Masukชีวิตกำลังบัดซบแต่โชคชะตาดันเล่นตลก…ให้เธอไปเป็นลูกหนี้ดาราตัวท็อประดับประเทศ! แม้ต้องแลกมาด้วยข้อตกลงบางอย่าง กับความเป็นจริงที่ชีวิตของเขาอาจไม่ได้สวยหรูอย่างที่คิด… ‘เอวา’ หญิงสาววัยเพียงยี่สิบสามปีที่อยู่ดี ๆ ก็ต้องมาแบกรับภาระหนี้สินก้อนโตกับแม่ที่ล้มป่วยเพราะหัวหน้าครอบครัวเห็นแก่ตัว และไร้ความรับผิดชอบ พ่อเธอเอาตัวรอดชิ่งหนีไปคนเดียวจากธุรกิจที่พังไม่เป็นท่า…ความโชคร้ายที่เกิดขึ้นทำให้เธอได้เจอกับ ‘ธีโอ’ ดาราตัวท็อปอันดับหนึ่งของวงการ เขากำลังหาแม่บ้านประจำเพนต์เฮาส์ เมื่อคนไม่มีทางเลือกต้องยอมทุกอย่างเพื่อหาเงิน มาเจอกับคนที่มีพร้อมทุกอย่างแต่ต้องการที่ระบาย ความต่างสุดขั้วเกิดเป็นความช่วยเหลือ กับข้อแลกเปลี่ยนที่จะเปลี่ยนชีวิตเอวาไปตลอดกาล…
Lihat lebih banyak21:30น.
“ไปได้แล้ว ทำงานเกินเวลาพี่ก็ไม่ให้เงินเราเพิ่มหรอกนะ กลับไปพักเถอะ หน้าเหมือนคนจะหลับ”
เต้หรือรุ่นพี่ที่ทำงานควบตำแหน่งเจ้าของร้านสะดวกซื้อ ที่เธอขอเขามาเป็นพนักพาร์ทไทม์ช่วงหลังเลิกงานเดินเข้ามาหา ทำให้เอวาที่กำลังเคลียร์เงินในเก๊ะพยักหน้าช้า ๆ แล้วคลี่ยิ้มบาง ๆ ส่งกลับไปให้
“รู้แล้วค่ะพี่ เสร็จพอดีเลย งั้นฉันกลับก่อนนะ”
เอวาดันเก๊ะตรงหน้าปิดแล้วดึงป้ายพนักงานที่ติดอยู่ตรงอกออก เธอพยายามดึงความสดชื่นอันน้อยนิดที่พอหลงเหลืออยู่ ออกมาบดบังความเหนื่อยล้าไว้
“อือ กลับบ้านดี ๆ ล่ะ ไม่ใช่ว่าไปทำงานต่อใช่ไหม?”
“…อะ อ่อ ไม่หรอกเดี๋ยวกลับบ้านเลย เหนื่อยจะแย่แล่ว!”
“อืม พักบ้าง เป็นอะไรไปอีกคนจะยิ่งแย่ ถ้ามีอะไรที่พี่พอช่วยได้ก็บอกเลยนะ”
“อื้ม ขอบคุณนะคะ”
เธอพยักหน้าอมยิ้มเล็ก ๆ เอวาพยายามสดใสจนถึงที่สุด เธอเดินผ่านเต้ออกมาหลังร้านเพื่อเปลี่ยนเสื้อผ้ากลับมาใส่ชุดลำลองแล้วตรงไปยังป้ายรถเมล์ที่อยู่ไม่ไกลจากร้านสะดวกซื้อมากนัก สาวร่างเล็กสูงเพียงร้อยหกสิบสองทิ้งตัวลงนั่งบนเก้าอี้แข็ง ๆ เธอหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาดูเวลาแล้วก็ได้แต่ถอนหายใจออกมาเมื่อยังไม่สามารถพาตัวเองกลับบ้านเพื่อไปนอนอย่างปากว่าได้จริง ๆ
ครืดด ครืดดด~
“…ค่ะ”
เอวากดรับสายเรียกเข้าจากโรงพยาบาลทันที ใจของเธอเต้นระส่ำทุกครั้งเมื่อมีสายจากโรงพยาบาลที่แม่ของเธอกำลังรักษาตัวอยู่ โทรเข้ามา
“อ๋อ ได้ค่ะ กำหนดชำระได้ถึงเมื่อไหร่นะคะ?”
เสียงหวานยังแสร้งสดใสได้แต่ดวงตากลมโตกลับดูอิดโรย เอวาพยักหน้ารับรู้เมื่อปลายสายบอกกำหนดเดดไลน์ที่เธอต้องชำระค่ารักษาพยาบาลส่วนหนึ่งก่อน เพื่อรักษาสิทธิ์การรักษาของมารดา คนตัวเล็กตกปากรับคำก่อนจะเอาโทรศัพท์ออกห่างจากใบหน้าเมื่อปลายสายวางไป
“เฮ้อ…”
เธอพ่นลมผ่านริมฝีปากซีดไร้สี เอวามีโอกาสถอนหายใจอีกสองสามครั้งก่อนที่เธอจะลุกขึ้นยืนเมื่อเห็นว่ารถเมล์คันที่รอกำลังขับเข้ามาจอดตรงหน้า
พรึบ!
สาววัยยี่สิบสามหย่อนกายทิ้งบั้นท้ายลงนั่งอีกครั้ง เธอไม่จำเป็นต้องมองหาที่นั่งว่างให้เสียเวลาเพราะเวลานี้คนทำงานส่วนใหญ่ คงกลับถึงบ้านพักตนเองหมดแล้ว หญิงสาวกระชับกระเป๋าผ้าในมือแน่นก่อนจะล้วงเอามือถือสิ่งของมีมูลค่าเพียงชิ้นเดียวขึ้นมาเปิดแชตดูโลเคชั่นที่ผู้ว่าจ้างรายถัดไปของเธอส่งมาให้เมื่อวันก่อน
เพนต์เฮาส์ชั้นบนสุดคอนโดฟีนิกซ์…
เอวาไล่ตาทวนจุดหมายปลายทางที่เธอต้องไปแล้วย้ำมันอยู่ในใจอีกสองสามหน เธอเอาคีย์การ์ดสำรองมาถือไว้ในมือ จากร้านสะดวกซื้อที่เธอทำงานพาร์ทไทม์ไปคอนโดฟีนิกซ์ ใช้เวลาอีกเกือบสามสิบนาที
22:00น.
สาวร่างเล็กยืนไหล่ตกอยู่หน้าคอนโดสูงระฟ้า เธอเพิ่งก้าวขาลงจากรถประจำทางและกำลังเปิดแชตของผู้ว่าจ้างอ่านสิ่งที่เธอต้องทำอีกที กับการเริ่มงานเป็นแม่บ้านช่วงดึกในวันแรก
“…โอเค วันนี้แค่ต้องทำความสะอาดทั่วไป”
เอวาพยักหน้าสูดลมหายใจเข้าปอด เธอก้าวขาฉับเร่งสาวเท้าตรงดิ่งไปที่ลิฟต์ หญิงสาวไล่ตามองสำรวจพื้นที่โดยรอบแบบผ่าน ๆ เธอรู้เพียงแค่ว่าคอนโดแห่งนี้เป็นโครงการที่ถูกสร้างขึ้นเพื่อคนรวยกระเป๋าหนักเท่านั้น ส่วนข้อมูลอย่างอื่นเธอก็ไม่รู้อะไรแล้ว…
ใบหน้าขาวซีดไร้ซึ่งอารมณ์ใด ๆ แสดงออกมา เธอรอกระทั่งลิฟต์ตัวใหญ่พาตัวเองขึ้นมาชั้นบนสุดของอาคารที่ผู้ว่าจ้างระบุว่าเป็นเพนต์เฮาส์ เอวาพาตัวเองออกมาจากลิฟต์เธอไม่มีอาการตื่นตะลึงกับความโอ่อ่าตรงหน้าแม้สักนิดเดียว หญิงสาวเดินไปตามทางเดินแล้วพาตัวเองไปหยุดยืนอยู่หน้าประตูบานหนึ่ง
ติ๊ด!
ทันทีที่คีย์การ์ดสำรองสัมผัสกับระบบอัตโนมัติประตูตรงหน้าก็ส่งเสียงร้อง เธอยื่นมือไปจับมันแล้วออกแรงดันเปิดเข้าไป นัยน์ตาสวยปะทะเข้ากับความมืดสนิททำให้คนตัวเล็กต้องยืนนิ่งครู่หนึ่งเพื่อปรับการมองเห็น ไม่นานนักเอวาก็พาตัวเองเข้าไปยืนด้านใน เธอเปิดไฟฉายผ่านโทรศัพท์แล้วเดินไปเปิดไฟบริเวณโถงกลางให้สว่างขึ้น ร่างแบบบางสอดส่ายสายตาเพียงครู่แล้วเดินไปวางกระเป๋าผ้าทิ้งไว้ที่โต๊ะ เริ่มทำความสะอาดตามแผนผังที่ผู้ว่าจ้างส่งมาให้
สองชั่วโมงให้หลัง
เสียงกุกกักเงียบลงพร้อมคนตัวเล็กเดินพ้นออกมาจากห้องน้ำ เธอยกหลังมือขึ้นปาดเหงื่อตามกรอบหน้าก่อนจะถอดถุงมือทำความสะอาดแล้วเดินไปเก็บอุปกรณ์ที่หยิบออกมาใช้กลับเข้าที่เดิม เอวาจัดการทำความสะอาดตามที่ได้รับมอบหมายจนครบทุกส่วนของเพนต์เฮาส์ เหลือก็แต่โซนบาร์ที่เธอต้องไปดูความเรียบร้อยก่อนกลับออกไปเท่านั้น
“เสร็จสักที”
เสียงหวานเหนื่อยอ่อนชัดเจน ทันทีที่เก็บอุปกรณ์ทำความสะอาดเข้าที่แล้วเธอก็พาตัวเองเดินไปอีกฝั่งหนึ่งของเพนต์เฮาส์ขนาดใหญ่ เพื่อไปดูความเรียบร้อยบริเวณบาร์เครื่องดื่มตามที่ได้รับมอบหมาย
ตึก ตึก ตึก
เสียงฝีเท้าดังขึ้นท่ามกลางความเงียบเธอก้าวเดินแบบไม่เร่งรีบนักเพราะต้องฝ่าความมืดเข้าไป รูม่านตาเอวาขยายขึ้นเมื่อต้องปรับการมองเห็น เธอตรงดิ่งไปหาสวิตช์ไฟและทันทีที่ไฟเปิดสว่างขึ้นร่างบางก็ต้องสะดุ้งเฮือกเอามือทาบอก
“…!!”
มะ มีคนอยู่ด้วยเหรอ!?
“รอนเหรอ?”
นัยน์ตาสวยหันมองแผ่นหลังกว้างตรงหน้า เธอเพิ่งรู้ว่าตลอดระยะเวลาสองชั่วโมงที่เข้ามาทำสะอาดเธอไม่ได้อยู่เพียงคนเดียวในเพนต์เฮาส์สุดหรูแห่งนี้ ผู้ชายคนนั้นส่งเสียงถามก่อนที่เขาจะหมุนตัวกลับมามองเธอ พร้อมแก้วเหล้าที่เขาถือมันไว้ในมือ
ดารา!?
“…ธีโอ”
ปากเล็กพึมพำชื่อดาราหนุ่มที่มีชื่อเสียงโด่งดังที่สุดในประเทศ ดวงตาของเธอเบิกโตด้วยความตกใจเมื่อรู้ว่าชายเจ้าของห้องเป็นดาราตัวท็อปของวงการที่ใคร ๆ ต่างก็รู้จักดี
“โบรา…”
“…คือฉะ”
“ฉันคิดถึงเธอมากเลยรู้ไหม”
หมับ!
ร่างบางยังตื่นตะลึงไม่หาย เธอมองดาราหนุ่มสาวเท้าเข้ามาหาก่อนที่เขาจะสวมกอดเธอแนบแน่นแล้วซุกใบหน้าทิ้งไว้ตรงซอกคอ ลมหายใจอุ่นร้อนเป่ารดใส่ผิวขาวเนียน ตาเธอเลิ่กลั่กกับสถานการณ์ตรงหน้าก่อนจะรีบผลักไสดันตัวเขาออก
“เอ่อ ฉันเป็นแม่บ้าน คุณคงเข้าใจผิด”
“ขอโทษนะที่ฉันช่วยเธอไม่ได้ ฉันรักเธอนะโบรา…นึกว่าเธอจากฉันไปแล้วจริง ๆ ซะอีก”
“คุณพูดอะระ…”
เสียงหวานขาดหายอีกครั้งเมื่อเธอถูกเขารวบตัวเข้าไปกอดแน่นกว่าเดิม เอวาเริ่มอึดอัดเธอพยายามดิ้นแต่ยิ่งเธอดันเขาออกเท่าไหร่เขาก็ยิ่งกระชับอ้อมกอดให้แน่นขึ้นเท่านั้น เธอไม่รู้ว่าเขาพูดเรื่องอะไรหรือพูดถึงใคร เธอรู้แค่ว่าเขาน่าจะเมามากพอสมควรเพราะลมหายใจของเขามันมีแต่กลิ่นแอลกอฮอล์คลุ้งออกมา
“คิดถึงเธอจัง ฉันไม่เคยลืมเธอเลยนะโบรา”
“ปล่อยฉัน…ฉันไม่ใช่ อะ อื้อ”
ปึก ปึก…
มือเล็กกำแน่นทุบใส่อกแกร่งเมื่อริมฝีปากซีดเซียวถูกเข้าฉกจูบ เอวาตาเบิกโพลงด้วยความตกใจเมื่อปากร้อนที่มีแต่กลิ่นของน้ำมึนเมาประกบลงมา เธอพยายามเบี่ยงหน้าหลบแต่ก็ไม่เป็นผล ร่างหนาโถมทั้งตัวดันเธอชิดกำแพง เขาใช้ริมฝีปากไล่ต้อนเธอแล้วกดจูบย้ำ ๆ อย่างคนโหยหาสัมผัสที่ห่างหายไปนาน…
“อืม คิดถึง”
เขาถอนปากไปเพียงนิดเพื่อเอื้อนเอ่ยความรู้สึกแล้วรีบตะโบมเข้ามาใหม่ ครั้งนี้มือของเขาเริ่มไม่อยู่สุข เขาปัดป่ายไปทั่วทำให้แม่บ้านสาวที่ถูกคนเมาเข้าใจผิดรีบออกแรงทั้งหมดผลักคนตัวสูงออกห่าง เพื่อไม่ให้เขาล่วงเกินเธอมากไปกว่านี้
พลั่ก!!
“…ขะ ขอโทษแต่ฉัน”
เอวาพูดเพียงเท่านั้นแล้วชะงักปากไปเมื่อเห็นว่าคนที่เธอผลักเขาจนก้นจ้ำเบ้าทำท่าจะลุกขึ้นมา หญิงสาวเปลี่ยนใจวิ่งไปหยิบกระเป๋าผ้าที่วางทิ้งไว้ เธอวิ่งแบบไม่คิดชีวิตแล้วพุ่งพรวดพาตัวเองออกจากเพนต์เฮาส์สุดหรูทันที
ปึง…
แอคชั่น!!! เสียงโหวกเหวกโวยวายของคนเกือบร้อยชีวิตในกองถ่ายเงียบสงัดลงทันตาเมื่อผู้กำกับสั่งเริ่มถ่ายทำ เอวาอ้าปากค้างกับความมืออาชีพและฉากการถ่ายทำตรงหน้าที่เธอไม่คิดไม่ฝันว่าวันหนึ่งจะมีโอกาสได้เห็นด้วยตาตัวเองชัด ๆ แบบนี้ เธอกำลังตื่นตาตื่นใจลอบมองบรรยากาศรอบตัวด้วยแววตาเป็นประกาย นัยน์ตาสวยจ้องค้างไปยังดาราสาวชื่อดังของวงการอย่างวิกกี้ที่โคจรมาเล่นละครประกบคู่กับธีโอ ดาราหนุ่มเบอร์หนึ่งของประเทศเป็นครั้งแรก พูดตามตรงแค่เห็นสองคนนี้ปะทะฝีมือการแสดงใส่กันก็คุ้มค่ากับแต้มบุญของเธอทั้งชีวิตแล้วล่ะ “…คนเราสวยได้ขนาดนั้นเลยเหรอ” เอวาพึมพำพลางตาก็จ้องวิกกี้ที่ตอนนี้กำลังสวมบทเป็นนางเอกจอมวุ่นวายปะทะฝีปากกับธีโออยู่ เธอไล่ตามองใบหน้าเรียวสวยไร้ที่ติกับหุ่นสวยราวนางฟ้าแล้วก็ได้แต่ทึ่งอยู่ในใจกับความสวยเพอร์เฟกต์ของดาราสาวตรงหน้า “อย่างี่เง่าได้ไหม! รู้ไหมว่าฉันลำบากขนาดไหนกว่าจะตามเธอมาถึงที่นี่” “ใครใช้ให้พี่ตามฉันมาล่ะ ใครของั้นเหรอ? กลับไปดิ กลับไปเลย!!” หมับ! “ปากดีนักใช่ไหม ได้! งั้นตา
“พรุ่งนี้ไม่มีงานเช้าใช่ไหม” “อืม มีถ่ายละครช่วงบ่าย ตื่นสายได้สบาย ๆ” ธีโอพยักหน้าหลังได้คำตอบจากรอนผู้จัดการส่วนตัวที่เป็นคนลงตารางงาน เขาเพิ่งจบงานของวันนี้และกว่าจะกลับถึงห้องก็ปาไปเกือบเที่ยงคืนแล้ว “ออกมาสิ” “ค่ะ” เอวาพาตัวเองออกไปยืนนอกห้องข้างกันกับรอนเมื่อชายใส่แว่นพยักเพยิดหน้าเรียกเธอ หญิงสาวกุมมือประสานกันไว้หน้าลำตัวพลางตาก็แอบลอบมองต้นคอธีโอเพราะรอยสักรูปหนามของเขามันเด่นหราเสียจนเธอไม่อาจละสายตาได้ ทันทีที่พ้นสายตาคนภายนอกชายหนุ่มก็ให้เธอใช้สำลีเช็ดคราบรองพื้นออกจากคอเขา ตั้งแต่ตอนอยู่บนรถระหว่างทางกลับมาที่เพนต์เฮาส์ “เธอยังไม่ได้ซักผ้าฉัน” จริงด้วย… รอนหันมองหญิงสาวข้างกายที่สูงเพียงร้อยหกสิบนิด ๆ เมื่อดาราหนุ่มพูดถึงภาระหน้าที่ที่เอวายังจัดการไม่เรียบร้อย ชายใส่แว่นเลยพยักเพยิดหน้าอีกหนแทนการบอกให้เอวาเข้าไปจัดการงานของตัวเอง ส่วนผู้จัดการอย่างเขาคงต้องกลับก่อนเพราะหมดหน้าที่ของตนแล้ว กริ๊ก ประตูบานใหญ่ถูกมือหนาดันปิด ธีโอหมุนตัวเดินเข้าไปในห้อง
ครืดดด~ “…ต้องขออภัยด้วยค่ะ” “อะ อ๋อ ไม่เป็นไรค่ะ เชิญเลย” เอวาสะลึมสะลือตื่นจากเสียงเลื่อนเปิดประตูที่พยาบาลส่วนตัวเพิ่งเดินเข้ามาพร้อมอุปกรณ์ทางการแพทย์ในมือ ใบหน้าสวยยังเหม่อลอยไม่ได้สติเธอตั้งใจจะพักสายตาแค่ไม่กี่นาทีแต่ดันเผลอหลับไปจนได้ “…ต้องเข้ามาวัดค่าต่าง ๆ ทุกชั่วโมงเลยเหรอคะ?” เธอเอ่ยปากถามแล้วลุกขึ้นยืนเปิดทางให้พยาบาลสาวได้ทำหน้าที่ของตนเองได้สะดวก หญิงสาวยังเข้าใจว่าตนเผลอหลับไปไม่นานเท่าไหร่นัก “สามเวลาค่ะ เช้า เย็น ก่อนเข้านอน” “…” คนตัวเล็กยืนนิ่งมองท้องฟ้าสีดำสนิทตรงหน้าจากหน้าต่างห้องพิเศษชั้นสี่สิบสอง แพขนตางอนกะพริบถี่ระรัวก่อนที่ริมฝีปากบางจะขยับช้า ๆ เอ่ยคำถามออกมา “ตะ ตอนนี้กี่โมงแล้วนะคะ” เอวาไม่พูดเปล่าเธอถามเสร็จก็ตรงไปหยิบมือถือจากกระเป๋าผ้าที่เธอเป็นคนวางมันกองทิ้งไว้ตั้งแต่มาถึง สี่ทุ่ม… “สี่ทุ่มค่ะ” เสียงพยาบาลสาวตอบในขณะที่เอวากำลังมองเวลาบนหน้าจอเช่นกัน นัยน์ตาสวยเบิกโพลงขึ้นเล็ก ๆ ก่อนที่เธ
“…อือ” เอวาคู้ตัวอยู่บนที่นอนปากเล็กขยับเม้มสัมผัสได้ถึงความแห้งกรังของริมฝีปากที่ขาดการบำรุง แทรกมาด้วยความรู้สึกบวมช้ำแปลก ๆ จนหญิงสาวจำต้องปรือตาตื่น ร่างบอบบางโอนเอนเมื่อเจ้าของของมันยังสติไม่เข้าดีนัก เธอยกมือขึ้นคลึงขมับก่อนจะปรับโฟกัสสายตาแล้วมองบรรยากาศรอบตัว ห้องนอนธีโอหนิ… พรึบ! “สายแล้วฉัน…อะ โอ๊ย” ทันทีที่สาวสวยลุกพรวดพราดออกจากที่นอนเธอก็ทรุดตัวลงไปกองกับพื้นในพริบตา เอวานั่งแหมะก้นจ้ำเบ้าอยู่ที่พื้นเธอส่งมือไปกุมเนินสาวพลางแสดงสีหน้าเหยเกอย่างคนปวดระบม คนตัวเล็กกัดฟันยันมือกับเตียงนอนขนาดใหญ่เพื่อส่งตัวเองลุกขึ้นยืน ร่างกายของเธอไร้ซึ่งอาภรณ์ใด ๆ ปกคลุมหลังจากที่เขาปล่อยให้เธอนอนสลบเหมือดเปลือยกายตากลมจากเครื่องปรับอากาศตลอดทั้งคืน ใจดำ… แม่บ้านสาวควบตำแหน่งลูกหนี้และนางบำเรอคิดบ่นในใจถึงความใจดำของดาราหนุ่ม เธอย่องเดินช้า ๆ พาตัวเองไปเข้าห้องน้ำด้วยความยากลำบาก หญิงสาวต้องตกใจอีกครั้งกับสภาพร่างกายตัวเองที่เธอเห็นผ่านกระจกบานใหญ่ มันเต็มไปด้วยร่องรอยป่าเถ





