LOGINความรักที่เธอมีให้เขาอย่างสุดหัวใจแต่เขากลับมองความรักของเธอเป็นเพียงผลประโยชน์ เธอรู้ว่าเขาไม่ได้รักเธอแต่เธอก็ยังยอมให้เขาใช้ประโยชน์จากเธอ
View More[บ้านศิวะโสภาพานิช]
เช้าตรู่ตั้งแต่ตะวันยังไม่โผล่พ้นขอบฟ้า ร่างบางของหญิงสาวที่มีนามว่า อรุณรัก ต้องตื่นขึ้นมาเพื่อทำความสะอาดบ้านไม่ต่างจากคนรับใช้คนอื่นๆ เพียงแต่ว่าเธอนั้นไม่ได้รับเงินเดือนเหมือนกับทุกคน "หนูอ้ายวันนี้วันเสาร์นะทำไมตื่นเร็วจัง" ป้าแม่บ้านที่เห็นเธอมาตั้งแต่เด็กเอ่ยถาม "อ้ายก็ตื่นแต่เช้าทุกวันนี่จ๊ะป้า" อรุณรักเป็นเด็กบ้านนอกที่พ่อแม่เสียตั้งแต่สามขวบ จากนั้นเธอก็ได้รับอุปการะจากสามีภรรยานักธุรกิจคู่หนึ่ง เธอดีใจมากที่จะได้มาอยู่ในบ้านหลังใหญ่ แต่ความจริงแล้วฐานะของเธอไม่ต่างจากคนใช้เลยสักนิด คนที่อุปการะเธอมาไม่อนุญาตให้เธอเรียกว่าพ่อและแม่ ไม่ให้ใช้นามสกุลเดียวกับพวกท่านและที่สำคัญเธอต้องทำตามที่พวกท่านสั่งทุกอย่าง "มาจ้ะ เดี๋ยวอ้ายช่วยนะจ๊ะ" ร่างเล็กก้มลงหยิบผ้าชุบน้ำขึ้นมาเช็ดทำความสะอาดอย่างเคยชิน เธอเคยมีความคิดที่อยากจะออกไปจากบ้านหลังนี้แต่เธอไม่มีที่ไหนให้ไปอีกแล้ว ญาติพี่น้องของเธอก็ไม่มีใครให้เธอไปอยู่ด้วยเพราะทุกคนบอกว่าเธอเป็นภาระ "แล้วเรียนต่อล่ะหนูอ้าย คุณหญิงท่านว่ายังไงบ้าง" "คุณหญิงท่านไม่อนุญาตจ้ะป้า แต่อ้ายว่าก็ดีแล้วนะจ๊ะเรียนไปก็เปลืองเปล่าๆ" อรุณรักเรียนจบแค่มัธยมปลาย เธอพยายามขอคุณหญิงเรียนต่อมาตลอดหลายปี แต่หากท่านไม่อนุญาตเธอก็ไม่ได้เรียน "ถ้าเรื่องเงินป้าให้ยืมก่อนได้นะ" ป้าแม่บ้านที่เห็นอรุณรักมาตั้งแต่เด็กๆ รู้ว่าหญิงสาวตั้งใจอ่านหนังสือแค่ไหนเพื่อจะสอบเข้ามหาวิทยาลัยจึงไม่อยากให้เธอพลาดโอกาสไป "ป้าให้อ้ายยืมแล้วอ้ายจะเอาที่ไหนมาใช้คืนล่ะจ๊ะ ป้าเก็บเอาไว้เถอะ" เธอปฏิเสธเพราะตัวเองไม่มีรายได้จากที่อื่น คุณหญิงไม่อนุญาตให้เธอไปทำงานข้างนอก อรุณรักก้มหน้าทำงานของตัวเองต่อไปจนกระทั่งถึงช่วงสาย มื้อเช้าสำหรับผู้เป็นนายถูกยกขึ้นมาวางเรียงรายบนโต๊ะอาหารโดยมีเหล่าแม่บ้านช่วยกันจัดเตรียม "นี่! ลูกแพรยังไม่ลงมาอีกเหรอเนี่ย" "ก็เล่นกลับมาตอนตีสาม คงจะตื่นลงมาหรอกครับคุณแม่" เสียงทุ้มของลูกชายพูดถึงน้องสาวให้ผู้เป็นแม่ฟัง "อ้าย แกไปตามลูกแพรลงมากินข้าวเช้าสิ" คุณหญิงวาสนา ภรรยาของท่านอดิศร ผู้เป็นเจ้าของบ้านและผู้ที่รับอรุณรักมาเลี้ยงสั่งให้เธอขึ้นไปตามคุณหนูแพรพรรณ ลูกสาวคนเล็กของตระกูลที่มีนิสัยเอาแต่ใจตัวเองและชอบกลั่นแกล้งอรุณรักมาตั้งแต่เด็กเพราะทั้งคู่อายุเท่ากัน "ค่ะ คุณหญิง" ร่างบางตอบรับก่อนจะเดินคอตกไปยังห้องนอนของคนที่เธอพยายามอยู่ห่างให้มากที่สุดในบ้านหลังนี้ เธอไม่อยากโดนกลั่นแกล้งอีกแล้วต่อให้เป็นฝ่ายถูกกระทำมากแค่ไหน แต่เธอก็ตอบโต้ได้เพียงยกมือไหว้ขอร้องให้อีกฝ่ายหยุดเท่านั้น "คุณหนูแพรวาคะ คุณหญิงให้อ้ายมาตามไปทานข้าวเช้าค่ะ" อรุณรักยืนเรียกคนในห้องเสียงดังอยู่หน้าประตู แต่ได้กลับมาเพียงความเงียบ "คุณหนูคะ อ้ายขอเข้าไปนะคะ" ร่างบางเอ่ยขออนุญาต ก่อนจะค่อยๆ เดินเข้าไปในห้องให้เสียงเบาที่สุดเพราะกลัวคนในห้องจะโมโหแล้วพาลมาลงที่เธออีก "คุณหนูคะ สายแล้วนะคะตื่นไปทานข้าวเช้าเถอะค่ะ" ร่างบางสะกิดเบาๆ ที่ไหล่ของคนที่นอนหลับไม่รู้เรื่องอยู่บนเตียงกว้าง "คุณหนูคะ คุณหนู" "อะไร!! เรียกอยู่ได้น่าโมโห!" เสียงตวาดอันน่ากลัวของคนที่โดนปลุกทำให้คนที่ทำหน้าที่ปลุกถึงกับสะดุ้งจนตัวโยน "คุณผู้หญิงให้อ้ายมาตามคุณหนูไปทานข้าวเช้าค่ะ" "อย่ามายุ่ง! ไสหัวไป! “ "แต่ว่า..." "บอกให้ไสหัวออกไป!" อรุณรักยังไม่ทันจะได้เอ่ยคำใดต่อก็โดนไล่ออกมาเหมือนหมูเหมือนหมาอีกตามเคย ร่างบางได้แต่เดินคอตกกลับมาที่โต๊ะอาหาร "แล้วลูกแพรล่ะ" "คุณหนูเธอไล่อ้ายลงมาค่ะ" อรุณรักตอบไปตามความจริง เธอโดนไล่ตะเพิดแถมยังถูกตะคอกใส่ใครจะไปกล้าอยู่ต่อให้โดนตบกัน "ไม่ได้เรื่อง เรื่องแค่นี้ยังทำไม่ได้ นี่ดีนะที่ฉันไม่เสียเงินส่งคนโง่ๆ อย่างแกเรียนต่อ" คุณหญิงวาสนาก่นด่าอรุณรัก ก่อนจะทำหน้าไม่พอใจใส่เธอจนอรุณรักรู้สึกผิด หญิงสาวก้มหน้าด้วยความสำนึกผิดก่อนจะหันไปสบตากับอรรถพลลูกชายคนโตของบ้านศิวะโสภาพานิชด้วยความบังเอิญ เขาเป็นคนที่เธอแอบรักมาตลอดโดยที่เธอไม่เคยบอกใคร"ลิลลี่!!" เสียงเข้มเอ่ยเสียงดังเมื่ออีกคนเริ่มพูดจาไม่เข้าหู"หยาง? คุณตะคอกใส่ฉันเหรอคะ""คุณไม่ควรว่าอ้ายแบบนั้นนะ""ทำไมคะ คุณจะหวงอะไรนักหนากับอีแค่อีตัวแลกเงินที่คุณซื้อมาเหมือนทุกที!" บทสนทนาของผู้เป็นนายที่กำลังทะเลาะกันกลางห้องอาหารทำให้เหล่าแม่บ้านหันมองหน้ากันพัลวันและเรื่องนี้จะกลายเป็นหัวข้อสนทนาในวันพรุ่งนี้"นิสัยนี้ของคุณมันแก้ไม่หายจริงๆ สินะลิลลี่""หยาง! คุณไม่เคยว่าฉันนะคะ" สองเสียงเริ่มปะทะกันไปมาอย่างไม่ยอมกัน อรุณรักเริ่มเวียนหัวเพราะไม่รู้จะฟังใครดีจึงได้แต่ยืนหน้าซีด"คุณก็ไม่สิทธิ์มาว่าคนของผมแบบนี้เหมือนกัน""หยาง!! คุณเปลี่ยนไปนะคะรู้ตัวไหม""ผมไม่ได้เปลี่ยนไป แต่คุณต่างหากที่ต้องปรับตัวเข้ากับคนอื่นบ้างลิลลี่""ฉันไม่ปรับตัวเข้ากับพวกคนชั้นต่ำแบบอีตัวของคุณหรอกนะคะ!""ลิลลี่!!" เฉิงฟาหยางเริ่มโมโหจนเลือดขึ้นหน้าที่เธอยังคงว่าอรุณรักเป็นอีตัว คำก็อีตัวสองคำก็นางบำเรอเขาไม่เคยชอบนิสัยชอบเหยียดคนอื่นของเธอเลยสักนิด"คุณหยางคะ" เสียงหวานของคนข้างๆ เอ่ยขึ้นอย่าง
อรุณรักเหลือเวลาอีกแค่สองเดือนเท่านั้นที่จะได้อยู่ที่นี่ หลังกลับมาจากไปเที่ยวหาดส่วนตัวของเขาครั้งนั้นเขาก็ไม่เคยพาเธอไปค้างแรมที่ไหนอีกเลยมีบางครั้งที่เขาชวนเธอไปเที่ยวแต่อรุณรักก็เป็นฝ่ายปฏิเสธเพราะไม่อยากให้เขามีปัญหากับเพื่อนสนิทอย่างจางลี่อิน"เอ๊ะ? ตั้งแต่กลับมาจากหาดก็ไม่มาอีกเลยนี่" คนตัวเล็กนั่งนับวันก่อนจะทำหน้าเครียด"เราอาจจะกังวลไปเองมั้ง" เมื่อนึกขึ้นได้ก็รีบลุกขึ้นไปหยิบแผงยาขนาดเล็กที่อยู่ในตู้ออกมา ก่อนจะเริ่มเหงื่อตกทั้งๆ ที่เปิดแอร์เย็นเฉียบ"ใจเย็นก่อนอ้าย ใจเย็น" อรุณรักพยายามปลอบตัวเองให้ใจเย็นลง แต่ดูเหมือนว่าในใจเธอจะร้อนรุ่มยิ่งกว่าใครมาจุดไฟในอกเธอ"ดิฉันเอายาแผงใหม่มาให้ค่ะ" หนิงอันเดินเข้ามาพร้อมแผงยาเม็ดเล็กอย่างทุกเดือน ทุกต้นเดือนหนิงอันจะเป็นคนนำยาคุมแผงใหม่มาให้เธอเสมอตามคำสั่งของผู้เป็นนาย"พี่หนิง?!" อรุณรักเห็นหนิงอันก็รีบซ่อนยาคุมแผงเดิมที่เหลืออยู่สิบกว่าเม็ดไว้ด้านหลัง ถ้าเป็นปกติมันต้องหมดตามกำหนดแต่ครั้งนี้มันกลับเหลือเป็นจำนวนมากเพราะเจ้าตัวลืมกิน หลังจากกลับจากหาดก็เกือบครึ่งเดือนแล้วที่เธอไม่ได
ตกดึกสองร่างชายหญิงที่ทั้งตัวเปลือยเปล่าหลังจากผ่านศึกสวาทกันไปหมาดๆ นอนกอดกันกลมราวกับกลัวจะแยกจากกัน"เราจะกลับกันวันไหนคะ?" อรุณรักเอ่ยถามคนที่นอนกอดเธออยู่ไม่ห่างกาย"ทำไม อยากกลับแล้วเหรอ""คุณต้องทำงานนี่คะ ไม่ไปทำงานจะไม่เป็นไรเหรอคะ" เสียงหวานเอ่ยถามด้วยความเป็นห่วงกลัวเพราะกลัวว่างานเขาจะไม่รับผลกระทบ"ฉันเป็นเจ้าของบริษัทนะใครกล้ามีปัญหากับฉันล่ะ หรือเธอมีปัญหากับฉัน?" เสียงทุ้มแกล้งเอ่ยถามก่อนจะก้มลงไปฟัดแก้มนุ่มๆ ของเธอแรงๆ"อ้ายจะไปมีปัญหากับคุณได้ยังไงคะ""ถ้ากล้ามีปัญหากับฉันเธอจะไม่ได้นอนแน่ๆ""คิดทะลึ่งอีกแล้วนะคะ" ร่างบางทำหน้ามุ่ยใส่เขาเมื่อเขาโยงเข้าเรื่องทะลึ่งอีกแล้ว"ฉันคิดกับเธอแค่คนเดียวนะ""ไม่พูดด้วยแล้วค่ะ" คนตัวเล็กหันหลังให้เขาก่อนจะแกล้งหลับตา"ฉันรู้ว่าเธอยังไม่หลับ ลืมตามาคุยกับฉันก่อนสิ""จะคุยอะไรอีกคะมันดึกแล้วค่ะ""เธอเข้าใจภาษาจีนด้วยเหรอ" เสียงทุ้มเอ่ยถามเมื่อนึกถึงตอนที่เธอคุยกับหนูน้อยคนนั้น"อ้ายเข้าใจแค่นิดหน่อยค่ะ ได้ยินแม่บ
อีกด้านหนึ่งของประเทศจีน หญิงสาวตระกูลจางกำลังนั่งกำหมัดแน่นด้วยความแค้นหลังจากที่ได้รู้ข่าวจากเหล่าแม่บ้านของเฉิงฟาหยาง"คุณทำเกินไปแล้วนะคะหยาง" จางลี่อินเอ่ยขึ้นลอยๆ เธอเพิ่งรู้ว่าเขากับนางบำเรอคนโปรดของเขาไม่กลับบ้านตั้งแต่เมื่อวานและไม่ได้บอกใครว่าไปที่ไหน เขาไม่เคยพานางบำเรอที่ซื้อด้วยเงินคนไหนไปเที่ยวค้างคืนแต่อรุณรักเขากลับทำตรงกันข้ามกับคนที่ผ่านมา"หนิงอัน!!!" เสียงหวานตะโกนเรียกแม่บ้านที่คอยดูแลอรุณรักเสียงดัง"คะ คุณลิลลี่?" หนิงอันรีบวิ่งพรวดพราดออกมาจากห้องครัวด้วยความตกใจ จางลี่อินไม่เคยเรียกหาเธอแม้แต่ครั้งเดียวเพราะเธอไม่ชอบประจบประแจงเหมือนคนอื่นๆ"รู้หรือเปล่าว่าหยางพานางบำเรอคนโปรดไปที่ไหน?!""ไม่ทราบค่ะ" หนิงอันตอบไปตามความจริงเพราะเธอไม่รู้จริงๆ"ไม่ได้เรื่อง! ถ้าฉันได้เป็นนายหญิงของบ้านหลังนี้ฉันจะไล่แกออกคนแรก!!!" คุณหนูจากตระกูลสูงส่งเริ่มแสดงธาตุแท้ของตัวเองออกมา หนิงอันมองหญิงสาวที่เปลี่ยนเป็นคนละคนกับเวลาอยู่ต่อหน้าสื่อหรือคนเยอะๆ"มองอะไร!! อยากโดนตบหรือไง" หนิงอันรีบก้มหน้าหลบตาเธอไม่กล้าไปต
ร่างบางนั่งพรวนดินจัดแต่งดอกเบญจมาศที่สวยสดก่อนหน้าให้สวยกว่าเดิมโดยมีหนิงอันคอยเป็นผู้ช่วยจำเป็นอยู่ใกล้ๆ เพราะคนอื่นๆ ไม่มีใครมาช่วยเธอเลยแม้แต่คนเดียว ถึงอรุณรักจะพยายามให้หนิงอันช่วยพูดให้แต่ทุกคนกลับเมินหนีกันหมดพร้อมกับบอกว่าไม่ใช่งานที่เธอต้องทำ"คุณเอาเรื่องวันนี้ไปบอกคุณเฉิงได้น
กางเกงขายาวถูกมือหนากระชากออกจนพ้นสายตา ชั้นในตัวน้อยก็ตามไปติดๆ ร่างกายเนียนขาวไร้ที่ติประจักษ์ต่อสายตาของคนตัวโตที่กำลังหื่นกระหาย"อย่ามองนะคะ" แขนเล็กยกขึ้นมาปิดหน้าตัวเองอย่างอายๆ เธอไม่เคยแก้ผ้าต่อหน้าใครมาก่อน เธอไม่อยากให้เขาเห็นหน้าเธอตอนนี้เลย มันน่าอายจนอยากจะมุดแผ่นดินหนี
อรุณรักเดินเข้ามาในบ้านหลังใหญ่ช้าๆ ทุกคนในบ้านหันมามองเธอเป็นตาเดียว ตอนนี้เธอกลายเป็นจุดสนใจไปเสียแล้ว"สวัสดีค่ะ ฉันชื่อหนิงอันหรือจะเรียกหนิงก็ได้ค่ะ คุณเฉิงให้ฉันพาคุณไปที่ห้องนอนค่ะ" แม่บ้านคนหนึ่งที่อายุไม่ห่างกับเธอมากนัก พูดกับเธอเป็นภาษาไทยอย่างสุภาพ"ไม่ต้องเรียกคุณหร
อรุณรักเดินตัวลีบๆ เข้ามาในห้องนอนของอรรถพลอย่างประหม่า เธอไม่เคยอยู่กับเขาสองต่อสองตอนกลางคืนเช่นนี้ เธอจะเข้ามาในห้องของเขาได้ตอนที่มาทำความสะอาดเท่านั้น "มานี่สิอ้ายยืนหลบมุมอยู่ทำไมล่ะ" อรรถพลกวักมือเรียกเธอให้เดินเข้ามาหา ร่างบางค่อยๆ เดินเข้าไปหาเขาช้าๆ ด้วยความระแวดระวัง "นั่งรอตรงนี้ก่อน