All Chapters of รักแรกที่พ้นผ่าน: Chapter 11 - Chapter 20

25 Chapters

บทที่ 11

นั่นก็คือคนที่อยู่ในกรอบรูปบนโต๊ะทำงานบอส ในรูปโพลารอยด์คือเด็กผู้หญิงสองคนที่กำลังหัวเราะอย่างมีความสุขหนึ่งในนั้นหน้าตาคล้ายฟู่เยี่ยนสวิน ส่วนอีกคนเหมือนเอาลู่เซียวเซียวกับพนักงานต้อนรับคนนั้นมารวมกัน“น่าจะเป็นคนรักกับคนในครอบครัวท่านประธานน้อย” พวกเขาคิดเหมือนกันโดยไม่ได้นัดหมาย“นั่งสิ” เหมือนฟู่เยี่ยนสวินเพิ่งกลับมาจากทานข้าว มีกลิ่นเหล้าบนตัวเล็กน้อย เขานั่งขมวดคิ้วบนโซฟา “ถ้ายินดีเข้าทำงานก็ลงไปหาแผนกต้อนรับเพื่อทำเอกสาร หลังจากนั้นจะมีคนช่วยพวกนายปรับตัวกับตำแหน่งงาน จ่ายเงินเดือนตามอัตราช่วงทดลองงาน ถ้ารับได้ก็ไปเซ็นสัญญา”สามปีมานี้ แค่เห็นคนที่หน้าตาคล้ายถงซี ฟู่เยี่ยนสวินจะพยายามให้พวกเธอมาอยู่กับเขาแต่เขาไม่แตะต้องผู้หญิงพวกนี้เลย เจ้าอาวาสวัดหนานซานบอกว่าแค่ทำดีต่อผู้อื่น ถือศีล ละเว้นความโกรธ สวดมนต์อุทิศส่วนกุศลให้คนที่คิดถึงทุกวัน รับรองว่าการเกิดใหม่ของเธอไม่มีอะไรให้ต้องห่วง เธอต้องไปเกิดใหม่อย่างราบรื่นแน่นอนฟู่เยี่ยนสวินทำได้แล้วเขาให้ผู้หญิงพวกนั้นมาอยู่ตรงหน้า เหมือนมองเห็นถงซีผ่านใบหน้าของพวกเธอที่มีความคล้ายอยู่บ้าง เห็นคนคนนั้นยังใช้ชีวิตอยู่ข้างๆ
Read more

บทที่ 12

หลังผ่านไปครึ่งปี เขาออกจากโรงพยาบาล สวมสูทบนร่างกายที่เต็มไปด้วยความบอบช้ำ กลายเป็นประธานฟู่ที่มีชื่อเสียงโด่งดัง มีผลงานเป็นที่ประจักษ์อีกครั้งแต่หยวนซียังติดต่อกับเขาตลอด“เมื่อคืนฝันถึงถงซีอีกแล้วใช่ไหม?” เธอพยายามทำให้เสียงตัวเองอ่อนโยนและนุ่มนวล ฟู่เยี่ยนสวินมองเธออย่างประหลาด“ใช่” เขาวางแก้วที่ใส่นมสดร้อน “เธอจะฆ่าฉัน จะเอาฉันไป ฉันยินดีไป แต่ถงซีก็ใจอ่อนทุกครั้ง”เห็นได้ชัดว่าโรคประสาทฮิสทีเรียของเขาไม่ได้ทุเลาลงเลย ทุกครั้งเขาจะคิดว่าถงซีมีตัวตนอยู่จริง หยวนซีทำได้แต่พูดคล้อยตามเขา ไม่งั้นฟู่เยี่ยนสวินจะไม่ให้ความร่วมมือทันที“อืม แล้วนายเคยคิดไหมว่าทำไมหว่านอิ๋งถึงไม่อยู่ด้วย? จากที่นายพูดมา นายต้องรับผิดชอบทั้งหว่านอิ๋งและถงซีไม่ใช่เหรอ ทำไมถึงมีแต่ถงซีที่มารบกวนนายล่ะ?”ฟู่เยี่ยนสวินเจอคำถามนี้ เขาอึ้งไปอย่างเห็นได้ชัด เขาครุ่นคิดครู่หนึ่งแล้วสรุปอย่างรวดเร็ว “ฉันมันเลว”เขาสื่อสารไม่รู้เรื่องแบบนี้มาตลอด หยวนซียอมรับวิธีการพูดคุยแบบนี้ได้แล้ว ยังไงฟู่เยี่ยนสวินก็ไม่ทำร้ายคนอื่น ยังไม่ถึงขั้นที่ต้องขังเขา แค่พยายามจ่ายยาให้เขาเท่านั้นนี่คือสิ่งที่ฟู่เยี่ยนสวินต้อ
Read more

บทที่ 13

เหมือนจะเป็นครอบครัวหนึ่ง ผู้ชายยกตัวเด็กน้อยขึ้นสูงแล้วหัวเราะร่า ส่วนผู้หญิงนั่งอยู่บนเสื่อปิกนิกที่อยู่ข้างๆ สวมเสื้อผ้าหลายชั้น เธอกำลังจัดจานอาหารอยู่ดูมีความสุขจริงๆ นี่คือความคิดเห็นที่มาจากใจเขา ถ้าตอนนั้นฟู่หว่านอิ๋งยังไม่ตาย ถ้าเขากับถงซียังอยู่ด้วยกัน ตอนนี้ลูกน่าจะโตประมาณนี้แล้วในสวนสาธารณะมีทะเลสาบขนาดใหญ่ หลังจากถงซีตาย ฟู่เยี่ยนสวินก็รู้สึกกลัวน้ำเล็กน้อย แต่วันนี้เขาอยากเข้าไปดูใกล้ๆ อย่างบอกไม่ถูก สายลมเบาๆ พัดผิวน้ำจนกระเพื่อมเล็กน้อย มองดูน้ำกระเพื่อมเป็นชั้นๆ อยู่นาน เหมือนจะโดนดูดเข้าไปอย่างไรอย่างนั้นเสียงร้อนใจดังขึ้นด้านหลัง “นาย! ทำอะไรน่ะ?”ฟู่เยี่ยนสวินหันมามอง เห็นใบหน้าที่เขาคิดว่าจะไม่มีวันได้เห็นอีกในชีวิตนี้เขาถอยหลังแล้วพบว่าตัวเองยืนชิดราวกั้นจนตัวโน้มออกไปเล็กน้อย ไม่แปลกที่ลู่สือจะเข้าใจว่าเขากำลังจะฆ่าตัวตายทั้งสองคนมองหน้ากันเงียบๆ อยู่หนึ่งนาที จนกระทั่งเด็กผู้หญิงตัวน้อยที่ลู่สืออุ้มอยู่เอียงศีรษะมองฟู่เยี่ยนสวินอย่างสงสัย “ลุงทำอะไรเหรอ”“ฉัน...” อาจเป็นเพราะไม่ได้พูดมาเป็นเวลานาน ฟู่เยี่ยนสวินจึงพูดติดๆ ขัดๆ เล็กน้อย “ฉันดูวิวอยู่น
Read more

บทที่ 14

ตามหลอกหลอนไม่เลิกจริงๆตอนเชี่ยนเชี่ยนยังเด็กกว่านี้ ร่างกายของถงซีย่ำแย่จนไม่สามารถอุ้มเธอนานๆ ได้ เธอต้องเข้าโรงพยาบาลเพื่อทำคีโมเป็นครั้งคราว ต้องแยกกันหลายเดือน เชี่ยนเชี่ยนเลยกังวลว่าหลังจากถงซีออกมาเที่ยวกับเธอครั้งนี้ อีกนานกว่าจะได้เจอกันอีกนี่คือสาเหตุที่ถงซีไม่ยอมรักษาแบบไม่ต้องผ่าตัด เชี่ยนเชี่ยนใช้เวลาอยู่กับลู่สือมากกว่า แต่แปลกที่เธอติดถงซีมาก เธอทนไม่ได้ที่ต้องเห็นความโหยหาแต่ก็ต้องข่มมันเอาไว้บนใบหน้าของลูกสาวตอนเด็กๆ เชี่ยนเชี่ยนร้องไห้เรียกหาแม่เป็นประจำ แต่พอโตขึ้นหน่อยเธอก็เข้าใจว่าแม่ป่วย จึงไม่สามารถกอดเธอนานๆ ไม่สามารถออกไปเที่ยวกับเธอได้ เธอเชื่อฟังและรู้ความยิ่งกว่าเดิม ไม่เคยเกาะแข้งเกาะขาถงซี ไม่เคยเพิ่มภาระให้เธอเลยมีลูกดีขนาดนี้ เหนื่อยแต่ก็โชคดีมากตอนนั้นถงซีไม่อยากมีชีวิตอยู่แม้แต่น้อย เธอซาบซึ้งใจที่ลู่สือพยายามช่วยตัวเองอย่างสุดความสามารถ แต่เธอก็ยังไม่เจอแรงผลักดันให้มีชีวิตอยู่ต่อไป โรคมะเร็งทำให้ลู่สือต้องใช้เงินเป็นจำนวนมาก เธอคิดฆ่าตัวตายหลายครั้ง ไม่อยากเป็นภาระใครทั้งนั้นจนกระทั่งลู่สืออุ้มเด็กที่ยังพูดอ้อแอ้กลับมาเธอตัวเล็กมาก ใบหน
Read more

บทที่ 15

ไม่ว่าจะเป็นบริษัทเล็กหรือบริษัทใหญ่ ปลายปีเป็นช่วงที่ยุ่งสุดๆ เหมือนกันทั้งนั้น แม้ลู่เซียวเซียวเป็นแค่แผนกต้อนรับ สองสามวันนี้เธอรับแขกเพิ่มขึ้นจากเดิมสี่เท่าเธอทำงานที่นี่มาครึ่งเดือนกว่าแล้ว เรื่องที่เดาไว้กับโหลวหมิงไม่ได้เกิดขึ้นเลย นอกจากยืนจนปวดเท้าเล็กน้อย แต่ถ้าเทียบกับงานเก่า ถือว่างานนี้สบายกว่าเยอะพนักงานต้อนรับที่มาเปลี่ยนกะกับลู่เซียวเซียวก็ยังอายุน้อยอยู่ หลังจากได้ฟังความกังวลก่อนที่เธอจะเข้ามาทำงานที่นี่ อีกฝ่ายถึงกับหัวเราะพรืด “เธอนี่เพ้อเจ้อจริงๆ! เธอรู้ไหมว่าผู้หญิงรวยและหน้าตาดีต่อคิวจะแต่งงานกับประธานฟู่เยอะขนาดไหน ถ้าเขาขืนใจฉัน ฉันก็ยินดีมาก!”ลู่เซียวเซียวยิ้มเจื่อนๆ เธอก็รู้สึกว่าตัวเองไร้สาระเหมือนกัน ฟู่เยี่ยนสวินเดินผ่านหน้าแผนกต้อนรับด้วยท่าทางรีบร้อนเป็นประจำ ทั้งวันไม่ได้ชายตามองมาทางนี้สักนิด เรื่องผิดปกติที่เขาเคยทำก็คือโทรมาบอกให้พวกเธอหิ้วอาหารที่สั่งมาขึ้นไปให้เขาเธอเคยสงสัยว่าคนระดับประธานจะกินอาหารแบบไหน แต่ปริมาณอาหารที่ฟู่เยี่ยนสวินสั่งทุกครั้งช่างน้อยเหลือเกิน กินน้อยกว่าพวกเธอสองคนที่กำลังลดน้ำหนักด้วยซ้ำบางครั้งก็ไม่เห็นเขากินอะไรเ
Read more

บทที่ 16

ฟู่เยี่ยนสวินแตะเลือดตรงมุมปาก มองลู่สือปลอบเชี่ยนเชี่ยนเสียงเบาแล้วเดินออกไปอย่างรวดเร็ว จู่ๆ เขาพูดว่า “ฉันจำได้ว่าใกล้ๆ คือแผนกรังสีวิทยา ลู่สือ ครอบครัวนายมีใครป่วยเหรอ?”แผ่นหลังของคนตัวสูงใหญ่ชะงักไป ลู่สือแสยะยิ้ม “เกี่ยวอะไรกับนายไม่ทราบ”ความคิดไร้สาระผุดขึ้นมาในหัวฟู่เยี่ยนสวิน ตอนยันตัวขึ้นมา รองผู้อำนวยการเปิดประตูออกมาพอดี เขาพูดด้วยสีหน้าตกใจ “เยี่ยนสวิน เกิดอะไรขึ้น?”“ไม่มีอะไรหรอกลุง” ฟู่เยี่ยนสวินเช็ดเลือดมุมปาก สีหน้าเขานิ่งมาก มือที่อยู่ข้างลำตัวสั่นอย่างควบคุมไม่ได้“เฮ้อ เยี่ยนสวิน นายค่อยมาคราวหน้าเถอะ” รองผู้อำนวยการพูดอย่างรู้สึกผิดเล็กน้อย “เมื่อกี้ยามแจ้งว่าผู้อำนวยการออกไปแล้ว”“ไม่เป็นไร” ฟู่เยี่ยนสวินพูดเสียงเบา “ลุง ฉันขอให้ลุงช่วยอีกเรื่องได้ไหม?”“เรื่องอะไร? ถ้าช่วยได้ฉันก็จะช่วยเต็มที่”“ลุงช่วยตามหาคนให้ฉันหน่อย” ฟู่เยี่ยนสวินหลุบตาลง แววตาฉายประกายที่ต่างออกไป เขายกยิ้มมุมปาก รอยยิ้มนั้นเย็นชา แต่ก็เหมือนรอยยิ้มที่เกิดจากความโกรธหรือไม่ก็ความดีใจสุดขีด “อายุประมาณ 28-29 ปี น่าจะเพิ่งเข้ามารักษาตัวที่โรงพยาบาลไม่นาน เพศหญิง ฉันมีชื่อของเธอที่ส
Read more

บทที่ 17

พอคิดเช่นนี้ จิตใจของถงซีสงบลงเล็กน้อย ห้องผู้ป่วยที่เธอพักอยู่ตำแหน่งดีมาก มองผ่านหน้าต่างออกไป ข้างหน้าเป็นภูเขาที่ปกคลุมไปด้วยหิมะ พระอาทิตย์ยามบ่ายในฤดูหนาวให้ความรู้สึกอุ่นสบาย ถงซีเลื่อนเก้าอี้มานั่งที่หน้าต่างเสียงเคาะเป็นจังหวะดังมาจากหน้าประตู ถงซีดูเวลาเล็กน้อย ถึงเวลาที่หมอเข้ามาตรวจแล้ว เธอบอกให้เข้ามาด้วยเสียงดังเล็กน้อย เมื่อเธอหันไปมองพร้อมรอยยิ้ม สีหน้าเธอชะงักไปทันทีฟู่เยี่ยนสวินเวลาสามปีทำให้เขาดูเป็นผู้ใหญ่ขึ้นเยอะ ร่างกายที่อยู่ในเสื้อโค้ทผอมลงไปเยอะ ใบหน้าหล่อเหลาและเย็นชายิ่งกว่าเดิม คิ้วเข้มขมวดเข้าหากัน แต่ไม่สามารถปกปิดความดีใจที่เปี่ยมล้น“ฉันเจอเธอแล้ว” เสียงฟู่เยี่ยนสวินสั่นเครือ ความดีใจที่ท่วมท้นทำให้เขาเกือบเปล่งเสียงออกมาไม่ได้ เขาเดินมาข้างหน้าหนึ่งก้าว ดอกไม้ช่อใหญ่ในมือร่วงลงบนพื้น เขาก้าวเข้ามาอย่างรวดเร็ว ก้มลงกอดถงซีที่นั่งอยู่บนเก้าอี้ “ถงซี ฉันเจอเธอแล้ว!”ถงซีตกใจเพียงครู่เดียวก็ตั้งสติได้ เธอรู้ว่าช้าหรือเร็วฟู่เยี่ยนสวินต้องจับได้อยู่แล้ว เธอจึงไม่พยายามขัดขืน แขนของชายหนุ่มโอบไหล่เธอเอาไว้แน่น เธอรู้สึกว่ามีของเหลวอุ่นๆ หยดลงมาที่คอเส
Read more

บทที่ 18

เธอตอบตกลงแล้วเมื่อกี้ลู่สือกอดถงซีเพราะตกใจจนลืมตัว แต่ตอนนี้เขากลับไม่ยอมปล่อยมือ เขากังวลมาตลอด กังวลว่าหลังจากเห็นคนรักอย่างฟู่เยี่ยนสวินแล้วถงซีจะเปลี่ยนใจถงซีหันไปมอง เห็นใบหูของลู่สือแดงเถือก เธอถึงกับหัวเราะออกมา “นายจะกอดไปถึงเมื่อไร?”“เชี่ยนเชี่ยนไม่อยู่สักหน่อย” ลู่สือพูดเสียงเบา “ขอกอดแป๊บเดียว ซีซี ข้างนอกหนาวมากเลยนะ”ถงซีรับแดดตลอดช่วงบ่าย บนตัวมีแต่ความอุ่นสบาย พวกเขาเบียดกันอยู่ในเก้าอี้พักผ่อน กอดกันแล้วงีบหลับไปแสงสีทองส่องลงบนผมสั้นที่นุ่มนิ่มของลู่สือ ฝุ่นละอองใต้แสงอาทิตย์เหมือนดวงดาวระยิบระยับ ลอยอยู่ข้างใบหน้าและข้างตัวพวกเขาที่กำลังหลับสนิท เหมือนอาณาเขตที่เงียบสงบพวกเขานอนกอดกันอยู่อย่างนั้นมีกล่องอาหารวางอยู่หน้าห้องพักผู้ป่วยเป็นประจำ ลู่สือเดินออกไปก็เตะคว่ำทุกรอบ ถงซีบอกว่าเสียดายของ เขาก็ยังทำปากแข็งบอกว่าจะเอาไปให้หมาให้แมวระยะเวลาสามปีขัดเกลาให้ฝีมือการทำอาหารของเขาดีมาก ไม่ว่าจะเป็นอาหารเสริมสำหรับเด็กหรืออาหารรสอ่อนสำหรับผู้ป่วย ลู่สือสามารถจัดการได้เป็นอย่างดี เขาเช่าห้องเดี่ยวเล็กๆ แถวโรงพยาบาลและใช้พื้นที่ส่วนกลางของที่นั่น เขาสามารถ
Read more

บทที่ 19

ข้าวเที่ยงเป็นอาหารรสอ่อน แต่ถงซีกินไปเยอะมาก เพราะตั้งแต่เย็นนี้เธอต้องงดน้ำและอาหาร 10 ชั่วโมง เพื่อทำการผ่าตัดในวันพรุ่งนี้ เธออิ่มจนพุงป่อง นอนย่อยอยู่บนเตียงครู่หนึ่ง ลู่สือมานอนด้วยเหมือนกัน“ทำอะไร?” เธอไม่ได้หันหน้าไปมองด้วยซ้ำ นอนมองเพดานอยู่อย่างนั้น “เดี๋ยวนี้นายนอนเตียงฉันแบบไม่เคอะเขินเลยนะ”“นอนหน่อยไม่ได้หรือไง!”ลู่สือโดนจับได้แล้วเสียฟอร์ม ใบหน้าเขาแดงเถือก หลังจากเขารู้ว่าถงซีก็รู้สึกดีกับตัวเองเหมือนกัน เขาแอบทำตัวเหิมเกริมขึ้นเยอะ ตอนนี้โดนจับได้แล้ว เขาลุกขึ้นมานั่งอย่างเขินอาย“ลู่สือ” เสียงของถงซีอ่อนโยนมาก “หลังจากผ่าตัดเรียบร้อย ฉันจะบอกความลับนายอย่างหนึ่ง”“โอเค”วันที่ถงซีผ่าตัด ลูกพี่ลูกน้องของลู่สือลางานแล้วพาเชี่ยนเชี่ยนมาที่โรงพยาบาล เธอยังอายุน้อยมาก แต่เข้ากับเชี่ยนเชี่ยนได้เป็นอย่างดี ไม่ถึงหนึ่งสัปดาห์ เชี่ยนเชี่ยนก็เรียกเธอด้วยเสียงหวานว่า “พี่เซียวเซียว”ถงซียิ้มกว้างแล้วรับเชี่ยนเชี่ยนมาจากเธอ “ขอบคุณนะเซียวเซียว ถ้าไม่ได้เธอ ฉันไม่รู้จะพาเชี่ยนเชี่ยนไปอยู่ที่ไหนเหมือนกัน”ตอนนี้ลู่เซียวเซียวรู้สึกตกใจเป็นอย่างมาก แม้สองสามปีมานี้ถงซีป่วยจ
Read more

บทที่ 20

เมื่อคืนเขาฝันร้ายมาก ตื่นมาในช่วงฟ้าสาง ข้างนอกอากาศหนาวเหมือนอยู่ในยุคน้ำแข็ง ในฤดูหนาวที่อุณหภูมิติดลบหลายสิบองศาเช่นนี้ เขาเปิดหน้าต่างปล่อยให้เกล็ดหิมะมากมายโปรยปรายลงบนตัวเหมือนการลงโทษตัวเองฟู่เยี่ยนสวินอิจฉาลู่สือมาก เขาสามารถยืนข้างกายถงซีอย่างเปิดเผยและสง่างาม ผ่านความยากลำบากมากมายไปพร้อมกับเธอ เลี้ยงดูเด็กน้อยหน้าตาน่ารักน่าเอ็นดูมากับเธอ นั่นคือความฝันที่เขาเฝ้ารอมาตั้งแต่ช่วงวัยรุ่น แต่ตอนนี้มันไม่มีวันเป็นจริงแล้วในความฝัน คำพูดแสนเย็นชาและไร้เยื่อใยออกมาจากริมฝีปากนุ่มที่เขาเคยจูบมานับครั้งไม่ถ้วน“ฟู่เยี่ยนสวิน นายจะทำให้ฉันตายเป็นครั้งที่สองเหรอ? ถ้าเข้ามาอีกแค่ก้าวเดียว ฉันจะไม่ผ่าตัดแล้ว”“ฉันจะทำตามที่นายต้องการ ฉันจะตายต่อหน้านายอีกครั้ง”ฟู่เยี่ยนสวินสีหน้าไม่สู้ดี ทุกครั้งที่เขาสะดุ้งตื่นจากฝันร้าย เขาจะเหงื่อท่วมตัว มือเท้าชา หยวนซีบอกว่าที่เขาเป็นอยู่คืออาการแพนิค การฝืนให้มันผ่านไปไม่ใช่วิธีที่ดีเท่าไรเขาหยิบยาที่อยู่ข้างๆ ขึ้นมา เทยาจำนวนมากออกจากขวดด้วยมืออันสั่นเทา ยัดมันเข้าไปในปากแล้วก็เคี้ยวมันขมมากไฟที่ห้องผ่าตัดสว่างขึ้น ลู่สือยืนอยู่ที
Read more
PREV
123
SCAN CODE TO READ ON APP
DMCA.com Protection Status