Mag-log in“โอ๊ย อีหญิง แกจะบิดจนแขนฉันเป็นเกลียวโปเต้แล้วนะยะ”
เสียงแหลมปรี๊ดของพะแพงดังแทรกเสียงจอแจใต้ตึกคณะบริหารธุรกิจ เรียกสายตาบรรดาโต๊ะข้าง ๆ ให้หันมามองเป็นตาเดียว แต่ดูเหมือนเจ้าตัวและแก๊งนางฟ้าประจำคณะจะไม่แคร์สื่อ เพราะประเด็นที่กำลังเม้าท์มอยมันร้อนแรงยิ่งกว่าแดดเมืองขอนแก่นตอนเที่ยงวัน
“ก็มันฟินนี่หว่า” เมเปิ้ลกรีดร้องไร้เสียง มือไม้เกร็งจิกแขนเพื่อนแน่น พลางหันมาส่งสายตาวิบวับใส่ฟาเดียที่นั่งหน้าร้อนผ่าวอยู่ตรงกลาง “นางเอกยุคใหม่มันต้องแบบนี้ สายรุก เฟียร์ส ปังปุริเย่ มัวแต่รอให้ผู้ชายเริ่ม เดี๋ยวก็ได้กินแห้วกระป๋องพอดี”
“เบาได้เบาจ้ะเพื่อน” ฟาเดียยกมือปิดแก้มที่ยังคงรู้สึกอุ่นวาบเหมือนมีกระแสไฟฟ้าสถิตตกค้างจากเหตุการณ์เมื่อวาน “ฉันก็แค่ เผลอตัวไปหน่อย”
“เผลอตัวอะไรยะ เขาเรียกประกาศศักดา” พะแพงจีบปากจีบคอเสริมทัพ “หอมแก้มโชว์ไปเลย ให้รู้ว่ากัปตันคนนี้มีเจ้าของแล้ว ชะนีหน้าไหนก็ห้ามแตะ ว่าแต่ แก้มเฮียเมฆหอมไหมแก กลิ่นแพงไหม”
“พะแพง” ฟาเดียตีแขนเพื่อนแก้เขิน “พอเลย เลิกแซวได้แล้ว อาจารย์เข้าคลาสแล้วเนี่ย”
“เปลี่ยนเรื่องเก่ง” สองสาวประสานเสียงพร้อมเบ้ปากใส่คนมีความรัก แต่ก็ยอมลุกเก็บของเดินตามเข้าห้องเลกเชอร์ไปแต่โดยดี
ฟาเดียเดินรั้งท้ายกลุ่ม มือเรียวกระชับสายกระเป๋าสะพาย ก่อนจะลอบกดเปิดหน้าจอโทรศัพท์ดูเป็นครั้งที่สิบของชั่วโมง
ว่างเปล่า...
กล่องข้อความแชตสีเขียวยังคงค้างอยู่ที่ข้อความสุดท้ายที่เธอส่งไปเมื่อเช้าตรู่
Fadia : เดินทางปลอดภัยนะคะเฮียเมฆ ถึงกรุงเทพฯ แล้วบอกหนูด้วยนะ
สถานะ Read ขึ้นโชว์หราตั้งแต่แปดโมงเช้า แต่จนป่านนี้ที่ตะวันเริ่มคล้อยต่ำ ยังไร้วี่แววข้อความตอบกลับ หรือแม้แต่สติกเกอร์สักตัว
ริมฝีปากบางเม้มเข้าหากันเล็กน้อย ความรู้สึกโหวงเหวงแล่นริ้วเข้ามาในอกเหมือนเผลอก้าวเท้าตกหลุมอากาศ
‘เฮียคงยุ่งแหละ ระดับ CEO งานต้องยุ่งอยู่แล้ว’
เธอพร่ำบอกตัวเองแบบนั้น พยายามปัดความรู้สึกน้อยใจเล็ก ๆ ทิ้งไป แล้วก้าวเท้าเข้าสู่ห้องเรียนขนาดใหญ่ที่อัดแน่นไปด้วยนักศึกษา
ชีวิตเฟรชชี่ปีหนึ่งหนักหนากว่าที่คิด
หลังจากหมดช่วงโปรโมชันความหวานที่ม่านเมฆบินมาหาแทบทุกวัน ตอนนี้ชีวิตจริงของฟาเดียก็เริ่มหมุนติ้วด้วยความเร็วสูงจากกิจกรรมรับน้อง การบ้านวิชาพื้นฐานและโปรเจกต์กลุ่มที่อาจารย์สั่งเหมือนโกรธนักศึกษามาสิบชาติ ทำให้เธอแทบไม่มีเวลาหายใจ
แต่ถึงอย่างนั้น ในทุกช่วงเวลาที่ว่างเว้นจากการเรียน สายตาของเธอก็มักจะมองบนท้องฟ้าเสมอ
เครื่องบินลำเล็ก ๆ ที่ลากเส้นสีขาวพาดผ่านก้อนเมฆเหนือตึกคณะ กลายเป็นสิ่งที่ดึงดูดความสนใจของเธอมากกว่ากระดานไวท์บอร์ด
เฮียจะอยู่บนนั้นหรือเปล่านะ?
ตอนนี้จะบินอยู่เหนือประเทศอะไร?
กินข้าวหรือยัง?
คำถามพวกนี้วนเวียนอยู่ในหัวซ้ำไปซ้ำมา ราวกับเพลย์ลิสต์เพลงเศร้าที่เปิดวนลูป
“ฟาเดีย ฟาเดีย”
แรงเขย่าที่หัวไหล่ดึงสติเธอให้กลับเข้าร่าง ฟาเดียสะดุ้งหันไปมองเมเปิ้ลที่ทำหน้ามุ่ย
“เหม่ออะไรยะ อาจารย์ปล่อยคลาสแล้ว ไปหาไรกินกัน หิวจนไส้จะขาดแล้วแม่”
“อ๋อ อือ ไปสิ” ฟาเดียรีบเก็บของลงกระเป๋า สายตายังคงชำเลืองมองโทรศัพท์ที่วางนิ่งสนิทอยู่บนโต๊ะ
ไม่มีไฟกะพริบแจ้งเตือน...
ไม่มีสายเรียกเข้า...
ความเงียบของเครื่องมือสื่อสาร บางครั้งมันก็ดังจนน่ารำคาญใจ
22:15 น. ณ คอนโดมิเนียม
ห้องนอนสีครีมอุ่นเงียบสงัดที่มีเพียงเสียงเครื่องปรับอากาศครางหึ่ง ๆ คลอไปกับเสียงพลิกหน้ากระดาษหนังสือเรียนวิชาเศรษฐศาสตร์จุลภาค
ฟาเดียนั่งกอดเข่าอยู่บนเตียง ผมยาวสลวยถูกมัดรวบขึ้นลวก ๆ ด้วยกิ๊บหนีบผม ปากกาไฮไลต์สีพาสเทลในมือขีดเน้นข้อความในหนังสือ แต่ใจความสำคัญกลับไม่เข้าหัวเลยสักนิด
เพราะสายตาของเธอจดจ่ออยู่ที่นาฬิกาดิจิทัลบนหัวเตียงมากกว่าตัวหนังสือ
สี่ทุ่มสิบห้า
ปกติเวลานี้ เฮียเมฆต้องโทรมาแล้วนี่นา
ความกังวลเริ่มก่อตัวเป็นก้อนแข็ง ๆ จุกอยู่ที่คอ หรือจะเป็นอะไรไป? หรือเครื่องมีปัญหา? หรือเขาเบื่อที่จะคุยกับเด็กอย่างเธอแล้ว?
ความคิดฟุ้งซ่านของคนไกลทำงานหนักยิ่งกว่าสัญญาณเน็ต 5G
ครืด ครืด
เสียงสั่นสะเทือนบนฟูกที่นอนกระชากหัวใจที่ห่อเหี่ยวให้พองโตขึ้นในเสี้ยววินาที ฟาเดียแทบจะโยนปากกาทิ้ง คว้าโทรศัพท์ขึ้นมากดรับโดยไม่ต้องดูชื่อ
“เฮียเมฆ!”
(รอนานไหมคะ)
ทันทีที่ภาพเขาปรากฏบนหน้าจอ รอยยิ้มกว้างที่เตรียมไว้ของฟาเดียก็ค่อย ๆ จางลง เปลี่ยนเป็นแววตาแห่งความเป็นห่วง
ม่านเมฆยังอยู่ในชุดทำงาน เสื้อเชิ้ตสีขาวราคาแพงยับย่นเล็กน้อย กระดุมเม็ดบนถูกปลดออกเผยให้เห็นลำคอแกร่ง เนคไทถูกดึงจนหลวมรุ่ยร่าย ใบหน้าหล่อเหลาที่เธอหลงใหลดูอิดโรยอย่างเห็นได้ชัด ใต้ตามีรอยคล้ำจาง ๆ ที่แม้แต่ฟิลเตอร์ในแอปฯ ก็ปิดไม่มิด
ฉากหลังไม่ใช่ห้องนอนหรูในเพนท์เฮาส์ แต่เป็นห้องทำงานที่มีเอกสารกองพะเนินเทินทึก
“เฮีย ยังไม่กลับห้องอีกเหรอคะ” ฟาเดียถามเสียงอ่อน
(เพิ่งประชุมกับฝ่ายซ่อมบำรุงเสร็จค่ะ มีปัญหาเรื่องอะไหล่นำเข้านิดหน่อย) ม่านเมฆยกมือขึ้นนวดขมับตัวเองเบา ๆ พยายามฝืนยิ้มให้คนในจอ (ขอโทษทีนะที่วันนี้หายไปเลย ยุ่งจนหัวหมุนจริง ๆ ข้าวเที่ยงเฮียเพิ่งได้กินตอนบ่ายสามเอง)
ความน้อยใจที่สะสมมาทั้งวันพังทลายลงในพริบตา เหลือเพียงความสงสารจับใจ
“ทานข้าวเย็นหรือยังคะ”
(เรียบร้อยแล้วค่ะ เลขาฯ ซื้อแซนด์วิชมาให้รองท้อง) เขาตอบพลางหยิบแก้วกาแฟขึ้นจิบ ทั้งที่ดึกป่านนี้แล้ว (แล้วหนูล่ะ วันนี้เป็นไงบ้าง เรียนเหนื่อยไหม เจอรับน้องโหดหรือเปล่า มีใครมาจีบหรือเปล่า)
ฟาเดียอ้าปากจะเล่า เรื่องที่โดนรุ่นพี่ปีสามว้ากใส่หน้าห้องเชียร์ เรื่องงานกลุ่มที่เพื่อนบางคนกินแรง เรื่องที่เธอเดินสะดุดบันไดจนอายม้วน เรื่องราวมากมายที่เธอลิสต์ไว้ในหัวเพื่อจะฟ้องเขา
แต่พอมองเห็นดวงตาที่ปรือปรอยของเขา เสียงของเธอก็ถูกกลืนหายไป เธอไม่อยากเอาเรื่องไร้สาระของเด็กปีหนึ่ง ไปเพิ่มน้ำหนักบนบ่าคนที่ต้องแบกความรับผิดชอบไว้มากมาย อย่างน้อยก็ชีวิตพนักงานทั้งสายการบิน
“ไม่เหนื่อยค่ะ สนุกดี” ฟาเดียเลือกที่จะโกหกคำโต พร้อมฉีกยิ้มสดใสที่สุดเท่าที่จะทำได้ “เพื่อน ๆ น่ารักทุกคนเลยค่ะ อาจารย์ก็ใจดี เฮียไม่ต้องห่วงหนูนะ”
(จริงเหรอ เก่งมากค่ะเด็กดี) ม่านเมฆยิ้มออกมาได้เต็มแก้มขึ้นนิดหน่อย แววตาฉายความภูมิใจ (อาทิตย์นี้เฮียอาจจะไม่ได้บินไปหานะ ตารางบินแน่นเอี๊ยดเลย แถมต้องเตรียมพรีเซนต์งบประมาณไตรมาสหน้าด้วย)
ก้อนแข็ง ๆ จุกขึ้นมาที่คออีกครั้ง ไม่ได้เจอกันอีกแล้วเหรอ
“ไม่เป็นไรค่ะเฮีย งานสำคัญกว่าอยู่แล้ว” เธอพยักหน้ารัว ๆ ทำมือโอเคประกอบ “หนูอยู่ได้ สบายมาก เฮียตั้งใจทำงานเถอะค่ะ หาเงินมาเลี้ยงหนูเยอะ ๆ นะ”
(หึ ๆ ได้ครับ จะหามาเปย์ให้หนูใช้ไม่หมดเลย) ม่านเมฆหัวเราะเบา ๆ ในลำคอ ก่อนจะยื่นหน้าเข้ามาใกล้กล้อง เหมือนพยายามจะมองทะลุจอมาหาเธอ (คิดถึงนะคะ อยากกอดจะแย่แล้ว)
“หนูก็คิดถึงเฮียค่ะ” เสียงของเธอแผ่วเบาเจือความสั่นเครือเล็กน้อย
(อดทนหน่อยนะ เดี๋ยวเคลียร์งานเสร็จ เฮียจะรีบบินไปให้หอมแก้มจนช้ำเลย ไปนอนได้แล้วค่ะ พรุ่งนี้มีเรียนเช้าไม่ใช่เหรอ)
“ค่ะ เฮียก็รีบกลับไปพักผ่อนนะคะ อย่าหักโหมนะ หนูเป็นห่วง”
(รับทราบค่ะ ฝันดีนะคะเด็กดีของเฮีย)
หน้าจอตัดไปแล้ว ห้องทั้งห้องกลับมาตกอยู่ในความเงียบงันอีกครั้ง
ฟาเดียวางโทรศัพท์ลงข้างตัว ถอนหายใจยาวเหยียดออกมาเหมือนลูกโป่งที่ถูกปล่อยลม ความรู้สึกหนักอึ้งกดทับลงกลางอก มันไม่ใช่ความโกรธ ไม่ใช่การทะเลาะแต่มันคือ ช่องว่าง
ช่องว่างระหว่างโลกของนักศึกษาที่มีแค่เรื่องเรียนกับเพื่อน กับโลกของผู้บริหารที่มีพันธะหน้าที่ร้อยแปดพันเก้ายืนอยู่อีกฝั่งหนึ่ง
วันนี้เธอได้เรียนรู้บทเรียนใหม่นอกห้องเรียนแล้วว่าความรักระยะไกล มันไม่ได้วัดกันที่กิโลเมตร แต่มันวัดกันที่ความเข้มแข็งของหัวใจในวันที่ต้องมองหน้าจอแทนดวงตาคู่นั้น
ติ๊ง
เสียงแจ้งเตือนไลน์ดังขึ้น ฟาเดียรีบคว้ามาดูด้วยความหวังว่าม่านเมฆอาจจะทักมาอีก แต่กลับเป็นชื่อที่ทำให้เธอต้องหลุดขำจนน้ำตาซึม
Pa’Floyd : [สติกเกอร์รูปหมีถือปืนลูกซอง]
Pa’Floyd : นอนหรือยังลูกสาว ปิดไฟล็อกห้องดี ๆ นะ ป๊าเช็กกล้องวงจรปิดหน้าห้องผ่านมือถืออยู่ เห็นแมลงสาบวิ่งผ่านตัวนึง เดี๋ยวป๊าโทรด่านิติบุคคลให้มาจัดการเดี๋ยวนี้แหละ
Pa’Floyd : อย่านอนดึกดื่นล่ะ หน้าตาโทรมเดี๋ยวไม่สวยนะ
ข้อความของป๊าฟลอยด์ที่ส่งมาด้วยความเป็นห่วงแบบล้น ๆ ช่วยปัดเป่าความเหงาออกไปได้เปราะหนึ่ง อย่างน้อย... ในความห่างไกลนี้ ก็ยังมีผู้ชายคนหนึ่งที่เฝ้ามองเธออยู่ตลอดเวลา แม้จะเฝ้าจับผิดยันแมลงสาบหน้าห้องก็ตามที
ฟาเดียพิมพ์ตอบ ‘ฝันดีค่ะป๊า รักป๊านะคะ’ กลับไป
เธอล้มตัวลงนอน กอดตุ๊กตาหมีตัวใหญ่ที่ม่านเมฆเคยซื้อให้ในวันปัจฉิมเรียนจบ ม.6 มองเพดานห้องที่ว่างเปล่าพลางบอกตัวเองในใจ
โตแล้วนะฟาเดีย เธอเลือกเองที่จะรักผู้ใหญ่ เธอต้องเข้าใจโลกของเขาให้ได้
แต่ถึงสมองจะเข้าใจแค่ไหน หัวใจดวงน้อย ๆ ก็ยังอดเรียกร้องไม่ได้อยู่ดีว่าอยากเจอ... อยากเจอมากกว่าแค่วิดีโอคอล...
คืนนี้ ขอนแก่นดูเงียบเหงากว่าทุกคืน และกรุงเทพฯ ก็ดูไกลออกไปกว่าที่เคยรู้สึก... เมื่อไรจะถึงอาทิตย์หน้าสักทีนะ ‘คิดถึงจัง’
วิลล่าส่วนตัว หาดกมลา ภูเก็ตดวงอาทิตย์ดวงโตสีส้มจัดจ้านกำลังค่อย ๆ หย่อนตัวลงจูบขอบฟ้าอันดามัน สาดแสงสีทองอำพันสุดท้ายของวันลงมากระทบผิวน้ำทะเลที่เป็นลอนคลื่นระยิบระยับราวกับเกล็ดทองคำสายลมยามเย็นพัดหอบเอาความสดชื่นของทะเลเข้ามาปะทะกับกลิ่นหอมหวลชวนน้ำลายสอของบาร์บีคิวเนื้อเกรดพรีเมียมและเนยกระเทียมที่กำลังย่างฉ่าอยู่บนเตาถ่าน กลิ่นดอกลีลาวดีและดอกแก้วในสวนส่งกลิ่นหอมเย็น ๆ ลอยล่องมาตามลม ผสมผสานกับเสียงดนตรีเบา ๆ ที่เปิดคลอสร้างบรรยากาศทว่า ความสงบเงียบและความโรแมนติกของธรรมชาตินั้น ช่างดูขัดแย้งกับความเป็นจริงที่เกิดขึ้นบนสนามหญ้าหน้าบ้านอย่างสิ้นเชิง เพราะบัดนี้ พื้นที่สีเขียวขจีได้ถูกยึดครองโดยกองทัพมนุษย์ตัวจิ๋วและสภาญาติผู้ใหญ่ที่มารวมตัวกันจนวิลล่าหลังใหญ่ดูเล็กลงไปถนัดตาม่านเมฆ ในฐานะผู้จ่ายเงินยืนกุมขมับอยู่มุมเสา เข่าทั้งสองข้างอ่อนแรงจนแทบจะทรุดลงไปกองกับพื้นหญ้านวลน้อยราคาแพงที่ตอนนี้เริ่มมีสภาพไม่ต่างจากทุ่งหญ้าสะวันนาที่เพิ่งผ่านการอพยพของฝูงวิลเดอบีสต์“ทำไมคนมันเยอะขนาดนี้วะเนี่ย” ม่านเมฆพึมพำกับตัวเอง สายตาล่อกแล่กมองไปรอบงาน “นี่มันงานวันเกิดเด็ก 5 ขวบ หรือมหกรรม
ถนนส่วนบุคคล หน้าวิลล่า จ. ภูเก็ตแสงอรุณยามเช้าตรู่สาดส่องลงมากระทบยอดทิวสนที่เรียงรายอยู่สองข้างทางของหมู่บ้านหรูก่อให้เกิดลำแสงสีทองอ่อน ๆ ที่ตัดผ่านละอองหมอกจาง ๆ เหนือพื้นหญ้าสีเขียวชอุ่ม น้ำค้างยอดหญ้าสะท้อนแสงวิบวับราวกับอัญมณีที่ธรรมชาติบรรจงโปรยปรายไว้ต้อนรับวันใหม่ กลิ่นไอดินชื้นเย็นผสมผสานกับกลิ่นลมทะเลสะอาดสดชื่นที่พัดโชยมาเป็นระยะ สร้างบรรยากาศที่เงียบสงบและผ่อนคลายจนอยากจะหยุดเวลาไว้ตรงนี้ เสียงนกร้องจิ๊บๆ ประสานกับเสียงใบไม้เสียดสีกันเบา ๆ เป็นดนตรีบรรเลงขับกล่อมให้โลกใบนี้ดูงดงามราวกับภาพวาดราคาแพงบนถนนลาดยางที่สะอาดสะอ้านไร้ฝุ่นผง ร่างสูงใหญ่ของม่านเมฆในชุดออกกำลังกายรัดรูปสีเทาเข้มที่ขับเน้นมัดกล้ามทุกสัดส่วนกำลังวิ่งจ็อกกิ้งด้วยท่วงท่าที่มั่นคงและสง่างาม เหงื่อเม็ดเล็ก ๆ ผุดพรายตามขมับและลำคอ ยิ่งทำให้ซีอีโอหนุ่มดูเซ็กซี่และทรงพลังในแบบที่สาว ๆ เห็นแล้วต้องเหลียวหลังแต่ทว่า สายตาของม่านเมฆไม่ได้จับจ้องอยู่ที่ระยะทางในนาฬิกาสมาร์ทวอทช์หรือทิวทัศน์อันงดงามรอบกายดวงตาคมกริบของเขาจับจ้องไปยังกลุ่มก้อนความรักที่เดินเตาะแตะอยู่ข้างหน้าห่างออกไปไม่กี่เมตรฟาเดีย ในชุดเด
วิลล่าส่วนตัว หาดกมลา ภูเก็ตท้องฟ้าเหนือเกาะภูเก็ตวันนี้ถูกฉาบทาด้วยสีเทาหม่นของเมฆฝนก้อนมหึมาที่ลอยต่ำจนแทบจะสัมผัสยอดทิวสน สายฝนเม็ดหนาหนักเทกระหน่ำลงมากระทบหลังคาและกระจกหน้าต่างบานใหญ่ของวิลล่าหรูจนเกิดเสียงดัง ซู่ ซู่ อย่างต่อเนื่องและยาวนานราวกับฟากฟ้ากำลังระบายความโศกเศร้าออกมาจนหมดสิ้น ไอความชื้นแฉะและกลิ่นดินระเหยลอยฟุ้งแทรกซึมเข้ามาในบรรยากาศ ผสมผสานกับเสียงคลื่นทะเลที่ซัดสาดชายฝั่งอย่างเกรี้ยวกราด ทำให้บรรยากาศเช้านี้ดูหดหู่และเงียบเหงาผิดวิสัยบ้านที่มีเด็กเล็กภายในห้องนอนมาสเตอร์เบดรูมที่กว้างขวาง อุณหภูมิถูกปรับให้อุ่นขึ้นเล็กน้อย กลิ่นหอมสดชื่นของดอกไม้และกลิ่นสะอาดของน้ำยาปรับผ้านุ่มที่คุ้นเคย บัดนี้ถูกแทนที่ด้วยกลิ่นฉุนอ่อน ๆ ของยูคาลิปตัสจากแผ่นแปะแก้คัดจมูกและกลิ่นยาน้ำรสส้มที่ลอยอบอวลไปทั่วห้อง ราวกับห้องนอนหรูหราแห่งนี้ได้ถูกแปลงสภาพเป็นหอผู้ป่วยวิกฤต (ICU) แผนกกุมารเวชไปเสียแล้วบนเตียงคิงไซส์หนานุ่มมีร่างเล็ก ๆ สองร่างนอนซมอยู่ใต้ผ้าห่มผืนหนาพันวาสาวน้อยจอมแก่นที่ปกติพลังงานล้นเหลือ บัดนี้นอนแก้มแดงปลั่งเพราะพิษไข้ ผมเปียสองข้างยุ่งเหยิง หายใจฟืดฟาดเสียงดังเพร
หน้าโรงเรียนนานาชาติภูเก็ตแสงแดดยามบ่ายแก่ ๆ ของเกาะภูเก็ตสาดส่องลงมากระทบหลังคารถหรูนับร้อยคันที่จอดเรียงรายอยู่หน้าประตูโรงเรียนนานาชาติจนเกิดประกายแสงวิบวับแสบตา ไอความร้อนจากท่อไอเสียและพื้นถนนเต้นระริกเป็นคลื่นความร้อนที่บิดเบี้ยวภาพทิวทัศน์รอบข้างให้ดูเหมือนภาพวาดสีน้ำมันที่ยังไม่แห้งดี เสียงจจอแจของผู้ปกครองหลากเชื้อชาติที่มายืนรอลูกหลานดังผสมปนเปกับเสียงนกหวีดของ รปภ. และเสียงเครื่องยนต์ที่ครางกระหึ่มแต่ภายในรถตู้ Alphard สีดำมันปลาบที่ติดฟิล์มดำสนิทจนมองไม่เห็นด้านใน บรรยากาศกลับเย็นยะเยือกราวกับอยู่ในขั้วโลกเหนือ เครื่องปรับอากาศทำงานเต็มสูบเพื่อดับไฟในอกของชายสองวัยที่กำลังนั่งจ้องหน้าจอแท็บเล็ตที่เชื่อมต่อกับกล้องวงจรปิดหน้ารถตาเขม็งม่านเมฆซีอีโอหนุ่มผู้คลั่งรัก นั่งกำหมัดแน่นจนเส้นเลือดที่หลังมือขึ้นเป็นแนวไปถึงท่อนแขน ใบหน้าหล่อเหลาบิดเบี้ยวด้วยความทรมานราวกับกำลังดูหนังผีที่น่ากลัวที่สุดในชีวิตข้าง ๆ กันคือ ฟลอยด์ที่บินด่วนลงมาจากสกลนครพร้อมปุ้ย เพื่อมาเยี่ยมหลานสุดที่รักฟลอยด์อยู่ในสภาพสวมแว่นกันแดดสีดำสนิท กัดฟันกรอด ๆ จนกรามปูนโปน“มันมาแล้ว ไอ้เด็กนั่นมันเดินมา
ศูนย์การค้า เซ็นทรัล ฟลอเรสต้า ภูเก็ตบ่ายวันเสาร์ที่ดวงอาทิตย์ตั้งฉากกับเกาะภูเก็ตส่งเปลวแดดร้อนระอุแผดเผาลงมาจนยางมะตอยบนลานจอดรถแทบจะละลายกลายเป็นสายน้ำสีดำข้น แต่ทว่า ทันทีที่ประตูอัตโนมัติบานยักษ์เลื่อนเปิดออก กลิ่นหอมจาง ๆ ของน้ำหอมปรับอากาศระดับลักชูรีและไอเย็นฉ่ำจากเครื่องปรับอากาศก็พุ่งเข้าปะทะผิวกาย ราวกับเดินก้าวข้ามทะเลทรายซาฮาร่าเข้าสู่โอเอซิสอันศิวิไลซ์ภายในห้างสรรพสินค้าหรูหราที่ถูกออกแบบให้เหมือนป่าหิมพานต์ยุคดิจิทัล แสงไฟวอร์มไวท์สาดส่องลงบนพื้นหินอ่อนมันวาววับสะท้อนภาพผู้คนที่เดินขวักไขว่ แต่ท่ามกลางฝูงชนนับพัน มีครอบครัวหนึ่งที่โดดเด่นออกมาจนใคร ๆ ต่างก็ต้องเหลียวหลังมองม่านเมฆซีอีโอหมื่นล้านผู้กุมบังเหียน Cloud Airlines บัดนี้อยู่ในสภาพ เบ๊ผู้ทรงเกียรติ สองแขนแกร่งที่เต็มไปด้วยมัดกล้ามภายใต้เสื้อเชิ้ตพับแขน พะรุงพะรังไปด้วยถุงกระดาษแบรนด์เนมสีสันสดใสนับสิบใบ ทั้ง Gucci Kids, Dior Baby และร้านของเล่นชั้นนำจนแทบจะมองไม่เห็นทางเดิน“ฟาเดีย เฮียว่าลูกเราใส่เสื้อผ้าไม่ซ้ำกันได้สามปีแล้วนะครับ” ม่านเมฆโอดครวญเสียงอ้อน ส่งสายตาปริบ ๆ ให้ภรรยาคนสวยที่เดินนำหน้าอย่างสง่าง
ณ วิลล่า หาดกมลา ภูเก็ต บ่ายวันเสาร์เมฆสีเทาหม่นปกคลุมทั่วท้องฟ้าเหนือเกาะภูเก็ต สายฝนเม็ดละเอียดโปรยปรายลงมากระทบผิวน้ำทะเลและกระจกหน้าต่างบานใหญ่ของวิลล่าอย่างไม่ขาดสาย ก่อให้เกิดเสียง เปาะแปะ เปาะแปะ ที่ชวนให้รู้สึกง่วงงุนและเกียจคร้าน กลิ่นไอดินชื้นแฉะผสมกับกลิ่นไอทะเลลอยอบอวลอยู่ในอากาศภายนอกผิดกับอากาศเย็นฉ่ำและแห้งสนิทจากเครื่องปรับอากาศภายในห้องนั่งเล่นที่ถูกเปิดทิ้งไว้ที่อุณหภูมิ 23 องศาเซลเซียสบรรยากาศในบ้านวันนี้เงียบสงบผิดปกติ ราวกับอยู่ในห้องสมุดแห่งชาติมากกว่าจะเป็นบ้านที่มีเด็กแฝดวัยกำลังซน มีเพียงเสียงวัตถุพลาสติกแข็งกระทบกันดัง กริ๊ก กริ๊ก เป็นจังหวะสม่ำเสมอกลางห้องนั่งเล่นที่ปูด้วยพรมขนสัตว์เทียมสีขาวสะอาดตาพันไมล์ หนุ่มน้อยวัย 4 ขวบเศษ นั่งขัดสมาธิหลังตรงแน่วด้วยท่าทางสุขุมยิ่งกว่าพระเกจิอาจารย์ ตรงหน้าเขามีกองภูเขาพลาสติกชิ้นเล็กชิ้นน้อยนับพันชิ้นวางกองรวมกันอย่างเป็นระเบียบมันคือ Lego Star Wars, The Death Star ชุดใหญ่ยักษ์อลังการงานสร้างที่มีจำนวนชิ้นส่วนมากถึง 5,000 ชิ้น ของขวัญต้อนรับกลับบ้านที่ ม่านเมฆซื้อให้ลูกชายเพื่อปลอบขวัญที่ต้องกลับมาเจออากาศร้อนชื้นข







