All Chapters of เกิดใหม่หนีรักทรยศ มาตกหลุมรักแม่ทัพพิการ: Chapter 31 - Chapter 40

100 Chapters

บทที่ 31

“พิธีปักปิ่นของเจ้า แม่ได้เชิญท่านอาวุโสแห่งจวนหลี่กั๋วกงมาเป็นประธานในพิธีให้ ตอนที่ยังไม่ออกเรือน แม่กับฮูหยินกั๋วกงมีมิตรไมตรีต่อกันลึกซึ้ง ครั้งนี้เป็นนางที่ช่วยเกลี้ยกล่อมให้ท่านอาวุโสยอมออกหน้า”เมื่อมีท่านผู้นี้ออกหน้า พิธีปักปิ่นของเซวียหว่านอี้ย่อมไม่มีทางดูซอมซ่อเป็นแน่ส่วนเซวียหมิงเฟยนั้น ผู้ที่เป็นประธานในพิธีมิได้มีฐานะสูงส่งปานนั้น เป็นเพียงฮูหยินผู้เฒ่าจากจวนรองเจ้ากรมขุนนางแม้ดูเหมือนตำแหน่งขุนนางจะไม่สูงนัก แต่ก็มิได้แย่ ถือว่าไว้หน้ากันพอสมควรแล้วเซวียหว่านอี้พยักหน้าอย่างว่าง่าย “ขอบคุณท่านแม่เจ้าค่ะ”เมื่อเห็นสีหน้าของบุตรสาวดูผ่อนคลายลง ฮูหยินเจียงก็เบาใจลงไม่น้อยจากนั้น ก็นึกถึงเรื่องการแต่งงานของนาง“เจ้าเต็มใจแต่งเข้าจวนเจิ้นกั๋วกงจริง ๆ หรือ?”เรื่องพิการนั้นไม่เป็นไร ที่สำคัญคือแม่ทัพเย่มิอาจมีทายาทสืบสกุลได้บุตรสาวของนาง เกรงว่าคงต้องรับบุตรบุญธรรมมาเลี้ยง หรืออาจต้องครองตัวเป็นหม้ายไปชั่วชีวิตความเวทนาสงสารเอ่อล้นขึ้นในใจฮูหยินเจียงหากฐานะที่แท้จริงถูกเปิดเผยเร็วกว่านี้ บุตรสาวของนางไหนเลยจะถูกพระราชทานสมรสให้แก่เจิ้นกั๋วกงเซวียหว่านอี้พย
Read more

บทที่ 32

ณ เรือนว่างซูเจินจูหยิบเข็มและด้ายมาวางไว้ข้างกายเซวียหว่านอี้ในบรรดาของขวัญตอบแทนจากฝ่ายหญิงนั้น มีเสื้อตัวในและรองเท้าที่ต้องเตรียมให้ว่าที่สามีส่วนเรื่องขนาดตัวของแม่ทัพเย่ กูกูจากกรมตัดเย็บในวังได้แจ้งแก่นางเมื่อหลายวันก่อนแล้วแม้ชุดแต่งงานจะจัดเตรียมโดยกรมตัดเย็บ แต่ของใช้ส่วนตัวเหล่านี้มิอาจยืมมือผู้อื่นได้“คุณหนูเจ้าคะ อนุชิวถูกส่งตัวไปยังศาลาว่าการเมืองหลวงแล้วเจ้าค่ะ”น้ำเสียงของเธอเจือไปด้วยความตื่นเต้นด้วยเพราะเรื่องราวร้ายกาจที่อนุชิวกระทำต่อคุณหนูตลอดหลายปีที่ผ่านมา เจินจูและเฝ่ยชุ่ยล้วนเห็นอยู่ในสายตายามนี้คนชั่วได้รับผลกรรมแล้ว พวกนางจึงรู้สึกสะใจยิ่งนัก“คาดว่าคงมิได้กลับออกมาอีกแล้ว”มิใช่เพียงเท่านั้น จะรอดชีวิตได้หรือไม่ก็ยังยากจะกล่าวหากมิใช่เพราะการสมรสพระราชทานนี้ ต่อให้ฐานะที่แท้จริงถูกเปิดเผย เกรงว่าคุณหนูของตนคงมิได้รับความเป็นธรรมความรู้สึกขุ่นข้องหมองใจที่มีต่อเจิ้นกั๋วกง ดูจะจางหายไปมากทีเดียวยังมิทันได้กราบไหว้ฟ้าดิน ก็อาศัยบารมีช่วยเหลือคุณหนูเสียแล้ว ในใจของเจินจูจึงบังเกิดความซาบซึ้งต่อว่าที่ท่านเขยผู้นี้ขึ้นมาคุณหนูของนางช่างอาภ
Read more

บทที่ 33

ตระกูลฉู่เคยรุ่งเรืองมาก่อน แม้บัดนี้จะตกต่ำลงไปบ้าง แต่รากฐานอันหยั่งลึกนั้นหาใช่ครอบครัวสามัญชนทั่วไปจะเทียบได้ จึงนับว่ามิได้เป็นการลดฐานะแต่อย่างใดสิ่งเดียวที่ทำให้ฮูหยินเจียงรู้สึกขัดข้องใจ คือการที่ฉู่ยวนมีมารดาผู้ร่างกายอ่อนแอขี้โรคแม้เซวียหมิงเฟยจะมิใช่บุตรแท้ ๆ แต่ด้วยความผูกพันจากการเลี้ยงดูฟูมฟักมาถึงสิบห้าปี ฮูหยินเจียงย่อมปรารถนาให้นางได้ออกเรือนไปมีชีวิตที่ดีในสายตาของนาง ฉู่ยวนมิใช่คู่ครองที่เหมาะสมแม้ชายหนุ่มผู้นี้จะมีรูปลักษณ์หล่อเหลา และบุคลิกสง่างามสูงส่งเพียงใดก็ตามทว่าบ้านของเขายากจนข้นแค้น ซ้ำยังมีมารดาที่เจ็บป่วยออดแอด หากเซวียหมิงเฟยแต่งเข้าไป ภาระหน้าที่ย่อมหนักหนานัก สตรีที่บอบบางเช่นนั้น จะแบกรับหน้าที่นายหญิงผู้ดูแลเรือนหลังของตระกูลฉู่ไหวหรือ?ฝ่ายเซวียหมิงเฟยซึ่งยืนซ่อนตัวอยู่หลังฉากกั้น ลอบมองฉู่ยวนผ่านช่องว่างแม้อีกฝ่ายจะสวมเพียงชุดสีเขียวเรียบง่าย ทว่าก็มิอาจปิดบังกลิ่นอายความสูงศักดิ์ที่แผ่ออกมาจากทั่วร่างได้นางไม่ต้องการแต่งให้เย่จั๋วเพื่อไปเป็นหม้ายทั้งเป็นนางปรารถนาจะเป็นฮูหยินตราตั้งขั้นหนึ่ง อยากมีสามีที่รักใคร่ และอยากให้กำเนิดบุ
Read more

บทที่ 34

“คุณหนู คุณหนูเจียงจากจวนกว่างผิงโหวมาถึงแล้วเจ้าค่ะ”เจินจูเดินเข้ามา เบื้องหลังมีหญิงสาวโฉมงามในชุดกระโปรงยาวสีเหลืองขนนกกระจิบติดตามเข้ามาด้วยยามที่นางได้เห็นเซวียหว่านอี้ ก็ตกตะลึงไปครู่หนึ่งจากนั้นจึงรีบสาวเท้าเข้าไปใกล้ พินิจพิเคราะห์อีกฝ่ายอย่างละเอียด“เจ้ากับท่านป้าช่างเหมือนกันเหลือเกิน”เมื่อได้รับรู้ว่าคุณหนูทั้งสองแห่งจวนตระกูลเซวียถูกอนุภรรยาสับเปลี่ยนตัว ญาติผู้น้องที่นางเรียกหามาหลายปีกลับกลายเป็นตัวปลอม ทว่าบุตรีสายรองที่ไร้ตัวตนผู้นั้นกลับกลายเป็นญาติผู้น้องตัวจริงของนางเจียงหมิ่นไหนเลยจะนั่งติดที่ได้นี่ปะไร นางจึงรีบรุดมายังจวนตระกูลเซวี่ยในทันทีนึกไม่ถึงเลยจริง ๆ“ก่อนหน้านี้เหตุใดข้าจึงไม่ทันสังเกตมาก่อนเลย”นางกังขายิ่งนักเซวียหว่านอี้ยิ้มกล่าว “พี่หญิง เชิญนั่งเจ้าค่ะ”ทั้งสองนั่งลงที่เตียงหลัวฮั่น ผ้าม่านโปร่งบางพลิ้วไหวขนาบข้าง เบาะรองนั่งผ้าต่วนสีเขียวหยกวารีดูสดชื่นสบายตา งดงามจับใจยิ่งนักนอกหน้าต่างอิงแอบด้วยสระบัว น้ำใสระยิบระยับล้อแสงตะวันอันสดใสกิ่งต้นอิงฮวายื่นล้ำเข้ามาครึ่งบานหน้าต่าง ยามกลีบดอกร่วงหล่นเข้ามาบ้างเป็นครั้งครา ยิ่งเพ
Read more

บทที่ 35

เซวียหว่านอี้: “???”นางพูดเรื่องอันใด?ทว่าเพียงครู่เดียวนางก็กระจ่างแจ้งคุณชายรองจวนกว่างผิงโหวเจียงอี้จือ ผ่านวัยสวมมงกุฎไปเมื่อปีก่อนบุรุษในราชวงศ์อวิ๋นโดยทั่วไปมักแต่งงานในช่วงอายุสิบหกถึงยี่สิบปี คุณชายผู้นี้ถือว่าออกเรือนล่าช้ากว่าผู้อื่นอยู่บ้าง หลังผ่านวัยสวมมงกุฎจึงเพิ่งเริ่มมองหาคู่ครองแต่กระนั้น เจียงอี้จือมิได้รับหน้าที่สืบทอดตระกูลเจียง ชีวิตจึงค่อนข้างอิสระอยู่บ้างทว่าการไม่ได้สืบทอดบรรดาศักดิ์ มิได้หมายความว่าตระกูลเจียงจะทอดทิ้งเขา เรื่องใดที่ควรช่วยเหลือย่อมทุ่มเทให้อย่างสุดกำลัง“ไม่ทราบว่าเป็นคุณหนูตระกูลใดหรือเจ้าคะ?” เซวียหว่านอี้เอ่ยถามเจียงหมิ่นยกมือป้องปากหัวเราะเบา ๆ “คุณหนูรองตระกูลฉี บุตรสาวเจ้ากรมพิธีการ อายุรุ่นราวคราวเดียวกับข้า”ได้ยินเช่นนั้น เซวียหว่านอี้ก็ถอนหายใจด้วยความโล่งอกชาติก่อนเจียงอี้จือแต่งงานกับสตรีผู้นี้จริง ๆ ทั้งสองครองคู่กันด้วยความเคารพและให้เกียรติซึ่งกันและกัน ถือว่าเป็นคู่ที่ดียิ่ง“ไปมาหาสู่กันเช่นนี้ก็นับว่าดี ข้าจะรอฟังข่าวดีจากพี่หญิงอยู่ที่จวนนะเจ้าคะ”เจียงหมิ่นพยักหน้ายิ้ม “ไม่มีปัญหา”……“เพล้ง!”จอกชาเค
Read more

บทที่ 36

ดีหรือไม่ดีก็ค่อยว่ากันอีกทียามเซวียหมิงเฟยได้เห็นรายการสินสอดที่ตระกูลฉู่ส่งมา สีหน้าของนางแทบจะพังทลายลงหากชาติก่อนมิใช่เพราะเคยเห็นสินสอดอันล้ำค่าดั่งแก้วมณีของจวนเจิ้นกั๋วกงมาก่อน นางก็คงไม่รู้สึกเสียสมดุลถึงเพียงนี้ของในรายการสินสอดนั้นหาข้อผิดพลาดมิได้เลยแม้แต่น้อยทว่ามันช่างธรรมดาและถูกต้องตามธรรมเนียมเกินไป ไม่ต่างอันใดกับสินสอดของชาวบ้านทั่วไปคำว่าชาวบ้านทั่วไปในที่นี้ หมายถึงราษฎรสามัญ มิใช่ตระกูลขุนนางล้วนเป็นของไร้ราคา ต่อให้จะมีความหมายมงคลเพียงใด เซวียหมิงเฟยก็มิอาจทำใจให้ชอบได้ลงนางนึกเสียใจ แต่ก็รู้ดีว่าไม่อาจกลับคำได้แล้วยอมลำบากก่อนแล้วค่อยสุขสบายทีหลัง ฉู่ยวนมีอนาคตที่รุ่งโรจน์ นางเพียงต้องอดทนผ่านช่วงไม่กี่ปีแรกนี้ไปให้ได้“เจ้าเห็นว่ามีตรงไหนไม่เหมาะสมหรือไม่?”ฮูหยินเจียงมีหรือจะมองความรังเกียจที่วาบผ่านแววตาของนางไม่ทัน ได้แต่ลอบถอนหายใจอยู่เงียบ ๆ แต่ก็มิคิดจะก้าวก่ายอันใดมากความเซวียหมิงเฟยส่ายหน้า แล้วยิ้มกล่าวว่า “ไม่มีเจ้าค่ะ รบกวนท่านแม่แล้ว”เรื่องสินสอดก็อดทนเอาหน่อย วันคืนที่ดียังรออยู่เบื้องหน้าส่วนเย่จั๋วแห่งจวนเจิ้นกั๋วกง นางจะไ
Read more

บทที่ 37

อย่างไรเสียนางก็เป็นคนเลี้ยงดูฟูมฟักมากับมือ เห็นสภาพเช่นนี้แล้ว ฮูหยินเจียงจะไม่ปวดใจได้อย่างไร“แม่เข้าใจแล้ว เช่นนั้นก็ไม่ต้องไป ยามนี้เจ้าใกล้จะออกเรือน อย่าได้ใส่ใจคำครหาของผู้อื่น ยังมีแม่อยู่ทั้งคน”เมื่อเห็นว่าบรรลุจุดประสงค์ เซวียหมิงเฟยจึงลุกขึ้น คารวะอย่างอ่อนช้อย“ขอบพระคุณท่านแม่ที่เมตตา ฟ้ามืดแล้ว ลูกขอตัวกลับก่อนเจ้าค่ะ”ฮูหยินเจียงพยักหน้า “ไปเถิด”เมื่อออกจากเรือนทิงหลาน ดวงจันทร์ลอยเด่นเหนือยอดไม้ ไอหนาวพัดกรูเข้ามาวูบหนึ่งสาวใช้ข้างกายยกโคมไฟขึ้นส่อง นำทางเบื้องหน้าให้แก่เซวียหมิงเฟยพื้นที่เล็ก ๆ เพียงแห่งเดียวที่สว่างไสวโดดเด่นชีวิตของนาง สมควรเป็นเช่นนี้……ตระกูลฉู่ ตั้งอยู่ในย่านที่พักอาศัยทำเลดีแห่งหนึ่งในเมืองหลวงดังคำว่าอูฐผอมก็ยังตัวใหญ่กว่าม้าบรรพบุรุษตระกูลฉู่เคยเรืองอำนาจล้นฟ้า แม้ปัจจุบันจะตกต่ำลง แต่ก็มิใช่ชาวบ้านทั่วไปจะเทียบเคียงได้ในจวนยังพอมีทรัพย์สินหลงเหลืออยู่บ้างมิเช่นนั้นจะแบกรับค่ายาค่ารักษาอาการป่วยของฮูหยินผู้เฒ่าฉู่ไหวได้อย่างไร“แม่ได้ยินมาว่า คุณหนูทั้งสองของตระกูลเซวียถูกสลับตัวกันตอนแรกเกิด คนที่เจ้ากำลังจะแต่งด้วย
Read more

บทที่ 38

ณ ร้านจิ่นซิ่วฟางเซวียหว่านอี้พาเฝ่ยชุ่ยเดินเข้ามาภายในร้าน ครานี้นางตั้งใจจะมาเลือกผ้าเนื้อดีที่ละเอียดนุ่มนวลสักหลายพับ เพื่อนำไปตัดเย็บเสื้อตัวในให้เย่จั๋วและถือโอกาสตัดชุดให้ตนเองด้วยอีกหลายชุด“บังเอิญเสียจริง เจ้าก็มาเลือกผ้าเช่นกันหรือ?”เพิ่งก้าวเข้ามาประตู ก็ได้ยินเสียงที่คุ้นหูเมื่อมองตามเสียงไป ก็เห็นเซวียหมิงเฟยในชุดกระโปรงสีชมพูอ่อนดูบอบบางน่าทะนุถนอมยืนอยู่ไม่ไกล เดิมทีเครื่องหน้าของนางก็ถอดแบบมาจากอนุชิว ใบหน้างดงามดั่งดอกฝูหรงนั้นชวนมองยิ่งนักวันนี้บนเรือนผมประดับปิ่นระย้าแพรวพราว ยิ่งขับเน้นให้นางดูเจิดจรัสยิ่งขึ้นทว่าเมื่อสายตากวาดไปเห็นกลุ่มคนที่ยืนอยู่ข้างกาย หนึ่งในนั้นมีใบหน้าของคนผู้หนึ่งที่นางแม้ตายก็ไม่มีวันลืมเลือนมือบางกำหมัดแน่น ปล่อยให้เล็บจิกเข้าเนื้อฝ่ามือ ความเจ็บปวดแล่นพล่านราวกับคลื่นสาดซัดช่างเถิด ความเจ็บปวดจะช่วยรั้งสติของนางเอาไว้——ฉู่ยวน!เดรัจฉานที่ชาติก่อนหลอกใช้ประโยชน์จากนางจนหมดสิ้น แล้วจับนางทำเป็นมนุษย์หมูอย่างโหดเหี้ยมอำมหิตนอกจากเขาแล้ว ยังมีชายหญิงอีกคู่หนึ่งสองคนนี้เป็นศิษย์พี่ศิษย์น้องร่วมสำนักของฉู่ยวน ฝ่ายหญิงค
Read more

บทที่ 39

จุดประสงค์หลักที่ออกมาข้างนอกในวันนี้ คือการเลือกซื้อผ้า หากนึกอะไรขึ้นมาได้กะทันหัน ก็มิได้รีบร้อนต้องกลับบ้านขอเพียงแค่อย่าได้บังเอิญเจอคนกลุ่มนี้อีกก็พอเซวียหมิงเฟยยิ้มกล่าวว่า “ประเดี๋ยวพวกเราจะไปเดินเล่นชมทิวทัศน์ที่ชานเมือง จึงคิดอยากชวนเจ้าไปด้วยกัน”ว่าที่สามีภรรยาสองคู่ มาเชิญนางกระนั้นหรือ?ดูอย่างไรก็ไม่เหมาะสมเอาเสียเลย“ขอบใจในความหวังดี แต่ข้าไม่รบกวนพวกเจ้าจะดีกว่า”นางยิ้มเล็กน้อยแล้วพยักหน้า ก่อนจะหันหลังจากไปเมื่อมองเห็นเซวียหว่านอี้ที่ได้รับการประคองจากเฝ่ยชุ่ยขึ้นรถม้าไปแล้ว คนเหล่านั้นกลับมิได้คิดอะไรมากนักอันที่จริงก็เป็นเพียงคำชวนตามมารยาทหากนางตอบรับ จะยิ่งทำให้บรรยากาศกร่อยเสียเปล่า“แม่นางท่านนี้ดูท่าทางเข้าถึงยากไม่เบา” สวีหรูอี้เอ่ยด้วยน้ำเสียงเจือความห่วงใย “อยู่ที่จวน มิได้ถูกรังแกใช่หรือไม่?”ใจจริงเซวียหมิงเฟยก็อยากจะขุดหลุมฝังเซวียหว่านอี้อยู่หรอก ทว่าเมื่อฉุกคิดได้ว่าอย่างน้อยในอีกหลายปีนี้ ฉู่ยวนยังต้องดิ้นรนในเส้นทางขุนนาง จึงไม่มีความจำเป็นต้องสร้างศัตรูเพิ่ม“ไม่มีหรอก นิสัยของนางก็เป็นเช่นนี้ ไม่ชอบคบหาสมาคมกับผู้ใด”สวีหรูอี้พยั
Read more

บทที่ 40

“นั่งลง”ชายหนุ่มเงยหน้าจากหน้าตำรา แล้วมองไปที่เซวียหว่านอี้เสียงของเขาทุ้มลึกทว่าแฝงความกังวานใส ราวกับหมอกจางในค่ำคืนฤดูใบไม้ร่วงอันเงียบเหงา ฟังแล้วรื่นหูอย่างน่าประหลาดเมื่อนั่งลงด้านข้าง เซวียหว่านอี้เห็นเขาจดจ่อกับตำราในมืออีกครั้ง นางจึงมิได้เอ่ยปากรบกวน เพียงนั่งอยู่เงียบ ๆเสียงลมหายใจแผ่วเบาดังประสานกันในห้วงบรรยากาศ สลับกับเสียงพลิกหน้ากระดาษเป็นครั้งคราวตลอดเวลาที่ผ่านไป ไร้ซึ่งเสียงรบกวนจากภายนอก เห็นได้ชัดว่าคนของจวนกั๋วกงได้กั้นผู้คนออกไปจนสิ้นกาลเวลาผันผ่าน เซวียหว่านอี้ได้สติพลันเงยหน้าขึ้นอย่างรวดเร็วนางเห็นเย่จั๋วเองก็กำลังจับจ้องมาที่นาง ไม่รู้ว่ามองมานานเท่าใดแล้ว“นับเป็นผู้ที่นั่งนิ่งได้จริง ๆ”แม้จะเคยส่งคนไปสืบเรื่องราวของนาง จนทราบว่านางพอมีเล่ห์เหลี่ยมและหนทางอยู่บ้าง ทว่าจิตใจกลับอ่อนโยนเกินไป และคิดมากจนเกินเหตุยังขาดความกล้าหาญและการตัดสินใจความสามารถในการดูแลจัดการจวนกั๋วกงนับว่าพอมี ส่วนเรื่องอื่น คงต้องค่อย ๆ สอนกันไป“มิทราบว่าท่านกั๋วกงเรียกตัวข้ามาด้วยเหตุอันใดหรือเจ้าคะ?” นางเอ่ยถามด้วยท่าทีนอบน้อมเย่จั๋วมองนางอยู่ครู่หนึ่ง ก่อ
Read more
PREV
123456
...
10
SCAN CODE TO READ ON APP
DMCA.com Protection Status