All Chapters of ไฟรักใต้เงาอุโมงค์: Chapter 1 - Chapter 7

7 Chapters

บทที่ 1

ผมชื่อ หลี่ฉือ ผมกับแฟนเราคบกันมานานจนดูเหมือนทุกอย่างจะลงตัวแฟนของผมเป็นคนไร้เดียงสาราวกับผ้าขาวที่ไม่เคยแปดเปื้อนมลทิน แม้เราจะมีความสัมพันธ์ลึกซึ้งกันแล้ว และผมเป็นชายคนแรกที่ได้ครอบครองพรหมจรรย์ ทว่าเธอยังคงเหนียมอายตามแบบฉบับกุลสตรีหัวโบราณที่ยังคงเขินอายเรื่องบนเตียง ผิดกับผมที่มักจะโหยหาความตื่นเต้นเร้าใจอยู่เสมอหลายครั้งที่ผมเคยพยายามเติมสีสันให้ความสัมพันธ์ด้วยชุดซีทรูวาบหวามและถุงน่องสุดเซ็กซี่ ทว่าเธอกลับปฏิเสธมันอย่างไร้เยื่อใยความผิดหวังเล็ก ๆ ที่ก่อตัวซ้ำแล้วซ้ำเล่า ค่อย ๆ ทับถมสะสมอยู่ในใจผมจนเริ่มรู้สึกว่าชีวิตคู่ของเรามันช่างจืดชืดไร้รสชาติ ไม่ต่างอะไรกับแกงจืดที่ขาดเครื่องปรุงจนกระทั่งวันหนึ่ง พวกเราแพลนจะไปเที่ยวด้วยกันเพื่อกระชับความสัมพันธ์ แต่ก่อนเดินทางหนึ่งวัน เธอกลับทำเรื่องที่ผมคาดไม่ถึงด้วยการยืนกรานว่าจะพาซุนอี๋เพื่อนสนิทของเธอไปด้วยให้ได้ผมเคยพบซุนอี๋แค่ไม่กี่ครั้งเท่านั้น ทว่าเธอกลับทิ้งความประทับใจที่ฝังลากลึกลงในใจผมจนยากจะลบเลือนนิสัยของเธอสวนทางกับแฟนผมราวฟ้ากับเหว ซุนอี๋เป็นผู้หญิงเปิดเผยและร้อนแรง ในฤดูร้อนเธอมักจะสวมเสื้อสายเดี่ยวตัวบางก
Read more

บทที่ 2

ท่ามกลางความเบียดเสียดในรถไฟที่อัดแน่นจนแทบจะหยุดหายใจ ร่างของซุนอี๋ถูกเบียดให้โถมเข้าสู่อ้อมกอดของผมอย่างไม่อาจเลี่ยงทรวงอกคู่อวบหยัดสู้กับแผ่นอกของผมจนแนบสนิทไร้ช่องว่างผมอาศัยจังหวะที่โลกภายนอกวุ่นวายลอบลูบไล้ไปตามเรียวขาที่สวมถุงน่องดำของเธออย่างย่ามใจเนิ่นนานนับครึ่งชั่วโมง“ร้อนไม่ไหวแล้ว!” จู่ ๆ ซุนอี๋เอ่ยขึ้นมาด้วยน้ำเสียงที่สั่นพร่าเสียงนั้นดึงสายตาให้ผมต้องก้มลงมองเธอ และนั้นถึงทำให้พบได้พบว่า ใบหน้าของเธอนั้นขึ้นสีแดงระเรื่อจนผิดปกติตั้งแต่เมื่อไหร่ไม่รู้คาดว่าคงเป็นผลจากการที่ถูกผมปลุกเร้าอารมณ์ด้วยการลูบไล้เธอยกมือนวลขึ้นโบกพัดตรงเนินอกที่ล้นพ้นเสื้อสายเดี่ยวออกมาเพื่อคลายความร้อน เม็ดเหงื่อพราวที่เกาะตามผิวเนียนเริ่มทำให้เสื้อผ้าเปียกชื้นแนบเนื้อจนเห็นส่วนเว้าส่วนโค้งชัดเจนยิ่งกว่าเก่า ท่าทางยกมือขึ้นเช็ดเหงื่อของเธอนั้นยั่วยวนเสียจนทำให้สติของผมแทบจะขาดผึง สัญชาตญาณดิบในตัวผมเรียกร้องอยากจะคว้าเธอมาฟัดให้รู้แล้วรู้รอดทว่าท่ามกลางพื้นที่อันจำกัดจนขยับเขยื้อนไม่ได้ ผมพยายามจะหาช่องว่างเพื่อตั้งสติ แต่กลับถูกคลื่นฝูงชนเบียดกระแทกให้กลับมาแนบชิดที่เดิมสุดท้า
Read more

บทที่ 3

พริบตาเดียว ปทุมถันขาวผ่องที่ส่งกลิ่นหอมกรุ่นก็อวดโฉมท้าทายความมืด กลิ่นเหงื่อจาง ๆ ยิ่งกระตุ้นกำหนัด จนผมอดใจไม่ไหวรีบโผเข้ากอดรัดร่างกายนั้นไว้ทันที อ่าส์ สวรรค์! ท่ามกลางความมืดมิดที่ปกคลุมไปทั่ว มือขวาของผมจัดการเลิกเสื้อตัวสั้นของเธอขึ้นพร้อมกับผลักบราชิ้นน้อยให้พ้นทาง ผมเริ่มรุกรานทรวงอกข้างซ้ายที่มีขนาดอวบหยัดพอเหมาะมือและยืดหยุ่นสู้สัมผัสอย่างใจนึก ปลายนิ้วของผมเริ่มสะกิดหยอกเย้ายอดปทุมถันจนมันแข็งขืนสู้มือราวกับผลเชอร์รี่สุกงอมขณะเดียวกันเราต่างโถมกายบดเบียดส่วนล่างเข้าหากันอย่างบ้าคลั่งในความสลัวนั้นผมสัมผัสได้ถึงสายตาที่ซุนอี๋ส่งมา มันทั้งหวานฉ่ำและเปี่ยมไปด้วยความกระสันอยาก!ครืนนนน...ปู๊นนนนน!เสียงหวูดรถไฟแผดคำรามสนั่นหวั่นไหวจนกลบทุกสรรพเสียงรอบข้างซุนอี๋ปลดปล่อยสัญชาตญาณความกระสันออกมาอย่างบ้าคลั่ง ในพื้นที่ที่มืดมิดจนไร้การมองเห็น เธอเริ่มบิดส่ายเรือนร่างโอนอ่อนไปมาเหมือนงูน้ำที่พยายามดิ้นรนหนีความร้อนระอุผมจัดการล็อกร่างของเธอไว้ด้วยพละกำลังทั้งหมดที่มี พลางเบียดแทรกท่อนล่างเข้าหาจนแนบสนิทไร้ช่องว่าง ปรับองศาให้ความแข็งแกร่งของผมสัมผัสกับความอ่อนนุ่มของเ
Read more

บทที่ 4

“งั้นทำไมคุณไม่ไปหาซุนอี๋ล่ะ?” คำประชดประชันที่หลุดจากปากแฟนสาวนั้นมาจากความถือดีว่าผมคงไม่กล้าทำอย่างที่ปากพูดเธอก็มักจะเป็นเช่นนี้เสมอ ทั้งใสซื่อและเอาแต่ใจในเวลาเดียวกันหารู้ไม่ว่าคำพูดนั้นเปรียบเหมือนการราดน้ำมันลงบนกองไฟที่สุมอยู่ในอกผมมาตลอดทาง ยิ่งจินตนาการถึงซุนอี๋ที่กำลังเปลือยกายอยู่หลังบานประตูห้องน้ำ ความดิบในตัวผมก็พลุ่งพล่านจนเกินจะยับยั้ง รีบโถมกายเข้าหาแฟนสาวพยายามออดอ้อนขอร่วมรัก เพื่อดับไฟราคะที่ซุนอี๋จุดทิ้งไว้ผมกดร่างบางของเธอลงบนเตียงด้วยความหิวโหยราวกับสัตว์ป่าโดยไม่สนเหยื่อที่อยู่ตรงหน้าว่ายินยอมหรือไม่มือหนาพยายามมุดเข้าไปใต้สาบเสื้อหวังจะเผด็จศึกให้ไวที่สุดทว่ากางเกงยีนส์เนื้อหนาที่ทั้งแน่นและถอดยากกลับกลายเป็นอุปสรรคชิ้นโตประกอบกับการงัดข้อกับอารมณ์บูดบึ้งของเธอเป็นผลทำให้เธอขัดขืนอย่างรุนแรงผมพยายามอยู่นานทว่าเธอกลับไม่มีทีท่าจะโอนอ่อนผ่อนตามแม้แต่น้อย มิหนำซ้ำยังทิ้งให้ผมอารมณ์ค้างเติ่งจนหน้ามืดตามัวด้วยไฟปรารถนาสุดท้ายเมื่อได้สบกับใบหน้าบึ้งตึงที่ไร้ซึ่งความรู้สึกสอดประสาน ทำให้ผมก็ตระหนักได้ทันทีว่า คืนนี้คงไม่มีระเบิดอารมณ์อย่างที่ใจหวัง
Read more

บทที่ 5

ซุนอี๋ตกอยู่ในภวังค์แห่งความลุ่มหลง ริมฝีปากของเธอเริ่มดูดดึงปลายนิ้วของผมโดยสัญชาตญาณผมรู้ดีว่าสาวน้อยตรงหน้าพร้อมสำหรับศึกรักอันหนักหน่วงที่กำลังจะเกิดขึ้นในค่ำคืนนี้แล้ว ทว่าผมกลับไม่รีบร้อน ผมเลือกถอนนิ้วออกมาก่อนจะย่อกายลง สองมือหนาคว้าสะโพกกลมมนงอนงามของเธอไว้แน่น จากนั้นดึงจีสตริงตัวจิ๋วเจ้าปัญหาลง ภาพที่ปรากฏแก่สายตาคือความงดงามที่ธรรมชาติรังสรรค์ กลีบเนื้อสีระเรื่อดุจยอดอกขยับแยกออกเล็กน้อย เผยให้เห็นเกสรเม็ดงามที่ซ่อนตัวอยู่ใต้กลุ่มไหมสีดำขลับที่ผ่านการตัดแต่งมาอย่างประณีตเป็นรูปทรงสามเหลี่ยม“เร็วเข้า... เร็วสิ... ฉันไม่ไหวแล้ว...” ซุนอี๋ครางกระเส่าเร้าเร่งด้วยแรงอารมณ์รุนแรงเกินควบคุมผมเงยหน้าขึ้นประสานสายตาเข้ากับเธอ ใบหน้าสวยหวานนั้นแดงซ่านด้วยกามารมณ์ ดวงตาคู่สวยฉ่ำวาวด้วยหยาดน้ำตาแห่งความปรารถนา ปลายลิ้นสีสดแลบออกมาเล็มเลียริมฝีปากที่แห้งผากด้วยความกระหาย หยาดน้ำใสไหลซึมจากมุมปากหยดลงบนเนินอกขาวโพลนวินาทีนั้นที่เห็นภาพนั้น ผมไม่อาจยับยั้งชั่งใจได้อีกต่อไป จึงหยัดกายกำยำขึ้นพลางใช้สองมือกุมท่อนเอ็นที่กำลังขยายตัวใหญ่จนคัดตึงถูไถไปกับกลีบดอกไม้อันอ่อนนุ่มหยาดเยิ้ม
Read more

บทที่ 6

ซุนอี๋หัวเราะร่าพลางสำทับขึ้นอย่างร่าเริง “ดื่มนิดดื่มหน่อยจะเป็นไรไป ถือเสียว่าจิบช่วยให้หลับสบายขึ้นไงล่ะ!”ว่าแล้วเธอก็เลื่อนแก้วไวน์ทรงสูงไปวางลงตรงหน้าแฟนสาวของผมทีเล่นทีจริงทีแรกแฟนสาวของผมทำเพียงขมวดคิ้วมุ่นด้วยความลังเล ทว่าเมื่อถูกเราสองคนคะยั้นคะยอเข้าคนละคำสองคำ ในที่สุดเธอก็ยอมใจอ่อน จรดริมฝีปากลงบนขอบแก้วจนได้ผมอาศัยจังหวะชวนคุยพลางแกล้งรินไวน์เติมให้เธอถี่ยิบ ซึ่งเธอก็รับไปดื่มอย่างว่าง่าย ครั้นน้ำเมาเริ่มออกฤทธิ์ ปรางแก้มทั้งสองข้างก็ขึ้นสีแดงระเรื่อราวกับกลีบกุหลาบ แววตาที่เคยคมชัดเริ่มฉ่ำปรือและเลื่อนลอย ก่อนที่เจ้าตัวจะเอื้อมมือมาจิ้มหน้าผากผมเบา ๆ แล้วเอ่ยดักคอ “คุณ... คิดจะมอมเหล้าฉัน เพื่อหาเรื่องโรแมนติกคืนนี้ใช่ไหมล่ะ?”“คนบ้า!” เธอต่อว่าผมด้วยเสียงนุ่มละมุน ทว่าน้ำเสียงแผ่วพร่านั้นกลับฟังดูเหมือนการออดอ้อนที่เย้ายวนใจเสียมากกว่าฤทธิ์ของไวน์แดงช่างนุ่มนวลทว่าทิ้งผลลัพธ์ไว้อย่างยาวนาน หลังจากแก้วที่สามผ่านพ้นไป ร่างบางก็เริ่มทรงตัวไม่อยู่ ไหล่บอบบางของเธอเอนมาซบลงที่ต้นแขนของผมอย่างหมดแรงผมกึ่งพยุงกึ่งโอบอุ้มเธอเดินไปที่ห้องนอน เพียงแค่แผ่นหลังแตะลงบนฟูก
Read more

บทที่ 7

ผมนอนลงเคียงข้างเธอ ทว่าความเงียบสงัดของห้องกลับทำหน้าที่คอยย้ำเตือนเรื่องคืนนั้น จนผมแทบไม่อาจข่มตาหลับได้เลยตลอดทั้งคืนหลังจากกลับเข้าสู่ตัวเมือง ชีวิตก็ถูกดึงกลับเข้าสู่กงล้อเดิม ๆ อย่างรวดเร็ว ทั้งการไปทำงาน เลิกงาน กินข้าว และเข้านอน ทุกอย่างดูราบเรียบไร้รอยต่อ ราวกับว่าทริปนั้นเป็นเพียงการเดินทางพักผ่อนธรรมดา ๆ ครั้งหนึ่งที่ผ่านมาแล้วก็ผ่านไปทว่าภายใต้ผิวน้ำที่ดูสงบเงียบ กลับมีบางอย่างกำลังสั่นคลอนและเปลี่ยนไปอย่างเงียบเชียบที่สุดแฟนสาวของผมดูจะประทับใจในตัวซุนอี๋มากขึ้นอย่างเห็นได้ชัด เธอมักจะหยิบยกเรื่องราวในทริปนั้นมาพูดถึงด้วยรอยยิ้ม ชื่นชมว่าซุนอี๋เป็นผู้ใหญ่ที่ดูแลคนเก่งแค่ไหน วางตัวดีเพียงใด และเธอยังคงวางแผนอย่างกระตือรือร้นว่า “ครั้งหน้าเราสามคนจะไปไหนกันดี” ทุกครั้งที่เห็นดวงตาเป็นประกายด้วยความหวังของเธอ ผมทำได้เพียงพยักหน้าเออออไปตามน้ำ ทว่าลึก ๆ ในอกกลับรู้สึกบีบคั้นจนแทบหายใจไม่ออกเธอไม่รู้เลยว่าความ “ไว้ใจ” ที่เธอมอบให้มานั้น คือสิ่งที่ผมแบกรับไว้ไม่ไหวที่สุดในชีวิตส่วนซุนอี๋ เธอกลับกลายเป็นคนที่ระมัดระวังตัวจนน่ากลัว เธอไม่เคยเป็นฝ่ายส่งข้อความหาผมก่อนอี
Read more
SCAN CODE TO READ ON APP
DMCA.com Protection Status