تسجيل الدخول“คุณถง คุณแน่ใจแล้วใช่ไหมว่าจะบริจาคอวัยวะทั้งร่างกาย?” “ใช่ ฉันแน่ใจ” ถงซีพูดจบแล้วเผยยิ้มออกมา ราวกับหลุดพ้นอย่างไรอย่างนั้น หมอชะงักไป จากนั้นพูดเตือนสติอีกครั้ง “แม้มะเร็งอยู่ในระยะลุกลามแล้ว แต่ถ้าคุณรีบเข้ามารักษาตัวที่โรงพยาบาล อาจทำให้คุณมีชีวิตอยู่ได้นานขึ้น”
عرض المزيدทั้งครอบครัวขับรถขึ้นเหนือ ยังมีเวลาอีกพอสมควรกว่าจะถึงวันงานแต่ง พวกเขาจึงเที่ยวเล่นไปด้วย ตอนเรียนมหาวิทยาลัยถงซีอิจฉาเพื่อนที่ได้ไปเที่ยวทุกที่ เพราะเด็กกำพร้าอย่างเธอทำได้เอาตัวรอดไปวันๆ เท่านั้นถึงสนิทกับฟู่หว่านอิ๋งขนาดไหน แต่เธอก็เกรงใจเกินกว่าที่จะให้ฟู่หว่านอิ๋งออกค่าใช้จ่ายทั้งหมดตอนที่พาเธอไปเที่ยวร่างกายของถงซีฟื้นฟูได้เป็นอย่างดี ผ่านเมืองที่มีภูเขาชื่อเสียงโด่งดัง ลู่สือพาเธอกับเชี่ยนเชี่ยนไปปีนเขาด้วย แม้ระหว่างทางลำบากและเหนื่อยมาก แต่วินาทีที่ยืนอยู่บนยอดเขากลับรู้สึกปลอดโปร่งโล่งใจเหมือนชีวิตใหม่ของเธอในช่วงครึ่งปีที่ผ่านมาหลังจากมาถึงเมืองจิง ลู่เซียวเซียวรีบพาทั้งครอบครัวมาที่บ้านเดี่ยวที่พวกเขากู้เงินซื้อ หลายปีมานี้โหลวหมิงทำงานฝ่ายขายที่บริษัทของฟู่เยี่ยนสวิน มีความก้าวหน้าดีเกินคาด“เขามีความสามารถมาก” พอพูดถึงความเก่งของสามีตัวเอง ลู่เซียวเซียวไม่อ้อมค้อมแม้แต่น้อย “เมื่อก่อนเป็นคนขี้เม้าท์ที่หูตาว่องไว หน้าที่การงานในตอนนี้จึงเหมาะกับเขามาก เรียกได้ว่าก้าวหน้าอย่างรวดเร็ว!”โหลวหมิงยิ้มบางๆ แล้วหยิกแขนเธอเบาๆทั้งสองคนไม่เหมือนสามีภรรยาเลย เหมือนเด็
“ยังไม่ไปหรอก หมอแนะนำให้อยู่เมืองจิงอีกครึ่งเดือน หลังจากนั้นถ้าตรวจสุขภาพอีกรอบแล้วปกติดีก็ไม่มีปัญหาแล้วล่ะ”ฟู่เยี่ยนสวินพยักหน้าสายตาเขาเอาแต่มองหน้าถงซีอยู่อย่างนั้น ราวกับมองไม่เบื่ออย่างไรอย่างนั้น พิจารณาใบหน้าเธอด้วยสายตาที่เศร้าหมองและหดหู่ ถงซียื่นมือไปจับมือข้างที่เขาใส่นาฬิกาอยู่ จากนั้นปลดตัวล็อกเบาๆ มองรอยแผลเป็นน่ากลัวแผลนั้นเหมือนเผยด้านที่ไม่น่ามองของตัวเองให้เธอเห็น วินาทีนั้นฟู่เยี่ยนสวินรู้สึกกลัวเล็กน้อย เขาจะดึงมือกลับมา แต่ถงซีจับข้อมือเขาแน่น สายตาเธอเหมือนเปลวไฟ แผดเผาจนเขารู้สึกเจ็บไปทั้งตัว“ทำแบบนี้ทำไม?”“เพราะฉันเกลียดตัวเอง” ฟู่เยี่ยนสวินพูดเสียงเบา “ถ้าไม่ใช่เพราะฉัน หลายปีที่ผ่านมา เธอคงไม่ต้องเจอความทรมานมากมายขนาดนี้”ถงซีหัวเราะแล้วปล่อยมือเขา“ฟู่เยี่ยนสวิน ฉันไม่เกลียดนาย” เธอพูดอย่างจริงจัง “สิ่งที่ฉันทำตลอดห้าปี ไม่ได้ต้องการขอให้นายยกโทษให้ซะทีเดียว แต่ฉันกำลังเสียใจที่หว่านอิ๋งจากไป”“ใช่ มองในมุมคนตระกูลฟู่ ฉันสมควรตายจริงๆ สิ่งที่ฉันควรทำที่สุดคือตายไปพร้อมกับหว่านอิ๋งในวันนั้น ไม่ใช่รอดมาคนเดียวแบบนี้ แต่นายรู้ไหม วินาทีที่ฉันเกื
ตอนนั้นพี่สาวของลู่สือทิ้งหน้าที่การงานที่สอบได้มาอย่างยากลำบาก ไปเป็นแพทย์ทหารในกองทัพอย่างไม่ลังเล ถึงต้องตัดขาดกับคนในครอบครัวก็ช่าง ลู่เซียวเซียวรู้สึกว่าเธอกล้าหาญมาตลอด พอได้ยินข่าวการจากไปของพี่สาว เธอเสียใจอยู่นานเหมือนกัน“พี่สาวฉันไปเป็นแพทย์ทหาร เพราะพี่เขยฉันเป็นทหาร เชี่ยนเชี่ยนเป็นลูกของพวกเขาสองคน หลังจากพี่เขยจากไปไม่นาน พี่ก็ฝากให้ฉันช่วยดูแลเชี่ยนเชี่ยน”ตอนนี้ลู่เซียวเซียวเพิ่งรู้ความจริง ได้ฟังเรื่องสะเทือนใจขนาดนี้ เธอรู้สึกเศร้าเล็กน้อย มองเชี่ยนเชี่ยนที่นอนนิ่งอยู่ข้างๆ ถงซีในห้องผู้ป่วย“ตอนนี้ถงซีดูแลเชี่ยนเชี่ยนได้เป็นอย่างดีไม่ใช่เหรอ” ลู่สือหัวเราะ “ไม่ต้องรู้สึกเศร้าแทนเธอหรอก ตอนนี้เธอมีแม่ที่ดี ต่อไปก็จะมีพ่อที่ดีอย่างฉันด้วย ถึงเชี่ยนเชี่ยนเรียกฉันว่าน้าจนชินแล้วก็ตาม”ลู่เซียวเซียวทำตัวไม่ถูกเล็กน้อย เธอเป็นญาติของลู่สือ นอกจากดูความสัมพันธ์ของถงซีกับลู่สือไม่ออกตั้งแต่แรก ยังคิดจะแย่งพี่สะใภ้ไปให้ศัตรูหัวใจด้วย......เรื่องนี้ทำให้เธอไม่กล้าสู้หน้าลู่สือ ส่ายหน้าไปมาอย่างเหนื่อยใจ“พี่ ฉันขอพูดอีกหน่อย” ลู่เซียวเซียวชะงักเล็กน้อย “พี่รู้ไหมว่าประธา
ลู่เซียวเซียวเห็นด้านอ่อนแอที่เขาเผยออกมา เธอถึงกับทำตัวไม่ถูก ไม่รู้ว่าเพราะอะไร เธอไม่อยากเห็นฟู่เยี่ยนสวินเสียใจและหมดอาลัยตายอยากแบบนี้เลย เธอชะงักเล็กน้อย “ที่ฉันพูดอาจดูล้ำเส้นไปหน่อย ประธานฟู่ คุณเคยคิดอธิบายให้พี่ถงซีฟังดีๆ ไหม? เชี่ยนเชี่ยน...อาจเป็นลูกของคุณหรือเปล่า?”“ไม่ใช่หรอก” ฟู่เยี่ยนสวินฝืนยิ้มแล้วส่ายหน้าไปมา “ถ้าใช่ก็ดีสิ”ลู่เซียวเซียวยังเด็กเกินไป เธอไม่รู้ว่าเสียงทอดถอนใจนั่นหมายถึงความเสียใจและเจ็บปวดมากมายขนาดไหน ชีวิตนี้ฟู่เยี่ยนสวินไม่มีวันให้อภัยกับสิ่งที่ตัวเองเคยทำ“กระดูกหัก” หมอประเมินอาการบาดเจ็บเบื้องต้นของฟู่เยี่ยนสวิน จากนั้นเหลือบมองสีหน้าเขาเล็กน้อย “เป็นไข้ด้วยหรือเปล่า?”หมอยื่นมือไปแตะหน้าผากเขา ฟู่เยี่ยนสวินยกมือขึ้นมาบังอย่างสุภาพ เขารู้ว่าตัวเองเป็นไข้เพราะใช้ยาเกินขนาดและยืนตากลมอยู่ที่หน้าต่างในช่วงเช้ามืด เขาพยักหน้าให้หมออย่างไม่ใส่ใจ“ไว้ฉันจะไปใส่เฝือก แต่ตอนนี้ยังมีเรื่องที่สำคัญกว่า”ลู่เซียวเซียวยังดูแลเชี่ยนเชี่ยนอยู่ ฟู่เยี่ยนสวินดึงดันจะกลับไปที่ห้องผ่าตัด แต่อีกฝ่ายยืนกรานให้เขามาดูอาการที่แผนกกระดูกก่อนเป็นอย่างที่ฟู่เยี





