เข้าสู่ระบบแต่งงานกันมาเจ็ดปี เฟิงถิงเซินเย็นชากับเธอราวกับน้ำแข็ง ทว่าหรงฉือกลับยิ้มรับเสมอมา เพราะเธอรักเขามาก และเชื่อว่าเธอจะสามารถเอาชนะใจเขาได้ในสักวันหนึ่ง แต่สิ่งที่เธอได้รับกลับมาคือการที่เขาตกหลุมรักผู้หญิงคนอื่นตั้งแต่แรกพบ แถมยังรักและดูแลเธออย่างดีที่สุด แต่เธอยังคงพยายามอย่างหนักเพื่อรักษาชีวิตแต่งงานของพวกเขาไว้ จนกระทั่งถึงวันเกิดของเธอ เธอเดินทางไกลหลายพันไมล์เพื่อไปหาเขาและลูกสาวที่ต่างปะเทศ แต่เขากลับพาลูกสาวไปอยู่กับผู้หญิงคนนั้น ทิ้งให้เธอเฝ้าห้องที่ว่างเปล่าเพียงลำพัง ในที่สุดเธอก็ยอมแพ้อย่างราบคาบ เมื่อเห็นลูกสาวที่เธอเลี้ยงมากับมือต้องการเรียกผู้หญิงคนอื่นว่าแม่ หรงฉือก็ไม่รู้สึกเจ็บปวดอีกต่อไป เธอร่างข้อตกลงการหย่าร้าง และสละสิทธิ์ในการเลี้ยงดูลูก แล้วจากไปอย่างสง่างาม นับแต่นั้นก็ไม่สนใจพ่อลูกคู่นั้นอีกเลย และรอเซ็นใบหย่าร้าง เธอละทิ้งครอบครัว และหันกลับมาทุ่มเทให้กับงาน เธอที่เคยถูกทุกคนดูถูกในอดีต กลับสามารถหาเงินได้กว่าหลายแสนล้านอย่างง่ายดาย ทว่าเธอรอแล้วรอเล่า ใบหย่าไม่เพียงแต่ไม่ได้เซ็นสักที แต่ผู้ชายที่ไม่ยอมกลับบ้านในอดีต กลับกลับบ้านบ่อยขึ้นเรื่อยๆ แถมยังติดเธอมากขึ้นทุกวันอีกต่างหาก เมื่อรู้ว่าเธอต้องการหย่า ชายผู้สูงศักดิ์และเย็นชามาโดยตลอดก็ผลักเธอไปที่มุมกำแพง “หย่าเหรอ? ไม่มีทาง”
ดูเพิ่มเติมในเมื่อหรงฉือและเจี๋ยเซี่ยวไม่สามารถหาจุดทะลวงเข้าไปได้ เช่นนั้นก็เหลือเพียงแค่...ซุนลี่เหยากัดริมฝีปาก ถามว่า “ตั้งแต่เมื่อคืนจนถึงตอนนี้ นี่ก็ผ่านมาหนึ่งวันเต็ม ๆ แล้ว ทางฝั่งพี่เขยยังไม่มีข่าวคราวใด ๆ เลย พี่ หรือว่าพี่เขยเขา...”“ไม่มีข่าวคราวอะไรถือเป็นข่าวดี” ซุนเยว่ชิงพูดเสียงเรียบ“ถูกต้อง” เกิดเรื่องแบบนี้ขึ้น หลินลี่หลานก็รีบเดินทางมาจากเมืองเหยียนเฉิงเช่นกัน “ข่าวปัญหาที่เกิดขึ้นในบริษัทของครอบครัว ตอนนี้กำลังเป็นกระแสร้อนแรงบนโลกออนไลน์ พวกชาวเน็ตต่างจ้องมองพวกเรากับถิงเซินอยู่ ถ้าเวลานี้ถิงเซินยื่นมือเข้ามาช่วยพวกเรา ผลกระทบจะไม่ใช่แค่เฟิงถิงเซิน แต่เป็นทั้งตระกูลเฟิง”“ดังนั้น หลังจากชั่งน้ำหนักข้อดีข้อเสียแล้ว ถิงเซินไม่ช่วยพวกเรา กลับเป็นวิธีลดความเสียหายที่ดีกว่า”ซุนลี่เหยาพูดอย่างร้อนใจว่า “แต่ถ้าพี่เขยไม่ช่วยพวกเรา บริษัทของพวกเราจะไม่จบเห่จริง ๆ เหรอคะ? แถมยังต้องแบกหนี้มหาศาลอีก...”หลินลี่หลานมองเธอแวบหนึ่ง พูดว่า “มีถิงเซินอยู่ จะกลัวอะไร?”ซุนลี่เหยาชะงักไปเล็กน้อยเวลานี้ แม้แต่คนโง่อย่างเธอ ยังเข้าใจเลยว่ามันหมายความว่าอย่างไรตราบใดที่มีเฟิงถิงเซิน
หรงฉือพยักหน้า “ฉันได้ยินแล้ว” เธอลุกขึ้นพูดว่า “ขอตัวสักครู่”พูดจบ ก็หันหลังจากไปแล้วเหรินจี่เฟิงอยากจะพูดอะไรบางอย่าง เห็นถึงตรงนี้ ก็ไม่ได้พูดอะไรออกมาสำหรับคำขอโทษของตัวเอง เขาเคยคิดว่าหรงฉืออาจจะยอมรับ หรือบางทีอาจจะพูดจาเสียดสีแต่ปฏิกิริยาแบบนี้ของหรงฉือ ค่อนข้างเกินกว่าที่เขาคาดการณ์ไว้ดูเหมือนเธอจะยอมรับคำขอโทษของเขาแล้วแต่ก็แค่ยอมรับคำขอโทษของเขาเท่านั้นต่อจากนั้น...ก็ไม่มีอะไรต่อแล้วไม่นานหรงฉือก็เข้าร่วมวงสนทนากับคนอื่น ๆ หนานจื้อจือ หรงฉือและอวี้มั่วซวินยังมีเรื่องต้องจัดการ หลังทานอาหารและดื่มชา ไม่นานก็ขอตัวกลับไปก่อนแล้วบนรถ หรงฉือกับหนานจื้อจือกำลังคุยเรื่องงานกันอยู่ โทรศัพท์ของเธอจู่ ๆ ก็ดังขึ้นมาเป็นเบอร์แปลกหรงฉือเห็นก็รับ“เสี่ยวฉือ พ่อเอง พ่อ...”เป็นสายของหลินลี่ไห่ หรงฉือเพิ่งได้ยินชัดเจน ก็วางสายโดยไม่ลังเลเลยแม้แต่น้อย แถมยังบล็อกเบอร์อีกด้วยอวี้มั่วซวินเห็นปฏิกิริยานี้ของเธอ ก็เลิกคิ้ว “หลินลี่ไห่?”“อืม”อวี้มั่วซวินเบะปาก แค่ใช้นิ้วเท้าคิดเขาก็เดาได้แล้วว่าจุดประสงค์ที่หลินลี่ไห่โทรหาหรงฉือคืออะไรอาจเป็นเพราะไม่รู้เรื่องที่เก
ยิ่งคิดไม่ถึงเลยว่า เธอกับหรงฉือจะยังมีความสัมพันธ์แบบนั้นยิ่งไปกว่านั้น ไม่นึกเลยว่าหรงฉือจะเป็นลูกศิษย์ของหนานจื้อจือเขากำลังคิดแบบนี้อยู่ สายจากคุณย่าเฟิงก็โทรเข้ามา.........หรงฉือนอนหลับต่ออีกสักงีบ กว่าจะตื่นขึ้นมาก็เป็นเวลาบ่ายโมงกว่า ๆ แล้วฉางโม่ยังมีบางเรื่องต้องจัดการ หลังจากทานอะไรง่าย ๆ เธอก็กลับไปที่ฉางโม่อวี้มั่วซวินก็เพิ่งถึงเช่นกันหลังจากยุ่งอยู่ครู่หนึ่ง หนานจื้อจือก็โทรศัพท์เข้ามา บอกให้พวกเขาไปทานอาหารที่บ้านตระกูลจี้คืนนี้ตอนที่พวกเขามาถึงบ้านตระกูลจี้ จี้ชิงเยว่ก็ออกมารับพวกเขา “มาแล้วเหรอ? เชิญเข้าข้างในเลย”หรงฉือพยักหน้าเล็กน้อยจี้ชิงเยว่พูดคุยทักทาย “ได้ยินว่าฉางโม่เกิดปัญหาขึ้นนิดหน่อย ไม่เป็นอะไรใช่ไหม?”ด้วยมารยาท จี้ชิงเยว่จึงพูดกับหรงฉือและอวี้มั่วซวินแต่อวี้มั่วซวินกลับเลิกคิ้วไม่ได้พูดอะไรหรงฉือจึงทำได้เพียงพูดว่า “ไม่เป็นอะไร ทั้งหมดจัดการได้พอสมควรแล้ว”เข้าบ้านมาจึงจะพบว่าหนานจื้อจือมาถึงแล้ว ยิ่งไปกว่านั้น เหรินจี่เฟิงก็อยู่ด้วยเมื่อเห็นพวกเขา เหรินจี่เฟิงก็มองมาเป็นคนแรกอวี้มั่วซวินและหรงฉือทำเป็นมองไม่เห็นเขาพวกเขาทักท
เธอโทรศัพท์ถามพ่อบ้านถึงความเคลื่อนไหวของเฟิงจิ่งซิน“ซินซินอ่านหนังสืออยู่ชั้นบน” พ่อบ้าน “จะให้ผมเรียกเธอมาคุยกับคุณสักหน่อยไหมครับ?”หรงฉือ “ไม่เป็นไรค่ะ”ในเมื่อเฟิงจิ่งซินไม่เป็นอะไร เธอก็วางใจแล้วหลังจากพูดคุยทักทายกับพ่อบ้านไม่กี่คำ เธอก็วางสายไปอย่างรวดเร็วเพราะเรื่องที่เกิดขึ้นเมื่อคืน ตระกูลหลินและตระกูลซุนจึงเป็นกระแสอย่างมากบนโลกออนไลน์ ข่าวที่หลินซื่อเทคโนโลยีเกิดปัญหาก็แพร่กระจายบนโลกออนไลน์อย่างรวดเร็วเช่นกันบรรดาชาวเน็ตต่างพากันวิพากษ์วิจารณ์หลังจากที่ซางเชี่ยนได้รับข่าว ก็โทรไปหาเฟิงถิงเซินทันทีหลังจากโทรไปได้สักพักหนึ่ง จึงจะมีคนรับสายทว่าคนที่รับสายไม่ใช่เฟิงถิงเซิน แต่เป็นเจียงเจ๋อเลขาของเฟิงถิงเซิน“คุณนายเฟิง ประธานเฟิงกำลังประชุมด่วนอยู่ครับ...”ซางเชี่ยนอารมณ์ไม่ค่อยดีนัก “กำลังประชุมอยู่จริง ๆ หรือว่าไม่อยากรับโทรศัพท์ฉันกันแน่?”“คือว่า ตอนนี้ประธานเฟิงมีเรื่องให้ต้องจัดการเยอะมาก ยุ่งมากจริง ๆ การประชุมด่วนเพิ่งเริ่มขึ้นเองครับ ประธานเฟิงไม่สะดวกรับโทรศัพท์จริง ๆ รอประธานเฟิงเสร็จธุระแล้ว ผมจะรีบแจ้งประธานเฟิงทันทีว่าคุณมีเรื่องสำคัญต้องการพ
แน่นอนว่าหรงฉือไม่มีทางกลับไปอยู่ที่นั่นอยู่แล้วตอนที่เธอกำลังคิดว่าจะพูดอย่างไรดี เฟิงถิงเซินก็พูดกับเฟิงจิ่งซินว่า “เรื่องกลับมาของคุณแม่หนูครั้งหน้าค่อยคุยเถอะ เธอทำงานมาทั้งวันแล้วคงเหนื่อยแย่”เฟิงจิ่งซินเงยหน้า เห็นหรงฉือขมวดคิ้วแน่น ดูแล้วเหมือนจะเหนื่อยมากจริง ๆ เธอจึงไม่ยืนกรานอีก พูดว่า
แม้เฉิงหยวนจะไม่ได้พูดอะไร แต่ดูจากสีหน้าของเขา หลินอู๋ก็เดาได้ทันทีว่า เฟิงถิงเซินต้องทำเรื่องบางอย่างเพราะหรงฉือ ซึ่งเป็นเรื่องที่เธอไม่รู้แน่ ๆ สำหรับเรื่องนี้ หลินอู๋ไม่แปลกใจเลยถึงขนาดมีการเตรียมใจเอาไว้แล้วด้วยแต่ทว่า ในยามนี้หัวใจของเธอกลับไม่ได้สงบนิ่งอย่างที่เธอคาดไว้เมื่อก่อนหน้านี้
ค่ำคืนนี้ เฮ่อฉางปั่วย่อมมาที่นี่เพราะหรงฉือเมื่อเห็นหรงฉือ สายตาของเขาก็หยุดอยู่ที่ใบหน้าของหรงฉือ แล้วพูดด้วยน้ำเสียงอ่อนโยนว่า “ไม่ได้เจอกันนานเลยนะ”หรงฉือคิดว่าพวกเขาไม่ถือว่าไม่ได้เจอกันนานมากนักแต่เฮ่อฉางปั่วพูดแบบนี้แล้ว เธอจึงยิ้มและตอบกลับไปว่า “ไม่ได้เจอกันนานเลย”เธอกับเฟิงถิงเซินย
หนานจื้อจือมีชื่อเสียงโด่งดังไปทั่วโลก แต่ในความเป็นจริง เขายังหนุ่มมาก เพิ่งอายุสี่สิบต้นๆ เท่านั้นเขามีรูปร่างสูงเพรียวและสวมแว่นไร้กรอบ หลังจากที่พิธีกรกล่าวจบ เขาก็ค่อยๆ เดินขึ้นเวทีท่ามกลางเสียงปรบมือดังกึกก้อง เมื่อเดินมาถึงกลางเวที เขากวาดสายตามองผู้คนด้านล่างอย่างเฉยเมย ทันใดนั้น ทั้งห้อ
คะแนน
ความคิดเห็นเพิ่มเติม