Masukแต่งงานกันมาเจ็ดปี เฟิงถิงเซินเย็นชากับเธอราวกับน้ำแข็ง ทว่าหรงฉือกลับยิ้มรับเสมอมา เพราะเธอรักเขามาก และเชื่อว่าเธอจะสามารถเอาชนะใจเขาได้ในสักวันหนึ่ง แต่สิ่งที่เธอได้รับกลับมาคือการที่เขาตกหลุมรักผู้หญิงคนอื่นตั้งแต่แรกพบ แถมยังรักและดูแลเธออย่างดีที่สุด แต่เธอยังคงพยายามอย่างหนักเพื่อรักษาชีวิตแต่งงานของพวกเขาไว้ จนกระทั่งถึงวันเกิดของเธอ เธอเดินทางไกลหลายพันไมล์เพื่อไปหาเขาและลูกสาวที่ต่างปะเทศ แต่เขากลับพาลูกสาวไปอยู่กับผู้หญิงคนนั้น ทิ้งให้เธอเฝ้าห้องที่ว่างเปล่าเพียงลำพัง ในที่สุดเธอก็ยอมแพ้อย่างราบคาบ เมื่อเห็นลูกสาวที่เธอเลี้ยงมากับมือต้องการเรียกผู้หญิงคนอื่นว่าแม่ หรงฉือก็ไม่รู้สึกเจ็บปวดอีกต่อไป เธอร่างข้อตกลงการหย่าร้าง และสละสิทธิ์ในการเลี้ยงดูลูก แล้วจากไปอย่างสง่างาม นับแต่นั้นก็ไม่สนใจพ่อลูกคู่นั้นอีกเลย และรอเซ็นใบหย่าร้าง เธอละทิ้งครอบครัว และหันกลับมาทุ่มเทให้กับงาน เธอที่เคยถูกทุกคนดูถูกในอดีต กลับสามารถหาเงินได้กว่าหลายแสนล้านอย่างง่ายดาย ทว่าเธอรอแล้วรอเล่า ใบหย่าไม่เพียงแต่ไม่ได้เซ็นสักที แต่ผู้ชายที่ไม่ยอมกลับบ้านในอดีต กลับกลับบ้านบ่อยขึ้นเรื่อยๆ แถมยังติดเธอมากขึ้นทุกวันอีกต่างหาก เมื่อรู้ว่าเธอต้องการหย่า ชายผู้สูงศักดิ์และเย็นชามาโดยตลอดก็ผลักเธอไปที่มุมกำแพง “หย่าเหรอ? ไม่มีทาง”
Lihat lebih banyakซุนลี่เหยา คุณย่าหลินและคนอื่น ๆ ต่างก็ตกตะลึงเล็กน้อย “หมายศาลอะไร?”หลินอู๋หลุดจากภวังค์ และเดินมาหาเช่นกันในหมายศาลระบุว่า ผู้ที่ยื่นฟ้องพวกเขาคือเจี๋ยเซี่ยว เหตุผลในการฟ้องคือการละเมิดความลับทางการค้าเธอขมวดคิ้วขึ้นมาเท่าที่เธอจำได้ ระหว่างหลินซื่อเทคโนโลยีกับเจี๋ยเซี่ยวไม่เคยมีความเกี่ยวข้องใด ๆ ต่อกัน แล้วเจี๋ยเซี่ยวจู่ ๆ จะมาฟ้องพวกเขาได้อย่างไร? ยิ่งไปกว่านั้น เหตุผลในการฟ้องร้องคือการละเมิดความลับทางการค้า... แต่เรื่องเหล่านี้ไม่ใช่ประเด็นหลัก ประเด็นหลักคือ...ซุนเยว่ชิงชี้ไปที่จำนวนเงินค่าชดเชยที่เรียกร้องค่าเสียหายในสำเนาคำร้อง พูดด้วยสีหน้าเย็นชาว่า “ดูตรงนี้สิ”หลินอู๋พุ่งตัวไปหา ยังไม่ทันได้พูดอะไร ซุนลี่เหยาก็เห็นตัวเลขก่อนแล้ว สีหน้าเปลี่ยนไปทันที “สองพันห้าร้อยล้าน? พวกเขาถึงขั้นต้องการให้เราชดเชยสองพันห้าร้อยล้านบาท?!”เวลานี้ หลินอู๋เห็นตัวเลขแล้วเช่นกัน แต่เธอพบว่าไม่ใช่แค่นี้ “พวกเขายังเรียกร้องค่าเสียหายเชิงลงโทษด้วย แถมยังเรียกถึงห้าเท่า” นั่นก็หมายความว่า เจี๋ยเซี่ยวเรียกร้องให้พวกเขาชดเชยหนึ่งหมื่นสองพันห้าร้อยล้านบาท!ในที่สุดเธอก็เข้าใจแล้วว่
เฮ่อฉางปั่ว “รู้”น้ำเสียงเขาดูมั่นใจมากจริง ๆ แล้วในใจของฉีอวี้หมิงก็รู้ดีว่าเฟิงถิงเซินรู้เรื่องนี้เพียงแต่เขาไม่คิดเลยว่าทั้ง ๆ ที่เฟิงถิงเซินรู้ความสัมพันธ์ของหรงฉือและหลินอู๋ และยังรู้เรื่องราวในอดีตระหว่างตระกูลซุนและตระกูลหรง แต่ก็ยังคงยืนหยัดคบกับหลินอู๋หลังจากที่หลินอู๋ปรากฏตัว เขาก็คิดมาตลอดว่าเฟิงถิงเซินชอบหลินอู๋มาก แต่เขาไม่เคยคิดเลยว่าเฟิงถิงเซินจะชอบหลินอู๋ถึงขั้นนี้...ความคิดเห็นบางอย่าง แม้ฉีอวี้หมิงจะไม่ได้พูดออกมา แต่ตอนที่เขาพูดเรื่องพวกนี้ เฮ่อฉางปั่วกลับเดาได้แล้วว่าเขากำลังคิดอะไรอยู่ในใจอย่างไรเสีย...เขาก็คิดแบบนี้เช่นกันเขาก็คิดไม่ถึงเลยว่าเฟิงถิงเซินจะรักหลินอู๋ถึงขนาดนี้เรื่องที่เฟิงถิงเซินทั้ง ๆ ที่รู้ความสัมพันธ์ของหรงฉือและหลินอู๋ แต่ก็ยังคบกับหลินอู๋อยู่ คนอื่น ๆ ในงานหลายคนก็คิดแบบนี้เช่นกันเพียงแต่ตอนที่เฟิงถิงเซินอยู่ ไม่มีใครกล้าพูดต่อหน้าเขาเท่านั้นเองอีกด้านหนึ่งในรถของตระกูลหลินเงียบสงัด ไม่มีใครพูดอะไรซุนลี่เหยาขอบตายังคงแดงก่ำ ภายในใจเต็มไปด้วยความเคว้งคว้าง เธออยากจะพูดอะไรสักอย่าง แต่เห็นสีหน้าของคนอื่น ๆ เห็นว่าพวกเขาไ
เฟิงถิงเซินไม่มองอวี้มั่วซวินกับหรงฉือ หลังจากส่งแก้วไวน์ที่อยู่ในมือให้พนักงานเสิร์ฟที่อยู่ข้าง ๆ แล้ว ก็ตามเฟิงจิ่งซินไป หรงฉือเห็นเฟิงจิ่งซินอารมณ์ไม่ค่อยปกติ เดิมทีคิดจะตามไป แต่เห็นเฟิงถิงเซินตามไปแล้ว เธอจึงหยุดเล็กน้อย สุดท้ายก็ไม่ได้ตามไปจริง ๆ อวี้มั่วซวินก็เป็นห่วงเฟิงจิ่งซิน เห็นเฟิงถิงเซินตามไป เขาก็วางใจลง และพูดกับ ดร.ลู่ ว่า “ดร.ลู่ พวกเราขอตัวกลับก่อนนะครับ”ดร.ลู่พยักหน้า “ได้ ไว้ว่าง ๆ ค่อยนัดเจอกันใหม่”หรงฉือได้สติกลับมา พยักหน้าเล็กน้อย และหันหลังเดินจากไปพร้อมกับอวี้มั่วซวินฝูงชนในงานต่างคิดว่าระหว่างหรงฉือและเฟิงถิงเซินอาจจะยังมีการทะเลาะกัน แต่พวกเขาคิดไม่ถึงเลยว่าพวกเขาไม่พูดอะไรกันสักคำ ก็แยกย้ายกันไปง่าย ๆ แบบนี้แล้ว...ไม่ใช่แค่คนอื่น แม้แต่จี้ชิงเยว่ กู้เหยียน เฮ่อฉางปั่วและฉีอวี้หมิง ต่างก็รู้สึกประหลาดใจอยู่บ้างเช่นกันหลังจากกู้เหยียนหายจากอาการตกใจ ก็วางแก้วไวน์ลงแล้วเดินตามไป “จะกลับบริษัทใช่ไหม? ผมกลับด้วยสิ”อวี้มั่วซวินและหรงฉือพยักหน้าพร้อมกันกู้เหยียนอยู่ด้านหลังพวกเขา นึกถึงเรื่องทุกอย่างที่เกิดขึ้นในวันนี้ สุดท้ายเขาไม่ได้พูดอะไร หล
“เพราะเรื่องนี้ ผมยังให้คนติดต่อประธานอวี้ไปโดยเฉพาะ และคาดหวังว่าเสี่ยวฉือจะมาเข้าร่วมงานในคืนนี้ได้”ฟังถึงตรงนี้ เขามองหลินอู๋และเฟิงถิงเซินแวบหนึ่ง ก่อนจะพูดต่อว่า “ส่วนคุณหลิน คืนนี้ผมเพิ่งได้คุยกับเธอ ถึงรู้ว่าเธอมีความตั้งใจจะเรียนรู้อยู่ข้างกายผม แต่หลังจากผมได้คุยกับเสี่ยวฉืออย่างลึกซึ้งมากขึ้น ผมก็ยิ่งแน่ใจว่าคนที่ผมอยากรับเป็นลูกศิษย์คือใคร”“และก่อนหน้านี้ ผมยังไม่เคยให้คำตอบที่ชัดเจนใด ๆ แก่คุณหลิน หลังจากตัดสินใจเลือกนักเรียนที่จะรับเป็นลูกศิษย์แล้ว ผมก็ปฏิเสธคุณหลินในทันที”“ดังนั้น เรื่องนี้จึงไม่มีทางพูดได้ว่าเสี่ยวฉือจงใจแย่งโอกาสของคุณหลินที่จะได้เป็นลูกศิษย์ของผมไป”หลังจากดร.ลู่พูดจบ ภายในโถงงานเลี้ยงก็มีเสียงทอดถอนใจดังขึ้นอีกระลอกหนึ่ง“ก่อนหน้านี้ดร.ลู่ไม่ถูกใจเธอ เธอคิดว่าหรงฉือคอยเล่นงานอยู่เบื้องหลัง ตอนนี้ระหว่างเธอกับหรงฉือ ดร.ลู่เลือกหรงฉือ เธอก็ยังคิดว่าหรงฉือแอบเล่นตุกติกอยู่เบื้องหลังอีก เธอนี่หน้าหนาจริง ๆ !”“สงสัยเธอจะทำเรื่องไม่ดีไว้เยอะ เลยชอบเอาตัวเองไปตัดสินคนอื่นแบบนี้”ท่ามกลางเสียงวิพากษ์วิจารณ์ของฝูงชน ดร.ลู่มองไปทางหรงฉือ ราวกับมีอะไร
ช่วงเที่ยงวันนั้น พวกหลินอู๋ก็ออกจากจุดตั้งแคมป์แล้ว ส่วนพวกหรงฉือและอวี้มั่วซวินออกช้านิดหน่อยช่วงบ่ายวันเดียวกันจึงจะออกไปหลังจบจากการตั้งแคมป์ ในวันจันทร์ หรงฉือก็กลับมาทำงานที่บริษัทอย่างเป็นทางการเพราะเฟิงถิงเซินไปทำงานต่างประเทศ เฟิงจิ่งซินก็เลยมาที่บ้านตระกูลหรงในวันถัดจากวันที่หรงฉือไปตั
หรงฉือ จี้ชิงเยว่ และกู้เหยียนพวกเขาต่างก็ได้เตรียมการไว้ล่วงหน้า ดังนั้นบนโต๊ะของพวกเขาจึงเต็มไปด้วยอาหารชั้นเลิศหลากหลายชนิดสลัด ไวน์แดง แชมเปญ ขนมเค้กและเครื่องดื่มพิเศษอื่น ๆ ล้วนถูกจัดวางในตะกร้าปิกนิกบนผ้าห่ม ทำให้บรรยากาศปิกนิกของพวกเขาดูดีมากอย่างเห็นได้ชัดหลังจากวางของพวกนี้เรียบร้อยแล้
ฟังมาถึงตรงนี้ ท่วงท่าในการรับประทานอาหารของหลินอู๋พลันชะงักไปเล็กน้อยเวลานี้ อิงจิ้งเฟิงได้พูดต่ออีกว่า “ใช่ ฉันไม่ได้ล้อเล่นนะ ไม่ว่าจะทั้งรูปร่างหน้าตาหรือลักษณะนิสัยที่ดูเป็นคนเงียบ ๆ ก็เป็นแบบที่ฉันชอบทั้งนั้น อีกอย่างเธอยังมีความสามารถขนาดนี้ซะด้วย ราวกับว่าเป็นผู้หญิงในฝันของฉันที่หลุดออกมา
คุยกับเฟิงจิ่งซินจบก็วางสาย หลังจากนั้นสิบกว่านาที เฟิงถิงเซินก็ส่งเวลาเข้าร่วมการฝึกและสถานที่ฝึกพรุ่งนี้ของเฟิงจิ่งซินให้เธอแต่ก็มีแค่เวลาเข้าร่วมการฝึกและสถานที่ฝึกพรุ่งนี้ของเฟิงจิ่งซินเท่านั้นส่วนเรื่องอื่น กลับไม่ได้พูดถึงสักคำวันรุ่งขึ้น หลังจากหรงฉือมาถึงโรงฝึกฟันดาบสามสี่นาที เฟิงจิ่ง






Peringkat
Ulasan-ulasanLebih banyak