LOGINแพทย์สาวได้เกิดใหม่ในร่างนางร้ายพร้อมระบบเทพโอสถ นางพบว่าตนเองกลายเป็นพระชายาของเจิ้นเป่ยอ๋องที่มีฉายาว่าเหี้ยมโหด หญิงสาวจึงใช้ความสามารถทางการแพทย์เปลี่ยนแปลงชะตาไม่ยอมตายอย่างเช่นนางร้ายในต้นฉบับ
View More【|華栄《かえい》13年・11月】「……これが、あなた様がわたくしに見せたかったものである、と?」
|奈世《なよ》の声は、意外なほど静かだった。広間の上段で、夫である|永井康夜《ながいこうや》は別の女を腕に抱いていた。都から呼び寄せられたらしい華やかな衣装の女が、彼の胸に身体を寄せ、勝ち誇ったように奈世を見下ろしている。康夜自身は冷たい目で妻を見据え、口元に嘲るような笑みを浮かべていた。「ああ。これが現実だ」康夜の声も、また静かだった。しかしその静けさの中に、容赦のない刃が潜んでいる。急に側室を|娶《めと》ったわけでもないことはわかった。正室である奈世に相談も無く、勝手にそんなことを決める男でないことも知っている。ただの女遊びであれば、堂々と妻の前に見せるものでもない。わざわざ晒すことに意味がある。次に康夜が口にするであろう台詞を悟り、奈世は目を閉じた。とても直視していられなかった。やがて康夜は口を開く。答え合わせだ。「お前とは離縁いたす。もはや邪魔だ。明日までに我が城を出てゆけ」奈世は正面の下段で、ただ座していた。予想通りの言葉ながら、巨大な岩で殴られたかのような頭痛が走った。それでも薄目を開け、もう一度、正面を見上げる。もちろん上段にいる夫に絡みつく遊女のような女の姿は幻ではなく、消えることはなかった。3年前にこの男と政略結婚をしたとき――いやそれ以前からずっと、彼女は康夜の不器用さを知っていた。感情をうまく言葉にできない男で、時に|幼子《おさなご》のように素直で、時に残酷なまでに|寡黙《かもく》だ。「……さようでござりまするか」だからこそ、今この演出が——別の女を抱き、見下すように笑うこの姿が——本物だと、奈世は悟らざるを得なかった。賢い女は、抗議などしても無意味だと、すべてを受け入れた。短く息を吐き、ゆっくりと目を閉じて言う。「わかりました」その一言だけを残し、立ち上がって広間を去った。後ろで女の笑い声がした気がした。康夜の声は、もう聞こえなかった。※【華栄3年・12月】「奈世、一生のうちに、人生を何度もやり直す術があることを知っておるか」氷室家の老当主である祖父は、都への仕入れの帰り、船中でそう言った。ほとんど|髷《まげ》も|結《ゆ》えぬほどに短い白髪。なのに、白い髭だけはぼうぼうと伸び、胸元までかかるほどだった。陽光を浴びた髭が、風に揺れて白い煙のように見える。「それはなあに? おじじ様。不老不死の薬でもあるのでござりまするか?」当時の奈世は10歳。先祖譲りの赤い目。そして母と同じ木炭のような黒髪はおかっぱにし、膝を揃えて座る彼女の前で、祖父は|胡座《あぐら》をかいている。祖父はカッカッカと豪快に笑った。髭が波打ち、短い髪まで揺れるほど。「そのようなものは存在せぬし、そもそも不要じゃ。もっと身近なもので出来る」「身近なもの……ますますわかりませぬ」怒ったように言う孫に、祖父はまた笑いながら答えを示す。「“|書《しょ》”じゃ。“書”を読むことじゃ」と、祖父の手には、異国の歴史学者・|宗亮《そうりょう》が記したとされる書物が掲げられていた。挿絵付きで、子供でも読みやすいと巷で評判の一冊。それも今回、都で買い求めたものの一つだった。「“書”? ……なあんだ、本でござりまするか」心底ガッカリしたように奈世は言う。もっとワクワクするような答えがあると思ったのに。そんな奈世の態度を𠮟りつけるように、白髭の年寄りは続けた。「なあんだとはなんだ! “書”にはな、いくつもの人の人生が刻まれておる。それを読むことで、まるでその者の人生を体感するような気分が味わえるのじゃ」“気分”……もっと画期的な何かだと思ったのに。早くも祖父の話に興味を失いかけた奈世だったが、老人はそんな孫の様子を知ってか知らずか、話を続けた。「書いた者の経験だけでなく、知識も取り入れられる。“書”を読むことからは、|数多《あまた》の学びを得ることができる」奈世は少し首を|傾《かし》げた。「確かに本を読むことは、わたくしも好みまする。ただ最近は槍や刀のお稽古ばかりで、本を読む時間があまり取れぬのです」「そりゃあいかんな」と、祖父が首を振るたび、白い髭もまるで生き物のように左右に揺れる。「今は乱世。生きるために戦う術を学ぶことも大事じゃ。だが、同時に“書”も読まねばいかん。そこには沢山の先人の知恵が描かれておるからな」「先人の、知恵」おうむ返しに奈世は言う。「お前も大事な人生の選択を迫られる時が来よう。そんなときに後悔なく、選択を間違わぬようにするためには、“書”から学びを得ることこそ大事じゃぞ」「わかりました、おじじ様。ちゃんと読みまするから、髭をそんなに揺らすのはおやめくだされ。見ていると、船酔いしそうで……」祖父はまたカッカッカと笑い、髭をわざと大きく揺らして見せた。※【華栄13年・11月】唐突に言い渡された、夫からの離縁。気持ちが定まらない中、奈世は自室にこもり、出ていくための身支度を進めていた。泣き出したい気分だったし、あの女に殴りかかりたい気持ちもあった。けれどそれをせずに、あまりに冷静に事実を受け止めている自分もいる。まるで心が二つあるようだ。だが、今はどちらかと言えば冷静さの方が上回っている。幼い頃から、やりたいと思うことには一直線だった。たびたび武具の仕入れのために都に向かう祖父に、何度も付いて行った。都は遠いし、途中で賊に遭うかもしれない、危険だと言われても、絶対に行くと言って聞かなかった。「カッカッカ! 豪胆な子だ。良い、ならば連れて行ってやる。なぁに、儂もまだまだ現役よ。賊なんぞ現れても、この拳一本で追い払ってやるわい」そう言う祖父は頼もしかったが、3歳の頃から武家の娘として武芸を叩きこまれていた。10歳になる頃には、大人相手にも対等に戦える力と技量を身に付けていた。すべては好奇心だった。政略結婚とは言え、永井康夜と結ばれたのも、軍師としての彼の力量に惹かれたからだった。夫婦として末永く添い遂げたいという気持ちより、彼の才覚を近くで見たいという気持ちの方が強かった。その軍師に裏切られた。ならば、やることは決まっている。世の|女子《おなご》たちのようにめそめそと哀しんでいる暇などない。――訂正しよう。今、奈世の感情として、“どちらかと言えば冷静さの方が上回っているようだ”と評価したのは誤りである。奈世の手にあるのは、宗亮の歴史書。開いたページに描かれていたのは、夫に離縁された異国の姫君が、元夫を焼き殺す絵だ。“復讐”。いま奈世の心に刻まれているのは、その2文字であった。ตอนพิเศษ เมื่อพยัคฆ์ต้องยกน้ำชาให้สุนัข?ภายในห้องนอนอันหรูหราที่อบอวลไปด้วยกลิ่นหอมอ่อน ๆ ของกำยานสมุนไพร เซียวอวี้หานนั่งขมวดคิ้วจ้องมองถ้วยน้ำชาในมือสลับกับมองที่ว่างกลางอากาศเบื้องหน้าตนเองด้วยแววตาสับสน“หว่านหนิง เจ้าแน่ใจนะว่าต้องทำถึงเพียงนี้?” ท่านอ๋องผู้ปลิดชีพศัตรูนับพันในสนามรบ เอ่ยถามภรรยาด้วยน้ำเสียงที่เต็มไปด้วยความไม่มั่นใจเป็นครั้งแรกในชีวิตเว่ยหว่านหนิงพยักหน้ายืนยันอย่างหนักแน่น นางพยายามกลั้นยิ้มจนแก้มตุ่ย “เพคะท่านอ๋อง ท่านเทพผู้คุ้มครองหม่อมฉันเขาช่วยเราไว้มาก หากไม่มีเขา หม่อมฉันคงปรุงยารักษาท่านไม่สำเร็จแน่ ท่านเพียงแค่ยกถ้วยขึ้นแล้วกล่าวคำขอบคุณเบา ๆ ก็พอเพคะ”ในหน้าต่างระบบยามนี้เจ้ามอลทีสขนฟูกำลังสวมหมวกขุนนางใบเล็ก นั่งไขว่ห้างลอยตัวอยู่บนอากาศด้วยท่าทางพองขนอย่างภาคภูมิใจ[หึ ๆ ดูท่าทางเจ้ามนุษย์ตัวโตนี่สิ! ยามอยู่ข้างนอกทำวางอำนาจ พอกลับมาหาเมียก็กลายเป็นลูกแมวเชื่อง ๆ เสียได้ เอ้า! รีบยกน้ำชามาขารวะข้าเสียดีๆ]เซียวอวี้หานถอนหายใจยาว แม้เขาจะมองไม่เห็นตัวตนของท่านเทพที่นางว่า แต่เขาก็ยอมทำตามใจนางทุกอย่าง เขาประคองถ้วยชาด้วยสองมืออย่างสง่างามและนอบน้อม
บทที่ 27เจ้ารักข้าหรือไม่ ENDภายในมิติสมุนไพรเว่ยหว่านหนิงกำลังจดจ่ออยู่เบื้องหน้าเตาต้มยาโบราณ แสงไฟจากฟืนไม้จันทน์ทอแสงวูบไหวสะท้อนในดวงตาคู่สวยที่เต็มไปด้วยความมุ่งมั่น มือบางค่อย ๆ บรรจงวางหญ้าน้ำค้างสวรรค์ที่มีเกล็ดน้ำแข็งใสระยิบระยับลงในหม้อดินเผาทันทีที่สมุนไพรนั้นสัมผัสกับน้ำเดือดพล่าน กลิ่นหอมสะอาดสดชื่นที่ช่วยให้จิตใจปลอดโปร่งก็ขจรขจายไปทั่วบริเวณ กลบกลิ่นขมปร่าของสมุนไพรชนิดอื่นจนสิ้น ทิ้งไว้เพียงไอยาที่ให้ความรู้สึกเย็นสบายอย่างน่าประหลาด[นั่นแหละมนุษย์ต่ำต้อย! ค่อยๆ เร่งไฟขึ้นอีกนิด]เจ้าหมามอลทีสขนฟูในหน้าต่างระบบตะโกนสั่งการ พลางทำท่าเดินตรวจตรากลางอากาศด้วยท่าทางกระตือรือร้นเกินเหตุ“ข้ารู้แล้วน่ะ เจ้าเลิกกระโดดไปมาเสียที ข้าเสียสมาธิหมด” หว่านหนิงปาดเหงื่อที่ผุดพรายบนหน้าผากเนียน ขณะที่ใช้ทัพพีไม้เคี่ยวยาด้วยจังหวะที่สม่ำเสมอ[หึ ๆ เจ้ากลัวเสียสมาธิ หรือกลัวว่ายาจะไม่ได้ผลจนช่วยสามีสุดที่รักของเจ้าไม่ทันกันแน่?]เจ้าลูกหมาตัวแสบแสยะยิ้มกวนประสาท แววตาเจ้าเล่ห์จ้องมองปฏิกิริยาของนาง[ข้าล่ะไม่อยากจะเชื่อสายตาจริง ๆ ตอนแรกยังทำท่าจะฆ่าจะแกงกันอยู่เลย ไฉนยามนี้ถึงได้
บทที่ 26หมดสิ้นบุญคุณภายในห้องลับชั้นบนสุดของโรงน้ำชาที่ตั้งอยู่ตรงหัวมุมถนนอันเงียบเหงา กลิ่นควันธูปไม้จันทน์หอมฟุ้งกระจายไปทั่วห้อง เผยอวี้เฉิงนั่งอยู่หลังโต๊ะไม้แกะสลัก ใบหน้าที่เคยประดับด้วยรอยยิ้มประจบประแจง บัดนี้กลับบิดเบี้ยวด้วยแววตาที่เต็มไปด้วยความทะเยอทะยานและความละโมบเขากำลังกางแผนผังของลานพิธีรับชัยที่กำลังจะเกิดขึ้นในอีกไม่กี่วันข้างหน้า โดยมีลูกน้องคนสนิทสองคนนั่งร่วมวางแผนด้วยท่าทีเคร่งขรึม“ครั้งที่แล้วมือสังหารทำงานพลาดปล่อยให้มันรอดกลับมาได้!” เผยอวี้เฉิงตบโต๊ะเสียงดังปังจนถ้วยน้ำชาสั่นสะเทือน “แต่คราวนี้ข้าจะไม่ยอมให้เกิดคำว่าผิดพลาดเป็นอันขาด”“แต่ท่านแม่ทัพขอรับ ยามนี้เจิ้นเป่ยอ๋องดูเหมือนจะระแวดระวังตัวมากขึ้น ทหารองครักษ์ก็เฝ้าอยู่รอบตัวแน่นหนา การเข้าถึงตัวคงมิใช่เรื่องง่ายเลย” ลูกน้องคนสนิทเอ่ยท้วงด้วยน้ำเสียงกังวลเผยอวี้เฉิงยกยิ้มเย็นชาแววตาฉายแววเจ้าเล่ห์ “ใครบอกว่าข้าจะส่งคนไปฟันดาบใส่มันตรง ๆ ในงานพิธีรับชัย ทหารและชาวเมืองเป่ยหลิงนับหมื่นจะมารวมตัวกัน ความวุ่นวายคืออาวุธที่ดีที่สุด”เขาใช้นิ้วชี้ไปที่จุดหนึ่งในแผนผังซึ่งเป็นปะรำพิธีสูงชันที่เซียวอวี้
บทที่ 25ข้าจะปกป้องเจ้าเองท่ามกลางตลาดที่เคยพลุกพล่านด้วยการจับจ่ายบัดนี้กลับคละคลุมไปด้วยบรรยากาศอันอึมครึม หัวข้อสนทนาที่ถูกส่งต่อกันตามร้านน้ำชาและหัวมุมถนนมิใช่เรื่องพืชพรรณธัญญาหารอีกต่อไป ทว่ากลับเป็นเรื่องอื้อฉาวของสตรีสูงศักดิ์ที่กล้าเหยียบย่ำกฎเหล็กของแผ่นดิน“เจ้าได้ยินหรือไม่? ที่แท้ข่าวที่ว่าพระชายาแอบติดตามท่านอ๋องไปในสนามรบนั้นเป็นเรื่องจริง!” สตรีวัยกลางคนนางหนึ่งขยับตะกร้าผักในมือพลางลดเสียงต่ำแต่แฝงความตื่นตระหนก “นางเป็นสตรี แต่กลับกล้าเข้าไปปะปนในค่ายทหารที่มีแต่บุรุษ ช่างไร้ยางอายเสียจริง!”ชายชราผู้หนึ่งที่กำลังนั่งจิบน้ำชาแค่นหัวเราะพลางส่ายหน้า “กฎอัยการศึกมีไว้เพื่อปกป้องบ้านเมือง ห้ามสตรีเข้าใกล้กองทัพมาแต่โบราณกาล แต่นางกลับใช้ความเป็นพระชายาข้ามหัวเหล่านายกอง นี่มิใช่เป็นการดูหมิ่นเกียรติภูมิของเหล่านักรบหรอกหรือ?”“ข้ามิได้ห่วงเรื่องกฎเพียงอย่างเดียวหรอกท่านลุง” ชายหนุ่มอีกคนแทรกขึ้นด้วยแววตาวิตกกังวล “โบราณว่าไว้สตรีคือหยินที่อ่อนช้อย หากเข้าไปปะปนในสถานที่ที่มีไอหยางคุกรุ่นอย่างค่ายทหาร ย่อมทำลายโชคลาภและวาสนาของกองทัพ ข้าล่ะเกรงนักว่าศึกครั้งหน้า ทหารข
บทที่ 6ระบบเทพโอสถ“สมุนไพรพวกนี้มันล้ำค่าและหายากมากเลยไม่ใช่หรือ...”หญิงสาวพึมพำกับตนเองมองสมุนไพรที่อยู่ในสวนตาเป็นประกาย ก่อนร่างบางจะก้าวเข้าไปในกระท่อมกลิ่นหอมของสมุนไพรพลันลอยโชยเข้ามากระทบจมูก หว่านหนิงเริ่มเดินสำรวจภายในกระท่อมพบโอสถถูกจัดเรียงเป็นระเบียบเต็มตู้ไม้และยังมีตำราแพทย์นับร้อ
บทที่ 5กำไลมิติสมุนไพรเวลาล่วงเลยผ่านไปสามวันลั่วชิงที่ทำตามคำสั่งสำเร็จได้นำสมุดเล่มหนามาวางลงตรงหน้าผู้เป็นนายหญิงของตน ด้านในเต็มไปด้วยรายชื่อของบ่าวรับใช้และทหารในจวน รวมทั้งคำบรรยายเรื่องราวบทลงโทษอันโหดร้ายที่พวกเขาได้รับความไม่เป็นธรรมอย่างละเอียดเว่ยหว่านหนิงนั่งอ่านเนื้อหาด้านในอย่างตั้
บทที่ 4ข้าจะเปลี่ยนชะตานางร้ายค่ำคืนอันเงียบงันถูกปกคลุมด้วยหิมะที่โปรยปรายลงมาอย่างไม่รู้เหน็ดเหนื่อย ความเย็นเยียบแผ่ซ่านไปทั่วอากาศจวนอ๋องเจิ้นเป่ยเงียบสงัดราวกับทั้งโลกหยุดหายใจแต่ภายในห้องนอนของพระชายากลับไม่อาจสงบนิ่งได้ดั่งเช่นภายนอกบนเตียงกว้างเว่ยหว่านหนิงนอนพลิกกายไปมาอย่างกระสับกระส่า
บทที่ 3เจิ้นเป่ยอ๋องผู้เย็นชายามรุ่งอรุณหิมะโปรยปรายขาวโพลนปกคลุมทั่วทั้งจวน ความหนาวเย็นแทรกซึมผ่านประตูหน้าต่างเข้ามาจนทำให้ลมหายใจของผู้คนเป็นไอขาว นี่เป็นครั้งแรกตั้งแต่เข้ามาอยู่ในร่างนี้ที่เว่ยหว่านหนิงก้าวออกจากห้องนอน ร่างบางสวมอาภรณ์หนาหนักสีอ่อนเดินอย่างเงียบงันตามโถงทางเดินยาวที่ทอดตรง












reviewsMore