Masukแต่งงานกันมาเจ็ดปี เฟิงถิงเซินเย็นชากับเธอราวกับน้ำแข็ง ทว่าหรงฉือกลับยิ้มรับเสมอมา เพราะเธอรักเขามาก และเชื่อว่าเธอจะสามารถเอาชนะใจเขาได้ในสักวันหนึ่ง แต่สิ่งที่เธอได้รับกลับมาคือการที่เขาตกหลุมรักผู้หญิงคนอื่นตั้งแต่แรกพบ แถมยังรักและดูแลเธออย่างดีที่สุด แต่เธอยังคงพยายามอย่างหนักเพื่อรักษาชีวิตแต่งงานของพวกเขาไว้ จนกระทั่งถึงวันเกิดของเธอ เธอเดินทางไกลหลายพันไมล์เพื่อไปหาเขาและลูกสาวที่ต่างปะเทศ แต่เขากลับพาลูกสาวไปอยู่กับผู้หญิงคนนั้น ทิ้งให้เธอเฝ้าห้องที่ว่างเปล่าเพียงลำพัง ในที่สุดเธอก็ยอมแพ้อย่างราบคาบ เมื่อเห็นลูกสาวที่เธอเลี้ยงมากับมือต้องการเรียกผู้หญิงคนอื่นว่าแม่ หรงฉือก็ไม่รู้สึกเจ็บปวดอีกต่อไป เธอร่างข้อตกลงการหย่าร้าง และสละสิทธิ์ในการเลี้ยงดูลูก แล้วจากไปอย่างสง่างาม นับแต่นั้นก็ไม่สนใจพ่อลูกคู่นั้นอีกเลย และรอเซ็นใบหย่าร้าง เธอละทิ้งครอบครัว และหันกลับมาทุ่มเทให้กับงาน เธอที่เคยถูกทุกคนดูถูกในอดีต กลับสามารถหาเงินได้กว่าหลายแสนล้านอย่างง่ายดาย ทว่าเธอรอแล้วรอเล่า ใบหย่าไม่เพียงแต่ไม่ได้เซ็นสักที แต่ผู้ชายที่ไม่ยอมกลับบ้านในอดีต กลับกลับบ้านบ่อยขึ้นเรื่อยๆ แถมยังติดเธอมากขึ้นทุกวันอีกต่างหาก เมื่อรู้ว่าเธอต้องการหย่า ชายผู้สูงศักดิ์และเย็นชามาโดยตลอดก็ผลักเธอไปที่มุมกำแพง “หย่าเหรอ? ไม่มีทาง”
Lihat lebih banyakหลังจากนั้นครู่หนึ่ง เธอก็หยุดเล็กน้อย จากนั้นก็โทรออกอีกครั้งครั้งนี้เธอโทรหาเฉิงหยวนเฉิงหยวนเห็นสายโทรเข้าของเธอ ก็ตกตะลึงเล็กน้อย หลังจากลังเลอยู่ครู่หนึ่ง ยังคงรับสาย “คุณหลิน”หลินอู๋ “สวัสดีค่ะเลขาเฉิง รบกวนคุณแล้ว”เกี่ยวกับเรื่องในงานเลี้ยงของดร.ลู่ เฉิงหยวนย่อมรู้แล้วเช่นกันระดับความตกตะลึงของเขาไม่ได้ด้อยไปกว่าเย่ชิวอวี่และเหลียนหนิงฉี่เลยจะอย่างไรเขาก็คิดไม่ถึงเลยว่า เธอกับหรงฉือจะยังมีความสัมพันธ์แบบนั้นอยู่ได้ยินที่เธอพูด เฉิงหยวน “...คุณหลินเกรงใจแล้ว คุณหลินติดต่อผม มีเรื่องอะไรหรือเปล่าครับ?”หลินอู๋ก็พูดโดยไม่อ้อมค้อมว่า “สะดวกบอกฉันไหมคะว่าตอนนี้เฟิงถิงเซินอยู่ที่ไหน?”จริง ๆ แล้วเฉิงหยวนไม่รู้สถานการณ์ระหว่างเฟิงถิงเซินกับหลินอู๋ในตอนนี้มากนักแต่เรื่องที่ตระกูลหลินและซวิ่นตู้เกิดปัญหา เขากลับรู้ดังนั้น เขาย่อมรู้ดีว่าเฟิงถิงเซินไม่ได้ยื่นมือเข้าช่วยตระกูลหลินแต่ท่ามกลางกระแสสังคมที่กำลังดุเดือด เฟิงถิงเซินไม่ช่วยตระกูลหลิน เขาคิดว่าทำถูกต้องแล้ว นี่ไม่ได้หมายความว่าระหว่างเฟิงถิงเซินกับหลินอู๋จะตัดขาดกันแต่ตอนนี้หลินอู๋กลับโทรมาถามเบาะแสที่อยู่ข
หลังหลินอู๋ตั้งสติได้ ก็ส่งเสียง “อืม” คำหนึ่งหลินเช่อเพิ่งกลับถึงบ้าน กำลังตื่นเต้นดีใจอยู่ จึงไม่ทันสังเกตเห็นความผิดปกติของคนอื่น ๆ ได้ยินแบบนั้นก็พูดว่า “ก็ได้ครับ”หลังมื้ออาหาร หลังจากที่หลินอู๋คุยกับหลินเช่อและคนอื่น ๆ อยู่ครู่หนึ่ง จึงจะหันหลังขึ้นไปชั้นบน กลับถึงห้อง เธอหยิบโทรศัพท์ออกมา หลังจากจ้องเบอร์โทรศัพท์ของเฟิงถิงเซินที่อยู่บนหน้าจอสักพักหนึ่ง จึงจะกดโทรออกสายติดแล้ว กลับยังคงไม่มีคนรับหลังจากสายถูกตัดอัตโนมัติ เธอก็โทรไปอีกครั้งยังคงไม่มีคนรับหลังจากที่โทรไปหลายสาย เธอก็ไม่ได้โทรไปอีก และค่อย ๆ วางโทรศัพท์ลงจนกระทั่งตกดึก หลินเช่อขึ้นไปพักผ่อนที่ชั้นบน ตอนที่หลินอู๋ลงมาชั้นล่าง หลินลี่ไห่และคนอื่น ๆ ก็กวาดสายตามองมาทางเธอพร้อมกันหลินอู๋ส่ายหน้าช้า ๆ หลินลี่ไห่และคนอื่น ๆ ก็เข้าใจแล้วว่า ยังติดต่อทางเฟิงถิงเซินไม่ได้หลินลี่ไห่เริ่มขมวดคิ้วแน่น ยิ่งไม่เข้าใจว่าเฟิงถิงเซินคิดอะไรอยู่กันแน่ซุนเยว่ชิงก็เช่นกันเวลานี้เฟิงถิงเซินไม่สะดวกยื่นมือช่วยพวกเขา เธอก็เข้าใจ แต่ผ่านมานานขนาดนี้แล้ว ทางเฟิงถิงเซินยังคงไม่มีข่าวคราวใด ๆ แต่เขาก็ไม่ได้บอกเลิกหลิ
จ้งสิง...หรือก็คือบริษัทของเหรินจี่เฟิงหลังจากงานเลี้ยงของดร.ลู่ เธอกับเหรินจี่เฟิงก็ไม่ได้เจอหน้ากันอีก ทั้งยังไม่มีการติดต่อใด ๆ ต่อกันเมื่อครู่ตอนที่รู้ว่านักลงทุนหลายคนต้องการถอนทุน เธอเองก็เคยคิดว่าเหรินจี่เฟิงจะ...เธอถามว่า “ทางจ้งสิงพูดว่ายังไง?”“เลขาของประธานเหรินบอกว่า อีกเดี๋ยวพวกเขาจะส่งคนมาเจรจาเรื่องรายละเอียดการถอนทุนกับพวกเราค่ะ”ส่งคนมา...นั่นก็หมายความว่าเหรินจี่เฟิงจะไม่มาด้วยตัวเองแต่การเจรจาทั้งหมดที่ผ่านมา เหรินจี่เฟิงมักจะเดินทางมาด้วยตัวเองเสมอเธอได้สติกลับมา พูดว่า “ฉันรู้แล้ว”บ่ายวันนั้น หลินอู๋เรียกได้ว่ายุ่งจนมือเป็นระวิงข่าวเรื่องที่นักลงทุนหลาย ๆ คนถอนทุน หลินลี่ไห่และคนอื่น ๆ ก็รู้แล้วเช่นกันถึงแม้ซวิ่นตู้จะมีมูลค่าหลายหมื่นล้านบาท ทว่าซวิ่นตู้ยังไม่เข้าตลาดหลักทรัพย์ ตอนนี้นักลงทุนหลายคนถอนทุนและสิทธิของผู้ถือหุ้นก็ถูกอายัด หากไม่สามารถประคับประคองให้ดำเนินกิจการต่อไปได้ มูลค่าทั้งหมดของซวิ่นตู้ก็จะกลายเป็นเพียงฟองสบู่เงินที่พวกเขาลงทุนไปหลังจากเข้ารับช่วงต่อซวิ่นตู้ ก็เท่ากับสูญเปล่าไปด้วยหากซวิ่นตู้ไม่มีราคาแล้ว หลินซื่อเทคโนโลย
หรงฉือ “อืม”อวี้มั่วซวินก็รู้ว่าหรงฉือไม่เป็นฝ่ายเสนอหย่าในเวลานี้ จริง ๆ แล้วก็แค่เห็นแก่หน้าคุณย่าเฟิงและผู้อาวุโสเฟิงพอคิดมาถึงตรงนี้ อวี้มั่วซวินก็เปลี่ยนเรื่องคุย จู่ ๆ ก็ยิ้มแล้วพูดว่า “ผมลองไปสอบถามข้อมูลกับคนอื่นมานิดหน่อย เจี๋ยเซี่ยวไม่ใช่แค่ต้องการจะเอาเรื่องกับตระกูลหลินจนถึงที่สุดเท่านั้น อีกอย่าง ผมเพิ่งได้ยินมาว่าพวกเขายังฟ้องทางซวิ่นตู้ด้วย”หรงฉือหยุดเล็กน้อย “สำเร็จแล้ว?”อวี้มั่วซวินพยักหน้า “ใช่ เมื่อครู่ได้ยินว่าสิทธิผู้ถือหุ้นของซวิ่นตู้ก็ถูกอายัดแล้วเช่นกัน”สำหรับเรื่องที่ซวิ่นตู้ก็พลอยเกิดเรื่องไปด้วย จริง ๆ แล้วหรงฉือไม่ได้รู้สึกประหลาดใจมากนักถึงอย่างไร จากที่เธอรู้จักตระกูลหลินและตระกูลซุน ในขณะที่รู้ว่าทั้งซวิ่นตู้และหลินซื่อเทคโนโลยีล้วนมีอนาคตสดใส คนอื่น ๆ เองก็คงอยากเข้ามามีส่วนร่วมด้วยอย่างแน่นอน ตามปกติแล้ว หลินซื่อเทคโนโลยีและซวิ่นตู้ต่างเกิดเรื่อง จริง ๆ แล้วอวี้มั่วซวินกับหรงฉือควรดีใจด้วยซ้ำแต่ว่า...เมื่อรวมหลินซื่อเทคโนโลยีกับซวิ่นตู้เข้าด้วยกัน ในสายตาของเฟิงถิงเซินก็คงไม่มีมูลค่ามากนัก ต่อให้ไม่มีหลินซื่อเทคโนโลยีกับซวิ่นตู้แล้ว
แม้เฉิงหยวนจะไม่ได้พูดอะไร แต่ดูจากสีหน้าของเขา หลินอู๋ก็เดาได้ทันทีว่า เฟิงถิงเซินต้องทำเรื่องบางอย่างเพราะหรงฉือ ซึ่งเป็นเรื่องที่เธอไม่รู้แน่ ๆ สำหรับเรื่องนี้ หลินอู๋ไม่แปลกใจเลยถึงขนาดมีการเตรียมใจเอาไว้แล้วด้วยแต่ทว่า ในยามนี้หัวใจของเธอกลับไม่ได้สงบนิ่งอย่างที่เธอคาดไว้เมื่อก่อนหน้านี้
“พี่ฉางปั่ว”เมื่อเห็นเฮ่อฉางปั่วกลับมา ซุนลี่เหยาก็เอ่ยเรียกเสียงอ่อนเสียงหวานเฮ่อฉางปั่วพยักหน้าอย่างเย็นชาเห็นว่าเฟิงถิงเซินชะเง้อมองหาคนอยู่ ซุนเยว่ชิงจึงกล่าว “เมื่อกี้มีสายโทรเข้ามา เสี่ยวอู๋เลยออกไปคุยโทรศัพท์น่ะค่ะ”เฟิงถิงเซินกล่าว “ครับ ผมทราบแล้ว”เพิ่งจะสิ้นเสียงของเขา ก็มีเสียงฮื
บุคคลสำคัญแบบนี้ กลับเป็นฝ่ายพูดคุยกับหรงฉือก่อน ดูไปแล้วเหมือนจะชอบหรงฉือมากด้วย...อย่าว่าแต่ซุนลี่เหยาเลย แม้แต่ประธานเฉิงและคนอื่น ๆ ต่างก็มึนงงไปหมดถึงแม้พวกเขาจะรู้ว่าอวี้มั่วซวินเป็นลูกศิษย์ของหนานจื้อจือ แต่พวกเขาคาดไม่ถึงเลยว่าหรงฉือจะอาศัยอวี้มั่วซวิน ถึงขั้นเข้าไปอยู่ในกลุ่มเพื่อนของหน
หลังจากงานเลี้ยงจบลง เหรินจี่เฟิงพูดกับอวี้มั่วซวินว่า “ประธานอวี้ ขอคุยด้วยหน่อยได้ไหม?”เรื่องที่ก่อนหน้านี้หรงฉือกับเฟิงถิงเซินสองพ่อลูกออกไปด้วยกันถูกเหรินจี่เฟิงบังเอิญเห็นเข้า หรงฉือไม่เคยพูดถึงเรื่องนี้กับอวี้มั่วซวิน อวี้มั่วซวินจึงไม่รู้จริง ๆ ว่าเหรินจี่เฟิงต้องการคุยอะไรกับเขากันแน่เขา






Peringkat
Ulasan-ulasanLebih banyak