All Chapters of ท่อนแขนมังกร: Chapter 21 - Chapter 30

127 Chapters

Chapter 21 ที่นี่เป็นตำหนักของข้า

นางเดินได้ไม่กี่ก้าว รู้สึกว่ามีคนกำลังเข้ามาในห้อง นางหันซ้ายหันขวา เห็นเชิงเทียนทองเหลืองอยู่ใกล้มือจึงคว้าไว้ก่อนแล้วหาที่หลบซ่อนอยู่หลังแจกันทรงสูงท่วมศีรษะนางบุรุษร่างสูงผลักบานประตูเข้ามา ไม่อาจรู้ว่าเหตุใดถึงกระวนกระวายใจจนไม่อาจมีสมาธิฝึกซ้อมเพลงกระบี่ได้ จำต้องเดินกลับมาดูนางอีกรอบ ทั้งที่ซิ่นเจี่ยงเองบอกเขาแล้วว่านางปลอดภัยดี แม้ว่านางมีผู้ปกป้อง แต่ถ้าเขาไปช้าเกินไป นางจะเป็นเช่นไร หมดสติอยู่อย่างนั้นจนกว่าจะมีคนมาช่วย? สิ่งที่เห็นไม่ได้สร้างความแปลกประหลาดใจอันใดนัก แต่ที่หาคำตอบให้ตนเองไม่ได้คือ ทำไมเขาเป็นห่วงนาง คำถามที่หาคำตอบไม่ได้ทำให้เขาหงุดหงิด สองเท้าพาร่างของตนกลับมาดูนางอีกครั้งเพียงผลักบานประตูเข้าไป ด้วยประสาทสัมผัสที่ไวเป็นพิเศษ รู้สึกได้ถึงความเคลื่อนไหวใกล้ตัว ชะงักเท้าและเตรียมตั้งรับเพราะคิดไปเองว่าชิงลงมือก่อนจะได้เปรียบ ว่านหนิงเหมยพุ่งตัวออกไปพร้อมเชิงเทียนทองเหลืองในมือ นางยกมันขึ้นหมายจะฟาดใส่คนตัวโตที่เดินเข้ามา ทว่าข้อมือของนางถูกจับไว้ก่อน อีกฝ่ายออกแรงกระชากเพียงเล็กน้อย นางเสียหลักเข้าไปปะทะกับแผ่นอกแกร่งของเขาแล้ว หญิงสาวเผลอร้องออกมา ข้อมื
Read more

Chapter 22. อิจฉา

“รีบกินเถอะ เย็นแล้วจะไม่อร่อย”น้ำเสียงเอื่อยๆ นั่นทำเอานางเงยหน้าขึ้นมอง องค์ชายหยิบตะเกียบคีบอาหารส่งเข้าปากตนเอง แทบไม่ได้มองหน้านางเลยสักนิด สายตายังคงอยู่กับตำราที่วางไว้ข้างๆ คงเป็นหนังสือที่ดึงดูดองค์ชายมากนักถึงขนาดไม่ยอมถอนสายตาเลยทีเดียว เอ๋? นี่นางอิจฉาแม้กระทั่งหนังสือในมือท่านอ๋องเชียวรึ? นางรู้สึกว่าตัวเองช่างโง่งมและเงอะงะอย่างไรไม่รู้ สมองที่เคยคิดอะไรได้รวดเร็วนั้นเวลานี้กลับไร้ประสิทธิภาพ นางก้มหน้าก้มตาตั้งอกตั้งใจกินโจ๊กในชาม องค์ชายเฟยเทียนเงยหน้าขึ้นมองเสี้ยวหน้าของนาง ความกล้าหาญเมื่อครู่หายไปแล้ว ท่าทางปกป้องตนเองและเหวี่ยงเชิงเทียนใส่เขานั้นสร้างรอยยิ้มขบขันขึ้นโดยไม่รู้ตัว “ท่านหมอบอกว่านอกจากเจ้าต้องพิษจากกำยานแล้ว ยังมีไข้อีกด้วย ร่างกายฟื้นตัวใหม่ๆ จะหิวง่าย ถ้าไม่อิ่มกินกับข้าวพวกนี้ก็ได้” นางเงยหน้าขึ้น เผลอยกมือขึ้นแตะหน้าผากเพื่อวัดความร้อนของตนเอง ไม่แน่ใจว่าที่รู้สึกร้อนผ่าวอยู่นี่เพราะยังมีไข้อยู่ หรือเพราะดวงตาคู่คมที่จ้องมองนาง “ไม่เป็นไรเพคะ หม่อมฉันไม่ค่อยหิว” แต่นางก็จัด
Read more

Chapter 23. ก็ท่านไงเล่า คนที่ข้ารัก!

องค์ชายเฟยเทียนพาหญิงสาวเดินเรื่อยๆ ไม่รีบเร่งผิดวิสัยปกติของตนเองนัก แม้ตนเองไม่ชอบสวนที่ถูกย้อมด้วยสีชมพูเช่นนี้ แต่เมื่อเห็นนางมองทิวทัศน์รอบข้างด้วยรอยยิ้มก็ยอมเดินช้าลง ให้นางเกาะท่อนแขนของเขา เดินจนไปหยุดที่สะพานพระจันทร์เสี้ยวที่โค้งตัวข้ามสระบัว ใบหน้าของนางทอดมองไปรอบๆ แต่สายตาของเขาหยุดที่ใบหน้าของนางก่อนเลื่อนลงมองมือเล็กที่เกาะท่อนแขนของเขาอยู่ แขนข้างนี้ แขนที่มีปีศาจมังกรเพลิงฝังกายอยู่ ไม่เคยมีผู้ใดกล้าแตะต้อง มันเป็นเช่นเหล็กกล้าและแกร่งดุจเพชร ศาสตราวุธใดมิเคยทำร้ายเขาได้ แต่สองครั้งแล้วที่ ‘บางสิ่ง’ ทำร้ายแขนข้างนี้ ความเจ็บปวดที่ได้รับนั้นไม่ได้มากมายอะไร แต่กลับกระตุ้นเตือนว่าเขายังมีความเป็นมนุษย์อยู่ “ชอบที่นี่รึ” “เพคะ” นางตอบอย่างรวดเร็ว แน่นอน นางต้องชอบสิ นางเป็นคนจัดสวนเองกับมือนี่นะ แต่นางชอบไม่ได้หมายความว่าเขาจะชอบ นางลืมเรื่องสำคัญไปได้อย่างไร เจ้าของตำหนักเป็นบุรุษหนุ่มและยังเป็นแม่ทัพใหญ่ น่าชอบอะไรที่น่าเกรงขามมากกว่านี้ มาคิดได้ตอนนี้ไม่ช้าไปหน่อยหรือไร นางหลับตาโอดครวญในใจ แทนที่จะช่วยให้พระประสงค์ของฮองไทเฮาเป็
Read more

Chapter 24. เล่ามาให้หมด

แม้ใบหน้าเรียบนิ่งจ้องมองนางอยู่ แต่ในใจนั้นกลับสับสน เขาไม่เคยเห็นผู้หญิงคนไหน อยู่ต่อหน้าเขาแล้วมีอาการแบบนี้ นางไม่ได้หวาดกลัวแต่กำลังเขินอาย ใบหน้าแดงซ่านราวกับถูกย้อมด้วยสีแดงของดวงอาทิตย์ยามพลบค่ำ หญิงสาวได้ยินเพียงใบไม้สั่นไหวตามแรงลม กลีบดอกท้อปลิดปลิวพร่างพรมลงบนศีรษะนาง ชายหนุ่มมองเห็นกลีบดอกไม้ร่วงลงบนศีรษะของหญิงสาว ดวงตาคมวาวหรี่ลงก่อนยกมือซ้ายของตน สะบัดปลายนิ้วเล็กน้อย ทว่า...ดอกท้อดอกหนึ่งร่วงหล่นใส่มือ ว่านหนิงเหมยหันมองดอกไม้ในมือท่านอ๋องแล้วกะพริบตาปริบๆ ครู่ต่อมามือใหญ่จับปลายผมของนางพันก้านดอกไม้ไว้ ความอ่อนหวานเคล้ากลิ่นหอมละมุนอบอวลไปทั่วร่างนางเงอะงะงุ่มง่าม ไม่รู้ว่าควรทำอย่างไรในห้วงเวลาอันแสนพิเศษนี้ แล้วนางก็ผวาเฮือกด้วยความตกใจ ยื่นมือไปคล้องคออีกฝ่ายอย่างไม่รู้ตัว ร่างเล็กถูกช้อนตัวขึ้นอุ้มอย่างรวดเร็ว “ท่านอ๋อง!” “เจ้าต้องลมนานไปจนไข้ขึ้นแล้วกระมังถึงได้หน้าแดงจัดเช่นนี้” เพียงกระชับนางไว้ในวงแขนแน่นขึ้น ใช้วิชาตัวเบากระโดดแตะยอดไม้ไม่กี่ทีก็พานางกลับไปที่ห้องนอนของนางแล้ว “พักฟื้น
Read more

Chapter 25. นางมีสิทธิ์คิดฝันไปไกลกว่านี้ได้ไหม

“เจ้าอยากเดินหมากก็ให้เด็กไปยกกระดานหมากมาเถิด”ส่ายหน้ารำคาญกับท่าทางของซิ่นเจี่ยง เขารู้ว่ากุนซือผู้นี้หลงใหลการเดินหมากล้อมเป็นอย่างยิ่ง ยามว่างหรือสบช่องทางก็ออกไปตระเวนเดินหมากกินเงินกับผู้อื่น ทำตัวเหมือนเป็นผีพนัน เคยเดินหมากติดพันหายไปสองสามราตรีก็มี บางครั้งเขาให้เจิ้งหู่หรือเจิ้งไฉคอยติดตามซิ่นเจี่ยง เพราะกุนซือผู้นี้อ่อนด้อยเรื่องวรยุทธ์ ซิ่นเจี่ยงรีบลุกไปยกกระดานหมากมาอย่างรวดเร็ว คนผู้นี้สามารถทำงานไปและเดินหมากไปพร้อมกันได้เฟยเทียนยกน้ำชาขึ้นจิบ เห็นกลิ่นหอมละมุนอยู่ในปาก แต่เขากลับคิดถึงกลิ่นหอมจากเรือนผมยาวสยายของหญิงสาวผู้นั้น สายป่านนี้ นางยังไม่มา แต่หญิงรับใช้ที่ให้ดูแลนาง รายงานต่อซิ่นเจี่ยงแล้วว่า เมื่อคืนนางไม่มีไข้กลับมาอีก แม้มีเหงื่อออกมากก็ตาม เขาเป็นฝ่ายย้ำไม่ให้ปลุกนาง ปล่อยให้นางได้พักผ่อนเต็มที่ หวังว่านางจะไม่ฝันร้ายจนหมอนเปียกน้ำตาน่าแปลกที่เมื่อคืนเขาหลับลึก หลายปีมานี้จะมีสักกี่ราตรีที่เขาหลับและผ่อนคลายได้มากขนาดนี้ แต่เขามั่นใจว่าไม่ได้ถูกพิษใด เพราะเมื่อลืมตาเขาก็ยังรู้สึกตัวเป็นปกติดี คล้ายค่ำคืนที่ผ่านมาเขาได้กลิ่นหอมจางๆ รายล้อมจ
Read more

Chapter 26. ยิ้มเก้อเขิน

นางเพิ่งรู้ตัวว่าพูดพร่ำอยู่ผู้เดียวรีบหยุดปากแล้วเงยหน้าขึ้น นางกลับเห็นเงาตัวเองในดวงตาสีนิลที่จ้องมองอยู่ก่อนแล้ว หญิงสาวฉีกยิ้มเก้อเขิน แต่มือยังขุดดินอยู่ ครู่ต่อมานางเห็นมือใหญ่ใช้มีดสั้นปักลงดินเหมือนจะช่วยนางขุดเอาต้นไม้อ่อนเยาว์นี่ นางรีบร้องห้ามทันที “อย่าเพคะ ประเดี๋ยวคมมีดจะถูกรากของมัน” นางใช้สองมือขุดดินร่วนอย่างง่ายดาย “ต้นตู้เจวียนเอาใจยากสักหน่อย ชอบน้ำแต่ถ้าน้ำมากไปก็จะตาย ซ้ำยังชอบแสงแดดพอดีๆ ด้วย” นางหุบปากตัวเองอีกครั้ง รู้สึกพูดมากเกินไปแล้ว ครู่ต่อมานางได้ต้นตู้เจวียนในอุ้งมือ “หม่อมฉันขอย้ายไปปลูกตรงโน้นนะเพคะ ถ้าอยู่ตรงนี้มีหวังถูกเหยียบตายก่อนเติบโตเป็นแน่” องค์ชายเฟยเทียนเพียงแค่พยักหน้าเป็นเชิงอนุญาต มองตามร่างเล็กสวมชุดสีขาวเดินไปด้านข้าง นางกวาดตามองหาที่สำหรับลงต้นไม้น้อยๆ ของนาง เขาสังเกตแม้กระทั่งชายกระโปรงที่เลอะดิน สองมือของนางดูคล่องแคล่วเป็นธรรมชาติ “กระหม่อมไม่คิดว่าท่านอ๋องจะทำเช่นนี้” ซิ่นเจี่ยงสูดลมหายใจลึก หากนางไม่ทรุดลงไปนั่ง ปลายกระบี่ที่หักนั้นคงได้ปักที่หัวใจนางแทนต้น
Read more

Chapter 27. แกล้งข้าทำไม

รวดเร็วจนนางไม่ทันได้ร้องอุทาน ข้อเท้าเหมือนถูกรั้งไว้ทำให้เสียจังหวะในการเดิน แต่คนที่เดินนำหน้ากลับเร็วกว่าหมุนตัวมารับนางได้ทันก่อนที่นางจะล้มหน้าคว่ำคะมำไปกับพื้นหญ้า พื้นหญ้า...ต้นหญ้า...ต้นหญ้าเหรอ? นางก้มมองข้อเท้าตัวเอง เพียงแวบเดียวนางเห็นว่าต้นหญ้า เหล่านั้นคลายออกจากข้อเท้า กลายเป็นต้นหญ้าไร้เดียงสาตามเดิม “แกล้งข้าทำไม” นางพูดลอดไรฟัน พลันได้ยินเสียงหัวเราะคิกคักลอยอยู่ใกล้หูทว่าลมหายใจอุ่นร้อนที่คลอเคลียใบหน้า ทำเอานางเพิ่งรู้สึกตัว เขาคงไม่เห็น และไม่ได้ยินสิ่งที่นางเผลอส่งเสียงออกไปใช่ไหม นางแหงนหน้าขึ้นเห็นเพียงสีหน้าเรียบนิ่ง เมื่ออยู่ใกล้จึงรู้ว่าในแววตาคู่คมนี้มีรอยขบขัน เป็นดวงตาของบุรุษที่ซุกซ่อนอารมณ์อันหลากหลาย แท้จริงแล้วเขายังมีหัวใจ ไม่ได้เย็นชาอย่างที่ใครหลายคนหวาดกลัว “ดูเจ้ายังไม่ค่อยมีแรงเดินนัก” เพราะนางเริ่มจับจังหวะการพูดของเขาได้ พูดจาขึ้นมาประโยคเดียวโดดๆ แบบที่คนฟังไม่มีสิทธิ์ปฏิเสธหรือต่อต้าน ทุกคำเป็นคำสั่ง หญิงสาวขยับตัวถอยห่างได้ทันก่อนที่เขาโน้มตัวลงมาอุ้มนางเช่นเมื่อวาน
Read more

Chapter 28.  ใจว้าวุ่น

บรรดาบุรุษที่ใช้ชีวิตในสนามรบเช่นพวกเขา เลือดกำเดาไหลถือเป็นเรื่องปกติ แต่เมื่อเห็นหญิงสาวร่างเล็กเลือดกำเดาไหลถึงกับตื่นตระหนก เมื่อเลือดหยุดไหล นางถูกส่งกลับมาพักผ่อนที่ห้องของตนเอง หลังจากนั้นก็ต้องดื่มยาบำรุงรสขมจัดอีกชามใหญ่ เอาเถอะ ถึงอย่างไรว่านหนิงเหมยก็อับอายกับความจริงที่ยากจะยอมรับ ถึงต้นเหตุที่ทำให้นางเลือดกำเดาไหล ตอนนี้เพิ่งยามเซิน นางจึงเอาแต่อยู่ในห้องนอนพลางคิดว่าคนผู้นั้นตกลงปลงใจเลือกหญิงใดเป็นพระชายา ในใจว้าวุ่น ได้แต่ผุดลุกผุดนั่งในห้อง หญิงสาวเดินไปที่หน้าต่างมองเห็นยอดไม้สีเขียวอ่อนสดใส นางถอนหายใจแผ่วเบา หากเป็นในสวนสี่ฤดูของฮองไทเฮา นางอาจได้คำแนะนำดีๆ จากเหล่าพฤกษาก็เป็นได้ แต่พวกนั้นก็ช่างลามกนัก! มือเรียวยกขึ้นตบหน้าอกตัวเองสองสามที บอกหัวใจให้สงบลงหน่อย ถึงอย่างไรนางก็ไม่ใช่หนึ่งในตัวเลือกเหล่านั้น เห็นแววตาขุ่นเคืองนั้นแล้ว นางรู้ว่าคนผู้นั้นไม่ได้ปรารถนาสาวงามที่ถูกส่งมาให้คัดเลือกนัก ถ้าคนผู้นั้นแต่งงานมีภรรยา นางคงเลิกสนใจ เลิกรักเขา และหลุดพ้นจากการแอบรักใครสักคนแบบนี้ได้เสียที ใช่แล้ว เพราะเขานั่นแหละ
Read more

Chapter 29. ท่านอยากรู้เรื่องใดเล่า

“พูด” “ท่านอยากรู้เรื่องใดเล่า” นางถลึงตาใส่ ไม่ได้กลัวท่าทางขึงขังของเขาเลยสักนิด “เจ้ารู้ว่าต้องพูดเรื่องใด” เสียงเย็นเอ่ยตอบ แต่แอบพอใจท่าทีขัดขืนด้วยสายตาของนาง “หรือเจ้าเป็นปีศาจ?” “ตนเองเป็นครึ่งปีศาจ เอะอะก็เหมารวมว่าผู้อื่นต้องเป็นปีศาจด้วยหรือไรเล่า” นางขึ้นเสียง แล้วนึกขึ้นได้รีบยกมือขึ้นปิดปาก นางไม่ควรพูด... เรื่องที่เขาเป็นครึ่งปีศาจ แต่อีกฝ่ายกลับรู้สึกตรงข้าม เกือบจะหัวเราะออกมา สิบปีมานี้เขาถูกเรียกว่า ‘ปีศาจ’ จนเคยชิน ทว่าไม่รู้ว่าเหตุใด ถ้อยคำของนางทำให้เขาอยากหัวเราะ “เช่นนั้นเจ้าสั่งต้นไม้พวกนั้นให้ปกป้องเจ้าได้อย่างไร” น้ำเสียงที่ถามอ่อนลง ทำให้นางกล้าเงยหน้าสบตากับอีกฝ่าย “หม่อมฉันไม่เคยสั่งเพคะ” “แต่ที่ข้าเห็น... มันไม่ใช่” เขาไม่คิดว่าแม้แต่ดอกบัวก็ยังคุ้มครองนาง เขาไม่อาจพูดได้ว่าตกใจมากเพียงใด ทีแรกแค่หยอกล้อต้อนนางจนพลั้งมือทำให้นางตกน้ำ “หม่อมฉันไม่เคยสั่ง” นางยืนยันคำพูดตัวเองอีกครั้ง “หม่อมฉันแค่ขอร้อง” “ขอร้อง?” “เพคะ” นางเบ
Read more

Chapter 30. ช่างเป็นบิดาที่ห่วงใยลูกชายเสียจริง!

เรือนร่างในอาภรณ์สีขาวใต้ผิวน้ำตรึงสายตาเขาไว้ น้ำในสระเย็นจัดทว่าลมหายใจรุ่มร้อน นางไม่ได้งดงามเย้ายวนชวนให้คลุ้มคลั่ง แต่ทุกสิ่งทุกอย่างที่ประกอบเป็นนางนั้นดูเหมาะเจาะเสียจนไม่อาจถอนสายตาได้ ปรารถนากักเก็บนางไว้แต่เพียงผู้เดียว“ต้องกำจัดนางจริงๆ หรือพ่ะย่ะค่ะ” เจิ้งหู่ลอบถอนหายใจ เขาติดตามดูนางตั้งแต่ออกจากวัง เห็นชีวิตของนางแล้วก็ได้แต่สงสารเห็นใจในโชคชะตา“แต่ถ้าปล่อยนางไว้ นางอาจทำให้ท่านอ๋องเป็นอันตราย” ซิ่นเจี่ยงได้แต่เคาะพัดกับฝ่ามือของตนเมื่อคืนเขาไม่ได้ให้คำตอบกับผู้ใด เพื่อตนเอง เขาต้องกำจัดนางเช้านี้เขามาพบฮองไทเฮา เห็นสีพระพักตร์ที่รอคำตอบอย่างใจจดจ่อแล้วก็ได้แต่ลอบถอนหายใจ ก่อนยกถ้วยชาขึ้นดื่ม“วันนี้มีประชุมเช้า หากเจ้าเลือกหญิงงามมาเป็นชายาได้แล้ว ข้าจะเสนอชื่อขอสมรสพระราชทานให้เจ้า”เพราะต้องการให้หลานรักได้พ้นบ่วงเคราะห์กรรม ฮองไทเฮาทุ่มข้อเสนอที่ไม่อาจปฏิเสธได้ให้หญิงงามหลายตระกูล เพื่อเป็นตัวเลือกของหลานชายผู้นี้ หากไม่ติดที่ว่า ต้องเป็นชื่อที่หลานรักเอ่ยปากออกมาเอง พระนางคงจัดการจับคู่ให้เรียบร้อยไปนานแล้ว“เลือกแล้วกลับตุนหวงได้เลยใช่ไหมพ่ะย่ะค่ะ”“เอะอะก็กลับ
Read more
PREV
123456
...
13
SCAN CODE TO READ ON APP
DMCA.com Protection Status