LOGINแต่งงานกันมาเจ็ดปี เฟิงถิงเซินเย็นชากับเธอราวกับน้ำแข็ง ทว่าหรงฉือกลับยิ้มรับเสมอมา เพราะเธอรักเขามาก และเชื่อว่าเธอจะสามารถเอาชนะใจเขาได้ในสักวันหนึ่ง แต่สิ่งที่เธอได้รับกลับมาคือการที่เขาตกหลุมรักผู้หญิงคนอื่นตั้งแต่แรกพบ แถมยังรักและดูแลเธออย่างดีที่สุด แต่เธอยังคงพยายามอย่างหนักเพื่อรักษาชีวิตแต่งงานของพวกเขาไว้ จนกระทั่งถึงวันเกิดของเธอ เธอเดินทางไกลหลายพันไมล์เพื่อไปหาเขาและลูกสาวที่ต่างปะเทศ แต่เขากลับพาลูกสาวไปอยู่กับผู้หญิงคนนั้น ทิ้งให้เธอเฝ้าห้องที่ว่างเปล่าเพียงลำพัง ในที่สุดเธอก็ยอมแพ้อย่างราบคาบ เมื่อเห็นลูกสาวที่เธอเลี้ยงมากับมือต้องการเรียกผู้หญิงคนอื่นว่าแม่ หรงฉือก็ไม่รู้สึกเจ็บปวดอีกต่อไป เธอร่างข้อตกลงการหย่าร้าง และสละสิทธิ์ในการเลี้ยงดูลูก แล้วจากไปอย่างสง่างาม นับแต่นั้นก็ไม่สนใจพ่อลูกคู่นั้นอีกเลย และรอเซ็นใบหย่าร้าง เธอละทิ้งครอบครัว และหันกลับมาทุ่มเทให้กับงาน เธอที่เคยถูกทุกคนดูถูกในอดีต กลับสามารถหาเงินได้กว่าหลายแสนล้านอย่างง่ายดาย ทว่าเธอรอแล้วรอเล่า ใบหย่าไม่เพียงแต่ไม่ได้เซ็นสักที แต่ผู้ชายที่ไม่ยอมกลับบ้านในอดีต กลับกลับบ้านบ่อยขึ้นเรื่อยๆ แถมยังติดเธอมากขึ้นทุกวันอีกต่างหาก เมื่อรู้ว่าเธอต้องการหย่า ชายผู้สูงศักดิ์และเย็นชามาโดยตลอดก็ผลักเธอไปที่มุมกำแพง “หย่าเหรอ? ไม่มีทาง”
View Moreหลังจากที่เธอวางสาย ซุนเยว่ชิงก็ถาม “ใครโทรมา? เกิดเรื่องอะไรขึ้นหรือเปล่า?”หลินอู๋เล่าเรื่องราวที่เกิดขึ้นให้ฟังอย่างคร่าว ๆ พอคนตระกูลซุนและตระกูลหลินฟังจบ ก็ประหลาดใจอย่างมากซุนลี่เหยาตื่นเต้นจนกระโดดตัวลอย ดีใจถึงขั้นขอบตาแดงก่ำ “ฉันรู้อยู่แล้ว! ในใจพี่เขยรักแค่พี่คนเดียวเท่านั้น! หรงฉือไม่ได้มีความสำคัญอะไรเลย!”เซี่ยงหรูฟางก็อดพูดคล้อยตามไม่ได้ว่า “ใช่แล้ว ต่อให้หรงฉือจะยอดเยี่ยมแค่ไหน ก่อนหน้านี้ถิงเซินไม่รักเธอ ตอนนี้ก็ไม่มีวันรักเธอเช่นกัน!”ซุนเยว่ชิงก็ยิ้มเล็กน้อยพูดตามตรง เรื่องที่หรงฉือเป็นผู้ถือหุ้น แล้วยังเป็นลูกศิษย์ของหนานจื้อจือ ทั้งสองเรื่องนี้ทำให้เธอตกใจมากจริง ๆ จะอย่างไรเธอก็คิดไม่ถึงว่า หรงฉือ...จะมีวาสนาได้ดีแบบนี้หรงฉือในตอนนี้ได้รับความสนใจจากทุกคนอย่างแท้จริงเมื่อเห็นว่าตอนนี้หรงฉือทั้งเก่งกาจและประสบความสำเร็จแบบนี้ เธอกังวลจริง ๆ ว่าเฟิงถิงเซินจะเกิดความรู้สึกที่ต่างไปจากเดิมกับหรงฉือเพราะเรื่องนี้ ถึงอย่างไร ตลอดหนึ่งปีที่ผ่านมา เพราะความโดดเด่นของหรงฉือ ท่าทีที่เฟิงถิงเซินมีต่อหรงฉือได้เปลี่ยนไปจากเมื่อก่อนแล้วดังนั้น ตลอดช่วงหลายเดือนที่
คืนนั้น จนกระทั่งงานเลี้ยงสิ้นสุดลง ระหว่างหรงฉือกับเฟิงถิงเซินก็ยังไม่มีปฏิสัมพันธ์ใด ๆ ต่อกันทั้งหมดนี้ คนอื่น ๆ ที่อยู่ในงานล้วนเห็นอยู่ในสายตาตอนที่งานเลี้ยงสิ้นสุดลง หรงฉือและอวี้มั่วซวินออกจากงานไปก่อน ส่วนเฟิงถิงเซิน เฮ่อฉางปั่วและคนอื่น ๆ ก็เดินตามหลังพวกเขาออกไปคืนนั้น พอเห็นเงาร่างที่จากไปของหรงฉือและอวี้มั่วซวินอยู่ไม่ไกล เฮ่อฉางปั่วหันไปมองทางเฟิงถิงเซิน “ถิงเซิน เรื่องของนายกับหลินอู๋...”เฟิงถิงเซิน “เรื่องของฉัน ฉันจัดการเองได้”ฉีอวี้หมิงรู้ว่า เฟิงถิงเซินดูออกว่าเขากับเฮ่อฉางปั่วคิดจะพูดอะไรแต่ท่าทีแบบนี้ของเฟิงถิงเซิน เห็นได้ชัดมากว่าไม่คิดจะฟังคำตักเตือนของพวกเขาฉีอวี้หมิงขมวดคิ้ว “ถิงเซิน บางทีนายควรจะ...”เฟิงถิงเซิน “นี่ก็ดึกมากแล้ว ทุกคนรีบกลับไปพักผ่อนเถอะ”ในเมื่อเฟิงถิงเซินปฏิเสธที่จะรับฟัง ฉีอวี้หมิงรู้ว่าต่อให้เขาพูดมากแค่ไหนก็ไม่ได้ช่วยอะไร จึงทำได้เพียงพูดว่า “...ก็ได้”เฮ่อฉางปั่วเห็นแบบนั้น ก็ไม่ได้เกลี้ยกล่อมอะไรอีกในขณะเดียวกันหลินอู๋ที่เพิ่งกลับถึงบ้าน กลับได้รับโทรศัพท์หลายสายและพวกเขาที่โทรศัพท์หาเธอ นึกไม่ถึงเลยว่าล้วนแต่ต้องกา
เหรินจี่เฟิงและเหยาซินปั๋วเพิ่งมาถึงบังเอิญเห็นท่าทีที่เฟิงถิงเซินกับหรงฉือต่างก็ทำเหมือนไม่อยากข้องเกี่ยวกันเมื่อครู่นี้พอดีเหยาซินปั๋วอดกระซิบไม่ได้ว่า “หรงฉือยอดเยี่ยมขนาดนั้น เฟิงถิงเซินกลับยังดื้อดึงไม่ยอมเปลี่ยนใจ ก่อนหน้านี้รู้แค่ว่าเขาดีต่อคุณหลินมาก แต่ตอนนี้เพิ่งรู้ว่าเขายังเป็นคนรักเดียวใจเดียวขนาดนี้อีก ดูไม่ออกเลยจริง ๆ นะเนี่ย”เหรินจี่เฟิงไม่ได้พูดอะไรหรงฉือเป็นคนที่ยอดเยี่ยมขนาดนั้น เฟิงถิงเซินยังไม่มีความรู้สึกในเชิงชู้สาวกับเธอเช่นเดิม เขาไม่คิดว่านั่นเป็นเรื่องแปลกอะไร แต่...เมื่อพิจารณาถึงปัญหาร้ายแรงในเรื่องนิสัยและคุณธรรมของหลินอู๋กับคนในครอบครัวเธอ เฟิงถิงเซินกลับยังคงมีความรู้สึกต่อหลินอู๋ไม่เปลี่ยนแปลง...ในความคิดของเขา ทัศนคติสามด้านและหลักคุณธรรมคือบรรทัดฐานขั้นต่ำสุดอาจเป็นเพราะเขาไม่เคยมีความรักจริง ๆ ก็ได้ เขาถึงไม่เข้าใจความรู้สึกที่เฟิงถิงเซินมีต่อหลินอู๋สักเท่าไรเหยาซินปั๋วพูดอีกว่า “ตอนนี้พวกเขาคงจะยังไม่ได้หย่ากันสินะ? ตามที่ชิงเยว่บอกเมื่อก่อนหน้านี้ พวกเขาสองคนหย่ากันมาปีกว่าแล้วไม่ใช่เหรอ? แล้วอย่างนี้อีกนานแค่ไหนถึงจะหย่ากันอย่างเป็นท
ท่ามกลางเสียงกระซิบกระซาบของผู้คน เฟิงถิงเซินก็เดินเข้าไปหาดร.ลู่ “คุณลุงลู่”เฮ่อฉางปั่วและฉีอวี้หมิงก็ทักทายดร.ลู่แล้วเช่นกันดร.ลู่ขานรับ เหลือบมองเฟิงถิงเซินแวบหนึ่ง จากนั้นก็มองไปทางหรงฉือ แค่นเสียงแล้วพูดว่า “เห็นตาปลาเป็นไข่มุกแบบนี้ คุณไม่รู้สึกเสียดายเลยสักนิดจริง ๆ เหรอ?”เฟิงถิงเซินไม่ได้มองหรงฉือ และเปลี่ยนเรื่องคุย “ผมนึกว่าคุณจะสนใจโปรเจกต์ที่ผมเคยพูดกับคุณเมื่อครั้งก่อนมากกว่าเสียอีก”ดร.ลู่ “...”เขาสนใจจริง ๆ ในเมื่อเฟิงถิงเซินหลีกเลี่ยงที่จะพูดถึงเรื่องระหว่างเขากับหรงฉือ เขาก็คร้านจะซักถามให้มากความแล้วเช่นกันถึงอย่างไร ความสัมพันธ์ระหว่างคนหนุ่มสาวเหล่านั้น ก็ไม่ได้เกี่ยวข้องอะไรกับเขาเขาแค่คิดว่าหรงฉือโดดเด่นขนาดนี้ ยังไม่เข้าตาเฟิงถิงเซิน นั่นทำให้เขารู้สึกขุ่นเคืองใจและเสียดายเท่านั้นเอง เขาไม่พูดถึงเรื่องระหว่างหรงฉือกับเฟิงถิงเซินอีก แต่เปลี่ยนไปพูดคุยเรื่องโปรเจกต์กับเฟิงถิงเซินแทนบทสนทนาของพวกเขา เฮ่อฉางปั่วและฉีอวี้หมิงไม่อาจเข้าไปสอดแทรกได้ หลังจากทักทายกับดร.ลู่แล้ว ก็เดินออกไปฉีอวี้หมิงมองไปทางหรงฉือ นึกถึงท่าทีของเฟิงถิงเซินที่ไม่อยากพูด
Ratings
reviewsMore