All Chapters of เจียงซูเม่ย บุตรสาวตระกูลเจียง: Chapter 11 - Chapter 20

57 Chapters

บทที่ 11 นับเป็นสหาย

รุ่งเช้ายังไม่ทันที่ซูเม่ยจะผลัดเปลี่ยนอาภรณ์ได้เรียบร้อย แม่นมกุ้ยคนสนิทของฉิงอันกลับมาลากตัวนางไปยังเรือนฮูหยินรองเสียแล้ว “คารวะฮูหยินรอง” นางมองสตรีสูงศักดิ์แต่งกายด้วยอาภรณ์ที่ตัดเย็บด้วยผ้าไหมชั้นดี ท่าทางเย่อหยิ่งทำให้ผู้คนมิกล้าเข้าใกล้ “ได้ยินว่าเจ้าไปร่ำเรียนเป็นเพื่อนคุณชายรองเป็นการส่วนตัวกับอาจารย์อู๋” เพ่ยฉิงอันกล่าวไม่ไยดี พลางเป่าชาในถ้วย “เจ้าค่ะ” “เด็กคนนั้นเรียนเป็นอย่างไรบ้าง” “แม้คุณชายรองจะมีความรู้ไม่โดดเด่น แต่เขาก็ตั้งใจศึกษาไม่น้อยเจ้าค่ะ” ซูเม่ยรู้ว่าฮูหยินรองไม่พอใจต่ออี้เฉิง ที่ถูกท่านแม่ทัพเอ็นดูกว่าบุตรชายของนาง “หลี่หว่าคิดให้บุรุษที่เพิ่งเริ่มอ่านตำราได้ไม่นาน สอบแข่งขันขุนนางกับหยางอีหรือ” ฉิงอันวางถ้วยชาลงก่อนจ้องสาวใช้ผู้มาใหม่อย่างไม่เป็นมิตร “ข้าน้อยไม่ทราบ” “หึ! ครั้งนี้หลี่หว่าเลือกสาวใช้ได้ดีนี่ กล้ามีปากเสียงมิเกรงกลัวข้าจนตัวสั่นเหมือนสาวใช้คนอื่น แลยังมีหน้าตางดงามโดดเด่นไม่น้อย” สายตาที่เพ่งมองซูเม่ยตั้งแต่
Read more

บทที่ 12 ช่วยเหลือ

ตลอดเส้นทางกลับจวนอี้เฉิงเอาแต่เหม่อลอย เขานั่งพิงกรอบหน้าต่างรถม้าทอดสายตาออกไปภายนอก โดยไม่สนทนาใด ๆ กับซูเม่ยอีก ไม่ต่างจากนางที่ลอบสังเกตอาการของคนผิดหวังจากความรัก โดยที่ไม่กล่าวคำใดออกมาเช่นกัน รถม้าหยุดนิ่งหน้าจวนแม่ทัพใหญ่ ทว่าคุณชายรองของตระกูลยังไม่รู้สึกตัว ทำให้ซูเม่ยต้องกล่าวเตือน “คุณชายเพ่ย ถึงจวนแล้วหากท่านยังไม่อยากลง เช่นนั้นข้าเข้าจวนก่อนแล้วกัน” นางกล่าวก่อนลงจากรถม้าไป แต่พึ่งก้าวพ้นประตูจวนกลับถูกมื้อของอี้เฉิงรั้งแขนนางไว้ “เช่นนั้นเจ้าช่วยข้า” เสียงที่กล่าวขึ้นไม่มีปี่มีขลุ่ยทำให้ซูเม่ยต้องหันกลับไปมอง บุรุษเจ้าของเสียงมองมายังนางด้วยแววตาจริงจัง บ่งบอกว่าคำพูดเมื่อครู่เขาหมายความตามที่พูดจริง “ช่วยท่าน ช่วยท่านเรื่องอะไร” นางไม่เข้าใจสิ่งที่อีกฝ่ายต้องการสื่อ ก่อนที่จะจ้องมองไปยังแขนเรียวที่ถูกมือของอี้เฉิงรั้งไว้ไม่ยอมปล่อย คิ้วโก่งขมวดแน่นพลางมองสบตาอีกฝ่ายเป็นสัญญาณให้เขาปล่อยมือจากนาง หากทว่าอีกฝ่ายกลับไม่สนใจ “เป็นแม่สื่อให้ข้า ช่วยให้ข้าเข้าหามู่หยุนเสี่ยว”
Read more

บทที่ 13 ไร้สิ้นหนทาง

อาจารย์อู๋ชายชราอายุแปดสิบปีอ่านบทความของลูกศิษย์ที่ตนหวังรับเป็นคนสุดท้ายด้วยแววตาปลาบปลื้ม “คุณชายรองเพ่ยก้าวหน้าขึ้นไม่น้อยเลย” แววตาชื่นชมมองมายังอี้เฉิงที่นั่งรออย่างใจจดใจจ่อ “เพราะมีอาจารย์คอยชี้แนะขอรับ” บุรุษหนุ่มยิ้มกว้าง “หากจะสอบให้ได้ขุนนางปีนี้เจ้าทำได้แน่ แต่ถ้าหากอยากหวังตำแหน่งจอหงวนยังห่างไกลนัก” อาจารย์อู๋กล่าวตามตรง “ศิษย์ไม่หวังตำแหน่งสูงเพียงนั้น เพียงไม่ทำให้มารดากับคนในครอบครัวต้องผิดหวังก็พอ” อี้เฉิงกล่าวพลางมองไปยังซูเม่ยที่นั่งยิ้มยินดีกับเขาอยู่มุมห้อง วันนี้ทุกอย่างดูสดใสไปหมด การตรากตรำเรียนตำรามากว่าสองเดือนของอี้เฉิงไม่สูญเปล่า บุรุษตัวสูงยิ้มหน้าบานเดินออกจากสำนักศึกษาอย่างภาคภูมิ ทำซูเม่ยที่เดินตามหลังอดขำกับความภาคภูมิใจนี้ของคุณชายตนไม่ได้ “วันนี้เจ้าอยากกินอะไร ข้าเลี้ยงเอง” อี้เฉิงหันกลับมาถามสาวใช้ที่เดินตามหลัง “อืม....” ซูเม่ยคิดหนัก นางต้องกินของอร่อย ๆ สมกับที่เหน็ดเหนื่อยช่วยทบทวนตำราให้เขามาสองเดือนเต็ม “เช่นนั้นกิ
Read more

บทที่ 14 หลงเชื่อใจ

อี้เฉิงไม่ได้ดีใจเหมือนแต่ก่อนเมื่อคิดว่าจะได้เจอมู่หยุนเสี่ยว เขาเพียงทำตามที่ซูเม่ยบอก แจ้งสาวใช้ว่าตนนำแจกันราคาเพียงหนึ่งตำลึงมามอบให้คุณหนูมู่ เพียงไม่นานหยุนเสี่ยวก็เปิดประตูออกมาพบเขาที่หน้าจวน แม้นี่เป็นครั้งแรกที่นางยอมออกมาพบทว่าเขากลับไม่ได้ดีใจลิงโลดดั่งที่คิดไว้ กลับกันเขาเพียงรู้สึกโล่งอกเท่านั้น “คุณชายรองเพ่ย” หยุนเสี่ยวยอบกายทักทาย “ขออภัยคุณหนูมู่ที่มารบกวนเวลานี้ ข้าได้ยินจากซูเม่ยว่าท่านตามหาแจกันเนื้อดี บังเอิญข้าพบกับช่างทำแจกันเห็นว่าเนื้อดินละเอียดสวยงามไม่แพ้แจกันราคาแพง จึงนำมาฝากคุณหนูมู่ด้วย” อี้เฉิงกล่าวพลางยื่นแจกันให้สตรีเบื้องหน้า “ขอบคุณคุณชายรองที่มีน้ำใจ ข้ากำลังหาแจกันราคาถูกอยู่จริงเพราะอยากได้ใส่ดอกไม้ถวายพระโพธิสัตว์พอดีเจ้าค่ะ” ใบหน้างามยิ้มบางให้เขาเป็นครั้งแรกพลางรับแจกันลายโบตั๋นสีขาวบริสุทธิ์จากผู้มอบ อี้เฉิงเพียงยิ้มตอบตามมารยาท “เช่นนั้นข้าไม่รบกวนเจ้าแล้ว ขอตัวก่อน” หยุนเสี่ยวแปลกใจไม่น้อยนางนึกว่าเขาอยากจะรั้งอยู่ต่อนานกว่านี้เสียอีก ทว่านางกลับไม่ถาม
Read more

บทที่ 15 สิ้นหวัง

“ซูเม่ยเจ้าอย่าพึ่งร้อนใจ.......” ยังไม่ทันที่อี้เฉิงจะกล่าวจบ ซูเม่ยหันหลังกลับออกไปโดยไม่แม้แต่จะมองหน้าเขา “ท่านแม่เหตุใดถึงทำเช่นนี้” อี้เฉิงมองมารดาด้วยความผิดหวัง “แม่ขอโทษ แม่เพียงเห็นว่าช่วงนี้เจ้ามีสมาธิในการท่องตำรา หากบอกเรื่องนี้ออกไปนางจะไม่มีกะจิตกะใจช่วยเจ้าทบทวนตำรา จึงได้คิดเห็นแก่ตัว” หลี่หว่ารู้สึกผิดต่อซูเม่ยอยู่มาก “นี่!” อี้เฉิงกล่าวสิ่งใดไม่ออก ในใจคิดเป็นห่วงสตรีที่พึ่งออกจากเรือนเขารีบหันกายตามนางไป ซูเม่ยไม่รู้จะทำเช่นไรในตอนนี้ ไม่รู้จะไปที่ใดได้แต่เดินตามท้องถนนยามตะวันใกล้ลับขอบฟ้าเพียงลำพัง แสงสุดท้ายของวันค่อย ๆ ลับขอบฟ้าสองข้างทางในเมืองหลวงที่มีคนพลุกพล่านตลอดทั้งวันบัดนี้เริ่มบางตา ลมพัดผ่านต้นไม้ยามเย็นทำให้อากาศที่ร้อนระอุตลอดทั้งวันกลับมาเย็นสบายอีกครั้ง ทว่าในใจของนางกลับเหน็บหนาวความพยายามตลอดสองเดือนของนางดูไร้ความหมาย แม้ว่าจะอดทนรอเพียงใดกลับเหมือนถูกสวรรค์กลั่นแกล้งให้ต้องผิดหวังจนได้ โรงเตี๊ยมซูเจียงตั้งอยู่เบื้องหน้า ไม่รู้ว่านางเดินมานานเพียงใดแล้วจนบัด
Read more

บทที่ 16 นำมาเป็นภาระ

รถม้าหยุดลงหน้าจวนเสนาบดีฝ่ายซ้าย เหล่าขุนนางน้อยใหญ่ต่างพาบุตรชายบุตรสาวเข้าร่วมงาน “ท่านต้องการให้ข้าทำอะไร” ซูเม่ยมองออกไปนอกหน้าต่างรถม้า พลางถามสิ่งที่นางสงสัยว่าเขาพานางมาด้วยทำไม “กันเหล่าสตรีออกจากข้า” หยางอี้จัดอาภรณ์ตนให้เรียบร้อย ก่อนกำชับคำสั่งแสนเรียบง่ายทว่ากลับทำได้ยากยิ่ง “ข้าเป็นเพียงสาวใช้ จะขวางทางเหล่าคุณหนูบุตรีขุนนางใหญ่โตของราชสำนักได้อย่างไร” “นั่นก็ขึ้นอยู่กับเจ้าแล้ว” เขากล่าวจบก็ลงจากรถม้าโดยไม่สนสายตาขอความเห็นใจของสตรีเบื้องหน้า ภายจวนเสนาบดีฝ่ายซ้ายถูกตกแต่งอย่างโออ่า เหล่าขุนนางใหญ่ต่างนั่งร่วมโต๊ะดื่มชา คุณหนูตระกูลใหญ่จับกลุ่มชมบุปผาอีกฝั่งของสระบัว โดยเหล่าคุณชายนั่งชมความงามของสตรีอยู่อีกฝั่ง งานในวันนี้แท้จริงแล้วมีจุดประสงค์ให้หนุ่มสาวได้เลือกคู่ครอง ทว่าสตรีที่โดดเด่นของงานนี้กลับเป็นคุณหนูจูลี่เฉี่ยวบุตรีเพียงคนเดียวของใต้เท้าจู ซูเม่ยยืนมองหยางอี้ที่บัดนี้กลายเป็นจุดศูนย์กลางให้เหล่าคุณชายรุมล้อมแย่งกันตีสนิท ทว่าเขากลับนิ่งเฉยไม่สนจะร่วมวงสนทนาด้วย
Read more

บทที่ 17 แผนกันสตรีของซูเม่ย

เสียงเหล่าคุณชายสนทนากันดังนั้นเรื่อย ๆ จนทำให้ซูเม่ยอดไม่ได้ที่จะมองตามเสียงนั้น สตรีในอาภรณ์สีชมพูปักลายนกยูงเดินตรงมายังศาลาโดยมีสาวใช้เดินตามหลัง “คุณชายเพ่ย ข้านำขนมหวานมาให้เจ้าค่ะถือเป็นการขอบคุณที่ครั้งก่อนท่านหลีกทางให้ข้าข้ามสะพานก่อน” ซูเหม่ยงุนงงกับเหตุผลของคุณหนูเบื้องหน้า เพียงให้ข้ามสะพานก่อนก็ถือเป็นบุญคุณหรือ ช่างหาเหตุผลเข้าหาบุรุษไม่แนบเนียนเสียเลย หยางอี้ไม่ได้ตอบสตรีตรงหน้าแต่อย่างใด ทว่ากลับจิบน้ำชาส่งสายตาให้นางทำหน้าที่ของตน ซูเม่ยได้แต่ถอนหายใจจำต้องทำหน้าที่ของนางเพื่อแลกกับข่าวของบิดา “ขออภัยคุณหนู ข้าขอรับไว้แทนคุณชายเพ่ยเจ้าค่ะ” ซูเม่ยไม่รู้ด้วยซ้ำว่าสตรีตรงหน้ามีนามว่าอะไร เป็นบุตรสาวของตระกูลใด สตรีในชุดสีชมพูหันขวับมามองนางอย่างคาดโทษ สายตาที่หยามเหยียดมองตั้งแต่หัวจรดปลายเท้า “เจ้าเป็นใคร กล้าดีอย่างไรถึงพูดแทรกข้าที่กำลังสนทนากับคุณชายหยางอี้” เสียงแหลมจนแสบหูตวาดซูเม่ยจนนางรีบยกมือขึ้นปิดหูตัวเองทันที “ขออภัยเจ้าค่ะ ข้าน้อยเป็นเพียงสาวใช้บ้านป่าจึงมิรู้จัก
Read more

บทที่ 18 เทียบเชิญ

รถม้าจอดลงหน้าจวนสกุลเพ่ย ทำให้ซูเม่ยที่จิตใจเหม่อลอยตลอดเส้นทางกลับมาได้สติอีกครั้ง “คุณชายใหญ่ เช่นนั้นข้าขอตัวก่อน” นางกล่าวลาก่อนลงจากรถม้าอย่างไม่รีรอ โดยมีสายตาของหยางอี้ที่คล้ายอยากพูดบางสิ่งแต่กลับเงียบไว้ไม่เอ่ยออกมา หน้าจวนอี้เฉิงนั่งมองถนนอยู่กว่าครึ่งวัน เมื่อรถม้าของจวนมาถึงจึงรีบดีดตัวลุกขึ้นยืน พร้อมก้าวมาหยุดข้างรถม้าสายตาจ้องมองเข้าไปภายใน “คุณชายรอง!” ซูเม่ยตกใจที่อี้เฉิงยืนรออยู่ด้านล่าง “กลับมาแล้วหรือ” “อือ เหตุใดมายืนอยู่ตรงนี้” ซูเม่ยกล่าวถามพร้อมลงจากรถม้า “มารอเจ้าน่ะ” อีกฝ่ายกลับตอบเรียบเฉย “รอข้า! รอตั้งแต่เมื่อไหร่?” นางงุนงง ในเมื่อไม่ได้บอกว่าจะไปนานแค่ไหน แล้วอีกฝ่ายรู้ได้อย่างไรว่านางจะกลับมา “สามชั่วยามที่แล้ว” อี้เฉิงกล่าวพลางเดินนำนางเข้าจวน “สามชั่วยาม! อย่าบอกนะว่ารอตรงนี้ตั้งแต่เมื่อเช้า” ซูเม่ยเดินไปขวางหน้าอีกฝ่าย “ก็ออกไปสืบข่าวแล้วก็กลับมารอ” เขาตอบนางด้วยแววตาอบอุ่น
Read more

บทที่ 19 พิธีปักปิ่น

จวนแม่ทัพใหญ่….. ซูเม่ยถือเทียบเชิญเดินกลับไปกลับมาอยู่หน้าเรือนเพ่ยหยางอี้ แม้จะรับปากหยุนเสี่ยวว่าจะช่วยนางส่งเทียบเชิญแต่พอเอาเข้าจริงนางเองกลับกังวล การยุ่งวุ่นวายกับหยางอี้ย่อมไม่เป็นผลดีกับนาง ไหนจะถูกฮูหยินรองเพ่ยฉิงอันเพ่งเล็งอีกทั้งการที่คุณชายใหญ่เพ่ยไม่มีใจให้กับหยุนเสี่ยว การเชิญไปในครั้งนี้ใช่ว่าเขาจะยอมรับและเกรงว่านางเองจะเสียใจโดยเปล่าประโยชน์ “เจ้าจะเดินวนไปเวียนมาเช่นนั้นอีกนานหรือไม่” หยางอี้ที่ไม่รู้ออกมาจากห้องตำราตั้งแต่เมื่อใด ยืนเอามือไพล่หลังจ้องมองนางอย่างตำหนิ “คารวะคุณชายใหญ่” ซูเม่ยยอบกายเมื่อเห็นว่าเจ้าของเสียงคือใคร “เจ้ามาหาข้าเมื่อเรื่องใด” หยางอี้มองเทียบเชิญในมือนาง “ข้ามาส่งเทียบเชิญพิธีปักปิ่นของคุณหนูมู่หยุนเสี่ยว บุตรีหัวหน้ากองอาลักษณ์เจ้าค่ะ” “ข้าไม่รู้จักนาง เหตุใดต้องไป” หยางอี้ขมวดคิ้วแน่นก่อนหันหลังกลับเข้าเรือน เขาไม่สนใจสตรีที่มักวิ่งเข้าหาตนตลอดเวลา “เหตุใดนางถึงส่งเทียบเชิญผ่านเจ้า” บุรุษที่ก้าวเท้าหมายเข้าเรือนเพียงหนึ่งก้าวห
Read more

บทที่ 20 ลักพาตัว

“เช่นนั้นขอบคุณสวรรค์ที่สั่งสอนคนเลวนั่นแทนข้า” ดวงหน้างามแย้มยิ้มจนดวงตาสุกใสเป็นประกาย ทำให้อี้เฉิงตกอยู่ในภวังค์จนเผลอยิ้มตามนาง หยางอี้นั่งมองทั้งสองจ้องมองกันไปมา แม้ใบหน้ายังคงนิ่งเฉยเย็นชาเช่นเดิม ทว่าในใจกับเดือดดาลเขาไม่ชอบเห็นสาวใช้ผู้นี้ส่งยิ้มให้กับบุรุษใด เรื่องของเหวินเทียนเขาส่งคนไปไปกำชับใต้เท้าเจิ้งให้ลงโทษบุตรชายตั้งแต่วันเกิดเรื่อง แต่ไม่คิดว่าสิ่งที่อี้เฉิงทำกลับทำให้นางยิ้มกว้างได้ถึงพียงนี้ “หึ! ดีแต่ใช้กำลังไม่ต่างอะไรจากอันธพาล” เสียงทุ้มต่ำกล่าวก่อนยกชาขึ้นดื่ม รอยยิ้มบนใบหน้าของซูเม่ยเลือนหายทันทีพร้อมกับที่อี้เฉิงจ้องมองพี่ชายต่างมารดา “หากข้าเป็นท่านคงใช้กำลังตั้งแต่มันกล้าแตะต้องซูเม่ยในจวนใต้เท้าจูแล้ว ไม่ปล่อยให้ผ่านมานานเพียงนี้หรอก”ไอสังหารแผ่ออกมาจากตัวของอี้เฉิง จนซูเม่ยหวั่นจะเกิดเรื่อง “หยุดโต้เถียงกันเถิดเจ้าค่ะ นี่จวนสกุลมู่หากยังเป็นเช่นนี้คงได้ทำลายชื่อเสียงของท่านแม่ทัพแน่” คำพูดเตือนสติของนางทำสองพี่น้องละสายตาจากกันได้ พร้อมกับที่เจ้าของงานเดินตรงมาหาเมื่
Read more
PREV
123456
SCAN CODE TO READ ON APP
DMCA.com Protection Status