로그인แพทย์สาวได้เกิดใหม่ในร่างนางร้ายพร้อมระบบเทพโอสถ นางพบว่าตนเองกลายเป็นพระชายาของเจิ้นเป่ยอ๋องที่มีฉายาว่าเหี้ยมโหด หญิงสาวจึงใช้ความสามารถทางการแพทย์เปลี่ยนแปลงชะตาไม่ยอมตายอย่างเช่นนางร้ายในต้นฉบับ
더 보기บทนำ
บนยอดเขาสูงที่เงียบสงัดห่างไกลจากผู้คนและเสียงรบกวนของเมืองใหญ่ มีคฤหาสน์หลังหนึ่งตั้งตระหง่านอยู่ท่ามกลางสายหมอกยามค่ำ ตัวบ้านออกแบบอย่างหรูหราโครงสร้างมั่นคงสมัยใหม่มีระบบรักษาความปลอดภัยแน่นหนาไม่ว่าผู้ใดก็ยากจะลักลอบเข้ามาได้
ภายในห้องนั่งเล่นกว้างใหญ่ประดับด้วยเฟอร์นิเจอร์ทันสมัยหรูหรา เสียงโทรทัศน์ดังแว่วคลอไปทั่วห้องเสียงผู้ประกาศหญิงเอื้อนเอ่ยอย่างชัดถ้อยชัดคำ
“ข่าวเด่นประจำค่ำคืนนี้แพทย์หญิงมากความสามารถ รักษาอาการป่วยเรื้อรังของประธานกู้ให้หายขาดได้อย่างน่าอัศจรรย์! ผู้คนต่างกล่าวขานถึงความเชี่ยวชาญของเธอ...”
ผู้ประกาศข่าวเอ่ยด้วยน้ำเสียงหนักแน่นก่อนต่อด้วยคำชื่นชมไม่ขาดปาก ทั้งยังกล่าวถึงข้อมูลของแพทย์หญิงที่สืบทอดสายเลือดจากตระกูลหมอที่มีประวัติเก่าแก่ยาวนานมาหลายชั่วคน
พรึบ..พรึบ
เสียงกระดาษที่กระทบกันดังขึ้นภายในห้อง แสงจากหน้าจอโทรทัศน์สะท้อนลงบนร่างหญิงสาวผู้หนึ่งที่นอนเอนกายอย่างสบายอยู่บนโซฟาหนานุ่ม ใบหน้าขาวเนียนใต้เส้นผมดำขลับมีรอยยิ้มจาง ๆ แฝงอยู่ในท่าทีผ่อนคลาย สองมือกุมหนังสือนิยายเล่มโปรดดวงตาคู่สวยก้มมองตัวอักษรบนหน้ากระดาษด้วยความเพลิดเพลินราวกับโลกทั้งใบเหลือเพียงเรื่องราวในหนังสือ
ไป๋หว่านหนิงแพทย์หญิงมากความสามารถที่กำลังถูกผู้ประกาศพูดถึงในข่าวหาได้สนใจเสียงรายงานข่าวไม่ ยามนี้เธอกลับใช้เวลาพักผ่อนเพียงลำพังหลบหนีความวุ่นวายในเมืองใหญ่มาอยู่ในบ้านพักต่างอากาศของตนที่ตั้งอยู่บนเขาที่เงียบสงัด
ครืนนน....
ทว่าขณะที่เรื่องราวในหนังสือกำลังเข้าสู่ช่วงเข้มข้น จู่ ๆ แผ่นดินก็พลันสั่นสะเทือนรุนแรง! โคมไฟระย้ากลางห้องแกว่งไหวราวใบไม้กลางพายุ เสียงกระจกแตกร้าวดังสนั่นตามด้วยเสียงครืนครั่นอันน่าหวาดหวั่นพื้นหินอ่อนใต้ฝ่าเท้าสั่นสะท้านราวจะถล่มลงมา
“แผ่นดินไหว…!” หว่านหนิงเอ่ยขึ้นอย่างตระหนก หนังสือในมือร่วงหล่นลงพื้นแต่ยังไม่ทันได้ก้าวเท้าเพื่อหาที่หลบภัย เสียงครืนครามมหาศาลก็ดังก้องตามมาด้วยผนังทั้งสี่ด้านแตกพังลงอย่างไม่ทันตั้งตัว
หญิงสาวถูกซากอาคารถาโถมเข้าทับจนร่างกายไร้เรี่ยวแรงจะดิ้นรน ความเจ็บแปลบแล่นปราดไปทั่วร่าง เลือดอุ่นค่อย ๆ ไหลรินออกจากมุมปากและศีรษะของหว่านหนิง ดวงตาที่เคยเปล่งประกายค่อย ๆ พร่าเบลอสุดท้ายทุกอย่างก็ดับวูบไป....
ตอนพิเศษ เมื่อพยัคฆ์ต้องยกน้ำชาให้สุนัข?ภายในห้องนอนอันหรูหราที่อบอวลไปด้วยกลิ่นหอมอ่อน ๆ ของกำยานสมุนไพร เซียวอวี้หานนั่งขมวดคิ้วจ้องมองถ้วยน้ำชาในมือสลับกับมองที่ว่างกลางอากาศเบื้องหน้าตนเองด้วยแววตาสับสน“หว่านหนิง เจ้าแน่ใจนะว่าต้องทำถึงเพียงนี้?” ท่านอ๋องผู้ปลิดชีพศัตรูนับพันในสนามรบ เอ่ยถามภรรยาด้วยน้ำเสียงที่เต็มไปด้วยความไม่มั่นใจเป็นครั้งแรกในชีวิตเว่ยหว่านหนิงพยักหน้ายืนยันอย่างหนักแน่น นางพยายามกลั้นยิ้มจนแก้มตุ่ย “เพคะท่านอ๋อง ท่านเทพผู้คุ้มครองหม่อมฉันเขาช่วยเราไว้มาก หากไม่มีเขา หม่อมฉันคงปรุงยารักษาท่านไม่สำเร็จแน่ ท่านเพียงแค่ยกถ้วยขึ้นแล้วกล่าวคำขอบคุณเบา ๆ ก็พอเพคะ”ในหน้าต่างระบบยามนี้เจ้ามอลทีสขนฟูกำลังสวมหมวกขุนนางใบเล็ก นั่งไขว่ห้างลอยตัวอยู่บนอากาศด้วยท่าทางพองขนอย่างภาคภูมิใจ[หึ ๆ ดูท่าทางเจ้ามนุษย์ตัวโตนี่สิ! ยามอยู่ข้างนอกทำวางอำนาจ พอกลับมาหาเมียก็กลายเป็นลูกแมวเชื่อง ๆ เสียได้ เอ้า! รีบยกน้ำชามาขารวะข้าเสียดีๆ]เซียวอวี้หานถอนหายใจยาว แม้เขาจะมองไม่เห็นตัวตนของท่านเทพที่นางว่า แต่เขาก็ยอมทำตามใจนางทุกอย่าง เขาประคองถ้วยชาด้วยสองมืออย่างสง่างามและนอบน้อม
บทที่ 27เจ้ารักข้าหรือไม่ ENDภายในมิติสมุนไพรเว่ยหว่านหนิงกำลังจดจ่ออยู่เบื้องหน้าเตาต้มยาโบราณ แสงไฟจากฟืนไม้จันทน์ทอแสงวูบไหวสะท้อนในดวงตาคู่สวยที่เต็มไปด้วยความมุ่งมั่น มือบางค่อย ๆ บรรจงวางหญ้าน้ำค้างสวรรค์ที่มีเกล็ดน้ำแข็งใสระยิบระยับลงในหม้อดินเผาทันทีที่สมุนไพรนั้นสัมผัสกับน้ำเดือดพล่าน กลิ่นหอมสะอาดสดชื่นที่ช่วยให้จิตใจปลอดโปร่งก็ขจรขจายไปทั่วบริเวณ กลบกลิ่นขมปร่าของสมุนไพรชนิดอื่นจนสิ้น ทิ้งไว้เพียงไอยาที่ให้ความรู้สึกเย็นสบายอย่างน่าประหลาด[นั่นแหละมนุษย์ต่ำต้อย! ค่อยๆ เร่งไฟขึ้นอีกนิด]เจ้าหมามอลทีสขนฟูในหน้าต่างระบบตะโกนสั่งการ พลางทำท่าเดินตรวจตรากลางอากาศด้วยท่าทางกระตือรือร้นเกินเหตุ“ข้ารู้แล้วน่ะ เจ้าเลิกกระโดดไปมาเสียที ข้าเสียสมาธิหมด” หว่านหนิงปาดเหงื่อที่ผุดพรายบนหน้าผากเนียน ขณะที่ใช้ทัพพีไม้เคี่ยวยาด้วยจังหวะที่สม่ำเสมอ[หึ ๆ เจ้ากลัวเสียสมาธิ หรือกลัวว่ายาจะไม่ได้ผลจนช่วยสามีสุดที่รักของเจ้าไม่ทันกันแน่?]เจ้าลูกหมาตัวแสบแสยะยิ้มกวนประสาท แววตาเจ้าเล่ห์จ้องมองปฏิกิริยาของนาง[ข้าล่ะไม่อยากจะเชื่อสายตาจริง ๆ ตอนแรกยังทำท่าจะฆ่าจะแกงกันอยู่เลย ไฉนยามนี้ถึงได้
บทที่ 26หมดสิ้นบุญคุณภายในห้องลับชั้นบนสุดของโรงน้ำชาที่ตั้งอยู่ตรงหัวมุมถนนอันเงียบเหงา กลิ่นควันธูปไม้จันทน์หอมฟุ้งกระจายไปทั่วห้อง เผยอวี้เฉิงนั่งอยู่หลังโต๊ะไม้แกะสลัก ใบหน้าที่เคยประดับด้วยรอยยิ้มประจบประแจง บัดนี้กลับบิดเบี้ยวด้วยแววตาที่เต็มไปด้วยความทะเยอทะยานและความละโมบเขากำลังกางแผนผังของลานพิธีรับชัยที่กำลังจะเกิดขึ้นในอีกไม่กี่วันข้างหน้า โดยมีลูกน้องคนสนิทสองคนนั่งร่วมวางแผนด้วยท่าทีเคร่งขรึม“ครั้งที่แล้วมือสังหารทำงานพลาดปล่อยให้มันรอดกลับมาได้!” เผยอวี้เฉิงตบโต๊ะเสียงดังปังจนถ้วยน้ำชาสั่นสะเทือน “แต่คราวนี้ข้าจะไม่ยอมให้เกิดคำว่าผิดพลาดเป็นอันขาด”“แต่ท่านแม่ทัพขอรับ ยามนี้เจิ้นเป่ยอ๋องดูเหมือนจะระแวดระวังตัวมากขึ้น ทหารองครักษ์ก็เฝ้าอยู่รอบตัวแน่นหนา การเข้าถึงตัวคงมิใช่เรื่องง่ายเลย” ลูกน้องคนสนิทเอ่ยท้วงด้วยน้ำเสียงกังวลเผยอวี้เฉิงยกยิ้มเย็นชาแววตาฉายแววเจ้าเล่ห์ “ใครบอกว่าข้าจะส่งคนไปฟันดาบใส่มันตรง ๆ ในงานพิธีรับชัย ทหารและชาวเมืองเป่ยหลิงนับหมื่นจะมารวมตัวกัน ความวุ่นวายคืออาวุธที่ดีที่สุด”เขาใช้นิ้วชี้ไปที่จุดหนึ่งในแผนผังซึ่งเป็นปะรำพิธีสูงชันที่เซียวอวี้
บทที่ 25ข้าจะปกป้องเจ้าเองท่ามกลางตลาดที่เคยพลุกพล่านด้วยการจับจ่ายบัดนี้กลับคละคลุมไปด้วยบรรยากาศอันอึมครึม หัวข้อสนทนาที่ถูกส่งต่อกันตามร้านน้ำชาและหัวมุมถนนมิใช่เรื่องพืชพรรณธัญญาหารอีกต่อไป ทว่ากลับเป็นเรื่องอื้อฉาวของสตรีสูงศักดิ์ที่กล้าเหยียบย่ำกฎเหล็กของแผ่นดิน“เจ้าได้ยินหรือไม่? ที่แท้ข่าวที่ว่าพระชายาแอบติดตามท่านอ๋องไปในสนามรบนั้นเป็นเรื่องจริง!” สตรีวัยกลางคนนางหนึ่งขยับตะกร้าผักในมือพลางลดเสียงต่ำแต่แฝงความตื่นตระหนก “นางเป็นสตรี แต่กลับกล้าเข้าไปปะปนในค่ายทหารที่มีแต่บุรุษ ช่างไร้ยางอายเสียจริง!”ชายชราผู้หนึ่งที่กำลังนั่งจิบน้ำชาแค่นหัวเราะพลางส่ายหน้า “กฎอัยการศึกมีไว้เพื่อปกป้องบ้านเมือง ห้ามสตรีเข้าใกล้กองทัพมาแต่โบราณกาล แต่นางกลับใช้ความเป็นพระชายาข้ามหัวเหล่านายกอง นี่มิใช่เป็นการดูหมิ่นเกียรติภูมิของเหล่านักรบหรอกหรือ?”“ข้ามิได้ห่วงเรื่องกฎเพียงอย่างเดียวหรอกท่านลุง” ชายหนุ่มอีกคนแทรกขึ้นด้วยแววตาวิตกกังวล “โบราณว่าไว้สตรีคือหยินที่อ่อนช้อย หากเข้าไปปะปนในสถานที่ที่มีไอหยางคุกรุ่นอย่างค่ายทหาร ย่อมทำลายโชคลาภและวาสนาของกองทัพ ข้าล่ะเกรงนักว่าศึกครั้งหน้า ทหารข
บทที่ 6ระบบเทพโอสถ“สมุนไพรพวกนี้มันล้ำค่าและหายากมากเลยไม่ใช่หรือ...”หญิงสาวพึมพำกับตนเองมองสมุนไพรที่อยู่ในสวนตาเป็นประกาย ก่อนร่างบางจะก้าวเข้าไปในกระท่อมกลิ่นหอมของสมุนไพรพลันลอยโชยเข้ามากระทบจมูก หว่านหนิงเริ่มเดินสำรวจภายในกระท่อมพบโอสถถูกจัดเรียงเป็นระเบียบเต็มตู้ไม้และยังมีตำราแพทย์นับร้อ
บทที่ 5กำไลมิติสมุนไพรเวลาล่วงเลยผ่านไปสามวันลั่วชิงที่ทำตามคำสั่งสำเร็จได้นำสมุดเล่มหนามาวางลงตรงหน้าผู้เป็นนายหญิงของตน ด้านในเต็มไปด้วยรายชื่อของบ่าวรับใช้และทหารในจวน รวมทั้งคำบรรยายเรื่องราวบทลงโทษอันโหดร้ายที่พวกเขาได้รับความไม่เป็นธรรมอย่างละเอียดเว่ยหว่านหนิงนั่งอ่านเนื้อหาด้านในอย่างตั้
บทที่ 4ข้าจะเปลี่ยนชะตานางร้ายค่ำคืนอันเงียบงันถูกปกคลุมด้วยหิมะที่โปรยปรายลงมาอย่างไม่รู้เหน็ดเหนื่อย ความเย็นเยียบแผ่ซ่านไปทั่วอากาศจวนอ๋องเจิ้นเป่ยเงียบสงัดราวกับทั้งโลกหยุดหายใจแต่ภายในห้องนอนของพระชายากลับไม่อาจสงบนิ่งได้ดั่งเช่นภายนอกบนเตียงกว้างเว่ยหว่านหนิงนอนพลิกกายไปมาอย่างกระสับกระส่า
บทที่ 3เจิ้นเป่ยอ๋องผู้เย็นชายามรุ่งอรุณหิมะโปรยปรายขาวโพลนปกคลุมทั่วทั้งจวน ความหนาวเย็นแทรกซึมผ่านประตูหน้าต่างเข้ามาจนทำให้ลมหายใจของผู้คนเป็นไอขาว นี่เป็นครั้งแรกตั้งแต่เข้ามาอยู่ในร่างนี้ที่เว่ยหว่านหนิงก้าวออกจากห้องนอน ร่างบางสวมอาภรณ์หนาหนักสีอ่อนเดินอย่างเงียบงันตามโถงทางเดินยาวที่ทอดตรง






리뷰더 보기