Masukแต่งงานกันมาเจ็ดปี เฟิงถิงเซินเย็นชากับเธอราวกับน้ำแข็ง ทว่าหรงฉือกลับยิ้มรับเสมอมา เพราะเธอรักเขามาก และเชื่อว่าเธอจะสามารถเอาชนะใจเขาได้ในสักวันหนึ่ง แต่สิ่งที่เธอได้รับกลับมาคือการที่เขาตกหลุมรักผู้หญิงคนอื่นตั้งแต่แรกพบ แถมยังรักและดูแลเธออย่างดีที่สุด แต่เธอยังคงพยายามอย่างหนักเพื่อรักษาชีวิตแต่งงานของพวกเขาไว้ จนกระทั่งถึงวันเกิดของเธอ เธอเดินทางไกลหลายพันไมล์เพื่อไปหาเขาและลูกสาวที่ต่างปะเทศ แต่เขากลับพาลูกสาวไปอยู่กับผู้หญิงคนนั้น ทิ้งให้เธอเฝ้าห้องที่ว่างเปล่าเพียงลำพัง ในที่สุดเธอก็ยอมแพ้อย่างราบคาบ เมื่อเห็นลูกสาวที่เธอเลี้ยงมากับมือต้องการเรียกผู้หญิงคนอื่นว่าแม่ หรงฉือก็ไม่รู้สึกเจ็บปวดอีกต่อไป เธอร่างข้อตกลงการหย่าร้าง และสละสิทธิ์ในการเลี้ยงดูลูก แล้วจากไปอย่างสง่างาม นับแต่นั้นก็ไม่สนใจพ่อลูกคู่นั้นอีกเลย และรอเซ็นใบหย่าร้าง เธอละทิ้งครอบครัว และหันกลับมาทุ่มเทให้กับงาน เธอที่เคยถูกทุกคนดูถูกในอดีต กลับสามารถหาเงินได้กว่าหลายแสนล้านอย่างง่ายดาย ทว่าเธอรอแล้วรอเล่า ใบหย่าไม่เพียงแต่ไม่ได้เซ็นสักที แต่ผู้ชายที่ไม่ยอมกลับบ้านในอดีต กลับกลับบ้านบ่อยขึ้นเรื่อยๆ แถมยังติดเธอมากขึ้นทุกวันอีกต่างหาก เมื่อรู้ว่าเธอต้องการหย่า ชายผู้สูงศักดิ์และเย็นชามาโดยตลอดก็ผลักเธอไปที่มุมกำแพง “หย่าเหรอ? ไม่มีทาง”
Lihat lebih banyakเมื่อนึกถึงสีหน้าเมินเฉยของโม่ชีฉือ หลินอู๋ก็ส่ายหน้าแล้วพูดว่า “เจอกันแค่ครั้งเดียว ไม่ถือว่ารู้จักกันหรอกค่ะ”เพียงแต่ระยะห่างที่พวกเขาพบกันครั้งก่อน มันผ่านมาครึ่งเดือนแล้ว เธอยังคิดว่าโม่ชีฉือออกจากเมืองตูเฉิงไปแล้ว คิดไม่ถึงเลยว่ายังจะบังเอิญพบเขาที่นี่ได้……คืนนั้น หลังเลิกงานหรงฉือและอวี้มั่วซวินไปเข้าร่วมงานเลี้ยงของคู่ค้าด้วยกันหลังขึ้นรถ หรงฉือคลึงหว่างคิ้วเล็กน้อย เมื่อนึกขึ้นได้ว่าช่วงครึ่งเดือนที่ผ่านมา เธอเอาแต่ยุ่งอยู่กับการพัฒนาโปรเจกต์ใหม่ของบริษัทจนแทบไม่ได้ติดต่อกับเฟิงจิ่งซิน เธอจึงโทรไปหาเฟิงจิ่งซินช่วงครึ่งเดือนนี้ เฟิงจิ่งซินแทบไม่ติดต่อหาหรงฉือ แต่พอหรงฉือโทรไป ทางเธอก็ยังคงกดรับสายอย่างรวดเร็ว “คุณแม่”บนใบหน้าของหรงฉือแฝงไปด้วยรอยยิ้ม “จ้ะ กินข้าวเย็นหรือยัง?”“กินแล้วค่ะ” เฟิงจิ่งซินถามว่า “คุณแม่เลิกงานแล้วเหรอคะ?”“เลิกแล้วจ้ะ แต่ยังมีธุระต้องทำอีกนิดหน่อย” เธอถามว่า “ช่วงนี้เป็นยังไงบ้าง? ที่โรงเรียนมีการบ้านเยอะไหม? พรุ่งนี้มีที่ที่อยากไปไหม? อยากให้แม่ไปเป็นเพื่อนหนูหรือเปล่า?”“ช่วงนี้สบายดีค่ะ” เฟิงจิ่งซินพูดว่า “แต่ยังไม่มีที่ที่อยากไปเป็น
หรงฉือพยักหน้าเล็กน้อย พูดว่า “ฉันกลับก่อนนะ พอซินซินตื่นแล้ว คุณอย่าลืมบอกเธอหน่อย”เฟิงถิงเซินมองเธอ “โอเค ไม่กินข้าวเช้าก่อนแล้วค่อยไปเหรอ?”“ไม่ล่ะ”เฟิงถิงเซินก็ไม่ได้ฝืน ลุกขึ้นพูดว่า “ผมไปส่งคุณ”“ไม่ต้องลำบากหรอก”เฟิงถิงเซินไม่พูดอะไร กลับเดินตามหลังไปส่งเธอข้างนอกด้วยตัวเอง รอจนรถของเธอออกจากลานบ้านแล้ว เฟิงถิงเซินจึงจะหันหลังกลับเข้าบ้านสิบกว่านาทีต่อมา เฟิงจิ่งซินก็ตื่นนอนแล้ว หลังจากลงมาชั้นล่าง เธอมองซ้ายทีขวาที เฟิงถิงเซินพูดว่า “แม่หนูมีธุระ กลับไปก่อนแล้ว”“อ้อ...”ทันทีที่ตื่นขึ้นมาแล้วไม่เห็นหรงฉืออยู่ข้าง ๆ เฟิงจิ่งซินก็คิดถึงความเป็นไปได้นี้ไว้แล้ว เธอเม้มริมฝีปากเล็กน้อย จากนั้นก็ไปทานอาหารที่ห้องอาหารโดยไม่พูดสักคำเฟิงถิงเซินนั่งลงข้างเธอ ยื่นมือไปแตะหน้าผากเธอเพื่อวัดอุณหภูมิ “ไข้ลดหมดแล้ว ยังรู้สึกไม่สบายตรงไหนอีกไหม? ถ้ารู้สึกเหนื่อยก็นอนพักอยู่ที่บ้านหนึ่งวัน พรุ่งนี้ค่อยไปโรงเรียน”เฟิงจิ่งซินไม่เงยหน้า แล้วก็ไม่ได้สะบัดมือของเขาออก พูดแค่ว่า “ไม่ค่ะ หนูจะไปโรงเรียน”“โอเค” พูดจบ ก็พูดอีกว่า “ต่อจากนี้พ่อยังต้องไปทำงานต่างเมือง กว่าจะกลับมาก็ค
เฟิงถิงเซินรับถ้วยจากมือหรงฉือไป หลังป้อนโจ๊กให้เฟิงจิ่งซินกินไปสองคำ ก็พูดกับหรงฉือว่า “ทางครัวน่าจะทำของกินอย่างอื่นไว้อยู่ คุณก็ลงไปทานสักหน่อยดีกว่าไหม?”จริง ๆ แล้วหรงฉือไม่หิวแต่เธอกับเฟิงถิงเซินไม่มีอะไรจะพูดคุยกันจริง ๆ เมื่ออยู่ต่อหน้าเฟิงจิ่งซิน การที่พวกเขาพยายามหลีกเลี่ยงอยู่ในพื้นที่เดียวกันก็น่าจะดีกว่าเธอพยักหน้าเล็กน้อย พูดกับเฟิงจิ่งซินว่า “ซินซิน งั้นแม่ก็ลงไปหาอะไรกินข้างล่างหน่อยนะ แม่กินเสร็จแล้วค่อยขึ้นมา”เฟิงจิ่งซินพูดอย่างเชื่อฟังว่า “ค่ะ”หรงฉือไม่พูดอะไรอีก ก็หันหลังลงไปชั้นล่างแล้วจนกระทั่งหลังจากแผ่นหลังของหรงฉือหายลับไปจากประตู เฟิงจิ่งซินจึงจะละสายตากลับมา รอยยิ้มที่อยู่บนใบหน้าก็หุบลงทันที ก่อนจะมองไปที่เฟิงถิงเซินอาจเพราะดูออกว่าเธอมีอะไรอยากจะพูด เฟิงถิงเซินเช็ดมุมปากให้เธอเล็กน้อย “อยากจะพูดอะไร?”เฟิงจิ่งซินเม้มริมฝีปาก สองมือกำผ้าห่มไว้ สุดท้ายกลับไม่พูดอะไร เพียงแค่กินอย่างเงียบ ๆ เท่านั้นเธอไม่พูด เฟิงถิงเซินก็ไม่ถามหลังจากเธอกินอะไรเสร็จได้สักพัก เฟิงถิงเซินก็วัดอุณหภูมิร่างกายให้เธออีกครั้ง เวลานี้หรงฉือเดินขึ้นมาชั้นบนพอดี เมื่อ
พ่อบ้านยิ้มแล้วพูดว่า “ได้ครับ ผมจะให้คนยกอาหารขึ้นมาเดี๋ยวนี้”พ่อบ้านพูดจบก็ลงไปชั้นล่างแล้วเฟิงถิงเซินมองเฟิงจิ่งซิน “ไม่ให้พ่ออยู่เป็นเพื่อนจริง ๆ เหรอ?”เฟิงจิ่งซินถลึงตาใส่เขา “ไม่ต้องค่ะ!”หรงฉือคิดว่าระหว่างพ่อกับลูกสาว พวกเขาน่าจะต้องการพื้นที่ส่วนตัว เธอจึงพูดกับเฟิงจิ่งซินว่า “แม่ไปโทรศัพท์หน่อยนะ เดี๋ยวกลับมา”เฟิงจิ่งซินพยักหน้า “ค่ะ”หรงฉือหันหลังออกจากห้องไปแน่นอนว่าเธอไม่ได้มีธุระต้องโทรศัพท์อะไร เธอหันหลังเดินไปยืนอยู่ตรงระเบียงริมหน้าต่างสองสามนาที เมื่อเธอกลับมาที่ห้องของเฟิงจิ่งซิน เฟิงถิงเซินก็ไม่อยู่ในห้องแล้ว ส่วนอาหารนั้นพ่อบ้านก็ได้ให้คนยกมาส่งเรียบร้อยแล้วทางห้องครัวตั้งใจต้มโจ๊กให้เฟิงจิ่งซินเป็นพิเศษ นอกจากโจ๊กแล้ว ยังมีอาหารอีกหลายอย่าง เรียกได้ว่าจัดเต็มเลยทีเดียวแต่เฟิงจิ่งซินกำลังป่วยอยู่ แม้แต่โจ๊กก็ยังกินไม่ลง เพิ่งจะกินไปได้ไม่กี่คำ ก็รู้สึกอ่อนเพลียจนอยากนอนต่อแล้วในเมื่อเธอง่วงแล้ว หรงฉือก็ให้เธอขึ้นไปนอนต่อบนเตียงเฟิงจิ่งซินกลับไปนอนบนเตียง มือเล็ก ๆ จับชายเสื้อของหรงฉือไว้ ราวกับมีอะไรอยากจะพูด แต่สุดท้ายก็ฝืนความง่วงไม่ไหว ไม่นาน






Peringkat
Ulasan-ulasanLebih banyak