ยุทธภพซ่อนกล คนเหนือเมฆ

ยุทธภพซ่อนกล คนเหนือเมฆ

last updateปรับปรุงล่าสุด : 2026-01-10
โดย:  aurnitearอัปเดตเมื่อครู่นี้
ภาษา: Thai
goodnovel4goodnovel
คะแนนไม่เพียงพอ
41บท
18views
อ่าน
เพิ่มลงในห้องสมุด

แชร์:  

รายงาน
ภาพรวม
แค็ตตาล็อก
สแกนรหัสเพื่ออ่านบนแอป

วังต้องห้าม... สถานที่ที่งดงามที่สุด แต่ก็อันตรายที่สุด ที่นี่ "หน้ากาก" คือสิ่งที่ทุกคนต้องสวมใส่เพื่อความอยู่รอด หลินอวิ๋น ทายาทแม่ทัพผู้ล่วงลับ ยอดฝีมือสาวผู้แบกรับความแค้นของตระกูลไว้เต็มบ่า จำต้องแฝงตัวเข้ามาเป็นนางกำนัลต่ำต้อยในนาม "เสี่ยวอวิ๋น" เพื่อสืบหาความจริงในคดีเมื่อสิบปีก่อน ภายใต้ใบหน้าจืดชืดไร้อารมณ์ คือจิตสังหารอันเยือกเย็นและเพลงกระบี่คู่ "เหมันต์-พายุหิมะ" ที่พร้อมจะสะบั้นคอศัตรูได้ในพริบตา

ดูเพิ่มเติม

บทที่ 1

นางกำนัลผู้ลึกลับ

ราชวงศ์หมิง ปีที่สิบหกแห่งรัชกาลจักรพรรดิว่านลี่

วังต้องห้ามในกรุงปักกิ่งยังคงงดงามตระการตา กำแพงสีชาดสูงชะลูดเสียดฟ้า หลังคากระเบื้องเคลือบสีเหลืองทองเรียงรายเป็นทิวแถวสะท้อนแสงหิมะบางๆ ที่โปรยปรายลงมาเบาๆ ในฤดูหนาวนี้

รัชกาลว่านลี่เคยรุ่งเรืองนักในช่วงแรกๆ เงินคลังเต็มเปี่ยมจากการค้าขายที่เฟื่องฟู การเกษตรอุดมสมบูรณ์ กองทัพเข้มแข็ง แต่หลายปีมานี้ ฮ่องเต้ทรงหมกมุ่นกับความรื่นรมย์ส่วนพระองค์มากขึ้น ขุนนางแบ่งพรรคแบ่งพวก ขันทีแผ่อิทธิพล และข่าวลือเรื่องการทุจริตแพร่กระจายเงียบๆ ราวกับลมหนาวที่พัดผ่านช่องพระราชวัง บ้านเมืองภายนอกยังดูสงบสุข แต่ภายในวัง ความตึงเครียดกำลังก่อตัวทีละน้อย

วันนี้ สำนักจัดการนางในกำลังส่งนางกำนัลชุดใหม่เข้ามารับใช้ตามตำหนักต่างๆ เพื่อทดแทนคนเก่าที่จากไปด้วยเหตุผลสารพัด

ในกลุ่มนั้น มีหญิงสาวคนหนึ่งที่แตกต่างอย่างสิ้นเชิง

“เสี่ยวอวิ๋น” อายุราวยี่สิบต้นๆ ผิวขาวซีดเย็นราวน้ำค้างบนใบมีด ใบหน้าเรียบเฉยแต่คมชัด ดวงตาสีดำสนิทลึกจนมองแล้วรู้สึกหนาวในอุระ ผมยาวดำมวยต่ำเรียบร้อย ไม่ประดับแม้แต่เครื่องประดับชิ้นเล็ก ชุดนางกำนัลสีเทาเข้มที่สวมดูสะอาดแต่เก่าแก่ ราวกับเจ้าของไม่เคยใส่ใจความสวยงามภายนอก

ท่วงท่าของเธอเงียบกริบ ก้าวเดินเบาแน่นอนราวแมวป่า ไม่ส่งเสียงแม้แต่น้อย ขันฉานที่เดินนำหน้าหันมามองหลายครั้ง แต่เธอกลับก้มหน้าเล็กน้อย ไม่สบตาใคร

หัวหน้าขันที หุ่นอ้วนเตี้ย หน้าตาบูดบึ้ง สวมเสื้อคลุมผ้าไหมสีน้ำเงินเข้ม ยืนกอดอกมองกลุ่มนางกำนัลใหม่ด้วยสายตาไม่พอใจ เขาหันไปบ่นกับขันทีรองที่ยืนข้างๆ เสียงดังพอให้ทุกคนได้ยิน

“ฮึ! สำนักจัดการนางในปีนี้ เกณฑ์คัดเลือกท่าจะแย่ลงทุกที ดูสิ นางพวกนี้หน้าตาจืดชืด ไม่มีเสน่ห์สักคน เอาแต่ก้มหน้าก้มตาเหมือนผีดิบ ว่าจะส่งคนงามๆ มาบ้างก็ไม่เห็น ฮ่องเต้ทรงทอดพระเนตรแล้วคงไม่โปรดหรอก ถ้าไม่ใช่เพราะขาดคน ข้าคงไล่กลับไปครึ่งหนึ่งแล้ว!”

ขันทีรองหัวเราะคิกคักเบาๆ แต่หัวหน้าขันทีสะบัดมือ แล้วอ่านรายชื่อด้วยน้ำเสียงดังก้องในห้องโถงใหญ่

“เสี่ยวอวิ๋น ไปประจำตำหนักชิงเฟิง รับใช้ท่านองค์ชายสี่”

เสี่ยวอวิ๋นก้มศีรษะรับคำเงียบๆ ในใจนางรู้สึกโล่งอกเล็กน้อย องค์ชายสี่ขึ้นชื่อว่าเป็นคนไม่เอาถ่านและไม่สนใจการเมือง การไปอยู่ตำหนักนั้นน่าจะช่วยให้นางซ่อนตัวและสืบเรื่องราวได้ง่ายขึ้นกว่าตำหนักอื่น

ทว่า... นางหารู้ไม่ว่า สวรรค์กำลังเล่นตลกครั้งใหญ่กับนาง

เมื่อเดินตามทางเดินยาวที่ปูด้วยหินอ่อนเย็นเฉียบมาถึงประตูตำหนักชิงเฟิง บรรยากาศพลิกผันทันที ตำหนักนี้ไม่ได้เงียบสงบอย่างตำหนักอื่น แต่กลับมีเสียงหัวเราะร่า เสียงขันฉานร้องกลอนเพลง เสียงดนตรีเบาๆ ลอยออกมา ประตูไม้แกะสลักเปิดช้าๆ เผยสวนภายในที่ประดับโคมแดงแม้จะเป็นกลางวัน กลิ่นสุราจางๆ ผสมกลิ่นไม้จันทน์ลอยแตะจมูก

ทันใดนั้น ประตูบานใหญ่เปิดผางออกกว้าง

บุรุษผู้หนึ่งก้าวออกมาในชุดคลุมสีครามเข้มปักลายมังกรเงินระยิบระยับ ผมยาวปรกไหล่เล็กน้อย ใบหน้าหล่อเหลาคมคาย รอยยิ้มกว้างที่มุมปากทำให้ดูขี้เล่นแต่แฝงเล่ห์เหลี่ยม

ทันทีที่เงาร่างนั้นปรากฏชัดแก่สายตา... ลมหายใจของเสี่ยวอวิ๋นก็สะดุดกึก ราวกับถูกใครกระชากวิญญาณออกจากร่าง

ดวงตาของนางเบิกกว้างขึ้นเล็กน้อยเพียงเสี้ยววินาที ก่อนจะรีบกดสายตาลงต่ำเพื่อซ่อนความตื่นตระหนกสุดขีด ‘เป็นไปไม่ได้...’ เสียงในใจนางกรีดร้อง ใบหน้านั้น... รอยยิ้มกะล่อนแบบนั้น... ชายหนุ่มผู้สวมชุดมังกรตรงหน้า ที่แท้... เขาก็คือ องค์ชายสี่ ฉีเฟิง!

ฉีเฟิงกวาดสายตามองนางกำนัลใหม่ ดวงตาคู่คมสีน้ำตาลเข้มจ้องตรงมาที่เสี่ยวอวิ๋นทันที ราวกับเหยี่ยวที่จำเหยื่อของมันได้แม่นยำ เขายกยิ้มมุมปากสูงขึ้น รอยยิ้มที่ดูเหมือนจะบอกว่า 'อ้าว... เจอตัวแล้ว แม่แมวตกน้ำ'

เวลาราวหยุดนิ่งชั่วขณะ เสี่ยวอวิ๋นรู้สึกถึงสายตานั้นราวเข็มแหลมที่แทงทะลุชุดนางกำนัลเข้ามาถึงผิว เหงื่อเย็นเยียบซึมกลางแผ่นหลัง ความคิดที่ว่าตำหนักนี้ "ปลอดภัย" พังทลายลงในพริบตา

“นางกำนัลคนใหม่มาแล้วหรือ” เสียงทุ้มนุ่มของฉีเฟิงดังขึ้น น้ำเสียงนั้นเจือความขบขันอย่างปิดไม่มิด เขาเดินเข้ามาใกล้จนเธอได้กลิ่นสุราจางๆ ผสมกลิ่นไม้จันทน์ชัดเจน... กลิ่นเดียวกับในห้องอาบน้ำเปี๊ยบ “ชื่ออะไรนะ”

“ขะ... ข้าน้อยเสี่ยวอวิ๋นเพคะ” เธอตอบเสียงเรียบ พยายามบังคับเสียงไม่ให้สั่นไหว ก้มศีรษะต่ำที่สุดเท่าที่จะทำได้ เพื่อภาวนาให้เขาจำนางไม่ได้ (ทั้งที่รู้ว่าไม่มีทางเป็นไปได้)

ฉีเฟิงยกคิ้วสูง มองเธอตั้งแต่หัวจรดเท้าช้าๆ สายตาของเขาหยุดอยู่ที่ชายกระโปรงของนางที่ยังดูชื้นๆ เล็กน้อย ดวงตาของเขาวาบแวบด้วยความสนุกสนาน

“เสี่ยวอวิ๋น... ชื่อธรรมดา แต่คนกลับ... ไม่ธรรมดา เลยสินะ” เขาเน้นคำว่า 'ไม่ธรรมดา' ด้วยน้ำเสียงที่มีเลศนัย ราวกับกำลังล้อเลียนวีรกรรมที่นางเพิ่งก่อไว้

ขันฉานรอบข้างหัวเราะคิกคักตามเคย นึกว่าองค์ชายเพียงแค่พูดเล่น แต่เสี่ยวอวิ๋นรู้ดีว่าความหมายนั้นคืออะไร นางกำมือแน่นใต้แขนเสื้อ เล็บจิกเข้าเนื้อเพื่อข่มความอับอายและความกังวล ‘เขาจำได้... เขาจำได้แน่นอน! นี่ข้าจะจบเห่ตั้งแต่วันแรกรึนี่’

ฉีเฟิงยิ้มมุมปาก ก้าวถอยหลังหนึ่งก้าวราวกับยอมให้เธอผ่านไปก่อน แต่สายตายังคงจับจ้องนางไม่วางตา

“เอาเถอะ วันนี้เจ้าตามข้าไปทุกที่ก็แล้วกัน ข้าจะดูว่า... เจ้าจะทนอยู่ในตำหนักนี้ได้นานแค่ไหน... แม่นางเสี่ยวอวิ๋น”

คำพูดนั้นฟังดูเหมือนคำท้าทายมากกว่าคำสั่งธรรมดา เสี่ยวอวิ๋นก้าวเข้าไปในตำหนักชิงเฟิงด้วยใบหน้าเรียบเฉยดั่งเดิม แต่ภายในอก หัวใจของนางเต้นรัวด้วยความระทึก หิมะยังโปรยปรายลงมาเบาๆ ราวกับกำลังไว้อาลัยให้กับความสงบสุขของนางที่เพิ่งปลิวหายไป

นางเคยเจอองค์ชายสี่มาแล้ว ?

แสดง
บทถัดไป
ดาวน์โหลด

บทล่าสุด

บทอื่นๆ
ไม่มีความคิดเห็น
41
นางกำนัลผู้ลึกลับ
ราชวงศ์หมิง ปีที่สิบหกแห่งรัชกาลจักรพรรดิว่านลี่วังต้องห้ามในกรุงปักกิ่งยังคงงดงามตระการตา กำแพงสีชาดสูงชะลูดเสียดฟ้า หลังคากระเบื้องเคลือบสีเหลืองทองเรียงรายเป็นทิวแถวสะท้อนแสงหิมะบางๆ ที่โปรยปรายลงมาเบาๆ ในฤดูหนาวนี้รัชกาลว่านลี่เคยรุ่งเรืองนักในช่วงแรกๆ เงินคลังเต็มเปี่ยมจากการค้าขายที่เฟื่องฟู การเกษตรอุดมสมบูรณ์ กองทัพเข้มแข็ง แต่หลายปีมานี้ ฮ่องเต้ทรงหมกมุ่นกับความรื่นรมย์ส่วนพระองค์มากขึ้น ขุนนางแบ่งพรรคแบ่งพวก ขันทีแผ่อิทธิพล และข่าวลือเรื่องการทุจริตแพร่กระจายเงียบๆ ราวกับลมหนาวที่พัดผ่านช่องพระราชวัง บ้านเมืองภายนอกยังดูสงบสุข แต่ภายในวัง ความตึงเครียดกำลังก่อตัวทีละน้อยวันนี้ สำนักจัดการนางในกำลังส่งนางกำนัลชุดใหม่เข้ามารับใช้ตามตำหนักต่างๆ เพื่อทดแทนคนเก่าที่จากไปด้วยเหตุผลสารพัดในกลุ่มนั้น มีหญิงสาวคนหนึ่งที่แตกต่างอย่างสิ้นเชิง “เสี่ยวอวิ๋น” อายุราวยี่สิบต้นๆ ผิวขาวซีดเย็นราวน้ำค้างบนใบมีด ใบหน้าเรียบเฉยแต่คมชัด ดวงตาสีดำสนิทลึกจนมองแล้วรู้สึกหนาวในอุระ ผมยาวดำมวยต่ำเรียบร้อย ไม่ประดับแม้แต่เครื่องประดับชิ้นเล็ก ชุดนางกำนัลสีเทาเข้มที่สวมดูสะอาดแต่เก่าแก่ ราวกับเจ้า
last updateปรับปรุงล่าสุด : 2026-01-07
อ่านเพิ่มเติม
โลกกลมที่น่าชิงชัง
ย้อนกลับไปเมื่อหนึ่งชั่วยามก่อนหน้า..."นี่เจ้า! แม่นางสกปรกตรงนั้นน่ะ! รีบไปอาบน้ำขัดสีฉวีวรรณเดี๋ยวนี้!" เสียงกูกูไล่ตะเพิดดังไล่หลังมา เสี่ยวอวิ๋นในสภาพมอมแมมเพราะจงใจเอาโคลนป้ายหน้าเดินก้มหน้าก้มตาไปตามทางที่ถูกชี้แบบส่งๆนางเดินผ่านสวนหิน เลี้ยวซ้าย จนมาเจอกับเรือนไม้หลังใหญ่ที่มีไอร้อนพวยพุ่งและกลิ่นหอมดอกไม้ ‘โรงอาบน้ำนางกำนัลสมัยนี้หรูหราขนาดนี้เชียวหรือ?’ นางนึกสงสัยแต่ก็ไม่ได้เอะใจ เดินดุ่มๆ เข้าไปทันทีภายในห้องอบอวลไปด้วยไอน้ำหนาทึบ เสี่ยวอวิ๋นวางผ้าเช็ดตัวเก่าๆ ลง เตรียมจะวักน้ำล้างหน้า ซ่า... เสียงน้ำกระเพื่อมไหวพร้อมกับร่างสูงโปร่งของบุรุษหนุ่มที่โผล่พรวดขึ้นมาจากน้ำ ฉีเฟิง เสยผมเปียกน้ำไปด้านหลัง ในมือยังถือเรือไม้ของเล่นลำเล็ก เลิกคิ้วมองผู้บุกรุกด้วยความงุนงง"เฮ้ย! ใครน่ะ?" "ว้าย!" (ในใจ) แต่ภายนอกเสี่ยวอวิ๋นเพียงแค่ชะงักกึก ยืนตัวแข็งทื่อฉีเฟิงหรี่ตามองผ่านม่านหมอก เห็นสตรีหน้าดำคร่ำเครียดเสื้อผ้าเก่าๆ ยืนจ้องเขาอยู่ "นี่เจ้า... เป็นนักฆ่าหรือ? หรือพวกถ้ำมอง? ถึงข้าจะรู้ตัวว่าข้าหุ่นดีก็เถอะ แต่เจ้าควรจะจ่ายเงินก่อนนะ"เสี่ยวอวิ๋นตั้งสติได้ นางรีบก้มหน้า "ขออภัย..
last updateปรับปรุงล่าสุด : 2026-01-07
อ่านเพิ่มเติม
ผลไม้ที่กลิ้งไปกลิ้งมา
ผลไม้ที่กลิ้งไปกลิ้งมาวันรุ่งขึ้น ตำหนักชิงเฟิงหิมะที่โปรยปรายเมื่อวานยังคงทิ้งร่องรอยไว้บนพื้นหินนอกหน้าต่าง แต่ภายในห้องหนังสือกลับอบอุ่นด้วยเตาถ่านที่ลุกโชน องค์ชายสี่ฉีเฟิง — หรือพระนามเต็มว่าจูฉีเฟิง องค์ชายลำดับที่สี่แห่งราชวงศ์หมิง ลูกชายคนที่สี่ของจักรพรรดิว่านลี่กับพระสนมหลี่กุ้ยเฟย — นั่งเอนกายอย่างสบายอารมณ์บนเก้าอี้ไม้แกะสลักลายมังกร ถือพัดขนนกสีขาวโบกไปมาช้า ๆ แม้อากาศจะเย็นยะเยือกองค์ชายสี่เกิดในปีที่สี่ของรัชกาลว่านลี่ ท่ามกลางความรุ่งเรืองของราชสำนัก แต่ชีวิตของพระองค์กลับไม่เหมือนพี่น้ององค์อื่น ๆ ที่มุ่งมั่นแย่งชิงบัลลังก์ พระองค์ถูกมองว่าเป็น “องค์ชายไร้สาระ” ตั้งแต่เด็ก เพราะชอบหลีกหนีการศึกษาราชการไปเล่นสนุกกับขันทีและนางกำนัล แกล้งขุนนางด้วยกลอุบายแปลก ๆ และใช้เวลาส่วนใหญ่ในตำหนักส่วนพระองค์ แม้จักรพรรดิจะเคยทรงตำหนิ แต่พระองค์ก็ยังคงทำตัวขี้เล่นกะล่อนต่อไป จริง ๆ แล้วภูมิหลังของพระองค์ซ่อนความฉลาดหลักแหลมและฝีมือ武藝ที่ได้ฝึกฝนลับ ๆ กับอาจารย์เก่าแก่ แต่พระองค์เลือกปกปิดเพื่อหลีกเลี่ยงการเมืองที่เต็มไปด้วยการหักหลังในห้องหนังสือวันนี้ ไม่ได้มีเพียงองค์ชายและเส
last updateปรับปรุงล่าสุด : 2026-01-07
อ่านเพิ่มเติม
นางงามในห้องพักรวม
หลังจากเสร็จสิ้นหน้าที่ประจำวัน เสี่ยวอวิ๋นเดินกลับมายังห้องพักรวมของนางกำนัลในตำหนัก ห้องกว้างใหญ่แต่เรียบง่ายนี้เป็นที่พักของนางกำนัลทั้งหมดในตำหนักชิงเฟิง ประดับด้วยเตียงไม้เรียงเป็นแถว ผ้าม่านบางกั้นเป็นส่วนตัวเล็กน้อย และโคมไฟกระดาษสลัวที่ส่องแสงเหลืองนวลนางกำนัลอีกสามคนที่เธอรู้จักจากห้องหนังสือ เสี่ยวหลิง เสี่ยวเหมย และเสี่ยวฮวา กำลังนั่งคุยกันอยู่รอบโต๊ะไม้เล็ก ๆ เสี่ยวหลิงกำลังหัวเราะคิกคักเล่าเรื่องขำ ๆ จากวันนี้ เสี่ยวฮวาแซวตามอย่างสนุกสนาน ขณะที่เสี่ยวเหมยยิ้มน้อย ๆ แต่ไม่ค่อยพูด“พี่เสี่ยวอวิ๋น มาเร็วสิเพคะ วันนี้ท่านองค์ชายแกล้งเจ้าสนุกจริง ๆ นะ” เสี่ยวฮวาโบกมือเรียก รอยยิ้มสดใสบนใบหน้าเสี่ยวอวิ๋นยิ้มจาง ๆ แล้วเดินไปนั่งที่ขอบเตียงของตัวเอง “ข้าไม่เป็นไรหรอก”เสี่ยวหลิงเอนตัวเข้ามาใกล้ ดวงตาเป็นประกาย “จริงสิ ท่านองค์ชายชอบแกล้งแบบนี้แหละ แต่กับคนใหม่นี่แปลกนะ เหมือนสนใจเป็นพิเศษเลย”เสี่ยวเหมยที่กำลังจัดผ้าห่ม พูดขึ้นเสียงเรียบ “อย่าคิดมากเลย องค์ชายก็แค่ขี้เล่นตามปกติ”ทั้งสี่คุยกันอีกสักพัก เสี่ยวอวิ๋นฟังเงียบ ๆ ไม่ค่อยตอบโต้ แต่ก็ไม่ทำให้บรรยากาศอึดอัด ค่ำคืนล่วงเล
last updateปรับปรุงล่าสุด : 2026-01-07
อ่านเพิ่มเติม
กิ่งไผ่ยามวิกาล
คืนนั้น ตำหนักชิงเฟิง หลังจากเสี่ยวอวิ๋นทาเครื่องพอกหน้ากลับไปดังเดิมและนอนลงบนเตียงได้ไม่นาน เธอก็ลุกขึ้นอีกครั้ง ห้องพักรวมยังคงมืดมิด เสียงกรนเบา ๆ ของเสี่ยวหลิงดังแผ่ว เสี่ยวฮวาพลิกตัวในฝัน และเสี่ยวเหมยที่นอนนิ่งสนิท เธอสวมเสื้อคลุมบางทับชุดนางกำนัล แล้วออกจากห้องอย่างเงียบกริบ ราวกับเงาในความมืดยามสามดึก วังหลวงเงียบสงัด ทว่าคืนนี้กลับต่างออกไป ลมหนาวพัดแรงจากทิศเหนือ กลายเป็นพายุหิมะเล็ก ๆ ที่โหมกระหน่ำต้นไม้ในอุทยาน เสียงใบไม้ไผ่กระทบกันดังซ่า ๆ ราวฝนตกหนัก กิ่งไม้เล็ก ๆ หักร่วงลงพื้นเป็นระยะ ๆ ราวกับถูกมีดกรีดขาดอย่างแม่นยำ ไม่มีใครสงสัยว่ามีมือคนเด็ด เพราะพายุลมแรงในช่วงฤดูหนาวแบบนี้เกิดขึ้นบ่อยครั้งในกรุงปักกิ่ง เป็นสิ่งอำพรางชั้นดีสำหรับผู้ที่ต้องการเคลื่อนไหวโดยไม่ทิ้งร่องรอยเสี่ยวอวิ๋นเดินฝ่าลมไปยังอุทยานหลังตำหนัก สวนห้ามที่เต็มไปด้วยต้นไผ่เขียวชอุ่มแม้ในฤดูหนาว เธอเอื้อมมือเด็ดกิ่งไผ่สดยาวประมาณสี่เชี๊ยะจากต้นใหญ่ต้นหนึ่งที่อยู่ใกล้รั้ว กิ่งนั้นเหนียวแน่น สีเขียวเข้มในความมืด แต่เบาหวิวในมือเธอ เธอซ่อนมันไว้ใต้แขนเสื้อ แล้วเดินลึกเข้าไปในส่วนที่รกร้างกว่าของสวน ตรงน
last updateปรับปรุงล่าสุด : 2026-01-07
อ่านเพิ่มเติม
เงาเหล็กแห่งตำหนักชิงเฟิง
เสียงฝีเท้านั้นใกล้เข้ามาอย่างรวดเร็ว เร็วกว่าคนเดินเท้าธรรมดาหลายเท่า แต่เบากว่าแมวขโมยย่องเบาในเสี้ยววินาทีแห่งความเป็นความตาย เสี่ยวอวิ๋นไม่ได้ขยับตัวด้วยความตื่นตระหนก แต่ใช้สติที่ฝึกฝนมานับสิบปีสั่งการร่างกาย นางทิ้งกิ่งไผ่ในมือลงสู่กองหิมะแล้วดีดตัวขึ้นด้านบนอย่างไร้เสียง ร่างบางในชุดคลุมสีเข้มกลืนไปกับความมืด นางใช้ปลายเท้าเกี่ยวเกาะกิ่งไผ่สูงที่อยู่เหนือศีรษะ แล้วโหนตัวขึ้นไปซ่อนอยู่ท่ามกลางใบไผ่หนาทึบที่ปกคลุมด้วยหิมะ ขดตัวจนกลมกลืนเป็นหนึ่งเดียวกับเงาไม้นางกลั้นลมหายใจ ใช้วิชาก้นหีบ "กบจำศีล" ลดจังหวะการเต้นของหัวใจและอุณหภูมิร่างกายลงจนแทบไม่แผ่ไออุ่นออกมา เพื่อหลบเลี่ยงการตรวจจับของผู้มาเยือนทันใดนั้น เงาร่างสูงใหญ่ร่างหนึ่งก็พุ่งฝ่าพายุหิมะเข้ามาหยุดยืนอยู่กลางลานหินที่นางเพิ่งยืนอยู่เมื่อครู่บุรุษผู้นี้สวมชุดดำรัดกุมแบบชุดราตรีของชาวยุทธ์ คาดเอวด้วยสายรัดหนังสีดำที่มีดาบเล่มยาวรูปทรงโค้งแปลกตาเหน็บอยู่ ใบหน้าครึ่งล่างถูกปิดด้วยผ้าสีดำ เหลือเพียงดวงตาเรียวรีที่ฉายแววดุดันและระแวดระวัง ร่างกายกำยำแผ่รังสีอำมหิตจางๆ ออกมารอบตัว แม้จะยืนนิ่ง แต่กลับดูเหมือนหินผาที่พร้อมจ
last updateปรับปรุงล่าสุด : 2026-01-07
อ่านเพิ่มเติม
กลิ่นยาสมานแผลกับถ้วยชาที่หลุดมือ
แสงแรกของยามเหม่า จับขอบฟ้าเป็นสีเทาอมม่วง อากาศในยามเช้าหลังพายุหิมะหนาวเหน็บจนลมหายใจกลายเป็นไอสีขาว ในห้องพักนางกำนัล ความเงียบสงบถูกทำลายลงด้วยเสียงกุกกักเบาๆ ของการเตรียมตัวเริ่มวันใหม่เสี่ยวอวิ๋นลืมตาตื่นขึ้นทันทีที่แสงแรกส่องผ่านช่องหน้าต่าง นางลุกขึ้นนั่ง พับผ้าห่มอย่างเรียบร้อยตามความเคยชิน สายตาเหลือบไปมองที่เตียงของ เสี่ยวเหมย นางกำนัลผู้เงียบขรึม เตียงนั้นว่างเปล่า และผ้าห่มถูกพับเก็บไว้อย่างตึงเปรี้ยะยิ่งกว่าของนางเสียอีก เสี่ยวเหมยไม่ได้อยู่ในห้อง... หรือบางที อาจจะตื่นและออกไปนานแล้ว? ‘ตื่นเช้ากว่าข้า หรือว่าไม่ได้นอนเลยทั้งคืน?’ เสี่ยวอวิ๋นตั้งคำถามในใจ แต่เก็บความสงสัยนั้นไว้ภายใต้ใบหน้าที่เรียบเฉย นางลุกขึ้นล้างหน้าและแต่งตัวด้วยชุดนางกำนัลสีเทาเข้ม เตรียมพร้อมสำหรับหน้าที่ประจำวัน...ครึ่งชั่วยามต่อมา เสี่ยวอวิ๋นยกถาดอาหารเช้าสำหรับองค์ชายสี่เดินไปตามระเบียงทางเดินยาวที่มุ่งสู่ห้องบรรทม กลิ่นหอมของโจ๊กไก่ฉีกและเครื่องเคียงร้อนๆ ลอยกรุ่น แต่นั่นไม่ใช่กลิ่นเดียวที่นางสัมผัสได้ที่หน้าประตูห้องบรรทม นางเดินสวนกับ เหลียงเหว่ย หัวหน้าองครักษ์ร่างยักษ์ที่กำลังเดินออกมาพ
last updateปรับปรุงล่าสุด : 2026-01-07
อ่านเพิ่มเติม
พายุจากทิศตะวันออกและมังกรผู้เหนื่อยล้า
บรรยากาศภายในโถงกว้างใหญ่ที่ปกติจะเต็มไปด้วยความน่าเกรงขาม วันนี้กลับอึมครึมและตึงเครียดจนแทบหายใจไม่ออก เสามังกรทองคำพันรอบเสาไม้หนานมูขนาดมหึมาส่องประกายวูบวาบต้องแสงตะเกียงนับร้อยดวงที่ถูกจุดขึ้นเพื่อไล่ความมืดสลัวของพายุหิมะภายนอก กลิ่นกำยานไม้จันทน์หอมตลบอบอวล ผสมปนเปไปกับกลิ่นเหงื่อแห่งความวิตกกังวลของเหล่าขุนนางนับร้อยชีวิตบนบัลลังก์มังกรทองคำที่ตั้งตระหง่านอยู่เหนือบันไดหยกขาวเก้าขั้น บุรุษผู้กุมชะตาชีวิตของคนทั้งแผ่นดินประทับนั่งอยู่จักรพรรดิว่านลี่ หรือ จูอี้จวิน โอรสสวรรค์แห่งราชวงศ์หมิง ในวัยย่างเข้าเลขสาม ปรากฏพระองค์ในฉลองพระองค์ชุดมังกรสีเหลืองทองอร่าม ปักลวดลายมงคลวิจิตรบรรจง ผ้าไหมเนื้อดีทิ้งตัวลงคลุมพระวรกายที่เริ่มจะลงพุงเล็กน้อยจากการเสวยสุขมานานปีทว่าสิ่งที่สะดุดตาที่สุดไม่ใช่ความหรูหรา แต่คือความ "เหนื่อยหน่าย" ที่ฉายชัดบนพระพักตร์ดวงพระเนตรหรี่ปรือราวกับคนอดนอน ใต้ตาบวมช้ำเล็กน้อย พระพักตร์ที่เคยคมคายในวัยหนุ่มบัดนี้ดูหมองคล้ำและไร้ซึ่งความกระตือรือร้น พระองค์นั่งเอนพิงพนักบัลลังก์อย่างเกียจคร้าน พระหัตถ์ข้างหนึ่งหมุนลูกแก้วหยกเล่นไปมา กริยาบ่งบอกว่าทรงเบื่อ
last updateปรับปรุงล่าสุด : 2026-01-07
อ่านเพิ่มเติม
สามองค์ชายแห่งวังหลวง
ลมหนาวพัดกรรโชกแรงยิ่งขึ้นที่ลานกว้างหน้าตำหนักหวงจี๋เตี้ยน เกล็ดหิมะที่เคยโปรยปรายเบาบางเริ่มจับตัวหนาขึ้น เปลี่ยนพื้นหินอ่อนสีขาวให้กลายเป็นพรมสีเงินที่เย็นยะเยือก เหล่าขุนนางต่างรีบเร่งเดินก้มหน้าก้มตาฝ่าลมหนาวไปยังรถม้าของตนเพื่อกลับจวน ไม่มีใครอยากรั้งรออยู่ในวังหลวงนานเกินจำเป็น โดยเฉพาะในวันที่บรรยากาศอึมครึมด้วยข่าวสงครามทว่า... ที่เชิงบันไดหยกขาว บุรุษสามคนยืนประจันหน้ากันโดยไม่สะทกสะท้านต่อความหนาวเย็นองค์ชายห้า จูฉางฮ่าว ยืนยืดอกสง่าผ่าเผย เสื้อคลุมขนสัตว์สีดำราคาแพงระยับตัดกับหิมะขาว ใบหน้าคมเข้มเชิดขึ้นเล็กน้อยด้วยความถือดี สายตาของเขาจ้องมองพี่ชายทั้งสองคนด้วยแววตาที่ผสมปนเปไประหว่างความสมเพชและการเหยียดหยาม"พี่ใหญ่..." องค์ชายห้าเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงทุ้มต่ำ แฝงความนัยที่เชือดเฉือน "วันนี้ท่านไอหนักกว่าทุกวันนะ... ข้าเกรงว่าอากาศหนาวเหน็บและการศึกที่โชซอนจะกระทบกระเทือนสุขภาพท่าน หากทัพต้าหมิงได้รับชัยชนะกลับมาในอีกหลายเดือนข้างหน้า ข้าหวังว่าท่านจะยังมีแรงกายพอที่จะ... อยู่ร่วมฉลองนะพะยะค่ะ"องค์ชายใหญ่ จูฉางลั่ว หน้าซีดเผือด ร่างกายผอมแห้งสั่นเทาภายใต้เสื้อคลุมตัวหนา
last updateปรับปรุงล่าสุด : 2026-01-07
อ่านเพิ่มเติม
กลโกงในกระบอกไม้ไผ่
แสงแดดอุ่นๆ สาดส่องลงมาที่ลานหินกลางตำหนักชิงเฟิง หิมะที่เกาะตามกิ่งไม้เริ่มละลายกลายเป็นหยดน้ำร่วงพราววันนี้ตำหนักชิงเฟิงคึกคักเป็นพิเศษ เหล่านางกำนัลทั้งสิบสองคนถูกเรียกมารวมพลกันอย่างพร้อมเพรียง ทุกคนยืนเรียงแถวหน้ากระดานด้วยความตื่นเต้น ยกเว้นเพียงผู้เดียว... เสี่ยวอวิ๋น ที่ยืนอยู่ท้ายแถวด้วยสีหน้าเรียบเฉย แววตาฉายแววเบื่อหน่ายและอยากจะกลับไปแอบสืบหาหลักฐานในห้องเก็บเอกสารเต็มทนเบื้องหน้าพวกนาง องค์ชายสี่ ฉีเฟิง นั่งไขว่ห้างอยู่บนเก้าอี้หวายตัวใหญ่ จิบชาหอมกรุ่นอย่างสบายอารมณ์ โดยมี เหลียงเหว่ย องครักษ์หน้าตายยืนกอดอกสัปหงกอยู่ข้างหลัง"เอาล่ะสาวงามทั้งหลาย!" ฉีเฟิงวางถ้วยชาลง ยิ้มกว้างจนตาหยี "พวกเจ้าคงรู้แล้วว่าเสด็จพ่อมอบหมายภารกิจสำคัญระดับชาติให้ข้า... นั่นคือการไปจับ 'โจรดอกท้อ'!"เสียงฮือฮาดังขึ้นในหมู่นางกำนัล "ข้าต้องการผู้ติดตามเพียง 4 คน เท่านั้น... มีข้า, เจ้าหน้าง่วงเหลียงเหว่ย... และข้าต้องการ นางกำนัลอีก 2 คน เพื่อไปดูแลความสะดวกสบายให้ข้า"ทันทีที่สิ้นเสียง นางกำนัลสาวๆ ต่างพากันยกมือแย่งกันเสนอตัวทันที "หม่อมฉันเพคะ!" "เลือกหม่อมฉันสิเพคะ!"ฉีเฟิงแสร้งทำท่ากุมขม
last updateปรับปรุงล่าสุด : 2026-01-07
อ่านเพิ่มเติม
สำรวจและอ่านนวนิยายดีๆ ได้ฟรี
เข้าถึงนวนิยายดีๆ จำนวนมากได้ฟรีบนแอป GoodNovel ดาวน์โหลดหนังสือที่คุณชอบและอ่านได้ทุกที่ทุกเวลา
อ่านหนังสือฟรีบนแอป
สแกนรหัสเพื่ออ่านบนแอป
DMCA.com Protection Status