로그인แต่งงานกันมาเจ็ดปี เฟิงถิงเซินเย็นชากับเธอราวกับน้ำแข็ง ทว่าหรงฉือกลับยิ้มรับเสมอมา เพราะเธอรักเขามาก และเชื่อว่าเธอจะสามารถเอาชนะใจเขาได้ในสักวันหนึ่ง แต่สิ่งที่เธอได้รับกลับมาคือการที่เขาตกหลุมรักผู้หญิงคนอื่นตั้งแต่แรกพบ แถมยังรักและดูแลเธออย่างดีที่สุด แต่เธอยังคงพยายามอย่างหนักเพื่อรักษาชีวิตแต่งงานของพวกเขาไว้ จนกระทั่งถึงวันเกิดของเธอ เธอเดินทางไกลหลายพันไมล์เพื่อไปหาเขาและลูกสาวที่ต่างปะเทศ แต่เขากลับพาลูกสาวไปอยู่กับผู้หญิงคนนั้น ทิ้งให้เธอเฝ้าห้องที่ว่างเปล่าเพียงลำพัง ในที่สุดเธอก็ยอมแพ้อย่างราบคาบ เมื่อเห็นลูกสาวที่เธอเลี้ยงมากับมือต้องการเรียกผู้หญิงคนอื่นว่าแม่ หรงฉือก็ไม่รู้สึกเจ็บปวดอีกต่อไป เธอร่างข้อตกลงการหย่าร้าง และสละสิทธิ์ในการเลี้ยงดูลูก แล้วจากไปอย่างสง่างาม นับแต่นั้นก็ไม่สนใจพ่อลูกคู่นั้นอีกเลย และรอเซ็นใบหย่าร้าง เธอละทิ้งครอบครัว และหันกลับมาทุ่มเทให้กับงาน เธอที่เคยถูกทุกคนดูถูกในอดีต กลับสามารถหาเงินได้กว่าหลายแสนล้านอย่างง่ายดาย ทว่าเธอรอแล้วรอเล่า ใบหย่าไม่เพียงแต่ไม่ได้เซ็นสักที แต่ผู้ชายที่ไม่ยอมกลับบ้านในอดีต กลับกลับบ้านบ่อยขึ้นเรื่อยๆ แถมยังติดเธอมากขึ้นทุกวันอีกต่างหาก เมื่อรู้ว่าเธอต้องการหย่า ชายผู้สูงศักดิ์และเย็นชามาโดยตลอดก็ผลักเธอไปที่มุมกำแพง “หย่าเหรอ? ไม่มีทาง”
더 보기เรื่องระหว่างเธอกับเฟิงถิงเซิน รวมทั้งเรื่องที่บริษัทเกิดอะไรขึ้นบ้าง ด้วยสถานการณ์ในตอนนี้ แน่นอนว่าถ้าปิดบังได้ก็ควรปิดบังไว้ให้ประธานจางเรียกทุกคนมาประชุม หลังจากนั้นก็ลงมือจัดการเรื่องอื่น ๆ เธอทำงานเสร็จ ก็เป็นเวลาเที่ยงแล้วเธอหยิบกุญแจรถแล้วออกไปข้างนอก หลังจากนั้นไม่นาน รถของเธอก็จอดอยู่ฝั่งตรงข้ามถนนกับเฟิงซื่อตอนนี้เป็นช่วงพักกลางวัน มีพนักงานเข้าออกหน้าตึกใหญ่เฟิงซื่อเป็นจำนวนมาก หากเป็นเมื่อสิบวันก่อน การที่เธอเข้าออกตึกใหญ่เฟิงซื่อคงทำได้ตามใจ แต่ตอนนี้ หากเธอปรากฏตัวที่เฟิงซื่อในตอนนี้ เกรงว่าพอเธอปรากฏตัว ข่าวก็จะถูกคนเผยแพร่ลงบนอินเทอร์เน็ตทันทีหลินอู๋นั่งอยู่บนรถ มองไปทางตึกใหญ่ของเฟิงซื่อ หลังจากนั้นครู่ใหญ่เธอจึงจะขับรถออกไปเดิมทีบัญชีส่วนตัวของเธอถูกอายัดไม่ใช่เรื่องใหญ่อะไร แต่ตอนนี้ เรื่องราวเกี่ยวพันถึงซวิ่นตู้ หากข่าวเรื่องหุ้นของซวิ่นตู้ถูกอายัดรั่วไหลออกไป...เมื่อคิดถึงตรงนี้ กระทั่งถึงตอนเย็น เห็นว่าโทรศัพท์ยังคงไม่มีข้อความตอบกลับใด ๆ หลินอู๋จึงจะหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาแล้วโทรออกไปเฟิงจิ่งซินกำลังอ่านหนังสืออยู่ชั้นบน ได้ยินมีคนโทรเข้ามา เธอชะงักมื
จนกระทั่งเช้าวันรุ่งขึ้น หลินอู๋ยังคงไม่ได้รับการตอบกลับใด ๆเฟิงถิงเซินไม่ตอบกลับ เห็นหลินอู๋หยิบกระเป๋าเหมือนจะออกไปข้างนอก ระหว่างทานอาหารเช้า คุณย่าหลินชะงักไปเล็กน้อย ก่อนจะถามว่า “เสี่ยวอู๋ นี่แกจะไปไหน?”ทุกคนต่างมองมาหลินอู๋ “ไปบริษัทค่ะ”คุณย่าหลิน “...อ้อ ก็ดี”ในฐานะเจ้านายคนปัจจุบันของซวิ่นตู้ หลินอู๋จะใส่ใจเรื่องของบริษัทให้มากหน่อย ก็ไม่ใช่เรื่องผิดอะไรเพียงแต่ เมื่อเทียบกับซวิ่นตู้ พวกเขาย่อมหวังมากกว่าว่าหลินอู๋จะไปหาเฟิงถิงเซินถึงอย่างไร ต่อให้ซวิ่นตู้จะมีค่ามากในตอนนี้ แต่เมื่อเทียบกับเฟิงถิงเซินแล้ว ก็ยังถือว่าไม่เท่าไรแต่พวกเขาก็รู้ว่า ในเมื่อตอนนี้หลินอู๋ไม่ไปหาเฟิงถิงเซินในทันที ย่อมมีเหตุผลของเธอ พวกเขาจึงไม่ควรกดดันมากเกินไปเวลานี้ คนรับใช้ในบ้านเห็นเธอที่ทานอาหารเช้าอยู่ ก็พูดว่า “คุณหนู คุณไม่ได้แกะพัสดุสิบกว่าชิ้นมาหลายวันแล้ว ถ้ายังไม่แกะอาจจะเลยเวลาคืนสินค้าได้นะคะ...”“รู้แล้ว” หลินอู๋พูดเสียงเรียบ “เดี๋ยวอีกสักพักฉันจะแกะ”คนรับใช้ก็ไม่ได้พูดอะไรอีกหลังจากทานอาหารเช้าแล้ว หลินอู๋ก็แกะพัสดุด้วยสีหน้าไร้อารมณ์เธอซื้อของเยอะมาก แต่ตอนนี้เ
เฟิงถิงเซินและเฮ่อฉางปั่วต่างมีงานต้องจัดการ พวกเขาเที่ยวอยู่ที่เกาะสองวัน ก็เดินทางกลับเข้าเมืองแล้ววันรุ่งขึ้น เฟิงถิงเซินกลับเฟิงซื่อเพื่อเจรจาความร่วมมือกับคนอื่นหลังจากที่เฟิงถิงเซินยุ่งอยู่สองวัน ข่าวที่เขากลับมาเมืองตูเฉิงหลังจากไปทำงานต่างเมือง ก็ถึงหูของหลินลี่ไห่แล้วช่วงหลายวันที่ผ่านมา ตระกูลหลินและตระกูลซุนต่างก็เผชิญกับช่วงเวลาที่ไม่ค่อยราบรื่นนักพอรู้ว่าเฟิงถิงเซินกลับประเทศแล้ว หลินลี่ไห่ก็พูดกับหลินอู๋ทันทีว่า “ได้ยินว่าถิงเซินกลับมาแล้ว”หลินอู๋ไม่มีปฏิกิริยาใด ๆ ซุนลี่เหยากลับดีใจขึ้นมาในทันที รีบพูดว่า “ในที่สุดพี่เขยก็กลับมาเสียที? ถ้าอย่างนั้นพวกเรา...”สีหน้าของหลินลี่ไห่กลับไม่ดีมากนัก มองหลินอู๋แล้วพูดว่า “ได้ยินว่า ถิงเซินกลับมาตั้งแต่เมื่อสองวันก่อนแล้ว”ก่อนหน้านี้หลินอู๋ติดต่อหาเฟิงถิงเซินอยู่ตลอด ทางด้านเฟิงถิงเซินกลับไม่มีการตอบกลับ พวกเขาคิดว่าเพราะเฟิงถิงเซินมีงานต้องจัดการมากมายแต่ตอนนี้ เขากลับมาจากการทำงานต่างเมืองแล้ว ยิ่งไปกว่านั้น ผ่านมาสองวันแล้ว แต่หลังจากที่เขากลับมา กลับไม่ติดต่อหาหลินอู๋เลย...หลินอู๋และซุนเยว่ชิงเข้าใจความหมายที
เฟิงจิ่งซิน “โอเคค่ะ ถ้าอย่างนั้น...ไว้เจอกันนะคะคุณแม่”หรงฉือคิดไม่ถึงเลยว่าเธอจะบอกลากันเร็วขนาดนี้ แต่ก็ไม่ได้พูดอะไร “จ้ะ หนูก็รีบพักผ่อนนะ”“ค่ะ ฝันดีนะคะคุณแม่”หลังจากวางสาย เฟิงจิ่งซินก็หันหลังลงไปชั้นล่าง และตรงไปถามพ่อบ้านทันที “คุณปู่พ่อบ้าน เมื่อครู่นี้คุณโทรหาคุณแม่ใช่ไหม?”พ่อบ้าน “ใช่ คุณไม่ยอมทานข้าว ผมเลยเป็นห่วง จึงโทรไปเล่าให้คุณแม่คุณฟัง”เฟิงจิ่งซินได้ยินแบบนั้น ก็ก้มหน้าลง ไม่ได้พูดอะไรอีก หันหลังขึ้นไปชั้นบนแล้ววันรุ่งขึ้น เฟิงจิ่งซินตื่นนอนในตอนเช้า จงใจไม่ลงไปทานอาหารเช้า เฟิงถิงเซินทานอาหารเช้าเสร็จก็ขึ้นไปเคาะประตูที่ห้องเธอ “พ่อออกไปข้างนอกหน่อยนะ เดี๋ยวจะกลับมาตอนบ่าย”เฟิงจิ่งซินยังคงงอนอยู่ พอได้ยินแบบนั้น ก็หันหน้าหนีไม่สนใจเขา แต่เหมือนกับนึกอะไรขึ้นมาได้ จู่ ๆ ก็มองไปทางเขา แต่กลับอ้ำอึ้ง อยากจะพูดอะไรแต่ก็ไม่กล้าพูดออกมาเฟิงถิงเซินสังเกตเห็น ลูบศีรษะของเธอเบา ๆ “อยากจะพูดอะไร?”เฟิงจิ่งซินขยับปากเล็กน้อย สุดท้ายก็ไม่ได้พูดออกมา “ไม่มีอะไรค่ะ”เฟิงถิงเซินกลับไม่ถาม “ถ้ามีอะไรก็โทรหาพ่อนะ”พูดจบ ก็หันหลังจากไปแล้วหลังจากที่เฟิงถิงเซินออก
“สัมภาษณ์สิครับ ต้องสัมภาษณ์อยู่แล้ว!” กล่าวจบ อีกฝ่ายเป็นฝ่ายยื่นมือมาหาหรงฉือ พร้อมพูดว่า “สวัสดีครับ ผมชื่อกู้เหยียน ที่แปลว่ายืนยง ยินดีที่ได้รู้จักครับ”หรงฉือจับมือกับอีกฝ่าย “ฉันทราบค่ะ”ในมือเธอมีประวัติส่วนตัวของเขาเธอมองเขา “ต่อจากนี้คุณจะยังเป็นคนสัมภาษณ์ฉันเหมือนเดิมไหมคะ หรือว่าให้ฉ
หรงฉือยังโทรกลับไปหาเฮ่อฉางปั่ว แล้วถามเขาอีกว่าสองวันก่อนโทรมาหาเธอมีธุระอะไรหรือเปล่าเฮ่อฉางปั่วตอบกลับว่า “ตานตานอยากวิดีโอคอลหาคุณ ไม่มีเรื่องอะไรเป็นพิเศษหรอก”หรงฉือกับเฮ่อฉางปั่วยังต้องไปทำงาน พวกเขาจึงคุยอะไรไม่ได้มากนักพอวางสาย หรงฉือก็หยิบกุญแจรถ ลงไปชั้นล่าง จากนั้นก็ขับรถไปบริษัทเ
พอได้ยินความเคลื่อนไหว เฟิงถิงเซินก็หันหน้ากลับมาหรงฉือลงจากรถ หลังปิดประตูก็เดินไปเงียบ ๆ แล้วหยิบร่มจากมือเขากลับคืนเฟิงถิงเซินก้มลงมองเท้าของเธอพร้อมกับถามว่า “เท้าไม่เป็นอะไรแล้วเหรอ?”เจ็บนิดหน่อย แต่ยังสามารถเดินได้แต่ทว่า หรงฉือไม่ได้พูดอะไรออกไปเธอขี้เกียจจะต้องคิดว่าทำไมวันนี้เขาถึ
ขณะกินข้าวได้ครึ่งหนึ่ง ฉีอวี้หมิงจู่ ๆ ก็นึกอะไรบางอย่างได้ขึ้นมา ก่อนจะพูดกับหลินอู๋ว่า “จริงสิ ตอนนี้ฉางโม่กำลังขยายการรับสมัครอยู่ คุณมีแผนจะลองไปสมัครที่ฉางโม่อีกครั้งไหม?”แม้ไม่กี่วันที่ผ่านมาหลินอู๋จะอยู่ต่างประเทศแต่เรื่องที่ฉางโม่ขยายการรับสมัคร เธอรู้อยู่แล้วพูดตามตรง เธอเองก็สนใจอยู
평점
리뷰더 보기