로그인แต่งงานกันมาเจ็ดปี เฟิงถิงเซินเย็นชากับเธอราวกับน้ำแข็ง ทว่าหรงฉือกลับยิ้มรับเสมอมา เพราะเธอรักเขามาก และเชื่อว่าเธอจะสามารถเอาชนะใจเขาได้ในสักวันหนึ่ง แต่สิ่งที่เธอได้รับกลับมาคือการที่เขาตกหลุมรักผู้หญิงคนอื่นตั้งแต่แรกพบ แถมยังรักและดูแลเธออย่างดีที่สุด แต่เธอยังคงพยายามอย่างหนักเพื่อรักษาชีวิตแต่งงานของพวกเขาไว้ จนกระทั่งถึงวันเกิดของเธอ เธอเดินทางไกลหลายพันไมล์เพื่อไปหาเขาและลูกสาวที่ต่างปะเทศ แต่เขากลับพาลูกสาวไปอยู่กับผู้หญิงคนนั้น ทิ้งให้เธอเฝ้าห้องที่ว่างเปล่าเพียงลำพัง ในที่สุดเธอก็ยอมแพ้อย่างราบคาบ เมื่อเห็นลูกสาวที่เธอเลี้ยงมากับมือต้องการเรียกผู้หญิงคนอื่นว่าแม่ หรงฉือก็ไม่รู้สึกเจ็บปวดอีกต่อไป เธอร่างข้อตกลงการหย่าร้าง และสละสิทธิ์ในการเลี้ยงดูลูก แล้วจากไปอย่างสง่างาม นับแต่นั้นก็ไม่สนใจพ่อลูกคู่นั้นอีกเลย และรอเซ็นใบหย่าร้าง เธอละทิ้งครอบครัว และหันกลับมาทุ่มเทให้กับงาน เธอที่เคยถูกทุกคนดูถูกในอดีต กลับสามารถหาเงินได้กว่าหลายแสนล้านอย่างง่ายดาย ทว่าเธอรอแล้วรอเล่า ใบหย่าไม่เพียงแต่ไม่ได้เซ็นสักที แต่ผู้ชายที่ไม่ยอมกลับบ้านในอดีต กลับกลับบ้านบ่อยขึ้นเรื่อยๆ แถมยังติดเธอมากขึ้นทุกวันอีกต่างหาก เมื่อรู้ว่าเธอต้องการหย่า ชายผู้สูงศักดิ์และเย็นชามาโดยตลอดก็ผลักเธอไปที่มุมกำแพง “หย่าเหรอ? ไม่มีทาง”
더 보기คืนนี้บรรยากาศดีมาก บนภูเขายังมีจุดชมวิวที่สร้างเอาไว้ สามารถมองเห็นแสงไฟระยิบระยับของทั้งเมืองได้อย่างชัดเจนตอนที่หรงฉือกับเฟิงจิ่งซินมาถึงบนภูเขา พนักงานส่วนหนึ่งของฉางโม่ได้ตั้งเตาปิ้งย่างไว้บนพื้นที่ว่างข้างจุดชมวิว และกำลังทำปิ้งย่างกันอยู่เมื่อเห็นพวกเธอ ทุกคนก็รีบทักทาย หลังจากนั้นก็มีคนพูดว่า “ประธานหรง พวกเรามีมือโปรด้านการปิ้งย่างอยู่คนหนึ่ง เนื้อย่างที่เขาทำนี่หอมยั่วน้ำลายสุด ๆ คุณอยากลองกินสักหน่อยไหม?”หรงฉือยิ้มและรับมา “ขอบคุณนะ”“เกรงใจทำไม กินเสร็จแล้วยังมีอีกนะ” พูดจบ ก็ส่งให้เฟิงจิ่งซินด้วย “ซินซินใช่ไหม? มา นี่จ้ะ”เฟิงจิ่งซินก็รับมาเช่นกัน “ขอบคุณค่ะพี่สาว”“แหม เรียกพี่สาวเสียด้วย ประธานหรง ซินซินปากหวานขนาดนี้เลยเหรอ? หน้าตาสะสวยขนาดนี้ นิสัยและบุคลิกก็ดูคล้ายคุณมากเลยนะ ดูแล้วทั้งว่านอนสอนง่ายและรู้ความ แถมยังเรียบร้อยและมีมารยาทอีก” อีกคนหนึ่งก็ยิ้มและพูดเสริมว่า “จริงด้วย เมื่อครู่วิศวกรโอวยังรู้สึกอิจฉาจะแย่อยู่แล้ว บอกว่าลูกสาวบ้านเขานี่อยู่ไม่นิ่งเลยสักวินาทีเดียว จนภรรยาที่บ้านแทบดูแลไม่ไหวด้วยซ้ำ”หรงฉือได้ยิน ก้มหน้าลงมองไปทางเฟิงจิ่งซินที่กำ
เฟิงจิ่งซิน “ค่ะ คุณแม่ หนูรู้แล้ว”พูดจบ เฟิงจิ่งซินก็จากไปพร้อมกับป้าหลิวหรงฉือทานอาหารกับคนอื่น ๆ เสร็จ คุยเรื่องงานกับอวี้มั่วซวินอีกสักหน่อย ก็กลับห้องก่อนแล้วตอนที่เธอกลับมาถึงห้อง เฟิงจิ่งซินกำลังอาบน้ำอยู่พอดีหรงฉือเพิ่งจะนั่งลง โทรศัพท์ของเฟิงจิ่งซินที่วางอยู่บนเตียงก็ดังขึ้นเป็นสายจากเฟิงถิงเซินหรงฉือไม่รับ เลยส่งสัญญาณให้ป้าหลิวรับแทนเฟิงจิ่งซิน ป้าหลิวยิ้มเจื่อน ๆ พูดว่า “ตอนนี้ซินซินไม่ยอมรับสายคุณผู้ชาย และไม่ยอมให้ป้ารับ ถ้าซินซินอยากจะคุยกับคุณผู้ชาย อีกเดี๋ยวซินซินอาบน้ำเสร็จแล้วจะโทรกลับไปเองค่ะ”หรงฉือไม่รู้เรื่องเหล่านี้เลยสิทธิการเลี้ยงดูเฟิงจิ่งซินอยู่ที่เฟิงถิงเซิน ความสัมพันธ์ระหว่างพวกเขาสองพ่อลูก เธอไม่ควรก้าวก่ายมากจนเกินไปได้ยินป้าหลิวพูดแบบนี้ นึกถึงท่าทางที่ไม่มีความสุขของเฟิงจิ่งซินในวันนี้ เธอก็ถามขึ้นว่า “พวกเขาทะเลาะกันเหรอคะ?”“...ค่ะ”อันที่จริง ระหว่างพวกเขาสองพ่อลูก นับตั้งแต่งานเลี้ยงของดร.ลู่ก็ยังไม่ได้ปรับความเข้าใจกันจริง ๆ เลยเฟิงจิ่งซินเองก็ไม่เคยมีความสุขจริง ๆ เลยเกี่ยวกับเรื่องนี้ เธอมองหรงฉือ อยากจะคุยกับเธอหน่อย แต่
หนึ่งชั่วโมงต่อมา ในที่สุดหรงฉือกับเฟิงจิ่งซินก็มาถึงโรงแรมแล้วพอรู้ว่าเธอมาถึงแล้ว อวี้มั่วซวินกับกู้เหยียนก็ลงมารับเธอที่ชั้นล่างอวี้มั่วซวินรู้ว่าเธอไปรับเฟิงจิ่งซิน แต่กู้เหยียนไม่รู้ เมื่อเห็นเฟิงจิ่งซินที่ลงจากรถตามมา เขาก็ตกตะลึงเล็กน้อยหรงฉือลูบศีรษะของเฟิงจิ่งซินเบา ๆ “ซินซิน เรียกคุณลุงอวี้สิ”เฟิงจิ่งซินเรียกเขาอย่างเชื่อฟัง “สวัสดีค่ะ คุณลุงอวี้”อวี้มั่วซวิน “เด็กดี”หรงฉือมองไปทางกู้เหยียนอีกครั้ง “นี่คือเพื่อนร่วมงานของแม่ เรียกคุณลุงกู้”“สวัสดีค่ะ คุณลุงกู้”กู้เหยียนมองเฟิงจิ่งซิน ความรู้สึกซับซ้อนเล็กน้อยก่อนหน้านี้เขากับเฟิงจิ่งซินจริง ๆ ก็เคยเจอกันมาบ้าง แต่นั่นมันก็เรื่องเมื่อสองสามปีก่อนแล้ว ตอนนั้นเฟิงจิ่งซินยังเด็ก คาดว่าคงจำเขาไม่ได้แล้วอวี้มั่วซวินพูดกับหรงฉือว่า “งานเลี้ยงใกล้จะเริ่มแล้ว เข้าไปกันก่อนเถอะ”หรงฉือ “โอเค”ก่อนหน้านี้คนของฉางโม่ได้ยินแค่ว่าหรงฉือแต่งงานและมีลูกแล้วหนึ่งคน แต่จนกระทั่งช่วงก่อนหน้านี้ถึงรู้ว่าคนที่แต่งงานกับหรงฉือนั้น ที่แท้กลับเป็นเฟิงถิงเซินพวกเขาหลายคนไม่เคยเจอเฟิงจิ่งซินมาก่อน ตอนนี้เห็นเธอตัวจริงแล้ว พวกเข
วันศุกร์ตอนบ่าย ในที่สุดหรงฉือก็จัดการงานที่อยู่ในมือเสร็จเสียทีเธอนวดไหล่ที่ปวดเมื่อยเล็กน้อย หลังจากพักอยู่ครู่หนึ่ง เหมือนนึกอะไรขึ้นมาได้ เธอชะงักเล็กน้อย หยิบโทรศัพท์ที่อยู่ข้าง ๆ ขึ้นมา แล้วกดโทรหาเฟิงจิ่งซินทางด้านเฟิงจิ่งซินไม่นานก็กดรับสายแล้ว “คุณแม่”“อื้ม” หรงฉือถามเสียงนุ่มนวลว่า “เลิกเรียนแล้วใช่ไหม?”“ใช่ค่ะ”นับตั้งแต่วันที่เฟิงจิ่งซินเปิดเทอม พวกเธอก็ติดต่อกันเพียงครั้งเดียว แถมเธอยังเป็นฝ่ายติดต่อหาเฟิงจิ่งซินก่อนด้วยช่วงหลายวันมานี้เธอไม่ได้ติดต่อหาเฟิงจิ่งซิน เฟิงจิ่งซินก็ไม่เคยเป็นฝ่ายติดต่อหาเธอก่อนเลยสำหรับเรื่องนี้ หรงฉือไม่รู้สึกประหลาดใจ และก็ไม่ได้คิดอะไรเป็นพิเศษเพียงแค่รู้สึกว่า ไม่ว่าจะอย่างไรเฟิงจิ่งซินก็คือลูกสาวของเธอ สำหรับเฟิงจิ่งซินแล้ว เธอยังจำเป็นต้องใส่ใจและดูแลอยู่บ้างตามสมควรเธอเป็นฝ่ายชวนคุย “อีกสองวัน วางแผนไว้ว่าจะไปเที่ยวที่ไหนหรือยัง?”“ยังเลยค่ะ” เฟิงจิ่งซินพูดเสียงเรียบว่า “คุณพ่อไปทำงานที่ต่างประเทศแล้ว ไม่อยู่บ้านค่ะ”หรงฉือไม่มีทางเป็นฝ่ายไปถามกำหนดการของเฟิงถิงเซิน ย่อมไม่รู้อยู่แล้วว่าเขาไปทำงานต่างประเทศแล้ว“อย่าง
แม้เฉิงหยวนจะไม่ได้พูดอะไร แต่ดูจากสีหน้าของเขา หลินอู๋ก็เดาได้ทันทีว่า เฟิงถิงเซินต้องทำเรื่องบางอย่างเพราะหรงฉือ ซึ่งเป็นเรื่องที่เธอไม่รู้แน่ ๆ สำหรับเรื่องนี้ หลินอู๋ไม่แปลกใจเลยถึงขนาดมีการเตรียมใจเอาไว้แล้วด้วยแต่ทว่า ในยามนี้หัวใจของเธอกลับไม่ได้สงบนิ่งอย่างที่เธอคาดไว้เมื่อก่อนหน้านี้
“พี่ฉางปั่ว”เมื่อเห็นเฮ่อฉางปั่วกลับมา ซุนลี่เหยาก็เอ่ยเรียกเสียงอ่อนเสียงหวานเฮ่อฉางปั่วพยักหน้าอย่างเย็นชาเห็นว่าเฟิงถิงเซินชะเง้อมองหาคนอยู่ ซุนเยว่ชิงจึงกล่าว “เมื่อกี้มีสายโทรเข้ามา เสี่ยวอู๋เลยออกไปคุยโทรศัพท์น่ะค่ะ”เฟิงถิงเซินกล่าว “ครับ ผมทราบแล้ว”เพิ่งจะสิ้นเสียงของเขา ก็มีเสียงฮื
บุคคลสำคัญแบบนี้ กลับเป็นฝ่ายพูดคุยกับหรงฉือก่อน ดูไปแล้วเหมือนจะชอบหรงฉือมากด้วย...อย่าว่าแต่ซุนลี่เหยาเลย แม้แต่ประธานเฉิงและคนอื่น ๆ ต่างก็มึนงงไปหมดถึงแม้พวกเขาจะรู้ว่าอวี้มั่วซวินเป็นลูกศิษย์ของหนานจื้อจือ แต่พวกเขาคาดไม่ถึงเลยว่าหรงฉือจะอาศัยอวี้มั่วซวิน ถึงขั้นเข้าไปอยู่ในกลุ่มเพื่อนของหน
หลังจากงานเลี้ยงจบลง เหรินจี่เฟิงพูดกับอวี้มั่วซวินว่า “ประธานอวี้ ขอคุยด้วยหน่อยได้ไหม?”เรื่องที่ก่อนหน้านี้หรงฉือกับเฟิงถิงเซินสองพ่อลูกออกไปด้วยกันถูกเหรินจี่เฟิงบังเอิญเห็นเข้า หรงฉือไม่เคยพูดถึงเรื่องนี้กับอวี้มั่วซวิน อวี้มั่วซวินจึงไม่รู้จริง ๆ ว่าเหรินจี่เฟิงต้องการคุยอะไรกับเขากันแน่เขา
평점
리뷰더 보기