All Chapters of ยุทธภพซ่อนกล คนเหนือเมฆ: Chapter 51 - Chapter 60

67 Chapters

การกลับมาของเงาเหล็ก

"แม่นางอวิ๋น..."เสียงเรียกที่ดังขึ้นอย่างไม่มีปี่มีขลุ่ย ทำเอาภวังค์ความคิดของเสี่ยวอวิ๋นแตกกระเจิง นางสะดุ้งเล็กน้อย ก่อนจะพบว่าคนที่นางกำลังนินทาในใจนั้นได้หยุดเดินแล้วหันกลับมามองหน้านางตั้งแต่เมื่อไหร่ก็ไม่รู้ ใบหน้าหล่อเหลานั้นยื่นเข้ามาใกล้จนนางต้องรีบผงะถอยหลังไปครึ่งก้าว"ทำไมจู่ๆ ก็เงียบไปเล่า?" ฉีเฟิงเอียงคอถาม รอยยิ้มยียวนกวนประสาทที่คุ้นเคยกลับมาประดับบนมุมปากอีกครั้ง ไร้ซึ่งแววตาอำมหิตที่ใช้มองศพเมื่อครู่อย่างสิ้นเชิง "หรือว่า... บรรยากาศในห้องเก็บศพมันน่ากลัวเกินไปจนท่านขวัญหนีดีฝ่อ? ไม่ต้องกลัวนะ ข้าอยู่นี่ทั้งคน ผีสางนางไม้ที่ไหนก็ทำอะไรท่านไม่ได้หรอก... เว้นแต่ผีจะหล่อกว่าข้า"เสี่ยวอวิ๋นรีบปรับสีหน้าให้เป็นปกติ ซ่อนความระแวงไว้ภายใต้หน้านิ่งๆ "ข้าเปล่ากลัว... ข้าแค่กำลังคิดอะไรเพลินๆ""คิดเพลินๆ?" ฉีเฟิงหรี่ตาลงอย่างจับผิด ก่อนจะขยับเข้าไปใกล้นางอีกนิด แกล้งทำจมูกฟุดฟิดเหมือนกำลังดมกลิ่นพิรุธ "แต่ข้าว่าสายตาที่ท่านมองแผ่นหลังข้าเมื่อกี้มันดูแปลกๆ นะ... มันดูเร่าร้อนเหมือนอยากจะทะลวงเสื้อผ้าข้าเข้าไปดูข้างในอย่างไรชอบกล"เขาหัวเราะร่า พลางยกพัดขึ้นมาโบกสะบัดด้วยท่วงท
last updateLast Updated : 2026-01-12
Read more

เรื่องบังเอิญในโลก

แอ๊ด...เสียงบานประตูไม้ด้านหลังถูกผลักออกดังขึ้นทำลายความเงียบ เสี่ยวอวิ๋นหมุนตัวขวับกลับไปทันทีด้วยสัญชาตญาณระวังภัย ปลายไม้ไผ่เกือบจะพุ่งออกไปแล้ว หากแต่สายตาของนางปะทะเข้ากับใบหน้าที่คุ้นเคยเสียก่อน"เสี่ยวอวิ๋น! เจ้ากลับมาแล้วหรือ? ข้าตกใจแทบแย่ที่เห็นเจ้าทำท่าเหมือนจะตีใครแบบนั้น"เพื่อนสาวของนางยืนอยู่ที่หน้าประตู ในมือถือถาดใส่ซาลาเปาร้อนๆ และกาน้ำชาใบใหม่ นางดูตกใจเล็กน้อยที่เห็นท่าทีขึงขังของเสี่ยวอวิ๋น แต่ร่างกายดูปกติดีทุกอย่าง ไร้ร่องรอยการต่อสู้หรือถูกทำร้ายเสี่ยวอวิ๋นถอนหายใจยาว ลดไม้ไผ่ลง "เจ้าหายไปไหนมา? ข้านึกว่า...""ข้าหิว ก็เลยลงไปที่โรงครัวขอซาลาเปามาเพิ่ม" เพื่อนสาวตอบพลางเดินเข้ามาวางของบนโต๊ะ "แล้วก็แวะดูเรื่องวุ่นวายที่หน้าตึกพักม้าด้วย... เห็นเขาว่าพี่....เอ่อ ท่านเหลียงเหว่ยเพิ่งจะควบม้ากลับมาถึงเมื่อกี้นี้เอง หน้าตาท่าทางเคร่งเครียดน่าดู ทหารวิ่งกันให้วุ่นไปหมด""เมื่อกี้...?" เสี่ยวอวิ๋นทวนคำ คิ้วขมวดเข้าหากันทันที "ข้าเห็นม้าของเขาในคอก เหงื่อยังเปียกชุ่ม... แสดงว่าเขาเพิ่งมาถึง และเจ้า... ก็เพิ่งกลับขึ้นมาพร้อมกับเขา?""ก็... คงงั้นมั้ง?" เพื่อนสาวทำหน
last updateLast Updated : 2026-01-12
Read more

เผยพิรุธ

แสงจันทร์สีเงินสาดส่องลงมาบนพื้นหินเย็นเฉียบของลานหน้าห้องพักในเรือนรับรองกรมเมือง ความเงียบสงัดถูกทำลายด้วยเสียงฝีเท้าแผ่วเบาที่ดังขึ้นจากมุมมืด เหลียงเหว่ยก้าวออกมาจากเงาไม้ใกล้ๆ โรงม้า ดวงตาคมกริบกวาดมองไปรอบตัวอย่างระแวดระวัง ก่อนจะหยุดยืนนิ่งอยู่ตรงกลางลาน ราวกับรูปปั้นหินที่ไม่มีชีวิต"ออกมาเถอะ..." เสียงทุ้มต่ำของเขาดังก้องไปในความมืด "ข้ารู้ว่าท่านอยู่ที่นี่... ตั้งแต่ข้าลงจากม้า"ความเงียบยังคงปกคลุมอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนที่เสียงหัวเราะเบาๆ จะดังขึ้นจากหลังเสาหินใกล้ๆ ประตูห้องพักของฉีเฟิง ร่างเพรียวบางก้าวออกมาอย่างแผ่วเบา เสี่ยวอวิ๋นยืนยืดตัวตรง มือข้างหนึ่งยังกระชับท่อนไม้ไผ่เอาไว้แน่น ดวงตาคมกริบจ้องมองเหลียงเหว่ยอย่างไม่วางตา"ท่านหัวหน้าองครักษ์... ช่างมีสัญชาตญาณเฉียบคมจริงๆ" เสี่ยวอวิ๋นเอ่ยเสียงเรียบ แต่แฝงความระแวง "ข้าแค่ลงมาดูรอบๆ เพราะห่วงความปลอดภัยของเพื่อนข้า... ท่านไม่ต้องคิดมากหรอก"เหลียงเหว่ยยกคิ้วขึ้นเล็กน้อย แววตาที่มองเสี่ยวอวิ๋นฉายแววประเมิน "ห่วงความปลอดภัย? หรือห่วงว่าจะพลาดโอกาสสังเกตการณ์กันแน่? แม่นางเสี่ยวอวิ๋น... ท่านถือไม้ไผ่ลงมาเดินเล่นยามดึกแบบนี้
last updateLast Updated : 2026-01-12
Read more

แผนหนีเที่ยวบ่อน

ราตรีกาลค่อยๆ คืบคลานเข้าปกคลุมเมืองหลวง แสงตะเกียงตามบ้านเรือนเริ่มดับลงทีละดวง เหลือเพียงแสงจันทร์สลัวที่สาดส่องลงมากระทบหลังคาตึกพักรับรอง แต่ทว่าบรรยากาศหน้าห้องพักของฉีเฟิงกลับตึงเครียดเสียยิ่งกว่าสนามรบรองหัวหน้ามือปราบร่างยักษ์นั่งขัดสมาธิขวางประตูห้องอยู่อย่างมั่นคงราวกับหินผา ดาบประจำกายถูกถอดออกจากฝักที่ถูกเปลี่ยนมาใหม่วางพาดตัก มือหนาถือหินลับมีดบรรจงขัดใบดาบอย่างเชื่องช้าแต่มั่นคงครืด... ครืด...เสียงหินเสียดสีกับโลหะดังเป็นจังหวะสม่ำเสมอ ก้องกังวานไปทั่วโถงทางเดินที่เงียบสงัด ฟังดูคล้ายเสียงนับถอยหลังของยมทูต สายตาคมกริบของเขาจับจ้องไปที่ประตูไม้ไม่วางตา แม้แต่แมลงวันบินผ่านเขาก็ยังตวัดสายตามองด้วยความระแวดระวัง"พี่ชายเหลียง..." เสียงของฉีเฟิงดังลอดออกมาจากด้านในห้อง น้ำเสียงดูอัดอั้นเต็มที "ข้าปวดฉี่... ข้าขอออกไปปลดทุกข์สักครู่เถิด""เชิญขอรับ" เหลียงเหว่ยตอบกลับทันควัน เสียงดังฟังชัดโดยไม่ต้องตะโกน "ข้าจะเดินไปเฝ้าหน้าห้องน้ำให้ท่านเอง หรือหากท่านไม่อยากเดิน จะใช้กระโถนในห้องก็ได้ ข้าไม่ถือ""แต่ข้าถือ!" ฉีเฟิงโวยวาย "คนจะปลดทุกข์มีคนมายืนเฝ้าใครมันจะไปออก! ท่านกะจะเ
last updateLast Updated : 2026-01-19
Read more

วิชาตุ๊กแกมหากาฬ

เมื่อมาถึงกำแพงด้านหลังของตึกพักรับรอง ซึ่งเป็นจุดที่ลับตาคนที่สุดและมืดสลัวที่สุด ฉีเฟิงเงยหน้ามองกำแพงหินที่สูงท่วมหัวเกือบสองช่วงตัว แล้วกลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก "เอ่อ... ปกติกำแพงเมืองหลวงเขาสร้างกันสูงขนาดนี้เลยหรือ? นี่กะจะกันโจรหรือกันนกบินผ่านกันแน่?"เสี่ยวอวิ๋นกอดอกมองเขาด้วยสายตาเรียบเฉย "ถ้าท่านข้ามไปไม่ได้ ก็กลับห้องไปนอนเสีย""ใครว่าข้ามไม่ได้!" ฉีเฟิงเถียงคอเป็นเอ็น "ดูวิชาตุ๊กแกมหากาฬของข้าให้ดี!"ชายหนุ่มถลกแขนเสื้อขึ้นอย่างมุ่งมั่น ก่อนจะกระโดดเกาะขอบกำแพงแต่เอื้อมไม่ถึง จนต้องถอยกลับมาตั้งหลักวิ่งกระโดดเกาะกิ่งไม้ข้างกำแพงแทน สภาพของเขาดูทุลักทุเลอย่างยิ่ง ขาสองข้างสั่นพั่บๆ พยายามตะเกียกตะกายเอาตัวขึ้นไป ก้นโด่งชี้ฟ้าดูน่าขบขันมากกว่าน่าเกรงขาม"อึ้บ! ...โอ๊ย! ...อีกนิดเดียว!"ฉีเฟิงครางฮือ ร่างของเขาห้อยต่องแต่งอยู่ครึ่งๆ กลางๆ หมดแรงจะดึงตัวขึ้นแต่ก็ไม่อยากปล่อยมือลงมาขายหน้าหญิงสาวเสี่ยวอวิ๋นถอนหายใจยาวด้วยความระอาปนขบขัน นางมองซ้ายมองขวา เมื่อเห็นว่าปลอดคนก็ตัดสินใจเดินเข้าไปใกล้ นางไม่อาจใช้วิชาตัวเบาเหาะพาเขาข้ามไปได้ เพราะนั่นจะเป็นการเปิดเผยตัวตน ดังนั้
last updateLast Updated : 2026-01-19
Read more

บ่อนแหเงินอีกครั้ง

เสียงตะโกนเชียร์ เสียงก่นด่า และเสียงลูกเต๋ากระทบถ้วยดังระงมไปทั่วบริเวณ ที่นี่คือ "บ่อนเบ็ดเงิน" แดนสวรรค์ของนักแสวงโชคและขุมนรกของผีพนัน สถานที่ซึ่งเงินทองไหลสะพัดยิ่งกว่าสายน้ำในแม่น้ำฮวงโห ฉีเฟิงเดินอาดๆ เข้ามาในโถงกลางด้วยท่วงท่าองอาจ ผายไหล่ผึ่งผายราวกับราชสีห์เจ้าถิ่น โดยมีเสี่ยวอวิ๋นเดินตามประกบหลังในมาดผู้คุ้มกันหน้านิ่ง ที่ยังระแวงซ้ายขวาอยู่ฉีเฟิงเดินอาดๆ ฝ่าฝูงชนเข้าไปยังโต๊ะพนันที่ใหญ่ที่สุดกลางโถง ซึ่งเป็นโต๊ะลูกเต๋ายอดนิยม เขาไม่พูดพร่ำทำเพลง ล้วงมือเข้าไปในอกเสื้อแล้วดึงกระดาษแผ่นหนึ่งออกมาวางกระแทกลงบนพื้นสักหลาดสีเขียวเสียงดัง ปัง!"หนึ่งหมื่นตำลึงทอง! รับตั๋วแลกเงินของร้านเงินตราหลวงหรือไม่?"เจ้ามือที่กำลังเขย่าถ้วยลูกเต๋าถึงกับมือชะงัก ดวงตาเบิกโพลงจ้องมองตราประทับสีแดงสดบนตั๋วใบนั้น หนึ่งหมื่นตำลึงทอง... จำนวนเงินมหาศาลขนาดนี้ เพียงพอจะซื้อตึกแถวในเมืองหลวงได้ทั้งแถบ!เสี่ยวอวิ๋นที่ยืนประกบหลังอยู่ถึงกับตาโตจนแทบถลน นางรีบขยับเข้าไปกระซิบข้างหูเขาเสียงลอดไรฟันด้วยความตื่นตระหนก "ท่านบ้าไปแล้วหรือ!? เงินมหาศาลขนาดนี้ท่านไปเอามาจากไหน? อย่าบอกนะว่าท่านแอบขโมยออกม
last updateLast Updated : 2026-01-19
Read more

ไม่ได้ ไม่เสีย

เสียงลูกเต๋ากระทบถ้วยเซรามิกดัง กริ๊ก... กริ๊ก... ก่อนจะจบลงด้วยเสียงกระแทกกับโต๊ะดัง ปัง!"สูง! ออกสูง!" เจ้ามือขานแต้มเสียงดังฉีเฟิงกวาดชิปกองเล็กๆ เข้ามาหาตัวด้วยสีหน้าเรียบเฉย ไร้ซึ่งความยินดียินร้าย ผิดกับบรรดาผีพนันรอบข้างที่เฮลั่นจนตัวโก่งหรือสบถด่าทอด้วยความหัวเสียเวลาผ่านไปเกือบหนึ่งก้านธูป บรรยากาศรอบโต๊ะเริ่มเปลี่ยนจากความตื่นเต้นเป็นความงุนงงระคนผิดหวัง เหล่าแมงเม่าและเจ้ามือต่างคาดหวังจะได้เห็นการฟาดฟันด้วยเงินหมื่นตำลึงทองแบบ "เทหมดหน้าตัก" ที่ชวนระทึกใจเหมือนคราวก่อน แต่สิ่งที่เห็นกลับเป็นภาพคุณชายฉีเฟิงนั่งจิบชา โบกพัดอย่างสบายใจ วางเดิมพันทีละร้อยตำลึงอย่างสม่ำเสมอราวกับเครื่องจักรสำหรับชาวบ้านทั่วไป เงินหนึ่งร้อยตำลึงนับว่ามากมายมหาศาล แต่เมื่อเทียบกับกองเงินหมื่นตำลึงที่เขานำมาวางโชว์หราอยู่บนโต๊ะ มันก็เปรียบเสมือนแค่เศษเงินหลังตู้ บางตาเขาได้ บางตาเขาเสีย สลับกันไปมา ยอดเงินของเขาแทบไม่ขยับไปไหน มีแต่ทรงกับทรุดเล็กน้อย"นี่หรือ... วิธีการเล่นแบบ 'นักลงทุน' ของท่าน?" เสี่ยวอวิ๋นอดไม่ได้ที่จะกระซิบถามด้วยน้ำเสียงกึ่งประชดประชัน "ข้าเห็นท่านนั่งแช่มาครึ่งชั่วโมง ได
last updateLast Updated : 2026-01-19
Read more

สายลมพัดผ่าน

เสียงร้องไห้ปานจะขาดใจของเด็กสาว และแววตาที่เต็มไปด้วยความสิ้นหวังยามถูกผู้เป็นพ่อผลักไสไล่ส่ง ราวกับเป็นเพียงสิ่งของไร้ค่า... ภาพเบื้องหน้าทำให้มือที่กำลังหมุนพัดเล่นของฉีเฟิงชะงักค้างนัยน์ตาของเขาเหม่อลอยไปชั่ววูบ ภาพความทรงจำเมื่อสามปีก่อนผุดขึ้นมาซ้อนทับกับเหตุการณ์ตรงหน้าอย่างแจ่มชัด... ย้อนกลับไปเมื่อสามปีก่อน ณ ตลาดกลางเมืองหลวงในวันที่หิมะโปรยปราย อากาศหนาวเหน็บจนกระดูกร้าว ท่ามกลางผู้คนที่เดินจับจ่ายซื้อของ มีชายขี้เมาคนหนึ่งนั่งคุกเข่าอยู่ข้างถนน ตรงหน้าเขามีเด็กชายตัวน้อยเนื้อตัวมอมแมมนั่งกอดเข่าสั่นเทาอยู่ ป้ายไม้ที่ปักไว้ข้างหน้าเขียนข้อความสั้นๆ ว่า "ขายลูก ห้าตำลึง""ห้าตำลึง! ใครก็ได้เอาอีหนูนี่ไปที! ข้าขอแค่ห้าตำลึงจะไปซื้อเหล้าแก้หนาว!" ชายขี้เมาตะโกนเร่ขายเลือดในอกของตัวเองอย่างไม่อายฟ้าดินผู้คนต่างเดินผ่านด้วยความสมเพชเวทนา แต่ไม่มีใครกล้ายื่นมือเข้าช่วย จนกระทั่งเด็กหนุ่มในชุดหรูหราผู้หนึ่งเดินแหวกฝูงชนเข้ามา ฉีเฟิงยามนั้น มองดูภาพนั้นด้วยสายตาเรียบเฉย เขาล้วงก้อนเงินห้าตำลึงออกมาแล้วโยนลงไปที่หน้าชายขี้เมา"ข้าซื้อ" เขาเอ่ยสั้นๆชายขี้เมาตาโต รีบตะครุบเงินก้อ
last updateLast Updated : 2026-01-19
Read more

ตะลุมบอนในแหเงิน

"เจ้าเป็นใคร? กล้าดียังไงมายุ่งเรื่องของบ่อน!" นักเลงหน้าบากตวาดลั่น เส้นเลือดที่ขมับปูดโปนด้วยความโกรธ มันส่งสัญญาณให้ลูกน้องนับสิบคนล้อมกรอบเข้ามาฉีเฟิงยังคงยิ้มเย็น โบกพัดในมือไปมาเบาๆ "ข้าก็แค่ลูกค้าผู้หวังดี... ที่ไม่ชอบเห็นการซื้อขายสินค้าด้อยคุณภาพในราคาที่สูงเกินจริง นายท่านข้าขอ ...." "ปากดีนักนะ! สั่งสอนมัน!" หัวหน้านักเลงคำรามก่อนที่ฉีเฟิงจะเอ่ยจบ องค์ชายถึงกับตาเหลือกทันใดนั้นเอง! โครม!!ประตูไม้สักบานมหึมาทางด้านหน้าบ่อนถูกกระแทกจนเปิดอ้าออกอย่างแรง จนบานพับแทบจะหลุดกระเด็น เงาร่างสูงใหญ่ดุจยักษ์ปักหลั่นยืนตระหง่านอยู่ที่หน้าประตู ใบหน้าแดงก่ำด้วยความโกรธจัดและเหนื่อยหอบ ในมือกระชับดาบ (ที่ยังอยู่ในฝัก) แน่นจนข้อนิ้วซีดขาว"นายท่าน!!!"เสียงคำรามกึกก้องของเหลียงเหว่ย ทำเอาโคมไฟในบ่อนสั่นไหว เขากวาดสายตามองปราดเดียวก็เห็นฉีเฟิงนั่งเด่นเป็นสง่าอยู่กลางวงล้อม ความอดทนที่พยายามข่มไว้ขาดผึงทันที"บังอาจนัก! พวกเจ้าคิดจะรังแกใคร!" เหลียงเหว่ยพุ่งตัวเข้ามาดุจรถศึกหุ้มเกราะ ใครขวางทางโดนกระแทกกระเด็นราวกับใบไม้ร่วง พวกนักเลงบ่อนเห็นผู้บุกรุกก็เปลี่ยนเป้าหมาย พากันกรูเข้าไปรุม
last updateLast Updated : 2026-01-19
Read more

เสาหลักแห่งวังหลวง

ฉีเฟิงหอบหิ้วถุงเงินใบเขื่องพร้อมกับจูงมือเด็กสาว วิ่งกระหืดกระหอบขึ้นมาจนถึงหน้าทางเข้าหอเมามายหน่ายโลกาที่เป็นฉากหน้าของบ่อน"แฮ่ก... แฮ่ก... รอดแล้ว!" ฉีเฟิงหยุดยืนพิงกำแพง ทรุดตัวลงนั่งหอบหายใจพลางตบถุงเงินปุๆ อย่างภูมิใจ "เห็นไหมเสี่ยวอวิ๋น! ข้าบอกแล้วว่าข้าคืออัจฉริยะ! ได้ทั้งเงิน ได้ทั้งคน แถมยังชิ่งหนีมาได้ก่อนจะโดนตีน!"เสี่ยวอวิ๋นที่วิ่งตามมาติดๆ ส่ายหน้าด้วยความระอา สายตามองเด็กสาวที่ยังตัวสั่นไม่หาย "ท่านทิ้งเหลียงเหว่ยไว้กลางวงตีนแบบนั้น เขาจะไม่เป็นไรแน่หรือ?""ระดับรองหัวหน้ามือปราบ แค่นักเลงคุมบ่อนทำอะไรเขาไม่ได้หรอก อย่างมากก็แค่...""องค์ชายสนุกพอหรือยังพะยะค่ะ?"เสียงทุ้มต่ำที่เปี่ยมไปด้วยพลังอำนาจดังแทรกขึ้นมาจากเงามืดใต้ชายคาหอเมามาย ฉีเฟิงและเสี่ยวอวิ๋นสะดุ้งสุดตัว หันขวับไปมองต้นเสียงทันทีเสียงแหบพร่าแต่ทรงพลังและเปี่ยมด้วยอำนาจดุจระฆังทองแดง ดังแทรกขึ้นมาจากเงามืดใต้ชายคาหอเมามาย ฉีเฟิงและเสี่ยวอวิ๋นสะดุ้งสุดตัว หันขวับไปมองต้นเสียงทันทีร่างสูงใหญ่ไหล่กว้างของชายวัยกลางคน ก้าวเดินออกมาจากเงามืดอย่างเชื่องช้าแต่มั่นคง ใบหน้าสี่เหลี่ยมกร้านโลกเต็มไปด้วยริ้วรอยแ
last updateLast Updated : 2026-01-19
Read more
PREV
1234567
SCAN CODE TO READ ON APP
DMCA.com Protection Status