Masukหลังเลิกคลาส ผมบอกให้เธอรอสักครู่ แล้วผมก็ขอตัวไปเปลี่ยนเสื้อผ้าพอก้าวออกมา เธอก็ยืนรออยู่ข้างเคาน์เตอร์ต้อนรับ พอเห็นผมก้าวออกมาก็ชะงักไปเล็กน้อย"ไปกันเถอะ"ผมพาเธอเดินออกทางประตูหน้า รถสีขาวคันนั้นจอดอยู่ในช่องจอดรถฝั่งตรงข้าม"วันนี้ออกทางประตูหน้าเหรอคะ?" เธอถาม"อืม"ผมพาเธอเดินข้ามถนน ตรงบึ่งเข้าไปหารถสีขาวคันนั้นทันที กระจกรถติดฟิล์มมืดสนิท มองไม่เห็นข้างในผมเคาะกระจกฝั่งคนขับเบาๆกระจกเลื่อนลง โจวปินนั่งอยู่ข้างใน สองมือวางทาบอยู่บนพวงมาลัย"มีอะไร?" เขาเอ่ยถาม"ลงมาดิ"เขามองหน้าผม นั่งนิ่งไม่ขยับ"ลงมาคุยกันหน่อย"เขายิ้มเค่นออกมาทีหนึ่ง ดับเครื่องยนต์ แล้วเปิดประตูรถก้าวออกมา เขาเตี้ยกว่าผมเล็กน้อย แต่หุ่นหนาบึกบึน ทรงเหมือนพวกเคยชกมวยมาก่อน"จะคุยอะไร?""เรื่องรอยบนหน้าหลินเหยา"เขาปรายตามองหลินเหยาที่ยืนอยู่ข้างหลังผม แล้วย้อนกลับมามองผมอีกครั้ง"ยัยนี่บอกแกเหรอ?""ผมถามคุณ ว่าคุณเป็นคนทำใช่ไหม?"เขาขยับก้าวมาข้างหน้าก้าวหนึ่ง ยืนประชิดตัวผมในระยะเผาขน"ยัยนี่เป็นแค่นกน้อยในกรงที่ฉันเลี้ยงไว้ เรื่องของฉันกับยัยนี่ เทรนเนอร์อย่างแกสอดมือเข้ามายุ่งด้วย
วันนั้นหลินเหยามาเรียนตามปกติ ตอนผมกำลังปรับระดับความสูงของสายเคเบิลเครื่องดราก้อนเฟรมให้เธอ พอดีสายตาก็เหลือบไปเห็นคนคนหนึ่งเดินเข้ามาทางประตูเขายืนอยู่ตรงข้ามโซนเวทเทรนนิ่ง แล้วมองมาทางนี้ หลินเหยานั่งหันหลังให้เขา แต่แผ่นหลังของเธอกลับเกร็งขึ้นมาทันที"รู้จักเหรอ?" ผมถามเธอไม่พูดไม่จาชายคนนั้นเดินตรงเข้ามา พลางยิ้มหัวไปพลาง "หลินเหยา ทำไมไม่ตอบวีแชตเลยล่ะ?"หลินเหยากำด้ามจับสายเคเบิลไว้แน่น แล้วเริ่มออกแรงทำท่าฝึก โดยไม่สนใจเขาเลยสักนิดเขาขยับไปยืนอยู่ทแยงข้างหลังเธอ ในระยะที่ชิดมาก"คุณน้าให้ผมมาดูคุณหน่อย เห็นบอกว่าคุณไม่ได้กลับบ้านนานแล้ว"เขายื่นมือทำท่าจะแตะไหล่เธอ แต่เธอเอี้ยวตัวหลบ ทำให้จังหวะการทำท่าฝึกสะดุดหยุดลงกลางคันผมเดินเข้าไป แทรกตัวยืนกั้นกลางระหว่างเขากับหลินเหยา"คุณครับ ช่วงเวลาฝึกของสมาชิก รบกวนช่วยถอยออกไปหน่อยครับ"เขามองผมแวบหนึ่ง แล้วหันไปมองหลินเหยา ก่อนจะแค่นหัวเราะออกมา"ผมเป็นเพื่อนเธอ""ช่วงเวลาฝึก มีอะไรไว้ค่อยคุยกันหลังเลิกคลาสครับ"รอยยิ้มบนหน้าเขาสลายไป เขาจ้องหน้าผมอยู่นักหนาหลายวินาที ส่วนผมยืนนิ่งไม่ไหวติงเขายอมถอยหลังไปก้าวหน
แต่ที่น่าประหลาดใจก็คือ ทำไมวันนี้หลินเหยาถึงยังไม่มา นัดกันไว้ตั้งแต่เมื่อวานแล้วไม่ใช่หรือว่าจะมาให้ผมช่วยสอนเธอฝึกต่อ?ผมหยิบโทรศัพท์ขึ้นมา แล้วส่งข้อความวีแชตไปหาหลินเหยา'คุณอยู่ไหนเนี่ย ทำไมยังไม่มาอีก'ผ่านไปพักใหญ่ หลินเหยาถึงส่งข้อความตอบกลับมา'อ๋อ เดี๋ยวฉันถึงแล้วค่ะ'ผมรู้สึกลางๆ ว่าหลินเหยาเหมือนมีความลับอะไรบางอย่างปิดบังผมอยู่แต่ผมก็ไม่ได้คิดอะไรมาก ยังคงไปนำฝึกตามปกติคืนนี้มีลูกค้ามาลงเรียนค่อนข้างเยอะ ผมจึงต้องทยอยสอนทีละคนผมจับพวกเธอยืนย่อขาขวาตั้งท่าสควอท โก่งก้นงอนงามขึ้นมา แต่ละคนฝึกจนสะโพกเต่งตึงบวมเป่งไปหมดเสี่ยวจางที่ยืนอยู่ข้างๆ มองจนตาค้างค้างเติ่งไปเลย"พี่เฉิน สาวงามระดับพรีเมียมเยอะขนาดนี้ ผมรู้สึกอารมณ์มันพุ่งพล่านจนทนไม่ไหวแล้วว่ะ"ผมกวาดสายตามองพวกลูกค้า นึกในใจว่าคนเยอะขนาดนี้สอนคนเดียวคงไม่ไหวแน่ๆจึงกวักมือเรียกเสี่ยวจาง"แกมาช่วยฉันสอนพวกเธอหน่อยดิ""แต่ผมทำไม่เป็นนะพี่" เสี่ยวจางเริ่มมีท่าทีปอดกระแหรกถอยหนีผมส่งเสียงชักสีหน้าเบาๆ แล้วพูดขึ้น"ไม่เป็นไร เดี๋ยวฉันสอนแกเอง"พูดจบ ผมก็ถ่ายทอดเคล็ดลับสำคัญให้เสี่ยวจางฟังเขาเรียนรู
ผมซดบะหมี่คำใหญ่ แล้วพูดขึ้นอย่างไม่ใส่ใจ"ช่วงนี้ตอนเย็นฉันไปเป็นเทรนเนอร์น่ะ พวกผู้หญิงพวกนั้นอย่าให้เห็นว่าปกติทำเป็นหยิ่งเชิดนะ ในใจนี่ร่านสุดๆ""เมื่อคืนฉันเกือบจะได้จัดสาวสวยคนหนึ่งแล้ว คืนนี้เธอก็จะมาหาฉันอีก ต้องเอาให้เรียบให้ได้"เสี่ยวจางเกือบพ่นบะหมี่ออกมาเต็มโต๊ะเขาหยิบกระดาษทิชชูมาเช็ดปาก แล้วมองผมอย่างไม่อยากจะเชื่อสายตา"แกอย่ามาขี้โม้หน่อยเลยว่ะเฉินจื่อ แกอยากผู้หญิงจนบ้าไปแล้วหรือเปล่า ถ้าไม่ไหวจริงๆ เดี๋ยวฉันพาแกไปร้านนวดข้างทางเอง มื้อนี้พี่เลี้ยงแกเอง!"ต้องบอกเลยว่าเสี่ยวจางคนนี้ดีกับผมจริงๆไปร้านนวดรอบหนึ่งก็เท่ากับวิ่งส่งอาหารทั้งวัน แต่เขากลับยินดีเลี้ยงผม พูดอย่างไรผมก็ต้องพาเขาไปเสพสุขด้วยกันให้ได้ผมเช็ดรอยบะหมี่บนหน้า แล้วพูดด้วยท่าทีสงบนิ่ง"เรื่องจริงว่ะ ฉันเป็นเทรนเนอร์จริงๆ ไม่เชื่อแกดูมัดกล้ามฉันดิ"ผมเบ่งไหล่ให้ดู มัดกล้ามเนื้อบนนั้นแน่นปั๋งเสี่ยวจางยื่นมือมาบีบกล้ามผม แล้วพูดด้วยความประหลาดใจ"จริงด้วยว่ะเฉินจื่อ กล้ามแกดูแน่นตึงเปรี๊ยะ..."ผมยิ้มเบาๆ แล้วหดแขนกลับ"ค่ำนี้ฉันจะพาแกไปดูที่ฟิตเนส ไม่แน่อาจจะจัดสาวให้แกได้สักคน"พอเสี่ย
หลินเหยาเกร็งไปทั้งตัว เฝ้ารอสัมผัสยามผมสอดแทรกเข้าไปอย่างจดจ่อหัวใจผมเต้นแรงจนแทบจะทะลักออกมาทางปาก ในที่สุดวันนี้ผมก็จะได้สัมผัสรสชาติของสาวงามระดับพรีเมียมกับเขาเสียที พวกผู้หญิงที่พวกเฮียสายเปย์เคยเชยชม ผมจะต้องเก็บงานให้ครบทุกคนให้ได้ทว่าละครฉากเด็ดยังไม่ทันได้เริ่มแสดง เสียงตะคอกแผดดังก็กระชากผมกลับสู่โลกแห่งความจริงเสียก่อนที่แท้เป็นเจ้าของฟิตเนสที่เดินตรงเข้ามา เขาชี้หน้าด่าผมด้วยความโมโห"เฉินเฉิง! ที่ฉันยอมให้แกมาเป็นเทรนเนอร์ก็เพราะเห็นว่าแกขยันหมั่นเพียรหรอกนะ แล้วนี่แกสอนลูกค้ายกแก๊งแบบนี้หรือไง! แกดูสิว่าแกพาคนอื่นสอนตามจนเละเทะขนาดไหนแล้ว"ผมหันไปมองรอบทิศ ถึงได้เพิ่งสังเกตเห็นว่าพวกเทรนเนอร์คนอื่นพากันทำตามผมกันหมด ต่างคนต่างไปยืนอัดก้นของลูกค้ารายอื่นจากด้านหลังที่พีคไปกว่านั้น พอโดนเฮียเจ้าของฟิตเนสด่าทุกคนพากันถอยห่างออกจากตัวลูกค้า เจ้าท่อนเนื้อนั่นก็โผล่พรวดห้อยต่องแต่งโตงเตงอยู่เห็นๆพับผ่าสิ! ผมยังไม่ทันได้ลงมือทำเรื่องอย่างว่าเลยสักนิด แต่พวกเทรนเนอร์พวกนี้ล่วงหน้าจัดการกันไปก่อนตั้งนานแล้วคำโบราณว่าไว้ไม่ผิดจริงๆ มัวแต่ลังเลก็มีแต่พ่ายแพ้ผมยก
พอได้ยินแบบนั้น ในใจผมก็พองโตด้วยความเบิกบานปกติผมเอาแต่ วิ่งส่งอาหาร ไม่เคยมีโอกาสได้ทำเรื่องอย่างว่าสักเท่าไร สมรรถภาพร่างกายเลยยังสดใหม่ถอดด้าม เหมือนได้รับการบำรุงรักษามาเป็นอย่างดีเมื่อเทียบกับพวกเฮียสายเปย์ที่ใช้ชีวิตเสเพลวันๆ แล้ว เครื่องยนต์ของผมมันระดับเฟอร์รารีชัดๆทรงอย่างหลินเหยา ดูปราดเดียวก็รู้ว่าเป็นผู้หญิงความต้องการสูงสงสัยคงไม่เคยลิ้มลองรสชาติของความเป็นชายชาตรีที่แท้จริงเลยละมั้งครั้งนี้รับรองเลยว่าจะจัดให้เธอได้สัมผัสความสุขสมจนเสียวซ่านไปถึงทรวงพอเธอก้มลงไปย่อตัวอีกรอบ ผมก็จัดแจงอัดส่วนนั้นเข้าใส่รอยแยกก้นของเธอเน้นๆเพื่อไม่ให้เธอโดนผมดันจนกระเด็นออกไป ผมเลยยึดสองมือเธอไว้แน่นพอผมใส่น้ำหนักลงไป ร่างทั้งร่างของเธอก็เหมือนถูกผมดันจนก้นลอยสยิวหลินเหยาเกร็งไปทั้งกาย สั่นสะท้านด้วยความเสียวซ่านแสนสยิวที่พีคกว่านั้นคือรอบๆ ฟิตเนสเต็มไปด้วยผู้คน พอเห็นเราฝึกกันท่านี้ ทุกคนต่างก็มองกันตาค้างสาวสวยหลายคนถึงกับเอ่ยปากขอให้เทรนเนอร์ของตัวเองสอนท่านี้บ้างเห็นภาพตรงหน้า มุมปากของผมก็ยกยิ้มขึ้นมาโดยไม่รู้ตัวหลินเหยาโดนผมอัดถูจนเรือนร่างร้อนผ่าว สองแก้ม