LOGINทันทีที่ฝ่ามือสัมผัสกัน พราวระวีก็สะดุ้งสุดตัว ตากลมโตมองหน้าคนรัก สะบัดมือออก แต่ถูกมือหยาบกร้านยึดเอาไว้ แล้วบีบลงบนมือเธออย่างแรง "ปล่อยนะ คุณกล้า" พูดพร้อมกับบิดมือออก สัมผัสแค่ปลายนิ้วก็ทำให้พราวระวีรู้ว่า คนที่อยู่ตรงหน้าคือกล้าตะวัน มือหนากระชากหญิงสาวมาชิดอกแกร่ง ใช้แขนอีกข้างกอดเอวเธอไว้ แล้วกระซิบลงที่ใบหูบอบบาง "นั่งนิ่งๆแค่ 5 นาที" "ไม่ ปล่อยฉันนะ" "อยากอายคนก็เชิญ" พูดจบก็ปล่อยแขนออกจากเอวบาง ตากลมโตมองไปยังแขกเหรื่อในงาน เข้าใจแล้วว่ากล้าตะวันหมายถึงอะไร "กันต์อยู่ไหน" เค้นเสียงรอดไรฟัน ยอมให้เขาจูงเข้ามานั่งข้างหน้าผู้ใหญ่ทั้งสองฝ่าย "คำถามนี้ผมต้องถามคุณมากกว่า" "หมายความว่าไงคะ" "ไปทำท่าไหนล่ะ เจ้าบ่าวถึงได้หนีหัวซุกหัวซุน" "คุณกล้า!" "นั่งเฉยๆ สวมแหวนเสร็จก็ทางใครทางมัน" กล้าตะวันบอกกับหญิงสาว เขาก็เบื่อเต็มทน ทำให้มันจบๆไปจะได้แยกย้าย หวังว่าคนของเขาจะหาตัวกัณภัทรเจอก่อนงานเลี้ยงคืนนี้นะ เพราะเขาไม่อยากแสดงละครอีกแล้ว ยิ่งเห็นเธอทำท่าทางรังเกียจจนออกนอกหน้า
View Moreบรรยากาศภายในงานชื่นมื่นเต็มไปด้วยความสุข แต่ถ้า มีใครสังเกตจะเห็นว่า พ่อแม่ฝั่งเจ้าบ่าวมักจะมองหน้ากันบ่อย ๆ เพราะทั้งสองต่างรู้ดีว่าผู้ชายที่ใส่ชุดเจ้าบ่าวที่นั่งอยู่ข้าง ๆ ไม่ใช่กัณภัทร
กัณภัทรหายตัวไปตั้งแต่เมื่อสองวันก่อน กว่ากล้าตะวันจะยอมเข้าพิธีแต่งงานแทนน้อง ก็ทำเอาท่านทั้งสองแทบหัวใจวายตาย ต้องแก้สถานการณ์ไปก่อน เพราะทุกอย่างถูกเตรียมเอาไว้หมดแล้ว กล้าตะวันกับกัณภัทรเหมือนกันจนแยกไม่ออก จะมีก็แต่สีผิวเท่านั้นที่ต่างกันกล้าตะวันทำงานกลางแจ้ง ในขณะที่กัณภัทรดำรงตำแหน่งผู้บริหาร และทำงานในห้องแอร์เท่านั้น
“ไปรับน้องสิกล้า” มารตรีกระซิบบอกลูกชายคนโตที่ยัง นั่งอยู่กับที่ ร่างสูงใหญ่ลุกขึ้นเดินตรงไปหาคนร่างบาง มองเธอด้วยสายตาว่างเปล่า วันนี้พราวระวีสวยมาก สวยจนเขาต้องแอบมองเธออยู่บ่อยครั้ง
มือหนายื่นไปข้างหน้า สวมแหวนเสร็จทุกอย่างก็จบ ที่เขายอมเล่นไปตามบทก็เพราะไม่อยากให้พ่อแม่เสียหน้า กัณภัทรไปมุดหัวอยู่ที่ไหน ทำไมไม่มางานแต่งงานตัวเอง มีเรื่องให้เขาต้องทำอีกแล้ว ไม่ว่ากัณภัทรอยู่ที่ไหน เขาต้องลากคอน้องกลับมาก่อนตะวันตกดินให้ได้
ทันทีที่ฝ่ามือสัมผัสกัน พราวระวีสะดุ้งสุดตัว ตากลมโตมองหน้าคนรัก สะบัดมือออก แต่ถูกมือหยาบกร้านยึดไว้ แล้วบีบลงบนมือเธออย่างแรง
“ปล่อยนะ คุณกล้า” พูดพร้อมกับบิดมือออก สัมผัสแค่ปลายนิ้วก็ทำให้พราวระวีรู้ว่า คนที่อยู่ตรงหน้าคือกล้าตะวัน มือหนากระชากหญิงสาวมาชิดอกแกร่ง ใช้แขนอีกข้างกอดเอวเธอไว้ แล้วกระซิบลงที่ใบหูบอบบาง
“นั่งนิ่ง ๆ แค่ห้านาที”
“ไม่ ปล่อยฉันนะ”
“อยากอายคนก็เชิญ” พูดจบก็ปล่อยแขนออกจากเอวบาง ตากลมโตมองไปยังแขกเหรื่อในงาน เข้าใจแล้วว่ากล้าตะวันหมายถึงอะไร
“กันต์อยู่ไหน” เค้นเสียงลอดไรฟัน ยอมให้เขาจูงเข้ามานั่งข้างหน้าผู้ใหญ่ทั้งสองฝ่าย
“คำถามนี้ผมต้องถามคุณมากกว่า”
“หมายความว่าไงคะ”
“ไปทำท่าไหนล่ะ เจ้าบ่าวถึงได้หนีหัวซุกหัวซุน”
“คุณกล้า!”
“นั่งเฉย ๆ สวมแหวนเสร็จก็ทางใครทางมัน”
กล้าตะวันบอกกับหญิงสาว เขาก็เบื่อเต็มทน ทำให้มัน จบ ๆ ไปจะได้แยกย้าย หวังว่าคนของเขาจะหาตัวกัณภัทรเจอก่อนงานเลี้ยงคืนนี้นะ เพราะเขาไม่อยากแสดงละครอีกแล้ว ยิ่งเห็นเธอทำท่าทางรังเกียจจนออกนอกหน้า กล้าตะวันก็อยากบอกให้รู้เช่นกัน ว่าเขาเองก็รู้สึกไม่ต่างจากเธอ
“เจ้าบ่าวสวมแหวนให้เจ้าสาวได้เลยครับ” สิ้นเสียงมือหนาคว้าลงที่มือบางหยิบแหวนขึ้นมาแล้วสวมลงไปที่นิ้วนางข้างซ้ายของพราวระวีอย่างเร็ว
ท่ามกลางสายตาที่งุนงงของแขกเหรื่อ พราวระวีนั่งนิ่ง ใบหน้าสวยเชิดขึ้น ไม่กราบหรือขอบคุณเขาอย่างที่ควรจะเป็น อนันต์กับมารตรีถอนหายใจออกมาพร้อมกัน เมื่อเห็นแหวน ถูกดันเข้าไปจนสุดนิ้ว
“เจ้าบ่าวเจ้าสาวกราบผู้ใหญ่ทั้งสองฝ่ายครับ”
สิ้นเสียงกล้าตะวันกับพราวระวีหันไปกราบผู้ใหญ่ทั้งสองฝ่าย ทุกคนในงานเริ่มสังเกตเห็นพฤติกรรมของบ่าวสาวที่ต่าง ก็หน้าบึ้งตึง และขยับออกจากกันมากขึ้นเรื่อย ๆ
“เจ้าบ่าวจูบเจ้าสาวหน่อยครับ”
“ไม่จำเป็นค่ะ!”
พราวระวีโพล่งออกมาอย่างลืมตัว กล้าตะวันมองเธอ ตาขวาง มือหนาคว้าลงที่ลำคอบอบบาง กระชากเข้ามาหา แล้วประกบปากลงมาบนปากบางอย่างแรง ทำโทษที่เธอพูด ไม่ดูกาลเทศะ จูบของกล้าตะวันดูดดื่มและดุดัน จนแขกในงานบางคนถึงกับยกมือทาบอก มันไม่ได้หวานชื่นแบบที่บ่าวสาวควรแสดงต่อกัน พราวระวีทุบลงที่อกกว้าง ผลักให้เขาถอนปากออก เมื่อเขาจูบจนเธอแทบขาดอากาศหายใจ
“คุณกล้า!”
พราวระวีตวาดแหว พร้อมกับผลักลงที่อกของเขาอย่างลืมตัว แขกในงานต่างมองหน้ากัน
“จดทะเบียนสมรสเลยครับ” พิธีกรรีบข้ามขั้นตอน เมื่อเห็นความผิดปกติของบ่าวสาว
“ไม่ต้องค่ะ”
“ไม่ต้องครับ”
สองเสียงประสานออกมาพร้อมกัน
“พราว คุณกันต์ มีอะไรหรือเปล่าลูก” พิมพ์ดาวถามเมื่อเห็นอาการของลูกสาว กับว่าที่ลูกเขยที่แสดงต่อกัน
“เปล่าครับแม่” กล้าตะวันตอบ อยากจะกัดลิ้นตัวเองตายที่เกือบพลาด อีกแค่นิดเดียวทุกอย่างก็จะจบลง
“ไม่มีอะไรค่ะ”
“งั้นเชิญครับ เจ้าหน้าที่อยู่ด้านโน้น” สิ้นเสียงกล้าตะวัน ก็ลุกขึ้นเดินนำออกไป โดยไม่หันมาสนใจคนที่อยู่ในชุดเจ้าสาวเลยสักนิด ชายหนุ่มจรดปลายปากกาลงในกระดาษ เมื่อมานั่งอยู่ตรงหน้าเจ้าหน้าที่
“กล้าตะวัน” เจ้าหน้าที่อ่านชื่อเจ้าบ่าวอีกครั้ง ในการ์ดและป้ายหน้างานระบุชื่อเจ้าบ่าวไว้อย่างชัดเจนว่าชื่อกัณภัทร แต่ทำไมในใบทะเบียนสมรสถึงเป็นกล้าตะวัน
“คุณกล้า คุณเซ็นชื่อคุณทำไม” พราวระวีเค้นเสียงลอดไรฟัน เมื่อรับทะเบียนสมรสมาถือเอาไว้
“ผมลืม ผมชื่อกล้าตะวันจะให้เขียนชื่อคนอื่นได้ไง รีบ ๆ เซ็นเถอะ ผมเสียเวลากับเรื่องนี้มามากแล้ว”
“ใครใช้ให้คุณมาเสียเวลาคะ ยกเลิกงานแต่งง่ายกว่าเยอะ ฉันก็ไม่อยากปั้นหน้าหลอกใครเหมือนกัน บอกตรง ๆ นะคะ คุณน่ะน่ารังเกียจที่สุด”
“พราวระวี” กล้าตะวันคำรามลั่น เมื่อได้ยินคำนี้จากเธอ
“เสร็จแล้วใช่ไหมคะ ฉันขอตัว”
พูดจบเจ้าสาวก็ลุกเดินออกไป กล้าตะวันมองทะเบียนสมรสที่ถูกวางทิ้งไว้ หยิบขึ้นมาดูแล้วถือมันออกไป เพราะ ไม่อยากให้คนในงานสงสัยไปมากกว่านี้ อย่าบอกนะว่าที่ กัณภัทรไม่มาแต่งงาน เพราะนิสัยของเจ้าสาว เขาเองก็ไม่ชอบเธอตั้งแต่แรกเห็น พราวระวีผู้หญิงบ้าอำนาจ ก้าวร้าว และเอาแต่ใจตัวเองที่สุด
พราวระวีสั่งให้เด็กรับใช้เก็บเสื้อผ้าและของใช้ลูก หลังจากเจอกับตวิษาเธอก็ตัดสินใจในตอนนั้นเลยว่า จะพาลูกไปอยู่ที่อื่น เธอกลัวตวิษาจะมาพรากแสนรักไปจากเธอ “ใจเย็น ๆ นะพราว ใครก็เอาลูกไปจากคุณไม่ได้ทั้งนั้น”กล้าตะวันปลอบพร้อมกับอธิบายเหตุผล “ตวิษาเป็นแม่ สักวันเธอต้องมาพรากแสนรักไปจากพราว พราวยอมไม่ได้หรอกค่ะ แสนรักคือลูกของพราว พราวรักแกมาก พราวคงอยู่ไม่ได้ถ้าไม่มีแก” เน้นย้ำให้สามีฟัง ถึงความรู้สึกและความรักที่มีต่อแสนรัก เธอรับแสนรักเป็นลูกเพราะเธอรักแสนรักจริง ๆ “ตวิษาจะไม่มีทางพรากแสนรักไปจากพราว พราวลืมแล้วเหรอว่าพราวเป็นแม่ที่ถูกต้องตามกฎหมายของแก”“จริงด้วย!” คำพูดของสามีทำให้พราวระวีฉุกคิด ปานชีวันยังไม่ได้แจ้งเกิด จนกระทั่งกล้าตะวันกับเธอรับเป็นลูกจึงมี ใบเกิด นั่นเท่ากับตวิษาจะไม่มีสิทธิ์ในตัวลูก เพราะในใบเกิดระบุชัดเจนว่าเธอเป็นแม่ “เห็นไหม ตวิษาจะไม่มีสิทธิ์มาเรียกร้องอะไรทั้งนั้น เพราะแสนรักคือลูกของเรา อีกอย่างผมคิดว่าเธอคงไม่กลับมาหรอก ถ้าเธอรักลูกจริง ๆ คงไม่ทิ้งแกไป”“พราวจะไม่ให้ใครมาทำอะไรลูกของพราวทั้งนั้น ไม่ว่า ตวิษาหรือกัณภัทร สองคนนั้นจะไม่ได้แตะลูกพรา
ถามพร้อมกับนั่งลงข้าง ๆ แสนรักพยักหน้าตอบ ทันทีที่สบตากัน หัวใจของตวิษาก็เต้นคร่อมจังหวะ บางอย่างในดวงตาคู่เล็ก ทำให้ตวิษาละสายตาออกจากใบหน้าของหนูน้อยไม่ได้ “เดี๋ยวน้าหยิบให้นะคะ” บอกกับเด็กน้อย และได้รอยยิ้มที่แสนน่ารักเป็นคำตอบ คนตัวเล็กหลีกทางให้เธอ ตวิษาเอื้อมมือไปหยิบลูกบอลแล้วส่งให้ แสนรักยกมือไหว้ ก่อนจะรับลูกบอลมาถือเอาไว้ “น่ารักจังเลย” ไตรฉัตรเอ่ยชมเมื่อเห็นการกระทำของ หนูน้อย เขาอยากมีลูกสักคน แต่ตวิษายังไม่ยอมแต่งงานกับเขาสักที “แม่อยู่ไหนคะ” ถามเพราะไม่เห็นใครตามหนูน้อยมา อยู่ ๆ ก็รู้สึกเป็นห่วงขึ้นมา บางทีหนูน้อยอาจจะหลงทาง“เอาไงดีคะคุณฉัตร ฝ้ายคิดว่าแกน่าจะหลงทาง” หันมาถามเจ้านายที่เพิ่งจะกลายมาเป็นคนรักได้ไม่นาน“พาไปประกาศหาแม่ดีไหมครับ” ไตรฉัตรออกความคิดเห็น “ดีค่ะ ฝ้ายก็คิดแบบนี้เหมือนกัน” เมื่อตกลงกันได้ ตวิษา ก็จับลงที่มือเล็ก พาหนูน้อยไปยังจุดประชาสัมพันธ์ เพื่อให้ประกาศหาผู้ปกครองให้“แสนรัก อยู่นี่เองลูก!” พราวระวีร้องออกมาด้วยความยินดี เมื่อหาแสนรักเจอหลังจากที่หันมาแล้วไม่เห็นลูก เธอก็รีบออกตาม หา ยังไม่ได้บอกให้กล้าตะวันรู้ หัวใจร่วงไปอยู่ที่ตาตุ
“หม่ำ หม่ำ” เสียงร้องของคนที่อยู่ในเปล ทำให้คน ตัวเล็กกลมป้อมที่นั่งเล่นอยู่ในห้องนั้นลุกขึ้น หนูน้อยปีนขึ้นเตียงนอนอย่างเร็ว แม้จะยากลำบากเพราะช่วงขาที่สั้นและร่างกายที่กลมป้อม แต่แสนรักก็พยายามจนสุดกำลัง เพราะรู้ว่าคนในเปลต้องการอะไร “น้อน น้อน” มือเล็กหยิบขวดนมที่วางอยู่บนโต๊ะมาถือเอาไว้ แล้วส่งจุกนมเข้าปากตัวเอง ดูดเสียงดังแจ๊บ ๆ คนในเปลมองตาแป๋ว เมื่อเห็นแสนรักดูดเอา ๆ“หม่ำ หม่ำ” คนดีมองขวดนมในมือแสนรัก ร้องขอเมื่อคนเป็นพี่ยังไม่ส่งมาให้ แสนรักดึงจุกนมออกจากปาก ก่อนจะส่งให้น้อง มือเล็กของคนดีเอื้อมมารับขวดนม แล้วส่งเข้าปากตัวเอง ก่อนจะล้มตัวลงนอนตามเดิม ตากลมโตคู่เล็กมองคนในเปล แล้วปรบมือให้ตัวเอง เพราะทุกครั้งที่แสนรักหยิบขวดนมให้น้อง พราวระวีจะปรบมือให้เป็นรางวัล และชมเชยว่าแสนรักเก่ง เด็กน้อยเลยจำการกระทำเหล่านี้มาจากคนเป็นแม่ เวลาที่ไม่มีคนชมแสนรักจะปรบมือตัวเอง พราวระวีที่ยืนมองอยู่ตรงหน้าประตูหัวเราะให้กับการกระทำของลูก แล้วเอ่ยชม เพราะแสนรักเก่งจริง ๆ ที่หยิบขวดนมส่งให้น้องได้ คนเป็นแม่ยิ่งเอ็นดูมากขึ้น เมื่อเห็นแสนรักดูดนมของน้อง ลูกคงจำมาจากพ่อ เพราะเวลาที่กล้าตะว
“หนูแสน มานี่ลูก” ถึงแม้จะเหนื่อยและเพลียแค่ไหน แต่พราวระวีก็ยังทำหน้าที่ของเธออย่างดีที่สุด หลังจากให้นม คนดีจนหลับคาอก คุณแม่ลูกสองก็เรียกลูกสาวคนโตมากอด เพราะกลัวแสนรักจะน้อยใจ“น้อนนน... แสนย้ากน้อน” นิ้วเล็กชี้ไปยังคนที่นอนคว่ำหน้าอยู่ในเปลที่อยู่ติดกับอีกฝากของเตียง“น้องคนดีก็รักพี่แสนค่ะ แสนรักของแม่” จมูกโด่งสวย พรมจูบลงบนศีรษะเล็กอย่างแสนรัก เด็กบริสุทธิ์ไม่รู้เรื่องกับ สิ่งที่ผู้ใหญ่ทำ แสนรักรักเธออย่างไม่มีข้อแม้ เพราะคิดว่าเธอ คือแม่ของเขา“แม่จ๋า” แขนเล็กกอดคอเธอเอาไว้ แล้วซุกตัวเข้าหาอกอุ่น“นอนนะคะ พ่อติดประชุมคงกลับดึก ฝันดีนะคะแสนรักของแม่” ตบลงที่ก้นเล็กเบา ๆ แสนรักเลิกนมแล้วแค่กอด และตบก้น ไม่นานลูกก็หลับสนิทคาอก ตั้งแต่ที่รับแสนรัก มาเลี้ยง พราวระวีก็ยกงานที่บริษัทให้กล้าตะวันเป็นคนดูแล และเป็นอย่างที่เขาพูดไว้จริง ๆ เมื่ออำนาจอยู่ในมือ บริษัทของปรมะก็ไม่ได้ทำการค้ากับบริษัทของเธออีกต่อไป เพราะสามีขี้หึงจัดการรวบบริษัทของเธอเข้าไปเป็นบริษัทในเครือ ของเขา กัณภัทรไปอยู่ต่างประเทศ กล้าตะวันจึงบริหารงานแต่เพียงผู้เดียวตาคู่คมมองไปยังคนที่นอนหล





