ยุทธภพซ่อนกล คนเหนือเมฆ

ยุทธภพซ่อนกล คนเหนือเมฆ

Par:  aurnitearEn cours
Langue: Thai
goodnovel4goodnovel
10
0 Notes. 0 commentaires
67Chapitres
714Vues
Lire
Ajouter dans ma bibliothèque

Share:  

Report
Overview
Catalog
Scanner le code pour lire sur l'application

วังต้องห้าม... สถานที่ที่งดงามที่สุด แต่ก็อันตรายที่สุด ที่นี่ "หน้ากาก" คือสิ่งที่ทุกคนต้องสวมใส่เพื่อความอยู่รอด หลินอวิ๋น ทายาทแม่ทัพผู้ล่วงลับ ยอดฝีมือสาวผู้แบกรับความแค้นของตระกูลไว้เต็มบ่า จำต้องแฝงตัวเข้ามาเป็นนางกำนัลต่ำต้อยในนาม "เสี่ยวอวิ๋น" เพื่อสืบหาความจริงในคดีเมื่อสิบปีก่อน ภายใต้ใบหน้าจืดชืดไร้อารมณ์ คือจิตสังหารอันเยือกเย็นและเพลงกระบี่คู่ "เหมันต์-พายุหิมะ" ที่พร้อมจะสะบั้นคอศัตรูได้ในพริบตา

Voir plus

Chapitre 1

นางกำนัลผู้ลึกลับ

ราชวงศ์หมิง ปีที่สิบหกแห่งรัชกาลจักรพรรดิว่านลี่

วังต้องห้ามในกรุงปักกิ่งยังคงงดงามตระการตา กำแพงสีชาดสูงชะลูดเสียดฟ้า หลังคากระเบื้องเคลือบสีเหลืองทองเรียงรายเป็นทิวแถวสะท้อนแสงหิมะบางๆ ที่โปรยปรายลงมาเบาๆ ในฤดูหนาวนี้

รัชกาลว่านลี่เคยรุ่งเรืองนักในช่วงแรกๆ เงินคลังเต็มเปี่ยมจากการค้าขายที่เฟื่องฟู การเกษตรอุดมสมบูรณ์ กองทัพเข้มแข็ง แต่หลายปีมานี้ ฮ่องเต้ทรงหมกมุ่นกับความรื่นรมย์ส่วนพระองค์มากขึ้น ขุนนางแบ่งพรรคแบ่งพวก ขันทีแผ่อิทธิพล และข่าวลือเรื่องการทุจริตแพร่กระจายเงียบๆ ราวกับลมหนาวที่พัดผ่านช่องพระราชวัง บ้านเมืองภายนอกยังดูสงบสุข แต่ภายในวัง ความตึงเครียดกำลังก่อตัวทีละน้อย

วันนี้ สำนักจัดการนางในกำลังส่งนางกำนัลชุดใหม่เข้ามารับใช้ตามตำหนักต่างๆ เพื่อทดแทนคนเก่าที่จากไปด้วยเหตุผลสารพัด

ในกลุ่มนั้น มีหญิงสาวคนหนึ่งที่แตกต่างอย่างสิ้นเชิง

“เสี่ยวอวิ๋น” อายุราวยี่สิบต้นๆ ผิวขาวซีดเย็นราวน้ำค้างบนใบมีด ใบหน้าเรียบเฉยแต่คมชัด ดวงตาสีดำสนิทลึกจนมองแล้วรู้สึกหนาวในอุระ ผมยาวดำมวยต่ำเรียบร้อย ไม่ประดับแม้แต่เครื่องประดับชิ้นเล็ก ชุดนางกำนัลสีเทาเข้มที่สวมดูสะอาดแต่เก่าแก่ ราวกับเจ้าของไม่เคยใส่ใจความสวยงามภายนอก

ท่วงท่าของเธอเงียบกริบ ก้าวเดินเบาแน่นอนราวแมวป่า ไม่ส่งเสียงแม้แต่น้อย ขันฉานที่เดินนำหน้าหันมามองหลายครั้ง แต่เธอกลับก้มหน้าเล็กน้อย ไม่สบตาใคร

หัวหน้าขันที หุ่นอ้วนเตี้ย หน้าตาบูดบึ้ง สวมเสื้อคลุมผ้าไหมสีน้ำเงินเข้ม ยืนกอดอกมองกลุ่มนางกำนัลใหม่ด้วยสายตาไม่พอใจ เขาหันไปบ่นกับขันทีรองที่ยืนข้างๆ เสียงดังพอให้ทุกคนได้ยิน

“ฮึ! สำนักจัดการนางในปีนี้ เกณฑ์คัดเลือกท่าจะแย่ลงทุกที ดูสิ นางพวกนี้หน้าตาจืดชืด ไม่มีเสน่ห์สักคน เอาแต่ก้มหน้าก้มตาเหมือนผีดิบ ว่าจะส่งคนงามๆ มาบ้างก็ไม่เห็น ฮ่องเต้ทรงทอดพระเนตรแล้วคงไม่โปรดหรอก ถ้าไม่ใช่เพราะขาดคน ข้าคงไล่กลับไปครึ่งหนึ่งแล้ว!”

ขันทีรองหัวเราะคิกคักเบาๆ แต่หัวหน้าขันทีสะบัดมือ แล้วอ่านรายชื่อด้วยน้ำเสียงดังก้องในห้องโถงใหญ่

“เสี่ยวอวิ๋น ไปประจำตำหนักชิงเฟิง รับใช้ท่านองค์ชายสี่”

เสี่ยวอวิ๋นก้มศีรษะรับคำเงียบๆ ในใจนางรู้สึกโล่งอกเล็กน้อย องค์ชายสี่ขึ้นชื่อว่าเป็นคนไม่เอาถ่านและไม่สนใจการเมือง การไปอยู่ตำหนักนั้นน่าจะช่วยให้นางซ่อนตัวและสืบเรื่องราวได้ง่ายขึ้นกว่าตำหนักอื่น

ทว่า... นางหารู้ไม่ว่า สวรรค์กำลังเล่นตลกครั้งใหญ่กับนาง

เมื่อเดินตามทางเดินยาวที่ปูด้วยหินอ่อนเย็นเฉียบมาถึงประตูตำหนักชิงเฟิง บรรยากาศพลิกผันทันที ตำหนักนี้ไม่ได้เงียบสงบอย่างตำหนักอื่น แต่กลับมีเสียงหัวเราะร่า เสียงขันฉานร้องกลอนเพลง เสียงดนตรีเบาๆ ลอยออกมา ประตูไม้แกะสลักเปิดช้าๆ เผยสวนภายในที่ประดับโคมแดงแม้จะเป็นกลางวัน กลิ่นสุราจางๆ ผสมกลิ่นไม้จันทน์ลอยแตะจมูก

ทันใดนั้น ประตูบานใหญ่เปิดผางออกกว้าง

บุรุษผู้หนึ่งก้าวออกมาในชุดคลุมสีครามเข้มปักลายมังกรเงินระยิบระยับ ผมยาวปรกไหล่เล็กน้อย ใบหน้าหล่อเหลาคมคาย รอยยิ้มกว้างที่มุมปากทำให้ดูขี้เล่นแต่แฝงเล่ห์เหลี่ยม

ทันทีที่เงาร่างนั้นปรากฏชัดแก่สายตา... ลมหายใจของเสี่ยวอวิ๋นก็สะดุดกึก ราวกับถูกใครกระชากวิญญาณออกจากร่าง

ดวงตาของนางเบิกกว้างขึ้นเล็กน้อยเพียงเสี้ยววินาที ก่อนจะรีบกดสายตาลงต่ำเพื่อซ่อนความตื่นตระหนกสุดขีด ‘เป็นไปไม่ได้...’ เสียงในใจนางกรีดร้อง ใบหน้านั้น... รอยยิ้มกะล่อนแบบนั้น... ชายหนุ่มผู้สวมชุดมังกรตรงหน้า ที่แท้... เขาก็คือ องค์ชายสี่ ฉีเฟิง!

ฉีเฟิงกวาดสายตามองนางกำนัลใหม่ ดวงตาคู่คมสีน้ำตาลเข้มจ้องตรงมาที่เสี่ยวอวิ๋นทันที ราวกับเหยี่ยวที่จำเหยื่อของมันได้แม่นยำ เขายกยิ้มมุมปากสูงขึ้น รอยยิ้มที่ดูเหมือนจะบอกว่า 'อ้าว... เจอตัวแล้ว แม่แมวตกน้ำ'

เวลาราวหยุดนิ่งชั่วขณะ เสี่ยวอวิ๋นรู้สึกถึงสายตานั้นราวเข็มแหลมที่แทงทะลุชุดนางกำนัลเข้ามาถึงผิว เหงื่อเย็นเยียบซึมกลางแผ่นหลัง ความคิดที่ว่าตำหนักนี้ "ปลอดภัย" พังทลายลงในพริบตา

“นางกำนัลคนใหม่มาแล้วหรือ” เสียงทุ้มนุ่มของฉีเฟิงดังขึ้น น้ำเสียงนั้นเจือความขบขันอย่างปิดไม่มิด เขาเดินเข้ามาใกล้จนเธอได้กลิ่นสุราจางๆ ผสมกลิ่นไม้จันทน์ชัดเจน... กลิ่นเดียวกับในห้องอาบน้ำเปี๊ยบ “ชื่ออะไรนะ”

“ขะ... ข้าน้อยเสี่ยวอวิ๋นเพคะ” เธอตอบเสียงเรียบ พยายามบังคับเสียงไม่ให้สั่นไหว ก้มศีรษะต่ำที่สุดเท่าที่จะทำได้ เพื่อภาวนาให้เขาจำนางไม่ได้ (ทั้งที่รู้ว่าไม่มีทางเป็นไปได้)

ฉีเฟิงยกคิ้วสูง มองเธอตั้งแต่หัวจรดเท้าช้าๆ สายตาของเขาหยุดอยู่ที่ชายกระโปรงของนางที่ยังดูชื้นๆ เล็กน้อย ดวงตาของเขาวาบแวบด้วยความสนุกสนาน

“เสี่ยวอวิ๋น... ชื่อธรรมดา แต่คนกลับ... ไม่ธรรมดา เลยสินะ” เขาเน้นคำว่า 'ไม่ธรรมดา' ด้วยน้ำเสียงที่มีเลศนัย ราวกับกำลังล้อเลียนวีรกรรมที่นางเพิ่งก่อไว้

ขันฉานรอบข้างหัวเราะคิกคักตามเคย นึกว่าองค์ชายเพียงแค่พูดเล่น แต่เสี่ยวอวิ๋นรู้ดีว่าความหมายนั้นคืออะไร นางกำมือแน่นใต้แขนเสื้อ เล็บจิกเข้าเนื้อเพื่อข่มความอับอายและความกังวล ‘เขาจำได้... เขาจำได้แน่นอน! นี่ข้าจะจบเห่ตั้งแต่วันแรกรึนี่’

ฉีเฟิงยิ้มมุมปาก ก้าวถอยหลังหนึ่งก้าวราวกับยอมให้เธอผ่านไปก่อน แต่สายตายังคงจับจ้องนางไม่วางตา

“เอาเถอะ วันนี้เจ้าตามข้าไปทุกที่ก็แล้วกัน ข้าจะดูว่า... เจ้าจะทนอยู่ในตำหนักนี้ได้นานแค่ไหน... แม่นางเสี่ยวอวิ๋น”

คำพูดนั้นฟังดูเหมือนคำท้าทายมากกว่าคำสั่งธรรมดา เสี่ยวอวิ๋นก้าวเข้าไปในตำหนักชิงเฟิงด้วยใบหน้าเรียบเฉยดั่งเดิม แต่ภายในอก หัวใจของนางเต้นรัวด้วยความระทึก หิมะยังโปรยปรายลงมาเบาๆ ราวกับกำลังไว้อาลัยให้กับความสงบสุขของนางที่เพิ่งปลิวหายไป

นางเคยเจอองค์ชายสี่มาแล้ว ?

Déplier
Chapitre suivant
Télécharger

Latest chapter

Plus de chapitres
Pas de commentaire
Découvrez et lisez de bons romans gratuitement
Accédez gratuitement à un grand nombre de bons romans sur GoodNovel. Téléchargez les livres que vous aimez et lisez où et quand vous voulez.
Lisez des livres gratuitement sur l'APP
Scanner le code pour lire sur l'application
DMCA.com Protection Status