Todos os capítulos de สั่นสะท้านในอ้อมกอดเขา: Capítulo 11 - Capítulo 20

30 Capítulos

บทที่ 11

เวินหรูสวี่เม้มริมฝีปาก ตอบเสียงเบา "ฉันเรียกตามเย่ไคหลี่ค่ะ..."เย่เจียงพูดขัดขึ้นด้วยน้ำเสียงเย็นชา "เธอยังไม่ได้แต่งงานกับเขา ไม่จำเป็นต้องเรียกฉันว่าอาตามเขา"เวินหรูสวี่ร้อนผ่าวที่สองแก้ม ก้มหน้าลงด้วยความอับอายเย่เจียงจ้องมองเธอด้วยสายตาลึกล้ำ สองมือวางบนที่วางแขน เลื่อนรถเข็นออกไปเวินหรูสวี่ลุกขึ้นยืน "คุณเย่คะ คุณหมายความว่ายังไงกันแน่คะ? ถ้าคุณแค่ไม่อยากให้ฉันคบกับเย่ไคหลี่ งั้นฉันไปตอนนี้เลยก็ได้ค่ะ แต่ถ้าคุณ..."เย่เจียง "กินข้าวซะก่อน"ตลอดทั้งบ่ายเวินหรูสวี่ไม่ได้เจอเย่เจียงเลย เธอไม่รู้ว่าเขาออกไปข้างนอกหรือจงใจไม่อยากเจอเธอกันแน่ เดิมทีเธอควรจะรู้สึกโล่งใจแท้ๆ แต่กลับไม่รู้สึกแบบนั้นเลยสักนิด หนำซ้ำจิตใจยังหนักอึ้งยิ่งกว่าเดิมห้าโมงครึ่งตอนเย็น เย่เจียงก็ปรากฏตัวที่ห้องนั่งเล่นอีกครั้งเวินหรูสวี่กำลังนั่งลูบขนแมวอยู่บนโซฟา พอได้ยินเสียงรถเข็นเลื่อนมา เธอก็รีบอุ้มแมวลุกพรวดขึ้นยืนทันที"คะ... คุณเย่" เธอเอ่ยทักทายอย่างระมัดระวังเย่เจียงหมุนรถเข็นมาหยุดตรงหน้าเธอ มองเธอด้วยสีหน้าเรียบเฉย "นั่งลงสิ"เวินหรูสวี่ฝืนข่มความกลัวแล้วนั่งลง แต่ก็นั่งแค่หมิ่นเหม่ปล
Ler mais

บทที่ 12

เย่ไคหลี่ลูบหัวเธอ ข่มความคุกรุ่นในแววตาลง "ไม่ต้องกลัว ฉันกลับมาแล้วนี่ไง"เวินหรูสวี่พูดด้วยน้ำเสียงเจือสะอื้น "เย่ไคหลี่ นายไปส่งฉันกลับมหา'ลัย..."เธอยังพูดไม่ทันจบ พ่อบ้านเจิ้งก็เดินออกมา "คุณชายน้อยครับ นายท่านสามให้ไปพบที่ห้องหนังสือครับ"เย่ไคหลี่ปล่อยมือเวินหรูสวี่ ตบไหล่เธอเบาๆ เชิงปลอบโยน "เธอไปเดินเล่นในสวนก่อนนะ เดี๋ยวฉันไปหา"เวินหรูสวี่พยักหน้า หันหลังเดินไปที่สวนห้องหนังสือเย่ไคหลี่เดินกระแทกกระทั้นเข้าไปในห้องหนังสือ ใช้ปลายลิ้นดันกระพุ้งแก้ม กระชากเนคไทด้วยท่าทีนักเลง แค่นยิ้มเย็นชาแล้วถาม "อาสามคงไม่ได้คิดจะทำอะไร..."เย่เจียงปรายตามอง สายตาคมกริบดุจใบมีดเย่ไคหลี่เหมือนถูกใครบีบคอ คำถามที่เตรียมจะสาดใส่จุกตื้นอยู่ที่คอหอยเย่เจียงปาถุงพลาสติกที่มีเม็ดยาสีสันสดใสอยู่ข้างในใส่หน้าเขา "บาร์ที่แกหุ้นกับโจวยี่ยนหนานโดนตำรวจค้นเจอไอ้นี่"เย่ไคหลี่รีบก้มลงไปเก็บ ถามด้วยความตกตะลึง "เรื่องตั้งแต่เมื่อไหร่ครับ?"เย่เจียงหรี่ตาลงแผ่รังสีอำมหิต "แกเข้าไปยุ่งกับมันเหรอ?"เย่ไคหลี่ตกใจจนเสียงหลง "เปล่าครับ! อาสาม ผมไม่เคยไปแตะต้องของพรรค์นี้เด็ดขาดเลยนะ!"เย่เจียง
Ler mais

บทที่ 13

กลัวอะไรงั้นเหรอ?แน่นอนว่าต้องกลัวคุณอายมบาลเดินดินคนนี้แย่งผู้หญิงของเขาไปน่ะสิเย่ไคหลี่รู้ดีว่า ถ้าเย่เจียงดึงดันจะแย่งกับเขาจริงๆ เขาก็ไม่มีทางชนะเลย"อาสามครับ ผมอยากพาสวีสวี่ไปยุโรปเหนือด้วยครับ" เขาลองหยั่งเชิงเย่เจียงหลุบตาลง "ตามใจแกสิ"เย่ไคหลี่ถอนหายใจอย่างโล่งอก เดินออกจากห้องหนังสือด้วยความอารมณ์ดี แล้วมุ่งหน้าไปที่สวนหลังตึกเล็กเวินหรูสวี่มองเย่ไคหลี่ที่เดินยิ้มแฉ่งมาแต่ไกล รีบลุกขึ้นไปต้อนรับ "เย่ไคหลี่ อาสามนายเรียกนายไปคุยเรื่องอะไรเหรอ?"เย่ไคหลี่ยิ้มพลางกุมมือเธอ "ไม่มีอะไรหรอก บาร์ที่ฉันเปิดมีปัญหานิดหน่อย อาสามก็เลยเรียกไปถามดูน่ะ"เวินหรูสวี่ไม่ได้ถามต่อว่าบาร์มีปัญหาอะไร เพราะมันไม่เกี่ยวกับเธอ ตอนนี้เธอแค่อยากไปจากที่นี่ให้เร็วที่สุด"เย่ไคหลี่ นายไปส่งฉันที่มหา'ลัยเถอะนะ ฉันไม่อยากอยู่บ้านนายจริงๆ ต้องมาเจอหน้าคนในครอบครัวนาย ฉันอึดอัดมาก ทำตัวไม่ถูกเลย"เย่ไคหลี่ดึงเธอให้นั่งลง ยิ้มแล้วบอก "ไม่ต้องอยู่บ้านแล้ว ฉันจะพาเธอไปเที่ยวยุโรปเหนือแทน"เวินหรูสวี่ตกใจ "อะไรนะ? ไปยุโรปเหนือเหรอ?"เย่ไคหลี่ "ปิดเทอมตั้งสองเดือน อากาศก็ร้อน ไปหลบร้อนที่เมือง
Ler mais

บทที่ 14

เวินหรูสวี่ไม่อยากคุยเรื่องนี้ต่อ ดันตัวเขาออก "อาสามนายมีธุระไม่ใช่เหรอ รีบไปเถอะ"เย่ไคหลี่ยื่นหน้าเข้าไปใกล้ ยิ้มกวนๆ ถามว่า "เธอคิดว่าอาสามฉันเป็นคนยังไง?"หัวใจของเวินหรูสวี่หล่นวูบ รีบพูดรัวๆ "ยังไงอะไรล่ะ นั่นอาสามนายนะไม่ใช่อาสามฉัน ฉันจะไปรู้ได้ไงว่าเขาเป็นคนยังไง"เย่ไคหลี่ดึงเธอให้ลุกขึ้นจากม้านั่ง "ไปเถอะ อาสามเรียกให้ไปกินข้าวน่ะ"เวินหรูสวี่เดินตามหลังเย่ไคหลี่เข้าไปในบ้าน ปราดแรกก็มองเห็นเย่เจียงนั่งอยู่บนรถเข็นริมหน้าต่างชายหนุ่มหันหน้าไปทางหน้าต่าง แสงอาทิตย์ยามเย็นสาดส่องผ่านกระจกกระทบลงบนตัวเขา ขับเน้นให้โครงหน้าดูคมเข้มและดุดันมากยิ่งขึ้น"อาสามครับ" เย่ไคหลี่เดินเข้าไปจับรถเข็นเย่เจียงหันหน้ากลับมา ไม่แม้แต่จะปรายตามองเวินหรูสวี่ ทำเหมือนเธอกลายเป็นธาตุอากาศ แล้วเลื่อนรถเข็นตรงไปที่ห้องอาหารเวินหรูสวี่มานั่งที่โต๊ะอาหาร ตำแหน่งเดิมเหมือนตอนเช้าเป๊ะ ซ้ายมือคือเย่ไคหลี่ ตรงข้ามคือเย่เจียงเย่เจียงดูเย็นชากว่าเดิมเสียอีก เย็นชายังกับรูปสลักน้ำแข็งกินข้าวเสร็จ เย่เจียงไม่ได้กลับไปห้องหนังสือ แล้วก็ไม่ได้กลับไปพักผ่อนที่ห้องนอน เขาเลื่อนรถเข็นไปที่หน้าต่าง
Ler mais

บทที่ 15

เย่ไคหลี่เอียงไหล่เข้าไปใกล้เธอ "เราสองคนร่วมมือกันรุมอาสาม ต้องชนะแน่ๆ"จบตาแรก เย่เจียงเป็นฝ่ายชนะตาที่สอง เย่ไคหลี่เป็นเจ้ามือ จังหวะที่กำลังจะบอกปัดว่าไม่เอา เย่เจียงก็ปรายตามองแล้วพูดเสียงเย็น "ถ้าแกกล้าปัดมาให้ฉัน เรื่องที่บาร์แกก็ไปจัดการเองแล้วกัน!"เย่ไคหลี่รีบคว้าไพ่ขึ้นมา ยิ้มกวนๆ "อาสามก็พูดไป อาสามจะมาอยากได้เงินแค่หยิบมือของผมทำไมล่ะครับ?"เย่เจียงไม่พูดอะไร ไม่แม้แต่จะจัดไพ่ เอนหลังพิงเก้าอี้ด้วยสีหน้าเรียบเฉย ทำตัวราวกับคนละทิ้งกิเลสทางโลกไปแล้วเวินหรูสวี่ตั้งหน้าตั้งตาจัดไพ่อย่างจริงจัง พอจัดเสร็จก็ใช้สองมือกำไพ่ไว้แน่น กลัวว่ามันจะร่วงลงโต๊ะอีกจบตาที่สอง เย่ไคหลี่แพ้ ส่วนเวินหรูสวี่กับเย่เจียงชนะ หรือถ้าจะพูดให้ถูกก็คือเย่เจียงชนะคนเดียว เพราะไพ่ในมือเวินหรูสวี่แทบไม่ได้ทิ้งลงไปเลยเย่ไคหลี่ควานหาไพ่บนโต๊ะหลังจากเล่นจบ "โจ๊กเกอร์สีแดงล่ะ โจ๊กเกอร์สีแดงทำไมไม่ออกมาเลย?"เวินหรูสวี่แบไพ่ที่เหลือในมือให้ดู "โจ๊กเกอร์สีแดงอยู่ที่ฉันเองแหละ"โจ๊กเกอร์สีดำอยู่ที่เย่เจียง ตอนที่เย่ไคหลี่ทิ้งไพ่ 2 เย่เจียงก็ทิ้งโจ๊กเกอร์สีดำลงมา เธออยู่ฝั่งเดียวกับเย่เจียง จะให้ทิ
Ler mais

บทที่ 16

"เงินเดือน?""อาสามให้ผมจ่ายแทนก็ได้ครับ เดี๋ยวผมเอาให้เธอเอง""โอเคครับ เดี๋ยวผมบอกเธอให้"พอวางสาย เย่ไคหลี่ก็มองเวินหรูสวี่ด้วยสีหน้ากลืนไม่เข้าคายไม่ออก "อาสามบอกให้เธอไปรับเงินเดือนที่ตึกนู้นน่ะ"เวินหรูสวี่งงเป็นไก่ตาแตก "เงินเดือนอะไร?"เย่ไคหลี่ "เงินเดือนค่าเลี้ยงแมวให้อาสามไง"เวินหรูสวี่เดินไปที่ห้องหนังสือของเย่เจียงด้วยความกระวนกระวายใจ เย่เจียงไม่ได้อยู่ในห้อง บนโต๊ะมีกระดาษที่พิมพ์ข้อความไว้ปึกหนึ่งวางอยู่ หน้าต่างเปิดแง้มไว้ พอลมพัดเข้ามา กระดาษบนโต๊ะก็ปลิวว่อนกระจายเต็มพื้น เวินหรูสวี่รีบก้มลงไปเก็บ แต่เก็บไปได้แค่ครึ่งเดียว เย่เจียงก็เข็นรถเข็นออกมาจากห้องน้ำพอดี"คุณเย่ มีธุระอะไรกับฉันเหรอคะ?" เวินหรูสวี่เอากระดาษที่เก็บขึ้นมาวางไว้บนโต๊ะ แล้วยังหวังดีหยิบหนังสือเล่มหนึ่งมาทับไว้กันปลิวอีกด้วยเย่เจียงหมุนรถเข็นมาที่โต๊ะ นิ้วเรียวยาวเคาะลงบนกระดาษที่ถูกทับไว้ เอ่ยด้วยน้ำเสียงเย็นชา "ที่แท้ จุดประสงค์ที่แท้จริงที่คุณเวินเข้าหาไคหลี่ ก็คือเรื่องนี้นี่เอง"เวินหรูสวี่ทำหน้างงหนักกว่าเดิม "คุณหมายความว่ายังไงคะ?"เย่เจียงแค่นยิ้มเย็น "แอบดูแผนโครงการวิจัยและพั
Ler mais

บทที่ 17

ถ้าเปรียบเย่ไคหลี่เป็นลูกหมาป่าที่มีระดับความอันตรายสามดาว เย่เจียงก็คงเป็นจ่าฝูงหมาป่าตัวเต็มวัยที่มีระดับความอันตรายทะลุสิบดาวไปแล้วจากคะแนนเต็มสิบดาวน่ะนะตอนนี้เวินหรูสวี่รู้สึกอยู่อย่างเดียวคือ เสียใจ เสียใจมากๆ! รู้งี้ไม่น่าเลยจริงๆ!เดิมทีที่เธอยอมคบกับเย่ไคหลี่ ก็เพราะไม่อยากให้มีเรื่องยุ่งยากตามมา แต่ตอนนี้กลายเป็นว่า ปัญหาที่ตามมามันหนักหนาสาหัสกว่าการไปล่วงเกินเย่ไคหลี่ซะอีกถ้ารู้ว่าจะเป็นแบบนี้ เธอคงไม่ยอมตกลงแต่แรกหรอก!เมื่อต้องเผชิญหน้ากับผู้ชายที่แสนจะดุดันและน่ากลัวตรงหน้า เวินหรูสวี่ต้องฝืนข่มความหวาดกลัวเอาไว้แล้วพูดว่า "คุณเย่ ฉัน... ฉันไม่เข้าใจความหมายของคุณจริงๆ ค่ะ"ไม่ใช่ไม่เข้าใจ แต่ไม่อยากเข้าใจ แล้วก็ไม่กล้าเข้าใจด้วยฝ่ามือใหญ่ของเย่เจียงรัดเอวเธอไว้แน่น ก้มลงจูบที่ริมฝีปากของเธอ เป็นจูบที่พยายามสะกดกลั้นอารมณ์เอาไว้ แต่สายตาของเขากลับลึกล้ำราวกับจะมองทะลุเข้าไปถึงก้นบึ้งหัวใจของเธอ "ยังไม่เข้าใจอีกเหรอ?"เวินหรูสวี่ไม่กล้าตอบว่าไม่เข้าใจอีกแล้ว ขืนตอบว่าไม่เข้าใจ เย่เจียงคงไม่จบแค่จูบแน่ๆเธอดันตัวออกจากอ้อมกอดของเย่เจียง พยายามปรับน้ำเสียงให้เป
Ler mais

บทที่ 18

เวินหรูสวี่ผละออกจากอ้อมกอดของเย่เจียงอีกครั้ง โค้งคำนับให้เขาพลางกล่าวขอบคุณอย่างจริงใจ "คุณเย่ ขอบคุณที่เมตตานะคะ" เธอยืดตัวขึ้นยืนหลังตรงเชิดหน้าขึ้นด้วยความหยิ่งทะนง "แต่ต้องขอโทษด้วย ฉันตกลงไม่ได้จริงๆ ค่ะ"เย่เจียงหลุบตาลง น้ำเสียงราบเรียบ "ออกไปซะ"เวินหรูสวี่หันหลังเดินออกไปพอเย่ไคหลี่เห็นเธอเดินออกมาจากห้อง ก็รีบปรี่เข้าไปหา ดึงแขนเธอให้หลบไปคุยด้านข้าง แล้วกระซิบถาม "ทำไมเข้าไปตั้งนาน อาสามไม่ได้ทำอะไรเธอใช่ไหม?"เวินหรูสวี่ฝืนยิ้ม "เปล่านี่ อาสามนายเป็นผู้ใหญ่ขนาดนั้น จะมาแกล้งอะไรฉันล่ะ?"เย่ไคหลี่ขมวดคิ้ว "ฉันกลัวว่าอาสามจะทำอะไรเธอ..."เวินหรูสวี่พูดแทรกขึ้น "นายคิดมากไปแล้ว"เย่ไคหลี่ยิ้มกวนๆ "ไม่ใช่ฉันคิดมากหรอก แต่เพราะฉันก็เป็นผู้ชายเหมือนกันไง"เวินหรูสวี่ไม่พูดอะไร เดินจ้ำอ้าวไปข้างหน้าอย่างรวดเร็วเธอเพิ่งจะก้าวเท้าพ้นเขตสวนของเย่เจียง ก็ได้รับสายจากคุณย่าหลังจากวางสาย เธอก็ยืนเหม่อลอย มือที่กำโทรศัพท์สั่นเทาเล็กน้อยเย่ไคหลี่ถามเธอ "เป็นอะไรไป?"เวินหรูสวี่มองใบหน้าหล่อเหลาที่เต็มไปด้วยความเยาว์วัยและรักอิสระของเย่ไคหลี่ คำพูดที่อยากจะขอยืมเงินจุกอยู
Ler mais

บทที่ 19

เวินหรูสวี่ชะงักไปครู่หนึ่ง กว่าจะตั้งสติได้ ฝ่ามือใหญ่เรียวยาวก็รวบจับท้ายทอยเธอไว้แน่นแล้วโบราณว่าไว้ ถึงไม่เคยกินเนื้อหมู ก็ต้องเคยเห็นหมูวิ่งบ้างล่ะน่าเวินหรูสวี่ก็เหมือนกัน ในเรื่องระหว่างชายหญิง ถึงเธอจะไม่เคยมีความรัก แต่ความรู้พื้นฐานเธอก็พอจะเข้าใจอยู่บ้าง ก็แหม โตเป็นสาวมหา'ลัยแล้วนะ ถ้าเรื่องทฤษฎีพื้นฐานแค่นี้ยังไม่รู้ล่ะก็ แบบนั้นเขาไม่เรียกว่าใสซื่อหรอก เรียกว่าไร้เดียงสาจนโง่ต่างหากล่ะก็เพราะรู้ทันนี่แหละ ตอนนี้ใบหน้าของเธอถึงได้ร้อนผ่าวราวกับถูกไฟสุม หน้าแดงแปร๊ดลามไปจนถึงลำคอไฟโทสะปะทุขึ้นมาในชั่วพริบตา พุ่งปรี๊ดขึ้นสมองทันทีด้วยความโกรธจนเลือดขึ้นหน้า เธอจึงทำเรื่องบ้าบิ่นลงไปอย่างหนึ่ง แต่พอทำเสร็จก็ตกใจวิ่งหนีไปยืนพิงหลังติดประตู มองเย่เจียงด้วยความหวาดหวั่นเย่เจียงหัวเราะ ริมฝีปากบางเฉียบและเซ็กซี่ยกขึ้นเล็กน้อย รอยยิ้มนั้นทั้งดูเย็นชาและร้ายกาจ "จะหลบทำไม?"เวินหรูสวี่เม้มปากแน่นไม่ยอมพูดอะไร ยืนทำหน้ากระวนกระวายอยู่ตรงประตูเหมือนเด็กที่เพิ่งทำความผิดมาเย่เจียงจ้องมองเธอด้วยสายตาลึกล้ำดำมืด แผ่รังสีคุกคามกดดันขั้นสุดเวินหรูสวี่ที่ถูกจ้องมองด้วยสายต
Ler mais

บทที่ 20

เวินหรูสวี่จ้องมองเย่เจียงด้วยความตกตะลึง เธอกล้าสาบานเลยว่า ก่อนที่จะมาบ้านตระกูลเย่ เธอไม่เคยเจอหน้าเย่เจียงมาก่อนเลย"คุณเย่คะ ก่อนหน้านี้เราเคยเจอกันมาก่อนหรือเปล่าคะ?""สวีสวี่! เวินหรูสวี่!" เสียงตะโกนเรียกดังลั่นของเย่ไคหลี่ดังมาจากข้างนอกเวินหรูสวี่มองเย่เจียงด้วยความตึงเครียดเย่เจียงไม่แม้แต่จะกะพริบตา เขาสบตาเธอด้วยท่าทีสงบนิ่งเย่ไคหลี่ตะโกนต่อ "อาสาม! อาสาม ผมโทรหาคุณย่าแล้วนะ พรุ่งนี้คุณย่าจะกลับมาแล้ว!"เวินหรูสวี่ยิ่งเครียดหนักกว่าเดิม เธอเดินเข้าไปหาเย่เจียง ทำตัวเป็นเด็กดีว่านอนสอนง่าย "ฉันออกไปอธิบายให้เขาฟังเองค่ะ"เย่เจียงไม่เพียงแต่จะไม่ซาบซึ้งกับความมีน้ำใจของเธอเท่านั้น แต่ในใจกลับมีไฟโทสะลุกโชนขึ้นมาอย่างไม่มีสาเหตุจู่ๆ ลำคอก็แห้งผากและคันยุบยิบ อยากสูบบุหรี่ขึ้นมาตงิดๆเขาคว้าซองบุหรี่บนโต๊ะขึ้นมา เคาะมวนหนึ่งออกมาคาบไว้ที่ปาก แล้วพยักพเยิดหน้าไปทางเธอเวินหรูสวี่ไม่เข้าใจ มองเขาอย่างงุนงงเย่เจียง "ไฟแช็ก"เวินหรูสวี่ "..."ไฟแช็กก็วางอยู่บนโต๊ะไงเล่า หยิบเองไม่เป็นหรือไงยะ?แต่เธอก็ไม่กล้าพูดออกไป ได้แต่หันไปหยิบไฟแช็กส่งให้เย่เจียงแต่เย่เจ
Ler mais
ANTERIOR
123
ESCANEIE O CÓDIGO PARA LER NO APP
DMCA.com Protection Status