LOGINแพทย์สาวได้เกิดใหม่ในร่างนางร้ายพร้อมระบบเทพโอสถ นางพบว่าตนเองกลายเป็นพระชายาของเจิ้นเป่ยอ๋องที่มีฉายาว่าเหี้ยมโหด หญิงสาวจึงใช้ความสามารถทางการแพทย์เปลี่ยนแปลงชะตาไม่ยอมตายอย่างเช่นนางร้ายในต้นฉบับ
View MoreNatieli Andrade, uma mulher jovem de 28 anos de estatura mediana, pele clara, cabelos longos na cor castanho avermelhado, ela é magra mas tem os seios e a bunda média, não passa despercebida onde vai. Ela é formada em administração, é uma pessoa tranquila e determinada mas também muito teimosa, tem sempre a resposta na ponta da língua. Ela é órfã, mora com sua melhor amiga em um apartamento em São Paulo.
Felipe Valentim, um homem de 32 anos com 1,82 de altura, pele branca, cabelos castanho escuro, corpo musculoso com algumas tatuagens espalhadas por ele. Ele é o CEO de uma grande empresa de engenharia e construção, um homem sem sentimentos, na empresa todos morrem de medo dele, sua fama é de frio e sem coração. Mora sozinho desde seus vinte anos quando brigou com seu pai por não aceitar a forma que ele o tratava, sempre querendo manipula-lo. Maria De Assis, uma jovem mulher de 27 anos de estatura mediana, pele branca, cabelos na altura do ombro loiro, ela é magra, tem o corpo de uma modelo. Ela é a melhor amiga da Nat, fizeram faculdade juntas e dividem o mesmo apartamento. Ela é uma pessoa de família rica, mas brigou com os pais e saiu de casa para morar com a Nat. Joaquim Freitas, um homem de 30 anos com 1,80 de altura, pele bronzeada, cabelos preto meio encaracolado, tem o corpo bem malhado com várias tatuagens nos braços e pernas. Ele é o melhor amigo do Felipe, cresceram e estudaram juntos, hoje trabalham na mesma empresa. Ele é tranquilo, mas gosta de pegar todas as mulheres que der mole. Sinopse Natieli uma mulher doce, determinada e muito simpática está em busca de um novo emprego, sempre tão calma mas também sempre com a língua solta, acabou pedindo demissão do último emprego depois de uma discussão com sua ex chefe arrogante. Felipe com seu charme de tirar o fôlego e seu ego elevado, está aproveitando sua solteirisse ao máximo, ele não quer saber de relacionamento sério, cada dia está com uma mulher diferente e as tratando feito objetos. Ate que um dia ele é convidado pelo seu melhor amigo para passar um fim de semana na casa de praia da família, uma sequência de fatores o levam a conhecer a doce Nat, a partir desse encontro ela começa a mexer com seus pensamentos, será que ela será a sua doce obsessão?ตอนพิเศษ เมื่อพยัคฆ์ต้องยกน้ำชาให้สุนัข?ภายในห้องนอนอันหรูหราที่อบอวลไปด้วยกลิ่นหอมอ่อน ๆ ของกำยานสมุนไพร เซียวอวี้หานนั่งขมวดคิ้วจ้องมองถ้วยน้ำชาในมือสลับกับมองที่ว่างกลางอากาศเบื้องหน้าตนเองด้วยแววตาสับสน“หว่านหนิง เจ้าแน่ใจนะว่าต้องทำถึงเพียงนี้?” ท่านอ๋องผู้ปลิดชีพศัตรูนับพันในสนามรบ เอ่ยถามภรรยาด้วยน้ำเสียงที่เต็มไปด้วยความไม่มั่นใจเป็นครั้งแรกในชีวิตเว่ยหว่านหนิงพยักหน้ายืนยันอย่างหนักแน่น นางพยายามกลั้นยิ้มจนแก้มตุ่ย “เพคะท่านอ๋อง ท่านเทพผู้คุ้มครองหม่อมฉันเขาช่วยเราไว้มาก หากไม่มีเขา หม่อมฉันคงปรุงยารักษาท่านไม่สำเร็จแน่ ท่านเพียงแค่ยกถ้วยขึ้นแล้วกล่าวคำขอบคุณเบา ๆ ก็พอเพคะ”ในหน้าต่างระบบยามนี้เจ้ามอลทีสขนฟูกำลังสวมหมวกขุนนางใบเล็ก นั่งไขว่ห้างลอยตัวอยู่บนอากาศด้วยท่าทางพองขนอย่างภาคภูมิใจ[หึ ๆ ดูท่าทางเจ้ามนุษย์ตัวโตนี่สิ! ยามอยู่ข้างนอกทำวางอำนาจ พอกลับมาหาเมียก็กลายเป็นลูกแมวเชื่อง ๆ เสียได้ เอ้า! รีบยกน้ำชามาขารวะข้าเสียดีๆ]เซียวอวี้หานถอนหายใจยาว แม้เขาจะมองไม่เห็นตัวตนของท่านเทพที่นางว่า แต่เขาก็ยอมทำตามใจนางทุกอย่าง เขาประคองถ้วยชาด้วยสองมืออย่างสง่างามและนอบน้อม
บทที่ 27เจ้ารักข้าหรือไม่ ENDภายในมิติสมุนไพรเว่ยหว่านหนิงกำลังจดจ่ออยู่เบื้องหน้าเตาต้มยาโบราณ แสงไฟจากฟืนไม้จันทน์ทอแสงวูบไหวสะท้อนในดวงตาคู่สวยที่เต็มไปด้วยความมุ่งมั่น มือบางค่อย ๆ บรรจงวางหญ้าน้ำค้างสวรรค์ที่มีเกล็ดน้ำแข็งใสระยิบระยับลงในหม้อดินเผาทันทีที่สมุนไพรนั้นสัมผัสกับน้ำเดือดพล่าน กลิ่นหอมสะอาดสดชื่นที่ช่วยให้จิตใจปลอดโปร่งก็ขจรขจายไปทั่วบริเวณ กลบกลิ่นขมปร่าของสมุนไพรชนิดอื่นจนสิ้น ทิ้งไว้เพียงไอยาที่ให้ความรู้สึกเย็นสบายอย่างน่าประหลาด[นั่นแหละมนุษย์ต่ำต้อย! ค่อยๆ เร่งไฟขึ้นอีกนิด]เจ้าหมามอลทีสขนฟูในหน้าต่างระบบตะโกนสั่งการ พลางทำท่าเดินตรวจตรากลางอากาศด้วยท่าทางกระตือรือร้นเกินเหตุ“ข้ารู้แล้วน่ะ เจ้าเลิกกระโดดไปมาเสียที ข้าเสียสมาธิหมด” หว่านหนิงปาดเหงื่อที่ผุดพรายบนหน้าผากเนียน ขณะที่ใช้ทัพพีไม้เคี่ยวยาด้วยจังหวะที่สม่ำเสมอ[หึ ๆ เจ้ากลัวเสียสมาธิ หรือกลัวว่ายาจะไม่ได้ผลจนช่วยสามีสุดที่รักของเจ้าไม่ทันกันแน่?]เจ้าลูกหมาตัวแสบแสยะยิ้มกวนประสาท แววตาเจ้าเล่ห์จ้องมองปฏิกิริยาของนาง[ข้าล่ะไม่อยากจะเชื่อสายตาจริง ๆ ตอนแรกยังทำท่าจะฆ่าจะแกงกันอยู่เลย ไฉนยามนี้ถึงได้
บทที่ 26หมดสิ้นบุญคุณภายในห้องลับชั้นบนสุดของโรงน้ำชาที่ตั้งอยู่ตรงหัวมุมถนนอันเงียบเหงา กลิ่นควันธูปไม้จันทน์หอมฟุ้งกระจายไปทั่วห้อง เผยอวี้เฉิงนั่งอยู่หลังโต๊ะไม้แกะสลัก ใบหน้าที่เคยประดับด้วยรอยยิ้มประจบประแจง บัดนี้กลับบิดเบี้ยวด้วยแววตาที่เต็มไปด้วยความทะเยอทะยานและความละโมบเขากำลังกางแผนผังของลานพิธีรับชัยที่กำลังจะเกิดขึ้นในอีกไม่กี่วันข้างหน้า โดยมีลูกน้องคนสนิทสองคนนั่งร่วมวางแผนด้วยท่าทีเคร่งขรึม“ครั้งที่แล้วมือสังหารทำงานพลาดปล่อยให้มันรอดกลับมาได้!” เผยอวี้เฉิงตบโต๊ะเสียงดังปังจนถ้วยน้ำชาสั่นสะเทือน “แต่คราวนี้ข้าจะไม่ยอมให้เกิดคำว่าผิดพลาดเป็นอันขาด”“แต่ท่านแม่ทัพขอรับ ยามนี้เจิ้นเป่ยอ๋องดูเหมือนจะระแวดระวังตัวมากขึ้น ทหารองครักษ์ก็เฝ้าอยู่รอบตัวแน่นหนา การเข้าถึงตัวคงมิใช่เรื่องง่ายเลย” ลูกน้องคนสนิทเอ่ยท้วงด้วยน้ำเสียงกังวลเผยอวี้เฉิงยกยิ้มเย็นชาแววตาฉายแววเจ้าเล่ห์ “ใครบอกว่าข้าจะส่งคนไปฟันดาบใส่มันตรง ๆ ในงานพิธีรับชัย ทหารและชาวเมืองเป่ยหลิงนับหมื่นจะมารวมตัวกัน ความวุ่นวายคืออาวุธที่ดีที่สุด”เขาใช้นิ้วชี้ไปที่จุดหนึ่งในแผนผังซึ่งเป็นปะรำพิธีสูงชันที่เซียวอวี้
บทที่ 25ข้าจะปกป้องเจ้าเองท่ามกลางตลาดที่เคยพลุกพล่านด้วยการจับจ่ายบัดนี้กลับคละคลุมไปด้วยบรรยากาศอันอึมครึม หัวข้อสนทนาที่ถูกส่งต่อกันตามร้านน้ำชาและหัวมุมถนนมิใช่เรื่องพืชพรรณธัญญาหารอีกต่อไป ทว่ากลับเป็นเรื่องอื้อฉาวของสตรีสูงศักดิ์ที่กล้าเหยียบย่ำกฎเหล็กของแผ่นดิน“เจ้าได้ยินหรือไม่? ที่แท้ข่าวที่ว่าพระชายาแอบติดตามท่านอ๋องไปในสนามรบนั้นเป็นเรื่องจริง!” สตรีวัยกลางคนนางหนึ่งขยับตะกร้าผักในมือพลางลดเสียงต่ำแต่แฝงความตื่นตระหนก “นางเป็นสตรี แต่กลับกล้าเข้าไปปะปนในค่ายทหารที่มีแต่บุรุษ ช่างไร้ยางอายเสียจริง!”ชายชราผู้หนึ่งที่กำลังนั่งจิบน้ำชาแค่นหัวเราะพลางส่ายหน้า “กฎอัยการศึกมีไว้เพื่อปกป้องบ้านเมือง ห้ามสตรีเข้าใกล้กองทัพมาแต่โบราณกาล แต่นางกลับใช้ความเป็นพระชายาข้ามหัวเหล่านายกอง นี่มิใช่เป็นการดูหมิ่นเกียรติภูมิของเหล่านักรบหรอกหรือ?”“ข้ามิได้ห่วงเรื่องกฎเพียงอย่างเดียวหรอกท่านลุง” ชายหนุ่มอีกคนแทรกขึ้นด้วยแววตาวิตกกังวล “โบราณว่าไว้สตรีคือหยินที่อ่อนช้อย หากเข้าไปปะปนในสถานที่ที่มีไอหยางคุกรุ่นอย่างค่ายทหาร ย่อมทำลายโชคลาภและวาสนาของกองทัพ ข้าล่ะเกรงนักว่าศึกครั้งหน้า ทหารข
บทที่ 6ระบบเทพโอสถ“สมุนไพรพวกนี้มันล้ำค่าและหายากมากเลยไม่ใช่หรือ...”หญิงสาวพึมพำกับตนเองมองสมุนไพรที่อยู่ในสวนตาเป็นประกาย ก่อนร่างบางจะก้าวเข้าไปในกระท่อมกลิ่นหอมของสมุนไพรพลันลอยโชยเข้ามากระทบจมูก หว่านหนิงเริ่มเดินสำรวจภายในกระท่อมพบโอสถถูกจัดเรียงเป็นระเบียบเต็มตู้ไม้และยังมีตำราแพทย์นับร้อ
บทที่ 5กำไลมิติสมุนไพรเวลาล่วงเลยผ่านไปสามวันลั่วชิงที่ทำตามคำสั่งสำเร็จได้นำสมุดเล่มหนามาวางลงตรงหน้าผู้เป็นนายหญิงของตน ด้านในเต็มไปด้วยรายชื่อของบ่าวรับใช้และทหารในจวน รวมทั้งคำบรรยายเรื่องราวบทลงโทษอันโหดร้ายที่พวกเขาได้รับความไม่เป็นธรรมอย่างละเอียดเว่ยหว่านหนิงนั่งอ่านเนื้อหาด้านในอย่างตั้
บทที่ 4ข้าจะเปลี่ยนชะตานางร้ายค่ำคืนอันเงียบงันถูกปกคลุมด้วยหิมะที่โปรยปรายลงมาอย่างไม่รู้เหน็ดเหนื่อย ความเย็นเยียบแผ่ซ่านไปทั่วอากาศจวนอ๋องเจิ้นเป่ยเงียบสงัดราวกับทั้งโลกหยุดหายใจแต่ภายในห้องนอนของพระชายากลับไม่อาจสงบนิ่งได้ดั่งเช่นภายนอกบนเตียงกว้างเว่ยหว่านหนิงนอนพลิกกายไปมาอย่างกระสับกระส่า
บทที่ 3เจิ้นเป่ยอ๋องผู้เย็นชายามรุ่งอรุณหิมะโปรยปรายขาวโพลนปกคลุมทั่วทั้งจวน ความหนาวเย็นแทรกซึมผ่านประตูหน้าต่างเข้ามาจนทำให้ลมหายใจของผู้คนเป็นไอขาว นี่เป็นครั้งแรกตั้งแต่เข้ามาอยู่ในร่างนี้ที่เว่ยหว่านหนิงก้าวออกจากห้องนอน ร่างบางสวมอาภรณ์หนาหนักสีอ่อนเดินอย่างเงียบงันตามโถงทางเดินยาวที่ทอดตรง












reviewsMore