Masuk"ลองชิมอันนี้ดูนะคะคุณเฉิง" แพรพรรณทำหน้าที่ตักอาหารให้อีกคนอย่างรู้งาน คุณหญิงวาสนาแอบลอบยิ้มกับสามีเพราะคิดว่าชายหนุ่มตรงหน้าต้องถูกใจลูกสาวของตนเป็นแน่
"ขอบคุณครับ" ชายหนุ่มตอบรับอย่างมีมารยาท แต่ในใจแอบรำคาญอยู่ไม่น้อย เขาคิดผิดหรือคิดถูกที่มากินข้าวที่บ้านหลังนี้ "แล้วคุณเฉิงพักที่ไหนครับ" "โรงแรมแถวบริษัทน่ะครับ ผมก็เหมือนนักท่องเที่ยวคนอื่นๆ แหละครับ" "ถ้าไม่รังเกียจคืนนี้จะพักที่นี่ก็ได้นะครับ ผมเห็นว่าดึกมากแล้วอีกอย่างห้องนอนก็สะดวกสบายกว่าห้องพักที่โรงแรมน่ะครับ" เป็นอรรถพลที่เอ่ยขึ้นมาเพื่อเอาใจอีกฝ่าย "ก็ดีนะครับผมเองก็อยากพักผ่อนให้เต็มที งั้นฝากด้วยนะครับ" ชายหนุ่มไม่ได้ปฏิเสธข้อเสนอเพราะโรงแรมที่เขาอยู่ไม่ใช่โรงแรมห้าดาว แต่เป็นโรงแรมธรรมดาเนื่องจากเลขาของเขาจองให้ผิดที่เพราะชื่อโรงแรมคล้ายกัน แต่เฉิงฟาหยางเห็นว่ามันไม่ใช่เรื่องใหญ่จึงปล่อยเลยตามเลย "เดี๋ยวดิฉันจะให้เด็กไปจัดห้องให้นะคะ" คุณหญิงวาสนาเอ่ยขึ้นพร้อมกับกวักมือเรียกอรุณรักเข้ามาหา ร่างบางรีบเดินก้มหน้ามาหาคุณผู้หญิงของบ้านทันที "แกไปเตรียมห้องที่ใหญ่ที่สุดแล้วก็ทำความสะอาดให้ดีด้วยล่ะ" คุณหญิงวาสนากระซิบเบาๆ ให้ได้ยินแค่ตนกับอรุณรัก ร่างบางได้ยินคำสั่งก็รีบเดินออกไปจัดการทันทีโดยไม่ปริปากบ่นแม้แต่คำเดียว "นี่แกว่าแขกที่มากับคุณท่านจะชอบคุณหนูแพรไหม" เหล่าแม่บ้านที่ได้รับหน้าที่ให้มาทำความสะอาดห้องนอนสำหรับแขกเริ่มเปิดประเด็นคุยเรื่องเจ้านาย "ฉันว่านะป้า คุณหญิงต้องพยายามจับคุณหนูใส่พานถวายแน่ๆ" "เอาอีกแล้วนะป้าน้อย พี่ดวง นินทาเจ้านายอีกแล้ว" อรุณรักพูดเตือนสองขาเม้าประจำบ้าน เพราะกลัวคนอื่นจะเอาไปบอกคุณผู้หญิง "นินทาอะไรกันล่ะ ป้ากับนังดวงก็แค่พูดไปตามความจริง" แม่บ้านทุกคนรู้นิสัยสองแม่ลูกบ้านนี้ดีจึงเป็นเรื่องธรรมดาที่ไม่พูดถึงไม่ได้ "ช่างเขาเถอะป้า เราทำหน้าที่ของเราก็พอ" "แกก็นะอ้ายทำงานเงินก็ไม่ได้ แต่ยังทนทำอยู่ได้ เป็นฉันนะไปที่อื่นดีกว่า" แม่บ้านที่อายุมากกว่าเธอเอ่ยอย่างทีเล่นทีจริง "ก็คุณท่านกับคุณผู้หญิงเขามีบุญคุณกับอ้าย" "โอ๊ย! ไม่อยากจะว่าหรอกนะ แต่แกเหมือนคนใช้มากกว่าเด็กที่เขารับอุปการะอีกนะอ้าย" ป้าแม่บ้านที่อยู่บ้านหลังนี้มานาน เธอเห็นอรุณรักโดนแกล้งมาตั้งแต่เด็กจึงรู้ดีว่าคนที่บ้านนี้ไม่มีใครรักหรือเอ็นดูอรุณรักแบบคนในครอบครัวเลยแม้แต่คนเดียว "ก็อ้ายไม่มีที่จะให้ไปแล้วนี่คะ อย่างน้อยๆ อยู่ที่นี่ก็กินฟรี อยู่ฟรีจริงไหมล่ะคะ" อรุณรักไม่ได้ร้อนใจเพราะเธอคิดแค่ว่ามีที่ให้นอนมีข้าวให้กินเท่านี้ก็เกินพอแล้ว "ฉันล่ะสงสารแกจริงๆ นังอ้าย" สองแม่บ้านส่ายหัวให้กับความน่าสงสารของอรุณรัก แต่ก็ช่วยอะไรไม่ได้มากเพราะยังต้องอาศัยเงินเดือนจากผู้เป็นนายของบ้านหลังนี้อยู่ "ลูกแพรพูดภาษาจีนเก่งมากนะคะคุณเฉิง ถ้าบริษัทที่จีนต้องการพนักงานบอกลูกแพรได้เลยนะคะ" แพรพรรณเอ่ยเป็นภาษาจีนเพื่อโชว์ให้เขาเห็นถึงความสามารถของตัวเอง คุณหญิงวาสนาได้แต่ยกนิ้วโป้งให้ลูกสาว ส่วนอรรถพลนั่งมองอย่างเงียบๆ ไม่ต่างกับท่านอดิศร "บริษัทของผมทำงานหนักนะครับ ผมกลัวว่าคุณลูกแพรคงทำไม่ไหว" "ลูกแพรชอบทำงานค่ะ" แพรพรรณโกหกได้อย่างแนบเนียน เธอชอบทำงานที่ไหนกันล่ะแค่คุณพ่อให้เข้าบริษัทสัปดาห์ละสามวันเธอยังทำไม่ได้เลย "งั้นผมจะเก็บไว้พิจารณานะครับ" "ขอบคุณค่ะ" แพรพรรณยิ้มหวานโปรยเสน่ห์ให้เขาเต็มที่ "คุณผู้หญิงคะ" "อะไร?" เสียงตอบห้วนๆ อย่างลืมตัว ทำเอาอรุณรักสะดุ้ง ชายหนุ่มลูกครึ่งถึงกับหันขวับมอง "ว่าไงจ๊ะอ้าย" คุณหญิงวาสนาเปลี่ยนโทนเสียงพร้อมกับยิ้มหวานให้เด็กในอุปการะของตัวเอง "คือ...อ้ายจะมาบอกว่าห้องที่ให้เตรียมเรียบร้อยแล้วนะคะ" "ขอบใจนะจ๊ะ" คุณหญิงวาสนาเอ่ยด้วยน้ำเสียงแสนอ่อนโยนผิดกับที่เป็นอยู่ทุกวันลิบลับ "อ้ายเดี๋ยวไปที่ห้องฉันหน่อยนะ" อรรถพลเอ่ยขึ้นมาหลังจากเงียบอยู่นาน "คะ? ไปทำไมคะ" อรุณรักถามอย่างไม่เต็มเสียงนัก ในใจสั่นไหวราวกับหัวใจจะหยุดเต้นเมื่อถูกคนที่แอบรักชวนไปที่ห้องคืนนี้ ชายหนุ่มลูกครึ่งลอบมองคนตัวเล็กที่เขินหน้าแดงก็พอจะดูออกว่าเธอคิดอย่างไรกับอรรถพล "ฉันจะให้ไปเอาเสื้อผ้าของฉันมาให้คุณเฉิงใส่ก่อน คุณเฉิงไม่รังเกียจใช่ไหมครับ" อรรถพลเอ่ยกับเธอก่อนจะหันไปถามอีกคน "ไม่ครับ ขอบคุณนะครับ" ชายหนุ่มตอบอย่างมีมารยาทจนทำให้อรรถพลคิดว่าเฉิงฟาหยางคงไม่ได้โกรธเรื่องเมื่อตอนเช้าที่เขาไปสร้างวีรกรรมเอาไว้ "ไปกันอ้าย" อรรถพลลุกขึ้นยืนพร้อมกับเรียกคนตัวเล็กให้เดินตามมา อรุณรักแอบยิ้มก่อนจะรีบเดินตามไปติดๆ เฉิงฟาหยางเห็นอรุณรักแอบยิ้มก็ยิ่งมั่นใจว่าเธอคงมีใจให้อรรถพลและเขาก็เริ่มคิดอะไรดีๆ ขึ้นมาได้"งั้นก็แสดงว่าเธอยังไม่หายโกรธฉันน่ะสิ" คนตัวโตทำหน้าซึมๆ"ก็ได้ค่ะคุณหยาง พอใจหรือยังคะ" อรุณรักยิ้มหวานให้เขาและเรียกชื่อของเขาตามที่เขาต้องการ"พอใจแล้ว พอใจมาก" คนตัวโตโน้มใบหน้าไปใกล้เธอก่อนจะจรดริมฝีปากหนาทาบทับกับริมฝีปากบางอย่างอ่อนโยน"อื้มมมม พอก่อนค่ะ" ร่างบางผลักเขาบอกเบาๆ เมื่อลิ้นหนาของเขาเริ่มสอดเข้าปากเล็กของเธอ เธอกลัวว่ามันจะไม่จบแค่จูบน่ะสิ"ก็ได้ๆ เราไปเที่ยวกันเถอะนะ" ว่าจบคนตัวโตก็กลับมามีสีหน้าสดใส ก่อนจะเริ่มขับรถต่ออย่างอารมณ์ดี อรุณรักลอบมองเขาอย่างยิ้มๆ เธอไม่คิดว่าเธอจะได้เห็นเขาในมุมนี้และแน่นอนว่ามุมนี้ของเขาก็ไม่ใช่ทุกคนที่จะได้เห็นง่ายๆคนตัวโตไม่ได้พาเธอไปห้างสรรพสินค้าแต่เขากลับพาเธอไปยังที่ที่ไม่น่าเชื่อว่าคนอย่างเฉิงฟาหยางจะมาที่แบบนี้"สวนสัตว์เหรอคะ?" อรุณรักตกใจจนอึ้งไปเมื่อเขาเลี้ยวรถเข้าสวนสัตว์ชื่อดังที่เธอเองก็หวังอยากจะมาดูหมีแพนด้าที่นี่ แต่ไม่คิดว่าเขาจะพาเธอมา คนอย่างเขาน่ะเหรอจะมีมุมน่ารักๆ แบบนี้ด้วย"ก็ใช่น่ะสิ""คุณอยากมาดูสัตว์เหรอคะ?" อรุณรักถามอย่างไม่แน่ใจ
อรุณรักตื่นมาอาบน้ำแต่งตัวแต่เช้าตามที่เขาบอก หนิงอันเข้ามาช่วยเธอเลือกชุดใส่ไปเที่ยวโดยที่ไม่รู้ว่าเขาจะพาเธอไปที่ไหน แต่ก็คงหนีไม่พ้นห้างสรรพสินค้าใจกลางเมืองแล้วก็ซื้อของให้เธอเพื่อให้ลืมคำพูดเจ็บแสบของเขาเมื่อวันก่อน"ยิ้มหน่อยสิคะ คุณอ้ายจะได้ไปเที่ยวนะคะ""อ้ายไม่อยากยิ้มอีกแล้วค่ะ" ร่างบางตอบกลับด้วยใบหน้าเศร้าๆ รอยยิ้มของเธอในตอนนี้ก็แค่แสร้งทำเท่านั้น เธอไม่อยากยิ้มแบบจริงใจให้ใครอีกแล้ว"โธ่! คุณอ้าย" หนิงอันรู้สึกสงสารคนตรงหน้าจับใจ ผู้หญิงอายุเท่านี้ยังมีอนาคตอีกไกลแต่กลับกลายเป็นคนสิ้นหวังเพียงเพราะคำพูดหลอกลวงของคนใจร้าย"ไม่ต้องสงสารอ้ายหรอกค่ะ อ้ายไม่เป็นอะไร" เธอไม่อยากให้ใครมาสงสาร อรุณรักไม่รู้ว่าอะไรที่ทำให้เธอกลายเป็นแบบนี้คำพูดหลอกลวงของอรรถพลหรือคำพูดแสนเจ็บปวดของเฉิงฟาหยาง วันนั้นวันเดียวเป็นวันที่เธอได้รับคำพูดกระทบกระเทือนจิตใจมากที่สุดในชีวิตจนทำให้รู้สึกว่าตัวเองไร้ค่า"ไปกันเถอะค่ะ คุณเฉิงคงรอแล้ว""ขอบคุณนะคะสำหรับทุกอย่าง" อรุณรักกล่าวขอบคุณก่อนจะเดินออกจากห้องไปอย่างคนไร้สติ เธอก็แค่ทำตามคำสั่งของเ
อรุณรักกลับมานั่งร้องไห้ที่ห้องคนเดียวอีกครั้ง เธอต้องเสียน้ำตาให้พวกคนรวยอีกมากแค่ไหน เธอไม่มีค่าพอที่จะถูกยกย่องบ้างเลยหรือไงหรือแค่เพราะเธอจน"คุณอ้ายร้องไห้อีกแล้วเหรอคะ" หนิงอันที่เข้ามาถามด้วยความเป็นห่วงเพราะเห็นอรุณรักวิ่งร้องไห้ออกจากห้องทำงานของคนที่เรียกเธอไปหา"ขออ้ายอยู่คนเดียวนะคะพี่หนิง ฮึก" อรุณรักหันไปบอกอีกคนทั้งน้ำตา ตอนนี้เธอไม่รู้จะเชื่อใจใครได้อีกหรือไม่ จริงอย่างที่เขาบอกคนที่เชื่อใจได้มากที่สุดก็คือตัวเธอเอง"ได้ค่ะ ถ้าต้องการอะไรเรียกดิฉันได้เลยนะคะ" หนิงอันยอมออกมาจากห้องอย่างว่าง่ายเพราะไม่อยากเซ้าซี้คนที่กำลังร้องไห้ อรุณรักมองหนิงอันเดินออกไปจากห้องก่อนจะก้มหน้าร้องไห้อีกครั้งเช้าอันสดใส แต่ไม่ใช่กับหญิงสาวที่ตื่นมาพร้อมกับดวงตาแดงก่ำเพราะผ่านการร้องไห้มาทั้งคืน"อาหารเช้าค่ะ" หนิงอันยกถาดอาหารเช้ามาให้เธอถึงในห้องนอนเพราะไม่อยากให้อรุณรักไปเจอใครตอนนี้"ขอบคุณนะคะ แต่อ้ายไม่หิวยกไปเก็บเถอะค่ะ""เมื่อวานคุณอ้ายยังไม่ได้ทานอะไรมาตั้งแต่ช่วงบ่ายเลยนะคะ" หญิงสาวเอ่ยด้วยความเป็นห่วง
เหลือเวลาอีกแค่สามเดือนเธอก็จะได้กลับบ้าน ได้เป็นอิสระ อรุณรักเริ่มเข้าใจภาษาจีนมากขึ้นถึงจะเป็นแค่คำง่ายๆ แต่ตอนนี้เธอก็สามารถสื่อสารได้นิดหน่อย อรรถพลไม่โทรหาเธออีกหรือต่อให้เธอโทรไป เขาก็ไม่ยอมรับสายจนเธอรู้สึกท้อ"เอกสารอะไร?" อรุณรักก้มมองกระดาษสีขาวที่มีตัวหนังสือภาษาอังกฤษอยู่ขึ้นมาอ่าน กระดาษแผ่นนี้เธอจำได้ว่าเขาถือมาด้วยเมื่อคืนและเขาคงจะลืมเอาไป"สำเนาการอนุมัติ" เมื่อเห็นหัวข้อบนกระดาษ ร่างบางไม่รอช้ารีบเปิดอ่านหน้าถัดไปทันที สายตาของเธอไล่อ่านทุกบรรทัดไม่เว้นแม้แต่คำเดียว เอกสารฉบับนี้มันคือเอกสารการเซ็นอนุมัติของอรรถพลโดยมีลายเซ็นของเฉิงฟาหยางชัดเจนไม่ผิดเพี้ยน"แสดงว่าคุณพล..." อรุณรักยิ้มแฉ่งอย่างมีความสุข การที่เขายอมเซ็นอนุมัติให้อรรถพลแล้วแบบนี้ก็แสดงว่าเธอจะได้กลับบ้านแล้วสินะ คนตัวเล็กรีบหยิบโทรศัพท์ขึ้นมากดโทรหาคนที่เธอมาที่นี่เพื่อเขา'ว่าไง?' เสียงปลายสายตอบรับอย่างไม่สบอารมณ์"ดีใจด้วยนะคะ คุณพลจะไปอเมริกาวันไหนคะ"'เดือนหน้า' เขาตอบรับสั้นๆ ด้วยน้ำเสียงห้วนๆ ไม่มีคำขอบคุณออกจากปากเขาสักคำ อรรถพลคิดว่าการท
ในตอนเช้าอรุณรักจะตื่นขึ้นมาเรียนคำศัพท์ภาษาจีนด้วยตัวเอง อันที่จริงเธอพยายามศึกษาทุกครั้งที่มีเวลาว่างเพราะเธออยากคุยกับทุกคน อยากรู้ว่าที่ทุกคนคุยกันคือเรื่องอะไร แต่การเรียนด้วยตัวเองสำหรับเธอมันช่างยากจนเธอรู้สึกท้อแท้"ตื่นเช้าจังเลยนะคะคุณอ้าย" หนิงอันเข้ามาทักทายคนที่กำลังนั่งทวนคำศัพท์อยู่ที่ศาลาหลังบ้าน"ค่ะพี่หนิง อ้ายกำลังจำศัพท์อยู่ค่ะ""ดีแล้วค่ะ คุณอ้ายจะได้พูดจีนได้" หนิงอันเป็นคนเดียวที่คอยสนับสนุนเธอเต็มที่ บางครั้งเธอก็ได้หนิงอันคอยสอนให้และคอยพูดคุยกับเธอเป็นภาษาจีนเพื่อให้เธอเรียนรู้ง่ายขึ้น"วันนี้คุณเฉิงอยู่บ้านหรือเปล่าคะ""อยู่ค่ะ คุณอ้ายอยากไปที่ไหนเหรอคะ""ไม่ค่ะ อ้ายแค่อยากรู้เฉยๆ น่ะค่ะ" เพราะวันนี้เป็นวันหยุดของเขาและทุกครั้งที่หยุดเขามักจะมาทานมื้อเช้ากับเธอที่สวน แต่วันนี้เขายังไม่เห็นมา"คุณอ้ายจะรับอาหารเช้าเลยไหมคะเดี๋ยวฉันไปยกมาให้เหมือนทุกที""ค่ะ แล้วคุณเฉิงล่ะคะทานหรือยัง" อรุณรักถามกลับด้วยความเป็นห่วงเพราะกลัวว่าเขายังไม่ได้ทานมื้อเช้า"คุณเฉิงกำลังทานอยู่กับคุณลิ
ร่างหนาเปลือยเปล่านั่งลงที่ปลายเตียงโดยมีคนตัวเล็กกำลังยืนถอดเสื้อผ้าทีละชิ้นอยู่ตรงหน้า หน้าอกกลมสวยได้รูปบวกกับผิวพรรณขาวละเอียดน่าสัมผัสทำให้คนตัวโตถึงกับลอบกลืนน้ำลายลงคอ"เข้ามาใกล้ๆ ฉันสิ" อรุณรักที่อยู่ในสภาพเปลือยเปล่าเดินเข้าไปใกล้เขา ความสูงตอนที่เขานั่งแทบจะเท่ากับตอนที่เธอยืนเลย ตอนนี้หน้าอกของเธออยู่ในระดับพอดีกับปากของเขาและแน่นอนว่าเขาไม่รอช้าที่จะใช้ลิ้นเลียเนินฐานอกกลมเบาๆ ก่อนจะใช้ปากงับจุกเม็ดสวยของเธอ"อื้ม!" มือน้อยยกขึ้นจิกไหล่ของเขาเอาไว้เพื่อระบายความเสียวซ่าน"เป็นอะไรไปล่ะ" คนตัวโตแกล้งถามทั้งที่รู้อยู่แก่ใจว่าเธอเป็นอะไร ร่างบางเขินหน้าแดงตอบไม่ถูกจึงได้ก้มหน้า"ฉันถามว่าเป็นอะไร ทำไมไม่ตอบ" คนตัวโตยังคงแกล้งถามซ้ำแต่ครั้งนี้เขาใช้นิ้วชี้ถูไถที่ปากทางเข้ารูเล็กเบาๆ ร่างบางก็ยิ่งเสียวจนยืนตัวเกร็งและจิกไหล่เขาแน่นกว่าเดิม"อ๊ะ..คุณเฉิง..อื้ม..อย่าใส่เข้าไปนะ..อ๊ะ" เสียงหวานเอ่ยไม่ทันขาดคำนิ้วชี้ใหญ่ก็สอดเข้าไปในรูเล็กที่มีน้ำหวานไหลออกมาคอยต้อนรับ ก่อนจะเริ่มขยับนิ้วเข้าออกช้าๆ เป็นจังหวะเนิบนาบ"ร้องเสี
ร่างบางนั่งพรวนดินจัดแต่งดอกเบญจมาศที่สวยสดก่อนหน้าให้สวยกว่าเดิมโดยมีหนิงอันคอยเป็นผู้ช่วยจำเป็นอยู่ใกล้ๆ เพราะคนอื่นๆ ไม่มีใครมาช่วยเธอเลยแม้แต่คนเดียว ถึงอรุณรักจะพยายามให้หนิงอันช่วยพูดให้แต่ทุกคนกลับเมินหนีกันหมดพร้อมกับบอกว่าไม่ใช่งานที่เธอต้องทำ"คุณเอาเรื่องวันนี้ไปบอกคุณเฉิงได้น
กางเกงขายาวถูกมือหนากระชากออกจนพ้นสายตา ชั้นในตัวน้อยก็ตามไปติดๆ ร่างกายเนียนขาวไร้ที่ติประจักษ์ต่อสายตาของคนตัวโตที่กำลังหื่นกระหาย"อย่ามองนะคะ" แขนเล็กยกขึ้นมาปิดหน้าตัวเองอย่างอายๆ เธอไม่เคยแก้ผ้าต่อหน้าใครมาก่อน เธอไม่อยากให้เขาเห็นหน้าเธอตอนนี้เลย มันน่าอายจนอยากจะมุดแผ่นดินหนี
อรุณรักเดินเข้ามาในบ้านหลังใหญ่ช้าๆ ทุกคนในบ้านหันมามองเธอเป็นตาเดียว ตอนนี้เธอกลายเป็นจุดสนใจไปเสียแล้ว"สวัสดีค่ะ ฉันชื่อหนิงอันหรือจะเรียกหนิงก็ได้ค่ะ คุณเฉิงให้ฉันพาคุณไปที่ห้องนอนค่ะ" แม่บ้านคนหนึ่งที่อายุไม่ห่างกับเธอมากนัก พูดกับเธอเป็นภาษาไทยอย่างสุภาพ"ไม่ต้องเรียกคุณหร
เฉิงฟาหยางเดินทางกลับประเทศจีนไปก่อนโดยเขาสั่งให้เลขาส่วนตัวจัดการเรื่องเอกสารต่างๆ ของอรุณรัก เพราะเธอไม่มีเอกสารอะไรแม้แต่อย่างเดียวจึงใช้เวลาหลายวันกว่าจะเดินทางได้ เฉิงฟาหยางจึงกลับไปก่อนหลังจากรู้ข่าวจากอรรถพลว่าอรุณรักยอมตกลง"อิจฉาจังเลยอ้ายจะได้ไปประเทศจีนด้วย อย่าลืมซื้อขนมมาฝาก







