เจียงซูเม่ย บุตรสาวตระกูลเจียง

เจียงซูเม่ย บุตรสาวตระกูลเจียง

last updateTerakhir Diperbarui : 2025-11-29
Bahasa: Thai
goodnovel4goodnovel
Belum ada penilaian
57Bab
3.1KDibaca
Baca
Tambahkan

Share:  

Lapor
Ringkasan
Katalog
Pindai kode untuk membaca di Aplikasi

ซูเม่ยคุณหนูตระกูลเจียงจับพลัดจับผลูกลายมาเป็นสาวใช้ข้างกายเพ่ยอี้เฉิง คุณชายรองตระกูลแม่ทัพ สตรีอันดับหนึ่งเช่นนางกลับต้องเป็นแม่สื่อให้กับคุณชายเพ่ย ทว่าเพ่ยอีเฉิงกลับหวงแม่สื่อเสียยิ่งกว่าไข่ในหิน

Lihat lebih banyak

Bab 1

บทที่ 1 กวีล่องลอย

村田明里(むらた あかり)は不思議でたまらなかった。昨夜、夫である二宮潤(にのみや じゅん)はベッドの上で自分を激しく翻弄した。一体どうしたっていうんだ。

そして今朝、明里は理由を知った。

潤の弟・二宮隼人(にのみや はやと)が婚約するのだ。

しかも、その女性は潤の初恋の相手だった。

つまり、潤が長年想いを寄せていた女性が、彼の弟と結婚することになるのだ。

なんとも皮肉な話だ。

昨夜、潤が自分の腰を掴み、赤い目で、まるで狂ったように何度も激しく抱いてきたことを思い出し、明里は言いようのない虚しさに襲われた。

明里が階下に降りると、既に身支度を整えた潤が出かけるところだった。

190cm近い長身は、それだけで威圧感を与えていた。

長年、高い地位にいるせいか、彼の整った顔立ちよりも、その強いオーラに目が行きがちだった。

しかし、実際は、潤の顔立ちは端正で、どんなに冷徹な表情をしていても、美男子であることは隠しきれない。

さらに、広い肩幅に細い腰、スラリと伸びた長い脚は、高級スーツに包まれ、力強さと自信を醸し出している。

二宮家の御曹司である夫は、落ち着き払っていて、常に冷静沈着であることを、明里はとっくに知っていた。

まるでこの世に、彼の感情を揺さぶるものは何もないかのようだった。

ただ一人、あの女性を除いては……

明里は胸に込み上げる苦しさを押し込め、潤を見ないようにして、ダイニングへと向かった。

潤は明里を一瞥すると、カフスボタンを直し、そのまま出て行った。

二人は一言も言葉を交わさなかった。

ドアが閉まる音を聞き、明里は苦笑いした。胸に、じんわりと痛みが広がる。

こんな冷え切った結婚生活を受け入れられると思っていたのに……

自分の気持ちはどうすることもできなかった。この男に、少しずつ心を奪われていく。

明里は朝食を食べるものの、味も分からず、ぼんやりとしていた。

スマホが鳴り、明里は出ると、席を立った。「すぐ行きます」

午後になり、明里は研究所で疲れ切っていた。

これまで息の合った岩崎凪(いわさき なぎ)と組んでいたのに、彼は突然異動になり、新しく来た田中俊介(たなか しゅんすけ)はデータ分析が苦手だった。

一人で二人の仕事を抱え、さらに心のモヤモヤも重なり、余計に疲れていた。

仕事を終え、スマホを見ると、潤からメッセージが届いていた。【今夜、屋敷へ戻れ】冷淡な短い文字だった。

隼人と清水陽菜(しみず ひな)の婚約発表だろうと明里は思った。

隼人は、潤の異母兄弟だ。

そして陽菜は、潤が忘れられない女性だった。

兄弟が同じ女性を好きになるなんて。

今夜の夕食は……きっと一触即発の空気になるだろう。

二宮家の屋敷に着いた明里は、玄関を入ろうとしたところで、角に佇む潤と陽菜を見つけた。

少し離れていたため、何を話しているのかは聞こえなかった。

しかし、潤がプレゼントの入った袋を陽菜に渡すのが見えた。

陽菜の顔は、幸せそうな笑みに満ちていた。

彼女は、守ってあげたくなるような顔を上げていた。その表情は、明里が見慣れた、か弱い乙女の表情そのものだった。

一方、潤は、この角度からは横顔しか見えないものの、高い鼻筋と引き締まった顎、そして少しだけ上がった口角が印象的だった。

明里と一緒にいる時には決して見せない笑顔だった。

明里の心は、締め付けられるような痛みを感じた。

明里は爪を手のひらに食い込ませ、視線を逸らし、階段を上った。

ヒールが石段に当たる小さな音が響いた。

その音に気づいた潤は、こちらを振り返った。先ほどの笑顔は消え、冷たい視線で、表情も硬かった。

明里は潤を見ずに、ドアを開けた。

そして、潤は立ち去ろうとした。

その時、陽菜が潤に声をかけた。「潤さん、明日の午後は時間ある?隼人は彼の先生のとこに行くから、一緒に動物病院付き合ってくれない?」

潤は低い声で答えた。「明日の午後は会議があるんだが……ちょっと確認してみる。とにかく、早く中へ入るんだ。寒いだろ」

陽菜は微笑んで言った。「潤さん、先に入ってね。隼人に電話する」

潤が去るのを見届けると、陽菜の口元に笑みが浮かんだ。それは、自信に満ちた、勝ち誇ったような笑みだった。

リビングに入った明里の耳に、嫌味な声が飛び込んできた。

「食事に来るのに、何度も催促させるなんて、どういうつもり?二宮家の嫁なら、もっと自覚を持つべきでしょう。結婚したら、家で夫を支え、子供を育て、家事をするのが当たり前なのに、外で仕事をするなんて、みっともないわ!」

明里が視線を向けると、潤の継母である九条真奈美(くじょう まなみ)がソファに座っていた。いかにも裕福な貴婦人といった雰囲気だ。

しかし、言葉は辛辣で、傲慢だった。

二宮家は大きな家業を抱えており、潤の祖父である二宮和夫(にのみや かずお)が亡くなってからは、潤が中心となって切り盛りしていた。

真奈美は継母であり、潤とは折り合いが悪く、当然、二宮家の財産は全て自分の息子に相続させたいと思っていた。

彼女は潤が嫌いだったし、明里も嫌いだった。

当時、和夫の指示で潤と明里が結婚することになった時、誰もが村田家は二宮家には釣り合わないと思っていた。

ただ一人、真奈美だけは、この結婚を喜んでいた。

潤が身分の低い女性と結婚すればするほど、隼人が釣り合う相手と結婚して家業を継ぐのに有利になるからだ。

今の息子の婚約者には、真奈美はとても満足していた。

清水家には息子が二人いるが、娘は陽菜一人だけなので、とても大切にされていた。

陽菜の上には二人の兄がおり、二人とも彼女をとても可愛がっていた。そして、将来は隼人の助けとなるだろう。

こうして比べてみると、明里は何の取り柄もない女に見えた。だから、誰もいない時は、真奈美は遠慮なく明里に辛く当たった。

しかし、真奈美が言い終わるか終わらないかのうちに、潤が明里の背後に現れた。

彼は手を伸ばし、明里の背中に手を当て、冷たく言った。「ここで何をしている?入れ」

明里は潤の手を避け、中へ入った。

潤は握り拳を作り、指の関節が白くなった。

真奈美は立ち上がり、上品な笑みを浮かべて言った。「潤、いらっしゃい。もうすぐ食事よ」

潤は真奈美に向かって冷たく言った。「なぜリビングにいるんだ?キッチンにいるべきだろ?二宮家に嫁いできたなら、夫を支え、子育てをし、家事をするのが当たり前だろ!」
Tampilkan Lebih Banyak
Bab Selanjutnya
Unduh

Bab terbaru

Bab Lainnya
Tidak ada komentar
57 Bab
บทที่ 1 กวีล่องลอย
ซานหลิน เมืองเล็กทางตอนใต้ของแคว้นเฟิงหยางตั้งอยู่ท่ามกลางป่าเขาล้อมรอบ ชาวเมืองเริ่มเฉลิมฉลองผลผลิตหลังการเก็บเกี่ยวสิ้นสุด ท้องฟ้าบัดนี้ประดับด้วยดวงดารากระจ่างฟ้า ตัดกับความมืดมิดยามราตรี บทกวีจากความเมามายของบัณฑิตชราถูกเอื้อนเอ่ย“บัลลังก์สูงเหนือเมฆาฮ่องเต้กลับอ่อนแอใจหม่นหมองราชสำนักวุ่นขุนนางแบ่งอำนาจประชาราษฎร์ทุกระทมไร้ความหวัง” สิ้นเสียงบทกวีของอาจารย์ไร้ชื่อเสียงยามร่ำสุรากับสหายร่วมเมือง ความเงียบงันในเหล่าบัณฑิตผู้รู้อักษรพลันเกิดขึ้น หากแต่กระนั้นยังมีหลายคนชื่นชมบทกวีเย้ยหยันบัลลังก์มังกร จนเสียงร่ายกวีล่องลอยจากเมืองซานหลินเมืองเล็กท่ามกลางป่าเขาที่น้อยคนจะรู้จัก กลับโด่งดังในกลุ่มบัณฑิตรุ่นใหม่จนถูกกล่าวล้อเลียนฮ่องเต้ในงานเลี้ยงน้ำชาหลายครา ทำขุนนางน้อยใหญ่ทั่วราชสำนักไม่พอใจนำเรื่องทูลถวายฮ่องเต้พระองค์ใหม่ที่พึ่งครองราชย์เพียงครึ่งเดือน ภายในท้องพระโรงทองคำเหล่าขุนนางร่วมว่าราชกิจมิตกหล่น ฮ่องเต้เผิงเจิ้งหมิงยังคงอ่อนเยาว์ ประทับบัลลังก์ในชุดคลุมมังกรทอง “ทูลฝ่าบาท นอกเมืองมีบทกวีสั่นคลอนราชสำนักบทหนึ่งถูกราษฎรเชื่อว่าเป็
Baca selengkapnya
บทที่ 2 ดื้อรั้น
เรือนตระกูลเจียงยังคงวุ่นวาย เจียงซิงอีฮูหยินของเรือนแม้จะได้รับคำปลอบโยนจากสามีก่อนหน้านี้แล้ว หากแต่คล้อยหลังสามีกลับเป็นลมล้มพับหลายคราจนหมอยาต้องเหงื่อตก ซูเม่ยกลับถึงเรือนเห็นความวุ่นวายที่เกิดขึ้นแม้คาดการณ์ไว้แล้วแต่ยังอดเป็นห่วงมารดาไม่ได้ “ท่านหมอ ท่านแม่เป็นอย่างไรบ้าง” สายตาซูเม่ยจับจ้องสตรีร่างกายผอมแห้งบนเตียงนอน โดยที่ยังมีเจียวเจียวสาวใช้ข้างกายดูแลอยู่ “ฮูหยินเจียงทุกข์ใจฉับพลัน จึงหมดสติหลายครั้งจากนี้คุณหนูเจียงจำต้องปลอบใจนางให้ดีขึ้น” “ข้าเข้าใจแล้ว ขอบคุณท่านหมอ” ซูเม่ยถอนหายใจอย่างเหนื่อยล้า กวีบทเดียวทำให้บิดาที่ทำความดีทั้งชีวิตต้องรับโทษ มารดาซึ่งอ่อนแอเป็นทุนเดิมอยู่แล้วต้องตรอมใจรับความเป็นจริงไม่ได้ ซูเม่ยได้แต่ตัดพ้อโชคชะตา “อาเม่ย” เสียงอ่อนแรงของมารดาดังขึ้นพร้อมมือสั่นเทายื่นมาคว้ามือซูเม่ย น้ำใสที่ไหลออกจากหางตาทำให้นางรู้ว่ามารดายังคงทำใจเรื่องบิดาถูกทางการนำตัวไปไม่ได้ “ท่านแม่เป็นอย่างไรบ้าง” “พ่อเจ้าถูกนำตัวไปแล้ว เช่นนี้เราจะทำเช่นไรดี”
Baca selengkapnya
บทที่ 3 บากหน้า
ยามไฮ่เจียวเจียวงัวเงียตื่นเพราะถูกสาวใช้ที่เฝ้าหน้าห้องซูเม่ยปลุกให้ตื่นขึ้น บอกคุณหนูของนางต้องการดื่มชากลางดึก แม้จะงงงวยแต่เจียวเจียวก็ทำตามคำสั่งไม่บกพร่อง “คุณหนูน้ำชามาแล้วเจ้าค่ะ” เจียวเจียวที่ยังตื่นไม่เต็มที่เดินโซเซนำน้ำชาวางบนโต๊ะกลมกลางห้อง แต่กลับไม่เห็นหญิงสาวที่ร้องขอน้ำชาอยู่ภายในห้อง ก่อนที่จะรู้สึกเจ็บบริเวณท้ายทอยพร้อมกับสติของนางค่อย ๆ ดับลง ซูเม่ยยังยกมือเรียวที่ฟาดสาวใช้ข้างกายให้หมดสติในครั้งเดียวค้างบนอากาศ “ขอโทษนะเจียวเจียว ไว้กลับมาจากช่วยท่านพ่อข้าจะให้เจ้าตีคืน” ซูเม่ยกล่าวอย่างรู้สึกผิด พลางลากสาวใช้ขึ้นไปนอนบนเตียงจัดการเปลี่ยนชุดคุณหนูแลชุดสาวใช้จนเรียบร้อย ก่อนจะวางจดหมายไว้บนโต๊ะแล้วออกจากเรือนเล็กไป บ่าวไพร่ที่เฝ้าเวรยามบัดนี้ดวงตาแทบเปิดไม่ขึ้นด้วยกลางดึกลมพัดเอื่อยชวนให้หลับใหล จนมิได้สนใจว่าสตรีที่ออกจากเรือนไปเมื่อครู่นั้นเป็นเจียวเจียวจริงหรือไม่ เพียงแต่เห็นชุดสาวใช้ก็ปล่อยออกไปโดยง่าย อาชาสีขาวคู่ใจถูกนำออกจากโรงเลี้ยงม้าอย่างเงียบเชียบ ก่อนที่เสียงเกือกม้าจะดังไป
Baca selengkapnya
บทที่ 4 สาวใช้
หลี่หว่าแม้เห็นใจในความจำเป็นของซูเม่ย อีกทั้งบุญคุณของตระกูลไป๋ที่ชุบเลี้ยงตั้งแต่ห้าขวบในคราที่บิดาจะนำไปขายให้หอนางโลมนั้นหลี่หว่ามิเคยลืม ทว่าการขอตราอภัยโทษกลับหนักหนาเกินกำลังของนาง “แม่นางซูเม่ยเจ้าลุกขึ้นเถิด ใช่ว่าข้าจะไม่อยากช่วยเหลือทว่าเรื่องนี้เกินกำลังข้าจริง ๆ” หลี่หว่าพยุงนางขึ้น “ท่านแม่” เสียงทุ้มต่ำดังมาจากประตูห้องโถงทำให้ซูเม่ยหันมองหาเจ้าของเสียง บุรุษหนุ่มในอาภรณ์สีขาว วงหน้าที่ล้อมรอบด้วยเส้นผมสีดำขลับ คิ้วเข้มขมวดแน่น ดวงตาดุจเหยี่ยวจ้าวเวหายืนจ้องมองนางด้วยท่าทางสงสัย “เฉิงเอ๋อร์กลับมาแล้วหรือ” หลี่หว่ามองข้ามไหล่หญิงสาวเบื้องหน้าไปยังบุตรชายเพียงคนเดียว “ขอรับ” เพ่ยอี้เฉิงตอบกลับมารดาก่อนจะเดินผ่านซูเม่ยมาพยุงมารดานั่งลง “นางเป็นใครกัน?” บุรุษหนุ่มยังคงสงสัยสตรีในชุดสาวใช้ที่คุกเข่าขอร้องมารดาตน เขาเกรงว่าจะเป็นดั่งสตรีหลาย ๆ คนที่มักมาขอร้องให้มารดาช่วยไถ่ตัว ด้วยเห็นว่านางเคยเป็นสาวใช้เช่นพวกตนมาก่อน จึงนำความสงสารของนางมาใช้หาประโยชน์ “อ
Baca selengkapnya
บทที่ 5 คุณหนูตระกูลมู่
“พอแล้วปี้ซุน หยุดโถ้เถียงกับผู้อื่นเสียที” เสียงทุ้มต่ำดังขึ้น ทำให้ซูเม่ยละสายตาจากสาวเจ้าตรงหน้าก่อนจับจ้องบุรุษหนุ่มที่จ้องมองนางอยู่ “เจ้าชื่ออะไร” หยางอี้สนใจในตัวซูเม่ยไม่น้อย เป็นเพียงสาวใช้ทว่าสายตาที่จ้องมองมายังตนกลับเปิดเผยไม่มีความหวาดกลัวหรือแม้แต่เอียงอายเช่นที่สตรีจ้องมองบุรุษแม้แต่น้อย “เรียนคุณชายใหญ่ ข้าน้อยชื่อซูเม่ย เจียงซูเม่ย เป็นสาวใช้คนใหม่ของฮูหยินเอกเจ้าค่ะ” ซูเม่ยยอบกายรายงานตัว “ซูเม่ย ข้าจะจำชื่อเจ้าไว้” “เจ้าไปได้แล้ว” “เจ้าค่ะ” นางมองหน้าบุรุษที่สนทนาด้วย แม้ไม่เข้าใจในคำพูดของหยางอี้ว่าเหตุใดต้องจำชื่อนางแต่ซูเม่ยก็ทำตามแต่โดยดี “หึ! ในที่สุดแม้ใหญ่ก็หาสาวใช้ที่มีปากมีเสียงเป็นแล้ว” ชายหนุ่มพึมพำก่อนกลับไปนั่งท่องตำราของตนตามเดิม เรือนสาวใช้อยู่หลังจวน มีต้นไม้น้อยใหญ่คอยให้ร่มเงาโดยรอบมีอาภรณ์ผึ่งตากอยู่ทั่วทุกที่ บ่งบอกว่าจวนตระกูลเพ่ยมีสาวใช้อยู่จำนวนไม่น้อย ภายในห้องสาวใช้มีขนาดไม่ใหญ่นัก ที่นอนพร้อมโต๊ะหนึ่งตัวคือ
Baca selengkapnya
บทที่ 6 สาวใช้ข้างกาย
ภายในเรือนตะกูลมู่ สตรีวัยใกล้ปักปิ่นนั่งปักผ้าเช็ดหน้าผืนงามด้วยท่าทางอ่อนช้อย ผิวกายขาวผ่องราวไข่มุกหุ่นบางชวนปกป้องอยู่ภายใต้อาภรณ์สีขาวบริสุทธิ์ คิ้วโก่งดั่งคันศรรับกับดวงตาหวานราวกวางป่า “เสี่ยวเอ๋อร์เจ้าดูผ้าไหมพวกนี้สิ หาใช่จะมีขายตามร้านผ้าในเมืองหลวงหรอกนะ” ฮูหยินมู่ก้าวเข้าห้องโถงพร้อมกับน้ำเสียงบ่นอุบบุตรี ที่กล้าปฏิเสธน้ำใจของบุตรชายคนรองของแม่ทัพใหญ่แห่งราชสำนัก “ข้าไม่ได้มีใจให้คุณชายรองเพ่ย เหตุใดท่านแม่ต้องรับของเขาด้วย” น้ำเสียงไร้เยื่อใยมิได้หันมามองมารดาเพียงนิด “นี่เสี่ยวเอ๋อร์เจ้าไม่คิดดูใหม่หรือ คุณชายเพ่ยคนนี้ก็มีดีไม่น้อย เป็นบุตรชายของฮูหยินเอกและยังเป็นที่รักของท่านแม่ทัพด้วยนะ อนาคตไม่แน่อาจจะได้เป็นผู้นำตระกูล หากแต่งกับเขาอนาคตของเจ้าคงได้เป็นฮูหยินใหญ่เพ่ยแน่” มู่เสวี่ยอินยังคงโน้มน้าวหยุนเสี่ยวไม่หยุด “ท่านแม่ ข้ายังไม่ปักปิ่นเลยจะคิดเรื่องแต่งงานได้อย่างไร” หญิงสาวจ้องมองอีกฝ่าย พลางตำหนิมารดาตนเอง “แล้วทีคุณชายใหญ่เพ่ย เพ่ยหยางอี้เหตุใดเจ้าถึงคิดลึกซึ้งกับเขาได้เล่า
Baca selengkapnya
บทที่ 7 อับอาย
ซูเม่ยที่บัดนี้ได้เลื่อนฐานะจากสาวใช้ในเรือนกลายเป็นสาวใช้ข้างกายคุณชายรอง หน้าที่ของนางคือตามเขาไปเรียนยังสำนักศึกษา ทว่ายามเฉินแล้วอี้เฉิงกลับยังไม่ยอมออกจากหอนอนของตนเสียที “ซิงเหว่ย ท่านตามคุณชายออกมาได้หรือไม่” ซูเม่ยที่ยืนรอหน้าประตูเรือนมาครึ่งชั่วยามแล้วเริ่มอดทนรอไม่ไหว “แม่นางเจียง ข้าปลุกเขาหลายรอบแล้วทว่ากลับยังไม่ยอมตื่นเสียที” องครักษ์ข้างกายส่ายหัวอย่างจนปัญญา ซูเม่ยได้แต่ยืนพ่นลมหายใจให้กับความไม่เอาไหนของคุณชายรองตระกูลเพ่ย ทั้งที่อีกฝ่ายพึ่งรับปากมารดาว่าจักตั้งใจศึกษาตำรา “เช่นนั้นข้าปลุกเอง” เมื่อเหลืออดนางมุ่งตรงเข้าหอนอนบุรุษโดยมิสนใจเสียงทัดทานของซิงเหว่ย เมื่อก้าวเข้าสู่หอนอนของอี้เฉิง นางกลับแปลกใจที่บุรุษไม่เอาไหนผู้นี้ ห้องนอนกลับดูสะอาดแลเป็นระเบียบไม่น้อยหากไม่รู้จักมาก่อนเกรงว่านางต้องคิดว่าเขาเป็นคุณชายที่เปี่ยมด้วยความสามารถทั้งบุ๋นบู๊แน่ ซูเม่ยจ้องมองบุรุษที่ยังหลับใหลอยู่บนเตียง “คุณชายรองเพ่ย ท่านต้องตื่นได้แล้วเจ้าค่ะหากช้ากว่านี้เกรงสำนักศึกษาคงเลิกเรียนก่อนพอดี
Baca selengkapnya
บทที่ 8 ผูกมิตร
หลังออกจากสำนักศึกษาอี้เฉิงกลับไม่คิดจะกลับจวนแม่ทัพ “คุณหนูเจียงข้าจะให้รถม้าไปส่งเจ้าที่จวนก่อน” “แล้วท่านเล่า หากไม่กลับพร้อมกันจะให้ข้าตอบแม่ท่านว่าอย่างไร” ซูเม่ยเงยหน้าถามคนเบื้องหน้า “ข้าทำหน้าที่ของตัวเองวันนี้เสร็จสิ้นแล้ว ท่านแม่ไม่ถามเจ้าหรอก” “อย่างไรก็ควรจะกลับพร้อมกันหรือไม่ หน้าที่ข้าคืออยู่ข้างกายท่านเวลาที่ออกมาสำนักศึกษา หากกลับไปคนเดียวถือว่าข้าบกพร่องต่อหน้าที่” ซูเม่ยไม่ยอมรับข้อเสนอของอีกฝ่าย “เช่นนั้นก็ตามแต่เจ้า ทว่าที่ที่ข้าจะไปสตรีไม่เหมาะที่จะไป” อี้เฉิงกล่าวจบ กลับเดินตรงไปยังหอนางโลมทำให้ซูเม่ยได้แต่มองตาม “ไม่เอาไหนจริง ๆ” นางพึมพำก่อนเดินเข้าโรงน้ำชาข้างสำนักศึกษา เมืองหลงเฉิงในยามนี้ผู้คนพลุกพล่านไม่น้อย หากแต่กลับมองเห็นการแบ่งชนชั้นได้อย่างชัดเจน ชาวเมืองไม่กล้าแม้แต่เดินเข้าใกล้ชนชั้นขุนนาง แม้แต่เหล่าบัณฑิตยังแบ่งเป็นบัณฑิตยากจนกับบัณฑิตตระกูลขุนนาง ชาวบ้านยากจนต้องก้มหน้าเมื่อเดินผ่านเหล่าขุนนาง แม้ไม่มีกฎหมายห้ามหากทว่ามันกลายเป็นธรรมเนี
Baca selengkapnya
บทที่ 9 ความรู้ตื้นเขิน
อี้เฉิงจ้องมองหยุนเสี่ยวด้วยความเป็นห่วง เขาเป็นบุตรแม่ทัพใหญ่จึงไม่เคยนึกถึงความลำบากของเหล่าขุนนางลำดับล่างมาก่อน “หากมีอะไรให้ข้าช่วย คุณหนูมู่ไปหาข้าที่จวนได้” อี้เฉิงคิดอยากช่วยเหลือ “เอ่อคือ.........” หยุนเสี่ยวมองหน้าอีกฝ่ายสลับกับมองซูเม่ย “หากท่านไม่สบายใจมาหาข้าได้ ตอนนี้ข้ายังพักอยู่จวนตระกูลเพ่ย” ซูเม่ยรู้ว่าหยุนเสี่ยวคงลำบากใจหากต้องขอความช่วยเหลือจากบุรุษอื่น “ตอนนี้? แม่นางซูเม่ยไม่ได้จะอยู่จวนท่านแม่ทัพตลอดไปหรือ” หยุ่นเสี่ยวอดสงสัยไม่ได้ “ข้าเพียงมาจัดการธุระที่เมืองหลวง หากเสร็จธุระแล้วก็คงต้องกลับตระกูลเจียง” “ขออภัย ข้านึกว่าเจ้าเป็นสาวใช้ของของคุณชายรอง” “ข้าไม่คิดเป็นสาวใช้ของบุรุษที่มีความรู้ตื้นเขินเช่นนี้หรอก” คำพูดของซูเม่ยทำให้อี้เฉิงหน้าชาในทันที ไม่ต่างจากหยุนเสี่ยวที่มองเขาด้วยแววตาเห็นใจ “หมดธุระข้าแล้ว ขอตัวก่อน” ซูเม่ยไม่ได้สนใจไอเย็นที่แผ่ออกมาจากร่างบุรุษข้างกาย นางกล่าวจบก็หันหลังจากไปปล่อยให้คุณชายเพ่ยส่งสายตาคาดโท
Baca selengkapnya
บทที่ 10 ห่วงใย
ยามโหย่วระหว่างที่ซูเม่ยเตรียมพักผ่อนจากความเหนื่อยล้า ติงซียงกลับเข้ามาตามไปพบฮูหยินเอกในยามค่ำคืน “ฮูหยินเอกให้ติงเซียงไปตามข้ามีอะไรหรือไม่เจ้าคะ” “ข้าจะพาเจ้าไปพบอาจารย์เจียง กลางวันไม่สะดวกเวลานี้ผู้คุมไม่เข้มงวดจะทำการใดก็สะดวกกว่า” หลี่หว่าที่ยืนรออยู่หน้าเรือนกล่าวอย่างรีบร้อน รถม้าตระกูลเพ่ยวิ่งย่ำไปตามท้องถนนยามราตรี ปลายทางคือคุกหลวงที่ตั้งอยู่ทิศตะวันตกของเมือง หากจากจวนตระกูลเพ่ยไม่น้อย “จำไว้ว่าอย่าบอกผู้ใดว่าเจ้ามาจากจวนตระกูลเพ่ย” ฮูหยินเอกย้ำกับซูเม่ยก่อนที่จะลงจากรถม้า หลี่หว่านำทางไปยังทางเข้าคุกหลวงก่อนจะยื่นถุงเงินจำนวนหนึ่งให้ผู้คุมที่ยืนรออยู่ก่อนแล้ว “พบได้ไม่นานนะขอรับ ไม่เช่นนั้นพวกข้าจะลำบากเอาได้” ผู้คุมเปิดดูถุงเงินก่อนกล่าวอย่างนอบน้อม “อือ” หลี่หว่าพยักหน้ารับก่อนเดินตามทหารยามเข้าไปโดยซูเม่ยเดินรั้งท้าย ภายในคุกหลวงเต็มไปด้วยความมืดมิด อากาศภายในเหน็บหนาวกว่าด้านนอกไม่น้อย เสียงร้องไห้ เสียงด่าทอสาปแช่ง แม้กระทั่งเสียงขอร้องอ้อนวอนดังปะปนจนมิอ
Baca selengkapnya
Jelajahi dan baca novel bagus secara gratis
Akses gratis ke berbagai novel bagus di aplikasi GoodNovel. Unduh buku yang kamu suka dan baca di mana saja & kapan saja.
Baca buku gratis di Aplikasi
Pindai kode untuk membaca di Aplikasi
DMCA.com Protection Status