Share

3 ป่วย

last update Last Updated: 2026-02-12 21:00:00

ตอนที่ 3 ป่วย

เสียงเครื่องยนต์กระบะเก่าของปลัดวายุดังแผ่วท่ามกลางบ่ายอันร้อนระอุ ถนนลูกรังทอดยาวผ่านทุ่งนาที่เริ่มแตกยอดเขียวขจีหลังฝนตกเมื่อคืน

กลิ่นโคลนผสมหญ้าสดลอยเข้ามาในรถพร้อมลมที่พัดผ่านหน้าต่าง น้ำขิงนั่งเบาะข้าง เข่าชิดกัน มือกำชายเสื้อไว้แน่นเพราะมันยังเปียกและแสบผิวเป็นระยะ ๆ รอยแดงบนแขนกับลำคอยังเห็นชัดแม้จะทายาเย็นไปแล้วครู่หนึ่ง วายุหันไปมองทุก ๆ นาที ดวงตาเข้มขึงแต่แฝงความกังวล

"แสบไหม" เขาถามเสียงเรียบแต่ฟังดูอ่อนโยน

"ไม่ค่ะ หนูไม่เป็นไรจริง ๆ อาวาไม่ต้องห่วงหรอก" เธอตอบเบา ๆ พยายามยิ้มให้ดูร่าเริง ทั้งที่ในใจยังเต้นแรงไม่หาย

"ไม่เป็นไรได้ยังไง ลวกทั้งแขนขนาดนี้" น้ำเสียงเขาแข็งขึ้นนิด แต่ไม่ใช่เพราะโกรธเธอ มันคือความไม่พอใจที่มีต่อเหตุการณ์เมื่อกี้มากกว่า น้ำเสียงนั้นทำให้หญิงสาวทำตัวไม่ถูก น้ำขิงหลบตาก่อนตอบกลับอย่างพยายามเลี่ยง

"พี่มะนาวเขาไม่ได้ตั้งใจนี่คะ หนูเห็นว่าเขาสะดุดจริง ๆ มันเป็นอุบัติเหตุ อาวาไม่เห็นต้องดุหนูเลย"

"ฉันไปดุเธอตั้งแต่ตอนไหน" เขาพูดทั้งที่ไม่หันหน้ามามองอีกคนด้วยซ้ำ

"ก็ตอนนี้นั่นแหละ อาวาจะทำหน้ายักษ์ ทำเสียงแข็งใส่หนูทำไมอ่ะ หนูเจ็บตัวอยู่นะ" เธอทำเสียงง่อนแง่นใส่คนอายุมากกว่าจนทำให้คนฟังรู้ตัวว่าเผลอตึงใส่เธอไปแล้วจริง ๆ

"มะนาวนี่ก็นะ มาสะดุดแบบนั้นพอดีได้ยังไง เป็นแม่ค้ามาตั้งนาน ไม่มีความระมัดระวังเลย" เขาเม้มปากแน่น ข้อนิ้วที่จับพวงมาลัยขาวซีด "เธอก็ใจดีเกินไปแล้วน้ำขิง ไม่คิดจะต่อว่ากลับไปบ้างหรือไง เจ็บตัวแบบนี้"

คำพูดนั้นทำให้น้ำขิงเงียบไปครู่หนึ่ง ดวงตากลมมองหน้าเขาอย่างไม่รู้จะตอบยังไง หัวใจเธออุ่นขึ้นทีละน้อย ทั้งจากน้ำเสียงเข้ม ๆ ที่แฝงความห่วงใย และจากวิธีที่เขาเอียงตัวมาช่วยเช็ดหยดน้ำบนแขนให้เมื่อครู่

"อาวา..." เธอพูดแผ่ว "ขอบคุณนะคะ" เขาเหลือบตามองคนที่พูดขึ้นมาอย่างสงสัย

"ขอบคุณอะไร"

"ก็...ที่ดูแลหนูขนาดนี้ ทั้ง ๆ ที่หนูเป็นแค่เด็กฝึกงานคนหนึ่งเอง"

"อย่าพูดแบบนั้นอีกนะ" วายุพูดทันที น้ำเสียงเขานุ่มลงแต่แน่นหนัก "เธอไม่ใช่แค่เด็กฝึกงาน เธออยู่ในความดูแลของฉัน เข้าใจไหม"

คำว่า อยู่ในความดูแลของฉัน ดังสะท้อนอยู่ในใจน้ำขิง เธอได้แต่ก้มหน้า ปลายหูแดงจัดโดยไม่รู้ตัว

รถจอดหน้าโรงพยาบาลประจำอำเภอ กลิ่นยาผสมกลิ่นดินเปียกตลบอยู่ในอากาศ วายุรีบลงจากรถแล้วอ้อมมาเปิดประตูให้ มือใหญ่ประคองแขนเธอไว้แน่นไม่ให้หยาดฝนจากด้านนอกมาโดนตัวอีกคน

"เดินดี ๆ อย่าให้โดนน้ำอีก"

"ค่ะ ปลัด" เสียงคำว่าปลัดจากปากเธอเบาแต่หวานจนเขาใจเต้นผิดจังหวะ เขาพยายามข่มใจ พาเธอเข้าไปนั่งรอในห้องฉุกเฉินเล็ก ๆ ของโรงพยาบาล พยาบาลสาวเดินเข้ามา

"อ้าว ปลัดวายุ วันนี้มาด้วยเรื่องอะไรคะ"

"เด็กฝึกงานผมโดนน้ำซุปก๋วยเตี๋ยวลวกนิดหน่อยครับ อยากให้หมอดูให้หน่อย กลัวเป็นแผลพุพอง" พยาบาลหันมามองน้ำขิงก่อนยิ้มบาง ๆ

"อ๋อ คนนี้เองเหรอคะ น่ารักเหมือนที่เขาพูดกันเลยนะคะเนี่ย"

คำพูดนั้นทำให้วายุชะงักแวบหนึ่ง แต่ก็ยังพยายามยิ้มสุภาพ

"พูดถึงยังไงเหรอครับ"

คำถามนั้นทำให้พยาบาลสาวรู้ว่าเธอเผลอพูดมากเกินไป จึงตอบกลับด้วยใบหน้าเจื่อนลงทันตา

"อุ๊ย ไม่มีอะไรหรอกค่ะ ก็แค่...คนแถวตลาดเขาลือกันนิดหน่อย"

วายุถอนหายใจยาว เฮ้อ...อีกแล้ว เรื่องข่าวลือนี่แพร่เร็วกว่าฝนตกซะอีก

"อย่าไปใส่ใจข่าวลือไร้สาระเลยครับ ผมล่ะปวดหัวทุกครั้งที่ได้ยินจริง ๆ กรุณาอย่าเอาไปส่งต่ออะไรผิด ๆ ด้วยนะครับ ผมไม่ค่อยโอเคเลย"

คนฟังอึ้งไปเล็กน้อยก่อนจะรีบทำหน้าที่ของตัวเองต่ออย่างเงียบ ๆ

ปลัดวายุนั่งรอน้ำขิงอยู่หน้าห้องตรวจ มือกุมโทรศัพท์แน่น มองประตูไม้สีหน้าคมขรึมจนคนเดินผ่านยังไม่กล้าเอ่ยทัก

"เรียบร้อยแล้วค่ะอาปลัด" เสียงน้ำขิงดังขึ้นหลังผ่านไปสิบกว่านาที เธอเดินออกมาพร้อมผ้าพันแผลสีขาวพันรอบแขนและขาหลายจุด ยังดีที่ไม่โดนตรงใบหน้า ไม่อย่างนั้นคงแย่กว่านี้ พยาบาลบอกว่าแผลไม่ลึกมากแต่ต้องระวังไม่ให้โดนน้ำ

"หมอบอกว่าไม่เป็นอะไรมากค่ะ แค่แสบ ๆ นิดหน่อย"

"ดีแล้ว" เขาลุกขึ้นพยุงแขนเธออีกครั้ง "กลับกันเลยไหม"

"ได้ค่ะ แต่ว่า...เดี๋ยวหนูเดินเองก็ได้นะคะ หนูไม่ได้เจ็บขนาดนั้น" เธอยิ้มหวาน แต่ก่อนจะได้ก้าวออก ชาวบ้านกลุ่มหนึ่งที่มานั่งรออยู่หน้าล็อบบี้ก็หันมามองแล้วกระซิบกันเสียงเบาแต่ชัดพอได้ยิน

"นั่นปลัดวายุใช่ไหม นี่ถึงขั้นพาเด็กฝึกงานมาหาหมอเองเลยเหรอ"

"โอ๊ย เขาว่ากันว่าเด็กคนนี้สนิทกับปลัดเป็นพิเศษนะ เห็นนั่งรถด้วยกันบ่อย ๆ"

เสียงซุบซิบเหมือนมลพิษที่ลอยวนในอากาศทำให้คนอารมณ์ไม่ดีอยู่แล้วเหมือนกำลังจะปะทุ ปลัดวายุหยุดเดินก่อนจะหันไปมองคนพูดด้วยรอยยิ้มสุภาพแต่แฝงความเด็ดขาด

"ครับ เด็กคนนี้มาฝึกงานที่อำเภอกับผม เขาอยู่ในความดูแลของผมโดยตรง ผมก็ต้องดูแลเต็มที่สิครับ"

ชาวบ้านที่พูดชะงักทันที บางคนหน้าเจื่อน บางคนหลบตาเพราะไม่คิดว่าปลัดจะตอบกลับแบบนี้

"เอ่อ...ปลัดอย่าโกรธเลย พวกเราแค่แซวเล่น"

วายุพูดต่อน้ำเสียงราบเรียบที่บ่งบอกว่าเขาไม่สนุกเลยสักนิด

"ข่าวลือไร้สาระที่พูดเล่นนี่แหละที่ทำร้ายคนได้จริง ๆ ผมว่า...คงถึงเวลาต้องจัดการคนพูดไปเรื่อยแล้วล่ะครับ"

บรรยากาศรอบนั้นเงียบกริบจนได้ยินเสียงลมพัดหน้าต่าง ชาวบ้านมองหน้ากันก่อนกระซิบเบา ๆ

"อย่าไปยุ่งกับปลัดเลย ครั้งนี้ดูท่าจะโกรธจริงแล้ว..."

น้ำขิงดึงชายเสื้อปลัดเบา ๆ เมื่อเห็นว่าสถานการณ์ไม่สู้ดี

"อาปลัดคะ...เรารีบกลับดีกว่าค่ะ"

วายุหันมามอง ดวงตาคมอ่อนลงทันที

เขาพาเธอเดินออกจากโรงพยาบาลไปด้วยสีหน้าบึ้งตึง มือใหญ่ยังจับต้นแขนเธอไว้อย่างมั่นคง ลมเย็นยามบ่ายพัดผ่านทุ่งข้าว เสียงจักจั่นเริ่มร้องอีกครั้งหลังฝนหยุด ฟ้าเปิดและแดดสาดลงกระจกหน้ารถจนสะท้อนวับ

น้ำขิงหันมามองใบหน้าคมเข้มของปลัดที่ดูนิ่งแต่แฝงเงาความคิด เธอกลืนคำบางอย่างก่อนเอ่ยเสียงเบาแทบกระซิบ

"อาวาคะ...อย่าไปใส่ใจคำพูดคนอื่นแบบนั้นเลยนะคะ เรารู้แค่ว่ามันไม่จริงก็พอแล้วไม่ใช่เหรอ"

วายุชะงัก มือที่จับพวงมาลัยแน่นขึ้นเล็กน้อย

เขาหันมามองหน้าเธอ ดวงตาคู่นั้นอ่อนโยนอย่างที่ไม่เคยมีใครเห็นมาก่อน

"ฉันไม่เคยมองเธอแบบนั้นเลย น้ำขิง" เขาพูดช้า ๆ ก่อนจะนึกขึ้นได้ว่าพูดอะไรแปลก ๆ ไป "มะ...หมายถึง เดี๋ยวไอ้ครามมันจะมาเอาเลือดหัวฉันออกที่ดูแลหลานไม่ดีน่ะ"

น้ำขิงยิ้มออกมาอย่างพยายามกลั้นความรู้สึก

"ค่ะ ไว้ถ้าอาครามมาเอาเรื่องอาวาแล้ว เดี๋ยวหนูจะช่วยอาวาเถียงเองแล้วกันนะคะ"

รถแล่นผ่านคันนา เงาเมฆทอดยาวบนผืนนาเขียว เสียงหัวใจสองดวงเต้นสอดประสานกับจังหวะเครื่องยนต์ และในความเงียบนั้น วายุเองก็รู้ดีว่า...

ตั้งแต่วันนี้ไป เขาคงไม่สามารถเว้นระยะได้อีกต่อไปแล้ว

Continue to read this book for free
Scan code to download App

Latest chapter

  • คุณอาขาเมื่อไรจะรัก   บทส่งท้าย

    บทส่งท้ายลมยามเย็นพัดผ่านยอดต้นลีลาวดีที่เรียงรายอยู่รอบบ้านของปลัดวายุ เงาไม้ทอดยาวลงบนพื้นดินที่เริ่มเย็นลงหลังพระอาทิตย์ลาลับฟ้า กลิ่นหอมอ่อน ๆ ของดินชื้นและกลิ่นหญ้าตัดใหม่ลอยมาตามธรรมชาติของชนบทที่น้ำขิงคิดถึงเสมอวันนี้เป็นวันหยุดที่ปลัดวายุจองไว้สำหรับเธอเพียงคนเดียว เขาบอกว่าอยากให้เป็นวันคืนกำไรให้หัวใจตัวเอง ซึ่งเธอไม่รู้เหมือนกันว่ามันหมายความว่าอะไร จนตอนนี้...ปลัดวายุจูงมือน้ำขิงเดินลงทางลาดชันด้านหลังบ้านไปเรื่อย ๆ ทางเดินกรวดเล็ก ๆ นำไปสู่ทุ่งนากว้างที่ทอดไกลสุดสายตา แสงสุดท้ายของวันยังคงติดอยู่บนขอบฟ้าเป็นริ้วสีส้มละมุนเหมือนระบายด้วยพู่กัน"เดินไหวไหม" เขาถามพร้อมเหลือบมองฝ่าเท้าเล็กที่ใส่รองเท้าผ้าใบสีขาว"ไหวสิคะ หนูไม่ใช่เด็กแล้วนะ" เธอหัวเราะน้อย ๆ แต่ก็ยังยอมให้เขากุมมือแน่นเหมือนเดิม"ไม่ใช่เด็กก็จริง...แต่ก็ยังเป็นเด็กของพี่อยู่ดี"คำพูดนั้นทำเอาน้ำขิงหน้าแดงก่ำ เธอเม้มปากแต่ก็ไม่ได้ดึงมือออก มีเพียงหัวใจที่เต้นแรงจนเหมือนจะดังออกนอกอกพอมาถึงลานกว้างกลางทุ่งนา น้ำขิงก็ต้องหยุดหายใจไปเสี้ยววินาทีที่กลางลานนั้น...มีผ้าปูปิกนิกสีครีมอ่อนปูไว้เรียบร้อย มีตะกร้า

  • คุณอาขาเมื่อไรจะรัก   จีบได้ไม่ได้เป็นเด็กฝึกงานแล้ว(3)

    ..คาเฟ่เล็ก ๆ กลางอำเภอช่วงสายของวันหยุดคนไม่เยอะเท่าไร น้ำขิงนั่งกอดแก้วโกโก้เย็นไว้แน่น แก้มขึ้นสีระเรื่อ ๆ โดยไม่รู้ว่าตัวเองเผลอยิ้มออกมาบ่อยแค่ไหน มุกดาเพื่อนสนิทแค่เห็นท่าทางก็ยักคิ้วให้ทันที"อือหือ ยิ้มแบบนี้คือเรื่องมันดีมากสินะยะนังขิง" น้ำขิงหลบสายตา ทำหน้าเหมือนไม่รู้เรื่อง แต่ปลายหูแดงแจ๋จนมุกดาเห็นชัด"อย่ามาทำเนียนนะคะคุณหนูน้ำขิง เล่ามาเดี๋ยวนี้ เร็ว!" น้ำขิงเงียบไปครู่หนึ่งแล้วก็ยกแก้วขึ้นมาจิบ ก่อนจะหลุดยิ้มกว้างจนคุมไม่อยู่"ก็...ก็คบกันแล้วล่ะ พี่วาก็ดูแลฉันดีมากด้วย..." มุกดาส่งเสียง "ฮู้ววววว" แบบแซว ๆ "ในที่สุด! ปลัดกับเพื่อนข้าก็กลับมาเป็นคู่ขวัญอำเภออีกครั้ง!" เธอพูดพลางตบโต๊ะจนแก้วน้ำไหวจนน้ำขิงรีบห้าม"อย่าเสียงดังสิ! เดี๋ยวคนได้ยินหมด" แต่รอยยิ้มก็ยังซ่อนในแก้มไม่ได้ มุกดาเทข้อศอกพิงโต๊ะ ยิ้มเจ้าเล่ห์"เล่ามาเลย ว่ากลับไปดีกันยังไง ทำไมถึงได้ออร่าหวานขนาดนี้ เดี๋ยวนี้เดินยังฟีลนางเอกขึ้นเยอะเลยนะยะ"น้ำขิงทำท่าจะตีเพื่อนแต่ที่สุดก็ยอมเล่า น้ำเสียงอ่อนลงเหมือนหัวใจยังเต้นแรงไม่หยุด"คือ...พอกลับมาที่บ้านพักน่ะ ทุกอย่างมันเหมือนเดิมเลย แล้ว..." เธอหลุบตา "

  • คุณอาขาเมื่อไรจะรัก   จีบได้ไม่ได้เป็นเด็กฝึกงานแล้ว(2)

    แสงเย็นของยามค่ำทอดลงมาบนบ้านพักหลังเล็ก ความเงียบสงบที่น้ำขิงคุ้นเคยเต็มไปทั่วบริเวณ แม้ใจของเธอจะเต็มไปด้วยความคิดถึงและความสับสน แต่ที่นี่ยังคงอบอุ่นเหมือนเดิม เหมือนเวลาที่เธอเคยนั่งอยู่คนเดียวหลายครั้ง หัวใจได้พักพิงในมุมเล็ก ๆ แห่งนี้น้ำขิงเดินเข้าไปหน้าบ้าน ตั้งใจว่าจะเข้าไปหาคุณแม่ของเขาสักหน่อย แต่ปลัดวายุเดินตามมาไม่ไกลนัก"น้ำขิง...แม่ไปหาหลานที่บ้านหมอองศาแล้วครับ" เขาพูดด้วยน้ำเสียงเรียบแต่แฝงความอ่อนโยนน้ำขิงหยุดก้าวนิ่งอยู่สักครู่ ก่อนจะถอนหายใจเบา ๆ แล้วค่อยเดินไปนั่งที่ม้านั่งหินอ่อนมุมเดิมที่เธอชอบนั่งเมื่อก่อน สายตาของเธอจับจ้องไปยังบ้านพักความทรงจำเก่า ๆ หลายเรื่องไหลย้อนกลับมา"ที่นี่ยังเหมือนเดิมเลยนะคะ" น้ำขิงพูดเบา ๆ ราวกับเอ่ยกับตัวเอง น้ำเสียงแผ่วบาง แต่เต็มไปด้วยความคิดถึง ปลัดวายุเดินเข้ามาใกล้ทิ้งตัวนั่งลงข้าง ๆ เธอไม่เร่งร้อน ไม่พูดอะไรสักครู่เพียงแต่สายตาของเขาเต็มไปด้วยความจริงใจ"ก็รอหนูกลับมาอยู่ที่นี่ไง" เขาพูดเสียงนุ่มทำเอาน้ำขิงหลับตา ยิ้มบาง ๆ "จะเป็นแบบนั้นได้ยังไงกัน...อย่าพูดอะไรแบบนั้นเลยค่ะ" ปลัดวายุเงียบแล้วเอื้อมมือไปจับมือเธอ มือของเขา

  • คุณอาขาเมื่อไรจะรัก   13 จีบได้ไม่ได้เป็นเด็กฝึกงานแล้ว

    ตอนที่ 13 จีบได้ไม่ได้เป็นเด็กฝึกงานแล้วหนึ่งอาทิตย์เต็ม ๆ ที่น้ำขิงย้ายกลับมาบรรจุ ทุกอย่างก็ดูเหมือนจะเดินหน้าได้ด้วยดี ถ้าไม่นับว่าปลัดวายุทำตัวแปลกไปมาก...มากจนคนทั้งอำเภอเริ่มซุบซิบกันเบา ๆ ถึงความสัมพันธ์ของเขากับน้ำขิงน้ำขิงพยายามหลบแล้ว หลบทุกทางเท่าที่จะหลบได้ แต่ผู้ชายอย่างปลัดวายุน่ะ ถึงแม้ว่าจะเป็นคนสุขุม ใจเย็น ไม่ค่อยใช้คำพูดพร่ำเพรื่อ แต่พอจะเอาจริงขึ้นมา ก็กลายเป็นคนดื้อด้านที่สุดเท่าที่เธอเคยรู้จักเขามาตามเธอถึงงานเอกสาร มาที่ห้องสาธารณสุข มาที่ประชาสัมพันธ์ มาที่โรงอาหารตอนพักเที่ยง มาที่ระเบียงอาคารช่วงบ่าย ยันทางเดินหลังสำนักงานตอนเลิกงาน เหมือนเขามีเซนส์พิเศษรู้ว่าน้ำขิงจะไปไหนตอนไหนทุกครั้งที่เจอ เขาจะพูดแค่ประโยคเดิม ๆ เบา ๆ แต่จริงจังจนเธอใจสั่นทุกที"น้ำขิง... พี่ขอคุยด้วยหน่อยได้ไหมครับ" แต่น้ำขิงก็ยังหน้านิ่งเหมือนเดิม ใจสั่นแต่จำเป็นต้องเก็บไว้ข้างใน เพราะเธอกลัวว่าตัวเองจะหวั่นไหวและเจ็บซ้ำอีกวันนี้ก็เหมือนกัน...หลังประชุมใหญ่ที่ห้องประชุมอำเภอ เธอรีบเก็บแฟ้มแล้วเดินออกมาโดยตั้งใจว่าจะไปกินข้าวกับพี่มุกดาเพื่อหลบหน้าเขา ทว่ายังไม่พ้นประตูดี เสียงทุ้ม

  • คุณอาขาเมื่อไรจะรัก   การกลับมาเจอกันอีกครั้ง(2)

    ..ค่ำคืนนั้นลมเย็นพัดผ่านศาลาหน้าบ้านกำนัน แต่ความหนาวที่สัมผัสผิวกลับไม่เท่ากับความเย็นวาบที่วิ่งเข้าไปในอกปลัดวายุหลังกลับมาเจอน้ำขิงในห้องประชุมตอนเช้าปลัดวายุเทเหล้าขาวลงแก้วอีกครั้ง ทั้งที่เพิ่งดื่มหมดไปเมื่อกี้ เสียงน้ำใสไหลกระทบแก้วใสทำให้กำนันเหน่งที่นั่งอยู่หัวโต๊ะหัวเราะหึ ๆ แบบคนเมา"โอ๊ย! ไอ้วายุ มึงนี่มันอกหักหนักว่ะ ฮ่าๆๆ" กำนันพูดยืดยาวตามประสาคนเมา ทว่าปลัดวายุที่นั่งตรงข้ามก็ไม่คิดจะปฏิเสธ"ก็ใช่...อกหักดังเป๊าะเลยพ่อกำนัน...""หน้าหล่อเสียเปล่ามึงนี่ ไร้น้ำยาจริง ๆ""โถ่! พ่อกำนันก็พูดไป แต่ว่า...ก็ไร้น้ำยาจริง ๆ นั่นแหละ เด็กมันถึงวไม่ติดใจ อึก!""ฮ่า ๆ ๆ"ทั้งสองคุยกันไปมาตามประสาคนเมา ไม่นานนักกำนันก็ฟุบหลับคาเก้าอี้ ทิ้งให้ปลัดนั่งอยู่คนเดียวกับยาดองและความรู้สึกผิดที่ไม่จางหายเสียงช้อนกระทบจานทำให้เขาเงยหน้าขึ้นเห็นมะนาววางกับแกล้มตรงหน้า เธอมองกำนันที่หลับลึกไม่น่าฟื้นแล้วก็ถอนหายใจ"พี่ปลัด...พอได้แล้วมั้งคะ พ่อกำนันน็อกไปแล้วนะคะ ถ้าปลัดกินต่อเดี๋ยวก็เมาเหมือนกัน""เมาไปก็ดี" วายุก้มหน้า "เมาไปจะได้ไม่คิดมาก..."มะนาวเม้มปาก เธอไม่ชอบเห็นเขาเป็นแบบนี้เลย

  • คุณอาขาเมื่อไรจะรัก   12 การกลับมาเจอกันอีกครั้ง

    ตอนที่ 12 การกลับมาเจอกันอีกครั้งหนึ่งปีผ่านไปอย่างรวดเร็ว...แต่สำหรับปลัดวายุ มันคือหนึ่งปีที่ยาวนานที่สุดในชีวิตหนึ่งปีที่เขาตามเฝ้าน้ำขิงทั้งเงียบ ๆ หนึ่งปีที่เขาหันไปทางไหนก็มีแต่ความว่างเปล่าที่เธอเคยอยู่ หนึ่งปีที่เขาต้องทนกับความจริงว่า เขาทำคนสำคัญที่สุดในชีวิตหลุดมือไปเขายังคงทำงานที่อำเภอดอนเจดีย์เหมือนเดิม บ้านหลังเดิม โต๊ะทำงานเดิม ถนนเส้นเดิม แต่ทุกอย่างเหมือนถูกทิ้งร้างในใจเขาไม่มีใครมาเรียกเขาว่า "อาวาคะ" ด้วยเสียงอ้อน ๆ ไม่มีใครมาเดินตามหลังให้เขาหันไปบ่น ไม่มีคนตัวเล็ก ๆ ที่มักเดินถือแฟ้มเอกสารสูงกว่าหน้าแล้วบ่นเบา ๆ ว่า "มันหนักค่ะปลัด"ทุกความเคยชินกลายเป็นบาดแผลที่เขาไม่รู้วิธีรักษา จนกระทั่ง...วันหนึ่งในช่วงปลายเดือนมิถุนายน ตอนเช้าแดดจัดแสบตา แต่ลมกลับเย็นแปลก ๆ เหมือนฝนกำลังจะตก วันนี้มีประชุมประจำเดือนของเจ้าหน้าที่อำเภอ ทุกคนทยอยเข้าห้องกันเต็มแล้วปลัดวายุเดินเข้ามาช้าเพราะติดประชุมกับนายอำเภอ เขาดันประตูห้องประชุมเปิดออก...แล้วภาพที่เห็นตรงหน้า เหมือนโลกทั้งใบหยุดหมุนไปทันทีคนที่นั่งท้ายแถวฝั่งซ้ายสุด หญิงสาวผมยาวรวบหางม้าเรียบร้อย แต่งชุดข้าราชการใหม

More Chapters
Explore and read good novels for free
Free access to a vast number of good novels on GoodNovel app. Download the books you like and read anywhere & anytime.
Read books for free on the app
SCAN CODE TO READ ON APP
DMCA.com Protection Status