เข้าสู่ระบบพิมโรสแต่งงานกับเมืองเหนือมาหลายปีและเต็มไปด้วยความรักที่หวานชื่น กระทั่งงานศพของพี่ชายคนละแม่ของเมืองเหนือเขาก็เริ่มเปลี่ยนไป จากความรักที่หวานชื่นกลับขมขื่นเกินจะทนเมื่อมีฝ่ายหนึ่งที่ละทิ้งความซื่อสัตย์ วาระสุดท้ายของพิมโรสมาถึงเธอเพียงภาวนาด้วยจิตสุดท้าย หากว่าฉันได้มีโอกาสกลับไปเริ่มต้นใหม่อีกสักครั้ง … ก็ขออย่าให้ฉันไปรักคนอย่างเขาอีกเลย
ดูเพิ่มเติมฉันเกิดคำถามในหัวมากมายในตอนที่กำลังยืนมองชายผู้เคยได้ชื่อว่าเป็นคนที่ฉันรักมากที่สุดกำลังร้องไห้และอ้อนวอนขอให้ฉันกลับไป...หากแต่ฉันต้องบอกอย่างจริงใจว่า เสียใจด้วยนะ ตัวฉันในตอนนั้นได้ตายไปเสียแล้ว...
คุณจะไม่มีวันได้เห็นผู้หญิงแสนจะใสซื่อคนนั้นที่แววตาเป็นประกายเพราะคิดว่าโลกที่คุณสร้างให้มันคือปราสาทงามที่มีทุ่งลาเวนเดอร์อยู่เบื้องหน้า คนที่เชื่ออย่างสุดหัวใจว่าตัวเองเป็นเจ้าหญิงและหลงรักคุณที่เป็นเจ้าชายด้วยหัวใจทั้งหมดของฉันอีกต่อไปแล้ว...
.
.
หญิงสาวคนหนึ่งกำลังเดินเข้าไปตามทางเดินของหมู่บ้านจัดสรรแห่งหนึ่งที่เธอคุ้นเคยเป็นอย่างดี ก็เพราะว่าที่นี่นั้นเคยได้เกือบเป็นเรือนหอของเธอกับสามี หัวใจดวงน้อยเต้นถี่รัวอีกทั้งความรู้สึกวูบโหวงในใจก็เข้ามาเล่นงานไม่หยุด น้ำตาใสคลอเต็มหน่วยพร้อมที่จะปะทุและไหลออกมาได้ทุกเมื่อ
"พิมโรส แกฟังฉันอยู่ไหมเนี่ย พิม พิม!!" เสียงที่ดังจากโทรศัพท์มือถือบ่งบอกว่าปลายสายกำลังเป็นห่วงเธอมากเพียงไหน ทว่าหญิงสาวที่กำลังจิตใจว้าวุ่นไม่อยู่กับเนื้อกับตัวนั้นก็ไม่มีแรงมากพอจะตอบกลับอีกฝ่ายเลยแม้แต่น้อย
เรียวขายาวก้าวไปข้างหน้าด้วยความสั่นเทาเพราะความหวาดกลัวจากเบื้องลึกของหัวใจที่ไม่อาจจะกล้ำกลืนฝืนทนกับเรื่องบางอย่างที่กำลังจะเจอได้ในตอนนี้ หญิงสาวเพียงภาวนาให้สิ่งที่คิดไว้มันไม่เป็นความจริง กระทั่งได้ยินเสียงของใครสักคนที่เธอจำมันได้ดี
"พี่เหนือคะ เคสรู้สึกว่าเท้ากำลังบวมอีกแล้วค่ะ" น้ำเสียงที่เต็มไปด้วยความออดอ้อนดังขึ้นทำเอาคนที่แอบฟังรับรู้เลยว่าผู้พูดนั้นกำลังทำทำสีหน้าแบบใดทั้งที่ยังไม่ได้มองเห็นได้ด้วยตาเนื้อ
"ไหน พี่ขอดูหน่อยครับ...ก็ใกล้จะคลอดแล้วนี่เนอะ เดี๋ยวพี่เอาน้ำอุ่นมาให้แช่นะครับ" เสียงของชายหนุ่มที่ตอบกลับผู้หญิงคนนั้นทำให้น้ำตาที่ตอนแรกเพียงคลออยู่ที่สองข้างกลับไหลรินลงมาราวกับเปิดก๊อกเพราะจำได้ดีว่ามันเป็นเสียงของใคร
"ขอบคุณนะคะ พี่เหนือดูแลเคสดีมาตลอดเลย" ร่างเบชล็กบางชาวาบไปทั้งตัวเมื่อรู้ว่าสามีคนที่เธอรักมากนั้นไม่ได้ดูแลแค่เพียงเธอมาตลอด เธอใช้ความพยายามอย่างมากที่จะก้าวเดินไปข้างหน้าเพื่อดูให้เห็นกับตาตัวเอง ทั้ง ๆ ที่แรงแทบไม่มีเหลือแล้วด้วยซ้ำ
"ไม่เป็นไรเลยครับ ยังไงเด็กคนนี้ก็เป็นลูกของพี่แล้ว เดี๋ยวพี่นวดเท้าให้นะ" ภาพที่ปรากฏตรงหน้าคือชายหนุ่มที่นั่งยอง ๆ อยู่กับพื้นและกำลังนวดเท้าให้หญิงสาวท้องโตที่นั่งอยู่บนโซฟาพร้อมลูบท้องตัวเองอยู่ปอย ๆ ใบหน้าของคนทั้งสองเปื้อนไปด้วยรอยยิ้มที่ดูมีความสุข ช่างเหมือนกับภาพครอบครัวที่สมบูรณ์พร้อม แต่มันไม่ควรเป็นเช่นนี้ถ้ายังมีเธออยู่
"มีความสุขกันมากไหมคะ พี่ทำแบบนี้กับพิมได้ยังไง!!" ความอดทนของหญิงสาวสิ้นสุดลง เสียงที่แผดออกไปดังก้องทั่วทั้งห้องทำให้คนทั้งสองที่อยู่ด้วยกันสะดุ้งตัวโยนและผละออกจากกันราวต้องของร้อน
"พิม..."
"พิมเกลียดพี่ เราอย่าเจอกันอีกเลย!"
ร่างเล็กบางวิ่งออกไปโดยไม่สนใจแล้วว่าสองคนข้างหลังจะเป็นยังไงกันต่อ ไม่สนใจคำเรียกที่คนเป็นสามีเรียกเธอให้หยุดว่ามันจะดังมากสักแค่ไหน ไม่สนใจแล้วว่าต่อจากนี้จะเกิดอะไรขึ้น ตอนนี้เธอต้องการเพียงพาตัวเองออกไปจากตรงนี้ให้เร็วที่สุด
รถยนต์คันหรูที่สามีซื้อให้ในวันครบรอบแต่งงาน 7 ปี เมื่อสามเดือนก่อนแล่นไปตามท้อง ถนนด้วยความเร็วเกินกว่าที่กฎหมายกำหนด ทัศนวิสัยเบื้องหน้าไม่เด่นชัดเพราะมีน้ำตาที่ไหลออกมาไม่หยุดจนทำให้มองอะไรไม่ค่อยถนัดแต่ก็ไม่อาจจะลดความเร็วของรถเอาไว้ได้เพราะอารมณ์และสติที่เธอไม่สามารถควบคุม
"อึก! ทำไมมันต้องเป็นแบบนี้ด้วย ทำไมเรื่องทุกอย่างมันต้องเป็นแบบนี้ หื้อออ" เธอร้องไห้ฟูมฟายพร้อมทุบพวงมาลัยไปมาเพื่อระบายอารมณ์ที่มันอัดอั้นตันอยู่ในอกไม่ลดรา
ภาพในหัวของวันวานที่มีไหลย้อนกลับมาจนหมด ภาพตอนที่ชายคนนั้นพูดจาทำร้ายจิตใจเธอ ภาพตอนที่เขาพาผู้หญิงคนนั้นเข้ามาทำความรู้จักกับเธออย่างหน้าตาเฉยและร้องขอให้เธอนั้นรับเรื่องราวที่เกิดขึ้นให้ได้แม้ว่าเธอจะไม่ยินยอมเลยสักนิด
"หื้ออ ทำไมนะ อึก! เราไม่ได้รักกันตอนไหนเหรอ ฉันไม่อยากมีชีวิตอยู่แบบนี้อีกต่อไปแล้ว หื้ออ" ในตอนที่เธอตัดพ้อเรื่องราวมากมายไม่เป็นธรรมที่เจอมา แต่ใครจะรู้ว่าช่วงเวลาสุดท้ายของชีวิตเธอมันเดินทางมาถึงแล้ว
"กรี๊ดดดด!"
เอี๊ยดด ตุ๊บ! ตู้มมมม!!
รถยนต์ของเธอถูกรถบรรทุกสิบล้อชนเข้าที่กลางลำบนสะพาน ถึงแม้ว่ามันจะไม่ได้แรงมากแต่ความเร็วที่เธอมาก็พอให้เสียหลักจนรถของเธอร่วงลงไปในแม่น้ำ โชคดีที่ระบบนิรภัยค่อนข้างหนาแน่นทำให้เธอมองหาช่องทางในการปีนออกมาจากรถได้ แต่แล้วหางตาก็เหลือบไปเห็นหน้าจอมือถือที่กำลังแสดงสายเรียกเข้าจากสามีผู้เป็นที่รัก
สายที่ไม่ได้รับ 5 สาย
-เมืองเหนือที่รัก-
เธอมองมันด้วยความนิ่งเรียบไม่แสดงถึงความรู้สึกอะไรเลยสักนิด ตอนนี้ในหัวของเธอคิดไปถึงเรื่องราวความรักระหว่างเขากับเธอที่ฝ่าฟันอะไรมามากมาย มีทั้งดีและร้ายแต่ทุกครั้งก็ยังคงยิ้มและจับมือให้กันผ่านมันมาได้เสมอ ที่ผ่านมามันดีมากจนเธอเองก็แอบสงสัยว่าเรารักกันยังไงให้เจ็บปวดกันได้ขนาดนี้
พิมโรสเลือกที่จะอยู่นิ่งเช่นนั้นและไม่ทำอะไรเลยปล่อยให้รถค่อย ๆ จมลงสู่ใต้แม่น้ำดำลึกเย็นทั้ง ๆ ที่เธอสามารถเอาตัวรอดออกมาจากตรงนั้นได้แท้ ๆ
"แม่ขอโทษนะลูก...ที่ไม่สามารถทำให้ลูกเกิดมาได้เพราะความอ่อนแอของแม่เอง..."
เธอมองแสงสว่างที่ค่อย ๆ ลดน้อยลงไปทุกที เธอรู้ว่ากำลังทำเรื่องที่โง่เขลามากขนาดไหน แต่ทว่าตอนนี้เธอไม่สามารถทนรับอะไรได้อีกต่อไปแล้วเช่นกัน นึกขำก็เพียงแค่แม้กระทั้งห้วงความคิดสุดท้ายในชีวิตของเธอยังคงเป็นภาพดี ๆ ของผู้ชายคนนั้น
หลายคนอาจคิดว่าคนที่ฆ่าตัวตายนั้นเป็นเพราะว่าเขาอ่อนแอหรือเพียงคิดสั้น แต่ความจริงไม่ใช่เลย การฆ่าตัวตายของแต่ละคนนั้นไม่ใช่เพียงแค่คิดสั้น ๆ แต่เป็นการคิดแล้วคิดอีกคิดมาอย่างดีแล้วต่างหาก ทว่าบางคนที่ตกอยู่ในสภาวะที่อยากตายนั้น อันที่จริงเขาอาจไม่ได้อยากตายจริง ๆ ก็ได้อาจเพียงแค่อยากหายตัวไปจากชั่วขณะหนึ่งที่กำลังเผชิญอยู่เท่านั้นเอง...
และเมื่อวาระสุดท้ายของพิมโรสมาถึงเธอเพียงภาวนาด้วยจิตสุดท้ายของความสิ้นหวัง
"หากว่าฉันได้มีโอกาสกลับไปเริ่มต้นใหม่อีกสักครั้ง … ก็ขออย่าให้ฉันไปรักคนอย่างเขาอีกเลย"
"คืนนี้พี่ขอนะครับ พี่อยากรักกับพิม...พี่จะทำให้พิมมีความสุข" สิ้นคำพูดของเขาก็โน้มเข้าหาหญิงสาวก่อนประกบจูบอย่างเร่าร้อน ไม่เพียงแค่แตะค้างเอาไว้เฉย ๆ เขากลับขบเม้มดูดดึงริมฝีปากอวบอิ่มอีกคนจนที่สุดพิมโรสก็เผลอตอบรับจูบนั้นอย่างไม่รู้ตัว"อื้มม" เสียงครางหวานในลำคอบ่งบอกว่าตอนนี้พิมโรสไม่อาจหักห้ามใจไม่ให้โอนเอนไปตามชายตรงหน้าได้เลย เขาร้ายกาจเกินกว่าที่เธอคาดคิดเอาไว้มากนักมือหนาลูบไล้ที่แผ่นหลังบางไปมาทำเอาร่างเล็กบอบบางอ่อนราวขี้ผึ้งรนไฟ ทุกที่ที่เขาสัมผัสสร้างความวาบหวามให้พิมโรสอย่างที่สุด เมื่อเขาไล่ต้อนเรียวลิ้นอีกคนจนพอใจแล้วก็เปลี่ยนเป้าหมายมาที่ซอกคอขาวที่ได้เล่นกับมันไปเมื่อก่อนหน้า"อ่าา ยะ อย่าเพิ่ง" หญิงสาวเอ่ยห้ามทว่าก็ไม่ได้จริงจังนัก หรือถ้าจริงจังเมืองเหนือก็ไม่คิดจะสนใจมันเช่นกัน"อื้มม พิมหอมมาก หอมไปทั้งตัวเลยพิม" เขาเอ่ยชมในความตัวหอมราวกับคนที่อาบน้ำเพิ่งเสร็จมาหมาด ๆ แถมยังเป็นกลิ่นเฉพาะตัวที่ราวแป้งเด็กก็ไม่ปาน และคำชมนั้นก็มีผลต่อหัวใจของหญิงสาวมากเหลือเกิน ยิ่งอีกคนทำเหมือนกับหลงใหลในตัวเธอมากเท่าไรยิ่งทำให้พิมโรสอ่อนระทวยมากเท่านั้น"ชู่ววว" เสียงอีกคนเอ่
พนักงานส่งอาหารเข้ามาส่งเมืองเหนือก็เทใส่จานแล้วเอาไปให้คนท้องกินอย่างดิบดี ทว่าเขาไม่ได้เตรียมมาเผื่อพิมโรสด้วยอย่างที่ควรเป็น แต่ต่อให้เขาเตรียมภรรยาคนเก่งนั้นก็ไม่สามารถทานมันลงคอไปได้จริง ๆสายตาหวานสบเข้ากับคนที่เข้ามาอยู่อาศัยในบ้านหลังนี้เพียงชั่วคราว ก่อนจะเห็นว่าสายตาและใบหน้าที่แสดงความเย้ยหยันนั้นมันส่งกลับมาที่พิมโรสอย่างจงใจ ทว่าผู้ชายคนนั้นกลับไม่สังเกตเห็นสิ่งที่อีกคนทำเลยแม้แต่น้อยร่างบางถอนหายใจยาวยืดก่อนจะตัดสินใจหันหลังแล้วขึ้นไปที่ชั้นบนเพื่อตรวจการบ้านของเด็กนักเรียนที่เอากลับมาทำต่อเพราะไม่อยากจะอยู่ตรงนี้ทนเห็นคนสองคนทำความสนิทสนมกันอีกต่อไป"พิม แกได้ยินที่ฉันพูดไหมเนี่ย" ช่วงเย็นวันนั้นหญิงสาวรับสายเพื่อนสนิทและได้ปรึกษาเรื่องที่เกิดขึ้นในวันนี้ เธอได้บอกเล่าเรื่องราวความกังวลใจให้กับนิสาได้รับรู้ ซึ่งก็ตามที่คาดเพราะว่าก่อนที่จะให้คำปรึกษาหรือปลอบใจก็ต้องได้รับคำด่าจากเพื่อนเสียก่อน"ได้ยินแล้วน่า ฉันก็สงสัยเหมือนกันว่าตอนนี้กำลังทำอะไรอยู่ ฉันมาอยู่ตรงนี้ทำไมนะ" เธอสับสนมาก ไม่รู้ว่าตัวเองจะต้องเดินไปทางไหน มันมองไม่เห็นทางออกเลยสักนิด หากแต่จะให้เดินออกไปต
ตอนที่ 5 อาการคนท้องมือขาวจับตะหลิวควงไปมาอย่างคล่องแคล่ว วันนี้หญิงสาวหยุดงานจากวันนักขัตฤกษ์ก็ถือโอกาสทำงานบ้านและทำกับข้าวไปด้วยเลย"ทำอะไรอยู่เหรอคะพี่พิม" ทว่าเสียงของคนที่ไม่อยากเผชิญหน้าคนหนึ่งก็ดังขึ้นที่ด้านหลังทำให้เจ้าของชื่อชะงักไปเล็กน้อย ก่อนหันมามองคนพูดด้วยสีหน้าสงสัยและไม่เข้าใจหลังจากวันที่เคสเข้ามาอยู่ที่บ้านหลังนี้ก็ผ่านมากว่าสัปดาห์แล้ว ในวันแรก ๆ เธอก็อยู่อย่างคนไร้ตัวตนที่แทบไม่ออกมาให้ก็โรสได้เห็นหน้าเลยด้วยซ้ำ แต่เมื่อถึงเวลามื้ออาหารจะเป็นเมืองเหนือที่เอาอาหารเข้าไปให้ในห้องทุก ๆ วัน ห้องของเคสอยู่ที่ห้องรับแขกชั้นล่างก็เพราะว่าง่ายและสะดวกเมื่อถึงตอนที่ท้องใหญ่ขึ้น ทว่าทุก ๆ คืนพิมโรสกลับอยู่ด้วยความหวาดระแวงตลอด เธอกลัวเหลือเกิน กลัวว่าสามีของเธอจะย่องออกไปข้างนอกในกลางดึก"ทำกับข้าว" คนตัวเล็กตอบเสียงแข็งเพราะไม่สนิทใจที่จะคุยกับผู้หญิงคนนี้ หากแต่ดูเหมือนอีกคนจะไม่ได้คิดเช่นนั้น"แหม เสียงแข็งเชียวนะคะพี่พิม เราอยู่บ้านเดียวกันไม่เห็นต้องทำตัวห่างเหินกันขนาดนั้นเลยค่ะ" เคสหย่อนตัวลงที่เก้าอี้ใกล้ ๆ และหยิบเอาผลไม้ที่เจ้าของบ้านปลอกไว้ในจานขึ้นมากินอย่าง
พิมโรสไม่อยากเชื่อเลยว่าเมืองเหนือจะจัดการปัญหาที่เกิดขึ้นด้วยวิธีแบบนี้ คิดได้ยังไงจะเอาผู้หญิงคนนั้นเข้ามาอยู่ในบ้านที่มีเธออยู่ด้วย"พี่คิดดีแล้วเหรอแคะที่จะทำแบบนี้" เธอถามด้วยน้ำเสียงเข้มหลังจากกลืนก้อนสะอึกลงคอไปจนหมดแล้ว เธอจะไม่ยอมหนีไปเหมือนกับครั้งก่อนเพราะว่ามันจะไม่จบสิ้นกันสักที อีกอย่างเธอก็ไม่มีที่จะไปแล้วด้วยเหมือนกัน"เรามาคุยกันหน่อยนะพิม" มือหนาที่จับข้อมือเล็กของหญิงสาวอยู่กระตุกเบา ๆ เป็นสัญญาณบอกให้เธอเดินตามเขาไป และพิมโรสเองก็ไม่ได้ขัดขืนทั้งสองพากันเดินมาหยุดอยู่ที่ห้องทำงานที่ชั้นด้านบนของบ้านก่อนที่ชายหนุ่มจะพาพิมโรสมานั่งลงที่โซฟาหนังราคาแพงตรงกลางและไม่ยอมปล่อยมือที่จับกันแน่นเอาไว้"...""พิมครับ พี่มีเรื่องจะขอพิมครับ" เขาว่าในตอนที่จ้องมองเข้าไปในดวงตากลมสวยของหญิงสาวที่แอบมีน้ำตาคลออยู่เต็มหน่วยทั้งสองข้าง"พี่มีอะไรจะพูดก็พูดมาเถอะค่ะ" เธอว่าเช่นนั้นทั้งที่ไม่ยอมแม้จะหันไปมองใบหน้าคนที่ทำร้ายจิตใจเธอเลยสักนิด แต่ก็ยังอยากรู้เหตุผลของคนหลายใจคนนี้ว่าเขาจะทำอะไรกันแน่"พี่รู้ว่าพิมคงจะโกรธพี่มาก ๆ เลยใช่ไหม พี่ไม่มีอะไรแก้ตัวเลยครับ พี่ขอโทษ พี่ขอโทษจร