บททั้งหมดของ เกิดใหม่หนีรักทรยศ มาตกหลุมรักแม่ทัพพิการ: บทที่ 141 - บทที่ 150

208

บทที่ 141

สายสืบหรือ?“หึ...” เสียงหัวเราะแผ่วเบาดังขึ้นเพียงครู่เดียว “คุณชายเซวีย ผู้ติดตามของจวนกั๋วกง ล้วนถอนตัวมาจากสนามรบชายแดน สองมือของทุกคนต่างเคยแปดเปื้อนโลหิตของคนเถื่อนนอกด่านมาแล้วอย่างน้อยหลายสิบชีวิต ทั้งยังบั่นศีรษะศัตรูมาแล้วมิใช่น้อย”เซวียมู่เจาขมวดคิ้วเย่จั๋วกล่าวต่อว่า “เจ้าคิดว่า ด้วยความสามารถของเจ้าที่คัดเลือกผู้ติดตามให้นาง จะปกป้องนางในจวนกั๋วกงได้สัก ‘สามส่วน’ อย่างไร?”อย่าว่าแต่สามส่วนเลย แม้แต่ครึ่งส่วนก็ยังมิอาจปกป้องได้ปลายนิ้วเคาะลงบนโต๊ะเบา ๆ “ส่งคนไปเถิด นางมิได้ระแวงข้า”หากแต่ต้องการคนไว้คอยทำงานให้นางนับตั้งแต่ราชโองการสมรสพระราชทานถูกประกาศออกมา เขาก็ให้หน่วยกล้าตายคอยติดตามอยู่ข้างกายเซวียหว่านอี้แม่นางน้อยตระกูลเซวียผู้นี้ นิสัยค่อนข้างเกียจคร้าน ทว่ากลับแสดงท่าทีดุดันมุ่งร้ายต่อคนผู้หนึ่งเพียงเท่านั้นฉู่ยวนเล่ห์เหลี่ยมและท่าทีมุ่งร้ายทั้งหมดของนาง ล้วนพุ่งเป้าไปที่คนผู้นี้ต้องมีความแค้นลึกล้ำเพียงไรกัน จึงทำให้นางต้องขบคิดจนสมองแทบแตก เพียงเพื่อหมายจะเอาชีวิตอีกฝ่ายให้จงได้น่าเสียดายที่ฉู่ยวนมิใช่คนไร้ความสามารถ กลับมีผลงานราชการโดดเด
อ่านเพิ่มเติม

บทที่ 142

เซวียมู่เจาขมวดคิ้ว “ได้บอกหรือไม่ว่าเป็นเรื่องอันใด?”กวนฉีลังเลเล็กน้อยพลางกล่าว “แม่นางผู้นั้นก็อยู่ด้วย คิดว่าน่าจะเป็นเพราะนางขอรับ”เมื่อได้ยินเช่นนี้ เซวียหว่านอี้ก็รู้ได้ทันทีว่า คงเป็นทางฝั่งท่านแม่สืบรู้อะไรมาได้แล้วนางก้าวเท้าเดิน พลางหันไปกล่าวกับแม่นมเฉินที่อยู่ข้างกาย “แม่นม จัดเตรียมที่พักให้สองท่านนี้เถิด ข้ากับท่านพี่จะไปดูเสียหน่อย”แม่นมเฉินขานรับคำสั่ง แล้วพาคนทั้งสองออกไป“ท่านพี่ ไปกันเถอะเจ้าค่ะ” นางเอ่ยเรียก แล้วก้าวออกจากเรือนไปก่อนณ เรือนพักบ่าวไพร่แห่งหนึ่งในจวนตระกูลเซวียแม่นมเฉินจัดการที่ทางให้ทั้งสองเรียบร้อยแล้ว ขณะกำลังจะกลับออกมา หนึ่งในนั้นก็เอ่ยรั้งนางไว้“แม่นมเฉิน”นางหยุดเดิน หันกลับไปมองผู้พูด ครั้นสายตาตกกระทบสิ่งของในมือเขา รูม่านตาก็สั่นไหวเล็กน้อย “คุณชายส่งพวกเจ้ามาหรือ?”“ถูกต้อง” ของในมือเขาก็คือของแทนใจของเย่จั๋ว “ท่านแม่ทัพสั่งให้พวกเราติดตามคอยรับคำสั่งอยู่ข้างกายคุณหนูเซวีย”แม่นมเฉินพยักหน้า “หากเป็นเช่นนั้น ก็พักอยู่ที่นี่อย่างวางใจเถิด”ตัวตนของนางนั้นเปิดเผยอยู่แล้ว ทว่าสองคนนี้…“คุณชายเซวียรู้ฐานะของพวกเจ้าหรือไม่?
อ่านเพิ่มเติม

บทที่ 143

สิ่งที่แสดงให้เห็นได้ชัดแจ้งที่สุด ย่อมมิพ้นเรื่องการออกเรือนของสตรีในตระกูลอาจกล่าวได้ว่า เพียงเซวียฉงได้ดีมีวาสนา คนทั้งตระกูลเซวียพลอยได้อานิสงส์ไปด้วยแม้จะเป็นเช่นนั้น ยามคนบ้านรองของพวกเขาพบหน้าหัวหน้าตระกูล หากต้องคุกเข่าก็จำต้องคุกเข่า หากต้องเคารพบูชาก็จำต้องกระทำเซวียหมิงเยว่เอาความกล้ามาจากที่ใดกัน“ส่งตัวกลับเมืองหนิงโจวเสียก็สิ้นเรื่อง” เขาคือบุรุษเพียงหนึ่งเดียวของตระกูลเซวียบ้านรอง วาจาจึงมีน้ำหนักยิ่งนัก แม้แต่เซวียฉงยังต้องรับฟังด้วยความใส่ใจเซวียหมิงเยว่ตัวสั่นเทาอย่างรุนแรง นางทรุดกายลงคุกเข่ากับพื้นดังตุบ ดวงตาแดงก่ำจับจ้องผู้คนในห้องตำรา“ท่านอา ท่านอาสะใภ้ ท่านพี่ ข้ากลับไปมิได้เจ้าค่ะ ได้โปรดช่วยข้าด้วย หากต้องกลับไป ข้าต้องตายแน่”สำหรับผู้มีจิตใจอำมหิต คิดปองร้ายคนในตระกูล หัวหน้าตระกูลย่อมมีสิทธิ์ลงทัณฑ์ก่อนแล้วค่อยรายงานทีหลังหากสังหารคนแล้วค่อยแจ้งทางการ ทางการก็มิอาจเข้ามายุ่งเกี่ยวอย่างมากก็เพียงไต่สวนไม่กี่ประโยค จากนั้นก็ทำเป็นหลับตาข้างลืมตาข้างปล่อยผ่านไปนางมั่นใจว่ากระทำการอย่างลับเร้นยิ่งนัก มิรู้เลยว่าพวกเขาล่วงรู้ความจริงได้อย่างไร
อ่านเพิ่มเติม

บทที่ 144

เซวียหมิงถังละสายตา มิปรารถนาจะเจรจาความไร้สาระกับนางเขาหันไปคารวะฮูหยินเจียงที่นั่งอยู่ตำแหน่งประธาน กล่าวว่า “ขอบพระคุณท่านอาสะใภ้ที่คืนความยุติธรรมให้น้องสาวของข้า ก่อนมาท่านทวดได้สั่งความให้หลานนำของขึ้นชื่อจากเมืองหนิงโจวมาด้วย ขอท่านอาสะใภ้โปรดรับไว้ด้วยขอรับ”ฮูหยินเจียงโบกมือ “ของฝากนั้นไม่สำคัญหรอก สำคัญที่หมิงจิ้งเด็กคนนั้น ได้ยินบ่าวไพร่ส่งข่าวกลับมาว่าดูเหมือนจะกระทบกระเทือนถึงจิตใจ ข้าให้พี่สะใภ้ของเจ้าจัดเตรียมยาบำรุงไว้บ้างแล้ว ยามกลับก็ให้นำติดตัวไปด้วย เอาไปบำรุงเด็กคนนั้นให้ดีเถิด”“หมิงจิ้งยังเยาว์นัก หากบ้านตระกูลอู๋มิใช่คู่ครองที่ดี ซ้ำยังมีท่าทีเช่นนี้ การมงคลนี้มิเกิดขึ้นเสียยังจะดีกว่า ถือเสียว่าหย่าขาดจากกัน แล้วเลือกเฟ้นตระกูลสามีใหม่ให้หมิงจิ้ง ย่อมดีกว่าต้องทนทุกข์ระทมขมขื่น ถูกกลั่นแกล้งรังแกในเรือนหลังไปชั่วชีวิต”เซวียหมิงถังตระหนักว่าฮูหยินเจียงหวังดีต่อน้องสาว ภายในใจจึงซาบซึ้งยิ่งนัก“ขอบพระคุณท่านอาสะใภ้ หลานกลับไปจักหารือกับคนในครอบครัว ย่อมมิปล่อยให้หมิงจิ้งต้องได้รับความน้อยเนื้อต่ำใจเป็นแน่”กล่าวจบ ก็หันขวับไปมองเซวียหมิงเยว่ที่อยู่ด้านข้า
อ่านเพิ่มเติม

บทที่ 145

“แม้ตระกูลเซวียจะมิอาจนับเป็นตระกูลสูงศักดิ์ชื่อดัง ทว่าอย่างน้อยก็เป็นตระกูลขุนนาง การปล่อยให้พี่น้องร่วมตระกูลมาแก่งแย่งชิงดีชิงเด่นกันเองในเรือนหลังเดียวกันนั้น ช่างขายหน้ายิ่งนัก”คาดว่าท่านแม่คงคิดถึงจุดนี้เช่นกัน จึงได้กล่าววาจาเหล่านั้นกับเซวียหมิงถังในราชวงศ์อวิ๋น การหย่าร้างแล้วแต่งงานใหม่นับเป็นเรื่องปกติสามัญ ทว่าเซวียหมิงจิ้งถึงอย่างไรก็เสียความบริสุทธิ์ก่อนแต่ง ชื่อเสียงจึงมิค่อยน่าฟังนักหากดำเนินตามธรรมเนียมการออกเรือนตามปกติ แม้จะเป็นการหย่าร้าง แต่ด้วยฐานะของตระกูลเซวียในหนิงโจว หลานสาวของหัวหน้าตระกูลแต่งงานใหม่ ย่อมมีคุณชายผู้เพียบพร้อมในท้องที่มากมายมาสู่ขอทว่าในเมื่อครรลองมิได้เป็นไปอย่างที่ควรจะเป็น การต้องเผชิญกับคำครหาและข่าวลืออันหนาหูย่อมเป็นสิ่งที่มิอาจหลีกเลี่ยง“อีกทั้งเซวียหมิงเยว่ยังรู้จักผ่อนหนักผ่อนเบาและมีวิธีการที่อำมหิต เซวียหมิงจิ้งมิใช่คู่ต่อสู้ของนาง”อยู่เมืองหลวงต่อไปมิได้แล้ว หากกลับไปยังหนิงโจว นางย่อมต้องคว้าตัวคุณชายตระกูลอู๋เอาไว้เป็นแน่ และก็เพราะความเป็นไปได้เช่นนี้ นางจึงเกิดความคิดที่จะสังหารเซวียหมิงเยว่ขึ้นมาหรือไม่แน่ว่า อา
อ่านเพิ่มเติม

บทที่ 146

“อีกไม่กี่วันจะมีงานเลี้ยงชมดอกโบตั๋นที่จวนองค์หญิง เจ้าจะไปหรือไม่?”ยามนี้ฉู่ยวนตำแหน่งขุนนางยังไม่สูง นางจึงมิได้รับเชิญทว่าด้วยบารมีของตระกูลเซวีย นางจึงได้รับเทียบเชิญเซวียหว่านอี้พยักหน้า “ย่อมต้องไป”นั่นคือน้องสาวร่วมอุทรขององค์รัชทายาท เป็นองค์หญิงที่กำเนิดจากฮองเฮาเพียงพระองค์เดียวแห่งราชวงศ์อวิ๋นได้รับเทียบเชิญเมื่อสองวันก่อน ย่อมต้องไปร่วมงานเป็นแน่หน้าตาของคนบางคน จำเป็นต้องไว้หน้า“วันนั้นข้าจะมารับเจ้า เมื่องานเลี้ยงเลิกรา ข้าจะกลับมาพักที่เรือนสักสองวัน”เซวียหว่านอี้ได้ยินดังนั้น ก็เลิกคิ้วมองนาง “เพิ่งออกเรือนไปไม่กี่วัน ก็จะกลับมาพำนักที่บ้านเดิมเสียแล้วหรือ?”จะกลับมาพักก็มิใช่เรื่องใหญ่ เรือนของเซวียหมิงเฟยยังคงอยู่ มิได้มีผู้ใดเข้าไปจับจองทว่านางเพิ่งแต่งงานได้เพียงหนึ่งเดือนมิใช่หรือ?จู่ ๆ นึกจะกลับมาค้างอ้างแรมที่บ้านเดิมสักสองวัน เกรงว่าจะดูมิค่อยงามนัก“มิได้มีปากเสียงกันหรอก เขาติดธุระต้องออกจากเมืองหลวงสักสองวัน ข้าจึงถือโอกาสกลับมาพักผ่อนหย่อนใจเสียหน่อย”เซวียหมิงเฟยกล่าวต่อ “ข้ากับแม่สามีมีเรื่องขัดหูขัดตากันอยู่บ้าง”บอกไม่ถูกเหมือนกั
อ่านเพิ่มเติม

บทที่ 147

กล่าวจบ ก็ลุกขึ้นเดินเข้าไปยังห้องชั้นในเมื่อมองดูแผ่นหลังของนาง เซวียหมิงเฟยก็มิอาจสงบสติอารมณ์ลงได้เป็นเวลานานผ่านไปครู่ใหญ่ นางก็ลุกขึ้นโดยพลัน “จื่อเพ่ย พวกเรากลับกัน”แม่นมเฉินเดินตามมาส่งถึงใต้ระเบียงทางเดิน พลางยื่นร่มกระดาษน้ำมันในมือส่งให้แก่จื่อเพ่ย “คุณหนูเดินทางปลอดภัยนะเจ้าคะ”เซวียหมิงเฟยจำแม่นมเฉินได้คนของจวนเจิ้นกั๋วกง ย่อมมีหน้ามีตาต่อหน้าเย่จั๋วอยู่บ้างชาติก่อนนางถูกคนผู้นี้อบรมสั่งสอนเรื่องกฎระเบียบมิใช่น้อย ช่างน่ารำคาญยิ่งนักทว่าต่อให้รำคาญเพียงไร นางก็มิกล้าดุด่าว่ากล่าวแม่นมเฉินตามอำเภอใจจะตีสุนัขยังต้องดูหน้าเจ้าของ“คุณหนูของพวกเจ้า ช่างน่ารังเกียจเสียจริง”กล่าวจบ ก็เดินเลียบระเบียงทางเดินคดเคี้ยวจากไปอย่างรวดเร็วแม่นมเฉินมีรอยยิ้มประดับใบหน้า มองส่งอีกฝ่ายจนลับสายตา จึงค่อยเดินกลับเข้าไปในเรือนยามนี้เซวียหว่านอี้อ่านข่าวสารที่หวังหย่วนส่งมาจบแล้ว[บุตรีตระกูลหลี่ จวนตระกูลฉู่]บุตรสาวของหลี่จู้เข้าไปในตระกูลฉู่ตั้งแต่ตอนนี้เลยหรือ?เร็วเพียงนี้เชียวหรือ?เช่นนั้นตลอดสิบปีในชาติก่อน เหตุใดจึงมิเคยได้ยินมาก่อนเล่า?หรืออาจกล่าวได้ว่า มิ
อ่านเพิ่มเติม

บทที่ 148

ณ จวนองค์หญิงยามเซวียหว่านอี้เดินทางมาถึง หน้าประตูจวนก็มีรถม้าจอดอยู่หลายคันแล้วนางก้าวลงจากรถม้า สายตาก็พลันเหลือบไปเห็นสตรีสองนางยืนอยู่มิไกล กำลังจับจ้องมาที่นางด้วยแววตาประหลาดนางจำคนทั้งสองได้ สตรีชุดแดงคือคุณหนูรองจวนเว่ยกั๋วกงนามว่าจ้าวพิงถิง หลานสาวของพระชายามู่ แม้จะเป็นบุตรีอนุ ทว่าชาติกำเนิดของมารดาผู้ให้กำเนิดกลับมิได้ต่ำต้อยส่วนสตรีอาภรณ์สีชมพูที่ยืนอยู่ด้านข้างคือน้องสาวของอ๋องชิ่ง เซี่ยไฉ่เวยและยังเป็นว่าที่น้องสามีของเจียงหมิ่นอีกด้วยนางพยักหน้าให้คนทั้งสอง ยื่นเทียบเชิญ แล้วเดินเข้าไปภายในจวนองค์หญิงภายในจวนมีผู้คนจับกลุ่มกันประปรายมิได้มากนัก นางกวาดสายตามองไปรอบด้าน ก่อนจะเห็นคนคุ้นเคยยืนอยู่ริมสระปลาหลีฮื้อนางเดินเข้าไปหา “ผู้พี่มาถึงตั้งแต่เมื่อใดเจ้าคะ?”เจียงหมิ่นกำลังสนทนาบางอย่างอยู่กับหลินซุ่ยซุ่ย ครั้นเห็นนาง จึงกวักมือเรียกให้เข้าไปใกล้“เพิ่งมาถึงได้มินาน พวกข้ากำลังสนทนาเรื่องคุณหนูรองจวนเว่ยกั๋วกงผู้นั้นอยู่พอดี”หลินซุ่ยซุ่ยกล่าวเสริมขึ้นว่า “ได้ยินมาว่า นางผู้นี้คล้ายจะได้รับสมรสพระราชทานให้แก่องค์ชายรอง”มิจำเป็นต้องตรวจสอบ เซวียหว
อ่านเพิ่มเติม

บทที่ 149

ความสัมพันธ์ระหว่างผู้คน ไหนเลยจะมีเพียงดีหรือเลวอย่างชัดแจ้งล้วนแต่เป็นสตรีตระกูลเซวีย ต่อให้ร้ายกาจเพียงไร ก็คงมิอาจเกินเลยไปกว่ากันสักเท่าใดนัก……องค์หญิงหย่งหนิงในฐานะองค์หญิงสายตรงเพียงพระองค์เดียวของราชวงศ์อวิ๋น ได้รับความโปรดปรานจากฮ่องเต้และฮองเฮายิ่งนัก ทั้งยังผูกพันลึกซึ้งกับองค์รัชทายาทผู้เป็นพี่น้องร่วมอุทรราชบุตรเขยถือกำเนิดจากตระกูลขุนนางชั้นสูงผู้ทรงเกียรติ จิตใจจดจ่ออยู่กับภาพวาดพู่กันจีน ชีวิตคู่กับองค์หญิงจึงเปรียบประดุจเสียงพิณเสียงขลุ่ยวันนี้นางสวมอาภรณ์หรูหราวิจิตร ใบหน้างดงามหมดจดดูสำรวม กลิ่นอายสงบนิ่ง กิริยาท่าทางงามสง่าไม่สามัญทันทีที่เพิ่งนั่งลง สาวน้อยโฉมงามผู้หนึ่ง…ไม่สิ เป็นสาวน้อยโฉมงามสองนางขยับกายเข้ามาใกล้ท่านหญิงน้อยจวนอ๋องมู่เซี่ยเหลียวเหลียว และองค์หญิงเจียเหอเพียงชั่วพริบตา เซวียหว่านอี้ก็กลายเป็นจุดสนใจของผู้คนในที่นั้น“พี่หญิง ข้ารู้อยู่แล้วว่าท่านต้องมา” เซี่ยเหลียวเหลียวมองขนมบนโต๊ะ แต่ไม่พบสิ่งที่ตนเองชอบองค์หญิงเจียเหอมิได้คุ้นเคยกับเซวียหว่านอี้นัก ทว่ามีความสัมพันธ์อันดียิ่งกับเซี่ยเหลียวเหลียวพี่น้องหญิงแม้มีเรื่องขัด
อ่านเพิ่มเติม

บทที่ 150

เหล่าสตรีสูงศักดิ์พวกนี้ไม่ยอมรับว่าเป็นเพราะความริษยาทว่าก็ไม่มีผู้ใดยินดีที่จะคบหาเป็นสหายสนิทกับพระชายาซื่อจื่อผู้นี้เช่นกันเซวียหว่านอี้เพียงแค่รู้สึกว่านางช่างน่าเวทนานักในชาติก่อน ชื่อเสียงของสตรีผู้นี้เลื่องลือระบือไกลยิ่งหลังจากแต่งงานเข้าจวนเจิ้นกั๋วกงได้ไม่ถึงสองเดือน นางก็ได้หย่าขาดกับหรงเจวี๋ย และนำเงินทองที่ฮูหยินกั๋วกงมอบให้จำนวนหนึ่ง เดินทางออกจากเมืองหลวงไป นับจากนั้นก็ไร้ซึ่งข่าวคราวใด ๆ อีก“ท่านผู้นั้น น่าจะใกล้หย่าขาดแล้ว”เจียงหมิ่นโน้มกายเข้ามาใกล้ ลดเสียงลงต่ำกระซิบกระซาบกับนางว่า “เป็นนางที่เอ่ยปากเอง คงมิอาจทนรับสภาพความเป็นอยู่ในยามนี้ได้อีกต่อไปแล้ว”“ผู้คนต่างรู้แจ้งเห็นจริง นางแต่งงานมาหกปี จวบจนบัดนี้นางยังคงครองพรหมจรรย์เอาไว้”“หากตลอดหกปีมานี้ได้รับความโปรดปรานจากหรงเจวี๋ยแม้เพียงเศษเสี้ยว ก็คงไม่เป็นเช่นนี้หรอก”เซวียหว่านอี้เอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงแผ่วเบา “มิใช่ว่าเป็นเพราะซื่อจื่ออ๋องหนิงตั้งใจทำเพื่อให้นางออกเรือนใหม่ได้ง่ายขึ้นหลังจากจากไปหรือ?”เจียงหมิ่นชะงักงันไปเล็กน้อยนางกลับรู้สึกว่าวาจาของผู้น้องมีเหตุผลอยู่สามส่วนโดยมิอาจอธิบายไ
อ่านเพิ่มเติม
ก่อนหน้า
1
...
1314151617
...
21
สแกนรหัสเพื่ออ่านบนแอป
DMCA.com Protection Status