บททั้งหมดของ สวมร่างพลิกชะตาคุณหนูที่แสนอ่อนแอ (จีนโบราณ): บทที่ 1 - บทที่ 10

35

01 : สวมร่างพลิกชะตา

สวมร่างพลิกชะตาคุณหนูที่แสนอ่อนแอ01 : สวมร่างพลิกชะตากุบกับ ๆ“พวกเจ้าเดินให้มันเร็ว ๆ เข้าสิ ชักช้ากันอยู่ได้ พวกข้าเหนื่อยรู้บ้างไหม!”“พวกข้าเดินไม่ไหวแล้ว ขอพักสักครู่ได้หรือไม่”“ไม่ได้!! หนทางข้างหน้ายังอีกยางไกลอย่ามัวแต่โอเอ้ รีบเดินเร็วเข้าสิ ไม่อย่างนั้นข้าจะเฆี่ยนพวกเจ้าให้หลังลายซะ!”เสียงของคนหลายคนรวมกับเสียงเท้าของม้าดังเข้ามาโสตประสาทของ ‘เหวินชิงเหยา’ ที่ตอนนี้นอนสลบไสลไม่ได้สติโดยไม่ทราบสาเหตุมา 7 วันแล้วแรกเริ่มคือตระกูลเหวิน ซึ่งเป็นหนึ่งในตระกูลใหญ่ในแคว้นฉี ได้รับพระราชโองการเนรเทศคนตระกูลทั้งตระกูลไปทางเหนือของแคว้น เนื่องจากจับได้ว่าตระกูลเหวินทุจริตทั้งการรับสินบนจากขุนนาง เรื่องลักลอบการขายเกลือซึ่งผิดกฎหมายบ้านเมืองและเรื่องที่ใหญ่ที่สุด คือมีหลักฐานว่า ‘เหวินซ่งหยาง’ รองแม่ทัพแดนใต้แอบติดต่อสื่อสารกับทหารนอกแคว้น ซึ่งเป็นภัยต่อราชสำนักอย่างยิ่ง เรื่องนี้ใช้เวลาไต่สวนไม่ถึงหนึ่งสัปดาห์ก็ได้ข้อสรุปว่าตระกูลเหวินกระทำผิดจริงราวกับมีการวางแผนไว้แต่เนิ่น ๆ เพราะการไต่สวนข้อมูลจริงเท็จ ไม่มีทางเสร็จได้ภายในหนึ่งสัปดาห์แน่นอนโทษของตระกูลเหวินคือเนรเทศทั้งตระ
อ่านเพิ่มเติม

02 : พลังวิเศษที่หลอมรวมในร่างเดียว

02 : พลังวิเศษที่หลอมรวมในร่างเดียวเหวินชิงเหยาใช้เวลาโคจรพลัง 1 ชั่วยาม (2 ชั่วโมง) จึงลืมตาขึ้นมา ความเมื่อยขบจึงทำให้นางบิดขี้เกียจ แต่นางพอใจมากที่พลังสามสายจากชาติก่อนตามมาด้วยแถมมิติธรรมดาที่มีก็กลายเป็นมิติพิเศษไปแล้วยิ่งไปกว่านั้น ยังได้พลังจากราชาซอมบี้ตัวนั้นมาด้วย ซึ่งเป็นพลังเหล็กและพลังไฟ ที่น่าตื่นเต้นมากก็คือ พลังไฟเดิมที่มีเมื่อหลอมรวมพลังไฟราชาซอมบี้ กลับกลายเป็นดวงไฟสีดำที่แข็งแกร่งมากกว่าเดิมถึง 10 เท่าไฟโลกันต์!ที่ไม่ว่าจะเป็นน้ำชนิดไหนก็ไม่สามารถดับลงได้ หรือถ้าหากมนุษย์โดนแผดเผา ร่างก็จะมลายเหลือเพียงเถ้าตระดูกให้ดูต่างหน้าเหวินชิงอวี่กะพริบตาปริบ ๆ มองบุตรสาวสุดที่รักนั่งบิดขี้เกียจไม่สนความงามที่สตรีพึงมี...นี่บุตรสาวของนางโดนภูตผีตนไหนเข้าสิงหรือไม่นะ?เหวินชิงอวี่คิดไปไกล ส่วนบุตรสาวอ้าปากหาวหวอด กระทั่งในที่สุดเหวินชิงเหยาก็หันมาสบตามารดา พลันดวงตาสองคู่สบประสานต่างคนก็ต่างนิ่งเกิดความเงียบขึ้นมาชั่วขณะ“เสี่ยวอี้ตื่นแล้วหรือเจ้าคะท่านแม่”เหวินเสี่ยวอี้ขยับตัวยุกยิก เขาไม่สบายตัว เด็กน้อยวัย 5 ขวบลืมตาขึ้นมางัวเงีย มือเล็กยกขยี้ตาเบา ๆ เหวินชิงเหงาจึ
อ่านเพิ่มเติม

03 : สายเกินไป

03 : สายเกินไปท่ามกลางแสงแดดตอนกลางวันที่ร้อนระอุต่างคนต่างเหนื่อยจึงไม่ค่อยมีใครมาสนใจสองพี่น้องมากนัก แต่บางคนก็มองเหวินชิงเหยาด้วยสายตาสงสัยว่านางฟื้นตั้งแต่ตอนไหน ด้วยความที่เหวินชิงเหยาคนเก่าไม่ได้มีความสัมพันธ์ที่ดีกับคนในจวนมากนัก จึงไม่ค่อยมีใครสนใจ“ทุกคนเป็นอย่างไรบ้าง?”“ท่านปู่กับท่านย่าอยู่ในรถม้าคันหน้า แต่ท่านลุงใหญ่รวมถึงท่านอาได้รับโอสถสลายพลังปราณเช่นเดียวกับพี่ อาการจึงน่าเป็นห่วงนัก ก่อนโดนเนรเทศโดนผู้มีวรยุทธ์โบยหนึ่งร้อยที ตอนนี้ท่านย่าและป้าสะใภ้ดูแลอยู่”‘เหวินซ่งหาน’ หรือท่านลุงใหญ่ที่เหวินซานสือพูดถึงเคยเป็นอดีตแม่ทัพทิศประจิม (ทิศตะวันตก) แต่ลาออกจากราชการมาแล้วนานกว่า 5 ปี เนื่องจากได้รับบาดเจ็บเรื้อรังจากสงครามต่างแคว้น ปัจจุบันเป็นผู้นำตระกูลเหวินแทนท่านปู่เหวินซ่งหานมีบุตรชาย 2 คน มีบุตรสาว 1 คน ทุกคนล้วนมีวรยุทธ์ แต่น่าเสียดายที่ได้รับโอสถสลายพลังปราณกันถ้วนหน้า แม้แต่เด็ก ๆ ในตระกูลก็ไม่เว้นโชคดีที่เหวินเสี่ยวอี้เป็นเด็กที่รากปราณมีปัญหาจึงไม่สามารถฝึกพลังได้ เด็กน้อยจึงรอดพ้นที่ต้องให้ยาสลายพลังปราณเพราะพวกเขาเกรงว่าจะโดนตระกูลเหวินกลับมาแก้แค้น ห
อ่านเพิ่มเติม

04 : บุกวังหลวง

04 : บุกวังหลวง“ข้าคิดว่าเรื่องนี้แปลกเจ้าค่ะ ท่านพ่อไม่น่าจะ...”เหวินชิงเหยาคิดว่ามันมีเงื่อนงำจึงหันไปพูดกับพี่ชาย เหวินซานสือนิ่งไปเล็กน้อยก่อนจะเอ่ย“แต่ท่านพ่อโดนทำลายวรยุทธ์ไปหมดแล้ว”“ข้าจะเข้าไปสืบเอง อย่างน้อยเราจะได้รู้ว่ามันแปลกอย่างที่ข้าคิดหรือเปล่า”“แต่มันอันตราย ท่านแม่คงไม่ยอมให้เจ้าไป”หญิงสาวส่ายหน้าเบา ๆ “ท่านแม่ฟังข้า”มารดาเป็นห่วงนางก็จริง แต่กลับเป็นคนที่รู้ดีกว่าใครว่านางไม่ใช่เหวินชิงเหยาคุณหนูที่แสนอ่อนแอคนเดิมแล้วจริง ๆ มือบางหยิบกิ่งไม้เล็ก ๆ แถวนั้นขึ้นมา เหวินซานสือมองตามว่าน้องจะทำอะไรกิ่งไม้เล็ก ๆ ค่อย ๆ แปรเปลี่ยนเป็นมีดสั้นอย่างช้า ๆ ด้วยพลังเหล็กอันแข็งแกร่งของราชาซอมบี้ ทุกอย่างตกอยู่ในสายตาเหวินซานสือ...เขามองเหวินชิงเหยาสลับกับมีดสั้นเมื่อครู่มันยังเป็นเพียงแค่กิ่งไม้แห้งอยู่เลยน้องสาวเขาทำได้อย่างไร!?เหวินชิงเหยาไม่บอกอะไรมาก นางมองรอบ ๆ แล้วยัดมีดสั้นใส่มือเขา“พี่ใหญ่เก็บไว้ป้องกันตัวเจ้าค่ะ แต่ถ้าจวนตัวท่านก็โยนทิ้งได้เลย ข้าสามารถทำขึ้นมาใหม่ได้ทุกเมื่อ พี่ใหญ่ต้องแกล้งทำเป็นอ่อนแรงเพื่อตบตาพวกทหารคุมขบวนไปก่อนนะเจ้าคะ ส่วนข้าจะไปหาท่า
อ่านเพิ่มเติม

05 : ทำลายค่ายกล

05 : ทำลายค่ายกล“นี่คือตำหนักเก่าของข้า”วิญญาณโปร่งแสงลอยนำหน้าเหวินชิงเหยามายังตำหนักใกล้ ๆ กับตำหนักเมื่อครู่ ซึ่งมันถูกยกให้เป็นสถานที่เก็บของเก่าที่ไท่ซ่างหวงนั้นหวงแหนมากตำหนักนี้ไม่มีผู้ใดเข้าไปด้านในได้ คนที่จะเข้าได้มีแค่ฮ่องเต้และนางกำนัลที่ต้องมาทำความสะอาดทุกวันเท่านั้น“ตำหนักที่เห็นเมื่อครู่เป็นตำหนักเก่าฮ่องเต้ ไม่มีอะไรน่าสนใจหรอก”“แล้วท่านพาข้ามาที่นี่ทำไมเจ้าคะ”ถามวิญญาณโปร่งแสงอ้างตัวเป็นไท่ซ่างหวง ซึ่งนางไม่รู้จักและไม่เคยเห็นหน้ามาก่อน แต่มองจากลักษณะท่าทาง การแต่งตัวไม่ได้เรียบง่ายเหมือนชาวบ้านสามัญ ก็มีสิทธิ์ที่วิญญาณตนนี้จะเป็นอดีตฮ่องเต้จริง ๆ“ข้างในมีสมบัติ เจ้าอยากได้หรือไม่ ข้ายกสมบัติให้เจ้าหมดเลยนังหนู”ไท่ซ่างหวงเอ่ยเสียงเรียบ แต่ทำเอาคนฟังหูผึ่งสมบัติ!ได้ยินไหมว่าไท่ซ่างหวงจะยกสมบัติให้นางทั้งหมด!“จริงหรือเจ้าคะ!”“ก็จริงสิ! ถึงข้าจะตายไปแล้วแต่ไม่ก็ไม่ตระบัติสัตย์หรอกนะ”ไท่ซ่างหวงเชิดใบหน้าขึ้น ขึ้นชื่อว่าองค์จักรพรรดิ ไม่ว่าจะอดีตหรือปัจจุบันก็ตระบัติสัตย์ไม่ได้ ยกเว้นจะเป็นจักรพรรดิทรราชน่ะนะเหมือนเจ้าหลานชายตัวดีของเขานั่นอย่างไรนึกแล้วก็
อ่านเพิ่มเติม

06 : เบาะแสเหตุไฟไหม้

06 : เบาะแสเหตุไฟไหม้“พวกเรารีบไปกันเถอะเจ้าค่ะไท่ซ่างหวง เดี๋ยวเจ้าของค่ายกลจะรู้ตัวก่อน พวกเขาอาจจะตามหาตัวผู้บุกรุกก็ได้”ว่าจบทั้งสองก็รีบออกจากจุดเกิดเหตุทันที“ไปคุกหลวงก่อนเจ้าค่ะ ข้าใช้เวลาไม่นาน”ใช้เวลาไม่นานก็มาถึงคุกหลวง เหวินชิงเหยาใช้ความมืดอำพรางกายแล้วสำรวจรอบ ๆส่วนไท่ซ่างหวงอาสาลงไปสำรวจในคุกใต้ดินเพราะเขาไปง่ายกว่านังหนูนี่ช่วยกันไม่นานก็พบเบาะแสสำคัญไท่ซ่างหวงรีบมาบอกว่าในคุกยังมีร่องรอยหลงเหลือ ถึงไฟจะดับไปแล้วแต่ยังมีคราบน้ำมันที่ทำมาจากไขมันสัตว์เปื้อนตามเสาไม่น้อย“ถึงจะหลงเหลือร่องรอยว่านี่เป็นการวางเพลิง แต่ผู้ใดจะมาไต่สวนความจริงกัน อีกอย่างนักโทษทั้งหมดที่เสียชีวิตเป็นนักโทษรอวันประหาร ตายตอนนี้หรือตอนไหน อย่างไรก็ต้องตายอยู่ดี”เหวินชิงเหยาแค่นเสียงหยัน“ข้าก็คิดเช่นนั้น ถ้าให้ข้าเดา...หากรอถึงวันประหารพวกมันคงกลัวว่าจะมีคนมาช่วยรองแม่ทัพเหวินออกไปก่อนน่ะสิเลยต้องจัดการเสียตั้งแต่ตอนนี้ อย่าลืมว่าบิดาเจ้าเป็นถึงรองแม่ทัพแดนใต้ มีเส้นสายมากมาย อาจมีคนคอยให้ความช่วยเหลืออยู่เบื้องหลังก็ได้”คงจะจริงดั่งที่ไท่ซ่างหวงว่า บิดานางเป็นรองแม่ทัพแดนใต้ที่มีอำนาจ
อ่านเพิ่มเติม

07 : รักษาบิดาและทหารคนสนิท

07 : รักษาบิดาและทหารคนสนิท“ถ้าอาการบาดเจ็บของทุกคนยังหนักหนาเช่นนี้ ข้าคิดว่าเราเดินทางกันต่อไม่ได้แน่ ๆ”อี้ซานหนักใจเป็นอย่างมาก ร่างกายของทุกคนตอนนี้อย่าว่าแต่เดินทางไกลเลย แม้แต่ลุกขึ้นมานั่งยังเป็นเรื่องยาก พวกเขาจำต้องเร่งเดินทางออกไปจากเมืองหลวงเพื่อหลีกหนีสายตาของทหารและมือปราบถ้าคนพวกนั้นมาเจอเข้า แล้วเห็นว่านักโทษประหารยังไม่ตาย เมื่อนั้นคงเป็นเรื่องใหญ่“ต้องรอเจียงหยงกลับมาก่อนแล้วค่อยวางแผนว่าจะเอาอย่างไรต่อไป ข้าเองก็ไม่อยากเสี่ยง ไม่แน่ว่าพวกนั้นอาจจะส่งคนติดตามสถานการณ์อยู่ก็ได้”หานจงคิดว่านอกจากเสี่ยงว่าอาการบาดเจ็บของทุกคนจะหนักขึ้น ยังเสี่ยงต่อการถูกพบเห็น อี้ซานคนเดียวไม่สามารถดูแลทุกคนได้แน่“ยังดีที่เจ้าและเจียงหยงเข้าไปช่วยรองแม่ทัพเหวินได้ทันเวลา รวมถึงช่วยหวังเซ่อและหานชุนหลานชายข้าด้วย สงสารก็แต่คนอื่น ๆ ที่ตกตายคากองเพลิง เฮ้อ ข้าไม่คิดเลยว่าฝ่าบาทจะพระทัยร้ายเช่นนี้”หานจงเป็นหมอมาทั้งชีวิต ไม่เคยเห็นฝ่าบาทเป็นเช่นนี้ ฝ่าบาทไม่เคยทำร้ายกองกำลังทหารที่ไม่คิดก่อกบฎ กองกำลังทหารของแม่ทัพเหวินเป็นเช่นไรฝ่าบาททรงทราบดีแม่ทัพใหญ่ของกองทัพก็คือชินอ๋อง ซึ่งเป็
อ่านเพิ่มเติม

08 : พลังธาตุพิเศษของเหยาเหยา

08 : พลังธาตุพิเศษของเหยาเหยา“เหยาเอ๋อร์ ลูกจะบอกพ่อได้หรือยังเรื่องพลังแปลก ๆ ของลูก”เหวินชิงเหยาที่กำลังก้าวขาออกมาจากกระท่อมแทบหลุดขำพรืดเพราะคำว่า ‘พลังแปลก ๆ’ ของบิดาพลังพิเศษนางมันแปลกตรงไหน หากไม่เจอวันสิ้นโลกมาก่อนละก็นะ...การมาเจอคนที่มีวรยุทธ์แถมยังเหาะเหินเดินกากาศได้ในมิตินี้ เรียกว่าแปลกมากกว่าอีก“บอกได้เจ้าค่ะท่านพ่อ แต่ข้าขอกินไปด้วยได้หรือไม่ ข้าหิวมากกกก”นางลากเสียงยาว สายตามองไก่ย่างที่กำลังส่งกลิ่นหอมยั่วน้ำลายด้วยแววตาเจิดจ้าเปล่งประกาย หวังจะงับเนื้อไก่ส่งกลิ่นยั่วเต็ม ๆ คำซึ่งท่าทางตะกละทว่าน่าเอ็นดูนั้นตกอยู่ในสายตาของทุกคน เหวินซ่งหยางยกยิ้ม แล้วส่งไก่ย่างส่วนน่องชิ้นโตที่รองด้วยใบไม้ให้ นานเท่าไรแล้วที่เขาไม่ได้เห็นรอยยิ้มน่ารักแสนซนของบุตรสาวเช่นนี้“อืม เจ้ากินเยอะ ๆ”“ขอบคุณเจ้าค่ะท่านพ่อ”เหวินชิงเหยายิ้มกว้างยื่นมือไปรับไก่ย่างจากบิดา เมื่อเห็นทุกคนลงมือกินไปก่อนหน้าแล้ว นางก็จัดการไก่ย่างลงท้องตามอย่างไว ก็เมื่อคืนนางหลับไปทั้งที่ยังไม่ได้กินอะไรเลยสักคำนี่นะเช้านี้จึงหิวโหยจนแทบจะกินวัวกินม้าได้ทั้งตัว!“อร่อยหรือไม่อาเหยา ไก่ย่างพวกนี้ข้าใส่สมุน
อ่านเพิ่มเติม

09 : ปลุกพลังพิเศษ

09 : ปลุกพลังพิเศษตกดึกร่างสูงสง่ายืนมองผืนดินกว้างในพื้นที่มิติด้วยสายตาเรียบนิ่งทว่าแฝงประกายอ่อนโยน ใบหน้าหล่อเหลามีไรหนวดรำไร ส่งผลให้หน้าคมคายขรึมดุมากกว่าเดิมแม้ท่าทีจะดูเฉยชา แต่เขากลับยินดียิ่งนักที่บุตรสาวได้ครอบครองสิ่งวิเศษจากสวรรค์มิติที่สวรรค์ประทานพรดี...วาสนาเหยาเอ๋อร์ดียิ่งนักเบื้องหน้าเหวินซ่งหยางเป็นพื้นดินอันกว้างขวาง คะเนจากสายตาก็น่าจะราว ๆ เกือบยี่สิบหมู่ สระน้ำสีครามบ่อเล็ก ๆ ตัดกับพื้นหญ้าสีเขียว แม้จะไม่มีต้นไม้ให้ความร่มรื่น แต่อากาศในมิติกลับเย็นสบายไม่ร้อน แต่ก็ไม่หนาวจนเกินไปสายลมเย็นสบายลอยเอื่อยเข้ากระทบผิวหนัง ส่งผลให้เหวินซ่งหยางสดชื่นขึ้นอย่างน่าประหลาดกลิ่นไอดินที่ลอยออกมานั้นไม่ใช่ไอดินธรรมดา ล้วนเต็มไปด้วยพลังธรรมชาติอันหนาแน่น ตั้งแต่เกิดมาเขาก็ไม่เคยพบสถานที่ไหนที่มีพลังแน่นหนาบริสุทธ์ขนาดนี้มาก่อน“ข้าใช้ที่นี่ฝึกพลังและเก็บสมบัติของไท่ซ่างหวง ที่นี่ยังไม่มีต้นไม้ ดอกไม้ หรือกระท่อมไว้นอนพักเพราะข้ายังไม่มีเวลาสร้างเจ้าค่ะ มันจึงดูโล่งไปหน่อย”“แค่นี้ก็วิเศษมากแล้วเหยาเอ๋อร์ สมกับเป็นมิติจากสวรรค์ที่แท้จริง”เหวินซ่งหยางเอ่ยน้ำเสียงภาคภ
อ่านเพิ่มเติม

10 : อนุบ้าอะไร!

10 : อนุบ้าอะไร!“นี่นังหนู เจ้าไม่เหน็ดเหนื่อยบ้างหรือ ข้าเห็นเจ้าเดินทางมาครึ่งวัน หยุดพักแค่ครั้งเดียวเอง”ไท่ซ่างหวงถามด้วยความสงสัย ถึงจะรู้ว่าเหวินชิงเหยามีพลังปราณที่พิเศษ ทว่าเขาก็ไม่เคยเห็นสตรีแน่งน้อยคนใดที่เดินทางมาครั้งวันแล้วแต่ไม่เหนื่อยล้าเช่นนังหนูนี่ถึกทนเกินบุรุษเสียจริงเอ่อ...ถ้าเหวินชิงเหยาได้ยินความคิดของไท่ซ่างหวงที่คิดว่านางถึกเหมือนบุรุษ วิญญาณโปร่งแสงแถวนี้ก็คงโดนนางเนรเทศเป็นแน่ถึงจะเก่งแค่ไหน แต่ก็ยังอยากมีสามีอยู่นะ!“ไม่เหนื่อยเจ้าค่ะไท่ซ่างหวง ข้ายังแข็งแรงดี”จะเหนื่อยได้อย่างไร วันสิ้นโลกน่ะเหน็ดเหนื่อยยิ่งกว่านี้หลายเท่า ไหนจะต้องเดินทางไปช่วยเหลือผู้คนตามหัวหน้าทีม ไหนจะต้องรับมือกับเหล่าสัตว์กลายพันธุ์ที่แข็งแกร่งกว่ามนุษย์ ไหนจะซอมบี้อีกไม่รวมราชาซอมบี้ที่มีพลังเหลือล้นนี่แค่เดินทางทั้งวัน ไม่ได้ใช้แรงมากเท่ากับเรื่องที่นางกล่าวมาสักนิดเหวินชิงเหยาเดินทางไม่กี่ชั่วยามก็มาถึงกลางทางแล้ว นางคิดว่าจะเดินทางต่อในช่วงบ่าย แล้วกลับเข้าขบวนในตอนกลางคืน จึงหาโรงเตี๊ยมพักในเมืองเล็ก ๆ ระหว่างทางเมืองเล็ก ๆ แห่งนี้ชื่อว่าเมืองโหย่ว ตามที่อี้ซานบอกมาเมื
อ่านเพิ่มเติม
ก่อนหน้า
1234
สแกนรหัสเพื่ออ่านบนแอป
DMCA.com Protection Status