LOGINแต่งงานกันมาเจ็ดปี เฟิงถิงเซินเย็นชากับเธอราวกับน้ำแข็ง ทว่าหรงฉือกลับยิ้มรับเสมอมา เพราะเธอรักเขามาก และเชื่อว่าเธอจะสามารถเอาชนะใจเขาได้ในสักวันหนึ่ง แต่สิ่งที่เธอได้รับกลับมาคือการที่เขาตกหลุมรักผู้หญิงคนอื่นตั้งแต่แรกพบ แถมยังรักและดูแลเธออย่างดีที่สุด แต่เธอยังคงพยายามอย่างหนักเพื่อรักษาชีวิตแต่งงานของพวกเขาไว้ จนกระทั่งถึงวันเกิดของเธอ เธอเดินทางไกลหลายพันไมล์เพื่อไปหาเขาและลูกสาวที่ต่างปะเทศ แต่เขากลับพาลูกสาวไปอยู่กับผู้หญิงคนนั้น ทิ้งให้เธอเฝ้าห้องที่ว่างเปล่าเพียงลำพัง ในที่สุดเธอก็ยอมแพ้อย่างราบคาบ เมื่อเห็นลูกสาวที่เธอเลี้ยงมากับมือต้องการเรียกผู้หญิงคนอื่นว่าแม่ หรงฉือก็ไม่รู้สึกเจ็บปวดอีกต่อไป เธอร่างข้อตกลงการหย่าร้าง และสละสิทธิ์ในการเลี้ยงดูลูก แล้วจากไปอย่างสง่างาม นับแต่นั้นก็ไม่สนใจพ่อลูกคู่นั้นอีกเลย และรอเซ็นใบหย่าร้าง เธอละทิ้งครอบครัว และหันกลับมาทุ่มเทให้กับงาน เธอที่เคยถูกทุกคนดูถูกในอดีต กลับสามารถหาเงินได้กว่าหลายแสนล้านอย่างง่ายดาย ทว่าเธอรอแล้วรอเล่า ใบหย่าไม่เพียงแต่ไม่ได้เซ็นสักที แต่ผู้ชายที่ไม่ยอมกลับบ้านในอดีต กลับกลับบ้านบ่อยขึ้นเรื่อยๆ แถมยังติดเธอมากขึ้นทุกวันอีกต่างหาก เมื่อรู้ว่าเธอต้องการหย่า ชายผู้สูงศักดิ์และเย็นชามาโดยตลอดก็ผลักเธอไปที่มุมกำแพง “หย่าเหรอ? ไม่มีทาง”
View Moreหรงฉือพยักหน้าเล็กน้อย พูดว่า “ฉันกลับก่อนนะ พอซินซินตื่นแล้ว คุณอย่าลืมบอกเธอหน่อย”เฟิงถิงเซินมองเธอ “โอเค ไม่กินข้าวเช้าก่อนแล้วค่อยไปเหรอ?”“ไม่ล่ะ”เฟิงถิงเซินก็ไม่ได้ฝืน ลุกขึ้นพูดว่า “ผมไปส่งคุณ”“ไม่ต้องลำบากหรอก”เฟิงถิงเซินไม่พูดอะไร กลับเดินตามหลังไปส่งเธอข้างนอกด้วยตัวเอง รอจนรถของเธอออกจากลานบ้านแล้ว เฟิงถิงเซินจึงจะหันหลังกลับเข้าบ้านสิบกว่านาทีต่อมา เฟิงจิ่งซินก็ตื่นนอนแล้ว หลังจากลงมาชั้นล่าง เธอมองซ้ายทีขวาที เฟิงถิงเซินพูดว่า “แม่หนูมีธุระ กลับไปก่อนแล้ว”“อ้อ...”ทันทีที่ตื่นขึ้นมาแล้วไม่เห็นหรงฉืออยู่ข้าง ๆ เฟิงจิ่งซินก็คิดถึงความเป็นไปได้นี้ไว้แล้ว เธอเม้มริมฝีปากเล็กน้อย จากนั้นก็ไปทานอาหารที่ห้องอาหารโดยไม่พูดสักคำเฟิงถิงเซินนั่งลงข้างเธอ ยื่นมือไปแตะหน้าผากเธอเพื่อวัดอุณหภูมิ “ไข้ลดหมดแล้ว ยังรู้สึกไม่สบายตรงไหนอีกไหม? ถ้ารู้สึกเหนื่อยก็นอนพักอยู่ที่บ้านหนึ่งวัน พรุ่งนี้ค่อยไปโรงเรียน”เฟิงจิ่งซินไม่เงยหน้า แล้วก็ไม่ได้สะบัดมือของเขาออก พูดแค่ว่า “ไม่ค่ะ หนูจะไปโรงเรียน”“โอเค” พูดจบ ก็พูดอีกว่า “ต่อจากนี้พ่อยังต้องไปทำงานต่างเมือง กว่าจะกลับมาก็ค
เฟิงถิงเซินรับถ้วยจากมือหรงฉือไป หลังป้อนโจ๊กให้เฟิงจิ่งซินกินไปสองคำ ก็พูดกับหรงฉือว่า “ทางครัวน่าจะทำของกินอย่างอื่นไว้อยู่ คุณก็ลงไปทานสักหน่อยดีกว่าไหม?”จริง ๆ แล้วหรงฉือไม่หิวแต่เธอกับเฟิงถิงเซินไม่มีอะไรจะพูดคุยกันจริง ๆ เมื่ออยู่ต่อหน้าเฟิงจิ่งซิน การที่พวกเขาพยายามหลีกเลี่ยงอยู่ในพื้นที่เดียวกันก็น่าจะดีกว่าเธอพยักหน้าเล็กน้อย พูดกับเฟิงจิ่งซินว่า “ซินซิน งั้นแม่ก็ลงไปหาอะไรกินข้างล่างหน่อยนะ แม่กินเสร็จแล้วค่อยขึ้นมา”เฟิงจิ่งซินพูดอย่างเชื่อฟังว่า “ค่ะ”หรงฉือไม่พูดอะไรอีก ก็หันหลังลงไปชั้นล่างแล้วจนกระทั่งหลังจากแผ่นหลังของหรงฉือหายลับไปจากประตู เฟิงจิ่งซินจึงจะละสายตากลับมา รอยยิ้มที่อยู่บนใบหน้าก็หุบลงทันที ก่อนจะมองไปที่เฟิงถิงเซินอาจเพราะดูออกว่าเธอมีอะไรอยากจะพูด เฟิงถิงเซินเช็ดมุมปากให้เธอเล็กน้อย “อยากจะพูดอะไร?”เฟิงจิ่งซินเม้มริมฝีปาก สองมือกำผ้าห่มไว้ สุดท้ายกลับไม่พูดอะไร เพียงแค่กินอย่างเงียบ ๆ เท่านั้นเธอไม่พูด เฟิงถิงเซินก็ไม่ถามหลังจากเธอกินอะไรเสร็จได้สักพัก เฟิงถิงเซินก็วัดอุณหภูมิร่างกายให้เธออีกครั้ง เวลานี้หรงฉือเดินขึ้นมาชั้นบนพอดี เมื่อ
พ่อบ้านยิ้มแล้วพูดว่า “ได้ครับ ผมจะให้คนยกอาหารขึ้นมาเดี๋ยวนี้”พ่อบ้านพูดจบก็ลงไปชั้นล่างแล้วเฟิงถิงเซินมองเฟิงจิ่งซิน “ไม่ให้พ่ออยู่เป็นเพื่อนจริง ๆ เหรอ?”เฟิงจิ่งซินถลึงตาใส่เขา “ไม่ต้องค่ะ!”หรงฉือคิดว่าระหว่างพ่อกับลูกสาว พวกเขาน่าจะต้องการพื้นที่ส่วนตัว เธอจึงพูดกับเฟิงจิ่งซินว่า “แม่ไปโทรศัพท์หน่อยนะ เดี๋ยวกลับมา”เฟิงจิ่งซินพยักหน้า “ค่ะ”หรงฉือหันหลังออกจากห้องไปแน่นอนว่าเธอไม่ได้มีธุระต้องโทรศัพท์อะไร เธอหันหลังเดินไปยืนอยู่ตรงระเบียงริมหน้าต่างสองสามนาที เมื่อเธอกลับมาที่ห้องของเฟิงจิ่งซิน เฟิงถิงเซินก็ไม่อยู่ในห้องแล้ว ส่วนอาหารนั้นพ่อบ้านก็ได้ให้คนยกมาส่งเรียบร้อยแล้วทางห้องครัวตั้งใจต้มโจ๊กให้เฟิงจิ่งซินเป็นพิเศษ นอกจากโจ๊กแล้ว ยังมีอาหารอีกหลายอย่าง เรียกได้ว่าจัดเต็มเลยทีเดียวแต่เฟิงจิ่งซินกำลังป่วยอยู่ แม้แต่โจ๊กก็ยังกินไม่ลง เพิ่งจะกินไปได้ไม่กี่คำ ก็รู้สึกอ่อนเพลียจนอยากนอนต่อแล้วในเมื่อเธอง่วงแล้ว หรงฉือก็ให้เธอขึ้นไปนอนต่อบนเตียงเฟิงจิ่งซินกลับไปนอนบนเตียง มือเล็ก ๆ จับชายเสื้อของหรงฉือไว้ ราวกับมีอะไรอยากจะพูด แต่สุดท้ายก็ฝืนความง่วงไม่ไหว ไม่นาน
เบอร์โทรศัพท์ของเฟิงถิงเซินอวี้มั่วซวินก็จำได้เขาแค่นเสียงเหอะคำหนึ่ง “เขาโทรมาทำไม? หรือคิดจะให้คุณช่วยขอร้องเจี๋ยเซี่ยวแทนตระกูลหลิน? เขาขี้ขลาดขนาดนี้เลยเหรอ?”หรงฉือไม่พูดอะไร กดรับสาย ยังไม่ทันได้พูด เฟิงถิงเซินก็พูดขึ้นก่อนว่า “ซินซินเป็นไข้มาหนึ่งวันแล้ว ตอนเย็นถ้ามีเวลาก็แวะไปดูเธอหน่อยได้ไหม?”หรงฉือขมวดคิ้ว ถามทันทีว่า “เป็นไข้นานขนาดนี้แล้วเหรอ? ตอนนี้อาการเป็นยังไงบ้าง?”“ตอนนี้ยังให้น้ำเกลืออยู่ อุณหภูมิก็ยังไม่ลดเลย”“เข้าใจแล้ว อีกเดี๋ยวฉันจะแวะไป”“รบกวนด้วยนะ”หรงฉือไม่พูดอะไร วางสาย หลังจากมอบหมายงานที่อยู่ในมือเรียบร้อยแล้ว ก็ออกจากฉางโม่ไปเมื่อมาถึงที่หมาย พ่อบ้านทราบว่าเธอกลับมาแล้ว ก็รีบออกมาต้อนรับ “คุณนาย มาแล้วเหรอครับ?”หรงฉือ “ฉันจะขึ้นไปดูซินซินหน่อย”ที่ชั้นบน เฟิงจิ่งซินเพิ่งให้น้ำเกลือเสร็จ ตอนที่กำลังจะนอนหลับอย่างสะลืมสะลือ หรงฉือเดินเข้ามาในห้อง เห็นเฟิงจิ่งซินที่ขมวดคิ้วอยู่ ก็นั่งลงข้างเตียง ก่อนจะยื่นมือไปแตะหน้าผากของเธอเบา ๆพ่อบ้านพูดเสียงเบาว่า “อุณหภูมิร่างกายลดลงไปมากแล้ว แต่หมอบอกว่าไข้อาจจะกลับมาขึ้นสูงได้อีกครับ”หรงฉือพยักหน้






Ratings
reviewsMore