Share

ตอนที่ 2 ทับทิม

Author: Melyssa
last update publish date: 2026-08-01 01:43:49

ต้นไม้ลำต้นเพรียว แต่ใบใหญ่ราวกระด้งเรียงเป็นแถวสุดลูกหูลูกตา ล้วนเป็นต้นสักทอง ที่ปลูกในเชิงพาณิชย์ของไร่สลุงคำ ธุรกิจที่สืบทอดกันมามากกว่าร้อยปี และที่นี่ยังมีปางช้าง แม้จะดำเนินการในเชิงธุรกิจ แต่ก็เป็นการทำธุรกิจที่เป็นมิตรต่อสัตว์แล้วสิ่งแวดล้อม 

ทับทิม ปราณีตา เพื่อนร่วมชั้นของปลีกับปลังตั้งแต่อนุบาล เป็นแขกประจำของไร่จันทรัช และจากเพื่อนก็ข้ามเส้นมาเป็นแฟนของปลี

สัตวแพทย์หญิงปราณีตา สัตว์แพทย์ป้ายแดง ก่อนหน้านี้เธอยังสามารถคว้าปริญญาตรีหลักสูตรวิทยาศาสตรบัณฑิต (เกษตรศาสตร์) สาขาวิชาเอกปฐพีศาสตร์และอนุรักษ์ศาสตร์มาครองได้ด้วย และเธอคือทายาทคนปัจจุบันของไร่สลุงคำ จากธุรกิจที่ไม่มีลูกหลานคนใดสนใจ ทั้งที่ตากับยายมีลูกถึงหกคน ต่างแยกย้ายไปทำธุรกิจในตัวเมือง หรือรับราชการ ตาทองคำกับยายสลุงเงินจึงดูแลที่นี่กันมาลำพัง

ความขุ่นเคืองที่ไม่มีลูกหลานคนไหนสนใจสานต่อธุรกิจเพราะความเหนื่อยยากในการทำไร่สักทอง ตาทองคำกับยายสลุงเงินจึงประกาศตัดขาดลูกๆ แม้ในช่วงแรกทุกคนจะแวะเวียนมาหา แต่ก็ถูกไล่ตะเพิดทุกครั้ง จนในที่สุดก็ทำใจและห่างหายกันไป จะมีก็แต่แม่ของเธอ ซึ่งเป็นลูกสาวเพียงคนเดียวของพวกท่าน ที่ยังพาเธอมาเยี่ยมเยียนท่านทั้งสอง แต่เพราะความดุทำให้เธอไม่กล้าเข้าใกล้ และจะร้องไห้งอแงทุกครั้งที่แม่จะพาไปหาตากับยาย จนกระทั่งตอนเรียนอยู่ grade 10

ทับทิมคลุกคลี่กับไร่จันทรัช จึงทำให้ชอบงานไร่ และปศุสัตว์ เธอจึงกล้าที่จะเดินเข้าไปหาพวกท่าน แม้จะถูกดุว่า สบประมาท แต่เธอก็ถือคติ ตื้อเท่านั้นที่ครองโลก

ตาทองคำกับยายสลุงเงินยื่นความท้าทายมาให้ เริ่มจากสอบเข้าคณะสัตวแพทย์ศาสตร์ เพื่อต่อไปจะได้มาดูแลรักษาสุขภาพช้างในปางที่มีกว่าสี่สิบเชือก ระหว่างเรียนในวันหยุดก็ต้องมาทำงานที่ปางช้าง ตั้งแต่อาบน้ำช้าง ไปจนถึงตักขี้ช้าง แม้จะต้องไปเรียนที่เชียงใหม่ แต่เธอก็ไม่เคยปริปากบ่น

ความใกล้ชิด ความช่างพูด และความพยายามของทับทิม ทำให้ตาทองคำกับยายสลุงเงินใจอ่อน ยอมรับในตัวหลานสาว และนั่นทำให้ทับทิมล้มเลิกการไปเรียนต่ออเมริกา ต้องอยู่ห่างกับปลี

“วันนี้ปลีกับปลังกลับมาแล้วไม่ใช่รึทับทิม ทำไมยังมาอาบน้ำให้เจ้าศรีมอยอยู่อีก” ยายสลุงเงินเดินเข้ามาหาหลานสาวที่กำลังอาบน้ำให้ลูกช้างเพศเมีย สมาชิกใหม่ของปางช้าง

“กว่าจะมาถึงไร่จันทรัชก็น่าจะบ่ายๆ ค่ะ ยังมีเวลา” ทิบทิมตอบคนเป็นยาย มือก็จับแปรงขัดถูตัวลูกช้าง ดูมันจะชอบเป็นอย่างมาก

“ป่านนี้คงเป็นหนุ่มสูงใหญ่”

“สูงมากค่ะ ทิมจำได้ว่าตอน grade เจ็ด ตัวยังเท่าๆ กันอยู่เลย แต่ตอนนี้ทิมสูงแค่หัวไหล่ปลีเองค่ะ แล้วทิมจะชวนมาหาคุณยายกับคุณตานะคะ” ถึงจะไม่ได้เจอกัน หรือแม้แต่พูดคุย เพราะต่างฝ่ายต่างคร่ำเคร่งกับการเรียน แต่ก็ยังติดต่อกันผ่านสื่อโซเชียลเรื่อยๆ  

“ยายว่าทับทิมไปเตรียมตัวได้แล้ว กว่าจะขับรถไปถึงไร่จันทรัชอีก”

“ค่ะคุณยาย ไปแล้วนะศรีมอย” ทับทิมตอบรับคนเป็นยาย ก่อนจะวางมือจากเจ้าลูกช้าง

ท่าอากาศยานนานาชาติจอห์น เอฟ. เคนเนดี

“กลัวเหรอครับ” ปลีสัมผัสได้ถึงความเย็นเฉียบจากมือของลูกสาว

“หนูไม่กลัว หนูตื่งเต้ง” ทิวาไม่ได้กลัวเพราะมีปะป๊ากับอาปลังอยู่ด้วยตลอดเวลา แต่นี่เป็นการนั่งเครื่องบินครั้งแรกของตน จึงทำให้ตื่นเต้นมาก

“ตอนปะป๊านั่งเครื่องบินครั้งแรกก็ตื่นเต้นเหมือนทิวาครับ”

“หนูเหมืองปะป๊า” ทิวาภูมิใจที่ตัวเองมีอะไรๆ เหมือนผู้เป็นพ่อ

“อานั่งเครื่องบินครั้งแรกก็ตื่นเต้นนะครับ” ปลังก็ช่วยให้หลานสาวผ่อนคลาย

“หนูเหมืองอาปลัง”

“ไปถึงไร่จันทรัช ทิวาจะได้เจอทวดเดล ทวดเอวา ปู่ศิรา ย่าจอม แล้วนะครับ”

“หนูตื่งเต้งอีกแย้ว” แค่รู้ว่าอีกยี่สิบกว่าชั่วโมงข้างหน้าจะได้เจอทวดเดล ทวดเอวา ปู่ศิรา และย่าจอม ความตื่นเต้นก็ก่อเกิดขึ้นมาอีก

“ทุกคนต้องรักทิวาครับ”

“ทวดเดลจะยักหนู ทวดเอวาจะยักหนู ปู่ฉิยาจะยักหนู ย่าจอมจะยักหนู”

“ทุกคนที่ไร่จันทรัชจะรักทิวาด้วย”

“ทุกคงยักหนู หนูยักทุกคงคงเดียว” สองมือเล็กยกขึ้นมาวางประสานที่อกของตัวเอง ทุกคนจะรักตน ตนจะเก็บรักของทุกคนไว้คนเดียว

“ลูกสาวใครนะขี้งกจริงๆ” ปลีบีบจมูกโด่งเล็กอย่างมันเขี้ยว

เมื่อถึงท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ ปลีกับปลังก็ได้รับอำนวยความสะดวกจาก เมฆ ม่านเมฆ เจ้าของสายการบิน คลาวด์ แอร์ไลน์ (Cloud Airlines) บริษัทยักษ์ใหญ่แห่งหนึ่งในธุรกิจการบิน ซึ่งเป็นลูกพี่ลูกน้อง เดินทางด้วยเครื่องบินเจ็ทส่วนตัวสู่ ไร่จันทรัช จังหวัดเชียงราย ซึ่งปัจจุบันมีสนามบินและลานจอดเครื่องบินเป็นของตัวเอง  

ทุกคนต่างแปลกใจที่ปลีกับปลังกลับมาพร้อมเด็กผู้หญิงหน้าตาน่ารักน่าชัง

“ทิวา แนะนำตัวกับทุกคนสิครับ” ปลีให้ลูกสาวแนะนำตัวเองกับทุกคน

“ฉะหวัดดีค่ะ หนูน้องทิวา ดุจทิวา ยูกฉาวของปะป๊าปลีค่ะ” ทิวาทักทายทุกคนตามที่ได้ซักซ้อมมาจนจำได้แม่น พร้อมกับแนะนำตัวเองในฐานะลูกสาวของปะป๊าปลี

“ลูกสาวปลี!!” เสียงตกใจของพ่อ แม่ และพี่ๆ ที่ไม่เคยรู้เรื่องนี้มาก่อน

“ลูกสาวปลี?” ทับทิมที่เพิ่งมาถึงได้ยินชัดเต็มสองหู

“ทับทิม” ปลีกลับหลังหันไปมองหญิงสาวที่คิดถึงพร้อมรอยยิ้มกว้าง

“ปะป๊า” ทิวาเข้ามากอดขาคนเป็นพ่อ

“ทิวามาหาอาก่อนครับ” ปลังประเมินสถานการณ์ เห็นท่าจะไม่ดีจึงเข้าไปอุ้มหลานออกมา

“ปะป๊างั้นเหรอ” สีหน้าและแววตาของทับทิมเต็มไปด้วยคำถาม

“ทับทิม” ปลีเดินเข้าไปหาทับทิมด้วยความดีใจ แต่ดูเหมือนว่าความกรุ่นโกรธกำลังปะทุออกมาจากตัวเธอ

“ไอ้คนหลอกลวง ไอ้คนผิดสัญญา”

“ทับทิมฟังปลีก่อน” ปลียื่นมือไปข้างหน้าหมายยับยั้งอีกฝ่าย

“ยังจะให้ฟังอะไรอีก ย๊าก~~” ทับทิมวิ่งเข้ามาด้วยความเร็วสูงสุด

“ทับทิม...”

พลั่ก!!

ปลีหงายหลังเพราะฝ่าเท้าอันทรงพลังข้างขวาของทับทิมที่ประทับกลางอกอย่างไม่พลาดเป้า สมกับที่เรียนเทควันโดมาตั้งแต่เด็ก

“ปะป๊า!! หนูหาปะป๊า” ทิวาเห็นคนเป็นพ่อถูกทำร้ายก็ดิ้นออกจากอ้อมแขนของอาปลัง

เสียงร้องเรียกจากเด็กหญิงตอกย้ำสิ่งที่ได้ยิน ความเสียใจ ความผิดหวัง ถาโถมหัวใจของทับทิมอย่างร้ายกาจ   

Continue to read this book for free
Scan code to download App

Latest chapter

  • คนโปรดของพบตะวัน   SPECIAL 45

    ในช่วงวันหยุด ปลีมารับขุนที่วัด ไปเที่ยวเล่นกับเรียนพิเศษที่ไร่จันทรัช และยังหวังว่าสักวันขุนจะเปลี่ยนใจมาอยู่ด้วยกัน“ปี้ขุง ปี้ขุงขุง ปี้ขุง ขุง ขุง ขุง” เสียงร้องเรียกพี่ขุนจากวารี ทำให้ขุนเร่งรีบออกมาจากกุฏิท่านเจ้าอาวาส หลังจากทำความสะอาดเสร็จ“เรียกเยอะตลอดเลย” ขุนสะพายย่ามพระที่มีสมุดกับดินสอ ใส่รองเท้าแตะ แล้ววิ่งมายังรถ SUV คันหรู“พี่มารับขุนไปเที่ยวไร่จันทรัช” ทิวายิ้มกว้างให้ขุนเสมอ“กอดพี่ทิวาได้ไหมครับ” ขุนก็ไม่รู้ว่าทำไมทุกครั้งที่เห็นหน้าพี่ทิวาถึงอยากกอด และรู้สึกอบอุ่นหัวใจเสมอ“ได้สิ” ทิวากางแขนรอรับกอดจากขุนทุกครั้งที่เจอกัน รู้สึกผูกพันราวกับเป็นคนในครอบครัว“หนูโป้งปี้ขุง” วารีกอดอก ใบหน้าแสนงอนฉายชัด ก่อนจะสะบัดหน้าพรืดหันหลังให้พี่ขุน“วารีมาโป้งพี่ทำไม” ขุนไม่รู้ว่าทำอะไรให้น้องวารีขุ่นเคือง“ไม่ยู้ไม่ชี้” วารีแสดงอาการแสนงอน สะบัดหน้าพรืดไปอีกทาง “ไม่บอกแล้วพี่จะรู้ไหม”“ไม่ยู้ไม่ชี้” ความขุ่นเคืองไม่จางหาย ทิวามองบนเอือมระอาน้องสาว“อะไรของวารี เป็นอะไร”“ไม่ยู้ไม่ชะ...”น้องสาวสะบัดสะบิ้งไม่เลิก ทิวาจึงตีเพียะที่ต้นแขน“แง~ ปี้วาตีหนู”“พี่ตีเบาๆ”“ตีนี้เ

  • คนโปรดของพบตะวัน   SPECIAL 44

    “ยอด้วยๆ” เจ้าเทพสามฤดูลงมาจากเรือนก็เห็นพี่ทิวเขากับเพื่อนขี่จักรยานไปคนละคัน ต่างตะโกนบอกให้รอด้วย ได้ยินเสียงน้องทั้งคู่จึงหยุดรอวายุกับเวหารีบคว้ารถจักรยานของตัวเอง แต่จะต่างจากของพี่ที่เพิ่มล้อพยุงมาอีกสองล้อ ส่วนวารีกลับคว้าเจ้าวิฬาร์แล้วอุ้มวิ่งไปหาพี่นับหนึ่ง“นับหนึ่งอุ้มหนู” วารีกอดเจ้าวิฬาร์ บอกพี่นับหนึ่งเสียงอ้อนให้อุ้มขึ้นนั่งจักรยาน“วารีมากับพี่” ทิวเขาวางมือบนที่นั่งด้านหลัง ให้น้องสาวไปด้วยกัน“ปี้ทิวเอาวิยาไป” วารีให้เจ้าวิฬาร์กับพี่ชาย แล้วกลับไปหาพี่นับหนึ่ง ทิวเขามองเจ้าลูกแมวสามสีสลับกับน้องสาวจอมเฟี้ยว“นับหนึ่งอุ้มหนู” วารีชูแขนให้คนพี่อุ้ม นับหนึ่งจึงลงรถจักรยาน ตั้งขาตั้งไม่ให้รถจักรยานล้ม“หนักมาก” นับหนึ่งอุ้มวารีขึ้นที่นั่งด้านหลัง ด้วยน้ำหนักตัวที่ไม่เบาเลย อันเป็นผลมาจากความจ้ำม่ำ ทำให้คนพี่ต้องใช้แรงทั้งหมดของตัวเอง“หนูฉมบูง” วารีบอกคนพี่ว่าตนนั้นสมบูรณ์“ไมวายีไม่ปั่งจักยางฉีพูเอง” วายุถามน้องสาวฝาแฝด ทำไมไม่ปั่นจักรยานสีชมพูไปเอง“หนูพอใจงี้” ก็พอใจแบบนี้“ไปยัง เวพร้อมชิ่งแย้ว” เวหาตั้งท่ามาดมั่น สายตามองพุ่งไปข้างหน้า มือขวาบิดที่จับเลียนแบบท่าบิ

  • คนโปรดของพบตะวัน   SPECIAL 43

    ยามเช้า หลังจากพระฉันภัตตาหารแล้ว ก็ถึงเวลาอาหารของแม่ชีกับผู้มาปฏิบัติธรรมวารีนั่งเหยียดขาไปกับพื้นหอฉัน วางจานข้าวบนหน้าขานั้น กับเมนูหมูทอดราดข้าว โดยมีเจ้าวิฬาร์นั่งอยู่ข้างๆวารีหยิบหมูทอดวางกับพื้น แบ่งให้เจ้าวิฬาร์ เสียงง่ำๆ บ่งบอกว่ามันถูกใจหมูทอดยิ่งนัก“หย่อยเนอะ” วารีพยักพเยิดกับเจ้าวิฬาร์ เมื่อมันกินหมด ก็หยิบให้อีก“ถ้ากลับบ้าน วารีจะคิดถึงวิฬาร์ไหม” ทิวเขาถือขวดน้ำดื่มมาให้น้องสาว ตลอดเวลาที่อยู่วัด วารีกับเจ้าวิฬาร์ตัวติดกันตลอด ถึงขนาดตอนนอน ยังเอาไปนอนด้วยกัน แต่ก็พร้อมตีกันทุกเวลาเช่นกัน จนทุกคนเริ่มสับสนความสัมพันธ์ของคู่นี้“หนูไม่คิดถึงหยอก” ปากบอกไม่คิดถึง แต่มือก็หยิบหมูทอดให้เจ้าลูกแมวสามสี จนตอนนี้ตัวเองกินข้าวกับน้ำมันหมูทอด“ถ้ากลับบ้านจะไม่ได้เจอวิฬาร์แล้วนะ”“ไมไม่เจอ”“ก็วิฬาร์เป็นแมววัด”“วิยาเหมียวหนู เหมียวหนู อยู่หนู”“จะอยู่กับวิฬาร์ได้ยังไง วิฬาร์เป็นแมววัด” ท่าทางจะต้องคุยกันยาว ทิวเขาทิ้งตัวนั่งขัดสมาธิ“วิยาของหนู วิยาอยู่บ้างหนู” พี่ชายย้ำหนักหนาว่าเจ้าวิฬาร์เป็นแมววัด ก็พานให้กินข้าวไม่ลง วางจนข้าวลงข้างตัว อุ้มเจ้าวิฬาร์มานั่งบนตักแล้วกอดมันไ

  • คนโปรดของพบตะวัน   SPECIAL 42

    วันนี้ฝนตกตลอดทั้งวัน จนใกล้เวลาเลิกเรียนของขุนก็ยังไม่มีทีท่าว่าจะหยุดตก ทิวาเป็นห่วงกลัวขุนจะรอนาน ด้วยต้องรอให้ฝนหยุดตกหรือซาลงก่อน คนงานจึงขี่รถมอเตอร์ไซค์ไปรับได้“ทิวา ไปยืนตรงนั้นโดนไอฝนเดี๋ยวไม่สบายครับ” ทิวายืนเกาะขอบหน้าต่างศาลาการเปรียญ ด้วยฝนที่เทกระหน่ำลงมาทำให้ละอองฝนกระเซ็นเข้ามา ปลีกลัวลูกสาวจะไม่สบาย“ปะป๊า” ทิวาเดินกลับมาหาคนพ่อ แล้วนั่งลงบนตัก“ครับ”“เราไปรับขุนที่โรงเรียนกันเถอะค่ะ” พูดพร้อมกับมองนาฬิกาบนผนังที่บ่งบอกเวลา 15.55 น. เลยเวลาเลิกเรียนของขุนมายี่สิบห้านาทีแล้ว“ทิวาอยากไปรับขุนเหรอครับ”“หนูยับปี้ขุง ปะๆ ยับปี้ขุง” พี่ทิวายังไม่ทันตอบคนเป็นพ่อ วารีก็พูดขึ้นมาก่อน อยากไปรับพี่ขุนที่โรงเรียน“ปะป๊าถามพี่ทิวานะวารี” ทิวเขาว่า“หนูบอกป๊าปิ๊ หนูไม่ตอบป๊าปิ๊เยย ปี้ทิวปู้ดเยอะแย้วนะ” ความยอกย้อนของวารีทำพี่ชายมองค้อนไปวงใหญ่“วารีพูดเยอะกว่าพี่อีก”“หนูปู้ดน้อย ปู้ดนิดๆ เอง”“วารีกับทิวเขาหยุดพูดก่อน พูดเยอะ ขุนก็รอนาน เอามือปิดปากไว้เลย ไม่ต้องพูด จนกว่าพี่จะพูดกับปะป๊าเสร็จ” ไม่ได้กลัวแค่หม่าม้าทับทิม แต่หากพี่ทิวาเข้าโหมดจริงจัง น้องๆ ก็กลัวเช่นกัน ทิวเขาเ

  • คนโปรดของพบตะวัน   SPECIAL 41

    “แง~~ วิยาตีหัวหนู” เจ้าวิฬาร์ที่อยู่บนโต๊ะใช้ขาขวาหน้าตบหัวของวารีที่ยืนเกาะโต๊ะจนผมกระเจิง เสียงร้องไห้ดังลั่น แต่ไม่มีน้ำตาสักหยด“ตีฉู้แน่” เพียงแป๊บเดียวเสียงร้องไห้ก็หายไป กลายเป็นวิ่งไล่ตีเจ้าลูกแมวสามสี“แง~~ วิยากัดก้งหนู” เจ้าวิฬาร์หมอบพร้อมกับส่ายก้นเตรียมพร้อมจู่โจม ก่อนจะกระโดดงับก้นของวารีแล้ววิ่งหนีขึ้นต้นไม้“ยงมาฉู้ย่างเยย” วารีตะโกนบอกเจ้าวิฬาร์ให้ลงมาสู้กันข้างล่าง“มึงว่าที่คุณหนูกับเจ้าวิฬาร์ทำกันอยู่เนี่ยสู้จริงหรือว่าแค่เล่นกัน” ลาร์ซเริ่มสับสนพฤติกรรมของคุณหนูวารีกับเจ้าวิฬาร์“กูว่าเล่น ถ้าสู้จริงคุณหนูจะไม่ร้องไห้ จะไม่ฟ้อง” จากที่เลี้ยงเจ้านายตัวน้อยแฝดสามมาเองกับมือก็ว่าได้ หากทะเลาะกันถึงขั้นลงไม้ลงมือจะไม่มีเสียงเล็ดลอด หรือเรียกว่าทะเลาะเงียบ เพราะกลัวถูกทำโทษ แต่คุณหนูวารีฟ้องทุกครั้งที่ถูกเจ้าวิฬาร์ตี กัด หรือกระโดดถีบ“ก็จริง” ลาร์ซคิดตามและเห็นด้วยกับโจนาส“หูย~~” วารีนั่งยองจับจ้องไปที่บางอย่างด้วยท่าทางตื่นเต้น“คุณหนูมองอะไรวะ” โจนาสมองตามสายตาของคุณหนูวารี ก็ไม่เห็นว่าจะมีอะไรให้น่าตื่นเต้น“กูก็อยู่กับมึง อยากรู้ก็ไปดู” ลาร์ซก็สงสัยไม่ต่างกัน“อ

  • คนโปรดของพบตะวัน   SPECIAL 40

    “ไม่มีใครฝืนดวงชะตาได้ สายลมจะพัดผ่าน...คุณปู่ครับ” ทิวเขาคิดตามที่ท่านเจ้าอาวาสพูดกับครอบครัวของหนูสา ก่อนจะเอ่ยกับคนเป็นปู่“ครับ” ศิรารอฟังสิ่งที่หลานชายจะพูดด้วยอย่างตั้งใจ“ถ้าสายลมจะพัดกรรมไปจากทิว ต้องเป็นพายุทอร์นาโดแล้วแหละครับ”“เดี๋ยวน้องก็โตแล้ว อดทนหน่อยนะครับ” ศิราทั้งขำทั้งเอ็นดูหลานชาย เจอฤทธิ์ความป่วนของน้องแฝดสามเข้าไปถึงกับขยาด จนต้องชวนมาอยู่วัดด้วยคิดตามประสาว่าจะช่วยให้กรรมหนักเป็นเบา ก็คืออยากให้เจ้าเทพสามฤดูดื้อน้อยลง แสบน้อยลง หรือซนน้อยลง“ทิวสามขวบดื้อเหมือนน้องจิ๋วไหมครับ”“เออ...”“ดื้อเหมือนกันแน่เลย เพราะกรรมคือผลของการกระทำ แล้วกรรมจะเบาได้ยังไง ตอนนี้ทิวก็ยังดื้ออยู่” ปู่อ่ำอึ้งก็เป็นคำตอบได้แล้ว ความดื้อของตนก็คงไม่ยิ่งหย่อนไปกว่าน้องๆ ไม่เช่นนั้นคงไม่ต้องมาชดใช้กรรมอยู่แบบนี้“สำหรับปู่ ถึงจะดื้อกันบ้าง ซนกันบ้าง แต่หลานปู่ก็เป็นเด็กที่มีเหตุผล และพร้อมรับฟังคำสั่งสอน ความดื้อ ความซน ก็มาจากความอยากรู้อยากเห็น และการเป็นตัวของตัวเอง”“ดื้อมาก ซนมาก คุณปู่หัวระเบิดปุ้งเยอะ”“พูดแบบนี้แสดงว่าจะเลิกดื้อ เลิกซน”“ดื้อเหมือนเดิม ซนเหมือนเดิมครับ”“ถ้าเช่น

More Chapters
Explore and read good novels for free
Free access to a vast number of good novels on GoodNovel app. Download the books you like and read anywhere & anytime.
Read books for free on the app
SCAN CODE TO READ ON APP
DMCA.com Protection Status