เข้าสู่ระบบแฟนสาวของผมยืนกรานว่าจะพาซุนอี๋ เพื่อนสาวคนสนิทของเธอไปเที่ยวกับเราสองคนให้ได้ ทว่าเธอหารู้ไม่ว่า เพื่อนรักอย่างซุนอี๋แท้จริงแล้วคือผู้หญิงแพศยาที่ซ่อนเขี้ยวเล็บไว้ภายใต้ใบหน้าใสซื่อ เธอสวมกางเกงในจีสตริงมาอ่อยผมลับหลัง...
ดูเพิ่มเติมผมนอนลงเคียงข้างเธอ ทว่าความเงียบสงัดของห้องกลับทำหน้าที่คอยย้ำเตือนเรื่องคืนนั้น จนผมแทบไม่อาจข่มตาหลับได้เลยตลอดทั้งคืนหลังจากกลับเข้าสู่ตัวเมือง ชีวิตก็ถูกดึงกลับเข้าสู่กงล้อเดิม ๆ อย่างรวดเร็ว ทั้งการไปทำงาน เลิกงาน กินข้าว และเข้านอน ทุกอย่างดูราบเรียบไร้รอยต่อ ราวกับว่าทริปนั้นเป็นเพียงการเดินทางพักผ่อนธรรมดา ๆ ครั้งหนึ่งที่ผ่านมาแล้วก็ผ่านไปทว่าภายใต้ผิวน้ำที่ดูสงบเงียบ กลับมีบางอย่างกำลังสั่นคลอนและเปลี่ยนไปอย่างเงียบเชียบที่สุดแฟนสาวของผมดูจะประทับใจในตัวซุนอี๋มากขึ้นอย่างเห็นได้ชัด เธอมักจะหยิบยกเรื่องราวในทริปนั้นมาพูดถึงด้วยรอยยิ้ม ชื่นชมว่าซุนอี๋เป็นผู้ใหญ่ที่ดูแลคนเก่งแค่ไหน วางตัวดีเพียงใด และเธอยังคงวางแผนอย่างกระตือรือร้นว่า “ครั้งหน้าเราสามคนจะไปไหนกันดี” ทุกครั้งที่เห็นดวงตาเป็นประกายด้วยความหวังของเธอ ผมทำได้เพียงพยักหน้าเออออไปตามน้ำ ทว่าลึก ๆ ในอกกลับรู้สึกบีบคั้นจนแทบหายใจไม่ออกเธอไม่รู้เลยว่าความ “ไว้ใจ” ที่เธอมอบให้มานั้น คือสิ่งที่ผมแบกรับไว้ไม่ไหวที่สุดในชีวิตส่วนซุนอี๋ เธอกลับกลายเป็นคนที่ระมัดระวังตัวจนน่ากลัว เธอไม่เคยเป็นฝ่ายส่งข้อความหาผมก่อนอี
ซุนอี๋หัวเราะร่าพลางสำทับขึ้นอย่างร่าเริง “ดื่มนิดดื่มหน่อยจะเป็นไรไป ถือเสียว่าจิบช่วยให้หลับสบายขึ้นไงล่ะ!”ว่าแล้วเธอก็เลื่อนแก้วไวน์ทรงสูงไปวางลงตรงหน้าแฟนสาวของผมทีเล่นทีจริงทีแรกแฟนสาวของผมทำเพียงขมวดคิ้วมุ่นด้วยความลังเล ทว่าเมื่อถูกเราสองคนคะยั้นคะยอเข้าคนละคำสองคำ ในที่สุดเธอก็ยอมใจอ่อน จรดริมฝีปากลงบนขอบแก้วจนได้ผมอาศัยจังหวะชวนคุยพลางแกล้งรินไวน์เติมให้เธอถี่ยิบ ซึ่งเธอก็รับไปดื่มอย่างว่าง่าย ครั้นน้ำเมาเริ่มออกฤทธิ์ ปรางแก้มทั้งสองข้างก็ขึ้นสีแดงระเรื่อราวกับกลีบกุหลาบ แววตาที่เคยคมชัดเริ่มฉ่ำปรือและเลื่อนลอย ก่อนที่เจ้าตัวจะเอื้อมมือมาจิ้มหน้าผากผมเบา ๆ แล้วเอ่ยดักคอ “คุณ... คิดจะมอมเหล้าฉัน เพื่อหาเรื่องโรแมนติกคืนนี้ใช่ไหมล่ะ?”“คนบ้า!” เธอต่อว่าผมด้วยเสียงนุ่มละมุน ทว่าน้ำเสียงแผ่วพร่านั้นกลับฟังดูเหมือนการออดอ้อนที่เย้ายวนใจเสียมากกว่าฤทธิ์ของไวน์แดงช่างนุ่มนวลทว่าทิ้งผลลัพธ์ไว้อย่างยาวนาน หลังจากแก้วที่สามผ่านพ้นไป ร่างบางก็เริ่มทรงตัวไม่อยู่ ไหล่บอบบางของเธอเอนมาซบลงที่ต้นแขนของผมอย่างหมดแรงผมกึ่งพยุงกึ่งโอบอุ้มเธอเดินไปที่ห้องนอน เพียงแค่แผ่นหลังแตะลงบนฟูก
ซุนอี๋ตกอยู่ในภวังค์แห่งความลุ่มหลง ริมฝีปากของเธอเริ่มดูดดึงปลายนิ้วของผมโดยสัญชาตญาณผมรู้ดีว่าสาวน้อยตรงหน้าพร้อมสำหรับศึกรักอันหนักหน่วงที่กำลังจะเกิดขึ้นในค่ำคืนนี้แล้ว ทว่าผมกลับไม่รีบร้อน ผมเลือกถอนนิ้วออกมาก่อนจะย่อกายลง สองมือหนาคว้าสะโพกกลมมนงอนงามของเธอไว้แน่น จากนั้นดึงจีสตริงตัวจิ๋วเจ้าปัญหาลง ภาพที่ปรากฏแก่สายตาคือความงดงามที่ธรรมชาติรังสรรค์ กลีบเนื้อสีระเรื่อดุจยอดอกขยับแยกออกเล็กน้อย เผยให้เห็นเกสรเม็ดงามที่ซ่อนตัวอยู่ใต้กลุ่มไหมสีดำขลับที่ผ่านการตัดแต่งมาอย่างประณีตเป็นรูปทรงสามเหลี่ยม“เร็วเข้า... เร็วสิ... ฉันไม่ไหวแล้ว...” ซุนอี๋ครางกระเส่าเร้าเร่งด้วยแรงอารมณ์รุนแรงเกินควบคุมผมเงยหน้าขึ้นประสานสายตาเข้ากับเธอ ใบหน้าสวยหวานนั้นแดงซ่านด้วยกามารมณ์ ดวงตาคู่สวยฉ่ำวาวด้วยหยาดน้ำตาแห่งความปรารถนา ปลายลิ้นสีสดแลบออกมาเล็มเลียริมฝีปากที่แห้งผากด้วยความกระหาย หยาดน้ำใสไหลซึมจากมุมปากหยดลงบนเนินอกขาวโพลนวินาทีนั้นที่เห็นภาพนั้น ผมไม่อาจยับยั้งชั่งใจได้อีกต่อไป จึงหยัดกายกำยำขึ้นพลางใช้สองมือกุมท่อนเอ็นที่กำลังขยายตัวใหญ่จนคัดตึงถูไถไปกับกลีบดอกไม้อันอ่อนนุ่มหยาดเยิ้ม
“งั้นทำไมคุณไม่ไปหาซุนอี๋ล่ะ?” คำประชดประชันที่หลุดจากปากแฟนสาวนั้นมาจากความถือดีว่าผมคงไม่กล้าทำอย่างที่ปากพูดเธอก็มักจะเป็นเช่นนี้เสมอ ทั้งใสซื่อและเอาแต่ใจในเวลาเดียวกันหารู้ไม่ว่าคำพูดนั้นเปรียบเหมือนการราดน้ำมันลงบนกองไฟที่สุมอยู่ในอกผมมาตลอดทาง ยิ่งจินตนาการถึงซุนอี๋ที่กำลังเปลือยกายอยู่หลังบานประตูห้องน้ำ ความดิบในตัวผมก็พลุ่งพล่านจนเกินจะยับยั้ง รีบโถมกายเข้าหาแฟนสาวพยายามออดอ้อนขอร่วมรัก เพื่อดับไฟราคะที่ซุนอี๋จุดทิ้งไว้ผมกดร่างบางของเธอลงบนเตียงด้วยความหิวโหยราวกับสัตว์ป่าโดยไม่สนเหยื่อที่อยู่ตรงหน้าว่ายินยอมหรือไม่มือหนาพยายามมุดเข้าไปใต้สาบเสื้อหวังจะเผด็จศึกให้ไวที่สุดทว่ากางเกงยีนส์เนื้อหนาที่ทั้งแน่นและถอดยากกลับกลายเป็นอุปสรรคชิ้นโตประกอบกับการงัดข้อกับอารมณ์บูดบึ้งของเธอเป็นผลทำให้เธอขัดขืนอย่างรุนแรงผมพยายามอยู่นานทว่าเธอกลับไม่มีทีท่าจะโอนอ่อนผ่อนตามแม้แต่น้อย มิหนำซ้ำยังทิ้งให้ผมอารมณ์ค้างเติ่งจนหน้ามืดตามัวด้วยไฟปรารถนาสุดท้ายเมื่อได้สบกับใบหน้าบึ้งตึงที่ไร้ซึ่งความรู้สึกสอดประสาน ทำให้ผมก็ตระหนักได้ทันทีว่า คืนนี้คงไม่มีระเบิดอารมณ์อย่างที่ใจหวัง