยาของตนแปลกไป เอาแค่เหม่อลอย และไม่ลงไปรับประทานอาหารข้างล่าง เลี่ยงการพบผู้คน และตอนกลางคืนก็ยังนอนผวา

ถ้าถามว่าเขารู้ได้ยังไงน่ะหรอ ก็นอนด้วยกันน่ะสิ แม้จะถูกบังคับให้แต่งงานกันอย่างไรก็ตาม ลู่สิงก็เป็นฝ่ายที่พูดว่าจะนอนด้วยกัน ถึงแม้ว่าตระกูลกู้จะมีที่หลับนอนให้กับคนเกือบร้อยคน แต่นายท่านก็จะให้ภรรยาในนามนอนด้วยกัน ผู้ชายคนนี้แปลกใช่ย่อย

“ยุ่งอะไรด้วย” เสียงหวานใต้ผ้าห่มตะโกนขึ้นมา เห็นไหมเขาบอกแล้วหร่วนอวี่น่ะแปลกไปจริง ๆ ปกติก็เรียบร้อยอ่อนหวาน แต่สามวันมานี้ชักเหิมเกริมเข้าไปใหญ่

ขายาว ลำตัวสูง195เซนติเมตรก้าวไปประชิดขอบเตียงฝั่งที่หร่วนอวี่นอนคลุมโปง ก่อนจะโน้มตัวอุ้มอีกคนขึ้นมาพาดบ่าทั้งที่ยังอยู่ในผ้าห่ม และก้าวออกจากห้องนอนไปยังที่หมาย เสียงทุบตีและเสียงก่นด่าดังเป็นระลอก สาวใช้และเหล่าบอดี้การ์ดต่างหันมาตามเสียง แต่ไม่มีใครกล้าที่จะเอ่ยปากพูดอะไรไป บ้างก็ส่ายหัว บ้างก็พูดกันว่า นายท่านคงจะมีน้ำโหแล้วสินะ

ร่างหนาสวมสูทสีดำสนิทเข้ารูป เนคไทด์ที่ตอนนี้ค่อนข้างเบี้ยว เพราะแรงดิ้นจากคนในผ้าห่ม เสียงก่นด่ายังมีเป็นระลอก

“นี่ไอผัวเฮ็งซวยหยุดเดี๋ยวนี้นะ!! ปล่อยผมลง!!” คนขับรถเห็นเจ้านายเดินเข้าใกล้ก็เปิดประตูต้อนรับ แต่สิ่งที่เขาไม่เข้าใจคือก้อนขาวที่อยู่ในผ้าห่มนั่น…นายจะเอาคุณนายไปด้วยทำไม

ปั๊ก เสียงร่างกระแทกกับเบาะหนังของรถ ตามด้วยเสียงรองเท้าที่ดังขึ้น หร่วนอวี่รีบกระวีกระวาดออกจากผ้าห่ม ผมสีน้ำตาลอ่อนฟูฟ่องจากการเสียดสีของผ้าห่ม นัยน์ตาแดงก่ำหันมามองค้อนสามีที่นั่งไม่รู้ร้อนรู้หนาวข้างกาย

“นายท่านจะจับผมมาทำไม” เสียงหวานสั่นคลอเล็กน้อยเอ่ยถาม

ดวงตาคมหันมามองคนตัวขาวข้างกาย ก้มต่ำมองชุดที่อีกคนสวมใส่ ก่อนจะกำชับให้ผ้าห่มสีขาวปกปิดให้ถึงคอ ก่อนจะเอ่ยสั่งคนขับรถ

“ไปบริษัท”

“ครับนาย” เสียงของคนขับรถตอบกลับนายของตน

หร่วนอวี่มองค้อนสามีของตนก่อนจะขยับไปนั่งชิดริมกระจก ลู่สิงเพียงแค่มองด้วยหางตาก่อนที่จะเปิดไอแพดเพื่อทำงานที่ตนค้างไว้เมื่อคืน

หร่วนอวี่มีอาการละเมอและโวยวายตลอดสามวันที่ผ่านมาแต่เจ้าตัวดันไม่รู้ตัว มีแค่ลู่สิงที่รู้ และอาการเมื่อวานที่หนักกว่าสองคืนแรกที่เป็น หร่วนอวี่เดินละเมอมาที่ห้องทำงานของเขา และมีอาการที่จะหาของมาทำร้ายร่างกายตัวเอง ลู่สิงที่เมื่อคืนนั่งทำงานอยู่ก็ได้แค่พับงานที่ทำเมื่อคืนไว้และอุ้มอีกคนกลับไปยังห้องนอน ที่พาอีกคนมาด้วยก็เพราะว่าหลังจากเสร็จงานจะพาร่างบางไปพบแพทย์

“นี่ ผมยังไม่เปลี่ยนชุดเลย” หร่วนอวี่ยอมแพ้กับสงครามเย็นในห้องโดยสาร และหันไปสะกิดร่างสูงข้างกาย

“นำชุดมาให้คุณนายที่ลานจอด” เสียงเข้มเอ่ยสั่งลูกน้อง

“อยากกินข้าวด้วยอะ” เสียงหวานก้มงุดชิดอกก่อนจะพูดขึ้นเบา ๆ

“โจ๊ก” ลู่สิงพูดขึ้น

“ไม่เอา จะเอาเสี่ยวหลงเปา หมั่นโถ่ว ก๋วยเตี๋ยวหลอด ไม่เอาน้ำสมุนไพร เอาโค้กใส่น้ำแข็ง“ เสียงหวานชะโงกหน้าไปยังเบาะหน้าที่ผู้ช่วย หลิวอี้อยู่ แต่ไม่ทันได้ชะโงกหน้าไปก็มีฝ่ามือใหญ่มาดันหน้าของหร่วนอวี่กลับมาที่เดิม

”หลิวอี้“ เสียงเข้มพูด

”ทราบครับนาย“

ห้ะ อะไรนั่น เพียงแค่เอ่ยชื่อผู้ช่วยหลิวอี้ก็รู้ความต้องการของนายท่านแล้วงั้นหรอ นี่มันเจ๋งชะมัด ในชาติแรกที่เขาอยู่ เขาไม่เคยได้สนใจหรือสังเกตเห็นอะไรพวกนี้มาก่อนเลย แม้ว่าชาติก่อนจะนอนด้วยกัน ใช่ ฟังไม่ผิด พวกเขานอนด้วยกัน ถึงแม้จะไม่ได้รักกันก็เหอะ เขาก็ต้องการเหมือนกันนะ ใครเล่าจะอยากให้สามีของตัวเองไปหากินนอกบ้าน เขาไม่ได้ใจกว้างขนาดนั้นหรอก

ถึงแม้ก่อนตายสามีเขาจะพาเมียน้อยเข้ามาในบ้านก็ตาม…

เสียงปิดประตูรถดังขึ้นทำให้เขาออกจากภวังค์ พอหันมองรอบ ๆ ก็เจอเป็นลานจอดรถของบริษัทสามีของตัวเอง คนขับรถและผู้ช่วยลงไปแล้ว ในรถนี้เหลือแค่ลู่สิงกับเขาเพียงเท่านั้น

พอก้มมองไปยังตักของตัวเองก็พบชุด1ชุดที่คาดว่าลู่สิงสั่งให้ลูกน้องหามาให้ หร่วนอวี่มองตาแข็งไปยังคนข้างกายที่ทำเป็นไม่รู้ไม่ชี้

”เปลี่ยนชุด“ ลู่สิงเอ่ย ก่อนจะก้มหน้าอ่านเอกสารของตนต่อ

”จะบ้าหรอ! นี่มันบนรถนะ ผมก็ต้องการความเป็นส่วนตัว จะให้แต่งตัวให้คุณดูเนี่ยนะ!!“

”อย่าทำเขินหน่อยเลย ผมเห็นของคุณมาหมดแล้ว“ หร่วนอวี่หน้าแดง แต่มันก็จริงอย่างที่เขาว่า

”อย่าชักช้า ผมมีประชุมอีก20นาที“

”รีบก็ไปก่อนสิ“ หร่วนอวี่พูดประชด พร้อมก้มหน้าหาเสื้อมาใส่ ไม่ทันได้สังเกตลู่สิงก็รีบอุ้มอีกคนขึ้นมาบนตัก ก่อนจะจับคางอีกคนให้เงยหน้าขึ้น พร้อมกับจูบไปที่ปากสีเชอร์รี่ของคนด้านบน

เสียงเฉอะแฉะหยาบโลนดังขึ้นทั่วห้องโดยสาร ฝ่ามือหนาเค้นลงมาเรื่อย ๆ จนถึงแก้มก้นอีกคน เสื้อซาตินสีขาวสายเดี่ยวและกางเกงขาสั้นรัดรูปขากว้าง ที่แสนจะเป็นใจให้ลู่สิงลูบและล้วง เสียงครางฮึมแผ่วต่ำจากร่างที่นั่งประกบกัน

ก๊อก ก๊อก เสียงเคาะกระจกรถทำให้ทั้งคู่ได้สติผละออกจากกัน

หร่วนอวี่ถอนหายใจและซบหน้าไปกับลาดไหล่ของอีกคน ดีหน่อยที่เขาพอรู้มาบ้างว่ารอบคันรถเป็นกระจกทึบที่สามารถมองเห็นเพียงด้านเดียว

ไอ้คุณชาย กู้ ลู่สิง!! เผลอแปบเดียวมันดูดคอเขาซะแดงจ๋าเลย หน็อยแหน่ แบบนี้ต้องแก้แค้น!! ไม่ว่าเปล่า ร่างบางเงยหน้าจากลาดไหล่กว้างก่อนที่จะจ้องไปยังริมฝีปากฉ่ำวาวของคนตรงหน้าก่อนจะก้มลงและกัดไปยังปากล่างของอีกคนจนอีกคนร้องโอ้ยและรีบผลักเขาให้นั่ง

“ทำบ้าอะไร” ลู่สิงเอ่ยอย่างมีน้ำโห

“รีบเปลี่ยนชุดซะ” ไม่ว่าเปล่า เขาดันอีกคนให้นั่งกับเบาะก่อนที่จะจัดชุดให้เรียบร้อยก่อนเปิดประตูออกไป

“นายครับ..ปาก..”หลิวอี้พูดตะกุกตะกัก ก่อนที่จะจับที่ริมฝีปากของตนให้นายรับทราบ

“ปากนายเลือดออกครับ” หลิวอี้รีบหาทิชชู่ที่ยังไม่แกะยื่นให้นายของตน นัยน์ตาเข้มดุดันมองทะลุไปยังที่นั่งคนขับที่พึ่งออกมาเมื่อครู่

เสียงขำลั่นห้องโดยสารดังลั่น พร้อมกับพูดลั่นรถ สมน้ำหน้าไอคุณชายเฮ็งซวย ก่อนจะสวมเสื้อผ้าที่อีกคนนำมาให้ และก้มหา

รองเท้าของตัวเอง แต่หาเท่าไหร่ก็ไม่พบ จนคิ้วขมวดเข้าหากัน ประจวบเหมาะกับประตูรถที่เปิดขึ้น และใบหน้าดุดันเช่นเคยส่งมาให้

ร่างบางเม้มปากจนลักยิ้มโผล่ “ไม่มีรองเท้า” ลู่สิงหงุดหงิดก่อนที่จะนำมือล้วงไปยังใต้เบาะที่นั่ง และนำรองเท้าสลิปเปอร์มาวางไว้ให้อีกคน

แล้วรองเท้าอะไรมันจะใหญ่ถึง46!! เขาใส่แค่39ด้วยซ้ำ นี่มันคนหรือยักษ์ หร่วนอวี่พูดในใจก่อนจะสวมรองเท้าและขยับออกจากรถ พร้อมกับเดินตามคุณชายกู้ไปข้างหลัง

ลับหลังคุณชาย เขาก็ได้แต่เหวี่ยงกำปั้นชกลมต่อยอากาศไปมาอย่างบ้าคลั่ง ไม่ว่าเปล่า ขาเรียวยังกระโดดเตะสะบัดไปในความว่างเปล่าราวกับเห็นหน้าอีกฝ่ายลอยอยู่ตรงนั้น 'ฝากไว้ก่อนเถอะ!‘

หลังจากเข้ามาในห้องผู้บริหารแล้ว หร่วนอสี่ก็ต้องตระการตาเพราะว่ามีอาหารมากมายมาเสิร์ฟเขาในมื้อเช้า ร่างโปร่งยิ้มจนเห็นลักยิ้มก่อนที่จะกระโดดทีเดินทีเข้ามานั่งทานอาหารตรงโซฟารับแขก นี่มันสวรรค์ชัด ๆ ! เขาจะหายโกรธนายคนนั้น1วันก็ได้

หลังจากที่ประชุมในวันนี้เสร็จเรียบร้อยแล้ว ก็รีบตรงดิ่งมาที่ห้องทันที ราวกับว่ากลัวคนในห้องนั้นจะหายไปอย่างไรอย่างนั้น

“นี่! เข้ามาไม่ให้ซุ่มให้เสียง” หร่วนอวี่เหวและรีบลุกขึ้นนั่งพิงโซฟา เมื่อกี้ตนนอนคว่ำราบไปกับโซฟานี่นา แถมกางเกงก็ขาสั้นรัดก้นสวย ๆ นี่อีก ดีนะที่ตาคุณชายเข้ามาเห็นคนเดียว ส่วนผู้ช่วยก็หันหลังกลับทันทีที่เปิดประตูออกมา

“นี่ไม่ใช่ที่บ้าน แต่งตัวให้มันดี” ลู่สิงเอ่ย

“แล้วใครเป็นคนเอามาให้ใส่ไม่ทราบ ไม่ได้อยากจะใส่สักนิด แถมยังต้องอยู่ที่นี่ทั้งวัน น่าเบื่อจะตาย” ปากกระจับบ่นงุบ

ลู่สิงไม่ได้เอ่ยอะไร และเดินไปนั่งที่โต๊ะทำงานเยื้องกับโซฟาที่

หร่วนอวี่นั่งอยู่

หร่วนอวี่ไม่ได้สนใจนายท่านลู่สักเท่าไหร่ เขาได้แต่นั่งคิดนอนคิดและค้นหาทางช่องทางอินเตอร์เน็ต เพราะถ้าเขาจำไม่ผิด วันนี้เมื่อชาติที่แล้วเขาและนายท่านลู่มีปากเสียงกันตอนที่อยู่ในห้องนอน แต่ทว่าวันนี้ไม่ได้มีปากเสียงกัน แถมเขายังอุ้มหร่วนอวี่มาทำงานด้วย คงต้องคอยดูแล้วล่ะว่าวันนี้ในตอนเย็นจะเหมือนกับวันนี้เมื่อชาติที่แล้วไหม เอ๊ะ เดี๋ยวนะ

วันนี้เมื่อชาติที่แล้วตอนช่วงเย็น หลังจากที่เขาไปทานข้าวที่บ้านใหญ่จะมีการถกเถียงกันระหว่างเขาและคุณชายกู้ พ่อของลู่สิง แถมในตอนนั้น เมียน้อยของพ่อลู่สิงยังมาตบเขาเพราะเขาเถียงกับคุณชายกู้อีก เพราะเขาทั้งคู่ถูกบังคับให้มีทายาทให้ตระกูลภายในปีนี้ แต่เขาดึงดันไม่ยอม แถมโดนตบกลับมา หนำซ้ำสามีที่อยู่ข้าง ๆ ก็ไม่ช่วยเขาอีกต่างหาก!!!

ปัง!! เสียงประตูถูกเปิดอย่างดัง หลิวอี้วิ่งเข้ามาอย่างตื่นตระหนก

“นายท่านครับ!! แย่แล้ว!“ ทำไมเขาถึงคิดว่ากำลังเกิดเรื่องไม่ดีกันนะ

“สะพานที่ตอนเหนือถล่มครับ!“ !!!

นี่..สะพานจะถล่มวันนี้ได้ยังไง ถ้าเขาจำไม่ผิดสะพานจะถล่มในคืนวันพรุ่งนี้ไม่ใช่หรอ!! นี่มันเกิดอะไรขึ้นเนี่ย -หร่วนอวี่คิด

“ไปสะพานตอนเหนือ” เสียงนิ่งเอ่ยสั่งลูกน้องให้เตรียมรถและกำลังคนเพื่อไปเขตเหนือ “มานี่” นายท่านเดินดิ่งมาทางร่างโปร่งและจูงมือให้อีกคนไปกับเขาด้วย

หากจะอธิบายคร่าว ๆ ก็คือคุณชายตระกูลกู้เป็นทั้งเจ้าของบริษัทยักษ์ใหญ่ในเมือง และก็เป็นบุตรชายของผู้นำในเขตเหนือ ตอนนี้เขารักษาการแทนพ่อของตน ซึ่งอีกไม่นานก็จะมีการขึ้นเป็นผู้นำเขตเหนือในอีกสองปีข้างหน้า…ซึ่งก็คือหลังจากที่เขาตายนั่นแหละ

หน็อยแหน่ คอยดูเถอะเขาจะไม่กินแอปเปิ้ลอีกต่อไป ทีนี้เขาก็จะไม่ตายแล้ว หร่วนอวี่ยกยิ้มคนเดียว

คุณชายลู่สิงได้แต่มองคนข้างกายที่จู่ ๆ ก็ยิ้มขึ้นมาเอง ในสถานการณ์ที่ความเป็นความตายของใครหลายคนกำลังทวีเพิ่มขึ้น เพราะมีการระเบิดครั้งที่สอง ลู่สิงได้แต่ส่ายหน้า รวมถึงหลิวอี้เช่นกัน คุณนายของเธอเปลี่ยนไปจริง ๆ สินะ…

รถของคุณชายลู่สิงดิ่งตรงไปยังถนนสานหลักเพื่อเข้าไปยังเขตเหนือ เดิมทีจะส่งภรรยาให้กลับไปรอยังบ้าน แต่ด้วยสถานการณ์ที่มีความเสี่ยงจะระเบิดทุกรอบ เขาเลยต้องจำยอมนำภรรยามาด้วย แต่คงให้อยู่แต่ภายในรถ เพราะข้างนอกมีคนมากมายที่ล้มเจ็บกัน

ยิ่งใกล้ถนนสะพานตอนเหนือเท่าไหร่ ยิ่งพบเจอความวุ่นวาย เสียงรถพยาบาลและเสียงไซเรนดังต่อเนื่อง รถหลายสิบคันวิ่งเข้าออกรับคนเจ็บ ส่วนคนที่ไม่มีชีวิตรอดก็ได้มีการคลุมผ้าขาวไว้

ผ่านไปหนึ่งชั่วโมงแล้วที่คุณชายกู้ลู่สิงออกไปกับคนขับรถและผู้ช่วย หร่วนอวี่อยู่ในรถเพียงคนเดียว นั่งมองกระจกอย่างเหม่อลอย เหตุการณ์ครั้งนี้สะเทือนใจของหร่วนอวี่เป็นอย่างมาก จนร่างกายขับน้ำตาออกมาโดยที่เจ้าตัวไม่รู้ตัว ตอนนี้เป็นเวลาหกโมงเย็นที่ท้องฟ้าเริ่มมืด หร่วนอวี่เห็นบางอย่างขยับไป-มาที่พุ่มไม้ห่างจากรถเขาประมาณหนึ่ง และที่ตรงนั้นไม่มีรถจอดอยู่และไม่มีใครสนใจพื้นที่ตรงนั้น

ขาเด็กขยับ… หร่วนอวี่รีบกุลีกุจอลงจากรถและวิ่งไปยังพุ่มไม้ตรงนั้น และใช่ เขาเจอกับเด็กผู้ชายคนหนึ่งอายุราว8-9ปี นอนร้องขอความช่วยเหลือแต่กลับไม่มีใครได้ยิน เพราะที่ตรงนี้เป็นพื้นที่รกร้าง และได้รับการกระทบกระเทือนเล็กน้อย ต่างจากต้นสะพานที่มีผู้บาดเจ็บหลายคน

”หนูน้อย พี่มาช่วยแล้ว“ หร่วนอวี่พูดพร้อมค่อย ๆ พยุงเจ้าตัวเล็กขึ้น แต่เพราะว่าที่ตรงนั้นเป็นพื้นที่ลาดชันทำให้หร่วนอวี่ไม่ทันตั้งตัวล้มและถลาลงไปยังคูน้ำที่จะไหลลงแม่น้ำใหญ่ ทว่า… กลับเจอร่างของผู้ชายและผู้หญิงติดอยู่ตรงตอม่อใกล้เคียง ตากลมโตตกใจกับสิ่งที่พบตรงหน้า

“พี่ชาย ช่วยผมด้วย” เด็กหนุ่มเรียกสติร่างบาง

”ดูคนยังไงให้หายไปแบบนี้!!“ เสียงตวาดลั่นพื้นที่ลานโล่ง ผู้ช่วยและบอดี้การ์ดกุมหน้างุด เหตุเพราะเมื่อไม่กี่นาทีก่อนคุณชายกู้ได้มีคำสั่งว่าจะถอนกำลังกลับบางส่วนที่มาช่วยงาน และเรียกกำลังเสริมอีกส่วนมาแทน แต่พอใกล้ถึงรถกลับมีรายงานจากลูกน้องว่าคุณนายได้หายตัวจากรถไป

”ออกตามหาซะ“ เขาได้สั่งลูกน้อง

หร่วนอวี่พยายามอยู่นานจะไต่ขึ้นไปยังทางเดิมแต่ทางชันเกินไปและร่างกายเขาได้รับบาดเจ็บจากคอนกรีตนี่ และมีหัวแตกเพราะไปชนกับก้อนหิน ในที่สุดเขาก็จะปีนไปถึงที่หมายแล้ว หลังจากพยายามปีนขึ้นและดันเด็กผู้ชายคนนั้นให้รอดพ้นจากการที่จะถูกกลิ้งลงกับทางลาดนั่นอีก

”คุณนาย!!!“ เสียงบอดี้การ์ดคนหนึ่งตะโกนลั่นหลังจากที่เห็นเด็กชายขยับตัวและเห็นหัวกลม ๆ สีน้ำตาลอ่อนของคุณนาย

บอดี้การ์ดคนนั้นที่เขาไม่คุ้นหน้า รีบกุลีกุจอรับร่างเบาหวิวของคุณนายขึ้นมานั่งได้อย่างปลอดภัย

เสียงฝีเท้าดังระงมมาทางนี้จนทำให้หร่วนอวี่เงยหน้าขึ้นมอง กู้ลู่สิง… ทำไมเขาถึงทำหน้าตาใจแบบนั้นไปล่ะ แววตาของเขาที่อ่อนลง ต่างกับชาติที่แล้วลี้ลับ…

หร่วนอวี่ละสายตาก่อนจะพูดกับเหล่าบอดี้การ์ด “นี่มีเด็กบาดเจ็บอยู่นะ เรียกรถพยาบาลมา!!” เสียงเล็กเหวใส่คนรอบข้างที่กรูมาที่เขา หารู้ไม่ แค่คุณนายมีรอยขีดข่วนนิดเดียว เงาบนหัวพวกเขาก็เสี่ยงจะหายไปเมื่อนั้น…

เด็กผู้ชายคนนั้นถูกตัวนำเข้ารถโรงพยาบาลเพื่อที่จะรักษาต่อ และก่อนที่เขาจะออกมาก็ได้สั่งว่ามีร่างชายและหญิงติดอยู่ตรงจอท่อใกล้เคียง คาดว่าจะเป็นพ่อแม่ของเด็กคนนั้น… ไม่ได้กล่าวอะไรมากมาย ร่างโปร่งก็ถูกอุ้มขึ้นในท่าเจ้าสาว โดยสามีหน้าตายคนดีคนเดิม

หร่วนอวี่ถูกนำตัวมาโรงพยาบาลโดยรถของนายท่านกู้ ซึ่งก็ถูกทำแผลและตรวจร่างกายตามระเบียบ

หลังจากตรวจร่างกายว่าไม่มีอะไรผิดปกติก็ได้มาทำแผลยังห้องพักฟื้น ซึ่งอุปสรรคของการทำแผลก็คือหร่วนอวี่ที่นั่งด่าสามีของตนอยู่ตรงนี้ คาดว่าที่นั่งด่าก็เพราะสามีของตนจะให้หมอมาทำแผลที่หัวและขาให้ตน

การทำแผลมันเจ็บนะ!!!

ลู่สิงก็พึ่งรู้ในวันนี้ว่าภรรยาของตนกลัวเข็มและกลัวการทำแผลขนาดนี้ แหงล่ะ ชาติที่แล้วหร่วนอวี่ไม่เคบได้รับบาดเจ็บสักหน่อย แต่นี่อะไร!! โผล่กลับมาสามวันแรกก็ได้แผลแล้ว!!!

”ให้หมอทำแผล“ ลู่สิงพูดขึ้น พร้อมกับจับแขนให้อีกคนได้นั่ง หร่วนอวี่ขัดขืน แต่เพราะพละกำลังคุณชายมีมากกว่า ทำให้หร่วนอวี่สู้ไม่ได้ ลู่สิงพยักหน้าให้หมอทำแผลที่ขาให้

หร่วนอวี่หลับตาปี๋ และกอดเอวคุณชายกู้ไว้แน่นจนหมอแอบยิ้มใต้หน้ากาก พอหมอเริ่มเช็ดบริเวณรอบแผล หร่วนอวี่ก็ได้คว้าต้นแขนของสามีมากัด จนลู่สิงเบ้หน้าเพราะอีกคนกัดซะจนเต็มแรง มือหนากำลังจะลักหัวร่างบางออกก็ชะงักไว้กลางอากาศ เมื่อแขนของเขาสัมผัสได้ถึงน้ำตาที่ร่างลงมา

นี่หร่วนอวี่ร้องไห้งั้นหรือ…..

หลังจากหมอทำแผลที่ขาและเย็บแผลที่หัวให้หร่วนอวี่เรียบร้อย หมอก็ได้ทำการให้น้ำเกลือเพราะหร่วนอวี่มีอาการคล้ายจะไข้ขึ้นสูง จนหมอออกไปแล้วหนาวนอวี่ก็กอดลู่สิงไว้จนแน่น เสื้อเชิ้ตสีขาวเปียกชุ่มไปด้วยน้ำตาและน้ำลายส่วนหนึ่ง ลู่สิงไม่เอ่ยอะไรเพียงแค่ลูบหัวอีกคนไว้อย่างนั้น จนร่างบางหายใจสม่ำเสมอใส่ท้องเขานั่นแหละ ถึงได้วางร่างบางลงกับหมอน วันนี้คงเหนื่อยมามากสินะ… ลู่สิงลูบหัวร่างโปร่ง ก่อนที่จะกำชับเสื้อตัวเองและหยิบเสื้อสูทที่พาดไว้มาคล้องแขน

“ไปสะพานตอนเหนือ” ลู่สิงสั่งลูกน้องเมื่อขึ้นมายังรถ และสั่งกำชับหมอให้เข้าไปตรวจดูอาการของหร่วนอวี่ทุกชั่วโมง และจัดเวรยามเฝ้าห้องคุณนายอย่างหนาแน่น

ลู่สิงได้ทำการเข้าช่วยเหลือผู้บาดเจ็บที่หลงเหลืออยู่ และจัดทีมลาดตระเวนดูทุกซอกทุกมุม กันเกิดเหตุแบบเมื่อตอนเย็นอีก เหล่านักข่าวเริ่มทยอยเข้ามาที่เกิดเหตุบางส่วนเพราะได้ถูกจัดการไปบ้างแล้ว ลู่สิงที่เข้าไปช่วยผู้บาดเจ็บและตรวจสะพานด้วยตัวเองเสร็จก็กลับเข้าไปคุยรายละเอียดกับผู้ที่มีส่วนเกี่ยวข้อง พบว่ามีการจัดตั้งระเบิดแบบจำเวลา นี่เป็นการจงใจให้เกิดเหตุกลางเมืองงั้นหรือ…

“คุณชายคะ นี่เป็นการจงใจก่อการร้ายกลางเขตเหนือหรือไม่คะ” นักข่าวท่านหนึ่งเอ่ยถามลู่สิง บอดี้การ์ดพยายามรั้งไม่ให้นักข่าวมาก่อกวน แต่ลู่สิงยกมือปรามคนของตน และเดินเข้าไปให้การสัมภาษณ์

“คุณชายครับ มีการเกิดเหตุแบบนี้ทางผู้นำจะเข้าให้การช่วยเหลือผู้บาดเจ็บและผู้เสียชีวิตไหมครับ” ชายคนหนึ่งถาม

“ครับ ทางเราจะให้ความช่วยเหลือเป็นอย่างดีสำหรับผู้เสียชีวิตและผู้บาดเจ็บ จะเยียวยาให้ถึงที่สุดครับ”

”คุณชายคะ แล้วเรื่อง…“ ลู่สิงให้การสัมภาษณ์เกือบทุกคำถาม ที่ประชาชนและสำนักข่าวถามมา

”คุณชายจะกลับไปบ้านเลยหรือไม่ครับ“ หลิวอี้ถาม

”อืม..“

”…“

”กลับไปเอาเสื้อผ้าและนำรถไปยังโรงพยาบาล“

”ครับผม“

หลิวอี้ตอบรับและขับรถมุ่งหน้าไปยังเรือนหอตระกูลกู้ คุณชายคงจะเริ่มรักคุณนายแล้วสินะ ถึงได้ทำขนาดนี้ แม้จะทำงานประชุมตั้งแต่เช้าจนถึงคล้อยบ่าย แถมยังเกิดเหตุนี้ตั้งแต่บ่ายถึงค่ำ พอส่งคุณนายเสร็จมาทำงานต่อจนถึงตีสอง แม้จะตีสามแล้วก็ยังจะกลับมาอาบน้ำเพื่อที่จะไปเฝ้าคุณนายที่โรงพยาบาลอีก ทรงงานหนักเสียจริง ๆ หลิวอี้คนนี้ คาระวะนายท่านแล้วครับ

เวลาตีสามกว่า ๆ ที่ลู่สิงเดินทางมาถึงโรงพยาบาล สั่งลูกน้องให้ไปผลัดเวรและบอกพยาบาลว่าไม่ต้องเข้ามาตรวจแล้ว ให้เข้ามาอีกทีตอนเช้าเลย ลู่สิงวางเสื้อคลุมพาดไว้กับเก้าอี้ข้างเตียง และถือวิสาสะวางหลังมือทาบกับหน้าผากของร่างบางที่นอนบนเตียง แพขนตายาว ที่รับกับจมูก ปากกระจับอิ่มเล็ก ๆ ที่ไม่ขยับนั่น แอบน่ารักเล็กน้อย ยังดีที่ตัวไม่ร้อนมากเท่าไหร่ ลู่สิงละมือออกจากหน้าผาก แต่ไม่ทันจะได้ชักออกเท่าไหร่ ก็ถูกมือเล็กคว้าเข้าไปกอดและแนบกับแก้มของตน

ลู่สิงยกยิ้มมุมปากเล็กน้อย ก่อนที่จะขยับเก้าอี้เพื่อนั่งเฝ้าตัวเล็กข้างเตียงเขาเสยผมที่ไม่ถูกเซ็ทขึ้นเล็กน้อย ก่อนจะนั่งมองร่างบางไปทั้งแบบนี้ หลายคนคงจะงงกันไม่น้อย แต่เขาชินแล้วล่ะ ไม่ว่าจะมือหรือแขน หร่วนอวี่จะต้องไปจับได้กอดทุกคืน เป็นเวลาตั้งแต่เข้าห้องหอคืนแรก แม้เช้ามาเจ้าตัวจะไม่รู้ว่าตัวเองทำอะไรลงไปก็ตาม

“คนไข้คะ…คนไข้คะ” เสียงหวานพยาบาลเรียกให้หร่วนอวี่ตื่นจากฝันหวาน หร่วนอวี่ปรือตามองพยาบาลก่อนจะลุกขึ้นนั่งพิงกับเตียงที่ถูกพยาบาลปรับเมื่อครู่ ”ได้เวลาทานยาแล้วค่ะ“ หร่วนอวี่ตาโต ถ้าเขากินยามันจะติดคอเขาเหมือนกับแอปเปิ้ลชิ้นนั้นไหมนะ หร่วนอวี่มีปฏิกิริยากลืนไม่เข้าคายไม่ออก ทำท่าทีจะปฏิเสธพยาบาล จนกระทั่ง..

”หร่วนอวี่ กินยา“ เสียงทุ้มของลู่สิงมาจากทางห้องน้ำ ทำให้พยาบาลและหร่วนอวี่หันมองไปตามเสียง เสื้อเชิ้ตสีขาวที่รัดแน่นจนกระดุมแทบปรินั่น จะใส่มาทำไม!!! ลู่สิงพยักหน้าให้พยาบาลออกไป บอกกราย ๆ ว่าตนจะจัดการกับคนที่ดื้อยาเอง ลู่สิงเดินมาทางเตียงพร้อมกับเอื้อมไปหยิบยามาเพื่อจะป้อนอีกคน แต่

หร่วนอวี่ก็มีท่าทีจะหันหน้าหนีและนอนลงเลี่ยงสายตาดุ ๆ จากนายท่านกู้คนนั้น

”ไม่กิน”หร่วนอวี่พูดพร้อมกับจะคลุมผ้าห่มหนี ให้ตายเถอะ ปกติเธอไม่น่าใช่คนดื้อยาแบบนี้นะ ไม่ได้ขี้กลัวและหวาดกลัวอะไรขนาดนี้ด้วย

ลู่สิงถอนหายใจวางยาลงกับโต๊ะข้างเตียงผู้ป่วยและดึงผ้าห่มออกพร้อมกับหยัดกายให้ร่างโปร่งนั่งซ้อนตน ด้วยขนาดที่แตกต่างกันเลยทำให้หร่วนอวี่ พิงอกลู่สิงไปโดยปริยาย มืออีกข้างกอดเอวและแขนอีกคนไว้แน่น ส่วนมืออีกข้างเอื้อมไปหยิบยาเข้าปากตนประกบริมฝีปากที่เย็นเฉียบของคนป่วย ลู่สิงประคองร่างนั้นไว้แน่นขณะที่ใช้เรียวลิ้นดันเม็ดยาเข้าสู่โพรงปากของเขา ก่อนที่จะผละริมฝีปากออกมาอย่างอ้อยอิ่งและเอื้อมไปหยิบน้ำมาป้อนร่างบางอีกหน

“แหวะ ขมติดลิ้นเลยอะ” หร่วนอวี่งอแง พร้อมกับเบะปาก ลู่สิงมองอยู่ก่อนแล้วก้มลงจนลมหายใจอุ่นร้อนของเขาเป่ารดอยู่เหนือริมฝีปาก ก่อนที่สัมผัสนุ่มนวลจะแตะลงมาอย่างเชื่องช้า ความรู้สึกที่ได้รับราวกับสายลมบางเบาในฤดูร้อน มันไม่ใช่การจูบแบบเร่งรีบ แต่เป็นการสื่อความหมายลึกซึ้งว่าเขาหวงแหนเธอมากแค่ไหน ปลายจังหวะที่ผละออกไปอย่างอ้อยอิ่ง ทิ้งไว้เพียงความอบอุ่นและใบหน้าขึ้นสีแดงระเรื่อของหร่วนอวี่

Tampilkan Lebih Banyak
Bab Selanjutnya
Unduh

Bab terbaru

Bab Lainnya

To Readers

Welcome to GoodNovel world of fiction. If you like this novel, or you are an idealist hoping to explore a perfect world, and also want to become an original novel author online to increase income, you can join our family to read or create various types of books, such as romance novel, epic reading, werewolf novel, fantasy novel, history novel and so on. If you are a reader, high quality novels can be selected here. If you are an author, you can obtain more inspiration from others to create more brilliant works, what's more, your works on our platform will catch more attention and win more admiration from readers.

Tidak ada komentar
7 Bab
Jelajahi dan baca novel bagus secara gratis
Akses gratis ke berbagai novel bagus di aplikasi GoodNovel. Unduh buku yang kamu suka dan baca di mana saja & kapan saja.
Baca buku gratis di Aplikasi
Pindai kode untuk membaca di Aplikasi
DMCA.com Protection Status