Share

ดาวใกล้เดือน
ดาวใกล้เดือน
Penulis: Kaowsethong

Penulis: Kaowsethong
last update Tanggal publikasi: 2024-11-02 12:55:34

บ้านสไตล์วินเทจหลังขนาดกะทัดรัดที่มีต้นไม้ล้อมรอบดู  ร่มรื่นจนผู้ผ่านไปมาอดที่จะมองเข้าไปข้างในไม่ได้ บ้านสองชั้นที่สร้างขึ้นดูสวยงามด้วยสีชมพูอ่อน ทั้งหลังเป็นไม้ออกแบบมาอย่างดี ด้านข้างเป็นซุ้มไม้เลื้อยที่ตอนนี้เป็นหลังคากันแดดอย่างสวยงามเพราะเจ้าของบ้านดูแลตลอด ต้นไม้สูงให้ร่มเงา ต้นไม้เล็กให้ความสดชื่นสบายตา มีบ่อน้ำเล็กๆ เอาไว้เลี้ยงปลาสวยงามประดับอยู่ด้วย อีกฝั่งเป็นสนามหญ้าขนาดพอดีไว้ทำกิจกรรมของครอบครัว

“หนูนิทแม่อยู่ไหมจ๊ะ” วรรณนภา วิจิตรประภา น้าสาวข้างบ้านที่สนิทสนมกับแม่ของเธอเดินมาถามในขณะที่ นิทรา นิมิตพร กำลังนั่งถักนิตติ้งอยู่ที่ซุ้มไม้เลื้อยข้างบ้าน ร่างบางยิ้มให้คุณน้าและยกมือไหว้อย่างสวยงามก่อนจะตอบ

“แม่ทำกับข้าวอยู่ในครัวค่ะน้าวรรณ” พูดพลางลุกขึ้นเพื่อนำคุณน้าคนสนิทของแม่เข้าไปข้างในแม้ว่าวรรณนภาจะห้ามแล้วก็ตามแต่เจ้าบ้านที่ดีก็ต้องดูแลแขก

“ที่จริงน้าเข้ามาหาแม่เราเองก็ได้ ไม่เห็นต้องรบกวนเลยลูก    หนูไปถักนิตติ้งให้เสร็จดีกว่านะ”

นิทราทำเพียงยิ้มเท่านั้นแต่ไม่พูดอะไร

“แม่คะ น้าวรรณมาหาค่ะ”

ยลลดา นิมิตพรที่กำลังทำอาหารอยู่หันมามองแขกแล้วยิ้มออกมาทันที แม่ครัวทำการปิดแก๊สแล้วสั่งให้ลูกสาวเอาอาหารใส่จานแทนเธอ

“มาพอดีวรรณ พี่กำลังจะไปหาอยู่ที่บ้าน มานี่ๆ มีเรื่องจะเล่า ให้ฟัง”

แล้วสองสาววัยใกล้เคียงกันก็จับมือกันเดินออกไปคุยที่ห้องรับแขกของบ้านปล่อยให้สาวน้อยวัยยี่สิบแปดปี มองตามยิ้มๆ แล้วผละไปทำตามคำสั่งของแม่ทันที

นิทราอยู่กับมารดาเพียงสองคนเพราะบิดาเสียไปตอนที่เธออายุสิบแปดปี ตอนนั้นรู้สึกเสียใจมาก พ่อคือเสาหลักของครอบครัวแล้วมาด่วนจากไปชีวิตของเธอและแม่ก็เขวไปพักหนึ่งจนแม่ของเธอรับงานตัดชุดทำให้มีรายได้ดีตอนนี้มีเงินมากพอสมควร บ้านถูกผ่อนจนหมดไปแล้ว รถยนต์ก็ซื้อขาดไม่มีหนี้สิน เงินเก็บก็มีพอกินพอใช้ บ้านเธอจึงถือเป็นครอบครัวที่อบอุ่นครอบครัวหนึ่งแม้จะขาดพ่อไปก็ตาม

นิทราตื่นขึ้นมาทำอาหารเพื่อใส่บาตรกับแม่ทุกวัน ดวงตากลมโตเหลือบมองไปทางข้างบ้านซึ่งหลังใหญ่พอสมควร เป็นบ้านสไตล์โมเดิร์นที่ใหญ่สุดในซอย อีกทั้งครอบครัวนี้ยังรวยมากต่างหาก เนื่องจากเป็นบริษัทผู้รับเหมาก่อสร้างชื่อดัง ‘วิจิตร จำกัด(มหาชน)’ งานก่อสร้างโรงงานอุตสหกรรม งานก่อสร้างด้านสาธารณูปโภคถือเป็นงานหลักของบริษัทที่ต้องทำ

“นิทไปกันลูก” หลังจากใส่บาตรเสร็จเห็นลูกสาวมองไปทางบ้านของน้องคนสนิทนานจึงเรียก

นิทราได้สติจึงรีบลุกขึ้นเก็บของเดินเข้าบ้านพอดีกับที่รถยนต์ยี่ห้อดังจากฝั่งยุโรปถูกขับออกมาจากบ้านโดยลูกชายคนเล็กที่หล่อเหลาเอาการ

พสุ วิจิตรประภา หนุ่มร่างสูงที่ตอนนี้กำลังฮอตในหมู่สาวๆ เพราะเขาคือลูกชายคนเล็กที่ดูท่าว่าจะไปได้สวยกับสายงานธุรกิจของบิดา ถือเป็นนักธุรกิจหนุ่มไฟแรงที่แม้อายุเพียงยี่สิบแปดปี แต่ก็ได้เลื่อนขั้นเป็นถึงรองประธานบริษัทเพราะความสามารถของเขาเองล้วนๆ ไม่ใช้เส้นพ่อของตนแต่อย่างใด

รถหรูจอดข้างบ้านของตนฝั่งขวาซึ่งเป็นบ้านสไตล์ลอฟท์หลังงาม ไม่ใช่เพียงบ้านเท่านั้นที่สวยแต่ลูกสาวเจ้าของบ้านก็สวยมากเช่นกัน

ลินดา นรินทราทิตย์ ลูกสาวเจ้าของบริษัทรับออกแบบบ้าน ออกแบบผลิตภัณฑ์ ออกแบบโลโก้ที่กำลังมาแรงในตอนนี้ ‘ทราทิตย์ จำกัด’ ลินดาเป็นลูกสาวคนเดียวของบ้านที่เป็นที่รักถือเป็นจุดศูนย์รวมด้วยความขี้อ้อนทำให้พี่ชายทั้งสองต่างตามใจน้อง จนพ่อและแม่ต้องคอยเบรกไว้ตลอด

“สวัสดีครับป้ามิน ผมมารับลินไปทำงานครับ”

มินตรา นรินทราทิตย์ปิดหนังสือพิมพ์แล้วมองลูกชายของเพื่อนบ้านด้วยรอยยิ้ม เธอหันไปมองผู้เป็นสามียิ้มให้กันสองคนอย่างรู้เป็นนัยว่าชายหนุ่มคนนี้มาติดพันลูกสาวตัวเองและพสุก็มีโปรไฟล์ดีจนทั้งเธอและสามีให้ผ่านเป็นที่เรียบร้อย

“กำลังจะลงมาจ้ะ ลูกสาวน้าคนนี้ไม่ไหวเลยจริงๆ แต่งตัวช้า”

พูดไม่ขาดคำสาวสวยร่างบางก็เดินลงมาจากบันไดด้วยชุดสูทเรียบหรูเสริมด้วยกระโปรงยาวคลุมเข่า ใบหน้าหวานส่งยิ้มให้พ่อกับแม่แล้วเข้ามาหอมแก้มท่านทั้งสองทันที

“ลูกไม่ได้แต่งตัวช้านะคะ แค่มีเรื่องให้ทำนิดหน่อยไปแล้วนะคะคุณพ่อคุณแม่”  มือสวยยกไหว้บุพการีก่อนเดินตามพสุออกไปข้างนอก

เป็นกิจวัตรประจำวันที่ทั้งสองจะไปทำงานด้วยกันเพราะบริษัททราทิตย์จำกัดอยู่ห่างจากวิจิตร จำกัด(มหาชน) เพียงห้ากิโลเมตรเท่านั้น

“กินข้าวเช้าหรือยัง” ถามพร้อมกับยื่นกล่องแซนด์วิชให้ ลินดารับมายิ้มอย่างมีความสุขเป็นแบบนี้เสมอเมื่อออกไปเรียนหรือทำงาน พสุรู้ว่าเธอไม่ทันได้ทานอาหารเช้าก็จะทำแซนด์วิชมาให้ทุกวันจนบางครั้งเธอต้องบอกให้เขาพอเพราะเบื่อแซนด์วิชเหลือเกิน

“ขอบใจนะ นายรู้ใจฉันตลอดเลย”

ยิ้มของเธอราวกับแสงสว่างของดวงอาทิตย์ เพียงแค่ลินดายิ้มเขาก็มีความสุข เธอคนเดียวผู้กุมดวงใจทั้งดวงของเขาไว้

รถคันหรูขับออกไปจากหน้าบ้านของลินดาโดยไม่รู้ว่ามีหนึ่งสายตามองตาม ร่างบางลดของที่ถือในมือลง เป็นอีกครั้งที่เธอมาไม่ทันเอาข้าวกล่องให้กับเขา เพราะน้าวรรณบอกกับเธอว่าลูกชายคนเล็กของตนนั้นไม่ชอบทานข้าวเช้ามัวแต่นอนตื่นสายจนต้องรีบไปหมดเสียทุกอย่าง เธอเลยตั้งใจทำอาหารให้เขาทุกเช้า บางวันก็ทัน บางวันก็ไม่ทันแต่เธอก็ทำทุกวันอย่างสม่ำเสมอ

“ขับรถดีๆ นะ” คงต้องฝากสายลมไปบอกกับเขาเสียแล้ววันนี้

คนตัวเล็กเดินกลับเข้าไปภายในบ้านเพราะต้องช่วยแม่ทำงานให้เสร็จตามจำนวนลูกค้าที่สั่งมา เธอออกแบบเสื้อผ้าแล้วลงมือตัดเอง ตอนนี้เสื้อผ้าของเธอกำลังเป็นที่ต้องการของตลาดด้วยดีซายน์ที่แปลกใหม่และสวยทำให้แบรนด์เล็กๆ ของเธอกับแม่อย่างแบรนด์ ‘นิทลดา’ กำลังดัง โดยมีโรงงานคือบ้านนั่นเอง

สองแม่ลูกจะทำจำนวนจำกัดเพราะไม่อยากให้งานส่วนนี้มาแบ่งเวลาของครอบครัวไป

ย้อนไปเมื่อสมัยทั้งสามเป็นเด็ก พสุและนิทราอยู่บ้านใกล้เรือนเคียงเล่นด้วยกันมาตลอดเพราะพ่อของสองหนุ่มสาวเป็นเพื่อนสนิทกัน นิทราตามใจพสุตลอดไม่ว่าชายหนุ่มอยากเล่นอะไรเธอก็เล่นกับเขาแม้กระทั่งฟุตบอลที่ตนเองเล่นไม่เป็นก็ไปหัดมาจนสามารถเล่นได้แต่ว่าพสุไม่ได้รอเธอเพราะเขาไปเล่นกับเพื่อนผู้ชายอีกซอยเสียแล้วทำให้นิทราต้องนั่งมองลูกบอลอยู่คนเดียว

“อะไอติม”  พสุเดินกลับมาจากการเล่นฟุตบอลก็ยื่นไอติมที่ตนเองซื้อมาให้กับนิทราซึ่งนั่งหน้าจ๋อยอยู่หน้าบ้าน

“เอาให้เราทำไม”

“ก็เห็นทำหน้าเศร้า เหงาเหรอ”  เด็กชายวัยสิบเอ็ดปีเอ่ยถามเพื่อนพร้อมกับนั่งลงข้างๆ

นิทรารับไอศกรีมมาเปิดกิน

“ไม่หรอก แบ่งกันเรากินไม่หมด” กัดไปได้สองสามคำก็ยื่นให้เพื่อน

พสุส่ายหน้าแล้วผลักไอศกรีมกลับไปให้หญิงสาวอีกครั้ง

“ไม่ละ กินไปเถอะ” เขานั่งมองนิทรากินจนหมดก่อนจะยิ้มให้ “อย่าทำหน้าเศร้าอีกละ มันไม่เหมาะกับนิทหรอก” เขาว่าพลางลุกขึ้นเดินเข้าบ้านตนเอง

นิทรามองตามหลังแล้วยิ้มกว้างเดินร้องเพลงเข้าบ้านอย่างมีความสุข เขาไม่ได้ทิ้งเธอเสียหน่อยจะเศร้าไปทำไมกันล่ะ

จนกระทั่งสองปีต่อมา บ้านนรินทราทิตย์ก็ย้ายมาอยู่ข้างบ้านวิจิตรประภา ความสนใจของพสุถูกย้ายไปที่ลินดาลูกสาวคนเล็กของบ้านหลังใหม่ที่เข้ามาอยู่จนหมด เธออยู่ในวัยเดียวกับเขาแถมยังสวยน่ารัก หัวใจหนุ่มที่เริ่มเข้าสู่วัยรุ่นเต้นแรงเมื่อเห็นเธอส่งยิ้มให้ เขาตกหลุมรักเธอเข้าแล้ว!

หลังจากนั้นถ้าหญิงสาวไม่ไปมาหาสู่ที่บ้าน พสุก็แทบจะลืมไปเลยว่ามีนิทราอยู่ข้างบ้านตน เมื่อมีความสุขพสุมักจะไปหาลินดาทุกครั้งแต่เมื่อทุกข์เขากลับไปปรึกษานิทรา เธอยินดีรับฟังเขาทุกเรื่องแม้กระทั่งเรื่องที่เขาแอบรักลินดามาตลอด เขาปรึกษาวิธีการทุกอย่างกับนิทราโดยไม่ล่วงรู้เลยว่าเพื่อนสาวคนนี้คิดไม่ซื่อกับตนเอง

จนในที่สุดจบมัธยมปลายเขาก็สารภาพรักกับลินดาแต่เธอกลับปฏิเสธเขาไปเหลือไว้เพียงความเป็นเพื่อนเท่านั้น ตลอดเวลาที่ผ่านมาพสุก็ยังคงเหมือนเดิมกับลินดาเขาดูแลเธออย่างดีไม่ขาดตกบกพร่องจนบิดามารดาของหญิงสาวนั้นอยากได้เขามาเป็นลูกเขยดีที่ลูกสาวแบรกไว้ทันแต่ท่านก็ยังคงหวังอยู่เสมอ

“นิทพี่เอาแกงเขียวหวานมาฝาก”

ภมร วิจิตรประภา พี่ชายแท้ๆ ของพสุหนุ่มหล่อประธานบริษัทเดินถือกล่องใส่อาหารมาให้น้องข้างบ้านที่ตนเอ็นดู

นิทราวางมือจากการรดน้ำต้นไม้แล้วเชิญภมรเข้ามาภายในบ้านทันที เขานั่งรอเธออยู่ที่ซุ้มไม้เลื้อยก่อนที่หญิงสาวจะเอาแกงเขียวหวานไปเทใส่ถ้วยแล้วล้างกล่องมาให้เขาอย่างเรียบร้อย

“เสร็จแล้วค่ะพี่ภมร”

ชายหนุ่มรับของในมือของน้องสาวแล้วถามไถ่ถึงงานก่อนจะขอตัวกลับบ้าน

ร่างบางมองตามร่างสูงใหญ่ของภมรแล้วอดนึกถึงชายหนุ่มอีกคนไม่ได้ ทำไมเดี๋ยวนี้พสุไม่มาหาเธอเลยก็ไม่รู้ ปกติอาหารพวกนี้เขามักจะเอามาให้เธอไม่ใช่หรือแต่ทำไมคราวนี้ถึง...

ใครเลยจะรู้ว่าค่ำขนาดนี้แล้วลูกชายคนเล็กของบ้านวิจิตรประภายังคงหลงระเริงในบทเพลงแห่งรักกับสาวเลขาหน้าสวยที่เพิ่งเข้ามาทำงานในบริษัทของตนเอง หลังเสร็จภารกิจรักแล้วพสุก็สวมเสื้อผ้าทันทีพลางมองดูนาฬิกาเรือนหรูที่ติดอยู่ข้างฝาผนัง

“จะไปไหนคะคุณพสุ”  เมขลา เลขาสาวหน้าสวยเอ่ยถามเมื่อเห็นเขารีบ เธอสวมชุดเสร็จแล้วก็เดินมากอดแขนเขาเอาไว้ทันที

ชายหนุ่มมีท่าทางรำคาญเล็กน้อยก่อนปลดมือเธอออก

“ผมต้องไปรับเพื่อน ไว้เจอกันพรุ่งนี้”  ว่าจบก็หยิบสูทเดินออกไปทันทีด้วยเพราะไม่เห็นความสำคัญอะไรที่ต้องมานั่งล่ำลาเลขาสาวที่เพิ่งเสร็จกิจกรรมกันไป เขากับเธอตกลงกันแล้วว่าจะไม่ผูกมัดใดๆ ต่อกันทั้งสิ้น โดยไม่รู้เลยว่าเลขาคนนี้หวังสูงแค่ไหน

“คอยดูเถอะคุณต้องเป็นของฉัน!”  ดวงตากลมโตหมายมาดเอาไว้

รถยนต์คันหรูขับมารับลินดาที่ยืนรออยู่หน้าบริษัทแล้ว วันนี้เธอกลับค่ำเพราะต้องประชุมอยู่จนดึกดีที่ได้เพื่อนชายคนสนิทมารับ ร่างบางส่งยิ้มให้เขาแล้วขึ้นไปนั่งบนรถทันทีเมื่ออีกฝ่ายจอดรถเทียบใบหน้าหวานตอนนี้อ่อนล้าอย่างเห็นได้ชัด

“ดื่มน้ำหน่อยไหมลิน ท่าทางจะเหนื่อยน่าดู”  เขายื่นน้ำเปล่าที่ซื้อมาจากร้านสะดวกซื้อข้างทางให้เธอ

ลินดารับน้ำมาดื่มก่อนจะเอ่ยขอบคุณ ระหว่างทางเธอก็เล่าเรื่องบริษัทให้ฟังเพราะอัดอั้นกับการประชุมโครงการออกแบบคอนโดมิเนียมขนาดใหญ่ของบริษัทอสังหาริมทรัพย์แห่งหนึ่งที่เรื่องมากจนการประชุมยืดเยื้อ

“ขอบคุณมากนะพสุ แล้วเจอกัน พรุ่งนี้ไม่ต้องมารับนะ เราจะไปเอง”  ถึงบ้านแล้วคนตัวเล็กก็หันมาบอกเขา

พสุแปลกใจเล็กน้อยแต่ก็ไม่ได้ถามอะไรเขาเพียงพยักหน้าเท่านั้น เมื่อเห็นร่างบางลงจากรถไปแล้วก็ขับมาที่บ้านตัวเองแต่ก่อนจะเข้าบ้านเขาก็ชะงักเมื่อเจอสาวเพื่อนบ้านอีกคนที่นั่งเศร้าอยู่หน้าบ้าน ร่างสูงจอดรถไว้แล้วเปิดประตูลงมาทันที

“นิททำไมมานั่งตากยุงอยู่ตรงนี้คนเดียวล่ะ” เสียงทุ้มที่คุ้นเคยเรียกเธอให้เงยหน้ามามองเขา ใบหน้าคมส่งยิ้มให้นิดหน่อยตามฉบับของตนเอง

“พอดีมานั่งดูดาว” ไม่ใช่เลยที่เธอมานั่งตรงนี้เพราะรอเขาต่างหากเล่า แล้วเธอก็เห็นเขาไปส่งลินดาเมื่อสักครู่ความน้อยใจทำให้ก้มหน้านิ่งพยายามกลั้นน้ำตาที่พร้อมจะไหลออกมา

“ดาวอะไรไม่เห็นมีเลย มีเรื่องเศร้าหรือเปล่า เล่าให้เราฟังได้นะ” เงยหน้ามองท้องฟ้าก็ไม่เห็นมีดาวสักดวง เขาย่อตัวลงนั่งข้างเธอทำเอาหัวใจดวงน้อยอุ่นวาบขึ้นมาทันที

“พอดีมีเรื่องให้คิดนิดหน่อยน่ะ”

สองร่างนั่งข้างกันต่างคนต่างเงียบไม่พูดอะไรแต่บรรยากาศกลับดูอบอุ่นจนตัวพสุเองยังรู้สึกได้ เขารู้สึกได้ทุกครั้งที่อยู่กับนิทราว่าเขาจะสบายใจ มีเรื่องทุกข์เธอก็จะทำให้เขาหายได้ราวกับเธอเป็นนางฟ้าประจำตัวเขาอย่างไรอย่างนั้น

“งานเป็นไงบ้าง”  นิทราถามขึ้น

ร่างสูงมองบนท้องฟ้าที่มีเพียงพระจันทร์ลอยเด่นอยู่บนนภาเท่านั้น

“ก็ดี” คำตอบสั้นๆ ราวกับต้องการปิดบทสนทนา

ไม่มีใครพูดอะไรต่อจากนั้นมีเพียงความเงียบแต่แปลกที่ภายในความเงียบนั้นไม่มีความอึดอัดอยู่เลย บรรยากาศโดยรอบดูอบอุ่น

“กับลินโอเคไหม” ตัดสินใจถามขึ้นขณะหันมามองใบหน้าคมที่เธอแอบมองเขามาตลอด เขาคงไม่เคยรู้เลยสินะว่ามีผู้หญิงคนหนึ่งที่แอบรักเขามาตลอด

“ก็เป็นเพื่อนกันเหมือนเดิม อย่างว่านะ เรามันคงอับโชคเรื่องความรักมั้ง”  ว่าแล้วหันมายิ้มให้เธอ ดวงตามองสบกันก่อนแล้วยิ้มให้กันอย่างมีความสุข เขาชวนเธอคุยไปเรื่อยจนรู้สึกว่าดึกมากแล้วจึงเดินไปส่งนิทราเข้าบ้าน

“ถ้ามีอะไรก็บอกเราได้นะ อย่าลืมว่ามีเราเป็นเพื่อนนะ” มือหนายกมือขึ้นยีผมร่างเล็กตรงหน้าที่จ้องเขาตาแป๋ว

นิทราพยักหน้ารับทราบแล้วโบกมือลาอีกฝ่ายมองดูเขาจนลับสายตา รอยยิ้มหวานผุดขึ้นบนใบหน้าสวย เพียงแค่นี้เธอก็ดีใจมากแล้วถึงแม้จะเป็นได้เพียงแค่เพื่อนของเขาก็ตาม

“เธอรักเขาขนาดนั้นแล้วจะให้ฉันทำร้ายเธอลงได้อย่างไรนิท” คุณหนูคนเล็กของบ้านนรินทราทิตย์พึมพำกับตนเองหลังจากที่แอบมองสองหนุ่มสาวมานานแล้ว เธอรู้มาตลอดว่าเพื่อนสาวบ้านใกล้เธอแอบชอบพสุมากและนานแค่ไหน เพียงแต่พ่อคนรูปหล่อดันไม่รู้ นิทราแสนดีจนเธอแอบเชียร์อยู่ห่างๆ ให้สมหวังกับพสุเสียทีแต่รอนานแล้วก็ดูจะไม่ประสบความสำเร็จเท่าไหร่

“รอนานหรือเปล่า” หนุ่มหล่อดีกรีประธานบริษัท เดินออกมาจากบ้านด้วยชุดลำลองสบายๆ แต่มันช่างดูหล่อเหลาเหลือเกินในความคิดของเธอ

ลินดายิ้มรับชายหนุ่มคนรักของเธอก่อนจะรีบเดินไปกอด     แขนเขา

“ไม่นานค่ะ รอแค่แป๊บเดียวคุณแฟนก็เดินออกมาพอดี” เธอโกหกเขาอย่างแนบเนียน ไม่อยากให้อีกฝ่ายรู้ว่าตนเองมองอีกคู่นานแค่ไหน

“ปากหวานจังเลยนะเรา เรียกพี่มามีอะไรหรือเปล่า”  ร่างบางส่ายศีรษะก่อนจะกอดแขนเขาแน่น

“เป็นอะไรบอกพี่”  เห็นคนรักเงียบไปเขาก็เอ่ยถาม ทั้งเขาและลินดาเพิ่งคบกันได้สามวันโดยที่สาวเจ้าทนไม่ไหวบุกมาหาเขาถึงบริษัทและบอกรักเขายาวนานพร้อมขอเป็นแฟนด้วยแล้วมีหรือที่คนอย่างภมรจะปฏิเสธเพราะก็แอบมองเธอมานานแม้จะรู้ว่าน้องชายชอบลินดามากแค่ไหน แต่เรื่องของหัวใจมันบังคับกันไม่ได้จริงๆ และนี่เป็นสาเหตุให้เขายังไม่ค่อยกล้าสู้หน้าน้องของตนเองเท่าไหร่

“วันเสาร์นี้ลินจะบอกความจริงกับพสุ” ตัดสินใจเอ่ยบอกแฟนตนเอง

ภมรมองสาวน้อยที่หน้าหม่นลงอย่างเห็นใจ เพราะน้องชายของเขาก็แสนดีขนาดนั้นการทำลายจิตใจผู้ชายที่ดีอย่างพสุไม่ใช่สิ่งที่อยากจะทำเลย

“คิดดีแล้วหรือ”

“ค่ะ คิดดีแล้ว ลินไม่อยากทำร้ายใคร” แม้ว่าการบอกครั้งนี้จะเป็นเหมือนการฆ่าเขาทั้งเป็นก็ตาม การบอกครั้งนี้อาจจะทำลายเขาจริงๆ เพราะคนที่เธอรักคือพี่ชายของเขาเอง

ลินดานิ่งคิดจนภมรรู้สึกสงสารจึงดึงแฟนสาวเข้ามากอดแล้วลูบหลังอย่างแผ่วเบา

“ถ้าลินคิดแล้วว่ามันดีก็ทำเถอะ พี่เชื่อใจลินเสมอ”  ลินดายิ้มซบอกหนาแล้วโอบกอดเขาทันที เพราะเขาอ่อนโยนแบบนี้อย่างไรเล่าเธอถึงรักเขา รักตั้งแต่ครั้งแรกที่เจอ ผู้ชายอ่อนโยนยิ้มหวานหน้าคมเข้ม เธอมอบหัวใจให้เขาไปตั้งนานแล้วจนกระทั่งรู้ว่าเขากำลังจะคบใครจึงรวบรวมความกล้าบุกไปบอกรัก และในที่สุดเธอก็ได้เขามาครอง

“พรุ่งนี้พี่ไปรับแต่เช้านะ”  ผละออกร่างสูงก็เอ่ยบอกกับแฟนสาว

ลินดาพยักหน้ายิ้มให้เขาแล้วเดินเข้าบ้านตัวเองไป ภมรมองตามจนร่างบางลับตาเขาจึงเดินเข้าบ้านตัวเอง

Lanjutkan membaca buku ini secara gratis
Pindai kode untuk mengunduh Aplikasi

Bab terbaru

  • ดาวใกล้เดือน   ตอนพิเศษ เพื่อนรัก..รักเพื่อน

    ตอนพิเศษ เพื่อนรัก..รักเพื่อนเสียงฟ้าร้องดังก่อนที่ฝนจะตกลงมาจนเด็กหนุ่มวัยรุ่นต้องเอากระเป๋าตัวเองมากอดไว้ ด้วยกลัวจะเปียกจึงวิ่งหลบเข้ามาภายในอาคารเรียน เพราะเป็นเวลากว่าหกโมงแล้วคนจึงบางตาจนแทบไม่มีนักเรียนอยู่ เขาหันมองซ้ายขวาก็ต้องชะงัก เมื่อพบเด็กหญิงคนหนึ่งที่ใส่ยูนิฟอร์มของมัธยมต้น เดินกอดลูกแมวมา“ไม่หนาวแล้วนะ” เสียงหวานทำให้เขาเหมือนตกอยู่ในมนต์สะกด จนกระทั่งน้องเดินมาหยุดข้างกายเขา ร่างสูงเกินวัยเด็กอายุสิบเจ็ดปีรีบหันหน้าหนีทันที“ไปอยู่ด้วยกันนะคะ” เป็นผู้หญิงที่อ่อนหวานเหลือเกิน พสุธา วิจิตรประภา คิดพลางเหลือบมองน้องจนกระทั่งมีรถยนต์คันหนึ่งมาจอดเทียบ พร้อมกับคนรถที่ถือร่มมารับคุณหนูตัวน้อย เขาแอบมองอยู่เงียบๆ จนกระทั่งเธอขึ้นรถไป จดจำป้ายทะเบียนเอาไว้จนขึ้นใจ เขาจะต้องตามหาตัวเธอให้เจอ!เช้าวันต่อมาเด็กหนุ่มยกมือไหว้บิดามารดาก่อนออกจากบ้าน ไม่ลืมที่จะหอมแก้มคนเป็นแม่อย่างเอาใจ เดินขึ้นรถมาพร้อมกับน้องสาวที่มีใบหน้าน่ารักคล้ายแม่ และคนเป็นพ่อก็หวงลูกสาวมากเหลือเกินชนิดที่ถ้าผู้ชายคนไหน อยู่ใกล้เกินร้อยเมตรต้องมองจนล่า ถอยไป“เด็กขี้เหร่” พอขึ้นรถมาได้พี่ชายก็เรียกน้องส

  • ดาวใกล้เดือน   ตอนพิเศษ3

    ตอนพิเศษ3สัปดาห์นี้พสุเลิกงานเร็วทุกวันเพราะเขาเคลียร์งาน เพื่อมาดูแฟชั่นโชว์ที่ภรรยาร่วมดูแลโดยเฉพาะ วันนี้เป็นการซ้อมครั้งยิ่งใหญ่ โดยรวมนายแบบนางแบบจากทั่วฟ้าเมืองไทย พร้อมทั้งมีดาราแถวหน้ามาเดินแบบด้วย คนสวยหล่อจึงมีละลานตาเต็มไปหมด ร่างสูงอุ้มลูกชายตัวน้อยเข้ามาด้วยใบหน้ายิ้มแย้ม“สวยไปหมดเลยพ่อ” เด็กน้อยเอ่ยกับบิดาเมื่อหันไปเห็นสาวหน้าตาดี“นั้นสิลูก พ่อจองคนนั้นนะ” กระซิบกับลูกชายหลังจากเห็นนางแบบบนเวทีกำลังเดินด้วยใบหน้านิ่ง“พี่เขาดุจังเลย” ทำหน้าย่นก่อนจะกวาดสายตามองโดยรอบ แล้วใช้มือตีไหล่พ่อหลายทีแล้วชี้ให้ดูทางข้างเวที“พี่ปลายสวยจังเลยครับ” พสุหันไปตามมือลูกน้อยก็พบดาราขวัญใจคนไทย ที่กำลังนั่งพักที่ข้างเวที พสุธาพูดชื่อในละครของเธอที่เล่นจนดังไปทั่วบ้านทั่วเมือง ลูกชายเขาติดงอมแงมต้องดูละครก่อนถึงจะเข้านอนได้คงเพราะอยู่กับยายและย่าบ่อยจึงติดการดูละครมากกว่าดูการ์ตูนเสียอีก“แต่แม่นิทสวยที่สุดใช่ไหม” คนพ่อกระซิบถาม“ใช่แล้ว แม่นิทของดินสวยที่สุด” มือต่างขนาดแท็กกันอย่างเห็นด้วย ก่อนที่พสุจะสะดุดกับเหตุการณ์ข้างเวที ผู้หญิงที่นายแบบหุ่นดีคนนั้นยืนใกล้คือภรรยาของเขาเป็นแน่

  • ดาวใกล้เดือน   ตอนพิเศษ แอบรัก

    ตอนพิเศษ แอบรัก หญิงสาวโค้งศีรษะให้กับยามหน้าบริษัท ที่เปิดประตูให้พร้อมกับส่งยิ้มหวาน ที่ใครมองเป็นต้องหลง วารีกานต์ สนธยานนท์ เป็นผู้ช่วยเลขาคนใหม่ของรองประธานบริษัท เพราะคุณสุชาติด้วยวัยที่มากขึ้น แต่ภาระงานกลับยิ่งหนักคงทำคนเดียวไม่ไหว เขาจึงต้องประกาศรับสมัครผู้ช่วยที่มีความสามารถและประสบการณ์ “รอด้วยค่ะ” รีบวิ่งไปด้วยความเร็ว แม้จะมีอุปสรรคเป็นรองเท้าส้นสูงก็ตาม ประตูลิฟต์เปิดออกช้าๆ และคนที่ยืนอยู่ข้างในทำให้เธอชะงักไปครู่หนึ่ง แล้วรีบก้าวเข้ามาทันที “มาแต่เช้าเลยนะครับ” น้ำเสียงเป็นมิตรของเขาทำให้หัวใจเธอทำงานหนักอีกครั้ง ไม่คิดว่าหัวหน้าของตนเองจะมาเช้าขนาดนี้ “ค่ะ พอดีกานต์อยากรีบเคลียร์งานส่วนของตัวเองให้เสร็จ” ร่างสูงพยักหน้ายิ้มให้ “ถ้าอย่างนั้นคงต้องทำคุณเสียใจแล้วละ เพราะวันนี้คุณต้องออกไปข้างนอกกับผมตอนบ่าย พอดีคุณสุชาติเขาลาคงต้องรบกวนด้วยนะครับคุณผู้ช่วยเลขา” เธอรู้อยู่แล้วว่าวันนี้เลขาอย่างคุณสุชาติลา เพราะต้องไปทำธุระ งานหนักจึงตกมาอยู่ที่เธอ เพราะต้องควบคุมการเต้นของหัวใจไม่ให้มันดังจนเขาได้ยินน่ะสิ “ย

  • ดาวใกล้เดือน   ตอนพิเศษซ้อนแผน

    ตอนพิเศษซ้อนแผน สี่ปีต่อมา “ฉลองงงง” แก้วสีเข้มถูกยกขึ้นชนกันเสียงดัง ฉลองให้กับความสำเร็จของโครงการใหญ่ที่อุตส่าห์ตรากตรำทำมาเสียนาน ร่างสูงของรองประธานที่แม้จะเข้าสู่วัยเลขสามแล้ว ก็ยังคงความหล่อและน่าหลงใหลจนสาวในคลับหันมามองกันอย่างสนอกสนใจ “วันนี้ไม่เมาไม่กลับเว้ย!” หนุ่มไม่โสดทั้งสี่กล่าวพร้อมกัน พลางยกแก้วขึ้นดื่มอย่างมีความสุข หลังแต่งงานไปพวกเขาเหมือนตกอยู่ในอำนาจมืด จะออกไปไหนต้องคอยรายงานตลอด สังสรรค์ทีบอกละเอียดราวกับพรีเซ้นต์งานเมื่อสมัยมหา’ลัย วันนี้สบโอกาสดีเหล่าเมียทั้งหลายไม่อยู่ พวกเขาเลยต้องออกมา ลั้ลลาตามประสาหนุ่มๆ สักหน่อย “ไอ้พสุเมียมึงไม่ว่าหรือ” ปวิชถามขึ้นขณะชงเหล้าให้จิณณ์ เขาเป็นบุคคลที่เรียกเข้าขั้นกลัวเมียที่สุดไม่กล้าหืออือใดๆ ทั้งสิ้น คำสั่งเมียคือประกาศิตที่ต้องทำตาม พสุไหวไหล่ยกแก้วสีเข้มขึ้นดื่มพลางเอนหลังพิงโซฟาสีเข้มอย่างสบายอารมณ์ “เมียกูไม่เคยว่าอะไรอยู่แล้ว เขาอยู่ในโอวาสกูจะตาย” รองประธานหนุ่มหล่อยกยิ้มด้วยความภูมิใจ เพื่อนต่างส่งเสียแซ็วใหญ่กับคำพูดราวกับไม่กลัวเมีย พสุรู้สึกว่าตนเ

  • ดาวใกล้เดือน   ๑๘

    ข่าวการคืนดีกันของสองหนุ่มสาวสร้างความยินดีให้กับทุกคนจน ต้องจัดงานเลี้ยงเล็กๆ ภายในบ้านวิจิตรประภา โดยจัดที่ริมสระน้ำสองสาวอย่างลินดาและนิทราก็ช่วยกันยกอาหารที่ทำเสร็จจากในครัวออกมาให้ประมุขของบ้านได้กินคุณวรรณนภาก็พูดคุยถึงเรื่องละครกับพี่สาวคนสนิทอย่างคุณยลลดาโดยมีคุณมินตรามาเป็นแขกคนใหม่เพราะสามีไม่อยู่บ้านเธอเหงาจึงขอมางานเลี้ยงด้วย“พอได้แล้วค่ะ มานั่งกินกับพี่ดีกว่า” เห็นภรรยาเดินเข้าออกในครัวก็เหนื่อยแทนภมรจึงดึงร่างบางให้มานั่งข้างเขา กว่าจะได้แต่งก็นานเหมือนกัน เขาเฝ้าขออยู่เป็นปีแต่เธอก็เอาแต่ผลัดไปเพราะยังไม่เชื่อใจเขาทั้งที่เคลียร์เรื่องของปุณิกาได้นานแล้ว“ได้ค่ะคุณสามี” ลินดาไม่ปฏิเสธแถมเรียกเขาเสียงหวานจนอีกคนที่นั่งร่วมโต๊ะต้องถอนหายใจเพราะเลี่ยนกับคำหวานของสองสามีภรรยา“เป็นอะไรตาเล็กดูทำหน้าเข้า”“เหม็นความรักน่ะพี่” เขาทำเป็นปัดไล่กลิ่นเหม็นจนลินดาต้องเอ่ยปราม“ก็คนเขามีความสุข” ร่างบางเอนตัวไปซบแขนแกร่งของสามีพสุเลยมองหานิทราที่เอาแต่ช่วยงานในครัวยังไม่ออกมาทั้งที่งานตัวเองก็หนักอยู่แล้ว หลังจากที่เรียนจบกลับมานิทราได้เข้าทำงานให้กับแบรนด์พรรณนาราออกแบบเสื้อผ้า

  • ดาวใกล้เดือน   ๑๗

    ผ่านไปหนึ่งเดือนก็ถึงกำหนดที่นิทราต้องบินไปเรียนต่อที่ประเทศอังกฤษ ร่างบางเอาเสื้อผ้าไปเยอะพอสมควรเพราะไม่อยากเสียเงินซื้อใหม่ที่ต่างประเทศ สองแม่ลูกช่วยกันยกกระเป๋าออกมาจากบ้านโดยมีกระเป๋าทั้งหมดสองใบ แม้จะกังวลที่ลูกไปอยู่ไกลแต่เพราะอนาคตของลูกสาวคุณยลลดาจึงอยากให้นิทราได้ไป“หนูช่วยค่ะ” สองแม่ลูกหันไปมองก็พบลินดาที่เดินเข้ามาภายในบ้านพร้อมกับภมรและพสุ หญิงสาววิ่งมาช่วยยกกระเป๋าขึ้นรถพร้อมกับภมรที่ยกอีกใบใส่หลังรถเหลือเพียงพสุที่ยืนมองเธอนิ่ง แววตาเขาฉายความเศร้าอย่างชัดเจนจนนิทราต้องยิ้มให้“ใจหายเหมือนกันนะที่นิทต้องไปนานขนาดนี้” ลินดาเดินมายืนตรงหน้าเพื่อนข้างบ้านที่แม้จะไม่ได้สนิทมากแต่เธอก็ชอบนิสัยของนิทรา อีกทั้งอาหารที่บางครั้งคนตัวเล็กกว่าเธอชอบเอาไปให้กินก็แสนจะอร่อย“เดี๋ยวก็กลับมาแล้ว” หญิงสาวพยักหน้าแล้วโอบกอดนิทราเอาไว้ก่อนผละออก ในขณะที่ภมรก็เดินมายืนข้างแฟนสาวของตนเอง“เดินทางดีๆ นะ” ชายหนุ่มเปรียบเสมือนพี่ใหญ่ของน้องทั้งสามมองเธอมาด้วยสายตาที่อบอุ่นเหมือนเดิมนิทรายิ้มให้ภมร“ขอบคุณค่ะพี่ภมร” สองหนุ่มสาวล่ำลาเสร็จก็ผละออกมาให้พสุเดินมายืนตรงหน้านิทรา เขายิ้มให้เธอแม้

  • ดาวใกล้เดือน   ๑๖

    ตกเย็นร่างบางที่เพิ่งอาบน้ำเสร็จใส่ชุดเสื้อยืดพอดีตัวกับกางเกงขาสามส่วนเดินมานั่งที่ระเบียงมองบรรยากาศยามเย็นที่ตะวันลาลับฟ้าถูกแต้มให้กลายเป็นสีเข้มก๊อก ก๊อก ก๊อกเสียงเคาะประตูเธอจึงเปลี่ยนเป้าหมายไปที่ประตูเปิดออกเจอพนักงานหญิงถือกล่องขนาดกลางยื่นมาให้ตนเอง“คุณผู้ชายห้องข้างๆ ฝากมาให้ค่ะ บอกให้คุณ

  • ดาวใกล้เดือน   ๑๕

    เช้าวันต่อมาชายหนุ่มตื่นตั้งแต่ไก่ยังไม่ขันจัดกระเป๋าออกเดินทางไปยังสนามบินโดยให้เลขาจองตั๋วไว้ให้ ตอนนี้เขาได้สั่งให้นักสืบที่จ้างไปตามหานิทราจากข้อมูลที่ได้มาก็ทราบว่าเธอเช่ารีสอร์ตเล็กๆ แห่งหนึ่งอยู่กับเพื่อน แต่เขาก็ยังสงสัยว่าเหตุใดหญิงสาวจึงบอกมารดาว่าอยู่บ้านเพื่อนพสุถึงสนามบินจัดการธุระทุกอย

  • ดาวใกล้เดือน   ๑๔

    วันต่อมานิทราตื่นเช้ามาใส่บาตรกับมารดาแต่ก็ต้องชะงักเมื่อพบพสุกับคุณวรรณนภายืนอยู่ก่อนหน้านั้นแล้ว แม้ใจจะอยากเดินเข้าบ้านแต่ก็คิดว่าเธอไม่ควรจะหนีเขาจึงทำหน้านิ่งเดินไปกางโต๊ะและนำของใส่บาตรวางไว้ ร่างสูงเดินมายืนข้างนิทราโดยที่มารดาไม่ต้องบอกเหมือนครั้งก่อนแล้ว“ใส่บาตรด้วยนะคะพี่ลดา”“มาสิวรรณ” หญิ

  • ดาวใกล้เดือน   ๑๓

    วันต่อมาพสุเดินทางมาที่โรงพยาบาลเขาตรงไปยังห้องพักพิเศษซึ่งภรรยาของตนเองนอนอยู่ ร่างสูงผลักประตูเข้าไปพบเพียงนิทราที่นั่งทานอาหารอยู่บนเตียงคนเดียว ใบหน้าหวานเงยหน้ามาสบสายตาคมที่จ้องกลับมา ร่างสูงเดินเข้าหาหญิงสาว“กินข้าวหรือ” มันเป็นคำทักทายที่ดูไม่ได้เรื่องที่สุดเลย เขาก่นด่าตัวเองในใจขณะยืนข้างร

Bab Lainnya
Jelajahi dan baca novel bagus secara gratis
Akses gratis ke berbagai novel bagus di aplikasi GoodNovel. Unduh buku yang kamu suka dan baca di mana saja & kapan saja.
Baca buku gratis di Aplikasi
Pindai kode untuk membaca di Aplikasi
DMCA.com Protection Status