“พิธีปักปิ่นของเจ้า แม่ได้เชิญท่านอาวุโสแห่งจวนหลี่กั๋วกงมาเป็นประธานในพิธีให้ ตอนที่ยังไม่ออกเรือน แม่กับฮูหยินกั๋วกงมีมิตรไมตรีต่อกันลึกซึ้ง ครั้งนี้เป็นนางที่ช่วยเกลี้ยกล่อมให้ท่านอาวุโสยอมออกหน้า”เมื่อมีท่านผู้นี้ออกหน้า พิธีปักปิ่นของเซวียหว่านอี้ย่อมไม่มีทางดูซอมซ่อเป็นแน่ส่วนเซวียหมิงเฟยนั้น ผู้ที่เป็นประธานในพิธีมิได้มีฐานะสูงส่งปานนั้น เป็นเพียงฮูหยินผู้เฒ่าจากจวนรองเจ้ากรมขุนนางแม้ดูเหมือนตำแหน่งขุนนางจะไม่สูงนัก แต่ก็มิได้แย่ ถือว่าไว้หน้ากันพอสมควรแล้วเซวียหว่านอี้พยักหน้าอย่างว่าง่าย “ขอบคุณท่านแม่เจ้าค่ะ”เมื่อเห็นสีหน้าของบุตรสาวดูผ่อนคลายลง ฮูหยินเจียงก็เบาใจลงไม่น้อยจากนั้น ก็นึกถึงเรื่องการแต่งงานของนาง“เจ้าเต็มใจแต่งเข้าจวนเจิ้นกั๋วกงจริง ๆ หรือ?”เรื่องพิการนั้นไม่เป็นไร ที่สำคัญคือแม่ทัพเย่มิอาจมีทายาทสืบสกุลได้บุตรสาวของนาง เกรงว่าคงต้องรับบุตรบุญธรรมมาเลี้ยง หรืออาจต้องครองตัวเป็นหม้ายไปชั่วชีวิตความเวทนาสงสารเอ่อล้นขึ้นในใจฮูหยินเจียงหากฐานะที่แท้จริงถูกเปิดเผยเร็วกว่านี้ บุตรสาวของนางไหนเลยจะถูกพระราชทานสมรสให้แก่เจิ้นกั๋วกงเซวียหว่านอี้พย
Read more