Masuk[ดราม่าก่อนหวานทีหลัง (หน่วงหัวใจ) + อาหลานแย่งชิงความรัก + ถ่านไฟเก่า + บังคับฝืนใจเล็กน้อย + หมดมาดตามง้อภรรยา] ครั้งแรกที่เวินหรูสวี่ไปเยือนบ้านตระกูลเย่ เธอไปในฐานะแฟนสาวของเย่ไคหลี่ ซึ่งเป็นหลานชายของเย่เจียง เย่ไคหลี่กำชับเธอครั้งแล้วครั้งเล่า "อาสามนิสัยเย็นชาและเหี้ยมโหด แถมขาก็ยังได้รับบาดเจ็บ เขาน่ากลัวมากนะ เธอห้ามเข้าใกล้เขาเด็ดขาด" ทว่าต่อมา เวินหรูสวี่กลับถูกบังคับให้เข้าไปในตึกเล็กที่เย่เจียงใช้พักฟื้นร่างกาย ท่ามกลางแสงไฟสลัว สีหน้าของชายหนุ่มอึมครึมยิ่งกว่าท้องฟ้า มือเรียวยาวที่เห็นข้อต่อชัดเจนวางพาดอยู่บนรถเข็น เส้นเลือดดำบนหลังมือปูดโปน คืนนั้นเขารั้งเอวของเวินหรูสวี่เอาไว้อย่างแรง จูบริมฝีปากของเธอราวกับจะกลืนกิน ซุกใบหน้าลงที่ซอกคอพลางหอบหายใจหนักหน่วงแล้วเอ่ยว่า "เลิกกับเขา แล้วมาอยู่กับฉัน" นับตั้งแต่นั้นเป็นต้นมา พวกเขาก็ลักลอบมีความสัมพันธ์ต้องห้ามที่ไม่มีใครล่วงรู้ พัวพันกันอยู่ถึงสามปี เวินหรูสวี่ก็งัดทุกวิถีทางจนในที่สุดก็หนีไปจากเย่เจียงได้สำเร็จ ห้าปีต่อมา เธอได้กลับมาที่เมืองเป่ยเฉิงอีกครั้ง เย่เจียงซุกใบหน้าลงที่ซอกคอของเธอ น้ำเสียงแหบพร่า "เวินหรูสวี่ ฉันเคยปล่อยเธอไปแล้วครั้งหนึ่ง แต่ฉันปล่อยตัวเองไปไม่ได้... กลับมาได้ไหม?"
Lihat lebih banyakเวินหรูสวี่ปัดมือเขาออก "บนหลังม้ามันทำเรื่องแบบนั้นไม่ได้นะ ถ้าคุณอยาก ก็ต้องกลับไปทำที่บ้าน"เย่เจียงก้มหน้าลงมาใกล้ "บนหลังม้าก็ทำได้ แต่ฉันไม่อยากให้ใครเห็นเธอหรอกนะ แต่ถ้าในรถล่ะก็ ไม่แน่"เวินหรูสวี่ "..."เธอยอมแพ้ผู้ชายคนนี้เลยจริงๆ วันๆ ในหัวคิดแต่เรื่องพวกนี้ แถมยังสรรหาวิธีใหม่ๆ มาได้ตลอดหลังจากกินมื้อเย็นเสร็จ เย่เจียงก็ขับรถพาเวินหรูสวี่ขึ้นไปบนยอดเขาจิ่งซานเวินหรูสวี่นอนซบอยู่กับอกเย่เจียง ดวงตาคลอไปด้วยหยาดน้ำตาเย่เจียงลูบหัวเธอเบาๆ กระซิบถามข้างหูด้วยน้ำเสียงแหบพร่า "ที่รัก รักฉันหรือรักเย่ไคหลี่?"ความร้อนรุ่มในตัวเวินหรูสวี่มลายหายไปในพริบตา เธอกำไหล่เขาไว้แน่นเธอไม่ยอมพูดอะไร เพราะความจริงแล้วเธอไม่ได้รักใครเลย ตั้งแต่ต้นจนจบ เธอไม่เคยรักพวกเขาสองคนเลยสักนิดเมื่อไม่ได้คำตอบที่ต้องการ เย่เจียงก็โมโหจนเลือดขึ้นหน้า บีบเอวเธอแน่นแล้วกระชากตัวเธอขึ้นมาอย่างแรงกว่าชั่วโมงต่อมา...เวินหรูสวี่ห่มเสื้อคลุมของเย่เจียง นั่งขดตัวอยู่บนเบาะรถ ท่ามกลางกลิ่นคาวโลกีย์ที่อบอวลไปทั่วเย่เจียงยืนสูบบุหรี่อยู่ข้างนอกรถ ก้มหน้าสูดควันเข้าปอดลึกๆ แต่เพราะสูดแรงเกินไปเลย
ตอนแรกเวินหรูสวี่คิดว่าเย่เจียงจะจ้างครูฝึกส่วนตัวมาสอน ไม่ก็ส่งเธอไปเรียนที่สระว่ายน้ำ ที่ไหนได้ เย่เจียงกลับลงมือสอนเธอด้วยตัวเองซะงั้นเธอรู้สึกว่าเย่เจียงไม่ได้อยากจะสอนเธอว่ายน้ำจริงๆ หรอก เขาแค่อ้างเรื่องสอนว่ายน้ำมาบังหน้าเพื่อสนองตัณหาตัวเองต่างหากซึ่งมันก็เป็นแบบนั้นจริงๆ การเรียนว่ายน้ำหนึ่งชั่วโมงครึ่ง หมดไปกับการทำเรื่องอื่นที่ไม่เกี่ยวกับการว่ายน้ำไปซะสี่สิบนาทีแล้วเรียนว่ายน้ำเสร็จไปหนึ่งคลาส เวินหรูสวี่ถึงกับขาสั่นพั่บๆ ยืนแทบไม่อยู่เย่เจียงอ้างว่าอยากให้เธอผ่อนคลายกล้ามเนื้อ เลยอุ้มเธอไปแช่น้ำพุร้อน แต่ผลปรากฏว่าก็จัดไปอีกสองรอบในบ่อน้ำพุร้อนนั่นแหละเวินหรูสวี่รู้สึกเหมือนร่างกายจะแหลกเป็นเสี่ยงๆ เธอนอนหมดแรงอ่อนปวกเปียกอยู่ในอ้อมแขนของเย่เจียง ไม่มีแม้แต่แรงจะยกแขนขึ้นมาด้วยซ้ำ มือก็สั่นไปหมดเย่เจียงมองดูท่าทางอ่อนปวกเปียกน่าเอ็นดูของเธอ ลูกกระเดือกก็ขยับขึ้นลง รู้สึกอยากขึ้นมาอีกแล้วแต่เขาก็รู้ดีว่าเวินหรูสวี่คงรับไม่ไหวแล้ว อย่างน้อยก็ต้องให้เธอพักสักคืนนึงเขายังอารมณ์ค้างอยู่เลย ไฟราคะยังไม่ดับลงง่ายๆเวินหรูสวี่สัมผัสได้ถึงความต้องการอันรุนแรงของเย่
เขาไม่กล้ารอช้า รีบโทรหาฟู่เหอย่าทันทีฟู่เหอย่าเป็นคุณอาของฟู่จงหยาง และยังเป็นสูตินรีแพทย์ชื่อดังของเป่ยเฉิงด้วยพอรับสาย ฟู่เหอย่าก็รีบตรงมาที่ถังหยวนทันทีหลังจากตรวจดูอาการของเวินหรูสวี่แล้ว ฟู่เหอย่าก็อดไม่ได้ที่จะด่ากราด "นี่แกเป็นสัตว์ป่าหรือไงฮะ?"เย่เจียงหลุบตาลง ไม่โต้ตอบอะไรฟู่เหอย่าจ่ายยาลดไข้กับยาทาแก้อักเสบให้เวินหรูสวี่ พร้อมกับกำชับเย่เจียงเสียงเข้ม "อีกครึ่งเดือนต่อจากนี้ ห้ามแตะต้องตัวเธอเด็ดขาด"เย่เจียงอุ้มเวินหรูสวี่กลับไปนอนบนเตียง มองดูใบหน้าที่ซีดเซียวและอ่อนแรงของเธอแล้วก็ทั้งสงสารทั้งโมโหตัวเอง โมโหที่ตัวเองทำตัวบัดซบขนาดนี้แต่ในสายตาของเวินหรูสวี่ การที่เย่เจียงทำหน้าถมึงทึงแบบนั้น มองยังไงก็เหมือนคนกำลังโกรธจัดชัดๆเธอคิดว่าเขาคงโมโหที่หมอสั่งห้ามไม่ให้มีอะไรกันตั้งครึ่งเดือน พอคิดแบบนี้เธอก็ยิ่งรู้สึกเย็นชาในใจที่แท้ผู้ชายคนนี้ก็แค่หวังเรื่องพรรณนั้น ถึงได้บังคับกักขังเธอไว้ข้างกายสินะเธอหลุบตาลง ฝืนกลืนความขมขื่นลงคอแล้วยิ้มบางๆ "หมอก็มักจะพูดให้ดูร้ายแรงไปงั้นแหละค่ะ ความจริงมันไม่ได้ร้ายแรงขนาดนั้นหรอก แล้วฉันก็แข็งแรงดีด้วย พักแค่ไม่กี่วั
สำหรับเวินหรูสวี่แล้ว ฤดูร้อนปีนี้เปรียบเสมือนพายุฝนฟ้าคะนองที่กระหน่ำซัดเข้ามาลูกแล้วลูกเล่าเธอไม่รู้เลยว่าพายุลูกต่อไปจะโหมกระหน่ำเข้ามาตอนไหน หวังเพียงแค่ให้มันพัดมาน้อยๆ หน่อยก็พอเธอไม่ชอบวันฝนตกมืดครึ้มแบบนี้เอาซะเลย เพราะในวันที่อากาศเลวร้ายแบบนี้แหละ ที่เธอได้เจอกับเย่เจียง ถูกเขาขังไว้ในกรงทอง ต้องทนรับอารมณ์เกรี้ยวกราดของเขาที่ดูน่ากลัวยิ่งกว่าสภาพอากาศเสียอีกเวินหรูสวี่ขมวดคิ้วแน่น ใบหน้าซีดเซียว หอบหายใจรวยรินอย่างอ่อนแรง"คุณเย่คะ" เธอร้องไห้สะอึกสะอื้น ดูบอบบางน่าสงสาร มือที่สั่นเทาลูบไล้ใบหน้าเขา อ้อนวอนด้วยน้ำเสียงสั่นเครือ "คุณใจเย็นๆ ก่อนนะคะ อย่าทำแบบนี้เลยได้ไหมคะ?"ถึงแม้เธอจะไม่รู้เลยว่าเย่เจียงโกรธเรื่องอะไร แต่เธอก็สัมผัสได้ว่าตอนนี้เขาโมโหมาก เพราะเธอกำลังตกเป็นที่รองรับอารมณ์เกรี้ยวกราดของเขาอยู่นี่ไงแต่คำอ้อนวอนของเธอไร้ผล เย่เจียงยังคงรุกรานเธออย่างหนักหน่วงและเอาแต่ใจพายุลมแรงโหมกระหน่ำ ฝนตกลงมาอย่างหนัก ดอกกุหลาบในสวนถูกพายุพัดกระหน่ำจนกลีบร่วงหล่นกระจายเต็มพื้นกลางดึก เวินหรูสวี่สะดุ้งตื่นเพราะกระหายน้ำ เธอพยุงตัวลุกขึ้นตั้งใจจะลงไปดื่มน้ำ แต