เจียงซูเม่ย บุตรสาวตระกูลเจียง

เจียงซูเม่ย บุตรสาวตระกูลเจียง

last updateปรับปรุงล่าสุด : 2025-11-29
โดย:  ซูเมิ่ง 淑梦จบแล้ว
ภาษา: Thai
goodnovel4goodnovel
คะแนนไม่เพียงพอ
57บท
3.2Kviews
อ่าน
เพิ่มลงในห้องสมุด

แชร์:  

รายงาน
ภาพรวม
แค็ตตาล็อก
สแกนรหัสเพื่ออ่านบนแอป

ซูเม่ยคุณหนูตระกูลเจียงจับพลัดจับผลูกลายมาเป็นสาวใช้ข้างกายเพ่ยอี้เฉิง คุณชายรองตระกูลแม่ทัพ สตรีอันดับหนึ่งเช่นนางกลับต้องเป็นแม่สื่อให้กับคุณชายเพ่ย ทว่าเพ่ยอีเฉิงกลับหวงแม่สื่อเสียยิ่งกว่าไข่ในหิน

ดูเพิ่มเติม

บทที่ 1

บทที่ 1 กวีล่องลอย

深水紗夜(ふかみ さや)は思っていた。

十年の片思い、五年の結婚。

たとえ氷のように冷たい鉄の心でも、自分が少しずつ温めればいつか変わるはずだと。

でもそれは、結局すべて彼女ひとりの思い込みに過ぎなかったのだ。

浴室からはシャワーの音が聞こえていた。

紗夜はベッドのそばに立ち、ふとスマホに届いた一枚の写真を見る。

それは、京浜(きょうはま)でも最高級と言われる西洋レストラン。

テーブル越しに向かい合って座る長沢文翔(ながざわ ふみと)と一人の女性。

柔らかな光の中で、彼の目元は優しく穏やかだった。

紗夜はその女性を知っていた。

竹内彩(たけうち あや)――文翔の元恋人だ。

彼女は先月、海外から戻ってきたばかり。

その夜、文翔は紗夜を放り出し、彼女に会いに行っていた。

文翔にとって彩は、忘れられない存在。

そして紗夜は、真っ白な壁に不意に現れた、目障りなシミのような存在。

浴室のドアが開き、文翔がバスローブ姿で現れた。

湿った蒸気が彼の背後に立ちのぼる。

紗夜はスマホを置き、振り向こうとしたその瞬間、彼の高くて細身の体がすぐ背後に迫っていた。

彼は彼女の顎をつかみ、顔を覗き込む。

「んっ......」

紗夜は眉をしかめたが、文翔は力を緩めない。

むしろ、彼女が苦しむ顔を見ると満足そうに唇を奪い、顎を握りしめ、腰を掴んでベッドへと押し倒した。

「ちょっと......」

紗夜は胸に手を当てて制止した。

「今日は......体調が悪いの......」

夕食の後から、胃が痛み出していた。

だが文翔は、彼女の言葉にただ鼻で笑った。

「お前は五年前から俺に付きまとってきたよな。今さら清純ぶる演技でも始めたのか?」

その口調には、あからさまな嘲りがにじんでいた。

紗夜の顔がサッと青ざめる。

「そんなこと、してない――」

だが言葉の途中で、文翔は容赦なく彼女をベッドに投げつけた。

優しさなど一片もなく、愛も思いやりもなく、ただ欲望だけがぶつけられた。

紗夜は痛みに眉を寄せ、唇を噛みしめて耐えるしかなかった。

表面上は禁欲的で上品に見える彼だが、彼女に対しては一切の思いやりを見せず、まるで憎んでいるような態度を取っていた。

紗夜は耐えながら、その美しく整った顔を見つめた。

まるで神が自ら彫刻したような完璧な容貌。

なのに、その顔には冷たい表情しかなく、どんな時であっても優しさはなかった。

でも彼女は、見てしまったのだ。

写真の中で彩を見つめる彼の、あの優しい眼差しを。

彼にも、あんな優しい一面がある。

ただ、その優しさは自分に向けるものではなかっただけだった。

震えるような一瞬。

本来ならば、満たされたその感覚は優しさであるべきなのに、紗夜の心の中には、水を吸って膨れ上がったスポンジのような何かが詰まっていて、今にも息が詰まりそうだった。

目尻から、涙がひとしずく、零れ落ちる。

「泣くな」

文翔は彼女の涙を指で拭い去り、身体を離すと、後処理を済ませ、一箱の薬を紗夜の前に差し出した。

紗夜は布団を引き寄せて身を起こし、無言で薬を受け取った。

避妊をしていたはずだが、それでも彼は慎重すぎるほど慎重だった。

というのも、五年前、彼女はあの「事故」の夜に妊娠してしまい、そのことがきっかけで家族の手配によって彼との結婚が決まったのだった。

文翔との結婚は表には出されなかったが、そのせいで彩が傷つき、海外へと去ったことは事実だった。

だから文翔は、きっと紗夜を憎んでいるのだろう。

でなければ、あんなにも毎回彼女を壊すような行為をとるわけがない。

目の前の薬を見つめるだけで、紗夜の胃に鈍い痛みが走った。

「......飲まなきゃいけないの?」

文翔は何も言わず、一杯の水を差し出した。

それだけで十分だった。

紗夜は唇を噛み、水を受け取って薬を飲み込んだ。

ちょうどその時、文翔のスマホが鳴った。

「ああ、今行く」

彼の声が少し柔らかくなり、手近の上着を手に取った。

こんな夜更けに彼を呼び出し、そして彼があんな声で応じる相手など、紗夜には彩以外に思い当たる人物はいなかった。

それでも、つい口をついて出た。

「こんな遅くに、どこ行くの?」

「お前には関係ない」

それだけ言い捨てて、文翔は振り返りもせずに寝室を出て行った。

紗夜は、彼の背中を見送った。

階段のオレンジ色の明かりの中で、その背はだんだん遠ざかっていった。

紗夜はまぶたを伏せ、瞳の奥に寂しげな色が揺れた。

薬のせいなのか、胃の痙攣がまた始まっていた。

彼女はベッドに横たわり、身体を小さく丸める。

数分後、部屋のドアがノックされ、使用人が声をかけてきた。

「奥様、本日ご主人様と若様がお着替えになったお洋服はすでに洗濯室に持っていきました。今お洗濯いたしましょうか、それとも明日にいたしますか?」

胃を押さえながらしばらくじっとしていた紗夜は、ようやく身体を起こして答えた。

「......今やるよ」

明日には明日の用事がある。

文翔は他人に自分の下着類を触られるのを嫌う。

だから彼のシャツはすべて紗夜が手洗いしていた。

息子もまた、小さい頃からホコリにアレルギーがあり、衣類には特別気を遣っていた。

使用人に任せるのも心配で、彼の部屋の掃除も文具の整理も、毎日欠かさず彼女自身が行っていた。

紗夜が体調の悪い体を引きずりながら洗濯室へ行くと、中から使用人たちのひそひそ声が聞こえてきた。

「服まで自分で洗ってるなんて、あの「長沢奥様」が?ただの家政婦じゃない?」

「しっ!そんなこと言ったら、クビにされるよ」

「でも、事実でしょ......」

そのとき洗濯室のドアが開き、使用人たちは紗夜が立っているのを見て、青ざめて硬直した。

「お、奥様......」

震える声に、紗夜は穏やかに言った。

「ここは私がやるから、大丈夫よ」

「は、はいっ」

使用人たちはすぐに逃げるようにその場を離れた。

彼女たちが去ると、紗夜の目元に浮かんでいた微笑みがすっと消え、まぶたを伏せて、文翔の衣類が入ったカゴの前に歩み寄る。

手に取ったシャツからは、かすかなバラの香水の匂いが残っていた。

香り高く、誘惑的なその匂いは、紗夜が日頃絶対に身につけない種類のものだった。

長沢家の花を日々管理している彼女は、香りが混ざるのを防ぐために、強い香水は一切つけない。

つまり、この香りは彩のものだ。

近い距離でなければ、相手の香りが服に移らない。

紗夜の指先が微かに震えた。

深く息を吐いて、気持ちを落ち着ける。

文翔には愛されていない。

でも彼女には、息子がいる。

たとえ夫に愛がなくとも、母と子の間には血の繋がりがある。

それが唯一の救いだった。

だからこそ、紗夜は「長沢奥様」としての役割を果たし続ける。

息子を、正々堂々と長沢家の後継者にするために。

だが、息子の衣類を手に取った瞬間、胃の中が急にかき回されるように苦しくなった。

「っ......!」

紗夜は口を押さえ、洗面所に駆け込み、便器に向かって夕食をすべて吐き出した。

吐けば少しは楽になるかと思っていたが、次々と押し寄せる激痛に、意識が遠のきそうになる。

彼女は最後の力を振り絞って、洗面台のガラス容器を突き落とした。

ガシャン。

その音に気づき、長沢理久(ながざわ りく)が駆け寄ってきた。

理久は、紗夜と文翔の息子。

そして、紗夜がこの五年、希望のない結婚生活の中で唯一心の拠り所としてきた存在だった。

「理久......」

紗夜の目がぱっと明るくなり、彼に手を伸ばす。

よかった、息子はまだ自分を心配してくれていた......

だが、その手が触れる寸前、理久は一歩後ろに下がり、彼女を避けた。

แสดง
บทถัดไป
ดาวน์โหลด

บทล่าสุด

บทอื่นๆ
ไม่มีความคิดเห็น
57
บทที่ 1 กวีล่องลอย
ซานหลิน เมืองเล็กทางตอนใต้ของแคว้นเฟิงหยางตั้งอยู่ท่ามกลางป่าเขาล้อมรอบ ชาวเมืองเริ่มเฉลิมฉลองผลผลิตหลังการเก็บเกี่ยวสิ้นสุด ท้องฟ้าบัดนี้ประดับด้วยดวงดารากระจ่างฟ้า ตัดกับความมืดมิดยามราตรี บทกวีจากความเมามายของบัณฑิตชราถูกเอื้อนเอ่ย“บัลลังก์สูงเหนือเมฆาฮ่องเต้กลับอ่อนแอใจหม่นหมองราชสำนักวุ่นขุนนางแบ่งอำนาจประชาราษฎร์ทุกระทมไร้ความหวัง” สิ้นเสียงบทกวีของอาจารย์ไร้ชื่อเสียงยามร่ำสุรากับสหายร่วมเมือง ความเงียบงันในเหล่าบัณฑิตผู้รู้อักษรพลันเกิดขึ้น หากแต่กระนั้นยังมีหลายคนชื่นชมบทกวีเย้ยหยันบัลลังก์มังกร จนเสียงร่ายกวีล่องลอยจากเมืองซานหลินเมืองเล็กท่ามกลางป่าเขาที่น้อยคนจะรู้จัก กลับโด่งดังในกลุ่มบัณฑิตรุ่นใหม่จนถูกกล่าวล้อเลียนฮ่องเต้ในงานเลี้ยงน้ำชาหลายครา ทำขุนนางน้อยใหญ่ทั่วราชสำนักไม่พอใจนำเรื่องทูลถวายฮ่องเต้พระองค์ใหม่ที่พึ่งครองราชย์เพียงครึ่งเดือน ภายในท้องพระโรงทองคำเหล่าขุนนางร่วมว่าราชกิจมิตกหล่น ฮ่องเต้เผิงเจิ้งหมิงยังคงอ่อนเยาว์ ประทับบัลลังก์ในชุดคลุมมังกรทอง “ทูลฝ่าบาท นอกเมืองมีบทกวีสั่นคลอนราชสำนักบทหนึ่งถูกราษฎรเชื่อว่าเป็
อ่านเพิ่มเติม
บทที่ 2 ดื้อรั้น
เรือนตระกูลเจียงยังคงวุ่นวาย เจียงซิงอีฮูหยินของเรือนแม้จะได้รับคำปลอบโยนจากสามีก่อนหน้านี้แล้ว หากแต่คล้อยหลังสามีกลับเป็นลมล้มพับหลายคราจนหมอยาต้องเหงื่อตก ซูเม่ยกลับถึงเรือนเห็นความวุ่นวายที่เกิดขึ้นแม้คาดการณ์ไว้แล้วแต่ยังอดเป็นห่วงมารดาไม่ได้ “ท่านหมอ ท่านแม่เป็นอย่างไรบ้าง” สายตาซูเม่ยจับจ้องสตรีร่างกายผอมแห้งบนเตียงนอน โดยที่ยังมีเจียวเจียวสาวใช้ข้างกายดูแลอยู่ “ฮูหยินเจียงทุกข์ใจฉับพลัน จึงหมดสติหลายครั้งจากนี้คุณหนูเจียงจำต้องปลอบใจนางให้ดีขึ้น” “ข้าเข้าใจแล้ว ขอบคุณท่านหมอ” ซูเม่ยถอนหายใจอย่างเหนื่อยล้า กวีบทเดียวทำให้บิดาที่ทำความดีทั้งชีวิตต้องรับโทษ มารดาซึ่งอ่อนแอเป็นทุนเดิมอยู่แล้วต้องตรอมใจรับความเป็นจริงไม่ได้ ซูเม่ยได้แต่ตัดพ้อโชคชะตา “อาเม่ย” เสียงอ่อนแรงของมารดาดังขึ้นพร้อมมือสั่นเทายื่นมาคว้ามือซูเม่ย น้ำใสที่ไหลออกจากหางตาทำให้นางรู้ว่ามารดายังคงทำใจเรื่องบิดาถูกทางการนำตัวไปไม่ได้ “ท่านแม่เป็นอย่างไรบ้าง” “พ่อเจ้าถูกนำตัวไปแล้ว เช่นนี้เราจะทำเช่นไรดี”
อ่านเพิ่มเติม
บทที่ 3 บากหน้า
ยามไฮ่เจียวเจียวงัวเงียตื่นเพราะถูกสาวใช้ที่เฝ้าหน้าห้องซูเม่ยปลุกให้ตื่นขึ้น บอกคุณหนูของนางต้องการดื่มชากลางดึก แม้จะงงงวยแต่เจียวเจียวก็ทำตามคำสั่งไม่บกพร่อง “คุณหนูน้ำชามาแล้วเจ้าค่ะ” เจียวเจียวที่ยังตื่นไม่เต็มที่เดินโซเซนำน้ำชาวางบนโต๊ะกลมกลางห้อง แต่กลับไม่เห็นหญิงสาวที่ร้องขอน้ำชาอยู่ภายในห้อง ก่อนที่จะรู้สึกเจ็บบริเวณท้ายทอยพร้อมกับสติของนางค่อย ๆ ดับลง ซูเม่ยยังยกมือเรียวที่ฟาดสาวใช้ข้างกายให้หมดสติในครั้งเดียวค้างบนอากาศ “ขอโทษนะเจียวเจียว ไว้กลับมาจากช่วยท่านพ่อข้าจะให้เจ้าตีคืน” ซูเม่ยกล่าวอย่างรู้สึกผิด พลางลากสาวใช้ขึ้นไปนอนบนเตียงจัดการเปลี่ยนชุดคุณหนูแลชุดสาวใช้จนเรียบร้อย ก่อนจะวางจดหมายไว้บนโต๊ะแล้วออกจากเรือนเล็กไป บ่าวไพร่ที่เฝ้าเวรยามบัดนี้ดวงตาแทบเปิดไม่ขึ้นด้วยกลางดึกลมพัดเอื่อยชวนให้หลับใหล จนมิได้สนใจว่าสตรีที่ออกจากเรือนไปเมื่อครู่นั้นเป็นเจียวเจียวจริงหรือไม่ เพียงแต่เห็นชุดสาวใช้ก็ปล่อยออกไปโดยง่าย อาชาสีขาวคู่ใจถูกนำออกจากโรงเลี้ยงม้าอย่างเงียบเชียบ ก่อนที่เสียงเกือกม้าจะดังไป
อ่านเพิ่มเติม
บทที่ 4 สาวใช้
หลี่หว่าแม้เห็นใจในความจำเป็นของซูเม่ย อีกทั้งบุญคุณของตระกูลไป๋ที่ชุบเลี้ยงตั้งแต่ห้าขวบในคราที่บิดาจะนำไปขายให้หอนางโลมนั้นหลี่หว่ามิเคยลืม ทว่าการขอตราอภัยโทษกลับหนักหนาเกินกำลังของนาง “แม่นางซูเม่ยเจ้าลุกขึ้นเถิด ใช่ว่าข้าจะไม่อยากช่วยเหลือทว่าเรื่องนี้เกินกำลังข้าจริง ๆ” หลี่หว่าพยุงนางขึ้น “ท่านแม่” เสียงทุ้มต่ำดังมาจากประตูห้องโถงทำให้ซูเม่ยหันมองหาเจ้าของเสียง บุรุษหนุ่มในอาภรณ์สีขาว วงหน้าที่ล้อมรอบด้วยเส้นผมสีดำขลับ คิ้วเข้มขมวดแน่น ดวงตาดุจเหยี่ยวจ้าวเวหายืนจ้องมองนางด้วยท่าทางสงสัย “เฉิงเอ๋อร์กลับมาแล้วหรือ” หลี่หว่ามองข้ามไหล่หญิงสาวเบื้องหน้าไปยังบุตรชายเพียงคนเดียว “ขอรับ” เพ่ยอี้เฉิงตอบกลับมารดาก่อนจะเดินผ่านซูเม่ยมาพยุงมารดานั่งลง “นางเป็นใครกัน?” บุรุษหนุ่มยังคงสงสัยสตรีในชุดสาวใช้ที่คุกเข่าขอร้องมารดาตน เขาเกรงว่าจะเป็นดั่งสตรีหลาย ๆ คนที่มักมาขอร้องให้มารดาช่วยไถ่ตัว ด้วยเห็นว่านางเคยเป็นสาวใช้เช่นพวกตนมาก่อน จึงนำความสงสารของนางมาใช้หาประโยชน์ “อ
อ่านเพิ่มเติม
บทที่ 5 คุณหนูตระกูลมู่
“พอแล้วปี้ซุน หยุดโถ้เถียงกับผู้อื่นเสียที” เสียงทุ้มต่ำดังขึ้น ทำให้ซูเม่ยละสายตาจากสาวเจ้าตรงหน้าก่อนจับจ้องบุรุษหนุ่มที่จ้องมองนางอยู่ “เจ้าชื่ออะไร” หยางอี้สนใจในตัวซูเม่ยไม่น้อย เป็นเพียงสาวใช้ทว่าสายตาที่จ้องมองมายังตนกลับเปิดเผยไม่มีความหวาดกลัวหรือแม้แต่เอียงอายเช่นที่สตรีจ้องมองบุรุษแม้แต่น้อย “เรียนคุณชายใหญ่ ข้าน้อยชื่อซูเม่ย เจียงซูเม่ย เป็นสาวใช้คนใหม่ของฮูหยินเอกเจ้าค่ะ” ซูเม่ยยอบกายรายงานตัว “ซูเม่ย ข้าจะจำชื่อเจ้าไว้” “เจ้าไปได้แล้ว” “เจ้าค่ะ” นางมองหน้าบุรุษที่สนทนาด้วย แม้ไม่เข้าใจในคำพูดของหยางอี้ว่าเหตุใดต้องจำชื่อนางแต่ซูเม่ยก็ทำตามแต่โดยดี “หึ! ในที่สุดแม้ใหญ่ก็หาสาวใช้ที่มีปากมีเสียงเป็นแล้ว” ชายหนุ่มพึมพำก่อนกลับไปนั่งท่องตำราของตนตามเดิม เรือนสาวใช้อยู่หลังจวน มีต้นไม้น้อยใหญ่คอยให้ร่มเงาโดยรอบมีอาภรณ์ผึ่งตากอยู่ทั่วทุกที่ บ่งบอกว่าจวนตระกูลเพ่ยมีสาวใช้อยู่จำนวนไม่น้อย ภายในห้องสาวใช้มีขนาดไม่ใหญ่นัก ที่นอนพร้อมโต๊ะหนึ่งตัวคือ
อ่านเพิ่มเติม
บทที่ 6 สาวใช้ข้างกาย
ภายในเรือนตะกูลมู่ สตรีวัยใกล้ปักปิ่นนั่งปักผ้าเช็ดหน้าผืนงามด้วยท่าทางอ่อนช้อย ผิวกายขาวผ่องราวไข่มุกหุ่นบางชวนปกป้องอยู่ภายใต้อาภรณ์สีขาวบริสุทธิ์ คิ้วโก่งดั่งคันศรรับกับดวงตาหวานราวกวางป่า “เสี่ยวเอ๋อร์เจ้าดูผ้าไหมพวกนี้สิ หาใช่จะมีขายตามร้านผ้าในเมืองหลวงหรอกนะ” ฮูหยินมู่ก้าวเข้าห้องโถงพร้อมกับน้ำเสียงบ่นอุบบุตรี ที่กล้าปฏิเสธน้ำใจของบุตรชายคนรองของแม่ทัพใหญ่แห่งราชสำนัก “ข้าไม่ได้มีใจให้คุณชายรองเพ่ย เหตุใดท่านแม่ต้องรับของเขาด้วย” น้ำเสียงไร้เยื่อใยมิได้หันมามองมารดาเพียงนิด “นี่เสี่ยวเอ๋อร์เจ้าไม่คิดดูใหม่หรือ คุณชายเพ่ยคนนี้ก็มีดีไม่น้อย เป็นบุตรชายของฮูหยินเอกและยังเป็นที่รักของท่านแม่ทัพด้วยนะ อนาคตไม่แน่อาจจะได้เป็นผู้นำตระกูล หากแต่งกับเขาอนาคตของเจ้าคงได้เป็นฮูหยินใหญ่เพ่ยแน่” มู่เสวี่ยอินยังคงโน้มน้าวหยุนเสี่ยวไม่หยุด “ท่านแม่ ข้ายังไม่ปักปิ่นเลยจะคิดเรื่องแต่งงานได้อย่างไร” หญิงสาวจ้องมองอีกฝ่าย พลางตำหนิมารดาตนเอง “แล้วทีคุณชายใหญ่เพ่ย เพ่ยหยางอี้เหตุใดเจ้าถึงคิดลึกซึ้งกับเขาได้เล่า
อ่านเพิ่มเติม
บทที่ 7 อับอาย
ซูเม่ยที่บัดนี้ได้เลื่อนฐานะจากสาวใช้ในเรือนกลายเป็นสาวใช้ข้างกายคุณชายรอง หน้าที่ของนางคือตามเขาไปเรียนยังสำนักศึกษา ทว่ายามเฉินแล้วอี้เฉิงกลับยังไม่ยอมออกจากหอนอนของตนเสียที “ซิงเหว่ย ท่านตามคุณชายออกมาได้หรือไม่” ซูเม่ยที่ยืนรอหน้าประตูเรือนมาครึ่งชั่วยามแล้วเริ่มอดทนรอไม่ไหว “แม่นางเจียง ข้าปลุกเขาหลายรอบแล้วทว่ากลับยังไม่ยอมตื่นเสียที” องครักษ์ข้างกายส่ายหัวอย่างจนปัญญา ซูเม่ยได้แต่ยืนพ่นลมหายใจให้กับความไม่เอาไหนของคุณชายรองตระกูลเพ่ย ทั้งที่อีกฝ่ายพึ่งรับปากมารดาว่าจักตั้งใจศึกษาตำรา “เช่นนั้นข้าปลุกเอง” เมื่อเหลืออดนางมุ่งตรงเข้าหอนอนบุรุษโดยมิสนใจเสียงทัดทานของซิงเหว่ย เมื่อก้าวเข้าสู่หอนอนของอี้เฉิง นางกลับแปลกใจที่บุรุษไม่เอาไหนผู้นี้ ห้องนอนกลับดูสะอาดแลเป็นระเบียบไม่น้อยหากไม่รู้จักมาก่อนเกรงว่านางต้องคิดว่าเขาเป็นคุณชายที่เปี่ยมด้วยความสามารถทั้งบุ๋นบู๊แน่ ซูเม่ยจ้องมองบุรุษที่ยังหลับใหลอยู่บนเตียง “คุณชายรองเพ่ย ท่านต้องตื่นได้แล้วเจ้าค่ะหากช้ากว่านี้เกรงสำนักศึกษาคงเลิกเรียนก่อนพอดี
อ่านเพิ่มเติม
บทที่ 8 ผูกมิตร
หลังออกจากสำนักศึกษาอี้เฉิงกลับไม่คิดจะกลับจวนแม่ทัพ “คุณหนูเจียงข้าจะให้รถม้าไปส่งเจ้าที่จวนก่อน” “แล้วท่านเล่า หากไม่กลับพร้อมกันจะให้ข้าตอบแม่ท่านว่าอย่างไร” ซูเม่ยเงยหน้าถามคนเบื้องหน้า “ข้าทำหน้าที่ของตัวเองวันนี้เสร็จสิ้นแล้ว ท่านแม่ไม่ถามเจ้าหรอก” “อย่างไรก็ควรจะกลับพร้อมกันหรือไม่ หน้าที่ข้าคืออยู่ข้างกายท่านเวลาที่ออกมาสำนักศึกษา หากกลับไปคนเดียวถือว่าข้าบกพร่องต่อหน้าที่” ซูเม่ยไม่ยอมรับข้อเสนอของอีกฝ่าย “เช่นนั้นก็ตามแต่เจ้า ทว่าที่ที่ข้าจะไปสตรีไม่เหมาะที่จะไป” อี้เฉิงกล่าวจบ กลับเดินตรงไปยังหอนางโลมทำให้ซูเม่ยได้แต่มองตาม “ไม่เอาไหนจริง ๆ” นางพึมพำก่อนเดินเข้าโรงน้ำชาข้างสำนักศึกษา เมืองหลงเฉิงในยามนี้ผู้คนพลุกพล่านไม่น้อย หากแต่กลับมองเห็นการแบ่งชนชั้นได้อย่างชัดเจน ชาวเมืองไม่กล้าแม้แต่เดินเข้าใกล้ชนชั้นขุนนาง แม้แต่เหล่าบัณฑิตยังแบ่งเป็นบัณฑิตยากจนกับบัณฑิตตระกูลขุนนาง ชาวบ้านยากจนต้องก้มหน้าเมื่อเดินผ่านเหล่าขุนนาง แม้ไม่มีกฎหมายห้ามหากทว่ามันกลายเป็นธรรมเนี
อ่านเพิ่มเติม
บทที่ 9 ความรู้ตื้นเขิน
อี้เฉิงจ้องมองหยุนเสี่ยวด้วยความเป็นห่วง เขาเป็นบุตรแม่ทัพใหญ่จึงไม่เคยนึกถึงความลำบากของเหล่าขุนนางลำดับล่างมาก่อน “หากมีอะไรให้ข้าช่วย คุณหนูมู่ไปหาข้าที่จวนได้” อี้เฉิงคิดอยากช่วยเหลือ “เอ่อคือ.........” หยุนเสี่ยวมองหน้าอีกฝ่ายสลับกับมองซูเม่ย “หากท่านไม่สบายใจมาหาข้าได้ ตอนนี้ข้ายังพักอยู่จวนตระกูลเพ่ย” ซูเม่ยรู้ว่าหยุนเสี่ยวคงลำบากใจหากต้องขอความช่วยเหลือจากบุรุษอื่น “ตอนนี้? แม่นางซูเม่ยไม่ได้จะอยู่จวนท่านแม่ทัพตลอดไปหรือ” หยุ่นเสี่ยวอดสงสัยไม่ได้ “ข้าเพียงมาจัดการธุระที่เมืองหลวง หากเสร็จธุระแล้วก็คงต้องกลับตระกูลเจียง” “ขออภัย ข้านึกว่าเจ้าเป็นสาวใช้ของของคุณชายรอง” “ข้าไม่คิดเป็นสาวใช้ของบุรุษที่มีความรู้ตื้นเขินเช่นนี้หรอก” คำพูดของซูเม่ยทำให้อี้เฉิงหน้าชาในทันที ไม่ต่างจากหยุนเสี่ยวที่มองเขาด้วยแววตาเห็นใจ “หมดธุระข้าแล้ว ขอตัวก่อน” ซูเม่ยไม่ได้สนใจไอเย็นที่แผ่ออกมาจากร่างบุรุษข้างกาย นางกล่าวจบก็หันหลังจากไปปล่อยให้คุณชายเพ่ยส่งสายตาคาดโท
อ่านเพิ่มเติม
บทที่ 10 ห่วงใย
ยามโหย่วระหว่างที่ซูเม่ยเตรียมพักผ่อนจากความเหนื่อยล้า ติงซียงกลับเข้ามาตามไปพบฮูหยินเอกในยามค่ำคืน “ฮูหยินเอกให้ติงเซียงไปตามข้ามีอะไรหรือไม่เจ้าคะ” “ข้าจะพาเจ้าไปพบอาจารย์เจียง กลางวันไม่สะดวกเวลานี้ผู้คุมไม่เข้มงวดจะทำการใดก็สะดวกกว่า” หลี่หว่าที่ยืนรออยู่หน้าเรือนกล่าวอย่างรีบร้อน รถม้าตระกูลเพ่ยวิ่งย่ำไปตามท้องถนนยามราตรี ปลายทางคือคุกหลวงที่ตั้งอยู่ทิศตะวันตกของเมือง หากจากจวนตระกูลเพ่ยไม่น้อย “จำไว้ว่าอย่าบอกผู้ใดว่าเจ้ามาจากจวนตระกูลเพ่ย” ฮูหยินเอกย้ำกับซูเม่ยก่อนที่จะลงจากรถม้า หลี่หว่านำทางไปยังทางเข้าคุกหลวงก่อนจะยื่นถุงเงินจำนวนหนึ่งให้ผู้คุมที่ยืนรออยู่ก่อนแล้ว “พบได้ไม่นานนะขอรับ ไม่เช่นนั้นพวกข้าจะลำบากเอาได้” ผู้คุมเปิดดูถุงเงินก่อนกล่าวอย่างนอบน้อม “อือ” หลี่หว่าพยักหน้ารับก่อนเดินตามทหารยามเข้าไปโดยซูเม่ยเดินรั้งท้าย ภายในคุกหลวงเต็มไปด้วยความมืดมิด อากาศภายในเหน็บหนาวกว่าด้านนอกไม่น้อย เสียงร้องไห้ เสียงด่าทอสาปแช่ง แม้กระทั่งเสียงขอร้องอ้อนวอนดังปะปนจนมิอ
อ่านเพิ่มเติม
สำรวจและอ่านนวนิยายดีๆ ได้ฟรี
เข้าถึงนวนิยายดีๆ จำนวนมากได้ฟรีบนแอป GoodNovel ดาวน์โหลดหนังสือที่คุณชอบและอ่านได้ทุกที่ทุกเวลา
อ่านหนังสือฟรีบนแอป
สแกนรหัสเพื่ออ่านบนแอป
DMCA.com Protection Status