บททั้งหมดของ เจ้านายสายฟ้าแลบ: บทที่ 431 - บทที่ 440

462

บทที่ 431

ขึ้นชื่อว่าตึกหลัก ทุกสรรพสิ่งที่ยอมต้องเลือกสรรสิ่งที่ดีที่สุดอยู่แล้ว โสงเจี๋ยเองก็ถือกำเนิดมาจากตระกูลผู้ดี ส่วนฮั่วหงก็เป็นคนใจกว้าง ทว่าสิ่งสำคัญที่สุดคือ อำนาจเบ็ดเสร็จในการปกครองตระกูลฮั่ว ณ ยามนี้ ตกอยู่ในมือของฮั่วจี้เซินแต่เพียงผู้เดียวขอเพียงได้พำนักอยู่ในตึกหลักต่ออีกสักวัน ก็เท่ากับว่าจะได้รับความคุ้มครองจากฮั่วจี้เซินเพิ่มขึ้นอีกวันแล้วเหตุใดฮั่วจี้รุ่ยกับฮั่วจี้เจ๋อถึงยอมตกลงย้ายออกไปง่ายดายขนาดนี้?โสงเจี๋ยคลี่ยิ้มบางพลางตบหลังมือของจวีเยี่ยฝานเบา ๆ “เธอเองก็อย่ากังวลไปเลย เด็กคนนี้กำลังจะแต่งงานมีครอบครัวแล้ว ส่วนอาเจ๋อก็อยู่ในช่วงดูตัวเช่นกัน ยังไงสักวันต้องแยกบ้านออกไปอยู่ดี หากพวกลูกสะใภ้แต่งเข้าบ้านมาแล้วต้องอยู่กันอย่างยากลำบาก จะไม่กลายเป็นเรื่องตลกขบขันให้ผู้คนเอาไปพูดกันเหรอ?”เหตุผลน่ะใช่ทว่าจวีเยี่ยฝานกลับไม่อาจกลืนก้อนความเจ็บแค้นนี้ลงคอได้จริง ๆ “แล้วฮั่วหมิ่นก็เห็นดีเห็นงามด้วยอย่างนั้นเหรอ?”“เห็นด้วยสิ ทำไมจะไม่เห็นด้วยล่ะ?”จวีเยี่ยฝานเม้มริมฝีปากแน่นจนเป็นเส้นตรงขณะเดียวกันภายในห้องแต่งตัว หานรุ่ยกำลังนั่งนิ่งให้ช่างแต่งหน้าแต้มเติมสีสันล
อ่านเพิ่มเติม

บทที่ 432

สีหน้าของจวีเยี่ยฝานในยามนี้แปรเปลี่ยนสลับไปมาอย่างหลากหลายเธอเอ่ยถามออกไปด้วยน้ำเสียงที่เริ่มสั่นเครือ “แกกำลังจะบอกว่า โสงเจี๋ยยอมตัดใจยกท่าเรือผืนนั้นที่เป็นสิทธิ์ขาดของตัวเอง ให้แม่ลูกสะใภ้นั่นจริง ๆ อย่างนั้นรึ?”เธอไม่มีวันเชื่อเด็ดขาดอย่างมากที่สุดก็คงจะลงนามในโฉนดให้เป็นชื่อของฮั่วจี้เซินนั่นแหละ แล้วค่อยป่าวประกาศอ้างบังหน้าว่ายกให้ลูกสะใภ้เพื่อเอาหน้าเอาตา ใครจะไปรู้ว่าอาจจะมีเล่ห์เหลี่ยมกลโกงอะไรซ่อนอยู่ก็ได้ฮั่วจี้รุ่ยทำเพียงจ้องมองแม่ตนเองที่อยู่ตรงหน้าด้วยสายตานิ่งงันในส่วนลึกของหัวใจพลันมีกระแสความเหนื่อยล้าอ่อนแรงสายหนึ่ง ถาโถมซัดสาดเข้ามาอย่างรุนแรงเอาอีกแล้วตั้งแต่จำความได้จนเติบใหญ่ จวีเยี่ยฝานไม่เคยคิดจะเอาใจใส่ตัวเขาและฮั่วจี้เจ๋อเลยแม้สักคราพวกตนจะต้องดิ้นรนมีชีวิตความเป็นอยู่อย่างยากลำบากอย่างไรในตระกูลฮั่ว จวีเยี่ยฝานก็ไม่เคยแยแสสนใจทว่าในสายตาของฮั่วจี้รุ่ย ถึงแม้คุณปู่ฮั่วจะเป็นคนเผด็จการและดื้อรั้นเอาแต่ใจเพียงใด แต่ลึก ๆ ลงไปแล้ว ชายชรากลับซ่อนเร้นความใจอ่อนยวบในแบบที่ผู้ชายบางคนไม่จำเป็นต้องมีด้วยซ้ำต่อให้ชายชราจะไม่ชอบขี้หน้าจวีเยี่ยฝานม
อ่านเพิ่มเติม

บทที่ 433

หานรุ่ยใช้พัฟแตะซับแป้งฝุ่น ตบซับเบา ๆ ลงบนใบหน้าของตนเอง “ฉันไม่ได้นึกอยากแต่งงานกับนายเพราะหวังจะเคลมส่วนแบ่งหุ้นตระกูลฮั่วสักหน่อย ต่อให้ในมือนายจะมีหุ้นของฮั่วซื่ออยู่จริง แล้วยามที่เราแต่งงานหรือมีเหตุให้ต้องหย่าร้างกันขึ้นมา หุ้นมูลค่ามหาศาลพวกนั้นมันจะยอมตกเป็นสิทธิ์ขาดของฉันง่าย ๆ งั้นเหรอ? ฉันไม่ได้โง่เง่าเต่าตุ่นขนาดนั้นนะ”“เพราะฉะนั้น หุ้นฝั่งบ้านนายก็ไม่ต้องมาคิดหวัง และในทำนองเดียวกัน หุ้นฝั่งบ้านฉัน คุณเองก็ไม่มีสิทธิ์มาแตะต้องมันเหมือนกัน”ฮั่วจี้รุ่ยจดจ้องมองใบหน้าที่แต่งแต้มเครื่องสำอางอย่างประณีตบรรจง ทว่ากลับแฝงแววร้ายกาจของหานรุ่ยเธอไม่ได้จัดว่าเป็นหญิงงามที่สวยสะดุดตามากมายนัก ริมฝีปากค่อนข้างบางเฉียบ และมีโหนกแก้มเด่นชัดที่บ่งบอกถึงความดื้อรั้น ทว่าดวงตาที่ฉายประกายกร้าวดุดันคู่นั้น กลับฉุดรั้งให้เขานึกถึงเงาร่างของผู้หญิงอีกคนหนึ่งขึ้นมาอย่างห้ามไม่ได้เพียงแต่ผู้หญิงในความทรงจำคนนั้น มีรูปโฉมงดงามหมดจดหมดจด ส่วนหานรุ่ยมีเพียงเศษเสี้ยวกลิ่นอายบางอย่างและเครื่องหน้าที่คล้ายคลึงกับเธอผู้นั้นเท่านั้นทว่าเพียงเท่านี้ มันก็เพียงพอแล้วที่จะแปรเปลี่ยนเป็นเหตุผลใ
อ่านเพิ่มเติม

บทที่ 434

สำหรับเหล่ากองทัพสื่อมวลชนแล้ว ขอเพียงแค่สามารถตะครุบจับกระแสข่าวของตระกูลฮั่วได้ พวกเขาก็พร้อมใจกันหยิบยกเอาไปประโคมข่าวกระพือโหมให้กลายเป็นเรื่องราวใหญ่โตได้เสมอในคราแรกเริ่ม มันก็เป็นเพียงแค่ข่าวโคมลอยประเภทจับแพะชนแกะอย่างไร้พยานหลักฐานทว่าเมื่อวันเวลาผันผ่านไป เรื่องราวกลับถูกเสริมแต่งและตีไข่ใส่สี จนส่งผลให้ยอดผู้คลิกเข้าชมพุ่งทะยานกระฉูดสวี่เพียวเพียวที่เอนนั่งอยู่บนรถยนต์ไม่ได้เปิดโทรศัพท์มือถือขึ้นตรวจดูความเคลื่อนไหวใด ๆ ขณะที่ฮั่วจี้เซินกำลังควบคุมพวงมาลัยขับรถอยู่นั้น พลันเสียงสัญญาณโทรศัพท์มือถือดังแผดลั่นขึ้นฮั่วจี้เซินไม่ได้เบนสายตาไปดูมือถือ “ที่รัก ช่วยกดรับสายโทรศัพท์ให้หน่อยครับ”สวี่เพียวเพียวยื่นมือไปกดปุ่มรับสายในทันทีเสียงของเซ่ามู่พลันดังเล็ดลอดรอดผ่านระบบลำโพงบลูทูธออกมาในทันที“คุณฮั่วครับ ตอนนี้บนโลกออนไลน์กำลังเกิดกระแสข่าวลืออื้อฉาว เกี่ยวโยงไปถึงคุณนายแพร่สะพัดกระจายไปทั่วทุกแพลตฟอร์มเลยครับ ทางแผนกประชาสัมพันธ์กำลังเร่งดำเนินการตั้งรับอยู่ครับ”คิ้วเข้มของฮั่วจี้เซินพลันขมวดมุ่นเข้าหากันโดยปรกติหากเกิดข่าวลือทำนองนี้ขึ้นมา เซ่ามู่มักจะจัดกา
อ่านเพิ่มเติม

บทที่ 435

ที่มุมปากของเขาถึงกับจุดประกายคลี่รอยยิ้มพึงพอใจหากเป็นบุคคลภายนอกคงจะทึกทักคิดไปว่าเขาเพิ่งจะสบโอกาสเจรจาปิดดีลโครงการยักษ์ระดับแสนล้านมาได้สำเร็จ ทั้งที่ในความจริง ชนวนเหตุนั้นเป็นเพียงแค่สรรพนามเรียกขานง่าย ๆ จากปากเธอเท่านั้นเองสวี่เพียวเพียวแอบลอบนึกค่อนขอดในใจอยู่เป็นบางครั้งคราวว่า ใครกันหนอที่ช่างปากพล่อยเอ่ยอ้างว่าพวกผู้หญิงเป็นสิ่งมีชีวิตที่อารมณ์แปรปรวน พวกผู้ชายเองก็ไม่ได้แตกต่างกันเลยสักนิดเดียวยามที่ชายหนุ่มคนนี้นึกอยากจะบังคับเค้นคอให้เธอเอ่ยปากเรียกขานชื่อเต็ม ๆ ของเขาขึ้นมา ก็มีให้เห็นอยู่บ่อยครั้ง โดยเฉพาะอย่างยิ่งในยามที่ห้วงบรรยากาศคลอเคลียพลอดรักกันบนเตียง เขามักจะขยับกระซิบสั่งให้เธอเอ่ยชื่อของเขาซ้ำแล้วซ้ำเล่าอย่างเอาแต่ใจ จะขาดหายไปสักพยางค์หรือสลับตัวอักษรผิดไปแม้แต่ตัวเดียวก็ไม่ยอมผ่อนปรนให้แต่พอมาในเวลานี้ กลับทำเป็นตื้นตันยอมจำนนพ่ายแพ้ให้แก่คำว่าที่รักเสียอย่างนั้น“ความสัมพันธ์ระหว่างอดีตอาสะใภ้รองกับคุณแม่ของฉันน่ะ ค่อนข้างย่ำแย่”สวี่เพียวเพียวครางรับคำแผ่วเบาในลำคอ พลางลอบคิดในใจว่า ผู้หญิงอย่างจวีเยี่ยฝานคงไม่ได้เปิดศึกสายเลือดมีปัญหากับโสงเจ
อ่านเพิ่มเติม

บทที่ 436

ฮั่วจี้เจ๋อพยายามทำใจดีสู้เสือสมองของเขากำลังหมุนวนอย่างหนักเพื่อเค้นหาข้อแก้ตัวที่ดูมีน้ำหนักมาเป็นโล่กำบังแทนจวีเยี่ยฝานบางทีอาจเป็นเพราะเมื่อต้องหวนกลับไปยืนอยู่ต่อหน้าแสงไฟจากกล้องถ่ายภาพอีกครั้ง คงเกิดความตื้นตันโหยหาอาวรณ์ในชื่อเสียงเกียรติยศ และความรู้สึกยามที่เคยเป็นจุดสปอตไลท์ดึงดูดสายตาของฝูงชนในอดีตขึ้นมาจนหน้ามืดตามัวประกอบกับพวกสื่อมวลชนและสำนักข่าวต่างก็พากันให้ความสนใจต่อเรื่องราวของตระกูลฮั่วกันอย่างล้นหลามเป็นทุนเดิมอยู่แล้วชนวนเหตุเหล่านั้นจึงถูกจวีเยี่ยฝานหยิบฉวยยกเอามาใช้งาน เพียงเพื่อใช้สร้างกระแสคาว และปั่นยอดเรตติ้งเพียงแต่เธอคงจะลืมไปว่าตัวเธอนั้นไม่ได้มีสถานะเป็นคนของตระกูลฮั่วมาตั้งนานแล้ว ต่อให้ในอดีตจะเคยแอบอ้างความดีความชอบจากการให้กำเนิดบุตรชายแก่ตระกูลฮั่วถึงสองคน ทว่าในเมื่อสายเลือดของเธอไม่ได้มีผู้ใดก้าวขึ้นไปยืนอยู่ในตำแหน่งที่มีอำนาจบริหารกุมบังเหียนสูงสุด มันจะมีประโยชน์อะไรแท้จริงแล้ว คงจะมีเพียงแค่คุณปู่ฮั่วเท่านั้นที่ยังเชื่อถือในทฤษฎีความสุขสมสมบูรณ์ของการมีลูกเต็มบ้านหลานเต็มเมืองอยู่ฝ่ายเดียวทว่าการแตกหน่อเนื้อเชื้อไขมีทายาทมากมาย
อ่านเพิ่มเติม

บทที่ 437

ทว่าทางด้านของผู้จัดการแบรนด์สาวพลันบังเกิดความรู้สึกเลื่อมใสศรัทธาในความโอ่อ่าสมกับที่เป็นทายาทคุณหนูตัวน้อยแห่งตระกูลฮั่ว ข้าวของเครื่องประดับเลอค่าหรูหราถึงเพียงนี้ ทว่าเด็กน้อยกลับสามารถพูดออกมาได้ตาใสว่าตนเองนั้นมีอยู่เยอะแยะแล้ว!อันที่จริงแล้ว หากพิจารณาในแวดวงสังคมไฮโซชั้นสูง พวกกลุ่มคนวงนอกมักจะไม่ค่อยประเมินกำลังซื้อสะใภ้ใหญ่ของตระกูลฮั่วคนนี้ไว้สูงส่งเท่าใดนัก เพราะจนถึงตอนนี้ ฮั่วจี้เซินก็ยังไม่เคยยอมเปิดเผยโฉมหน้าที่แท้จริงของภรรยาออกสู่สายตาสาธารณชน ใครจะไปรู้ว่า ลับหลังแล้วคุณฮั่วอาจจะไม่ยอมควักกระเป๋าให้ภรรยาจับจ่ายก็ได้มิหนำซ้ำ ที่ผ่านมาก็ไม่มีผู้ใดเคยเห็นคุณผู้หญิงคนนี้ เข้าออกเคาน์เตอร์บูติกแบรนด์เนมหรูหราตามห้างสรรพสินค้าเลยสักหนพวกเขาจึงพากันลือไปเองว่าตระกูลฮั่วอาจจะขี้เหนียว ไม่ยินยอมเสียทรัพย์สินกับเรื่องฟุ่มเฟือยพรรค์นี้ทว่าความจริงแล้ว การที่ผู้จัดการแบรนด์ยอมบากหน้าเดินทางมาในครั้งนี้ เป็นเพราะเธอไปดูแลปรนนิบัติฮั่วสวินเจินก่อนหน้านี้ จึงแอบแว่วได้ยินอีกฝ่ายเปรยขึ้นมาว่ามีชุดเดรสเนื้อผ้าถักนิตติ้งสีชมพูพาสเทลชุดหนึ่ง ซึ่งคู่ควรกับพี่สะใภ้ใหญ่ของเธอ
อ่านเพิ่มเติม

บทที่ 438

ผู้จัดการแบรนด์เนมสาวส่งคืนบัตรเครดิตให้แก่ฮั่วจี้เซิน พร้อมทั้งแลกเปลี่ยนช่องทางการติดต่อกับสวี่เพียวเพียวเอาไว้เป็นการส่วนตัวเธอคลี่ยิ้มกว้างจนดวงตาทั้งสองข้างหยีเป็นรูปจันทร์เสี้ยว “คุณผู้หญิงคะ โอกาสหน้าหากพอมีเวลา เชิญแวะไปเยี่ยมชมที่เคาน์เตอร์ของทางเราได้เสมอนะคะ รับรองว่าทางเรายังมีคอลเลกชันเสื้อผ้าสวย ๆ ที่เหมาะกับคุณผู้หญิงอีกมากมายเลยค่ะ คุณหนูเล็กฮั่วก็เป็นลูกค้าประจำคนสำคัญของทางเราเช่นกันค่ะ”สวี่เพียวเพียวพยักหน้ารับคำถงซินรีบก้าวเข้ามาจัดการเก็บรวบรวมเสื้อผ้าและเครื่องประดับที่สวี่เพียวเพียวเลือกเอาไว้เข้าสู่กล่องบรรจุอย่างเป็นระเบียบก่อนจะหยิบริบบิ้นมาช่วยเหลียนฮว่าห่อของขวัญชิ้นพิเศษ ซึ่งก็คือเข็มกลัดที่เธอเลือกให้โสงเจี๋ยนั่นเองเหลียนฮว่าหยิบพู่กันขึ้นมาบรรจงวาดลวดลายบนผิวกระดาษห่อกล่องของขวัญการจัดการของถงซินนั้นฉับไว เป็นระบบระเบียบ และมีแบบแผนจนสวี่เพียวเพียวที่เฝ้ามองอยู่เพียงปราดเดียว ก็สามารถรับรู้ได้ทันทีว่าของชิ้นไหนถูกจัดเก็บไว้ ณ ตำแหน่งใด“เธอเคยเรียนการจัดระเบียบบ้านมาหรือเปล่า?”“ฉันเคยไปศึกษาต่อในหลักสูตรเฉพาะทางที่โรงเรียนแม่บ้านระดับสูงในต่า
อ่านเพิ่มเติม

บทที่ 439

ทว่าในตอนที่สวี่เพียวเพียวได้รับของขวัญชิ้นนั้น เธอกลับดีใจจนดวงตาพราวระยับด้วยความสุขแต่เพราะเธอเกรงว่าเขาจะลำบากเกินไป จึงได้อ้างเหตุผลว่าสร้อยเส้นนั้นมีราคาสูง และคะยั้นคะยอให้เขาเอากลับไปคืนร้านจนถึงทุกวันนี้ สร้อยมุกเส้นนั้นก็ยังคงนอนนิ่งอยู่ในกล่องบรรจุภายในลิ้นชักห้องนอนของฮั่วจี้เซินอยู่อย่างเงียบเชียบหากจะนับของขวัญเพียงชิ้นเดียวที่ฮั่วจี้เซินมอบให้เธออย่างเป็นทางการในตอนนั้น ก็มีเพียงแค่กระจกบานเล็ก ๆ บานหนึ่งเท่านั้นฮั่วจี้เซินเคยเข้าใจผิดมาโดยตลอด เขานึกว่า สวี่เพียวเพียวนึกสงสารที่เห็นเขาขัดสนทว่าความจริงแท้ที่เพิ่งกระจ่างว่า แท้จริงแล้วเธอรู้สึกว่าสร้อยเส้นนั้นรสนิยมแย่ต่างหากสวี่เพียวเพียวนึกย้อนกลับไปถึงสร้อยเส้นนั้น “สร้อยเส้นนั้นยังเก็บไว้อยู่ไหม? วันหลังเอามาให้ฉันแล้วเดี๋ยวฉันจะลองดัดแปลงดู ไว้ฉันจะหยิบมาใส่ให้ดูทุกวันเลย”“ยังอยู่ที่ห้องฉันน่ะ ไม่จำเป็นต้องใส่ทุกวันหรอก ถ้าคนอื่นเห็นเข้า เดี๋ยวเขาจะพากันเข้าใจผิดว่าฉันล้มละลาย”ในเวลานี้ สำหรับสวี่เพียวเพียวแล้ว สร้อยมุกเส้นนั้นอาจดูเรียบง่ายเกินไปทว่าฮั่วจี้เซินมีศักยภาพที่จะมอบของขวัญที่ล้ำค่ามาให
อ่านเพิ่มเติม

บทที่ 440

ช้อนในมือของฮั่วจี้รุ่ยกระแทกลงในชามกระเบื้องจนเกิดเสียงดังเขาจ้องมองหานรุ่ย“ตกลงที่เธอทำอยู่ต้องการอะไรกันแน่?”หานรุ่ยยังคงรักษาท่วงท่าสงบนิ่งราวกับพายุที่เพิ่งพัดผ่านไปนั้นไม่เคยเกิดขึ้นเธอหยิบช้อนขึ้นมาตักรังนกราคาแพงเข้าปากคำหนึ่งอย่างใจเย็น ก่อนจะเอ่ยออกมาด้วยน้ำเสียงเอื่อยเฉื่อย“เราเพิ่งจะหมั้นหมายกันไปเองนะ ฉันก็แค่ต้องการกระชับความสัมพันธ์กับคนในครอบครัว มันผิดตรงไหน? พวกเขาทุกคนคือครอบครัวของนายนะ และฉันก็เพิ่งจะเข้ามาเป็นสมาชิกใหม่ จะให้ฉันทนถูกคนในบ้านทำเหมือนเป็นคนนอกหรือไงกันล่ะคะ?”“หวังว่าที่เธอพูดมาจะเป็นความจริงจากใจนะ หานรุ่ย ฉันขอเตือนเธอเอาไว้ตรงนี้ ถ้าเธอยังไม่อยากโดนดี ก็อย่าทำเรื่องไร้สาระแบบนั้นอีก”หานรุ่ยกลับกรอกตามองบนใส่เขา“ฮั่วจี้รุ่ย เลิกทำท่าทางขลาดกลัวสักทีเถอะ นายไม่อยากจะสร้างผลงานอะไรให้เป็นชิ้นเป็นอันบ้างเลยหรือไง? จะยอมจำนนถูกฮั่วจี้เซินเหยียบหัวไปตลอดชีวิตหรือไง?”หากคู่หมั้นของฮั่วจี้รุ่ยในตอนนี้เป็นกุลสตรีจากตระกูลที่ต่ำต้อยกว่านี้ คงจะหวาดกลัวคำพูดที่บาดลึกไปแล้วทว่าไม่ใช่กับหานรุ่ยจวีเยี่ยฝานพูดถูกทุกอย่างเป็นเพียงการหมั้นห
อ่านเพิ่มเติม
ก่อนหน้า
1
...
424344454647
สแกนรหัสเพื่ออ่านบนแอป
DMCA.com Protection Status