วิวาห์ลวงเหนือบัลลังก์

วิวาห์ลวงเหนือบัลลังก์

last updateآخر تحديث : 2026-09-16
بواسطة:  Ladypornتم تحديثه الآن
لغة: Thai
goodnovel18goodnovel
لا يكفي التصنيفات
15فصول
14وجهات النظر
قراءة
أضف إلى المكتبة

مشاركة:  

تقرير
ملخص
كتالوج
امسح الكود للقراءة على التطبيق

ก่อนวันวิวาห์ นางพบว่าบิดากำลังร่วมมือกับฝ่ายกบฏ จึงนำหลักฐานไปต่อรองกับว่าที่สามีผู้เย็นชา แต่ใครจะรู้ว่า… **วิวาห์ที่เริ่มต้นด้วยคำลวง จะจบลงด้วยแม่ทัพผู้ยอมวางดาบเพื่อนางเพียงคนเดียว**

عرض المزيد

الفصل الأول

บทที่ 1 เจ้าสาวผู้ถือหลักฐานกบฏ

อีกเพียงหนึ่งคืน เสิ่นหลิงซีก็จะกลายเป็นเจ้าสาวของแม่ทัพพยัคฆ์ทมิฬ

จวนเสนาบดีกรมกลาโหมจึงควรเต็มไปด้วยความรื่นเริง โคมมงคลสีแดงถูกแขวนเรียงรายตั้งแต่ประตูใหญ่ไปจนถึงเรือนชั้นใน อักษรซวงสี่สีทองติดอยู่บนบานประตูหน้าต่าง หีบสินเดิมกว่าสามสิบใบวางเรียงกลางลาน รอให้คนจากจวนเจ้าบ่าวมารับในเช้าวันรุ่งขึ้น

เหล่าสาวใช้กำลังตรวจสอบอาภรณ์เจ้าสาว เครื่องประดับ และของมงคลเป็นครั้งสุดท้าย เสียงหัวเราะดังแว่วมาจากทุกมุมของจวน ทว่าท่ามกลางบรรยากาศแห่งความยินดีนั้น เสิ่นหลิงซีกลับรู้สึกถึงความผิดปกติบางอย่าง

ตั้งแต่ช่วงบ่าย เสิ่นเหวินโจวผู้เป็นบิดาสั่งเพิ่มเวรยามรอบจวนเป็นสองเท่า องครักษ์ประจำตระกูลซึ่งควรช่วยจัดเตรียมพิธีวิวาห์ ถูกส่งไปประจำประตูทุกด้านพร้อมอาวุธครบมือ

บ่าวไพร่ทุกคนถูกห้ามออกจากจวนโดยไม่มีข้อยกเว้น แม้แต่พ่อครัวที่ต้องออกไปซื้อเครื่องปรุงสำหรับงานมงคลยังได้รับคำสั่งให้ใช้สิ่งที่มีอยู่แทน

หลิงซีเคยคิดว่าบิดาเพียงต้องการป้องกันเหตุร้ายก่อนพิธี ทว่าการวางกำลังของเขากลับดูไม่เหมือนการป้องกันบุคคลภายนอก

มันดูคล้ายต้องการกักทุกคนภายในไม่ให้ออกไปมากกว่า

“คุณหนูใหญ่เจ้าคะ”

เสียงของชิงเถา สาวใช้คนสนิท ดึงหญิงสาวออกจากภวังค์

หลิงซีละสายตาจากองครักษ์ที่เดินตรวจตราอยู่ด้านนอก ก่อนหันมองอาภรณ์เจ้าสาวสีแดงสดบนเตียง ลายหงส์คู่ปักด้วยดิ้นทองทุกเส้น ประณีตงดงามสมฐานะบุตรสาวเสนาบดี

“ลองสวมดูอีกครั้งดีหรือไม่เจ้าคะ หากมีส่วนใดไม่พอดี บ่าวจะได้ให้ช่างแก้ไขคืนนี้”

“เมื่อวานก็ลองไปแล้ว ไม่จำเป็นต้องรบกวนช่างอีก”

หลิงซียกมือแตะลวดลายบนแขนเสื้ออย่างเหม่อลอย ตามปกตินางควรรู้สึกตื่นเต้นที่กำลังจะแต่งงาน แต่เวลานี้กลับไม่อาจรวบรวมสมาธิมาอยู่กับอาภรณ์มงคลได้เลย

เซียวจิ้งเหยียน ว่าที่สามีของนาง เป็นแม่ทัพหนุ่มผู้ได้รับสมญาว่าพยัคฆ์ทมิฬ เขามีชื่อเสียงจากการปราบศัตรูตามชายแดนเหนือ เด็ดขาด เย็นชา และไม่เคยพ่ายแพ้ในสนามรบ

หลิงซีเคยพบเขาเพียงไม่กี่ครั้ง การสนทนาระหว่างทั้งคู่มักสั้นและห่างเหิน นางจึงไม่เข้าใจว่าเหตุใดบุรุษผู้ไม่เคยแสดงท่าทีสนใจสตรีคนใด จึงทูลขอพระราชทานสมรสกับนาง

“คุณหนูยังกังวลเรื่องท่านแม่ทัพหรือเจ้าคะ”

ชิงเถาถามด้วยรอยยิ้ม

“บ่าวได้ยินว่าท่านแม่ทัพส่งคนมาตรวจเส้นทางขบวนเจ้าสาวด้วยตนเอง ถึงภายนอกจะดูเย็นชา แต่คงใส่ใจคุณหนูไม่น้อย”

หลิงซียังไม่ทันตอบ สาวใช้อีกคนก็รีบร้อนเข้ามารายงาน

“คุณหนูใหญ่ ท่านเสนาบดีสั่งให้ห้องครัวต้มยาสงบใจเจ้าค่ะ แต่พ่อบ้านจางกำลังตรวจเวรยาม ไม่มีผู้ใดว่างนำไปส่ง”

“ท่านพ่อไม่สบายหรือ”

“เห็นว่าเจ็บศีรษะและนอนไม่หลับมาหลายคืนแล้วเจ้าค่ะ”

หลิงซีมองออกไปนอกหน้าต่างอีกครั้ง เรือนทำงานของบิดายังคงสว่าง ทั้งที่ล่วงเข้าสู่ยามค่ำแล้ว

“ข้าจะนำไปให้เอง”

นางรับถาดยามาถือ ก่อนออกจากเรือนโดยมีชิงเถาเดินตาม ระหว่างทางหลิงซีพบองครักษ์มากกว่าปกติหลายเท่า บางคนเป็นทหารเก่าที่บิดาเคยพากลับมาจากชายแดน ใบหน้าของพวกเขาเคร่งเครียด ไม่มีผู้ใดพูดคุยหรือแสดงความยินดีเกี่ยวกับพิธีวิวาห์

เมื่อเดินเข้าใกล้เรือนทำงาน องครักษ์สองนายก็ยกมือขวาง

“คุณหนูใหญ่ ท่านเสนาบดีมีแขกสำคัญและสั่งไม่ให้ผู้ใดรบกวนขอรับ”

“ผู้ใดมาเยือนยามวิกาล”

องครักษ์ทั้งสองสบตากัน แต่ไม่มีผู้ใดตอบ

หลิงซีไม่ได้ฝืนคำสั่ง นางบอกชิงเถาให้นำยากลับไปอุ่นที่ห้องครัว ส่วนตนจะแวะไปหยิบตำราที่ศาลาใกล้เคียง เมื่อสาวใช้จากไป นางกลับอ้อมเรือนมาหยุดตรงหน้าต่างบานหนึ่งซึ่งปิดไม่สนิท

เสียงสนทนาจากภายในลอดออกมาแผ่วเบา

“ใต้เท้าเสิ่นควรรู้ว่าโอกาสมีเพียงครั้งเดียว”

เสียงของบุรุษแปลกหน้าทุ้มต่ำ เขาจงใจกดเสียงราวกับไม่ต้องการให้ผู้ใดจดจำได้

“คืนขึ้นสิบห้าค่ำ กองทหารจะมาถึงนอกกำแพงเมือง ท่านมีหน้าที่เปิดประตูทิศตะวันตกก่อนยามจื่อ หลังจากนั้นจะมีผู้รับช่วงต่อ”

มือของหลิงซีที่เกาะขอบหน้าต่างพลันแข็งค้าง

ประตูเมืองหลวงไม่อาจเปิดในยามวิกาลโดยไม่มีพระบัญชา โดยเฉพาะประตูทิศตะวันตกซึ่งเชื่อมกับเส้นทางลำเลียงเสบียง หากมีกองทหารที่ไม่ทราบฝ่ายรออยู่ด้านนอก นั่นย่อมไม่ใช่การเคลื่อนกำลังตามปกติ

แต่เป็นการเปิดทางให้ศัตรูเข้าสู่เมืองหลวง

ภายในห้องเงียบไปครู่หนึ่ง ก่อนเสียงของเสิ่นเหวินโจวจะดังขึ้น

“ข้าจะทำตามแผน หากคนของข้ายังปลอดภัย”

“เมื่อทุกอย่างสำเร็จ ท่านย่อมได้พบพวกเขา”

“คำพูดลอย ๆ ของเจ้าเชื่อถือไม่ได้” น้ำเสียงของบิดาเต็มไปด้วยความกดดัน

“ข้าต้องเห็นหลักฐานว่าพวกเขายังมีชีวิต ก่อนถึงคืนขึ้นสิบห้าค่ำ”

บุรุษลึกลับหัวเราะเบา ๆ

“ใต้เท้าเสิ่นไม่มีสิทธิ์ต่อรอง หากแผนล้มเหลว คนเหล่านั้นจะเป็นกลุ่มแรกที่ต้องตาย รวมถึงบุตรสาวของท่านซึ่งกำลังจะแต่งเข้าจวนแม่ทัพด้วย”

หลิงซีรู้สึกราวกับมีลมหนาวพัดผ่านแผ่นหลัง

คนของบิดาที่ถูกกล่าวถึงคือผู้ใด เหตุใดอีกฝ่ายจึงนำชีวิตของนางมาข่มขู่ และการแต่งงานกับจิ้งเหยียนเกี่ยวข้องกับแผนนี้มากน้อยเพียงใด

“อย่าแตะต้องหลิงซี” เสียงของเสิ่นเหวินโจวเย็นเยียบ

“นางไม่รู้เรื่องนี้”

“เช่นนั้นท่านก็ควรทำหน้าที่ให้สำเร็จ”

ไม่นานประตูด้านหลังห้องทำงานก็เปิดออก บุรุษสวมเสื้อคลุมสีดำเดินออกมาพร้อมองครักษ์สองนาย หมวกคลุมบดบังใบหน้าจนมองไม่เห็น เหลือเพียงป้ายหยกสีเข้มที่ห้อยอยู่ข้างเอว

หลิงซีรีบถอยไปซ่อนหลังเสา นางเห็นคนทั้งสามออกจากจวนทางประตูเล็ก ก่อนกลืนหายไปในความมืด

หญิงสาวยังคงยืนนิ่ง หัวใจเต้นแรงจนเกรงว่าทหารบริเวณนั้นจะได้ยิน

คำว่า “เปิดประตูทิศตะวันตก” กับ “กองทหารนอกกำแพงเมือง” ยังคงดังก้องอยู่ในความคิด

นางไม่อยากเชื่อว่าบิดาจะร่วมมือกับผู้คิดกบฏ แต่สิ่งที่ได้ยินชัดเจนเกินกว่าจะหลอกตนเอง

หลิงซีรอจนเสิ่นเหวินโจวออกจากห้องทำงานไปยังเรือนหลัก จึงย้อนกลับมาอีกครั้ง ประตูถูกลงกลอน ทว่านางรู้ว่าบิดาซ่อนกุญแจสำรองไว้ใต้ฐานกระถางสน เพราะเคยเห็นพ่อบ้านนำออกมาใช้เมื่อหลายปีก่อน

เสียงโลหะหมุนดังเบา ๆ ก่อนประตูจะเปิดออก

กลิ่นกระดาษไหม้ลอยปะทะใบหน้า ภายในห้องมีเพียงแสงสลัวจากตะเกียงหนึ่งดวง เตาไฟตรงมุมยังมีเปลวสีแดงคุกรุ่น กระดาษหลายแผ่นถูกเผาจนเหลือเพียงเถ้าดำ

หลิงซีปิดประตู ก่อนเดินไปยังโต๊ะทำงาน

ทุกสิ่งดูเป็นระเบียบเกินไป กระทั่งนางสังเกตเห็นเศษขี้ผึ้งสีแดงติดอยู่ข้างแท่นฝนหมึก บิดาเพิ่งใช้ตราประจำตัวประทับเอกสารบางอย่าง และเอกสารนั้นอาจยังถูกเผาไม่หมด

นางใช้คีมคีบเศษกระดาษจากเตาไฟ แผ่นส่วนใหญ่กลายเป็นเถ้าถ่าน แต่ยังมีชิ้นหนึ่งเหลือข้อความหลายบรรทัด

“กำลังทหาร…ประตูตะวันตก…”

“คืนขึ้นสิบห้าค่ำ…”

ด้านล่างสุดของกระดาษมีรอยประทับสีแดงหลงเหลืออยู่ครึ่งหนึ่ง หลิงซีจำลวดลายนั้นได้ทันที

มันคือตราส่วนตัวของเสิ่นเหวินโจว

เลือดในกายของนางเย็นวาบ

หลิงซีค้นลิ้นชักทุกชั้น กระทั่งพบสลักเล็ก ๆ อยู่ใต้ขอบโต๊ะ เมื่อกดลงไป แผ่นไม้ด้านข้างก็เปิดออก เผยให้เห็นช่องลับซึ่งมีม้วนแผนที่กับสมุดรายชื่อซ่อนอยู่

นางคลี่แผนที่ออกบนโต๊ะ ภายในแสดงตำแหน่งกำลังทหารรักษาเมืองอย่างละเอียด จุดสีแดงถูกทำเครื่องหมายไว้ตามประตูทั้งสี่แห่ง แต่ประตูทิศตะวันตกมีลูกศรลากจากด้านนอกกำแพงตรงเข้าสู่พระราชวัง

ส่วนสมุดอีกเล่มมีรายชื่อขุนนางหลายสิบคน บางคนดำรงตำแหน่งในกรมกลาโหม บางคนดูแลคลังเสบียง และอีกหลายคนเป็นผู้บัญชาการกองกำลังรักษาพระนคร

หากรายชื่อเหล่านี้คือผู้ร่วมขบวนการ แผนกบฏครั้งนี้ย่อมใหญ่เกินกว่าผู้ใดคาดคิด

ทันใดนั้น เสียงฝีเท้าก็ดังขึ้นนอกห้อง

หลิงซีรีบม้วนแผนที่ เก็บสมุดรายชื่อกับเศษจดหมายไว้ในแขนเสื้อ ก่อนปิดช่องลับและหลบหลังฉากกั้น

ประตูเปิดออก เสิ่นเหวินโจวเดินกลับเข้ามาเพียงลำพัง

ผ่านช่องว่างของฉาก หลิงซีเห็นบิดาหยุดอยู่หน้าเตาไฟ เขามองเถ้ากระดาษด้วยแววตาเหนื่อยล้า ก่อนหยิบป้ายหยกชิ้นหนึ่งออกมาจากอกเสื้อ

“ข้าจะช่วยพวกเจ้าออกมาให้ได้” เขากล่าวกับตนเองแผ่วเบา

หลิงซีเม้มริมฝีปากเพื่อไม่ให้หลุดเสียง นางยิ่งมั่นใจว่าบิดากำลังถูกบีบบังคับ แต่ยังไม่รู้ว่า “พวกเจ้า” ที่เขากล่าวถึงคือผู้ใด

เมื่อเสิ่นเหวินโจวเดินเข้าไปในห้องเก็บตำราด้านใน นางจึงอาศัยจังหวะนั้นลอบออกจากห้องทำงาน

หลิงซีกลับถึงเรือนด้วยหัวใจหนักอึ้ง หลักฐานในมือสามารถทำลายคนทั้งตระกูลได้ภายในชั่วข้ามคืน หากนำไปถวายฮ่องเต้ บิดาจะถูกจับข้อหากบฏ ส่วนญาติพี่น้องและบ่าวไพร่ที่ไม่รู้เรื่องอาจถูกลงโทษไปด้วย

แต่หากนางทำเป็นไม่รู้เห็น เมื่อถึงคืนขึ้นสิบห้าค่ำ ประตูเมืองอาจถูกเปิดออก เลือดของทหารกับประชาชนผู้บริสุทธิ์จะไหลนองทั่วถนน

นางไม่มีสิทธิ์ปกป้องครอบครัวด้วยการปล่อยให้คนทั้งเมืองเผชิญหายนะ

ทว่าก็ไม่อาจยอมให้บิดาถูกประหาร ทั้งที่ยังไม่รู้ความจริงทั้งหมด

หลิงซีมองอาภรณ์เจ้าสาวบนเตียง ก่อนนึกถึงบุรุษซึ่งนางกำลังจะแต่งงานด้วยในวันรุ่งขึ้น

ภายในเมืองหลวงมีเพียงคนเดียวที่ถือกำลังทหารมากพอจะหยุดแผนกบฏ โดยไม่จำเป็นต้องรีบเปิดเผยหลักฐานต่อราชสำนัก

เซียวจิ้งเหยียน

นางเปลี่ยนเป็นอาภรณ์สีเข้ม คลุมศีรษะด้วยผ้าสีดำ แล้วสั่งให้ชิงเถาช่วยพาออกไปทางประตูเล็กหลังเรือนเก็บฟืน

“แต่ท่านเสนาบดีสั่งห้ามผู้ใดออกจากจวนนะเจ้าคะ”

“เพราะเหตุนี้จึงห้ามให้ใครรู้”

“คุณหนูจะไปที่ใด”

หลิงซีมองห่อผ้าซึ่งใช้เก็บหลักฐาน สีหน้าอ่อนหวานในยามปกติแปรเปลี่ยนเป็นเด็ดเดี่ยว

“ไปพบว่าที่สามีของข้า”

หลังออกจากจวนได้ ทั้งสองว่าจ้างรถม้าคันเล็กบริเวณหัวมุมถนน เมืองหลวงยามดึกเงียบสงัด ร้านรวงปิดประตูแน่นหนา มีเพียงแสงจากโคมตามทางส่องให้เห็นเงาทหารลาดตระเวนเป็นครั้งคราว

หลิงซีประคองห่อหลักฐานไว้บนตักตลอดทาง

“คุณหนูเจ้าคะ หากท่านแม่ทัพไม่เชื่อพวกเราจะทำอย่างไร”

ชิงเถาถามเสียงสั่น

“เขาต้องเชื่อสิ่งที่อยู่ในมือข้า”

“แล้วหากเขาจับท่านเสนาบดีทันทีเล่าเจ้าคะ”

คำถามนั้นทำให้หลิงซีนิ่งไปครู่หนึ่ง

“เพราะเหตุนี้ข้าจึงต้องเจรจากับเขาก่อน”

รถม้าหยุดหน้าจวนแม่ทัพ ประตูใหญ่ปิดสนิทและมีทหารเฝ้าอยู่ทั้งสองด้าน เมื่อหลิงซีแจ้งชื่อตนเอง นายทหารเวรก็มองนางด้วยความประหลาดใจ

“คุณหนูเสิ่นมาพบท่านแม่ทัพในเวลานี้หรือขอรับ”

“ข้ามีเรื่องสำคัญเกี่ยวพันถึงความปลอดภัยของเมืองหลวง โปรดนำสิ่งนี้ไปมอบให้เขา”

นางถอดจี้หยกประจำตัวส่งให้ ทหารรับไปด้วยความลังเล ก่อนรีบเข้าไปรายงาน

ไม่นานประตูจวนก็เปิดออก กู้เหยียน รองแม่ทัพคนสนิทของจิ้งเหยียน เป็นผู้มารับนางด้วยตนเอง เขาไม่ได้ซักถาม เพียงนำหลิงซีเข้าไปยังห้องหนังสือ ส่วนชิงเถาถูกเชิญให้รอด้านนอก

ภายในห้อง เซียวจิ้งเหยียนยืนอยู่ข้างโต๊ะ เขาสวมอาภรณ์สีดำเรียบง่าย เส้นผมยาวถูกรวบไว้เพียงครึ่ง แม้ปราศจากชุดเกราะกับดาบประจำกาย กลิ่นอายกดดันของแม่ทัพผู้ผ่านสนามรบนับไม่ถ้วนยังทำให้บรรยากาศรอบตัวหนักอึ้ง

ดวงตาคมกริบมองนาง ก่อนหยุดอยู่ที่ห่อผ้าในมือ

“พรุ่งนี้เจ้าต้องเข้าพิธีวิวาห์ แต่กลับมาหาข้ากลางดึก” เขาเอ่ยเสียงเรียบ

“เกิดเรื่องใดขึ้น”

หลิงซีไม่เสียเวลาอ้อมค้อม นางวางหลักฐานทุกชิ้นลงบนโต๊ะ

“ข้าพบสิ่งเหล่านี้ในห้องทำงานของบิดา”

แววตาของจิ้งเหยียนเปลี่ยนไปทันที เขาหยิบแผนที่ขึ้นตรวจสอบ นิ้วเรียวยาวเลื่อนไปตามเส้นทางนอกกำแพงและหยุดตรงประตูตะวันตก

“ผู้ใดรู้ว่าเจ้านำมันออกมา”

“ยังไม่มีผู้ใดรู้”

“บิดาของเจ้าเล่า”

“เขาอาจรู้ว่าหลักฐานหายไปในไม่ช้า”

จิ้งเหยียนเปิดสมุดรายชื่อ สีหน้าของเขาสงบนิ่งจนหลิงซีคาดเดาความคิดไม่ได้

“เจ้ารู้หรือไม่ว่าหลักฐานเหล่านี้หมายถึงอะไร”

“รู้”

“หากข้านำส่งราชสำนักคืนนี้ จวนเสิ่นจะถูกล้อมก่อนรุ่งสาง บิดาของเจ้าจะถูกจับ ส่วนเจ้าจะถูกกักบริเวณและอาจถูกยกเลิกพิธีสมรส”

“เพราะรู้ ข้าจึงมาหาท่านก่อน”

เขาเงยหน้าสบตานาง

“เจ้าต้องการสิ่งใด”

“ข้าต้องการทำข้อตกลง”

หลิงซีสูดลมหายใจลึก แม้ภายในหวาดหวั่น แต่ยังสบตากับเขาโดยไม่หลบเลี่ยง

“ข้าจะกลับไปสืบความจริงจากบิดา ค้นหาว่าผู้ใดอยู่เบื้องหลัง และเหตุใดเขาจึงยอมทำตามคำสั่ง แต่ระหว่างนี้ ท่านต้องยังไม่ส่งหลักฐานให้ราชสำนัก และต้องรับปากว่าจะไม่ลงโทษผู้ไม่มีส่วนเกี่ยวข้อง”

“เจ้ากำลังขอให้ข้าปิดบังคดีทรยศแผ่นดิน”

“ข้าไม่ได้ขอให้ท่านละเว้นคนผิด เพียงขอเวลาให้ข้าพิสูจน์ว่าผู้ใดคือผู้บงการ”

จิ้งเหยียนเดินออกจากหลังโต๊ะและหยุดตรงหน้านาง ร่างสูงใหญ่ทอดเงาทับลงมา

“หากท้ายที่สุดพิสูจน์ได้ว่าบิดาของเจ้าเป็นกบฏโดยสมัครใจ เจ้าจะเลือกฝ่ายใด”

เป็นคำถามที่โหดร้าย แต่หลิงซีรู้ว่าจำเป็นต้องตอบ

“ข้าจะเลือกฝ่ายที่ไม่ทำให้ประชาชนผู้บริสุทธิ์ต้องตาย”

น้ำเสียงของนางสั่นเล็กน้อย ทว่ายังคงชัดเจนทุกถ้อยคำ

“หากบิดาของข้าทำผิดจริง เขาต้องรับผลจากสิ่งที่ทำ แต่ข้าจะไม่ยอมให้ผู้ใดตัดสินว่าเขาเป็นกบฏ ทั้งที่ยังไม่รู้ว่าเหตุใดเขาจึงถูกข่มขู่ และคนที่เขาพยายามช่วยคือใคร”

จิ้งเหยียนมองนางนิ่งอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนเก็บหลักฐานทั้งหมดลงในห่อผ้าตามเดิม

“ข้ายอมรับข้อตกลง”

หลิงซีผ่อนลมหายใจ แต่คำพูดต่อมาของเขากลับทำให้นางชะงัก

“พิธีวิวาห์พรุ่งนี้ต้องดำเนินต่อไป”

“แต่หากตระกูลเสิ่นตกเป็นผู้ต้องสงสัย การแต่งงานระหว่างเราย่อมทำให้ท่านเดือดร้อน ข้าจะทูลขอยกเลิก”

“ไม่ได้”

“เหตุใด”

“หากยกเลิกการแต่งงานหลังเจ้าขโมยหลักฐานออกมา ศัตรูจะรู้ทันทีว่าแผนการรั่วไหล” เขาอธิบาย

“เราต้องทำให้พวกมันเชื่อว่าตระกูลเสิ่นกับจวนแม่ทัพยังเป็นพันธมิตรกัน และเชื่อว่าข้าไม่รู้เรื่องแผนเปิดประตูเมือง”

“หมายความว่าข้ายังต้องแต่งงานกับท่านตามเดิม”

“ถูกต้อง”

“แล้วหลังจากทุกอย่างจบลงเล่า”

จิ้งเหยียนสบตานาง ภายใต้ความสงบนิ่งนั้นมีความรู้สึกบางอย่างซึ่งนางไม่อาจอ่านออก

“เรื่องหลังจากนั้น ค่อยพูดกันเมื่อถึงเวลา”

หลิงซีไม่ชอบคำตอบคลุมเครือ แต่ในสถานการณ์เช่นนี้ นางไม่มีเวลาถกเถียงเรื่องอนาคต จึงพยักหน้ายอมรับ

ก่อนออกจากห้อง นางหันกลับไปมองเขาเป็นครั้งสุดท้าย

“ท่านแม่ทัพ ข้าหวังว่าท่านจะรักษาสัญญา”

“ข้าไม่เคยผิดคำพูด”

“เช่นนั้นพรุ่งนี้พบกัน”

จิ้งเหยียนมองหญิงสาวเดินจากไป กระทั่งเสียงฝีเท้าของนางหายลับหลังประตู

กู้เหยียนกลับเข้ามาหลังจัดเตรียมรถม้าส่งนางเรียบร้อย เขามองหลักฐานบนโต๊ะ ก่อนเอ่ยถามอย่างระมัดระวัง

“ท่านแม่ทัพจะทำตามข้อตกลงจริงหรือขอรับ”

“จับตาดูจวนเสิ่นเอาไว้ แต่อย่าเพิ่งลงมือ”

“แล้วพิธีวิวาห์พรุ่งนี้…”

“ดำเนินการตามเดิม”

กู้เหยียนมองผู้เป็นนายด้วยความสงสัย หลายปีมานี้จิ้งเหยียนปฏิเสธการแต่งงานกับสตรีจากตระกูลใหญ่ทุกคน แต่กลับทูลขอสมรสกับเสิ่นหลิงซีด้วยตนเอง

“คุณหนูเสิ่นคงคิดว่าท่านยอมแต่งงานต่อเพียงเพื่อหลอกศัตรู”

จิ้งเหยียนไม่ตอบ เขาเดินไปยังตู้ไม้ด้านหลังและเปิดลิ้นชักลับ ภายในมีกล่องไม้ขนาดเล็กวางอยู่

เมื่อเปิดฝากล่อง ปิ่นหยกสีขาวชิ้นหนึ่งก็ปรากฏแก่สายตา

หยกไม่ได้มีราคาแพง รูปทรงเรียบง่าย และมีรอยร้าวตรงปลาย เมื่อเทียบกับของล้ำค่าภายในจวนแม่ทัพแล้ว มันแทบไม่มีความหมาย

แต่จิ้งเหยียนกลับเก็บรักษามันมานานถึงห้าปี

ปลายนิ้วของเขาลูบผ่านรอยร้าวบนปิ่นหยก ดวงตาเย็นชาอ่อนลงเป็นครั้งแรก

“นางจำข้าไม่ได้”

“แต่ท่านยังจำคุณหนูเสิ่นได้เสมอหรือขอรับ”

จิ้งเหยียนปิดฝากล่อง ก่อนมองไปยังประตูที่หลิงซีเพิ่งเดินจากไป

“ข้ารอให้นางเดินมาหาข้าด้วยตนเองมาห้าปีแล้ว”

แม้เหตุผลที่นางมาในคืนนี้จะเป็นหลักฐานกบฏ มิใช่ความรู้สึกที่มีต่อเขา แต่อย่างน้อยในยามที่ไร้หนทาง นางก็ยังเลือกเชื่อใจเขา

และเมื่อดวงอาทิตย์ขึ้นในวันพรุ่งนี้ เสิ่นหลิงซีจะก้าวเข้ามาเป็นภรรยาของเขาอย่างถูกต้อง

ครั้งนี้ ไม่ว่าศัตรูที่ซ่อนอยู่เบื้องหลังจะเป็นผู้ใด เซียวจิ้งเหยียนก็จะไม่มีวันปล่อยให้นางต้องเผชิญอันตรายเพียงลำพังอีกต่อไป

توسيع
الفصل التالي
تحميل

أحدث فصل

فصول أخرى
لا توجد تعليقات
15 فصول
บทที่ 1 เจ้าสาวผู้ถือหลักฐานกบฏ
อีกเพียงหนึ่งคืน เสิ่นหลิงซีก็จะกลายเป็นเจ้าสาวของแม่ทัพพยัคฆ์ทมิฬจวนเสนาบดีกรมกลาโหมจึงควรเต็มไปด้วยความรื่นเริง โคมมงคลสีแดงถูกแขวนเรียงรายตั้งแต่ประตูใหญ่ไปจนถึงเรือนชั้นใน อักษรซวงสี่สีทองติดอยู่บนบานประตูหน้าต่าง หีบสินเดิมกว่าสามสิบใบวางเรียงกลางลาน รอให้คนจากจวนเจ้าบ่าวมารับในเช้าวันรุ่งขึ้นเหล่าสาวใช้กำลังตรวจสอบอาภรณ์เจ้าสาว เครื่องประดับ และของมงคลเป็นครั้งสุดท้าย เสียงหัวเราะดังแว่วมาจากทุกมุมของจวน ทว่าท่ามกลางบรรยากาศแห่งความยินดีนั้น เสิ่นหลิงซีกลับรู้สึกถึงความผิดปกติบางอย่างตั้งแต่ช่วงบ่าย เสิ่นเหวินโจวผู้เป็นบิดาสั่งเพิ่มเวรยามรอบจวนเป็นสองเท่า องครักษ์ประจำตระกูลซึ่งควรช่วยจัดเตรียมพิธีวิวาห์ ถูกส่งไปประจำประตูทุกด้านพร้อมอาวุธครบมือบ่าวไพร่ทุกคนถูกห้ามออกจากจวนโดยไม่มีข้อยกเว้น แม้แต่พ่อครัวที่ต้องออกไปซื้อเครื่องปรุงสำหรับงานมงคลยังได้รับคำสั่งให้ใช้สิ่งที่มีอยู่แทนหลิงซีเคยคิดว่าบิดาเพียงต้องการป้องกันเหตุร้ายก่อนพิธี ทว่าการวางกำลังของเขากลับดูไม่เหมือนการป้องกันบุคคลภายนอกมันดูคล้ายต้องการกักทุกคนภายในไม่ให้ออกไปมากกว่า“คุณหนูใหญ่เจ้าคะ”เสียงของชิงเถา สา
last updateآخر تحديث : 2026-09-16
اقرأ المزيد
บทที่ 2 วิวาห์ที่ไม่มีผู้ใดไว้ใจใคร
เสียงประทัดมงคลดังขึ้นตั้งแต่ฟ้ายังไม่สว่าง ขับไล่ความเงียบสงัดซึ่งปกคลุมจวนเสนาบดีมาตลอดทั้งคืนเสิ่นหลิงซีนั่งอยู่หน้าคันฉ่องทองเหลือง ปล่อยให้เหล่าสาวใช้ช่วยกันแต่งหน้าและเกล้าเส้นผมยาวขึ้นเป็นมวยสูง อาภรณ์วิวาห์สีแดงสดถูกสวมทับร่างบอบบางหลายชั้น จนรู้สึกหนักอึ้งแทบขยับตัวไม่สะดวก เครื่องประดับรูปหงส์ประดับไข่มุกกับพลอยแดงถูกปักลงบนมวยผมทีละชิ้น ส่งเสียงกระทบกันเบา ๆ ทุกครั้งที่นางเคลื่อนไหวหญิงสาวในคันฉ่องดูงดงามสมกับเป็นเจ้าสาวของแม่ทัพผู้ทรงอำนาจ แต่ภายใต้เครื่องประทินโฉม กลับซ่อนความอิดโรยจากการไม่ได้นอนตลอดทั้งคืนเอาไว้หลังกลับจากจวนแม่ทัพ หลิงซีได้แต่นอนลืมตาจนถึงรุ่งสาง คิดถึงแผนกบฏ หลักฐานที่มอบให้เซียวจิ้งเหยียน และคำสนทนาซึ่งได้ยินจากห้องทำงานของบิดาซ้ำไปซ้ำมานางยังไม่รู้ว่าเสิ่นเหวินโจวกำลังปกป้องผู้ใด ไม่รู้ว่าบุรุษในชุดดำเป็นคนของฝ่ายไหน และยิ่งไม่รู้ว่าการแต่งงานครั้งนี้จะพานางเข้าใกล้ความจริงหรือเข้าใกล้ความตายมากกว่ากัน“คุณหนูงดงามเหลือเกินเจ้าค่ะ”ชิงเถาเอ่ยชมพลางสวมกำไลทองคู่หนึ่งลงบนข้อมือนาง“หากท่านแม่ทัพได้เห็นคงละสายตาไม่ได้แน่”“สิ่งที่เขาสนใจในวันนี้อาจ
last updateآخر تحديث : 2026-09-16
اقرأ المزيد
บทที่ 3 สายลับในจวนแม่ทัพ
รุ่งเช้าหลังคืนวิวาห์ จวนแม่ทัพซึ่งควรเต็มไปด้วยบรรยากาศหวานชื่นกลับถูกปกคลุมด้วยความตึงเครียดทหารจากกองทัพพยัคฆ์ทมิฬเข้าประจำตามประตูและกำแพงทุกด้าน เวรยามถูกเพิ่มเป็นสามชุด ผลัดเปลี่ยนกันตรวจตราตลอดวัน ไม่เว้นแม้แต่บริเวณเรือนชั้นในซึ่งปกติอนุญาตให้เพียงสาวใช้กับบ่าวสตรีเข้าออกประตูจวนทุกแห่งถูกปิดและใส่สลักแน่นหนาจิ้งเหยียนออกคำสั่งห้ามคนภายในออกจากจวนจนกว่าการตรวจสอบจะเสร็จสิ้น ไม่ว่าผู้ใดจะมีธุระเร่งด่วนเพียงใดก็ไม่มีข้อยกเว้น ส่วนร้านค้าที่ต้องนำอาหารหรือสิ่งของมาส่งจะต้องฝากไว้ที่เรือนด้านหน้า ก่อนให้ทหารของจวนเป็นผู้ขนเข้ามาเองคำสั่งดังกล่าวสร้างความตื่นตระหนกในหมู่บ่าวไพร่บางคนไม่รู้เรื่องการลอบสังหาร จึงเข้าใจว่าจิ้งเหยียนกำลังสงสัยว่าภายในจวนมีผู้คิดร้าย หลายคนเริ่มจับกลุ่มกระซิบกระซาบ บ้างกล่าวว่าคนร้ายอาจติดตามเจ้าสาวมาจากจวนเสิ่น บ้างคิดว่าเป็นศัตรูเก่าของแม่ทัพจากชายแดนเหนือหลิงซียืนอยู่ข้างหน้าต่าง มองทหารสองนายตรวจค้นเรือนพักคนรับใช้ทีละหลังภาพเบื้องหน้าทำให้นางยิ่งมั่นใจว่า คนร้ายเมื่อคืนไม่ได้อาศัยเพียงความสามารถของตนเองจวนแม่ทัพมีกำแพงสูงและได้รับการคุ้มกัน
last updateآخر تحديث : 2026-09-16
اقرأ المزيد
บทที่ 4 สามีผู้แกล้งหึง
สามวันหลังจากเหตุลอบสังหารในคืนวิวาห์ ราชโองการจากวังก็มาถึงจวนแม่ทัพตั้งแต่เช้าฮองเฮาทรงมีรับสั่งให้เสิ่นหลิงซีเข้าเฝ้า โดยให้เหตุผลว่าต้องการพบเจ้าสาวคนใหม่ของแม่ทัพพยัคฆ์ทมิฬ และพระราชทานของขวัญมงคลตามธรรมเนียมแม้ถ้อยคำในราชโองการจะฟังดูไม่มีสิ่งใดน่ากังวล แต่หลิงซีรู้ดีว่าการเรียกตัวครั้งนี้ไม่ได้มีจุดประสงค์เพียงเพื่อแสดงความยินดีการแต่งงานของนางกับเซียวจิ้งเหยียนทำให้สองตระกูลซึ่งกุมอำนาจทางทหารเชื่อมโยงกัน ขุนนางทุกฝ่ายต่างจับตามอง แม้แต่ฮ่องเต้กับฮองเฮาย่อมต้องการประเมินว่า ความสัมพันธ์ระหว่างจวนเสิ่นกับจวนเซียวแน่นแฟ้นถึงระดับใดยิ่งมีข่าวมือสังหารบุกจวนในคืนวิวาห์ ราชสำนักยิ่งไม่อาจเพิกเฉย“ข้าจะไปกับเจ้า”จิ้งเหยียนกล่าวทันทีเมื่ออ่านราชโองการจบหลิงซีมองอาภรณ์ทหารบนร่างเขา “วันนี้ท่านต้องเข้าค่ายตรวจสอบกำลังมิใช่หรือ”“เลื่อนได้”“ราชโองการเรียกเพียงข้าคนเดียว หากท่านตามไปอาจทำให้ฮองเฮาทรงสงสัยว่าเรากำลังหวาดกลัวสิ่งใด”จิ้งเหยียนไม่เห็นด้วยอย่างชัดเจน นับจากพบมือสังหาร เขาแทบไม่อนุญาตให้นางออกจากเรือนหลักโดยไม่มีผู้ติดตาม ทุกประตูในจวนยังคงมีทหารเฝ้า ส่วนรายชื่อบ่าวไพร
last updateآخر تحديث : 2026-09-16
اقرأ المزيد
บทที่ 5 ลูกธนูจากคนในตระกูล
หลังการลอบโจมตีขบวนรถม้ากลางเมือง จิ้งเหยียนสั่งปิดข่าวทั้งหมดประชาชนรู้เพียงว่ามีกลุ่มโจรไม่ทราบฝ่ายเข้าปล้นรถม้าของขุนนาง แต่ไม่มีผู้ใดรู้ว่าผู้โดยสารภายในคือแม่ทัพพยัคฆ์ทมิฬกับภรรยา ส่วนศพของคนร้ายถูกนำกลับไปตรวจสอบที่จวนอย่างลับ ๆบนร่างของพวกมันไม่มีสิ่งใดระบุตัวตน อาวุธที่ใช้เป็นของซึ่งหาซื้อได้ตามร้านทั่วไป แม้แต่เสื้อผ้าก็ไร้ร่องรอยของช่างตัดเย็บ ทุกคนซ่อนยาพิษไว้ในฟัน เตรียมฆ่าตัวตายหากถูกจับมีเพียงถ้อยคำของหัวหน้ากลุ่มที่ช่วยยืนยันสิ่งหนึ่งศัตรูต้องการตัวหลิงซีเป็น ๆ“หากพวกมันต้องการให้ข้าถอดรหัสบางอย่าง เหตุใดไม่จับตัวตั้งแต่ก่อนแต่งงาน”หลิงซีนั่งอยู่หน้าโต๊ะภายในห้องหนังสือ ข้างกายนางมีจิ้งเหยียน กู้เหยียน และพ่อบ้านจาง แผนที่เมืองหลวงกับรายงานการตรวจสอบคนร้ายวางกระจายเต็มโต๊ะ“เป็นไปได้ว่าพวกมันเพิ่งรู้ความสามารถของเจ้า” กู้เหยียนกล่าว “หรือเอกสารที่ต้องการถอดรหัสเพิ่งตกมาอยู่ในมือ”“มีคนรู้เรื่องที่ข้าถอดรหัสได้ไม่มากนัก นอกจากคนในครอบครัว ก็มีเพียงอาจารย์ซึ่งเคยสอนข้าตอนเด็ก”“ตอนนี้องค์ชายรองก็รู้เช่นกัน”คำพูดของจิ้งเหยียนทำให้ห้องทั้งห้องเงียบลงเขาหมายถึงเหตุก
last updateآخر تحديث : 2026-09-16
اقرأ المزيد
บทที่ 6 หิมะละลายในคืนเดียว Nc
เปลวไฟจากเตาผิงลุกไหวอยู่ภายในเรือนพักกลางป่า ทว่าไออุ่นของมันกลับไม่อาจบรรเทาความหนาวเย็นของค่ำคืนได้ทั้งหมดหิมะเริ่มโปรยปรายตั้งแต่หัวค่ำ เกล็ดสีขาวเกาะบนหลังคาและกิ่งไม้จนทั่ว บริเวณรอบเรือนเงียบสงัด มีเพียงเสียงลมพัดผ่านช่องหน้าต่างกับเสียงฟืนแตกดังเปรี๊ยะเป็นระยะภายในห้องนอน จิ้งเหยียนยังคงมีไข้สูงพิษจากหัวลูกธนูรุนแรงกว่าที่หมอทหารคาด แม้จะถอนลูกธนูและป้อนยาขับพิษไปแล้วหลายครั้ง แต่ผิวกายของเขายังคงร้อนจัด ความเจ็บปวดทำให้คิ้วเข้มขมวดแน่นอยู่ตลอดเวลา ลมหายใจหนักและไม่สม่ำเสมอหลิงซีนั่งอยู่ข้างเตียง เปลี่ยนผ้าชุบน้ำเย็นวางบนหน้าผากให้เขาครั้งแล้วครั้งเล่า นางแทบไม่ได้พักตั้งแต่ช่วงเย็น อาภรณ์ชั้นนอกถูกถอดแขวนไว้ข้างฉากกั้น เหลือเพียงชุดสีอ่อนซึ่งช่วยให้เคลื่อนไหวได้สะดวกจิ้งเหยียนพลิกตัวเล็กน้อย ก่อนสีหน้าจะบิดเบี้ยวเมื่อบาดแผลบนแผ่นหลังถูกกดทับ“อย่าขยับ”หลิงซีรีบประคองให้เขานอนตะแคง นางดึงผ้าห่มลงเพื่อตรวจบาดแผล พบว่าผ้าพันแผลมีโลหิตซึมออกมาอีกเล็กน้อย“แผลเปิดอีกแล้ว ข้าจะเปลี่ยนผ้าให้”“เรียกหมอเข้ามา”น้ำเสียงของเขาแหบพร่า“หมอกำลังต้มยาถอนพิษอยู่เรือนด้านข้าง ข้าทำแผล
last updateآخر تحديث : 2026-09-16
اقرأ المزيد
บทที่ 7 ความจริงของผู้เป็นบิดา
ข่าวว่ามารดากับน้องชายไม่เคยเดินทางไปถึงบ้านพักนอกเมือง ทำให้เสิ่นหลิงซีไม่อาจนั่งรออยู่ในจวนแม่ทัพได้อีกต่อไปตลอดหลายเดือนที่ผ่านมา เสิ่นเหวินโจวบอกทุกคนว่าเสิ่นฮูหยินมีอาการป่วยเรื้อรัง จำเป็นต้องเดินทางไปพักรักษาตัวในสถานที่ซึ่งมีอากาศบริสุทธิ์ ส่วนเสิ่นหยาง บุตรชายคนเล็กวัยสิบหกปี ขอติดตามไปดูแลมารดาด้วยหลิงซีเคยขอไปเยี่ยมหลายครั้ง แต่บิดากลับปฏิเสธ โดยอ้างว่าเส้นทางห่างไกลและนางกำลังเตรียมพิธีวิวาห์ ไม่ควรเดินทางให้เหน็ดเหนื่อยเวลานั้นนางไม่ได้สงสัย เพราะเสิ่นเหวินโจวส่งจดหมายซึ่งอ้างว่าเป็นลายมือของมารดามาให้อย่างสม่ำเสมอ เนื้อหาในจดหมายบอกเพียงว่าสุขภาพค่อย ๆ ดีขึ้น และจะกลับมาเยี่ยมเมื่อถึงเวลาเหมาะสมแต่หากมารดากับน้องชายไม่เคยไปถึงบ้านพัก จดหมายเหล่านั้นก็คงถูกปลอมขึ้นทั้งหมด“ข้าต้องกลับไปที่จวนเสิ่น”หลิงซีกล่าวกับจิ้งเหยียนหลังจากกู้เหยียนออกจากห้องแม่ทัพหนุ่มยังคงนอนพักเพราะพิษในร่างกาย แม้ไข้ลดลงแล้ว แต่ใบหน้ายังซีดกว่าปกติ บาดแผลตรงหัวไหล่ต้องใช้เวลาอีกหลายวันกว่าจะเริ่มสมาน“เวลานี้บิดาเจ้าอาจรู้แล้วว่าเราส่งคนไปตรวจบ้านพัก” เขากล่าว“หากท่านพ่อรู้ว่าข้าสงสัย เขาย
last updateآخر تحديث : 2026-09-16
اقرأ المزيد
บทที่ 8 ศพที่มีใบหน้าเหมือนสามี
หลังจากจิ้งเหยียนกับเสิ่นเหวินโจวตกลงร่วมมือกันอย่างลับ ๆ บรรยากาศภายในเมืองหลวงก็ดูเหมือนจะสงบลงไม่มีเหตุลอบสังหารเกิดขึ้นอีก สายลับที่จิ้งเหยียนส่งไปตรวจสอบตำหนักร้างทุกแห่งยังไม่พบร่องรอยของเสิ่นฮูหยินกับเสิ่นหยาง ส่วนองค์ชายรองก็ไม่มีความเคลื่อนไหวผิดปกติ นอกจากส่งคนมารับแผนผังเวรยามฉบับปลอมจากเสิ่นเหวินโจวตามกำหนดทว่าความสงบที่เกิดขึ้นกลับทำให้ทุกคนรู้สึกเหมือนกำลังยืนอยู่ท่ามกลางพายุซึ่งยังไม่มาถึงช่วงสายวันหนึ่ง ราชโองการจากกรมกลาโหมถูกส่งมายังจวนแม่ทัพ จิ้งเหยียนได้รับคำสั่งให้ออกตรวจสอบค่ายทหารนอกเมือง เนื่องจากมีรายงานว่ากำลังพลกับอาวุธภายในคลังไม่ตรงกับบัญชีคำสั่งดังกล่าวมีตรารับรองจากราชสำนัก แม้แต่จิ้งเหยียนก็ไม่สามารถปฏิเสธโดยไม่มีเหตุผล“รายงานนี้มาถึงในเวลาที่เหมาะสมเกินไป”หลิงซีกล่าวหลังอ่านสำเนาราชโองการ “เพิ่งมีการเปลี่ยนเวรยามตามแผนปลอมของท่านพ่อ ท่านกลับถูกสั่งให้ออกจากเมืองทันที ข้าไม่เชื่อว่าเป็นเรื่องบังเอิญ”“ย่อมไม่ใช่เรื่องบังเอิญ”จิ้งเหยียนม้วนเอกสารเก็บตามเดิม “มีคนต้องการตรวจสอบว่าข้าเคลื่อนกำลังลับไปไว้ที่ใด และอาจต้องการให้ข้าอยู่ห่างจากเมืองหลวงใ
last updateآخر تحديث : 2026-09-16
اقرأ المزيد
บทที่ 9 ภรรยาที่กลายเป็นผู้ต้องหา
พิธีศพของแม่ทัพพยัคฆ์ทมิฬดำเนินติดต่อกันเป็นวันที่สามผ้าสีขาวถูกแขวนทั่วจวน ตะเกียงมงคลสีแดงซึ่งเหลือจากพิธีวิวาห์ถูกปลดออกจนหมด เหลือเพียงโคมไว้ทุกข์ส่องแสงสลัวอยู่ตามระเบียง เสียงสวดส่งวิญญาณดังแว่วตั้งแต่เช้าจนค่ำ ขณะที่ควันธูปลอยปกคลุมห้องโถงจนบรรยากาศภายในจวนหม่นมัวหลิงซียังคงสวมอาภรณ์ไว้ทุกข์และนั่งอยู่ข้างโลงศพตลอดทั้งวันต่อหน้าแขกเหรื่อ นางเป็นหญิงม่ายซึ่งสูญเสียสามีหลังแต่งงานได้เพียงไม่กี่วัน ดวงตาบวมแดง ใบหน้าซีดเซียว ไม่พูดกับผู้ใดเกินความจำเป็นไม่มีใครรู้ว่าเจ้าของโลงศพยังมีชีวิตอยู่ และเมื่อคืนก่อนเขาเพิ่งออกจากห้องนอนของนางผ่านทางลับหลังจากนั้นจิ้งเหยียนไม่ได้มาพบนางอีก เขาส่งข่าวผ่านกู้เหยียนเพียงสั้น ๆ ว่า กำลังขององค์ชายรองเริ่มเคลื่อนไหวออกจากค่ายลับหลายแห่ง และมีคนพยายามติดสินบนผู้บัญชาการทหารรักษาประตูเมืองหลิงซีอ่านรายงานทุกฉบับ แต่ไม่เคยส่งข้อความส่วนตัวกลับไปหาเขานางยังไม่อาจลืมความรู้สึกตอนเห็นศพไหม้เกรียมในชุดเกราะของสามี ไม่อาจลืมว่าตนร้องไห้อยู่หน้าโลง ขณะที่เขาซ่อนตัวอยู่ในเงามืดและปล่อยให้นางเจ็บปวดเพื่อทำให้แผนสมจริงนางเข้าใจความจำเป็นทางการทหาร
last updateآخر تحديث : 2026-09-16
اقرأ المزيد
บทที่ 10 จดหมายหย่าเปื้อนเลือด
คุกลับใต้จวนแม่ทัพเงียบสงัดเสียจนหลิงซีได้ยินเสียงหยดน้ำจากผนังหินอย่างชัดเจนนางถูกกักตัวอยู่ที่นี่เป็นวันที่สี่แล้ว แม้ห้องขังจะสะอาด มีเตียง โต๊ะเขียนหนังสือและอาหารครบถ้วน แต่การไม่เห็นแสงแดดทำให้ยากจะรู้ว่าเวลาภายนอกผ่านไปนานเพียงใด มีเพียงเสียงระฆังจากหอคอยของจวนซึ่งดังลอดลงมาอย่างแผ่วเบา ช่วยให้นางแยกกลางวันกับกลางคืนออกจากกันได้จิ้งเหยียนยังคงนำอาหารและรายงานข่าวมาส่งด้วยตนเองทุกวัน แต่หลิงซีพูดกับเขาเฉพาะเรื่องแผนกบฏกับตำหนักร้างเท่านั้นนางรู้แล้วว่าเขายอมใช้ชีวิตตนเองเป็นหลักประกันต่อฮ่องเต้ หากนางมีความผิด เขาจะรับโทษร่วมด้วย ความจริงนั้นทำให้ความโกรธในใจเบาบางลง แต่ยังไม่อาจลบความเจ็บปวดจากการถูกตัดสินใจแทนซ้ำแล้วซ้ำเล่าจิ้งเหยียนเชื่อว่าการปกป้องคือการจัดการทุกอย่างด้วยตนเอง จากนั้นจึงวางนางไว้ในสถานที่ซึ่งเขาคิดว่าปลอดภัยที่สุดแต่เขาไม่เคยถามว่า นางต้องการความปลอดภัยซึ่งแลกมาด้วยการถูกปิดบังหรือไม่ระหว่างรอข่าวเพิ่มเติม หลิงซีใช้เวลาตรวจสอบตำราแผนที่เก่าที่จิ้งเหยียนนำมาให้ นางต้องการค้นหารายละเอียดของตำหนักไร้นาม รวมถึงเส้นทางเข้าออกอุโมงค์ด้านล่างตำราหลายเล่มมีอา
last updateآخر تحديث : 2026-09-16
اقرأ المزيد
استكشاف وقراءة روايات جيدة مجانية
الوصول المجاني إلى عدد كبير من الروايات الجيدة على تطبيق GoodNovel. تنزيل الكتب التي تحبها وقراءتها كلما وأينما أردت
اقرأ الكتب مجانا في التطبيق
امسح الكود للقراءة على التطبيق
DMCA.com Protection Status