LOGINคืนวันสิ้นปี ขณะที่ตฤณชากำลังนั่งร่วมโต๊ะฉลองอย่างเพลิดเพลินกับคนรักและกลุ่มเพื่อนในร้านอาหารแห่งหนึ่ง เสียงแจ้งเตือนจากโทรศัพท์ก็ดังขึ้น ข้อความจาก “ตู้” เพื่อนสนิทถูกส่งเข้ามา พร้อมภาพข้อมูลบางอย่างเกี่ยวกับน้องแม็กซ์เมื่อเขากดเปิดดู สิ่งที่ปรากฏคือใบรับรองแพทย์จากจิตแพทย์...เอกสารที่พิมลดาเป็นคนพาลูกไปพบเพียงไล่อ่านไม่กี่บรรทัด ความรู้สึกในอกของตฤณชาก็ปะทุขึ้นทันที ความโกรธแล่นพล่านจนแทบอยากขว้างโทรศัพท์ทิ้งไปให้ไกล เขาไม่เคยนึกเลยว่า “อ้อย” น้องสาวที่เขาไว้ใจ ฝากฝังให้ช่วยดูแลลูกในยามที่งานรัดตัว จะทำเรื่องแบบนี้ลงไปได้ตฤณชารู้ดีว่าอ้อยเติบโตมาอย่างน่าสงสาร สมัยเรียนมัธยม พ่อของพวกเขามัวแต่สร้างปัญหาเรื่องชู้สาวจนแม่ต้องคอยตามจัดการไม่รู้จบ ขณะที่แม่เองก็ต้องทำงานหาเงินเลี้ยงลูกไปด้วย ชีวิตครอบครัวจึงเต็มไปด้วยความวุ่นวายและไม่มีใครมีเวลาดูแลลูกอย่างใกล้ชิดเพราะเหตุนี้ อ้อยจึงพลาดพลั้งตั้งครรภ์ในวัยเรียน ต้องหยุดวุฒิการศึกษาไว้เพียงชั้นมัธยมต้น ทั้งที่กำลังจะจบ ม.6 แล้วด้วยซ้ำหลังจากคลอดลูกได้เพียงสองปี ชีวิตคู่ของเธอก็พังทลาย อดีตสามีหันไปมีผู้หญิงคนใหม่ ทิ้งเธอไว้กับภาระที่
พิมลดาเดินออกจากห้องตรวจจิตแพทย์ หลังจากรับฟังคำอธิบายทั้งหมดจบลง สีหน้าของหญิงสาวเต็มไปด้วยความกังวล ราวกับจะกลั้นน้ำตาไว้ไม่อยู่“หม่าม้า แม็กซ์เก่งไหม น้าแพทสอนพับกระดาษ แม็กซ์ทำเป็นรูปหมาได้ด้วย”พิมลดาฝืนปรับสีหน้าให้ยิ้มแย้มสดใส ทว่านัยน์ตากลับไม่ยิ้มตาม“เก่งมากเลยค่ะลูก พวกเราหาหมอเสร็จแล้ว ไปหาของอร่อยกินกันดีไหม”เธอลูบศีรษะเด็กน้อยอย่างอ่อนโยน ก่อนจะหันไปสบตาน้องสาว พยักหน้าเบา ๆ เป็นเชิงให้เดินตามกันไป“น้องแม็กซ์เก่งมากเลยค่ะ แพทสอนครั้งเดียวก็พับตามได้แล้ว หลานน้าอัจฉริยะมาก ๆ”แพทหันไปหาหลานชายตัวน้อย พร้อมยกนิ้วโป้งให้ด้วยรอยยิ้มชื่นชมตลอดทั้งวัน น้องแม็กซ์ได้อยู่กับแม่และน้าอย่างมีความสุข เด็กน้อยวิ่งเล่น หัวเราะ โดยไร้ความกังวลใด ๆอีกเพียงไม่กี่วันก็จะถึงเทศกาลปีใหม่ โรงเรียนปิดยาวให้นักเรียนได้พักผ่อน ประกอบกับพิมลดาได้ลาออกจากงานประจำแล้ว หญิงสาวจึงตั้งใจจะใช้เวลานี้ดูแลลูกน้อยอย่างเต็มที่ โดยไม่ต้องเร่งรีบเหมือนที่ผ่านมา ขณะเดียวกันก็เริ่มวางแผนต่อยอดงานเสริมให้จริงจังมากขึ้นหลังกล่อมลูกน้อยหลับในช่วงบ่าย พิมลดาออกมานั่งพักนอกห้อง พลางหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาตรวจดูอี
ชลิดาเดินกลับเข้าอพาร์ตเมนต์ด้วยหัวใจที่พองโต พรุ่งนี้ตฤณชาจะเดินทางมาถึง และเธอกับเขาจะได้ใช้ช่วงเทศกาลคริสต์มาสและปีใหม่ร่วมกันเสียทีเกือบห้าเดือนแล้วที่ทั้งสองต้องอยู่กันคนละประเทศ แม้จะพยายามวิดีโอคอลคุยกันแทบทุกวัน แต่ความต่างของเขตเวลาทำให้บทสนทนาแต่ละครั้งสั้นกว่าที่ใจต้องการเมื่อชลิดาต้องเข้าเรียน ตฤณชากำลังจะเข้านอนและเมื่อเขาเริ่มทำงาน เธอก็ต้องปิดไฟพักผ่อนมีเพียงช่วงเวลาสั้น ๆ ราวหกโมงถึงหนึ่งทุ่มตามเวลาในประเทศไทย ที่ตฤณชาพอมีเวลาพูดคุยกับเธอ ก่อนที่ชลิดาจะต้องรีบไปเข้าเรียน และมีบางวันที่ชายหนุ่มติดงานยาวจนพลาดเวลาที่จะพูดคุยกันแม้จะห่างไกลกัน แต่เธอปรับตัวกับชีวิตต่างแดนได้รวดเร็ว ภายในเวลาไม่ถึงเดือนทุกอย่างก็เริ่มเข้าที่เข้าทาง ส่วนหนึ่งเพราะตฤณชาได้จัดการหลายอย่างไว้ให้ล่วงหน้า ตั้งแต่หาคนไปรับที่สนามบิน ติดต่อคนรู้จักมาช่วยเรื่องลงทะเบียนเรียน ไปจนถึงช่วยจัดหาที่พักอย่างเรียบร้อยชีวิตในเมืองใหม่จึงราบรื่นกว่าที่เธอกังวลไว้มากเธอเริ่มมีเพื่อนมากขึ้น ทั้งคนไทยและเพื่อนต่างชาติ เรียนรู้วัฒนธรรมใหม่ ๆ และค่อย ๆ สร้างพื้นที่ของตัวเองในต่างแดนค่ำคืนนั้น ชลิดานั่งมอ
ตฤณชามาถึงร้านอาหารช้ากว่าเวลานัดเกือบหนึ่งชั่วโมง เขาให้เหตุผลว่าการประชุมเลิกสายและการจราจรติดขัดอย่างหนักเพ็ญนภาเพียงยิ้มบาง ๆ รับคำอธิบาย นั่งรออย่างสงบ แม้ในใจจะประเมินทุกท่าทีอย่างรอบคอบ เธอรู้ดีว่าเวลานี้ ลูกสาวของเธอเริ่มเสียเปรียบฝ่ายชายไปแล้ว จึงทำได้เพียงอดทน รอจังหวะที่เกมจะพลิกกลับมาอยู่ในมือบ้างระหว่างรับประทานอาหาร บทสนทนาดำเนินไปอย่างระมัดระวัง คำพูดหลายคำถูกเลือกใช้ด้วยความหมายแฝง ตฤณชารับปากว่า จะดูแลความเป็นอยู่ของชลิดาในต่างแดนอย่างเต็มที่ เขามีรุ่นพี่และคนรู้จักในเมืองที่เธอจะไปศึกษาต่อ และยืนยันว่าจะไปเยี่ยมเธอในช่วงเทศกาลสำคัญเมื่อมีโอกาสเพ็ญนภารับฟังอย่างพอใจ ก่อนจะฝากฝังเรื่องความเป็นอยู่และความปลอดภัยของลูกสาวหลายประเด็นจากนั้น เธอจึงค่อย ๆ เอ่ยข้อเสนอที่เตรียมไว้เพื่อปกป้องชื่อเสียงของชลิดาในช่วงที่ต้องไปต่างประเทศ เธอเห็นว่า การหมั้นหมายกันไว้ก่อนน่าจะช่วยยืนยันสถานะของทั้งสองฝ่าย และเมื่อชลิดาเรียนจบ เธอก็หวังว่าตฤณชาจะจัดการเรื่องแต่งงานให้เรียบร้อยข้อเสนอนั้นทำให้ตฤณชาชะงักไปเล็กน้อยในใจเขาเริ่มลังเล เขาได้สิ่งที่ต้องการจากความสัมพันธ์นี้ไปมากแล้ว
ตฤณชานั่งเอนหลังอยู่ในบาร์ของโรงแรมหรูในประเทศที่เพิ่งเดินทางมาถึงได้ไม่ถึงชั่วโมง แก้วเครื่องดื่มสีอำพันสะท้อนแสงไฟสลัว ๆ บนเคาน์เตอร์ก่อนเครื่องบินออก เขาเห็นรูปแอบถ่ายตัวเองกับชลิดาแล้วเห็นครบ...เห็นชัดและเข้าใจทันทีว่าปัญหากำลังจะลุกลามเขาจึงปิดเครื่องโทรศัพท์ ตัดขาดจากทุกสายเรียกเข้า แม้แต่สายของชลิดาเองไม่ใช่เพราะตกใจ แต่เพราะต้องการเวลาเวลาในการคิดว่าจะปกป้องตัวเองอย่างไรเขาไม่คิดเลยว่า ขนาดพาเธอไปไกลถึงโรงแรมแถบชานเมือง ยังมีคนรู้จักเห็นและตามถ่ายภาพไว้ได้หรือจะเป็นพิมลดา?เขาหรี่ตาเล็กน้อยไม่น่าใช่…ยัยนั่นคงได้แต่เสียใจคร่ำครวญเงียบ ๆ มากกว่าจะวางแผนซับซ้อนแบบนี้ตฤณชายกแก้วขึ้นจิบ ก่อนจะตัดสินใจเปิดเครื่องสัญญาณโทรศัพท์ไหลกลับเข้ามาพร้อมข้อความและสายที่ไม่ได้รับจำนวนมาก เขากดโทรกลับไปยังหมายเลขที่คุ้นเคย คำนวณเวลาแล้วว่าที่ประเทศไทยน่าจะเป็นช่วงเช้าเสียงปลายสายรับอย่างรวดเร็ว“ฮัลโหล…”“พี่ชา…”เสียงร้องไห้สะอึกสะอื้นดังทะลุสายมาอย่างไม่ทันตั้งตัวตฤณชาปรับน้ำเสียงทันที“ใจเย็น ๆ ครับด้า เกิดอะไรขึ้น พี่โทรมาเพื่อบอกว่าพี่ถึงประเทศ U แล้วนะ”เขาทำราวกับไม่รู้เรื่อ
ชลิดาเดินกลับโต๊ะทำงานด้วยสติที่เหมือนลอยหายไปครึ่งหนึ่งระหว่างทาง สายตาหลายคู่จับจ้องเธอโดยไม่คิดจะปิดบัง บางคนมองราวกับเห็นของแปลก บางคนยิ้มมุมปากอย่างสะใจ ขณะที่อีกกลุ่มยืนกระซิบกระซาบแล้วปรายตามาทางเธอเป็นระยะเสียงหัวเราะเบา ๆ ไล่หลังมาเหมือนเงาเธอเร่งฝีเท้า หัวใจเต้นถี่จนเจ็บหน้าอกทันทีที่ถึงโต๊ะทำงาน ชลิดารีบเก็บเอกสารและของใช้ส่วนตัวใส่กระเป๋าอย่างลุกลี้ลุกลน ตั้งใจจะกลับบ้านไปตั้งหลักก่อน ทุกอย่างมันถาโถมเกินกว่าจะรับมือไหวในตอนนี้เธอส่งข้อความหาตฤณชาไปแล้วหลายครั้งไม่มีการตอบกลับคงกำลังอยู่บนเครื่องบิน“อาจารย์ชลิดาคะ คณบดีขอเชิญพบค่ะ”เสียงตุ๊กดังขึ้นข้างหลัง เธอพยายามโทรหาชลิดาหลายสายแล้ว แต่ชลิดาไม่ได้รับชลิดากลืนน้ำลาย ก่อนพยักหน้าเบา ๆ แล้วเดินตามเลขานุการไปอย่างคนไร้แรงต้านทุกย่างก้าวหนักอึ้งข้อความจากเพื่อนเด้งเข้ามาไม่หยุดในโทรศัพท์ แต่เธอไม่กล้าเปิดอ่าน รู้ดีว่าเนื้อหาคงไม่พ้นเรื่องเดียวกันเมื่อก้าวเข้าสู่ห้องทำงานคณบดี ความเย็นจากเครื่องปรับอากาศทำให้เธอขนลุก ทั้งที่อุณหภูมิไม่ได้ต่างจากทุกวันหรือบางที…สิ่งที่หนาวอาจไม่ใช่อากาศเธอยกมือไหว้ ก่อนจะถูกเชิญ







