Mag-log inแต่งงานกันมาเจ็ดปี เฟิงถิงเซินเย็นชากับเธอราวกับน้ำแข็ง ทว่าหรงฉือกลับยิ้มรับเสมอมา เพราะเธอรักเขามาก และเชื่อว่าเธอจะสามารถเอาชนะใจเขาได้ในสักวันหนึ่ง แต่สิ่งที่เธอได้รับกลับมาคือการที่เขาตกหลุมรักผู้หญิงคนอื่นตั้งแต่แรกพบ แถมยังรักและดูแลเธออย่างดีที่สุด แต่เธอยังคงพยายามอย่างหนักเพื่อรักษาชีวิตแต่งงานของพวกเขาไว้ จนกระทั่งถึงวันเกิดของเธอ เธอเดินทางไกลหลายพันไมล์เพื่อไปหาเขาและลูกสาวที่ต่างปะเทศ แต่เขากลับพาลูกสาวไปอยู่กับผู้หญิงคนนั้น ทิ้งให้เธอเฝ้าห้องที่ว่างเปล่าเพียงลำพัง ในที่สุดเธอก็ยอมแพ้อย่างราบคาบ เมื่อเห็นลูกสาวที่เธอเลี้ยงมากับมือต้องการเรียกผู้หญิงคนอื่นว่าแม่ หรงฉือก็ไม่รู้สึกเจ็บปวดอีกต่อไป เธอร่างข้อตกลงการหย่าร้าง และสละสิทธิ์ในการเลี้ยงดูลูก แล้วจากไปอย่างสง่างาม นับแต่นั้นก็ไม่สนใจพ่อลูกคู่นั้นอีกเลย และรอเซ็นใบหย่าร้าง เธอละทิ้งครอบครัว และหันกลับมาทุ่มเทให้กับงาน เธอที่เคยถูกทุกคนดูถูกในอดีต กลับสามารถหาเงินได้กว่าหลายแสนล้านอย่างง่ายดาย ทว่าเธอรอแล้วรอเล่า ใบหย่าไม่เพียงแต่ไม่ได้เซ็นสักที แต่ผู้ชายที่ไม่ยอมกลับบ้านในอดีต กลับกลับบ้านบ่อยขึ้นเรื่อยๆ แถมยังติดเธอมากขึ้นทุกวันอีกต่างหาก เมื่อรู้ว่าเธอต้องการหย่า ชายผู้สูงศักดิ์และเย็นชามาโดยตลอดก็ผลักเธอไปที่มุมกำแพง “หย่าเหรอ? ไม่มีทาง”
view moreในช่วงหลายวันต่อมา หรงฉือยุ่งอยู่กับงานที่บริษัทวันนี้ จู่ ๆ อวี้มั่วซวินก็พูดกับเธอว่า “ระยะนี้ซวิ่นตู้เสียบุคลากรหลักสายเทคนิคไปอีกหลายคน”“อืม” หรงฉือพูดว่า “ฉันก็ได้ยินแล้ว”“นักลงทุนหลายคนถอนตัวไปแล้ว แต่ยังมีอีกหลายคนที่ยังไม่ได้ถอนทุน คาดว่าคงอยากรอดูก่อนละมั้งว่าทางเฟิงถิงเซินจะลงมือหรือเปล่า” พูดถึงตรงนี้ อวี้มั่วซวินก็หัวเราะเล็กน้อย ก่อนเสริมว่า “ได้ยินมาว่าหนึ่งในบริษัทที่ถอนทุนยังมีจ้งสิงด้วย”จ้งสิงเป็นบริษัทของเหรินจี่เฟิงหรงฉือพยักหน้าอวี้มั่วซวินอดพูดไม่ได้ว่า “จากที่เห็นก่อนหน้านี้ เหรินจี่เฟิงหลงใหลในตัวหลินอู๋มาก เขาถอนทุนดื้อ ๆ แบบนี้ ผมก็แอบแปลกใจอยู่เหมือนกัน”หรงฉือไม่สนใจเรื่องของเหรินจี่เฟิง ได้ยินแบบนั้นก็ไม่ได้พูดอะไรอวี้มั่วซวินพูดอีกว่า “เฟิงถิงเซินไปทำงานต่างเมืองยังไม่กลับมาอีกเหรอ?”หรงฉือส่ายหน้า “ไม่รู้”สามสี่วันมานี้ เธอกับเฟิงจิ่งซินไม่ได้ติดต่อกัน แล้วเธอก็ไม่ได้สนใจติดตามข่าวคราวของเฟิงถิงเซินด้วยว่าเขาจะกลับมาจากการทำงานต่างเมืองหรือยัง เธอเองก็ไม่รู้จริง ๆ “นี่ก็เกือบเดือนแล้ว วันขึ้นศาลของหลินซื่อเทคโนโลยีใกล้เข้ามาทุกที ซวิ่น
คืนนั้น เฟิงจิ่งซินกินปิ้งย่างไปหลายไม้บนภูเขา เล่นบล็อกของเล่นอยู่ครู่หนึ่ง แล้วยังดูดาวอีกสักพัก ก่อนจะลงจากภูเขา และกลับไปพักผ่อนที่โรงแรมวันรุ่งขึ้น นอกจากหรงฉือจะคุยเรื่องงานกับอวี้มั่วซวินและพนักงานบางส่วนของบริษัทแล้ว เวลาที่เหลือส่วนใหญ่เธอก็จะพาเฟิงจิ่งซินไปด้วยอวี้มั่วซวินกับกู้เหยียนยังเป็นฝ่ายเข้าหาเฟิงจิ่งซินอยู่หลายครั้งทุกครั้งเฟิงจิ่งซินจะเรียกพวกเขา และพูดขอบคุณอย่างเชื่อฟัง แต่ความสัมพันธ์ระหว่างพวกเขากับเฟิงจิ่งซินกลับไม่ได้สนิทสนมกันมากขึ้นตอนแรกพวกเขายังคิดว่าเฟิงจิ่งซินกลัวคนแปลกหน้า แต่ไม่นานพวกเขาก็ตระหนักได้ว่า เฟิงจิ่งซินกำลังปฏิเสธไม่ให้พวกเขาเข้าใกล้เธอเธอก็แค่ไม่อยาก ‘เป็นเพื่อน’ กับพวกเขาเท่านั้นเรื่องที่เมื่อก่อนเฟิงจิ่งซินชอบหลินอู๋ ถึงแม้อวี้มั่วซวินจะสงสารหรงฉือมาก แต่เพราะเฟิงจิ่งซินยังเด็กไม่รู้ประสีประสา เขาก็ไม่ได้ถือโทษเฟิงจิ่งซินโดยสิ้นเชิงเฟิงจิ่งซินเป็นลูกสาวของหรงฉือ เขาจะไม่เอ็นดูเธอจากใจจริงได้อย่างไร?แต่ท่าทีของเฟิงจิ่งซินในตอนนี้ อวี้มั่วซวินรู้สึกกระอักกระอ่วนอยู่บ้างจริง ๆ อดพูดไม่ได้ว่า “ดูเหมือนจะมีมารยาท แต่ความจริงแล้
คืนนี้บรรยากาศดีมาก บนภูเขายังมีจุดชมวิวที่สร้างเอาไว้ สามารถมองเห็นแสงไฟระยิบระยับของทั้งเมืองได้อย่างชัดเจนตอนที่หรงฉือกับเฟิงจิ่งซินมาถึงบนภูเขา พนักงานส่วนหนึ่งของฉางโม่ได้ตั้งเตาปิ้งย่างไว้บนพื้นที่ว่างข้างจุดชมวิว และกำลังทำปิ้งย่างกันอยู่เมื่อเห็นพวกเธอ ทุกคนก็รีบทักทาย หลังจากนั้นก็มีคนพูดว่า “ประธานหรง พวกเรามีมือโปรด้านการปิ้งย่างอยู่คนหนึ่ง เนื้อย่างที่เขาทำนี่หอมยั่วน้ำลายสุด ๆ คุณอยากลองกินสักหน่อยไหม?”หรงฉือยิ้มและรับมา “ขอบคุณนะ”“เกรงใจทำไม กินเสร็จแล้วยังมีอีกนะ” พูดจบ ก็ส่งให้เฟิงจิ่งซินด้วย “ซินซินใช่ไหม? มา นี่จ้ะ”เฟิงจิ่งซินก็รับมาเช่นกัน “ขอบคุณค่ะพี่สาว”“แหม เรียกพี่สาวเสียด้วย ประธานหรง ซินซินปากหวานขนาดนี้เลยเหรอ? หน้าตาสะสวยขนาดนี้ นิสัยและบุคลิกก็ดูคล้ายคุณมากเลยนะ ดูแล้วทั้งว่านอนสอนง่ายและรู้ความ แถมยังเรียบร้อยและมีมารยาทอีก” อีกคนหนึ่งก็ยิ้มและพูดเสริมว่า “จริงด้วย เมื่อครู่วิศวกรโอวยังรู้สึกอิจฉาจะแย่อยู่แล้ว บอกว่าลูกสาวบ้านเขานี่อยู่ไม่นิ่งเลยสักวินาทีเดียว จนภรรยาที่บ้านแทบดูแลไม่ไหวด้วยซ้ำ”หรงฉือได้ยิน ก้มหน้าลงมองไปทางเฟิงจิ่งซินที่กำ
เฟิงจิ่งซิน “ค่ะ คุณแม่ หนูรู้แล้ว”พูดจบ เฟิงจิ่งซินก็จากไปพร้อมกับป้าหลิวหรงฉือทานอาหารกับคนอื่น ๆ เสร็จ คุยเรื่องงานกับอวี้มั่วซวินอีกสักหน่อย ก็กลับห้องก่อนแล้วตอนที่เธอกลับมาถึงห้อง เฟิงจิ่งซินกำลังอาบน้ำอยู่พอดีหรงฉือเพิ่งจะนั่งลง โทรศัพท์ของเฟิงจิ่งซินที่วางอยู่บนเตียงก็ดังขึ้นเป็นสายจากเฟิงถิงเซินหรงฉือไม่รับ เลยส่งสัญญาณให้ป้าหลิวรับแทนเฟิงจิ่งซิน ป้าหลิวยิ้มเจื่อน ๆ พูดว่า “ตอนนี้ซินซินไม่ยอมรับสายคุณผู้ชาย และไม่ยอมให้ป้ารับ ถ้าซินซินอยากจะคุยกับคุณผู้ชาย อีกเดี๋ยวซินซินอาบน้ำเสร็จแล้วจะโทรกลับไปเองค่ะ”หรงฉือไม่รู้เรื่องเหล่านี้เลยสิทธิการเลี้ยงดูเฟิงจิ่งซินอยู่ที่เฟิงถิงเซิน ความสัมพันธ์ระหว่างพวกเขาสองพ่อลูก เธอไม่ควรก้าวก่ายมากจนเกินไปได้ยินป้าหลิวพูดแบบนี้ นึกถึงท่าทางที่ไม่มีความสุขของเฟิงจิ่งซินในวันนี้ เธอก็ถามขึ้นว่า “พวกเขาทะเลาะกันเหรอคะ?”“...ค่ะ”อันที่จริง ระหว่างพวกเขาสองพ่อลูก นับตั้งแต่งานเลี้ยงของดร.ลู่ก็ยังไม่ได้ปรับความเข้าใจกันจริง ๆ เลยเฟิงจิ่งซินเองก็ไม่เคยมีความสุขจริง ๆ เลยเกี่ยวกับเรื่องนี้ เธอมองหรงฉือ อยากจะคุยกับเธอหน่อย แต่
แม้เฉิงหยวนจะไม่ได้พูดอะไร แต่ดูจากสีหน้าของเขา หลินอู๋ก็เดาได้ทันทีว่า เฟิงถิงเซินต้องทำเรื่องบางอย่างเพราะหรงฉือ ซึ่งเป็นเรื่องที่เธอไม่รู้แน่ ๆ สำหรับเรื่องนี้ หลินอู๋ไม่แปลกใจเลยถึงขนาดมีการเตรียมใจเอาไว้แล้วด้วยแต่ทว่า ในยามนี้หัวใจของเธอกลับไม่ได้สงบนิ่งอย่างที่เธอคาดไว้เมื่อก่อนหน้านี้
“พี่ฉางปั่ว”เมื่อเห็นเฮ่อฉางปั่วกลับมา ซุนลี่เหยาก็เอ่ยเรียกเสียงอ่อนเสียงหวานเฮ่อฉางปั่วพยักหน้าอย่างเย็นชาเห็นว่าเฟิงถิงเซินชะเง้อมองหาคนอยู่ ซุนเยว่ชิงจึงกล่าว “เมื่อกี้มีสายโทรเข้ามา เสี่ยวอู๋เลยออกไปคุยโทรศัพท์น่ะค่ะ”เฟิงถิงเซินกล่าว “ครับ ผมทราบแล้ว”เพิ่งจะสิ้นเสียงของเขา ก็มีเสียงฮื
บุคคลสำคัญแบบนี้ กลับเป็นฝ่ายพูดคุยกับหรงฉือก่อน ดูไปแล้วเหมือนจะชอบหรงฉือมากด้วย...อย่าว่าแต่ซุนลี่เหยาเลย แม้แต่ประธานเฉิงและคนอื่น ๆ ต่างก็มึนงงไปหมดถึงแม้พวกเขาจะรู้ว่าอวี้มั่วซวินเป็นลูกศิษย์ของหนานจื้อจือ แต่พวกเขาคาดไม่ถึงเลยว่าหรงฉือจะอาศัยอวี้มั่วซวิน ถึงขั้นเข้าไปอยู่ในกลุ่มเพื่อนของหน
หลังจากงานเลี้ยงจบลง เหรินจี่เฟิงพูดกับอวี้มั่วซวินว่า “ประธานอวี้ ขอคุยด้วยหน่อยได้ไหม?”เรื่องที่ก่อนหน้านี้หรงฉือกับเฟิงถิงเซินสองพ่อลูกออกไปด้วยกันถูกเหรินจี่เฟิงบังเอิญเห็นเข้า หรงฉือไม่เคยพูดถึงเรื่องนี้กับอวี้มั่วซวิน อวี้มั่วซวินจึงไม่รู้จริง ๆ ว่าเหรินจี่เฟิงต้องการคุยอะไรกับเขากันแน่เขา
Mga Ratings
RebyuMore