Semua Bab แพทย์สาวทะลุมิติมาเป็นนางร้ายพร้อมระบบเทพโอสถ: Bab 11 - Bab 20

29 Bab

บทที่ 10 รายงานลับจากองครักษ์เงา

บทที่ 10รายงานลับจากองครักษ์เงาท่ามกลางความมืดมิดของราตรี สายลมยามค่ำคืนพัดผ่านค่ายทหารที่ตั้งตระหง่านอยู่บนทุ่งหญ้ากว้างพาเอากลิ่นควันไฟจากกองฟืนลอยคลุ้งไปทั่วบริเวณ เต็นท์ผ้าใบสีเข้มเรียงรายอย่างเป็นระเบียบ ทหารยามถือหอกยืนประจำการ ดวงตาแข็งกร้าวจับจ้องทุกความเคลื่อนไหวภายนอกค่ายอย่างไม่คลาดสายตาภายในกระโจมบัญชาการสว่างไสวด้วยแสงเทียนวูบไหว เซียวอวี้หานสวมชุดเกราะสีดำสนิทยืนอยู่หน้าโต๊ะสายตาจดจ้องไปยังแผนที่หนังแกะที่กางแผ่หราอยู่เบื้องหน้า“พวกชนเผ่าเคลื่อนไหวรวดเร็วราวกับล่วงรู้แผนการศึกของพวกเราล่วงหน้า” หม่าเฉิงกงหรือแม่ทัพหม่าเอ่ยพลางขมวดคิ้วหนา นิ้วหยาบกร้านชี้ไปยังจุดยุทธศาสตร์ที่ถูกทำเครื่องหมายไว้ “เมื่อหลายวันก่อนกระหม่อมส่งทหารออกไปสอดแนมศัตรูแต่ก็ถูกพวกมันซุ้มโจมตีที่นี่พ่ะย่ะค่ะ”หลี่จื่อฉีกุนซือหนุ่มที่ยืนอยู่ข้างกายอ๋องเจิ้นเป่ยขยับพัดในมือเบาๆ เขามองแผนที่พลางเอ่ยเสริมด้วยน้ำเสียงนุ่มนวลทว่าหนักแน่น “พวกชนเผ่าอยู่ใกล้ค่ายทหารเรากว่าที่คิดแต่พวกมันกลับไม่บุกเข้ามาทำเพียงลอบซุ้มโจมตีเท่านั้น กระหม่อมคิดว่าตอนนี้พวกมันอาจมีกำลังพลน้อยกว่าพวกเรา คาดว่าคงรอกำลังเสริมเพ
Baca selengkapnya

บทที่ 11 แผนการหลบหนี

บทที่ 11แผนการหลบหนีบรรยากาศหน้าจวนอ๋องเจิ้นเป่ยยามเช้าตรู่คึกคักไปด้วยเสียงฝีเท้าและเสียงเกือกม้า รถม้าคันหนึ่งจอดรออยู่หน้าจวน ขนาบข้างด้วยเหล่าทหารกล้านับสิบนายที่ได้รับคำสั่งให้คุ้มกันพระชายาไปสวดภาวนาถือศีลที่วัดบนหุบเขาเพื่ออธิษฐานให้ท่านอ๋องและกองทัพในสนามรบปลอดภัยและมีชัยกลับมาหลิวอวิ๋นเหมยและเหล่าบ่าวไพร่ต่างมายืนส่งเสด็จที่หน้าประตูใหญ่ แววตาของหญิงชราที่ผ่านโลกมาค่อนชีวิตเต็มไปด้วยความกังวล“พระชายาจะไม่นำบ่าวติดตามไปเพิ่มจริงๆ หรือเพคะ มีเพียงลั่วชิงคนเดียว หม่อมฉันเกรงว่าพระนางจะทรงลำบาก” หลิวอวิ๋นเหมยเอ่ยด้วยน้ำเสียงสั่นแฝงความกังวลเล็กน้อยเว่ยหว่านหนิงในอาภรณ์สีขาวบริสุทธิ์ดุจดอกบัวหิมะ ทอดสายตามองหญิงชราผู้เป็นตัวประกอบในนิยายที่ถูกกล่าวถึงเพียงหน้ากระดาษเดียว ในต้นฉบับหลิวอวิ๋นเหมยเป็นคนที่ภักดีต่อเซียวอวี้หานเป็นอย่างมาก น่าเสียดายที่นางถูกเว่ยหว่านหนิงสังหารเพียงเพราะต้องการแย่งอำนาจดูแลจวนอ๋องหลิวอวิ๋นเหมยผู้นี้...หากผูกมิตรไว้ย่อมดีกว่าเป็นศัตรู หญิงสาวคิดในใจก่อนจะเอ่ยปากด้วยน้ำเสียงเรียบแต่แฝงความนุ่มนวล“ข้าต้องการเพียงความสงบเพื่อสวดภาวนา มิอยากให้ผู้ใดมา
Baca selengkapnya

บทที่ 12 ช่วยชีวิตเจิ้นเป่ยอ๋อง

บทที่ 12ช่วยชีวิตเจิ้นเป่ยอ๋องภายในกระโจมบัญชาการถูกปกคลุมด้วยกลิ่นคาวเลือดที่น่าสะอิดสะเอียน เซียวอวี้หานนอนทอดกายอยู่บนเตียงไม้หนาใบหน้าของเทพสงครามแห่งแดนเหนือบัดนี้ซีดเผือดไร้สีเลือด บาดแผลฉกรรจ์ที่หน้าท้องถูกย้อมด้วยโลหิตสีดำคล้ำที่ยังคงไหลซึมออกมาไม่ขาดสายหมอหลวงหลิวผู้ผ่านร้อนผ่านหนาวมาค่อนชีวิต บัดนี้มือเหี่ยวย่นกลับสั่นระริกขณะวางนิ้วลงบนชีพจรที่แผ่วเบาจนแทบสัมผัสไม่ได้ หยาดเหงื่อเย็นเฉียบไหลซึมตามร่องรอยเหี่ยวย่นบนหน้าผาก“นี่มัน พิษหยกดำของพวกชนเผ่า...” เสียงของเขาแหบพร่าและสั่นเครือ “พิษนี้ไร้ยาถอน ข้าทำได้เพียงใช้เข็มเงินประคองลมหายใจยื้อเวลาไว้ครู่หนึ่งเท่านั้น”เว่ยหว่านหนิงจ้องมองร่างที่หายใจรวยรินของสามีด้วยความกังวล ก่อนจะสูดลมหายใจเข้าลึกจนอกกระเพื่อมพยายามกดข่มความสั่นไหวในใจ พลางดัดเสียงให้ทุ้มต่ำประหนึ่งบุรุษแล้วก้าวเข้าไปตรงหน้ารองแม่ทัพหนุ่ม“ข้าคือหมอชาวบ้านที่พระชายาส่งตัวมาจากเมืองเป่ยหลิง” นางยอบกายลงอย่างนอบน้อม กิริยาท่าทางสุขุมเยือกเย็นจนคนรอบข้างแปลกใจ “ข้าพอมีวาสนาได้ศึกษาวิชาพิษของพวกชนเผ่ามาบ้าง ขอให้ข้าได้ลองตรวจอาการท่านอ๋องดูสักครั้งเถิด”“เหลว
Baca selengkapnya

บทที่ 13 การไต่สวนจากสามี

บทที่ 13การไต่สวนจากสามีเว่ยหว่านหนิงสะดุ้งสุดตัวตื่นจากความฝันจนเกือบตกจากเก้าอี้ นางสูดลมหายใจลึกหนึ่งครั้งหลังจากรู้ตัวว่าเผลอหลับไป ด้วยความเคยชินหญิงสาวจึงเอื้อมมือออกไปตั้งใจจะจับชีพจรของคนป่วย ทว่าในวินาทีนั้นเองการเคลื่อนไหวทั้งหมดกลับชะงักลงไม่มีคนนอนอยู่?ดวงตาคู่สวยกวาดมองไปยังเตียงไม้ที่บัดนี้เหลือเพียงความว่างเปล่าและคราบโลหิตที่เริ่มแห้งกรัง ด้วยความตกใจจึงรีบยันกายลุกขึ้นอย่างร้อนรนทำให้เก้าอี้ไม้ที่นางนั่งอยู่เมื่อครู่ถูกผลักจนหงายหลังลงกระแทกพื้นโคร้ม![กะ...เกิดอะไรขึ้นมนุษย์ต่ำต้อย!]เจ้ามอลทีสสีขาวที่นอนหลับสบายอยู่ในหน้าต่างระบบกระโดดตัวลอยอย่างตื่นตระหนก มันอ้าปากหาวก่อนจะยืนสี่ขาดวงตากลมโตมองไปรอบ ๆ อย่างสับสน“เซียวอวี้หานเขาหายไปแล้ว...”หญิงสาวพึมพำพลางขมวดคิ้ว มือเรียวรีบจัดแจงเครื่องแต่งกายให้รัดกุมก่อนร่างบางจะก้าวออกจากกระโจมปะทะกับแสงตะวันยามเช้าที่สาดแสงลงมากระทบดวงตาจนนางต้องยกมือขึ้นป้อง“ท่านหมอ ท่านตื่นแล้วหรือ”เสียงทักทายอย่างเป็นมิตรดังมาจากทหารยามที่เฝ้าหน้ากระโจม บัดนี้สายตาที่เขามองนางเปลี่ยนไปจากเดิมอย่างสิ้นเชิง สายตานั้นมันเปี่ยมไปด้วยค
Baca selengkapnya

บทที่ 14 เกือบได้ไปเยือนปรโลกอีกครั้ง

บทที่ 14เกือบได้ไปเยือนปรโลกอีกครั้งท่ามกลางความเงียบงันยามราตรี มีเพียงเสียงฝีเท้าหนักแน่นสม่ำเสมอของทหารยามที่เดินตรวจตราอยู่ภายนอก ภายในกระโจมที่พักของเจิ้นเป่ยอ๋อง แสงตะเกียงน้ำมันวูบไหวตามแรงลมที่เล็ดลอดเข้ามา ส่งให้เงาของคนสองคนทาบทับลงบนผนังกระโจมดูพร่าเลือนเซียวอวี้หานนั่งพิงหัวเตียงด้วยท่วงท่าสงบนิ่งประดุจพยัคฆ์บาดเจ็บ แม้ร่างกายจะอ่อนแรงทว่าสายตาคมกลับเย็นชาจดจ้องไปยังร่างบอบบางในชุดบุรุษที่กำลังก้มหน้าก้มตาจัดแจงปูฟูกนอนลงบนพื้นแข็งกระด้างข้างเตียงของเขา“ข้าบอกให้เจ้ากลับไปนอนที่กระโจมท้ายค่าย” เสียงทุ้มต่ำเอ่ยไล่อย่างไร้เยื่อใยประหนึ่งออกคำสั่งแก่พลทหารเว่ยหว่านหนิงมิได้เงยหน้าขึ้นสบตา นางใช้มือเรียวจัดหมอนไม้ให้เข้าที่ด้วยความใจเย็นก่อนจะตอบกลับด้วยน้ำเสียงราบเรียบแต่หนักแน่นไม่แพ้กัน“พิษหยกดำในกายของท่านอ๋องยังถูกขับออกไม่หมดสิ้น บาดแผลที่หน้าท้องก็ยังมิอาจวางใจได้ หม่อมฉันกังวลว่าหากกลางดึกพิษในกายท่านอ๋องกำเริบขึ้นมา หม่อมฉันที่นอนอยู่ท้ายค่ายแม้จะวิ่งกระหืดกระหอบมาก็คงรักษาไม่ทันการ”นางกล่าวจบโดยไม่รอฟังคำคัดค้านใด ๆ ร่างบางล้มตัวลงนอนบนฟูกที่ปูไว้อย่างเรียบง่า
Baca selengkapnya

บทที่ 15 คำเตือนจากสามี

บทที่ 15คำเตือนจากสามีเว่ยหว่านหนิงมองร่างสูงใหญ่กำยำของเซียวอวี้หานที่นอนแข็งทื่ออยู่บนพื้นสลับกับเตียงหลังใหญ่ นางพยายามจะพยุงเขาขึ้นไปแต่แรงมดอย่างนางหรือจะสู้ร่างใหญ่ ๆ ของเจิ้นเป่ยอ๋องผู้นี้ได้ สุดท้ายหญิงสาวจึงตัดสินใจออกแรงลากร่างที่ขยับไม่ได้ของเขาไปนอนลงบนฟูกของนางที่ปูไว้บนพื้นแทน“เฮ้อ...เรียบร้อย เอาล่ะ มาเริ่มการรักษากันเถอะ” นางพึมพำพลางปาดเหงื่อ[จุดแรกฝังลงที่จุดไป๋ฮุ่ย (กลางกระหม่อม) ลึกสามในสิบส่วน]เจ้ามอลทีสเอ่ยออกมาด้วยน้ำเสียงจริงจังคล้ายอาจารย์ที่กำลังสั่งสอนลูกศิษย์ เพราะเว่ยหว่านหนิงได้เรียนรู้เกี่ยวกับยาพิษหยกดำมามากพอแล้วการที่มันจะชี้นำสั่งสอนอีกฝ่ายเพิ่มอีกหน่อยนั่นนับว่าไม่ผิดสัญญาที่ให้ไว้กับคนตระกูลไป๋รุ่นแรกเว่ยหว่านหนิงได้ยินเช่นนั้นก็ขยับเข้าไปใกล้ มือเรียวเอื้อมหมายจะปลดหน้ากากสีเงินครึ่งซีกที่บดบังใบหน้าของเขาออกเพื่อให้ถนัดต่อการหาจุดฝังเข็ม ทว่าในพริบตานั้นน้ำเสียงที่เย็นเยียบดุจน้ำแข็งก็ดังขึ้นมา“หากเจ้ากล้าแตะต้องหน้ากากของข้า ข้าจะสับมือเจ้าทิ้งเสีย!”เซียวอวี้หานกำหมัดแน่นจนเส้นเลือดปูดโปน แม้ร่างกายจะขยับไม่ได้ด้วยฤทธิ์ยาอัมพาตแต่ดวงตาคม
Baca selengkapnya

บทที่ 16 ความรู้สึกที่ไม่คุ้นเคย

บทที่ 16ความรู้สึกที่ไม่คุ้นเคยท่ามกลางเสียงกีบม้าที่กระทบพื้นดินจนฝุ่นตลบอบอวล ขบวนแพทย์นับยี่สิบชีวิตกำลังเตรียมพร้อมเคลื่อนกำลังสู่แนวหน้า เว่ยหว่านหนิงในอาภรณ์บุรุษสีเข้มดูรัดกุมเดินถือถุงผ้าที่เต็มไปด้วยยามสมุนไพรตรงเข้าไปร่วมขบวนเนื่องจากทหารแนวหน้าต้องได้รับการรักษาอย่างเร่งด่วนทำให้พวกเขาต้องเร่งเวลาเดินทางจึงไม่อาจใช้รถม้าได้ แน่นอนว่าการควบม้าไปคือทางเลือกเดียวที่ดีที่สุด เมื่อถึงเวลาใกล้ออกเดินทางเหล่าแพทย์ทหารต่างขึ้นม้าด้วยความชำนาญ เว่ยหว่านหนิงมองซ้ายมองขวาเพื่อหาพาหนะของตน“ท่านหมอเว่ย หาอะไรอยู่หรือ?” รองแม่ทัพหนุ่มเอ่ยถามหลังจากเห็นอีกฝ่ายพยายามมองหาบางอย่าง“ข้ากำลังหาม้าของข้า”“อ่า...ม้าของท่านน่ะหรือ อยู่ตรงนั้นอย่างไรเล่า”หญิงสาวมองตามปลายนิ้วของรองแม่ทัพ ก่อนจะหยุดชะงักด้วยความตกตะลึงเมื่อเห็นม้าของตนถูกจัดให้อยู่ห่างไกลจากตำแหน่งของเซียวอวี้หานจนแทบมองไม่เห็นแม้แต่แผ่นหลังของเขา“เหตุใดม้าของข้าถึงถูกจัดให้อยู่ท้ายขบวน?” นางหันไปถามด้วยความข้องใจ “หากพิษในกายของท่านอ๋องกำเริบขึ้นมากลางทาง ข้ามิต้องขี่ม้าข้ามหัวหมอคนอื่นไปหาเขาหรือ!”“นั่นเป็นบัญชาจากท่านอ๋
Baca selengkapnya

บทที่ 17 ค่ายทหารแนวหน้า

บทที่ 17ค่ายทหารแนวหน้าหลังจากผ่านพ้นความตรากตรำบนหลังม้ามานานถึงสองวันเต็ม ขบวนแพทย์และทหารก็ควบม้ามาถึงค่ายทหารแนวหน้า ทว่าทันทีที่ขบวนควบม้าผ่านประตูกั้นที่ทำจากซุงขนาดใหญ่ สิ่งที่อยู่เบื้องหน้ากลับทำให้หมอในขบวนทุกคนถึงกับชะงักงันจนแทบจะลืมหายใจกลิ่นคาวเลือดคละคลุ้งลอยมาปะทะจมูกอย่างรุนแรง เสียงคร่ำครวญด้วยความเจ็บปวดของเหล่าทหารกล้าที่เคยองอาจดังระงมไปทั่วบริเวณประหนึ่งเสียงเพรียกจากขุมนรก“ถวายบังคมท่านอ๋อง!”หม่าเฉิงกงผู้เป็นแม่ทัพและหลี่จื่อฉีกุนซือหนุ่มผู้ปราดเปรื่องเข้ามาคุกเข่าทำความเคารพ ก่อนจะกวาดสายตามองไปยังกลุ่มแพทย์นับยี่สิบชีวิตที่ติดตามท่านอ๋องมา“รายงานสถานการณ์มา” เซียวอวี้หานเอ่ยถามเสียงทุ้มต่ำพลางหันไปยังกระโจมพักของทหารที่คาดว่าตอนนี้คงเต็มไปด้วยทหารที่บาดเจ็บเมื่อได้รับอนุญาตให้รายงาน ทั้งสองจึงเอ่ยถึงสถานการณ์ด้วยสีหน้าเคร่งเครียดว่ากองกำลังชนเผ่าได้ล่าถอยทัพไปแล้ว ทว่าตอนนี้ในค่ายกลับมีทหารบาดเจ็บสาหัสจำนวนมากกุนซือหลี่เงยหน้าขึ้น สายตาของเขาปะทะเข้ากับใบหน้าของชายหนุ่มร่างเล็กที่ยืนอยู่ไม่ไกล แม้อีกฝ่ายจะอยู่ในอาภรณ์บุรุษที่ดูคล่องตัวทว่าเค้าหน้านั้นกล
Baca selengkapnya

บทที่ 18 ความรู้สึกที่เริ่มก่อตัว

บทที่ 18ความรู้สึกที่เริ่มก่อตัวเวลาล่วงเลยผ่านไปเกือบพลบค่ำการรักษาทหารรายสุดท้ายของวันนี้ก็เสร็จสิ้นลง เว่ยหว่านหนิงที่เหนื่อยล้าจากการรักษาผู้ป่วยเดินโซเซกลับมายังกระโจมแพทย์ นางทรุดกายลงนั่งบนเก้าอี้อย่างหมดสภาพ แผ่นหลังบอบบางพิงผนังเก้าอี้ไม้พลางก้มลงมองอาภรณ์บุรุษของตนเอง บัดนี้มันเปรอะเปื้อนไปด้วยรอยโลหิตแห้งกรังของผู้ป่วยและฝุ่นดินจากการรอนแรมกลางป่าตลอดสองวัน“ท่านหมอเว่ย จะกลับกระโจมที่พักเลยหรือไม่”แม่ทัพหม่าเอ่ยถามหมอหนุ่มหน้าสวยตรงหน้าด้วยน้ำเสียงที่ทุ้มต่ำและแฝงไปด้วยความห่วงใย หลังจากที่เขาได้เห็นถึงความทุ่มเทและการเสียสละของหมอหนุ่มตรงหน้า อคติที่เคยมีต่ออีกฝ่ายพลันมลายหายไปจนสิ้นเหลือไว้เพียงความนับถือในฐานะแพทย์ผู้เสียสละ“ข้าจะอยู่ที่นี่ต่ออีกครู่หนึ่งขอรับท่านแม่ทัพ” เว่ยหว่านหนิงตอบด้วยน้ำเสียงแหบพร่า “ใกล้ถึงเวลาที่ข้าต้องไปฝังเข็มขับพิษให้ท่านอ๋องแล้ว ข้าตั้งใจว่าจะต้มยาบำรุงไปถวายพระองค์ด้วย”“ท่านหมอเว่ยมีสิ่งใดให้ข้าช่วยหรือไม่”หม่าเฉิงกงย่างกายเข้าไปใกล้ เมื่อเห็นใบหน้าขาวซีดและหยาดเหงื่อที่ซึมตามไรผมของอีกฝ่าย เขาก็อดไม่ได้ที่จะรู้สึกผิดที่ก่อนหน้านี้เค
Baca selengkapnya

บทที่ 19 ต่อจากนี้เจ้าห้ามได้รับบาดเจ็บเพราะข้าอีก

บทที่ 19ต่อจากนี้เจ้าห้ามได้รับบาดเจ็บเพราะข้าอีกภายในกระโจมที่บัดนี้เหลือเพียงความเงียบสงัดและกลิ่นกรุ่นของยาสมุนไพร เว่ยหว่านหนิงลงมือเย็บปิดปากแผลที่หน้าท้องให้เซียวอวี้หานอย่างใจเย็น มือเรียวขยับเข็มผ่านผิวหนังแกร่งด้วยความชำนาญจนฝีเข็มสุดท้ายจบลง นางเงยหน้าขึ้นคลี่ยิ้มอ่อนโยนให้เขาเป็นเชิงบอกว่าการทำแผลเสร็จสิ้นแล้ว“ต่อจากนี้หม่อมฉันจะเริ่มฝังเข็มขับพิษนะเพคะ” นางเอ่ยเสียงแผ่วก่อนจะขยับเข้าไปใกล้เพื่อคลำหาจุดชีพจรทุกครั้งที่ปลายนิ้วนุ่มสัมผัสลงบนผิวเนื้อที่ร้อนรุ่ม ร่างกายของเซียวอวี้หานกลับมีปฏิกิริยาอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน หัวใจที่เคยนิ่งสงบดุจผิวน้ำกลับเต้นแรงรัวจนแทบทะลุอก ลำคอของเขาแห้งผากจนต้องลอบกลืนน้ำลายลงคออึกใหญ่ สายตาคมพยายามเบือนหนีใบหน้าหวานที่อยู่ใกล้เพียงลมหายใจกั้นทว่าเว่ยหว่านหนิงกลับมิได้สังเกตเห็นความผิดปกติเหล่านั้นแม้แต่น้อย เพราะนางกำลังจดจ่ออยู่กับการฝังเข็มลงบนจุดสำคัญด้วยสมาธิอันแน่วแน่ จนกระทั่งเข็มสุดท้ายถูกกดลงเซียวอวี้หานก็กระอักโลหิตสีดำข้นออกมาคำโต“ตอนนี้พิษหยกดำในร่างกายท่านอ๋องถูกขับออกมาจนหมดแล้วนะเพคะ” นางเอ่ยพลางใช้ผ้าเช็ดมุมปากให้เขาอย
Baca selengkapnya
Sebelumnya
123
Pindai kode untuk membaca di Aplikasi
DMCA.com Protection Status