LOGINหลังการประชุมแสนยาวนานจบลง ผู้บริหารและเลขาพากันเดินออกจากห้องประชุม รวมทั้งเฉิงฟาหยางที่มาคนเดียวโดยไร้เลขาคนสนิท
"จะรังเกียจไหมครับถ้าผมจะชวนคุณเฉิงไปทานข้าวที่บ้านเย็นนี้" ท่านอดิศรเอ่ยชวนคนที่มีตำแหน่งสูงกว่าตนเองอย่างกล้าๆ กลัวๆ "ได้ครับ" ชายหนุ่มไม่ได้ปฏิเสธเพราะเขาเองก็อยากไปดูบ้านของคนที่ชอบทำตัวเบ่งอำนาจว่าจะยิ่งใหญ่สักแค่ไหน "ขอบคุณครับ เป็นเกียรติมากเลยครับคุณเฉิง" ท่านอดิศรรวมถึงอรรถพลก้มหัวให้ฟาหยางอย่างมีมารยาท ในขณะที่เขาเดินผ่าน "พ่อไม่เห็นบอกผมเลยว่าเจ้าของบริษัทยังหนุ่มคิดว่าเป็นพวกแก่ๆ ซะอีก" อรรถพลเอ่ยขึ้นเพราะตนไม่เคยรู้เลยว่าเจ้าของบริษัทที่พ่อของตนทำงานอยู่นั้นจะยังหนุ่มยังแน่น "แล้วแกเคยถามฉันไหมล่ะ ไปเตรียมตัวได้แล้วไปวันนี้ก็ทำตัวดีๆ กับคุณเฉิงด้วยล่ะ ชีวิตแกอยู่ในกำมือเขาแล้วนะ" ท่านอดิศรเอ่ยบอกกับลูกชายเชิงตักเตือน เมื่ออรรถพลได้ยินดังนั้นก็หน้าซีดเผือดเพราะต่อจากนี้เขาต้องทำตัวดีๆ กับฟาหยางเพื่อให้ได้รับการอนุมัติไปคุมงานสาขาที่อเมริกาให้ได้ เมื่อรู้ว่าจะมีแขกมาทานมื้อเย็นที่บ้าน เหล่าแม่บ้านจึงรีบจัดแจงทำอาหารอย่างสุดฝีมือยิ่งรู้ว่าแขกที่มานั้นมีความสำคัญกับเจ้าของบ้านมากแค่ไหนก็ยิ่งต้องทำอย่างเต็มที่ "นั่งรอสักครู่นะครับคุณเฉิง" ท่านอดิศรเชื้อเชิญให้แขกคนสำคัญนั่งรอที่โซฟาห้องนั่งเล่น ไม่นานภรรยาอย่างคุณหญิงวาสนาก็เดินออกมาด้วยใบหน้าเปื้อนยิ้ม "สวัสดีค่ะคุณเฉิง ดิฉันวาสนาค่ะเป็นภรรยาคุณอดิศร" "ครับ ไม่คิดว่าคุณอดิศรจะมีภรรยาที่สวยขนาดนี้นะครับ" ชายหนุ่มเอ่ยไปตามมารยาท แต่ความจริงคุณหญิงวาสนาก็ยังเป็นผู้หญิงที่ไม่ยอมแก่ไปตามวัย "ชมกันเกินไปแล้วค่ะคุณเฉิง สวยอะไรกันคะดิฉันแก่แล้วค่ะ" คุณหญิงวาสนาทำเป็นเขินอายแต่จริงๆ แล้วแอบดีใจที่ไม่เสียแรงไปเติมหน้ามาใหม่ "บ้านคุณอดิศรก็ใหญ่โตเหมือนกันนะครับอยู่กันแค่สามคนเองเหรอครับ" "ไม่ครับ มีลูกสาวผมอีกคนครับ นั่นไงมาพอดีเลย" ท่านอดิศรหันไปเห็นลูกสาวคนเล็กเดินเข้ามาในบ้านพอดีจึงรีบพยักหน้าให้เฉิงฟาหยางดูเผื่อว่าคนตัวโตจะถูกอกถูกใจลูกสาวของตนเอง "นี่! นังอ้ายก็บอกให้ถือดีๆ เดี๋ยวของฉันพังหมดแกมีปัญญาซื้อคืนหรือไง" เสียงโวยวายดังมาจากหน้าบ้านทำเอาเฉิงฟาหยางถึงกับส่ายหน้าเบาๆ เมื่อพี่น้องของบ้านนี้นิสัยไม่ต่างกันสักคน "อ้ายขอโทษค่ะคุณหนู" เสียงหวานของอีกคนดังขึ้นทำให้คนตัวโตต้องหันกลับไปดูอีกครั้ง ภาพหญิงสาวร่างเล็กสวมเสื้อผ้าแตกต่างกับคนที่ถูกเรียกว่าคุณหนูปรากฎชัดขึ้นในสายตา ใบหน้าสวยหวานชวนให้หลงใหลคล้ายกับว่าโลกหยุดหมุนไปชั่วขณะ ท่านอดิศรลอบยิ้มที่เห็นอีกคนกำลังเหม่อลอยทางลูกสาวของตัวเอง "ลูกแพรมานี่ลูก พ่อจะแนะนำให้รู้จักกับคุณเฉิง เจ้าของบริษัท" ท่านอดิศรเอ่ยเรียกลูกสาวพร้อมกับแนะนำให้เฉิงฟาหยางให้รู้จักทันที "สวัสดีค่ะคุณเฉิง ดิฉันแพรพรรณนะคะจะเรียกลูกแพรก็ได้ค่ะ" แพรพรรณรู้หน้าที่รีบเข้ามายกมือไหว้คนตรงหน้าอย่างมีมารยาท อีกคนยกมือรับไหว้แต่ตากลับมองคนข้างหลังที่ยืนผมฟูถือของพะรุงพะรังเต็มสองมือ "ไม่อยากจะเชื่อเลยนะคะว่าคุณเฉิงจะยังหนุ่มแถมยังหล่อมากๆ ด้วย" หญิงสาวเอ่ยขึ้นพร้อมกับสบตาของเขาตามความเคยชิน "ขอบคุณครับที่ชม" ชายหนุ่มตอบกลับแค่สั้นๆ ทำเอาแพรพรรณถึงกับหน้าชาไปต่อไม่เป็น "อ้าย" "คะ?" เสียงหวานรีบขานรับเมื่อคุณผู้หญิงของบ้านเอ่ยเรียก "เอาของไปเก็บที่ห้องลูกแพรสิ แล้วไปบอกแม่บ้านให้จัดโต๊ะได้เลย" คุณหญิงวาสนาเอ่ยด้วยน้ำเสียงอ่อนโยนผิดกับน้ำเสียงที่สั่งงานเธอทุกเช้าลิบลับ "ค่ะ คุณผู้หญิง" อรุณรักรีบหอบข้าวของที่ไม่ใช่ของตนเองไปเก็บไว้ที่ห้องของแพรพรรณ จากนั้นจึงรีบไปบอกแม่บ้านในครัวตามคำสั่งของคุณหญิงวาสนา "ใครเหรอครับ?" ชายหนุ่มเอ่ยขึ้นเมื่อหญิงสาวเดินหายไปจนลับตา "ใครคะ" "ก็ผู้หญิงคนเมื่อครู่นี้น่ะครับ ดูไม่เหมือนแม่บ้านเลยนะครับ" "อ้ายน่ะเหรอคะ ไม่ใช่แม่บ้านหรอกค่ะเป็นเด็กบ้านนอกที่คุณอดิศรรับมาดูแลน่ะค่ะ" คุณหญิงวาสนาพูดให้ครอบครัวตัวเองดูดี แต่ความจริงแล้วอรุณรักก็ไม่ต่างอะไรจากคนรับใช้นักหรอก "มีน้ำใจกันจังเลยนะครับ" "ก็เด็กน่าสงสารนี่คะ พ่อแม่ตายหมดจะทิ้งให้อยู่คนเดียวก็ดูใจดำเกินไปจริงไหมคะ" คุณหญิงวาสนาเอ่ยพร้อมทำหน้าน่าสงสาร แต่เขารู้ว่ามันคือการแสดง "คุณท่านคะอาหารพร้อมแล้วค่ะ" แม่บ้านวัยกลางคนเดินย่องๆ มาตามเหล่าเจ้านายที่ห้องรับแขกอย่างมีมารยาทก่อนจะคลานเข่าออกไปช้าๆ ท่านอดิศรนำทางแขกที่ตัวเองเชิญมาไปที่ห้องอาหาร อรรถพลวันนี้เงียบเป็นพิเศษเพราะไม่กล้าเอ่ยอะไรมากกลัวจะไปกระทบกับงานในอนาคตของตนเอง เมื่อเข้ามาถึงห้องอาหารและทุกคนนั่งลงประจำที่เรียบร้อยแล้วแม่บ้านก็รีบตักข้าวใส่จานอย่างพอดีจากนั้นก็กลับไปยืนรอที่ด้านหลังของผู้เป็นนายเหลือเวลาอีกแค่สามเดือนเธอก็จะได้กลับบ้าน ได้เป็นอิสระ อรุณรักเริ่มเข้าใจภาษาจีนมากขึ้นถึงจะเป็นแค่คำง่ายๆ แต่ตอนนี้เธอก็สามารถสื่อสารได้นิดหน่อย อรรถพลไม่โทรหาเธออีกหรือต่อให้เธอโทรไป เขาก็ไม่ยอมรับสายจนเธอรู้สึกท้อ"เอกสารอะไร?" อรุณรักก้มมองกระดาษสีขาวที่มีตัวหนังสือภาษาอังกฤษอยู่ขึ้นมาอ่าน กระดาษแผ่นนี้เธอจำได้ว่าเขาถือมาด้วยเมื่อคืนและเขาคงจะลืมเอาไป"สำเนาการอนุมัติ" เมื่อเห็นหัวข้อบนกระดาษ ร่างบางไม่รอช้ารีบเปิดอ่านหน้าถัดไปทันที สายตาของเธอไล่อ่านทุกบรรทัดไม่เว้นแม้แต่คำเดียว เอกสารฉบับนี้มันคือเอกสารการเซ็นอนุมัติของอรรถพลโดยมีลายเซ็นของเฉิงฟาหยางชัดเจนไม่ผิดเพี้ยน"แสดงว่าคุณพล..." อรุณรักยิ้มแฉ่งอย่างมีความสุข การที่เขายอมเซ็นอนุมัติให้อรรถพลแล้วแบบนี้ก็แสดงว่าเธอจะได้กลับบ้านแล้วสินะ คนตัวเล็กรีบหยิบโทรศัพท์ขึ้นมากดโทรหาคนที่เธอมาที่นี่เพื่อเขา'ว่าไง?' เสียงปลายสายตอบรับอย่างไม่สบอารมณ์"ดีใจด้วยนะคะ คุณพลจะไปอเมริกาวันไหนคะ"'เดือนหน้า' เขาตอบรับสั้นๆ ด้วยน้ำเสียงห้วนๆ ไม่มีคำขอบคุณออกจากปากเขาสักคำ อรรถพลคิดว่าการท
ในตอนเช้าอรุณรักจะตื่นขึ้นมาเรียนคำศัพท์ภาษาจีนด้วยตัวเอง อันที่จริงเธอพยายามศึกษาทุกครั้งที่มีเวลาว่างเพราะเธออยากคุยกับทุกคน อยากรู้ว่าที่ทุกคนคุยกันคือเรื่องอะไร แต่การเรียนด้วยตัวเองสำหรับเธอมันช่างยากจนเธอรู้สึกท้อแท้"ตื่นเช้าจังเลยนะคะคุณอ้าย" หนิงอันเข้ามาทักทายคนที่กำลังนั่งทวนคำศัพท์อยู่ที่ศาลาหลังบ้าน"ค่ะพี่หนิง อ้ายกำลังจำศัพท์อยู่ค่ะ""ดีแล้วค่ะ คุณอ้ายจะได้พูดจีนได้" หนิงอันเป็นคนเดียวที่คอยสนับสนุนเธอเต็มที่ บางครั้งเธอก็ได้หนิงอันคอยสอนให้และคอยพูดคุยกับเธอเป็นภาษาจีนเพื่อให้เธอเรียนรู้ง่ายขึ้น"วันนี้คุณเฉิงอยู่บ้านหรือเปล่าคะ""อยู่ค่ะ คุณอ้ายอยากไปที่ไหนเหรอคะ""ไม่ค่ะ อ้ายแค่อยากรู้เฉยๆ น่ะค่ะ" เพราะวันนี้เป็นวันหยุดของเขาและทุกครั้งที่หยุดเขามักจะมาทานมื้อเช้ากับเธอที่สวน แต่วันนี้เขายังไม่เห็นมา"คุณอ้ายจะรับอาหารเช้าเลยไหมคะเดี๋ยวฉันไปยกมาให้เหมือนทุกที""ค่ะ แล้วคุณเฉิงล่ะคะทานหรือยัง" อรุณรักถามกลับด้วยความเป็นห่วงเพราะกลัวว่าเขายังไม่ได้ทานมื้อเช้า"คุณเฉิงกำลังทานอยู่กับคุณลิ
ร่างหนาเปลือยเปล่านั่งลงที่ปลายเตียงโดยมีคนตัวเล็กกำลังยืนถอดเสื้อผ้าทีละชิ้นอยู่ตรงหน้า หน้าอกกลมสวยได้รูปบวกกับผิวพรรณขาวละเอียดน่าสัมผัสทำให้คนตัวโตถึงกับลอบกลืนน้ำลายลงคอ"เข้ามาใกล้ๆ ฉันสิ" อรุณรักที่อยู่ในสภาพเปลือยเปล่าเดินเข้าไปใกล้เขา ความสูงตอนที่เขานั่งแทบจะเท่ากับตอนที่เธอยืนเลย ตอนนี้หน้าอกของเธออยู่ในระดับพอดีกับปากของเขาและแน่นอนว่าเขาไม่รอช้าที่จะใช้ลิ้นเลียเนินฐานอกกลมเบาๆ ก่อนจะใช้ปากงับจุกเม็ดสวยของเธอ"อื้ม!" มือน้อยยกขึ้นจิกไหล่ของเขาเอาไว้เพื่อระบายความเสียวซ่าน"เป็นอะไรไปล่ะ" คนตัวโตแกล้งถามทั้งที่รู้อยู่แก่ใจว่าเธอเป็นอะไร ร่างบางเขินหน้าแดงตอบไม่ถูกจึงได้ก้มหน้า"ฉันถามว่าเป็นอะไร ทำไมไม่ตอบ" คนตัวโตยังคงแกล้งถามซ้ำแต่ครั้งนี้เขาใช้นิ้วชี้ถูไถที่ปากทางเข้ารูเล็กเบาๆ ร่างบางก็ยิ่งเสียวจนยืนตัวเกร็งและจิกไหล่เขาแน่นกว่าเดิม"อ๊ะ..คุณเฉิง..อื้ม..อย่าใส่เข้าไปนะ..อ๊ะ" เสียงหวานเอ่ยไม่ทันขาดคำนิ้วชี้ใหญ่ก็สอดเข้าไปในรูเล็กที่มีน้ำหวานไหลออกมาคอยต้อนรับ ก่อนจะเริ่มขยับนิ้วเข้าออกช้าๆ เป็นจังหวะเนิบนาบ"ร้องเสี
มื้ออาหารช่วงเย็นผ่านพ้นไปอย่างน่าอึดอัด หญิงสาวเพื่อนสนิทของเขาพูดกระทบกระแทกเธอแทบจะทุกประโยคทำเอาอรุณรักอิ่มข้าวไปโดยปริยาย"ลิลลี่กลับก่อนนะคะหยาง" จางลี่อินกอดแขนผู้เป็นเจ้าของบ้านที่อาสาเดินมาส่งถึงหน้าบ้าน โดยมีอรุณรักยืนมองอยู่ด้านหลัง"ครับ ขับรถดีๆ นะครับ""ค่ะ แล้วเจอกันนะคะ ฟอด!" หญิงสาวเขย่งเท้าขึ้นมาหอมแก้มของเขาอีกครั้ง อรุณรักมองอย่างมึนงงเพื่อนสนิทที่ไหนเขาทำกันแบบนี้ แต่มันไม่ใช่ที่เธอจะต้องอยากรู้เรื่องของเขา"ไปก่อนนะคะคุณอ้าย""สวัสดีค่ะ" อรุณรักก้มหัวให้อีกคนอย่างอัตโนมัติเธอไม่กล้าแข็งข้อกับผู้หญิงตรงหน้า จางลี่อินยิ้มมุมปากให้เธอก่อนจะเดินออกจากบ้านไป"ไปอาบน้ำ เดี๋ยวฉันไปหา" เสียงทุ้มเอ่ยคำสั่งกับเธอพร้อมกับหันไปพยักหน้าให้หนิงอันพาเธอขึ้นไปชั้นบน"ค่ะ" หนิงอันรับคำสั่งก่อนจะพาอรุณรักกลับห้อง"พี่หนิงไปพักเถอะค่ะ" อรุณรักหันไปบอกกับคนที่คอยดูแลเธอมาทั้งวัน"ค่ะ พรุ่งนี้อยากรับอะไรเป็นพิเศษในมื้อเช้าไหมคะ""ไม่ค่ะ อะไรก็ได้" หนิงอันก้มหัวให้เธอก่อนจะเดินกลับที่พักของตัวเ
เวลาดำเนินต่อไป อรุณรักยังคงใช้ชีวิตอยู่ในบ้านหลังใหญ่เพียงลำพังแม้จะมีบางครั้งที่หนิงอันมาอยู่เป็นเพื่อน แต่ได้ไม่นานก็ต้องไปทำงานของตนเอง เธอต้องกลับมาอยู่คนเดียวอีกครั้งส่วนเฉิงฟาหยาง เขาจะมาหาเธอแค่เวลาที่ต้องการ นอกจากเวลานั้นแล้วเธอแทบจะไม่เคยเจอหน้าเขาเลยถึงแม้จะได้ร่วมโต๊ะทานอาหารเช้าด้วยกันหลายครั้ง แต่ก็ไม่เคยได้ไปไหนกับเขาอีกเลย"หนึ่งเดือนแล้ว อีกห้าเดือนสู้ๆ นะอ้าย" คนตัวเล็กได้แต่นับเวลารอวันกลับบ้าน เธอตั้งหน้าตั้งตารอโทรศัพท์จากอรรถพลตลอดเวลา เผื่อเขาจะโทรมาหาบ้างเพราะเมื่อสัปดาห์ก่อนเขาเพิ่งยื่นคำขาดว่า ถ้าเธอขอร้องเฉิงฟาหยางไม่สำเร็จห้ามโทรไปหาเขาอีกเป็นอันขาด"ยาที่ทานใกล้หมดหรือยังคะ" หนิงอันถามด้วยความเป็นห่วง"ใกล้จะหมดแผงแล้วค่ะ" อรุณรักนึกขึ้นได้ว่าเธอต้องกินยาคุมที่เขาย้ำนักย้ำหนาว่าห้ามลืมและเธอก็ไม่ใช่คนขี้ลืม เธอเริ่มกินยาคุมตั้งแต่มาอยู่ที่นี่ได้สามวันเขาให้หนิงอันนำมาให้เธอและจะต้องกินเรื่อยๆ จนกว่าจะถึงเวลากลับไทย"พรุ่งนี้ฉันจะเอาแผงใหม่มาให้นะคะ""ขอบคุณค่ะพี่หนิง" อรุณรักส่งยิ้มให้ก่อนที่อีกคนจะ
"ฉันจะมาตอนไหนก็เรื่องของฉัน" เสียงทุ้มตอบด้วยใบหน้าเรียบนิ่ง"ค่ะ" ร่างบางไม่ต่อล้อต่อเถียงทำได้แค่เตรียมใจเท่านั้น เขาสั่งอะไรเธอก็ต้องทำตาม"แล้วจะนั่งเฉยทำไมล่ะ" เสียงทุ้มเอ่ยถามทำเอาคนตัวเล็กเริ่มหวั่น"ตะ...นี่ยังไม่ถึงกลางคืนเลยนะคะ" อรุณรักพยายามส่งสายตาอ้อนวอนเขา"ไม่ถึงกลางคืนแล้วฉันจะนอนไม่ได้หรือไง""นอน?" คนตัวเล็กทำหน้าสงสัยทันที สิ่งที่เธอคิดกับเขาคิดมันคนละความหมายกันเลย"ก็ใช่น่ะสิฉันจะนอนหรือว่าเธออยากจะทำอย่างอื่น""มะ..ไม่ๆ ค่ะ" รีบปฏิเสธทันทีอย่างลนลาน"งั้นก็หลบไป""แล้วทำไมคุณไม่ไปนอนที่ห้องคุณคะ" คนตัวเล็กยังคงสงสัยอยู่ไม่หาย"รู้จักคำว่าประหยัดค่าไฟไหม ถ้าฉันนอนห้องฉันก็ต้องเปิดแอร์อีก มันเปลือง" คนตัวโตหาข้ออ้างที่น่าตลก จนใครได้ยินคงขำ คนอย่างเฉิงฟาหยางน่ะหรือที่จะรู้จักคำว่าประหยัดเขาใช้เงินแก้ปัญหาเก่งจะตายไป"งั้นเดี๋ยวฉันปิดแอร์ห้องฉันก็ได้ค่ะ คุณจะได้นอนที่ห้องของคุณ" คนตัวเล็กทำท่าลุกขึ้นจะปิดเครื่องปรับอากาศตามที่พูด"ไม่ต้อง มานอนเร็วๆ"







