Masukในชาติภพก่อน เซวียหว่านอี้ถูกอนุสลับเปลี่ยนตัวตน นางต้องกลายเป็นเพียงบุตรีอนุที่ผู้คนในจวนต่างเพิกเฉย ขณะที่บุตรสาวของอนุได้กลายเป็นคุณหนูใหญ่ผู้เป็นที่รักยิ่งแห่งจวนรองเสนาบดี เติบโตขึ้นท่ามกลางความรักใคร่ทะนุถนอม เป็นสตรีที่เฉิดฉายสง่างาม เป็นที่รักใคร่ของผู้คน ทั้งยังได้สมรสกับเจิ้นกั๋วกง ได้เป็นถึงฮูหยินกั๋วกงขั้นหนึ่ง เพียบพร้อมด้วยเกียรติยศและวาสนาอันมิอาจประมาณได้! ส่วนตัวนางกลับต้องแต่งงานแทนพี่สาวสายตรงที่หนีการแต่งงาน ไปเป็นภรรยาของฉู่ยวน ทายาทตระกูลฉู่ที่กำลังตกอับ หลายปีต่อมา เนื่องจากพี่สาวสายตรงทนความเหินห่างเย็นชามิได้ จึงลอบคบชู้กับองครักษ์ในจวน และถูกเจิ้นกั๋วกงจับได้จนถูกตัดสินโทษประหารชีวิตอย่างเหี้ยมโหด ส่วนนางก็ได้อยู่เคียงบ่าเคียงไหล่ฉู่ยวน จากบัณฑิตยากไร้จนเขาก้าวขึ้นสู่ตำแหน่งมหาอำมาตย์แห่งยุค ทว่าผู้ใดจะคาดคิดว่า ในค่ำคืนที่นางเพิ่งได้รับพระราชทานยศเป็นฮูหยินขั้นหนึ่ง นางกลับถูกสามีที่ร่วมเตียงเคียงหมอนกันมากว่าสิบปีลอบกักขัง ตัดแขนตัดขาทิ้ง จับยัดใส่ในไห ทำเป็นมนุษย์หมู เพียงเพราะเขายังคงเกลียดชังที่เซวียหว่านอี้เข้ามาแทรกกลางทำลายวาสนาระหว่างเขากับพี่สาวสายตรง จนเป็นเหตุให้นางต้องจบชีวิตลงอย่างน่าอนาถ ท่ามกลางความเคียดแค้นชิงชังอันไร้ที่สิ้นสุด เซวียหว่านอี้สิ้นใจตายอย่างทุกข์ทรมานยิ่ง และเมื่อลืมตาขึ้นอีกครั้ง นางก็ย้อนกลับมาเกิดใหม่ในวันที่ราชสำนักมีราชโองการประทานสมรสลงมาพอดี แต่ในครานี้ พี่สาวกลับเป็นฝ่ายเลือกฉู่ยวน เซวียหว่านอี้รู้ได้ทันทีว่า พี่สาวสายตรงก็ย้อนกลับมาเกิดใหม่เช่นกัน
Lihat lebih banyakธรรมเนียมในยุคสมัยนี้มิได้เข้มงวดต่อสตรีมากนักพวกนางสามารถออกนอกบ้านได้อย่างอิสระ หรือจะนัดแนะสหายชายหญิงไปท่องเที่ยวชมธรรมชาติก็ย่อมทำได้ฝ่าบาทองค์ปัจจุบันทรงเป็นกษัตริย์ผู้รักษาบ้านเมืองได้เป็นอย่างดี ทรงปกครองด้วยความเมตตาโอบอ้อมอารี มิใช่ทรราชผู้โหดเหี้ยมอำมหิตแม้จะเป็นสมรสพระราชทาน แต่หากหลังแต่งงานไปแล้ว เซวียหมิงเฟยไม่มีความสุข แล้วบอกกล่าวแก่เย่จั๋ว คาดว่าเขาคงไม่บีบบังคับรั้งตัวนางไว้เป็นแน่ตระกูลเย่ จงรักภักดีต่อราชวงศ์อวิ๋นอย่างที่สุดต่อราษฎรก็ไม่เคยสร้างความเดือดร้อน ยิ่งเรื่องใช้อำนาจบาตรใหญ่ข่มเหงรังแกผู้อ่อนแอนั้นยิ่งไม่มีทางเป็นไปได้ชื่นชอบลาภยศและอำนาจวาสนา มิใช่เรื่องผิดเซวียหว่านอี้เองก็ชอบเช่นกันโศกนาฏกรรมในชีวิตของนาง เซวียหมิงเฟยถือเป็นชนวนเหตุ แต่ก็มิได้มีเจตนานางจึงไม่นึกแค้นเคืองเซวียหมิงเฟยศัตรูที่แท้จริง มีเพียงคนเดียวฉู่ยวนหาว่านางยึดครองตำแหน่งฮูหยินฉู่ ทำให้เขาไม่อาจครองคู่กับหญิงคนรักงั้นหรือ?จนเป็นเหตุให้เซวียหมิงเฟยต้องตายอย่างอนาถงั้นหรือ?คิดว่านางโง่เขลาจนมองเจตนาที่แท้จริงของฉู่ยวนไม่ออกหรือไร?ก็แค่สิบปีที่ตรากตรำทำงานหน
“หากจะว่ากันตามจริง ก็ถือได้ว่าเป็นคนที่ฮูหยินผู้เฒ่าอบรมสั่งสอนมากับมือ”“เรื่องที่กล้าก่อขึ้นในตอนนั้น คิดดูแล้วคงมิได้มีเจตนา”ฉู่ยวนมิได้เอ่ยสิ่งใด สีหน้าเรียบเฉยจนอ่านไม่ออกทว่าเซวียมู่เจาหาได้คิดเห็นเช่นนั้นมิได้มีเจตนาหรือ?การสับเปลี่ยนทารกสองคน หาใช่การตัดสินใจเพียงชั่ววูบ หากแต่ต้องลอบซื้อตัวหมอตำแยและบ่าวไพร่ในจวนมิใช่เรื่องที่จะทำสำเร็จได้ในคราวเดียวเห็นได้ชัดว่าความคิดนี้ของอนุชิว ก่อตัวขึ้นมานานแล้วมิหนำซ้ำยังต้องใจเหี้ยม คอยจับตาดูเรือนหลักตลอดเวลา เพื่อเร่งให้คลอดในวันเดียวกับนายหญิงช่างลำเอียงยิ่งนักฉู่ยวนหาได้ใส่ใจเรื่องพรรค์นี้ สิ่งที่เขาสนใจมีเพียงเซวียหมิงเฟยเท่านั้นหากจะให้พูดกันตามตรง เขาอยากให้อนุชิวตายเสียด้วยซ้ำการมี “แม่ยาย” เช่นนี้ รังแต่จะไร้ประโยชน์ต่อตัวเขา“โทษทัณฑ์ของนางทางศาลาว่าการเมืองหลวงเป็นผู้ตัดสิน ฝ่าบาทเองก็ทรงรับทราบแล้ว”น้ำเสียงของเซวียฉงเจือแววเสียดาย “ช่วยเอาไว้ไม่ได้”ก่อนหน้านี้เคยคิดจะหาคนมารับโทษตายแทนอนุชิว แต่ก็มิได้ลงมือเป็นขุนนางในราชสำนัก ใครบ้างเล่าจะไร้ศัตรูทางการเมืองเมื่อเทียบกับเส้นทางขุนนางแล้ว อน
คุณหนูกลับบ้านเดิมฟ้ายังมิทันสาง บ่าวไพร่ในจวนสกุลเซวียต่างก็ลุกขึ้นมาตระเตรียมงานกันอย่างขะมักเขม้นณ จวนสกุลฉู่ สามีภรรยาใหม่เพิ่งจะตื่นนอน“ท่านพี่”เซวียหมิงเฟยมองดูฉู่ยวน “ท่านดูอ่อนเพลียยิ่งนัก สองวันนี้พักผ่อนไม่เพียงพอหรือเจ้าคะ?”แววตาของเขาหม่นหมอง ใบหน้าหล่อเหลานั้นฉายแววเหนื่อยล้าอย่างเห็นได้ชัดฉู่ยวนส่ายหน้า “ไม่เป็นไร ช่วงนี้งานที่ที่ว่าการค่อนข้างรัดตัว วันนี้หลังจากพาเจ้ากลับไปเยี่ยมบ้านเดิมแล้ว รีบเข้านอนสักหน่อยก็คงดีขึ้น”เขาไม่อาจเอ่ยปากบอกนางได้ว่า ระยะนี้เขามักถูกฝันร้ายตามหลอกหลอนมิหนำซ้ำฝันร้ายเหล่านั้นแม้ดูเหมือนไร้ที่มาที่ไป แต่กลับปะติดปะต่อกันได้อย่างน่าประหลาดคนในไห คือสตรีนางหนึ่งสตรีที่ถูกตัดลิ้น ควักลูกตา ทำลายแก้วหู และตัดแขนขาจนกุดด้วนทว่าในความฝันเขากลับรับรู้ได้ว่า สตรีผู้นี้คือ “ภรรยา” ของเขาฉู่ยวนย่อมมิใช่วิญญูชนผู้มีจิตใจใสสะอาดบริสุทธิ์ แต่ก็มิได้มีจิตใจอำมหิตถึงเพียงนั้นเช่นนั้นแล้ว “ภรรยา” ที่มีสภาพเป็นมนุษย์หมูในฝัน แท้จริงแล้วถูกผู้ใดทำร้ายกันแน่?ณ เรือนฮูหยินผู้เฒ่า“ตระกูลเราเพิ่งจะเริ่มลืมตาอ้าปากได้ ของมีค่าจึงมีไม
“มาแล้วรึ” เซี่ยจวิ้นซึ่งนั่งหันหน้าไปทางพวกเขาแย้มยิ้มบาง ๆเซวียมู่เจาหันกลับไปมองน้องสาว “ปล่อยให้ข้ารอเสียนาน ไม่นึกเลยว่าจะถูกรั้งตัวให้อยู่รับมื้อเที่ยงในวังด้วย”“เจ้าค่ะ” เซวียหว่านอี้กล่าวว่า “พระนางทรงชี้แนะ ข้าได้รับความรู้มาไม่น้อยเลยเจ้าค่ะ”เซวียมู่เจาลุกขึ้นยืน พลางบิดกายคลายความเมื่อย “ท่านซื่อจื่อ วันนี้คงต้องพอแค่นี้ก่อน พี่น้องเราต้องขอตัวกลับจวนแล้ว”พอเซี่ยเหลียวเหลียวได้ยินก็ทำท่าจะเอ่ยท้วง ทว่ากลับถูกพี่ชายเอื้อมมือมาปิดปากเอาไว้เสียก่อน“ทั้งสองเดินทางปลอดภัย”เมื่อเห็นทั้งสองเดินตามบ่าวรับใช้คนสนิทของเซี่ยจวิ้นออกไปแล้ว เซี่ยเหลียวเหลียวจึงแกะมือพี่ชายออก“ท่านพี่ น่าชังนัก”นางยังไม่ได้ร่ำลาพี่หญิงเซวียเลยนะเซี่ยจวิ้นถึงรู้ตัวว่าเข้าใจน้องสาวผิด จึงรีบก้มตัวลงขอโทษ “เอาล่ะ ๆ เป็นความผิดของพี่เอง วันพรุ่งนี้บุตรีตระกูลเซวียต้องกลับไปเยี่ยมบ้านเดิม วันนี้พวกเขาจึงต้องรีบกลับจวนไปเตรียมตัว ไว้วันหน้าค่อยเชิญมาใหม่เถิด”……“เพล้ง——”จอกชาถูกขว้างออกไปอย่างแรง กระทบพื้นแตกกระจายเป็นเสี่ยง ๆเซวียหมิงเฟยเดือดดาลยิ่งนักชาติก่อนตอนนางได้รับเรียกตัวเข้า












Ulasan-ulasanLebih banyak