สั่นสะท้านในอ้อมกอดเขา

สั่นสะท้านในอ้อมกอดเขา

Oleh:  เรือน้อยยามเย็นOngoing
Bahasa: Thai
goodnovel4goodnovel
Belum ada penilaian
30Bab
105Dibaca
Baca
Tambahkan

Share:  

Lapor
Ringkasan
Katalog
Pindai kode untuk membaca di Aplikasi

[ดราม่าก่อนหวานทีหลัง (หน่วงหัวใจ) + อาหลานแย่งชิงความรัก + ถ่านไฟเก่า + บังคับฝืนใจเล็กน้อย + หมดมาดตามง้อภรรยา] ครั้งแรกที่เวินหรูสวี่ไปเยือนบ้านตระกูลเย่ เธอไปในฐานะแฟนสาวของเย่ไคหลี่ ซึ่งเป็นหลานชายของเย่เจียง เย่ไคหลี่กำชับเธอครั้งแล้วครั้งเล่า "อาสามนิสัยเย็นชาและเหี้ยมโหด แถมขาก็ยังได้รับบาดเจ็บ เขาน่ากลัวมากนะ เธอห้ามเข้าใกล้เขาเด็ดขาด" ทว่าต่อมา เวินหรูสวี่กลับถูกบังคับให้เข้าไปในตึกเล็กที่เย่เจียงใช้พักฟื้นร่างกาย ท่ามกลางแสงไฟสลัว สีหน้าของชายหนุ่มอึมครึมยิ่งกว่าท้องฟ้า มือเรียวยาวที่เห็นข้อต่อชัดเจนวางพาดอยู่บนรถเข็น เส้นเลือดดำบนหลังมือปูดโปน คืนนั้นเขารั้งเอวของเวินหรูสวี่เอาไว้อย่างแรง จูบริมฝีปากของเธอราวกับจะกลืนกิน ซุกใบหน้าลงที่ซอกคอพลางหอบหายใจหนักหน่วงแล้วเอ่ยว่า "เลิกกับเขา แล้วมาอยู่กับฉัน" นับตั้งแต่นั้นเป็นต้นมา พวกเขาก็ลักลอบมีความสัมพันธ์ต้องห้ามที่ไม่มีใครล่วงรู้ พัวพันกันอยู่ถึงสามปี เวินหรูสวี่ก็งัดทุกวิถีทางจนในที่สุดก็หนีไปจากเย่เจียงได้สำเร็จ ห้าปีต่อมา เธอได้กลับมาที่เมืองเป่ยเฉิงอีกครั้ง เย่เจียงซุกใบหน้าลงที่ซอกคอของเธอ น้ำเสียงแหบพร่า "เวินหรูสวี่ ฉันเคยปล่อยเธอไปแล้วครั้งหนึ่ง แต่ฉันปล่อยตัวเองไปไม่ได้... กลับมาได้ไหม?"

Lihat lebih banyak

Bab 1

บทที่ 1

เสื้อเชิ้ตสีดำของชายหนุ่มถูกปลดกระดุมออกกว้าง เผยให้เห็นแผงอกกว้างที่มีกล้ามเนื้อตึงแน่น และกล้ามหน้าท้องสุดเซ็กซี่ที่มองเห็นรำไร

ภายใต้แสงเงาสลัวชวนวาบหวาม ขายาวของชายหนุ่มก้าวเดินตรงเข้าไปหาเวินหรูสวี่ด้วยท่าทีน่าเกรงขาม

เวินหรูสวี่ตกใจจนถอยหลังกรูด “คุณ... คุณอย่าเข้ามานะ...”

ชายหนุ่มรุกคืบเข้ามาทีละก้าว จนกระทั่งต้อนเวินหรูสวี่ให้ถอยไปจนมุมถึงได้หยุดลง มือใหญ่บีบปลายคางของเธอไว้ สายตาจ้องมองเธออย่างดุดัน "ยังจะหนีอีกไหม?"

เวินหรูสวี่หลุบตาลง พยายามข่มความหวาดกลัวแล้วส่ายหน้า "ไม่... ไม่หนีแล้ว"

ชายหนุ่มบีบคางเรียวเล็ก บังคับให้เธอเงยหน้าขึ้นมา นิ้วหัวแม่มือบดคลึงริมฝีปากของเธออย่างแรง

"เวินหรูสวี่ เลิกคิดที่จะหนีไปจากฉัน ต่อให้เธอตาย ก็ต้องตายบนเตียงของฉันเท่านั้น"

เวินหรูสวี่ถูกคำพูดที่ทั้งไร้ยางอายและเอาแต่ใจของเขากระตุ้นจนแก้มแดงก่ำ ทั้งอายทั้งโกรธ เธอฝืนทนต่อความขยะแขยงแล้วข่มความโกรธเอาไว้

เพราะเธอไม่ทนไม่ได้ ขืนแข็งข้อไปก็มีแต่จะเสียเปรียบ สู้ทำตัวว่าง่ายหน่อยดีกว่า จะได้เจ็บตัวน้อยลง

เพื่อทำให้ตัวเองดูว่าง่ายขึ้น เธอจึงหลุบตาลง ปล่อยให้น้ำตาร่วงหล่นลงมา

"ร้องไห้ทำไม?" ชายหนุ่มก้มหน้าลง พยายามสะกดกลั้นอารมณ์ที่พลุกพล่าน ขบกัดริมฝีปากของเธออย่างแรง แล้วเอ่ยด้วยน้ำเสียงแหบพร่าและตึงเครียด "ไม่เต็มใจอยู่กับฉันขนาดนั้นเลยเหรอ?"

เวินหรูสวี่หลับตาแน่นไม่ยอมพูดอะไร ขนตายาวที่ชุ่มไปด้วยหยาดน้ำตาสั่นระริกเบาๆ

"แล้วเธออยากอยู่กับใครล่ะ? อยากอยู่กับใคร? หืม?" ชายหนุ่มบีบแก้มเธอ หางตาแดงเรื่อเล็กน้อย สายตาจ้องมองเธออย่างดุดัน "ลืมตาขึ้นมา มองหน้าฉันพูดออกมา"

"เปล่าค่ะ ไม่ได้อยากอยู่กับใคร" เวินหรูสวี่ลืมตาขึ้นอย่างสั่นเทา มองชายหนุ่มตรงหน้า น้ำเสียงสะอื้นด้วยสายตาที่แหลกสลาย "คุณเย่คะ ฉันไม่ได้อยากอยู่กับใคร ขอร้องล่ะ ปล่อยฉันไปได้ไหมคะ?"

เธออ้อนวอนด้วยน้ำเสียงแผ่วเบา หวังเพียงให้เขาเกิดความเวทนาขึ้นมาบ้าง

ชายหนุ่มโอบเอวเธอ รวบตัวอุ้มขึ้นด้วยแขนเพียงข้างเดียว กัดลงที่ซอกคอเธออย่างพยายามสะกดกลั้น แล้วเอ่ยน้ำเสียงแหบพร่า "เธอควรจะพูดว่า 'ฉันอยากอยู่กับเย่เจียง' เข้าใจไหม?"

เวินหรูสวี่อดทนแล้วอดทนเล่า เอ่ยด้วยน้ำเสียงอ่อนโยน "ฉันอยากอยู่กับเย่เจียง"

ภายใต้แรงกดดันจากออร่าอันทรงพลังของเขา เธอทำได้เพียงยอมจำนน

แววตาของชายหนุ่มเข้มขึ้น เขาอุ้มเธอเดินดุ่มเข้าไปในห้องนอนอย่างรวดเร็ว จากนั้นกดร่างเธอลงบนเตียงด้วยความรีบร้อนและดุดัน นิ้วเรียวยาวสอดแทรกเข้าไปอย่างแรง "เขาเคยมาถึงตรงนี้ของเธอหรือยัง?"

"อ๊ะ!" เวินหรูสวี่ร้องเสียงหลง

"พี่สวี่!" เสิ่นเนี่ยนเหยา ผู้ช่วยสาวเอ่ยถามด้วยความห่วงใย "พี่สวี่ เป็นอะไรไปคะ ฝันร้ายเหรอ?"

เวินหรูสวี่สะดุ้งตื่นจากฝัน แววตาตื่นตระหนก หอบหายใจเฮือกใหญ่

แอร์โฮสเตสได้ยินเสียงร้องจึงรีบเดินเข้ามาสอบถาม "คุณผู้หญิงรู้สึกไม่สบายตรงไหนหรือเปล่าคะ?"

เครื่องบินเพิ่งบินผ่านน่านฟ้าหลิ่งเป่ย สภาพอากาศดูเหมือนจะแห้งแล้งขึ้นมาทันที

เวินหรูสวี่กลืนน้ำลายลงคอที่แห้งผากอย่างยากลำบาก โบกมือปฏิเสธ "ฉันไม่ได้เป็นอะไรค่ะ ขอบคุณมากนะคะ" จากนั้นหันไปพูดกับเสิ่นเนี่ยนเหยา "พี่ไม่เป็นไร สงสัยเมื่อคืนมัวแต่อดนอนแก้บทเลยพักผ่อนไม่พอ เมื่อกี้ก็เลยฝันร้ายน่ะ"

การแก้บทเป็นเพียงแค่ข้ออ้าง ความเป็นจริงคือพอรู้ว่าวันนี้ต้องมาที่เป่ยเฉิง เมื่อคืนเธอก็เลยนอนไม่หลับทั้งคืนต่างหาก

หลังจากขึ้นเครื่อง กว่าจะข่มตาหลับได้ก็ยากเย็นแสนเข็ญ แต่กลับต้องมาฝันร้ายที่น่ากลัวขนาดนั้น จะเรียกว่าฝันก็คงไม่ถูก เพราะมันคือประสบการณ์ที่เธอเคยเผชิญมาจริงๆ พอสะดุ้งตื่นด้วยความตกใจก็หลับไม่ลงอีกเลย

เครื่องบินลงจอดที่เป่ยเฉิงในเวลาห้าโมงสามสิบห้านาที ในช่วงปลายฤดูใบไม้ร่วง พระอาทิตย์กำลังจะตกดิน แสงระเรื่อที่ขอบฟ้าแดงฉานดั่งเปลวไฟ

ถึงแม้ท้องฟ้าจะสว่างไสวเป็นสีแดงฉาน แต่อากาศในเป่ยเฉิงกลับทั้งหนาวและแห้ง แฝงไปด้วยความเหน็บหนาวที่ชวนให้รู้สึกวังเวง เหมือนกับผู้ชายคนนั้น... คนที่เธอใช้เวลาถึงห้าปีก็ยังลบออกไปจากความทรงจำไม่ได้ ลูกชายคนที่สามของตระกูลเย่ เย่เจียง

ใครหลายคนในเป่ยเฉิงต่างก็หวาดกลัวเย่เจียง เวินหรูสวี่เองก็กลัวเช่นกัน กลัวยิ่งกว่าใคร ด้วยซ้ำ กลัวจนไม่กล้าย่างกรายมาที่เป่ยเฉิงเลยตลอดห้าปีที่ผ่านมา

การมาเป่ยเฉิงในครั้งนี้ของเธอเป็นเหตุสุดวิสัยจริงๆ เธอโดนจับมัดมือชกให้ต้องมา ก็เหมือนกับตอนที่ถูกบังคับให้เข้าไปในตึกเล็กอันเข้มงวดที่เขาพักอาศัยอยู่เมื่อแปดปีก่อน และต่อมาก็ถูกบังคับให้พัวพันกับเขามาถึงสามปีเต็ม

เมื่อห้าปีก่อน เธอรับมีดแทนเย่เจียง ต้องแลกมาด้วยชีวิตที่เกือบแหลกสลาย กว่าจะได้อิสรภาพออกมาจากเขาชีวิตเขาได้

วันที่เธอจากมา ก็เป็นช่วงปลายฤดูใบไม้ร่วงเช่นกัน ใบต้นหวยร่วงหล่นทั่วทั้งเมือง แสงระเรื่อบนท้องฟ้าแดงฉานดั่งเปลวเพลิง

เย่เจียงยืนอยู่ใต้ต้นหวยที่ใบร่วงหล่นจนหมดต้น แสงสุดท้ายของดวงอาทิตย์สาดส่องผ่านกิ่งก้านที่ไร้ใบลงมาบนตัวเขา ทำให้ร่างกายของเขาดูเหี้ยมโหดและเย็นชาราวกับอาชูร่า

"เวินหรูสวี่ ฉันจะปล่อยเธอไปแค่ครั้งนี้ครั้งเดียว ไปแล้วก็อย่ากลับมาอีก"

"ขอบคุณค่ะคุณเย่ วางใจเถอะ ฉันจะไม่กลับมาอีก ชาตินี้ฉันจะไม่มีวันเหยียบย่างเข้ามาในเป่ยเฉิงแม้แต่ก้าวเดียว"

แต่เธอกลับผิดคำพูด ผ่านไปห้าปี เธอกลับมาที่เป่ยเฉิงอีกครั้ง

ดังนั้นเมื่อคืนเธอถึงนอนไม่หลับทั้งคืน พอตกกลางวันก็ยังมาฝันร้ายบนเครื่องบินอีก เป็นเพราะเธอหวาดกลัว กลัวว่าจะต้องเผชิญหน้ากับเย่เจียง กลัวว่าจะถูกเขาควบคุมเอาไว้ในกำมืออีกครั้ง

ความต้องการที่จะควบคุมและครอบครองของผู้ชายคนนั้นมีมากขนาดไหน เธอรู้ดีกว่าใคร เพราะเธอถูกเขาควบคุมด้วยวิธีที่วิปริตมาตั้งสามปี

นอกจากจะไม่อยากถูกเย่เจียงควบคุมแล้ว เธอยิ่งไม่อยากเข้าไปพัวพันระหว่างเย่เจียงกับเย่ไคหลี่ ไม่อยากถูกอาหลานคู่นี้แย่งชิงกันไปมา มันทำให้เธอรู้สึกว่าตัวเองไม่มีศักดิ์ศรีเอาเสียเลย เป็นแค่ของเล่นที่เอาไว้แสดงอำนาจของพวกเขาเท่านั้น

โชคดีที่เธอหนีออกมาจากเย่เจียงได้แล้ว ไม่มีความเกี่ยวข้องใดๆ กับเขาอีก และหลุดพ้นจากอาหลานคู่นั้นมาได้แล้ว

ตอนนั้นหลังจากที่เธอหนีออกจากเป่ยเฉิงก็เดินทางไปต่างประเทศ เพิ่งจะกลับมาเมื่อเดือนกันยายนปีที่แล้ว และทำงานเป็นนักเขียนบทในบริษัทผลิตสื่อบันเทิงที่ชื่อว่า 'อี้อวิ๋นมีเดีย' เฉินซูอวิ๋นเพื่อนสมัยมัธยมปลายของเธอเป็นคนแนะนำให้เข้ามาทำงานที่นี่ เฉินซูอวิ๋นเป็นผู้กำกับบริหารของบริษัท จึงพอจะมีปากมีเสียงในบริษัทอยู่บ้าง

แน่นอนว่าต่อให้เฉินซูอวิ๋นไม่ช่วยเหลือ ด้วยความสามารถของเวินหรูสวี่ก็สามารถเข้ามาทำงานที่อี้อวิ๋นมีเดียได้อยู่ดี เพียงแต่การมีเฉินซูอวิ๋นอยู่ด้วย จะทำให้เธออยู่ในบริษัทได้อย่างราบรื่นมากขึ้น ไม่โดนคนอื่นกลั่นแกล้ง ช่วยลดปัญหาจุกจิกกวนใจไปได้เยอะ

เมื่อฤดูร้อนปีที่แล้ว บริษัทของพวกเขาสร้างซีรีส์ฮิตกระแสแรงออกมาเรื่องหนึ่ง ทำให้ชื่อเสียงโด่งดังเป็นพลุแตกในชั่วข้ามคืน มีงานโฆษณาหลั่งไหลเข้ามาไม่ขาดสาย การดึงดูดเม็ดเงินลงทุนจึงไม่ใช่เรื่องยากอีกต่อไป

ช่วงต้นปี บริษัทเตรียมจะสร้างซีรีส์ฟอร์มยักษ์แนวเทพเซียนที่ดัดแปลงจากนิยายดัง การตั้งโปรเจกต์ในช่วงแรกและการวางโครงบทซีรีส์ก็เสร็จสิ้นลงอย่างราบรื่น โชคดีที่ดึงสปอนเซอร์มาได้เร็วมาก เพียงแต่นักลงทุนท่านนั้นเป็นผู้มีอิทธิพลจากเป่ยเฉิง ตอนที่ใกล้จะเซ็นสัญญา ผู้มีอิทธิพลท่านนั้นก็ยื่นคำขาดกะทันหัน ให้นำทีมผู้สร้างหลักหอบแผนงานมาพูดคุยกันต่อหน้าถึงที่เป่ยเฉิง

เวินหรูสวี่ในฐานะนักเขียนบทของบริษัท ก็ย่อมต้องเป็นหนึ่งในทีมผู้สร้างหลัก ตามหลักการแล้วย่อมต้องเดินทางไปเป่ยเฉิงด้วยกัน

ตอนแรกที่เธอได้ยินว่าจะต้องไปเป่ยเฉิง เธอก็ใช้ข้ออ้างเรื่องสุขภาพปฏิเสธไป เฉินซูอวิ๋นไม่ได้คิดอะไรมาก ตอบตกลงอย่างง่ายดาย แล้วบอกให้เธอรอฟังข่าวดีอยู่ที่ไห่เฉิง

ผลปรากฏว่าเมื่อวานพวกเฉินซูอวิ๋นเพิ่งจะถึงเป่ยเฉิง ตอนบ่ายก็โทรมาหาเธอ บอกว่านักลงทุนมองว่าพวกเขาไม่มีความจริงใจ

"ไม่มีความจริงใจตรงไหนกัน?" เวินหรูสวี่เริ่มรู้สึกสังหรณ์ใจไม่ค่อยดี

เฉินซูอวิ๋นเอ่ย "นายทุนเราเขาบอกว่า หัวหน้านักเขียนบทหลักของเราไม่ยอมมา แบบนี้มันไม่จริงใจ ข้าวยังไม่ทันกินก็กลับไปแล้ว"

เวินหรูสวี่ข่มความกังวลในใจ หยั่งเชิงถามด้วยน้ำเสียงติดตลก "นายทุนของเราครั้งนี้ชื่ออะไรเหรอ เป็นผู้ยิ่งใหญ่คนไหนในแวดวงปักกิ่งล่ะ?"

เฉินซูอวิ๋นตอบกลับมา "นามสกุลต้วน เป็นคุณชายรองตระกูลต้วน มหาเศรษฐีอันดับหนึ่งของหนานเฉิง"

เวินหรูสวี่ถอนหายใจอย่างโล่งอก "นามสกุลต้วน"

เฉินซูอวิ๋นถาม "เป็นไรไป?"

เวินหรูสวี่ยิ้มรับ "เปล่า ไม่มีอะไร"

ขอแค่ไม่ได้นามสกุลเย่ก็พอ หากเป็นนามสกุลต้วนก็ยิ่งปลอดภัยเข้าไปใหญ่

ต้วนเจิ้งชิง คุณชายรองตระกูลต้วนแห่งหนานเฉิง ไม่ลงรอยกับเย่เจียงมาแต่ไหนแต่ไรแล้ว ก่อนหน้านี้ทั้งสองคนยังเคยฟาดฟันกันเรื่องแย่งชิงตลาดในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้อยู่พักหนึ่ง

ในเมื่อซีรีส์เรื่องนี้ต้วนเจิ้งชิงเป็นคนลงทุน ก็ไม่ต้องกลัวว่าจะบังเอิญไปเจอเย่เจียงแล้ว

หลังจากลงจากเครื่อง เวินหรูสวี่กับเสิ่นเนี่ยนเหยา ผู้ช่วยของเธอ ก็เรียกแท็กซี่มุ่งหน้าไปยังโรงแรม

พอถึงโรงแรม เฉินซูอวิ๋นก็หยิบชุดเดรสยาวทรงหางปลาสีฟ้าน้ำทะเลซึ่งเป็นคอลเลกชันฤดูใบไม้ร่วงใหม่ล่าสุดของแบรนด์ดังแบรนด์หนึ่งมาให้ แล้วบอกให้เธอเปลี่ยน

เวินหรูสวี่ไม่เข้าใจเหตุผล "เปลี่ยนชุดทำไมเหรอ?"

เฉินซูอวิ๋นยืนอยู่ด้านหลังเธอ จับเส้นผมที่นุ่มสลวยของเธอขึ้นมาจัดทรงเพื่อดูว่าทำทรงไหนถึงจะสวยที่สุด

"ก็เป็นเพราะเมื่อวานเธอไม่มา ทำให้นายทุนโกรธเป็นฟืนเป็นไฟไง เลยต้องแต่งตัวให้เธอสวยๆ หน่อย ให้คุณชายรองต้วนเห็นหน้าเธอแล้วจะได้อารมณ์ดีขึ้น เดี๋ยวคืนนี้ตอนกินข้าว เธอก็พูดจาหวานๆ หน่อย ดื่มคารวะเขาสักสองสามจอก เหล่าเฝิงบอกแล้วนะว่า งานนี้เราต้องสำเร็จเท่านั้น ห้ามพลาดเด็ดขาด!"

เวินหรูสวี่ยังคงแคลงใจ "เธอแน่ใจนะว่านายทุนคือต้วนเจิ้งชิง"

เฉินซูอวิ๋นตอบด้วยน้ำเสียงหนักแน่น "แน่สิ ฉันเจอประธานต้วนมาสองรอบแล้ว"

เธอเปิดรูปต้วนเจิ้งชิงในโทรศัพท์มือถือ แล้วยื่นให้เวินหรูสวี่ดู "นี่ไง คนนี้แหละต้วนเจิ้งชิง คุณชายรองตระกูลต้วน ผู้กุมอำนาจตัวจริงของต้วนกรุ๊ปในตอนนี้ หล่อใช่ไหมล่ะ?"

เวินหรูสวี่ปรายตามอง พอมั่นใจว่าไม่ใช่เย่เจียง ความกังวลในใจเธอก็เบาบางลงไปบ้าง

แต่เธอก็ยังวางใจไม่ได้ร้อยเปอร์เซ็นต์ จึงถามย้ำอีกครั้ง "นอกจากต้วนเจิ้งชิงแล้ว ไม่มีคนอื่นอีกใช่ไหม?"

เฉินซูอวิ๋นรู้สึกว่าวันนี้เธอทำตัวแปลกๆ จึงขมวดคิ้วถามกลับไป "ไม่งั้นล่ะ เธอคิดว่าจะมีใครอีก?"
Tampilkan Lebih Banyak
Bab Selanjutnya
Unduh

Bab terbaru

Bab Lainnya
Tidak ada komentar
30 Bab
บทที่ 1
เสื้อเชิ้ตสีดำของชายหนุ่มถูกปลดกระดุมออกกว้าง เผยให้เห็นแผงอกกว้างที่มีกล้ามเนื้อตึงแน่น และกล้ามหน้าท้องสุดเซ็กซี่ที่มองเห็นรำไรภายใต้แสงเงาสลัวชวนวาบหวาม ขายาวของชายหนุ่มก้าวเดินตรงเข้าไปหาเวินหรูสวี่ด้วยท่าทีน่าเกรงขามเวินหรูสวี่ตกใจจนถอยหลังกรูด “คุณ... คุณอย่าเข้ามานะ...”ชายหนุ่มรุกคืบเข้ามาทีละก้าว จนกระทั่งต้อนเวินหรูสวี่ให้ถอยไปจนมุมถึงได้หยุดลง มือใหญ่บีบปลายคางของเธอไว้ สายตาจ้องมองเธออย่างดุดัน "ยังจะหนีอีกไหม?"เวินหรูสวี่หลุบตาลง พยายามข่มความหวาดกลัวแล้วส่ายหน้า "ไม่... ไม่หนีแล้ว"ชายหนุ่มบีบคางเรียวเล็ก บังคับให้เธอเงยหน้าขึ้นมา นิ้วหัวแม่มือบดคลึงริมฝีปากของเธออย่างแรง"เวินหรูสวี่ เลิกคิดที่จะหนีไปจากฉัน ต่อให้เธอตาย ก็ต้องตายบนเตียงของฉันเท่านั้น"เวินหรูสวี่ถูกคำพูดที่ทั้งไร้ยางอายและเอาแต่ใจของเขากระตุ้นจนแก้มแดงก่ำ ทั้งอายทั้งโกรธ เธอฝืนทนต่อความขยะแขยงแล้วข่มความโกรธเอาไว้เพราะเธอไม่ทนไม่ได้ ขืนแข็งข้อไปก็มีแต่จะเสียเปรียบ สู้ทำตัวว่าง่ายหน่อยดีกว่า จะได้เจ็บตัวน้อยลงเพื่อทำให้ตัวเองดูว่าง่ายขึ้น เธอจึงหลุบตาลง ปล่อยให้น้ำตาร่วงหล่นลงมา"ร้องไห้ทำไ
Baca selengkapnya
บทที่ 2
สถานที่นัดทานอาหารกำหนดไว้ที่โรงแรมจิงตูที่ถนนหย่งอัน ตัวโรงแรมตั้งอยู่ในย่านศูนย์กลางธุรกิจ (CBD) ทางฝั่งตะวันออกของเมืองซึ่งที่ดินมีราคาแพงลิบลิ่วดั่งทองคำ ที่มีชื่อเสียงแห่งเป่ยเฉิง เป็นโรงแรมหรูระดับห้าดาวขนาดใหญ่ในช่วงทศวรรษที่ 80 และ 90 โรงแรมจิงตูเป็นสถานที่ที่บรรดาลูกหลานข้าราชการระดับสูงของเป่ยเฉิงชอบไปมาหาสู่กันมากที่สุด แน่นอนว่าพวกเขามีปัญญาจ่าย คนที่สามารถมาทานอาหารที่นี่ได้ ถ้าไม่ใช่ลูกชายของผู้บัญชาการคนนี้ ก็เป็นลูกสาวของเลขาธิการคนนั้น สรุปก็คือล้วนแต่เป็นคนที่มีหน้ามีตาและมีภูมิหลังทั้งสิ้นนานวันเข้า พวกเขาก็ช่วยยกระดับชื่อเสียงของโรงแรม และโรงแรมก็ช่วยเชิดชูสถานะของพวกเขาให้ดูยิ่งใหญ่ขึ้นไปอีก การจะได้เข้าออกโรงแรมจิงตูหรือไม่ กลายเป็นมาตรฐานในการวัดว่าภูมิหลังของคนคนหนึ่งแข็งแกร่งพอหรือไม่ ลูกหลานที่ไม่สามารถเข้าโรงแรมจิงตูได้ จะไม่นับว่าเป็นลูกหลานแวดวงปักกิ่งอย่างแท้จริงปัจจุบันค่านิยมแบบนั้นไม่มีแล้ว นอกจากลูกหลานข้าราชการระดับสูงในแวดวงปักกิ่ง ขอเพียงแค่มีเงิน ใครก็สามารถเข้าไปหาความสำราญได้ทั้งนั้นเมื่อก่อนต่อให้มีเงินก็ใช่ว่าจะเข้าได้ ยังต้องมีหน้ามีตา
Baca selengkapnya
บทที่ 3
ในเสี้ยววินาทีที่เวินหรูสวี่ลุกขึ้นยืน ทุกคนในห้องก็พากันลุกขึ้นตาม เฝิงอี้ขยับตัวไวสุด เขาวิ่งออกไปแล้ว จากนั้นคนอื่นๆ ในห้องก็ทยอยตามออกไปจนหมด เหลือเพียงเวินหรูสวี่คนเดียวเวินหรูสวี่ยืนนิ่งอึ้งราวกับถูกตอกหมุดตรึงไว้กับที่ความจริงตอนที่ตัดสินใจมาเป่ยเฉิง เธอก็เตรียมใจและเตรียมแผนรับมือกับการเผชิญหน้ากับเย่เจียงเอาไว้แล้ว เพียงแต่ไม่คิดว่าจะเร็วขนาดนี้ เร็วเสียจนเธอตั้งตัวไม่ทันและรับมือไม่ถูกดูเหมือนทุกอย่างจะไม่ใช่เรื่องบังเอิญ แต่เป็นการวางแผนเอาไว้ล่วงหน้า เหมือนกับตอนที่เธอหลงเข้าไปในตึกเล็กหลังนั้นไม่มีผิดเมื่อแปดปีก่อนที่เธอเข้าไปในตึกเล็กซึ่งเย่เจียงใช้พักฟื้น เธอคิดว่าเป็นเรื่องบังเอิญ แต่ต่อมาถึงได้รู้ว่านั่นคือกับดักที่เย่เจียงจงใจวางเอาไว้ไม่นาน ทุกคนก็เดินกลับเข้ามาเย่เจียงเดินนำหน้าสุด บุคลิกที่ดูเย็นชาทว่าโดดเด่นเหนือใคร ประกอบกับรูปร่างสูงใหญ่สง่างาม ทำให้เขากลายเป็นจุดสนใจของคนทั้งห้องในพริบตาต้วนเจิ้งชิงเดินตามหลังเย่เจียง ส่วนเฝิงอี้เดินเยื้องไปด้านหลังต้วนเจิ้งชิงครึ่งก้าวเวินหรูสวี่เลี่ยงไม่ได้ที่จะต้องสบตากับเย่เจียง ห้าปีที่ไม่ได้เจอกัน เขายิ่งด
Baca selengkapnya
บทที่ 4
"นี่ ห้ามเรียกฉันว่าหมูน้อยนะ น่าเกลียดจะตาย!" หญิงสาวที่ถูกชายหนุ่มกอดรัดไว้ในอ้อมแขนดิ้นขลุกขลักอย่างขัดขืนท่อนแขนแกร่งที่เต็มไปด้วยมัดกล้ามของชายหนุ่มรัดเอวเธอไว้แน่น ปลายคางคลอเคลียถูไถไปตามลำคอระหง "หมูน้อยเพราะจะตายไป ฉันชอบ"น้ำเสียงแหบพร่าทุ้มต่ำแทรกซึมเข้าสู่โสตประสาท ลมหายใจอุ่นร้อนรินรดลงบนซอกคอ ทำเอาเธอขนลุกซู่ไปทั้งตัวฝ่ามือใหญ่ของชายหนุ่มบีบเค้นเนื้อนุ่มนิ่มบริเวณเอวของเธอ นวดเฟ้นจนร่างของเธออ่อนระทวยกลายเป็นแอ่ง อาศัยเพียงท่อนแขนของเขาช่วยพยุงร่างที่กำลังหอบหายใจรวยริน ปล่อยให้เขาบีบเค้นลูบคลำตามอำเภอใจ ปล่อยให้เขาปรนเปรอจนตัวเองก็ทรมานแทบจะระเบิดออกมา ถึงได้ยอมหยุดเวินหรูสวี่ที่กำลังถูกชายหนุ่มกอดรัดและลูบคลำอยู่นั้น เพิ่งจะผ่านพ้นวันเกิดอายุครบสิบเก้าปีมาหมาดๆ เธอกำลังอยู่ในช่วงปลายของวัยรุ่น ร่างกายเจริญเติบโตเต็มที่ ด้วยสรีระที่กำลังพัฒนาทำให้ปีนี้เธอมีน้ำหนักเพิ่มขึ้นมาเยอะมาก ร่างกายอวบอั๋นมีน้ำมีนวล จับตรงไหนก็นุ่มนิ่มไปหมดเวินหรูสวี่มักจะรู้สึกกังวลกับเรื่องนี้อยู่บ่อยๆ แต่เย่เจียงกลับชอบมันมาก เขาหลงรักร่างกายที่นุ่มนิ่มของเธอเข้าอย่างจัง จนเวินหรูสวี่ม
Baca selengkapnya
บทที่ 5
เวินหรูสวี่คุยโทรศัพท์เสร็จกำลังจะกลับขึ้นไปที่ห้อง แต่เย่ไคหลี่ก็ลงมาตามหาเธอซะก่อน เขาตะโกนเรียกชื่อเธอเสียงดังลั่นมาแต่ไกล"เวินหรูสวี่!"เวินหรูสวี่หันกลับไปมอง "ขอโทษทีนะ พอดีคุณย่าโทรมาน่ะ ท่านไม่ได้เจอฉันตั้งครึ่งปี พอได้คุยโทรศัพท์ก็เลยบ่นยาวไปหน่อย ฉันก็เลยคุยนานไปนิดนึง"เย่ไคหลี่มองดูใบหน้าเล็กๆ ของเธอที่ถูกแดดสาดส่องจนแดงระเรื่อ ผิวพรรณขาวเนียนละเอียด ดูบอบบางน่าทะนุถนอมยิ่งกว่าดอกกุหลาบเลื้อยทั้งสวนเสียอีก ดวงตาดอกท้อกลมโตมีประกายน้ำหล่อเลี้ยง ดูเย้ายวนชวนมองเขาจ้องมองจนรู้สึกปวดหนึบที่ช่วงท้องน้อย ร่างกายเกิดปฏิกิริยาตอบสนองตามสัญชาตญาณขึ้นมาทันที อยากจะพาเธอขึ้นไปบนห้องพักโรงแรมที่จองไว้ซะเดี๋ยวนี้เลยแต่เขาไม่กล้าแสดงออกไป ต้องพยายามกดข่มความปรารถนาอันรุนแรงที่มีต่อเธอเอาไว้ เพราะกลัวจะทำให้เธอตกใจจนเตลิดหนีไปซะก่อนเขายกมือขึ้นลูบผมเธอเบาๆ รอยยิ้มยังคงแฝงความร้ายกาจตามสไตล์ "จะขอโทษทำไมเล่า ต่อไปนี้ห้ามเกรงใจฉันอีกนะ"ความเกรงใจหมายถึงความห่างเหิน เขาไม่อยากให้เธอห่างเหิน เขาต้องการความเร่าร้อนจากเธอต่างหากเวินหรูสวี่พยักหน้ารับ ไม่ได้พูดอะไรอีกเย่ไคหลี่เอื
Baca selengkapnya
บทที่ 6
พอวางสายปุ๊บ สีหน้าของเย่ไคหลี่ก็ดูเคร่งเครียดขึ้นมาทันที ราวกับกำลังจะเกิดเรื่องคอขาดบาดตายระดับชาติเวินหรูสวี่ที่เดิมทีก็เกร็งอยู่แล้ว พอเห็นแบบนี้ยิ่งเกร็งหนักเข้าไปใหญ่ ร่างกายแข็งทื่อ สองมือแอบเช็ดเหงื่อกับขากางเกงตัวเอง ก่อนจะกระซิบถาม "รุ่นพี่ ญาติผู้ใหญ่ที่บ้านนายกลับมาเหรอ?"เย่ไคหลี่จุดบุหรี่สูบ ใบหน้าหล่อร้ายพ่นควันออกมาก่อนจะตอบ "อาสามฉันกลับมาแล้ว"เวินหรูสวี่หันไปมองตึกที่อยู่หลังต้นฮวายด้วยความหวาดหวั่น "ฉันว่า... นายไปส่งฉันกลับมหา'ลัยเถอะนะ"เย่ไคหลี่เอื้อมมือมาขยี้ผมเธอเบาๆ ปลอบใจ "ไม่ต้องกลัวน่า ฉันอายุยี่สิบแล้วนะ มีแฟนสักคนมันเรื่องปกติ ต่อให้พามาบ้าน อาสามก็ไม่เข้ามายุ่งหรอก"เวินหรูสวี่ถามอย่างกล้าๆ กลัวๆ "อาสามของนายดุมากเลยเหรอ?"เย่ไคหลี่แค่นยิ้ม "จะบอกว่าดุก็ไม่เชิงหรอก แกไม่เคยมาจู้จี้จุกจิกอะไรกับพวกหลานๆ อย่างเราอยู่แล้ว แค่นิสัยแกเย็นชามาก แล้วอารมณ์ก็ร้ายสุดๆ ตอนแกไปประจำการที่ชายแดน แกเคยบุกเดี่ยวฝ่าวงล้อมไปฆ่าทหารต่างชาติได้ตั้งครึ่งกองร้อย แถมตอนหลังยังไปช่วยตำรวจปราบปรามยาเสพติด ทลายแก๊งค้ายาข้ามชาติรายใหญ่ทางใต้ได้อีก เพราะผ่านเรื่องพวกนี้มา
Baca selengkapnya
บทที่ 7
รอยยิ้มบนใบหน้าของเวินหรูสวี่แข็งค้างไปในพริบตา เธอสงสัยว่าหูตัวเองมีปัญหา หรือไม่ก็คงหูแว่วไปเองแน่ๆเธอชะงักไปครู่หนึ่ง ก่อนจะถามกลับอย่างไม่เชื่อหูตัวเอง "คุณ... คุณพูดว่าอะไรนะคะ?"เย่เจียงจ้องมองเธอ "มานี่"เวินหรูสวี่จะกล้าเดินเข้าไปหาได้ยังไง นอกจากจะไม่กล้าเดินเข้าไปหาแล้ว เธอยังอยากจะหันหลังวิ่งหนีไปซะเดี๋ยวนี้เลยเย่เจียงเอ่ยปากอีกครั้ง "มานี่"เวินหรูสวี่ตกใจจนก้าวถอยหลังรัวๆ "คุณอาคะ คุณอาอยากเก็บไว้ก็เก็บไว้เถอะค่ะ แค่อย่ารังแกพวกลูกแมวก็พอ"เธอหันหลังวิ่งหนีไปทันที ไม่สนแม้กระทั่งแม่แมวส้มหรือลูกแมวอีกสองตัว ไม่ใช่ว่าเธอใจดำไม่อยากสนใจ แต่สถานการณ์ตอนนี้มันน่ากลัวเกินไปแล้ว เธอไม่กล้าอยู่ต่อแม้แต่วินาทีเดียว คิดแค่อยากจะรีบออกไปจากที่นี่ให้เร็วที่สุดทว่าพอวิ่งมาถึงประตู เธอกลับพบว่าประตูไม้ทั้งสองบานถูกปิดสนิท ปิดตายแบบไม่มีช่องโหว่เลยทีเดียวเธอลองบิดลูกบิดประตูดู แต่บิดยังไงก็บิดไม่ออกที่ประตูมีระบบล็อกด้วยรหัสผ่าน แต่เธอไม่รู้ว่ารหัสคืออะไรวินาทีนี้ หัวใจของเธอเต้นแรงอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน ราวกับว่ามันจะทะลุหลุดออกมาจากอกให้ได้เธอพยายามบังคับตัวเองให้ต
Baca selengkapnya
บทที่ 8
หลังจากพายุฝนผ่านพ้นไป ต้นไม้ใบหญ้าในสวนก็ส่งกลิ่นหอมสดชื่นตามธรรมชาติออกมา กบในสระน้ำพากันกระโดดขึ้นฝั่งส่งเสียงร้องอ๊บๆ แมลงในพงหญ้าก็พากันคลานออกมาส่งเสียงร้องอย่างเริงร่า ค่ำคืนอันแสนสงบเงียบนี้กำลังบรรเลงบทเพลงซิมโฟนีแห่งธรรมชาติเวินหรูสวี่นอนอยู่บนเตียง สูดดมกลิ่นหอมสดชื่นของต้นไม้ ฟังเสียงแมลงร้องอันไพเราะ จิตใจที่ตึงเครียดก็ค่อยๆ ผ่อนคลายลงและสงบลงในที่สุดจังหวะที่เธอกำลังจะเคลิ้มหลับ เสียงของเย่ไคหลี่ก็ดังมาจากนอกประตู "สวีสวี่ หลับหรือยัง?"อารมณ์ที่เพิ่งจะสงบลงได้ของเวินหรูสวี่กลับมาตึงเครียดอีกครั้ง ร่างกายแข็งเกร็ง เธอไม่ยอมปริปากตอบ แกล้งทำเป็นหลับไปแล้วประตูถูกผลักออก เย่ไคหลี่เดินเข้ามาในห้องเวินหรูสวี่หลับตาปี๋ พยายามปรับลมหายใจให้เป็นปกติที่สุดเย่ไคหลี่ล้มตัวลงนอนข้างๆ เธอ กอดเธอไว้ครู่หนึ่ง ก่อนจะลุกขึ้นนั่งแล้วเดินออกไป พร้อมกับปิดประตูให้เรียบร้อยเวินหรูสวี่ถอนหายใจยาวอย่างโล่งอก เธอเตรียมใจไว้แล้วว่าถ้าเย่ไคหลี่ดึงดันจะล่วงเกินเธอ เธอจะโวยวายให้เป็นเรื่องใหญ่ไปเลย โชคดีที่เขาไม่ได้ทำแบบนั้น ไม่อย่างนั้นถ้ามีเรื่องมีราวขึ้นมาจริงๆ มันก็ไม่เป็นผลดีกับเธ
Baca selengkapnya
บทที่ 9
เย่เจียงมีสีหน้าเรียบเฉย ไม่ได้มีร่องรอยของความดีใจเลยสักนิดเมื่อถูกเยินยอพ่อบ้านเจิ้งพูดจนเพลินปาก จู่ๆ ก็เปลี่ยนเรื่องแล้วพูดติดตลกว่า "อีกอย่าง คุณชายน้อยกำลังอยู่ในวัยเลือดลมสูบฉีด แถมเพิ่งจะมีแฟนหมาดๆ จะตื่นสายหน่อยก็เป็นเรื่องปกตินี่ครับ"ปัง! แฟ้มเอกสารถูกกระแทกลงบนโต๊ะอย่างแรงสีหน้าของเย่เจียงมืดครึ้มลงทันที เขาส่งสายตาดุดันตวัดมองพ่อบ้านเจิ้ง "วันนี้คุณพูดมากไปหน่อยนะ"เวินหรูสวี่ที่เดินตามหลังเย่ไคหลี่เข้ามา พอเข้าประตูมาปุ๊บก็เห็นเย่เจียงกำลังทำหน้าถมึงทึงกระแทกแฟ้มเอกสารลงบนโต๊ะพอดีอย่าว่าแต่เธอเลย ขนาดเย่ไคหลี่ยังสะดุ้งโหยงเย่ไคหลี่ทำใจดีสู้เสือเอ่ยปากถาม "เกิดอะไรขึ้นครับ ใครทำให้อาสามโกรธเหรอครับ?"เย่เจียงตอบด้วยน้ำเสียงเย็นชา "ออกไปซะ หักเงินเดือนครึ่งเดือน"เวินหรูสวี่ "..."เกิดอะไรขึ้นเนี่ย? จู่ๆ ก็โดนหักเงินเดือนครึ่งเดือนเลยเหรอ!สิ่งที่เวินหรูสวี่ไม่รู้ก็คือ ต่อให้พ่อบ้านเจิ้งโดนหักเงินเดือนครึ่งเดือน เงินเดือนที่เหลือก็ยังมากกว่าเงินเดือนของคนทั่วไปตั้งหลายเท่าตัวอยู่ดีพ่อบ้านเจิ้งกล่าวขอโทษซ้ำแล้วซ้ำเล่า ก่อนจะถอยหลังออกไปอย่างระมัดระวังและนอบน้
Baca selengkapnya
บทที่ 10
ความคิดอันบ้าบิ่นแล่นเข้ามาในหัวของเวินหรูสวี่ หรือว่าเย่เจียงไม่ได้ตั้งใจจะกลั่นแกล้งเธอ แต่เขากำลังมีความคิดอกุศลกับเธออยู่จริงๆ แต่เพียงไม่นานเธอก็ปัดความคิดบ้าๆ นั้นทิ้งไปเย่เจียงเป็นใคร?เขาคือภูเขาลูกใหญ่ที่แม้แต่เย่ไคหลี่ยังต้องแหงนหน้ามองเลยนะ ขนาดเย่ไคหลี่ยังเป็นถึงเดือนมหา'ลัย เป็นจุดสนใจของคนทั้งโรงเรียน แล้วคนระดับบิ๊กเบิ้มที่ใครๆ ต่างก็ยำเกรงอย่างเย่เจียง จะมาสนใจนักศึกษาธรรมดาๆ อย่างเธอได้ยังไง?ถึงแม้เธอจะปฏิเสธข้อสันนิษฐานของตัวเองไปแล้ว แต่เธอก็ยังไม่กล้าประมาท ต่อให้มีความเป็นไปได้แค่หนึ่งในหมื่น เธอก็ต้องระวังตัวให้ถึงที่สุด ต้องเตรียมพร้อมรับมืออยู่ตลอดเวลาดังนั้นตลอดทั้งช่วงเช้า เธอจึงอยู่ในภาวะตึงเครียดสุดๆ พอเย่เจียงโผล่หน้ามาปุ๊บ เธอก็จะหาข้ออ้างหลบหน้าปั๊บ ไม่ทำทีเป็นไปดูแมว ก็อ้างว่าไปดื่มน้ำ หรือไม่ก็แอบไปหลบในห้องน้ำทำเป็นเข้าห้องน้ำ ตลอดทั้งเช้าเธอเอาแต่หวาดระแวงเหมือนกระต่ายน้อยที่หลงเข้ามาในถ้ำหมาป่า สะดุ้งตกใจอยู่ตลอดเวลาจนแทบจะเป็นโรคหัวใจตายอยู่แล้วเวินหรูสวี่หลบหน้าเย่เจียงมาได้ครึ่งค่อนวัน จนกระทั่งถึงตอนเที่ยง เธอก็หมดทางหนี เพราะถึงเวลาอาหา
Baca selengkapnya
Jelajahi dan baca novel bagus secara gratis
Akses gratis ke berbagai novel bagus di aplikasi GoodNovel. Unduh buku yang kamu suka dan baca di mana saja & kapan saja.
Baca buku gratis di Aplikasi
Pindai kode untuk membaca di Aplikasi
DMCA.com Protection Status