Beranda / LGBTQ+ / รอยรักหวนคืน / ตอนที่ ๒ นิมิต ๑...ทำไมหน้าเหมือนเรา?

Share

ตอนที่ ๒ นิมิต ๑...ทำไมหน้าเหมือนเรา?

Penulis: PinkPenguin
last update Terakhir Diperbarui: 2024-11-21 18:17:40

พุดไม่ได้รับรู้ถึงการปรากฏตัวของผู้มาใหม่เพราะกำลังตกอยู่ในห้วงฝันของตัวเอง ในฝัน...เขาได้มายืนอยู่ตรงหน้าบ้านหลังหนึ่ง ที่เหมือนกับบ้านเช่าของเขาไม่มีผิด แต่ต่างกันตรงที่บ้านหลังนี้มีคนมากมายเดินขวักไขว่อยู่ภายในบริเวณบ้าน บ้างก็ยืนสนทนากัน แต่ละคนล้วนแต่งกายในชุดที่ดูแปลกตา ผู้หญิงใส่เสื้อแขนกุดสีครีมกับผ้าซิ่นลายเรียบ ๆ บ้างก็สวมโจงกระเบน ผู้ชายใส่เสื้อคอจีนสีน้ำตาลอ่อนกับกางเกงแพรหรือโจงกระเบนสีเขียวหม่น เป็นแพทเทิร์นเดียวกันอย่างกับเป็นยูนิฟอร์มของพนักงานโรงแรมสไตล์ไทย ๆ ดูแล้วคลับคล้ายคลับคลาละครพีเรียดที่พุดเคยดูมาอย่างไรอย่างนั้น

“เฮ้...พี่ ๆ ครับ...”

ทุกคนเดินผ่านไปมาโดยไม่มีใครสนใจพุดที่ยืนหัวโด่อยู่ตรงนั้น ราวกับว่าไม่มีใครมองเห็นเขาเลยสักคน

“อะไรกันเนี่ย ทำไมไม่มีใครสนใจเราเลย เอ๊ะ! หรือนี่คือความฝัน?”

“แม่ผัน ๆ”

“เรียกฉันทำไมรึพ่อมิ่ง?”

“ฉันจะมาบอกว่าเย็นนี้ท่านชายพัฒน์อยากรับทานแกงคั่ว”

“แกงคั่วอะไร หมู ไก่ เนื้อ หรือหอย?”

“เอ่อ...ฉันลืมถามน่ะจ้ะ...”

“เอ้า! นั่นปะไร… รีบกลับไปทูลถามเสด็จท่านเลย ฉันจะได้รีบเตรียมของ ประเดี๋ยวทำไม่ทัน”

“เฮ้ย!!!”

ในขณะที่พุดยืนงง ๆ มองดูผู้คนสนทนากันอยู่นั้น จู่ ๆ ตัวเขาก็วาร์ปเข้ามาในห้องที่ลักษณะเหมือนห้องนอนของเขา แต่มีการตกแต่งห้องที่ต่างออกไป และในห้องนี้ไม่ได้มีเพียงแค่พุดเท่านั้น ยังมีชายหนุ่มอีก 2 คนที่กำลังนั่งโอบกอดกันบนเตียงนอน และสนทนากันอยู่โดยไม่มีใครสนใจมองมาที่พุดเลย

“เฮ้ยยย!!! ทำไมคนนั้นหน้าเหมือนเราเลยวะ?”

พุดเผลออุทานขึ้นเพราะได้เห็นใบหน้าชายหนุ่มทั้งสองชัดเจนเต็มสองตา มีหนึ่งคนหน้าตาเหมือนเขาไม่มีผิดเพี้ยน ต่างกันที่การแต่งกาย ชายคนนั้นใส่เสื้อคอจีนแขนสั้นสีขาว นุ่งกางเกงผ้าแพรมันวาวสีคราม ส่วนชายอีกคนรูปร่างสูงใหญ่กว่า ใส่เสื้อคอจีนแขนสั้นสีขาว นุ่งกางเกงผ้าแพรมันวาวสีกรมท่า หน้าตาผิวพรรณสะอาดสะอ้าน ดวงตาสวยคมสีนิลขับให้ใบหน้าดูหล่อเข้มสะดุดตา มองดูแล้วเหมือนผู้ดีมีฐานะไม่ใช่คนธรรมดาทั่วไป

พี่ชายพัฒน์จะคิดถึงพุดหรือไม่”

สิ้นคำพูดของชายหนุ่มร่างบาง พุดก็ต้องตกใจต่อกับชื่อของชายคนที่หน้าตาเหมือนเขา

“ชื่อพุดเหรอ? ชื่อเหมือนเราไปอีก!!!”

“เจ้าน่าจะรู้คำตอบ เหตุอันใดจึงมาถามพี่เช่นนี้”

“ก็ห่างกันแสนไกลเพียงนี้ พุดกลัวว่าพี่ชายพัฒน์จะไปชมชอบแหม่มผมทองจนลืมพุดเสียสิ้นกระมัง”

ชายหนุ่มผู้มีชื่อและใบหน้าเหมือนพุดกำลังพูดตัดพ้ออีกฝ่ายด้วยท่าทางไม่จริงจัง แต่สายตาก็ฉายแววกังวลออกมาจนอีกฝ่ายสังเกตได้

“เจ้าก็รู้ว่าเจ้าจะเป็นคนที่พี่คะนึงหาที่สุดในหัวใจ พี่ต่างหากที่กลัวว่าเจ้าจะไม่รอพี่”

ไม่มีวัน หัวใจนี้พุดมอบให้พี่ชายพัฒน์ไปหมดแล้ว พี่ชายพัฒน์อยู่ที่ไหน หัวใจของพุดก็จะอยู่ที่นั่น พี่ชายพัฒน์ต้องนำมันกลับมาให้พุด สัญญานะ”

“พี่สัญญา พ่อพุดก็ต้องสัญญากับพี่ว่าจะรอพี่เรียนจบกลับมา หัวใจนี้ยกให้พี่แล้ว ห้ามเอากลับคืนเด็ดขาด”

ชายหนุ่มที่ชื่อพุดเงยหน้าขึ้นไปจุมพิตที่แก้มคนพี่แทนคำตอบ

“แค่หอมแก้ม พี่ไม่ถือว่าเป็นการสัญญา” คนตัวโตเอ่ยด้วยแววตาเจ้าเล่ห์

“ละ...แล้วต้องทำอย่างไร? ...”

“ต้องประทับตรา...”

“...”

ชายหนุ่มคนที่ถูกเรียกว่าพี่ชายพัฒน์ค่อย ๆ พลิกตัวคนตรงหน้าให้หันหน้ามาทางตน พร้อมกับเอามือลูบหัวเบา ๆ จนอีกฝ่ายใบหน้าเริ่มขึ้นสีระเรื่อ คนตัวเล็กสบตากลับด้วยสายตาลึกซึ้ง คนพี่โน้มตัวลงมาจุมพิตหน้าผากแล้วค่อย ๆ ไล้ลงมาที่เปลือกตา ริมฝีปากหนาของเขาเลื่อนลงมาที่แก้มนุ่มจนไปหยุดอยู่ที่ริมฝีปากบางสีอมชมพู ใบหน้าของชายหนุ่มที่ชื่อพุดเริ่มเห่อร้อนขึ้นเพราะความเขินอาย แต่นอกจากเขา ก็มีพุดอีกคนที่ยืนตาค้างอยู่อีกฟากฝั่งของผนังห้อง พุดไม่อยากเชื่อสายตากับภาพตรงหน้า พวงแก้มของเขาขึ้นเป็นสีแดงระเรื่อไม่ต่างจากชายที่ชื่อเดียวกันคนนั้นเลย ตอนนี้ภายในใจของเขาเริ่มเต้นไม่เป็นจังหวะแล้ว

ฝันอะไรวะเนี่ยเรา...”

พุดมองภาพเบื้องหน้าด้วยใบหน้าที่เห่อร้อนและไม่เข้าใจตัวเองว่าทำไมถึงมีความรู้สึกวาบหวามแบบนี้ แต่รับรู้และสัมผัสได้ว่าทั้ง 2 คนตรงหน้ามีความรักที่ลึกซึ้งต่อกันมาก ในขณะที่พุดกำลังตีกับความคิดของตัวเองอยู่นั้น ชายหนุ่ม 2 คน ตรงหน้าก็ถอดเสื้อออกไปทั้งคู่ตั้งแต่ตอนไหนไม่รู้ คนร่างหนาผลักคนตัวเล็กให้นอนราบลงไปบนเตียงพร้อมเอาตัวเองทาบทับตามไป

บ้าน่ะ!!! อย่าบอกนะว่าพวกคุณ 2 คนกำลังจะ...”

“ประทับตราแบบนี้สิ ถึงจะเป็นคำสัญญา”

“พี่ชายพัฒน์...”

คนใต้ร่างเปล่งเสียงแผ่วเบาด้วยความเขินอาย

“เจ้าหายกังวลแล้วหรือยัง? หืม...”

คนด้านบนเอ่ยถามด้วยความอ่อนโยน พร้อมกับเอามือลูบหัวอีกฝ่ายเบา ๆ

“ยะ...ยัง”

ที่จริงเขาหายกังวลแล้ว เพียงแต่อยากออดอ้อนอีกฝ่ายเท่านั้น อีกฝ่ายก็รู้ทันกัน เผยรอยยิ้มพร้อมแววตาชวนวาบหวามจ้องมองเขาราวกับหมาป่าที่อยากจะลิ้มลองเนื้อแกะ

“งั้น...พี่ต้องประทับตราไปทั้งร่างกายเจ้าเสียแล้วกระมัง”

หลังพูดจบเขาก็โน้มตัวลงไปประกบริมฝีปากกับคนด้านล่างด้วยความหนักหน่วง เรียวลิ้นทั้งสองสอดประสานเกี่ยวพันดูดกลืนความหวานของกันและกัน ผลัดกันขบเม้มดูดดึงริมฝีปากจนเกิดเสียงน่าอาย คนตัวเล็กเอื้อมแขนโอบรัดลูบไล้แผ่นหลังใหญ่ด้วยความหลงใหล

“อ๊ะ...”

คนน้องเผลอครางออกมาด้วยความเสียวซ่าน เพราะถูกคนพี่สัมผัสที่ปลายยอดหน้าอก ปลายนิ้วใหญ่ค่อย ๆ วนคลึงเคล้ายอดสีอ่อน พร้อมขยำเบา ๆ ด้วยความมันเขี้ยว

“ขอพี่ชิมหน่อยนะ”

ร่างหนากระซิบเบา ๆ ที่ข้างใบหูของคนใต้ร่าง เขาเริ่มขบเม้มที่ติ่งหูอ่อนนุ่มก่อนลากลิ้นลงมาโลมเลียที่ซอกคอ และไล่ลงมาจนถึงยอดตุ่มไตสีหวานที่กำลังแข็งชูชันท้าทายสายตา

“อื้อ...พี่ชายพัฒน์”

คนใต้ร่างเริ่มครางเสียงดังขึ้น เนื้อตัวเริ่มเป็นสีเลือดฝาดเพราะเลือดในกายสูบฉีดจนร้อนรุ่มไปหมด เสียงครางเรียกของเขากระตุ้นไฟราคะของคนด้านบนให้ทวีความรุนแรงขึ้นจนต้องขบกรามแน่นเพราะความปวดหนึบตรงกลางกาย ท่อนเอ็นที่แข็งขืนจนนูนออกมาของทั้งสองร่างกำลังบดเบียดกันผ่านร่มผ้า

“อืม...”

คนด้านบนครางเสียงต่ำออกมาด้วยความพอใจ

“...”

ภาพเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นทำเอาพุดที่ยืนมองอยู่ข้างผนังห้องตัวแข็งเกร็ง แก้มแดงระเรื่อ หัวสมองเริ่มว่างเปล่าคิดอะไรไม่ออก ได้แต่ลุ้นไปกับเหตุการณ์ตรงหน้าว่ามันจะไปจบลงที่ตรงไหน

ก๊อกๆๆๆ ก๊อกๆๆๆ

“ท่านชายขอรับ! ท่านชาย! ท่านชายอยากรับทานแกงคั่วอะไรดีขอรับกระหม่อม!”

เสียงเคาะประตูทำให้ทุกคนในห้องหยุดการเคลื่อนไหว

“เฮือก!!!”

พุดเด้งตัวสะดุ้งตื่นจากความฝันด้วยความเหนื่อยหอบ

“แฮ่กๆๆ ฝันบ้าอะไรวะเนี่ย...เชี่ยยยยย ผีหลอก!!!”

คนเพิ่งตื่นจากฝันต้องสะดุ้งสุดตัวอีกครั้งเมื่อปรับสายตาได้แล้วมองเห็นผู้ชายที่หน้าตาเหมือนพี่ชายพัฒน์ในฝันเมื่อสักครู่ไม่มีผิดเพี้ยนกำลังนั่งยิ้มให้เขาอยู่ข้าง ๆ

“พุธโธ ธัมโม สังโฆ นะโมตัสสะ อย่ามาหลอกมาหลอนกันเลย ฮืออออออ”

คนตัวเล็กตัวสั่นงันงกหลับตาปี๋ ยกมือขึ้นมาพนมพร้อมกับยำบทสวดมนต์เพื่อหวังให้คนตรงหน้าหายไป

“เจ้ายังจำพี่ไม่ได้หรือ?”

“โอ๊ยยยย พูดกับเราได้ด้วย ฮือออออ กลัวแล้ว อย่าทำอะไรลูกช้างเลย”

“พี่ไม่มีวันทำร้ายเจ้า...”

ชายหนุ่มตรงหน้าพูดขึ้นด้วยนำเสียงที่อ่อนโยน แต่ตอนนี้พุดไม่มีสติพอที่จะรับรู้อะไรแล้ว ชั่วขณะที่รับรู้ว่าคนตรงหน้าเอื้อมมือมาสัมผัสที่เส้นผม พุดก็สลบไปในทันที

“ไม่เป็นไร เจ้านอนพักเถิด พี่รอคอยเจ้ามาได้เกือบร้อยปีแล้ว รออีกสักหน่อยจะเป็นไร พี่จะทำให้เจ้าจำพี่ให้จงได้...”

เพียงแค่ความนึกคิดของคนนัยน์ตาโศก ผ้าม่านก็คลายปมตัวเองลงมาบดบังแสงจากภายนอก เขาต้องการให้พุดหลับสบายโดยไม่มีแสงสว่างมารบกวน มือใหญ่ค่อย ๆ ลูบผมคนที่นอนหลับใหลเบา ๆ ราวกับต้องการกล่อมนอน เขาทำอยู่อย่างนั้นครึ่งค่อนคืนจนรุ่งสางจึงได้หายไป...

เช้าวันต่อมา...

พุดเดินใจลอยเข้าออฟฟิศเพื่อไปทำงานวันแรก เขาสับสนอยู่ว่าตกลงเรื่องเมื่อคืนที่เจอเป็นความจริงหรือความฝันกันแน่ ภาพเหตุการณ์เหมือนจริงชัดเจนในความทรงจำ แต่เขากลับตื่นขึ้นมาด้วยความสดชื่นเหมือนคนหลับลึกและได้พักผ่อนแบบเต็มที่ คิดแล้วคิดอีกวนเวียนตั้งแต่ตื่นนอน ขึ้นรถเมล์ ต่อรถไฟฟ้า จนเดินมาถึงออฟฟิศเขาก็ยังคิดไม่ตก

“อ๊ะ!”

เขาเดินเหม่อจนเผลอไปเดินชนเข้ากับชายคนหนึ่ง

“ขะ...ขอโทษครับ”

“ไม่เป็นไรครับ...คุณ...คุณพุทธชาด พนักงานคนใหม่ใช่มั้ยครับ?”

“ใช่ครับ คุณรู้จักผมด้วยเหรอครับ?”

“ผมต้องเห็นประวัติคนที่จะมาเป็นพนักงานใหม่ของผมอยู่แล้วสิ”

ชายหนุ่มกล่าวน้ำเสียงเป็นมิตร พร้อมยิ้มกว้างให้กับพุด

“คุณคือ...”

“ผมบดินทร์ เป็น MD ของที่นี่”

“คุณบดินทร์!!! สวัสดีครับ”

พุดรีบกล่าวสวัสดีเจ้านายใหม่ด้วยสีหน้าตื่นตกใจเพราะมาวันแรกก็เดินชนเจ้านายของตัวเองเสียแล้ว

“ครับ เรียกผมว่าพี่ดินก็ได้นะ ที่นี่เราอยู่กันแบบครอบครัวน่ะ ทำตัวสบาย ๆ ไม่ต้องเกร็ง เออ...พี่เรียกว่าน้องพุดได้ใช่มั้ยครับ?”

“ดะ...ได้สิครับ”

พุดรู้สึกโล่งใจที่เจ้านายใหม่ของตนดูเป็นคนที่ใจดีมาก ๆ บดินทร์เอื้อมมือมาจับไหล่ของพุดพร้อมกับบีบเบา ๆ

“ยินดีที่ได้รู้จักนะ มีอะไรไม่เข้าใจตรงไหนถามพี่ได้เลย”

“ครับ!”

พุดยิ้มร่าตอบรับ ทำให้เห็นฟันสีขาวเรียงสะอาดตาตัดกับริมฝีปากบางอมชมพู บดินทร์ลอบกลืนน้ำลายลงคอโดยที่พุดไม่ทันสังเกต

“น้องพุดนี่...ยิ้มน่ารักมากเลยนะครับ”

“ครับ?”

“อ๋อ...ไม่มีอะไร ตั้งใจทำงานนะ เดี๋ยวพี่ไปประชุมก่อน”

“ครับ! ผมจะตั้งใจเต็มที่”

พุดตอบด้วยน้ำเสียงฮึกเหิม แววตามุ่งมั่นเป็นประกาย วาดฝันอนาคตที่สวยงามในหน้าที่การงาน โดยไม่ทันสังเกตเห็นสายตาของเพื่อนร่วมงานรอบ ๆ ที่มองเขาอยู่

แก ชั้นว่าคนนี้โดนหมายหัวละ”

อืม ไม่รอดว่ะ ตัวเล็ก ๆ ขาว ๆ ตากลม ๆ แบบนี้ สเปคบอสเลย”

เราจะไปเตือนเค้าดีมั้ย?”

โอ๊ย...เอาตัวเองให้รอดเถอะ อย่าไปยุ่งเรื่องคนอื่น งานยิ่งหายาก ๆ อยู่”

เสียงซุบซิบคุยกันอย่างเมามันของกลุ่มพนักงานรุ่นพี่บ่งบอกถึงอันตรายที่กำลังจะเกิดขึ้น แต่น่าเสียดายที่พุดไม่ได้ยินมัน

Lanjutkan membaca buku ini secara gratis
Pindai kode untuk mengunduh Aplikasi

Bab terbaru

  • รอยรักหวนคืน   ตอนพิเศษ ทุกชาติไป จบ

    ณ บ้านทรงไทยกึ่งยุโรปที่คุ้นตา“วันนี้เป็นวันรับปริญญาของผม ผมเรียนจบแล้วนะครับ”ณภัทรยืนยิ้มคุยกับกรอบรูป 2 ใบ ที่บุคคลในรูปหนึ่งมีใบหน้าเหมือนตนเองอย่างกับแกะกับอีกรูปที่เป็นภาพวาดของชายหนุ่มคนหนึ่งตั้งเคียงคู่กัน ตั้งแต่ย้ายเข้ามาอยู่ในบ้าน ทุก ๆวันณภัทรจะมาคุยกับบุคคลในรูปนี้เสมอ แม้จะไม่เคยรู้จัก รู้แต่เพียงว่าเป็นเพื่อนเก่าคุณย่าที่เสียชีวิตไปหลายปีแล้ว และถึงแม้ว่าเพื่อน ๆ ที่เคยมาบ้านต่างกลัวรูปทั้งสอง เพราะถูกตั้งไว้บนแท่นไม้ที่มีกระถางธูปตั้งอยู่ตรงกลางประหนึ่งหิ้งบูชารูปบรรพบุรุษ แถมคนในรูปยังหน้าเหมือนกับณภัทรอย่างกับคนเดียวกัน ใครเห็นก็ต้องรู้สึกขนลุกเป็นธรรมดา แต่ณภัทรกลับรู้สึกคุ้นเคยและผูกพันกับรูปตรงหน้าอย่างบอกไม่ถูกปิ๊งป่อง...เสียงกดกริ่งหน้าบ้านทำให้ณภัทรเดินออกไปดูว่าใครมากดเล่น หรือมีคนมาหาเขาจริง ๆ เพราะร้อยวันพันปีไม่เคยมีใครมาหา จะมีก็แต่เพื่อนที่มหาวิทยาลัยเคยมา 1 ครั้งเพราะจำเป็นต้องมาทำงานกลุ่ม แต่หลังจากนั้นก็ไม่มีใครอยากมาอีกเลยเพราะรู้สึกว่าบ้านหลังนี้วังเวงเกินไปประตูหน้าบ้านค่อย ๆ ถูกเปิดออก เผยให้เห็นใบหน้าแขกผู้มาเยือน ความรู้สึกเหมือนโลกหยุดหมุนไ

  • รอยรักหวนคืน   ตอนพิเศษ ทุกชาติไป 1

    ณ บ้านสวนหลังใหญ่ ชานเมืองเชียงใหม่ ตัวบ้านถูกล้อมรอบไปด้วยสวนกุหลาบพื้นที่ประมาณ 100 ไร่ แม้จะสร้างจากไม้ทั้งหลัง แต่ก็ดูทันสมัยสวยงามน่าอยู่และร่มรื่นไปด้วยพันธุ์ไม้ใหญ่ที่ปลูกไว้บริเวณรอบ ๆ ตัวบ้าน รถแฟมิลี่คาร์สีดำยี่ห้อหรูแล่นเข้ามาจอดตรงประตูหน้าบ้าน เด็กชายตัวน้อยหน้าตาจิ้มลิ้มวัย 5 ขวบวิ่งลงจากรถเข้าไปในบ้านด้วยรอยยิ้มสดใส“คุณย่า!!! น้องภีมคิดถึงจังเลย”เด็กชายวิ่งไปหาผู้เป็นย่า พร้อมกับโผเข้ากอดด้วยความคิดถึง“ไม่ต้องมาทำเป็นคิดถึงย่าเลย ได้ข่าวว่าเที่ยวเพลินเลยนะเราน่ะ”“น้องภีมคิดถึงคุณย่าจริงๆ น้า เวลาน้องภีมกินขนมอร่อย ๆ ก็คิดถึงคุณย่า คุณย่าทำอร่อยกว่าตั้งเยอะ เวลาน้องภีมเที่ยวสวนสนุกก็คิดถึงคุณย่า อยากให้คุณย่ามาด้วยฮะ”“ประจบเก่งจริง ๆ เด็กคนนี้ แล้วพ่อกับแม่เราล่ะ”“คุณพ่อคุณแม่กำลังช่วยกันขนของลงจากรถฮะ น้องภีมรีบเข้ามาหาคุณย่าก่อน เพราะคิดถึงม้ากมากกก”ใบหยกลูบหัวผู้เป็นหลานชายด้วยความเอ็นดู ผ่านไปหลายปี ตอนนี้เธอเป็นคุณย่าแล้ว มีหลานชายตัวน้อยน่ารัก 1 คน ชีวิตเธอตอนนี้มีความสุขที่สุด แม้ช่วงแรกที่เพื่อนรักจากไป เธอจะคิดถึงพุดอยู่ตลอดเวลา แต่หลานชายตัวน้อยทำให้เธออ

  • รอยรักหวนคืน   ตอนที่ ๑๓ ทางที่เลือกเดิน

    “ในที่สุดก็จะเสร็จสิ้นภารกิจเสียที” “คุณตาว่าอะไรนะครับ” “เอ่อ...ไม่มีอะไรหรอกไอ้หนู แต่ตาว่าไม่ต้องทำสัญญาเช่าแล้ว เซ็นสัญญาโอนบ้านเลยแล้วกัน” “ห๊า....คุณตาว่าอะไรนะครับ” “ตาบอกว่าช่วยเซ็นรับบ้านหลังนี้ไปทีนะ ตาจะโอนให้” ขณะที่พุดกำลังงุนงงกับคำพูดของคุณตาเจ้าของบ้าน วิญญาณของท่านชายก็มากระซิบข้างหูพุด “รับไว้เถิด มันเป็นของเจ้า” โดยที่มีเพียงพุดที่ได้ยิน “ตาไม่รู้จะอธิบายยังไง แต่บ้านหลังนี้มันเป็นของหนู ช่วยเซ็นรับเพื่อให้ตาได้ปลดภาระอันยาวนานนี้เสียทีเถอะนะ” จากวันนั้นพุดก็ได้เป็นเจ้าของบ้านหลังนี้แบบเต็มตัว และพุดมาเข้าใจแจ่มแจ้งทีหลังว่าท่านชายรู้อยู่แล้วว่าคุณตาเจ้าของบ้านมีหน้าตาเหมือนกับเสด็จพ่อของตัวเอง ซึ่งก็คือพระองค์เจ้าพงษ์จักรพรรณมาเกิดใหม่เป็นรุ่นลูกหลานของตระกูลรัชนีพงษ์ แต่ที่ไม่ได้เล่าให้พุดฟัง เพราะมันคือวิบากกรรมที่เสด็จพ่อของเขาได้ผูกไว้กับพุด ซึ่งท่านจะต้องแก้ไขกับพุดเองตามโชคชะตาและวาสนานำพา ส่วนตัวท่านชายกับเสด็จพ่อ ไม่มีสิ่งใดติดค้างกันแล้ว เพราะเสด็จพ่

  • รอยรักหวนคืน   ตอนที่ ๑๒ พี่เปย์เจ้าเอง

    เช้าวันต่อมา...พุดนอนซม ไข้ขึ้นสูงจากสงครามรักเมื่อคืน พอรู้ว่าเพื่อนรักป่วย ใบหยกจึงรีบบึ่งรถมาหาแต่ก็พบว่าพุดเช็ดตัวเสร็จเรียบร้อยและไข้ค่อย ๆ ลดลงแล้ว เลยได้แต่ป้อนโจ๊กให้ ใบหยกคิดว่าพุดคงจะเครียดเรื่องงานเมื่อวานเลยทำให้ป่วย“แกบอกมีเรื่องจะบอกเราไม่ใช่เหรอหยก?”“ตอนแรกก็มี แต่พอเห็นแกป่วยแบบนี้ เอาไว้ให้แกหายก่อนดีกว่า”“เฮ้ย...ไม่เป็นไร แค่เป็นไข้นิดหน่อยเอง เหลามาเลยนะ อย่ามาทำให้อยากแล้วจากไป” พุดกล่าวออกมาด้วยน้ำเสียงที่แกล้งข่มขู่เพื่อนสาวแต่ทว่าก็อยากรู้จริง ๆ“คือ...ไอ้เจ้านายเก่าแกมันใช้เส้นสายและตำแหน่งหน้าที่ร่อนอีเมลไปตามบริษัทต่าง ๆ บอกว่าแกคือบุคคลอันตราย ถูกไล่ออกเพราะทำร้ายร่างกายเจ้านายอะ เราว่า...แกน่าจะหางานยากแล้ว”“อืม...เราคิดไว้แล้วว่ามันต้องเป็นแบบนี้”“แล้วแกจะทำยังไงต่อ”“ยังคิดไม่ออก”พุดสีหน้าหนักใจขึ้นมาจนใบหยกต้องรีบพูดปลอบเพื่อน“ไม่เป็นไร ๆ อย่าเพิ่งคิดมาก แกดูแลตัวเอง พักผ่อนเยอะ ๆ รอให้หายก่อน เดี๋ยวเรามาช่วยกัน มันต้องมีสักที่ที่ให้โอกาสคนดี ๆ มีความสามารถแบบแกสิ”“อื้ม!!!” พุดพยักหน้ายิ้มรับพร้อมกับตั้งหน้าตั้งตาทานโจ๊กจนหมดเกลี้ยงหลังจากที่ใบห

  • รอยรักหวนคืน   ตอนที่ ๑๑ ยินยอมด้วยหัวใจ

    “กลับมาแล้วหรือ?”ท่านชายปรกณ์ณพัฒน์เอ่ยถามพุดด้วยความเป็นห่วง เพราะวันนี้พุดกลับบ้านค่อนข้างดึก“กลับ..มา...ล้าวววว”เสียงพูดยานคางของพุดทำให้ท่านชายรู้ว่าพุดดื่มแอลกอฮอลล์มา จึงเดินไปประคองพุดให้นั่งลงบนโซฟาพร้อมกับห้าผ้าชุบน้ำมาเช็ดหน้าให้“เมาหรือ?”ท่านชายถามพลางเช็ดหน้าให้พุดไปพลาง“ไม่มาววว แต่ไม่เหมือนเดิมมมม”พุดพูดยานคางพร้อมกับส่ายหัวไปมา ท่าทางทะเล้นของพุดทำให้ท่านชายปรกณ์ณพัฒน์เอ็นดูแกมหมั่นไส้ เลยเอานิ้วดีดหน้าผากพุดไปหนึ่งที“งึ!!!..ท่านพี่อะ ดีดหน้าผากพุดทำไม”พุดหน้ามุ่ยเอามือลูบหน้าผากตัวเอง“เจ้าหิวหรือไม่? กินอะไรมาหรือยัง?”เสียงเอ่ยถามอย่างอ่อนโยนทำให้ใจพุดอุ่นวาบ เพียงแค่คำถามเรียบง่าย แต่เป็นคำถามที่พุดไม่เคยได้จากครอบครัวตัวเองเลย พอได้ฟังจากปากของท่านชาย น้ำตาก็พลันไหลออกมาอาบแก้ม“เจ้าร้องไห้ทำไม? คนดีของพี่ มีอะไรอัดอั้นตันใจก็ระบายให้พี่ฟังเถิด”ท่านชายเอ่ยถามพร้อมเอามือปาดน้ำตาของคนน้องออกด้วยความเบามือ พุดเอื้อมมือไปกุมมือของท่านชายพร้อมกับแนบแก้มของตัวเองรับสัมผัสที่อ่อนโยนนั้น ความรู้สึกที่เหนื่อยล้าทั้งกายและใจเพราะเจอเรื่องบั่นทอนจิตใจหลายเรื่องราวใน

  • รอยรักหวนคืน   ตอนที่ ๑๐ ฟางเส้นสุดท้าย

    เช้าวันต่อมา...พุดเดินมาทำงานด้วยใจที่เหม่อลอยเพราะกำลังคิดถึงเรื่องที่ท่านชายบอกเมื่อคืน‘มนุษย์กับวิญญาณ หากสมสู่กัน พลังวิญญาณของเจ้าจะถูกกลืนกินไปทีละนิด ส่งผลให้อายุขัยสั้นลงเรื่อย ๆ’เขากำลังคิดว่านี่มันเป็นเรื่องที่น่าเศร้าเหลือเกิน เพราะตอนนี้ความรู้สึกของพุดกับท่านชายพัฒน์นั้นลึกซึ้งเหมือนเป็นคู่ชีวิตกันไปแล้ว ความโหยหาที่สั่งสมมาจากอดีตชาติทำให้เขาอยากสัมผัส อยากได้ไออุ่นจากท่านชายมากกว่านี้ ความทรมานจากความชิดใกล้แต่ก็เหมือนยังห่างไกลแบบนี้ ต่อไปมันจะดีหรือร้ายกันแน่‘เราหมกมุ่นเกินไปหรือเปล่าวะ ขอแค่ได้อยู่ด้วยกันก็พอแล้วมั้ย ไม่ต้องทำเรื่องแบบนั้นก็ได้ เอาน่าอย่าไปคิดมาก มันเพิ่งเริ่มต้น ทุกปัญหาย่อมมีทางแก้ไข’“โอ๊ย!!!” พุดเดินชนเข้ากับเจ้านายตัวเอง อีกแล้ว...“...”“เดินไม่ดูตาม้าตาเรือ ซุ่มซ่ามขนาดนี้จะไปทำงานอย่างอื่นได้ยังไง”เสียงตะคอกจากบดินทร์ทำเอาพุดงุนงงกับท่าทีของเขาที่เปลี่ยนไปจากหน้ามือเป็นหลังมือ คนที่ควรโกรธมันควรเป็นเขาไม่ใช่หรือ? ความจริงเขาคิดว่าวันนี้บดินทร์คงจะมาขอโทษเขาแล้วบอกว่าไม่ได้ตั้งใจ อารมณ์ชั่ววูบ เมา หรืออะไรก็แล้วแต่ที่แสดงความรู้สึกผิดบ้าง

Bab Lainnya
Jelajahi dan baca novel bagus secara gratis
Akses gratis ke berbagai novel bagus di aplikasi GoodNovel. Unduh buku yang kamu suka dan baca di mana saja & kapan saja.
Baca buku gratis di Aplikasi
Pindai kode untuk membaca di Aplikasi
DMCA.com Protection Status