เข้าสู่ระบบแต่งงานกันมาเจ็ดปี เฟิงถิงเซินเย็นชากับเธอราวกับน้ำแข็ง ทว่าหรงฉือกลับยิ้มรับเสมอมา เพราะเธอรักเขามาก และเชื่อว่าเธอจะสามารถเอาชนะใจเขาได้ในสักวันหนึ่ง แต่สิ่งที่เธอได้รับกลับมาคือการที่เขาตกหลุมรักผู้หญิงคนอื่นตั้งแต่แรกพบ แถมยังรักและดูแลเธออย่างดีที่สุด แต่เธอยังคงพยายามอย่างหนักเพื่อรักษาชีวิตแต่งงานของพวกเขาไว้ จนกระทั่งถึงวันเกิดของเธอ เธอเดินทางไกลหลายพันไมล์เพื่อไปหาเขาและลูกสาวที่ต่างปะเทศ แต่เขากลับพาลูกสาวไปอยู่กับผู้หญิงคนนั้น ทิ้งให้เธอเฝ้าห้องที่ว่างเปล่าเพียงลำพัง ในที่สุดเธอก็ยอมแพ้อย่างราบคาบ เมื่อเห็นลูกสาวที่เธอเลี้ยงมากับมือต้องการเรียกผู้หญิงคนอื่นว่าแม่ หรงฉือก็ไม่รู้สึกเจ็บปวดอีกต่อไป เธอร่างข้อตกลงการหย่าร้าง และสละสิทธิ์ในการเลี้ยงดูลูก แล้วจากไปอย่างสง่างาม นับแต่นั้นก็ไม่สนใจพ่อลูกคู่นั้นอีกเลย และรอเซ็นใบหย่าร้าง เธอละทิ้งครอบครัว และหันกลับมาทุ่มเทให้กับงาน เธอที่เคยถูกทุกคนดูถูกในอดีต กลับสามารถหาเงินได้กว่าหลายแสนล้านอย่างง่ายดาย ทว่าเธอรอแล้วรอเล่า ใบหย่าไม่เพียงแต่ไม่ได้เซ็นสักที แต่ผู้ชายที่ไม่ยอมกลับบ้านในอดีต กลับกลับบ้านบ่อยขึ้นเรื่อยๆ แถมยังติดเธอมากขึ้นทุกวันอีกต่างหาก เมื่อรู้ว่าเธอต้องการหย่า ชายผู้สูงศักดิ์และเย็นชามาโดยตลอดก็ผลักเธอไปที่มุมกำแพง “หย่าเหรอ? ไม่มีทาง”
ดูเพิ่มเติมแต่เพราะเรื่องที่หลินซื่อเทคโนโลยีถูกฟ้องร้อง เธอจึงไม่มีเวลาพูดเรื่องนี้ต่อแล้วในเมื่อเจี๋ยเซี่ยวถึงขั้นฟ้องร้องพวกเขาเพื่อเรียกร้องค่าเสียหาย จะต้องยื่นคำร้องขอให้ศาลอายัดทรัพย์ไว้อย่างแน่นอนดังนั้น หลังจากดูสำเนาฟ้องร้องเสร็จ นอกจากหลินลี่ไห่จะติดต่อหาผู้อำนวยการฝ่ายกฎหมายกับทนายความทันทีแล้ว ยังติดต่อทีมเทคนิคของหลินซื่อเทคโนโลยี ให้พวกเขากลับไปที่บริษัททำการตรวจสอบกับหลินอู๋อีกครั้ง หลังจากนั้นก็รวบรวมหลักฐานทั้งหมด เช่น บันทึกการวิจัยและพัฒนา บันทึกเวอร์ชัน และประวัติการส่งโค้ดใน Git ไว้หลังจากอ่านข่าวบนอินเทอร์เน็ตเสร็จ หลินอู๋ก็ไปหลินซื่อเทคโนโลยีทันทีทว่า หลังจากตรวจสอบและเรียบเรียงข้อมูลกับทีมเทคนิคของบริษัทตลอดทั้งคืน สีหน้าของหลินอู๋ก็ยิ่งย่ำแย่ขึ้นเรื่อย ๆส่วนหนึ่งของโค้ดที่เป็นเอกลักษณ์เฉพาะของเจี๋ยเซี่ยวปรากฏอยู่ในโค้ดของบริษัทพวกเขา ซึ่งเป็นแบบเดียวกันทุกประการจริง ๆ ปีที่แล้วพวกเขาดึงตัวโปรแกรมเมอร์จากเจี๋ยเซี่ยวมาคนหนึ่งจริง ๆ ที่พวกเขาดึงตัวโปรแกรมเมอร์คนนั้นมา จริง ๆ แล้วเป็นเพราะเทคโนโลยีส่วนนั้นที่เจี๋ยเซี่ยวพัฒนาอยู่เหมาะสมกับบริษัทของพวกเขาแต่พวกเข
เช้าวันรุ่งขึ้น เฟิงจิ่งซินตื่นขึ้นมา หลังจากได้สติ นึกถึงเรื่องที่เกิดขึ้นเมื่อวาน เธอก็หยิบโทรศัพท์ที่อยู่ข้าง ๆ ขึ้นมาดูหลังจากนั้นสักพักหนึ่ง เธอก็วางโทรศัพท์ลง เม้มริมฝีปากก่อนจะหดตัวกลับเข้าไปในผ้าห่มป้าหลิวผลักประตูเข้ามา เห็นเธอตื่นแล้ว ก็พูดว่า “อยากล้างหน้าล้างตาก่อน แล้วลงไปทานอาหารเช้าไหมคะ?”เฟิงจิ่งซินมองเพดาน ไม่พูดอะไรป้าหลิวเห็น ราวกับรู้ว่าเธอกำลังคิดอะไร พูดว่า “เช้านี้คุณนายส่งข้อความมาถามสถานการณ์ของคุณด้วยนะคะ”เฟิงจิ่งซินเด้งตัวลุกขึ้นมาจากเตียงทันที รีบถามว่า “คุณแม่พูดว่ายังไงบ้างคะ?”ป้าหลิวยิ้ม “ถามว่าคุณอารมณ์ดีขึ้นหรือยัง และนอนหลับสนิทดีไหมค่ะ”พูดจบ ก็ส่งโทรศัพท์ให้เธอเฟิงจิ่งซินรับมาข้อความที่หรงฉือส่งมา มีเพียงสองบรรทัดสั้น ๆ ถามจริง ๆ ว่าเธออารมณ์ดีขึ้นหรือยัง นอนหลับสนิทไหม...สั้นมากเฟิงจิ่งซินจ้องมองข้อความนั้น มองสักพักหนึ่งก็ไม่ได้พูดอะไรป้าหลิว “ซินซิน?”เธอคิดว่าหลังเฟิงจิ่งซินอ่านข้อความเสร็จแล้วจะดีใจ แต่ตอนนี้กลับดูไม่มีท่าทีดีใจเลยเฟิงจิ่งซินส่งโทรศัพท์คืนให้ป้าหลิว “ทำไมคุณแม่ไม่ส่งข้อความมาหาหนูเองล่ะคะ?”ป้าหลิว “ตอ
เฟิงถิงเซิน “ผมรู้ดีอยู่แก่ใจครับ”ตอนที่รู้เรื่องของเฟิงถิงเซินกับหลินอู๋ เฟิงหลินซงก็เคยเกลี้ยกล่อมเฟิงถิงเซินเหมือนกับคนอื่น ๆ แล้วตอนนั้น เฟิงถิงเซินก็ตอบเขาแบบนี้เฟิงหลินซงรู้ว่าเฟิงถิงเซินไม่อยากให้เขาเข้ามายุ่งจนเกินไปปกติแล้วเฟิงถิงเซินดูเหมือนจะค่อนข้างเคารพเขาที่เป็นพ่อ แต่ถ้าเฟิงถิงเซินไม่ยินยอม เขาไม่เคยฟังเลยในเมื่อเฟิงถิงเซินไม่ฟัง เขาเองก็...จนปัญญาจริง ๆ สำหรับเรื่องงาน เขารู้ว่าเฟิงถิงเซินสามารถจัดการเองได้แต่สำหรับเรื่องนี้ เขาก็ไม่ได้พูดอะไรมากอีก หลังจากพูดทักทายกับเฟิงถิงเซินไม่กี่ประโยค ก็วางสายแล้วเฟิงถิงเซินคืนโทรศัพท์ให้พ่อบ้าน หลังจากนั้นก็เคาะประตูต่อ “ซินซิน เรามาคุยกันหน่อยไหม?”ยังคงไม่มีการตอบรับเฟิงถิงเซินเคาะประตูไปอีกสักพัก เห็นเฟิงจิ่งซินยังคงไม่ตอบรับ ก็ถามป้าหลิว “ระหว่างทางกลับบ้าน เธอร้องไห้ไหมครับ?”ป้าหลิวพยักหน้า “ร้องค่ะ”แถมยังร้องไห้หนักมากด้วยอย่างไรเสีย ปกติเฟิงจิ่งซินร้องไห้น้อยมากจริง ๆ หลังจากนั้นสักพักหนึ่ง เวลาประชุมมาถึงแล้ว เห็นเฟิงจิ่งซินยังคงไม่ตอบรับ เฟิงถิงเซินก็ยืนที่หน้าประตูพูดว่า “ซินซิน พ่อไปประชุม
ในเมื่อก่อนงานเลี้ยงมีอินเทอร์เน็ต และไม่ได้ทำการตัดเสียงอะไร แต่ดันเกิดสถานการณ์แบบนี้ในช่วงที่เกิดเรื่องของพวกเขาขึ้น...อวี้มั่วซวิน “เป็นอุบัติเหตุ หรือมีคนรู้ว่าคืนนี้จะเกิดเรื่องแบบนี้ขึ้น ดังนั้นจึงเตรียมการแบบนี้ล่วงหน้าหรือเปล่า?”กู้เหยียนส่ายหน้า “ไม่รู้เหมือนกัน คนที่ออกมาเปิดเผยข้อมูลบนอินเทอร์เน็ตต่างบอกว่าหลังจากที่พวกเราออกไปได้สักพักหนึ่ง อินเทอร์เน็ตภายในโถงงานเลี้ยงจึงจะกลับมาเป็นปกติ และสามารถบันทึกเสียงได้ตามปกติ”เมื่อพูดถึงตรงนี้ พวกเขาก็มาถึงชั้นบนแล้ว ทุกคนต่างรอพวกเขาเข้าประชุม พวกเขาจึงไม่พูดต่อแล้วเพียงแต่ ขณะที่เข้าไปในห้องประชุม สายตาของทุกคนต่างมองไปที่หรงฉือพร้อมกันโดยไม่ได้นัดหมายข่าวเกี่ยวกับหรงฉือบนอินเทอร์เน็ตพวกเขาเห็นทั้งหมดแล้วถึงแม้พวกเขาจะรู้มาโดยตลอดว่าหรงฉือแต่งงานมีลูกแล้ว และต่างก็สงสัยมากเช่นกันว่าสามีของเธอเป็นใคร แต่จะอย่างไรพวกเขาก็คิดไม่ถึงเลยว่าอีกฝ่ายจะเป็นเฟิงถิงเซิน!พวกเขากับเฟิงซื่อมีความร่วมมือกันอยู่ตลอด เพราะร่วมมือกัน เฟิงถิงเซินก็เคยมาที่ฉางโม่ด้วยตัวเอง แต่เกี่ยวกับเรื่องที่ว่าระหว่างหรงฉือกับเฟิงถิงเซินแท้จริงนั้น
“สัมภาษณ์สิครับ ต้องสัมภาษณ์อยู่แล้ว!” กล่าวจบ อีกฝ่ายเป็นฝ่ายยื่นมือมาหาหรงฉือ พร้อมพูดว่า “สวัสดีครับ ผมชื่อกู้เหยียน ที่แปลว่ายืนยง ยินดีที่ได้รู้จักครับ”หรงฉือจับมือกับอีกฝ่าย “ฉันทราบค่ะ”ในมือเธอมีประวัติส่วนตัวของเขาเธอมองเขา “ต่อจากนี้คุณจะยังเป็นคนสัมภาษณ์ฉันเหมือนเดิมไหมคะ หรือว่าให้ฉ
หรงฉือยังโทรกลับไปหาเฮ่อฉางปั่ว แล้วถามเขาอีกว่าสองวันก่อนโทรมาหาเธอมีธุระอะไรหรือเปล่าเฮ่อฉางปั่วตอบกลับว่า “ตานตานอยากวิดีโอคอลหาคุณ ไม่มีเรื่องอะไรเป็นพิเศษหรอก”หรงฉือกับเฮ่อฉางปั่วยังต้องไปทำงาน พวกเขาจึงคุยอะไรไม่ได้มากนักพอวางสาย หรงฉือก็หยิบกุญแจรถ ลงไปชั้นล่าง จากนั้นก็ขับรถไปบริษัทเ
พอได้ยินความเคลื่อนไหว เฟิงถิงเซินก็หันหน้ากลับมาหรงฉือลงจากรถ หลังปิดประตูก็เดินไปเงียบ ๆ แล้วหยิบร่มจากมือเขากลับคืนเฟิงถิงเซินก้มลงมองเท้าของเธอพร้อมกับถามว่า “เท้าไม่เป็นอะไรแล้วเหรอ?”เจ็บนิดหน่อย แต่ยังสามารถเดินได้แต่ทว่า หรงฉือไม่ได้พูดอะไรออกไปเธอขี้เกียจจะต้องคิดว่าทำไมวันนี้เขาถึ
ขณะกินข้าวได้ครึ่งหนึ่ง ฉีอวี้หมิงจู่ ๆ ก็นึกอะไรบางอย่างได้ขึ้นมา ก่อนจะพูดกับหลินอู๋ว่า “จริงสิ ตอนนี้ฉางโม่กำลังขยายการรับสมัครอยู่ คุณมีแผนจะลองไปสมัครที่ฉางโม่อีกครั้งไหม?”แม้ไม่กี่วันที่ผ่านมาหลินอู๋จะอยู่ต่างประเทศแต่เรื่องที่ฉางโม่ขยายการรับสมัคร เธอรู้อยู่แล้วพูดตามตรง เธอเองก็สนใจอยู
คะแนน
ความคิดเห็นเพิ่มเติม