All Chapters of เกล็ดพันธะรักลิขิต: Chapter 1 - Chapter 10

11 Chapters

บทที่ 1 วิกฤตกลางสายฝน

หยาดฝนเม็ดเป้งกระหน่ำฟาดลงมาบนผืนป่าทึบราวกับฟากฟ้ากำลังคลุ้มคลั่ง เสียงฟ้าร้องคำรามเลื่อนลั่นดังกึกก้องจนผืนดินใต้ฝ่าเท้าสั่นสะเทือน ปาณปวีร์ หรือ ‘ป่าน’ หอบหายใจอย่างหนักหน่วง อากาศเย็นชื้นที่สูดเข้าปอดบาดลึกราวกับกลืนกินเศษแก้วลงไป ชายหนุ่มพยายามก้าวเท้าที่จมลึกไปในโคลนเละๆ ให้เร็วที่สุดเท่าที่จะทำได้ ทว่ารองเท้าหนังอิตาลีแบรนด์เนมคู่เก่งที่เคยเหยียบย่างอยู่แต่บนพรมหนานุ่มในออฟฟิศระดับไฮเอนด์ กลับกลายเป็นอุปสรรคชิ้นใหญ่ในเวลานี้เสื้อเชิ้ตสีขาวสั่งตัดพอดีตัวที่เคยรีดจนเรียบกริบ บัดนี้เปียกชุ่มและแนบลู่ไปกับผิวเนื้อ ทั้งตัวของป่านเต็มไปด้วยคราบโคลนและเศษใบไม้แห้ง กิ่งไม้ระเกะระกะตวัดเกี่ยวแขนและใบหน้าจนรู้สึกแสบแปลบ หยดน้ำฝนไหลปนกับหยาดเหงื่อและรอยเลือดจางๆ จากรอยขีดข่วนเข้าตาจนพร่ามัว ป่านยกมือขึ้นปาดมันออกอย่างลวกๆ เขาเผลอกัดริมฝีปากล่างของตัวเองแน่น... แน่นจนรับรู้ได้ถึงความเจ็บ มันเป็นนิสัยที่แก้ไม่หายเวลาที่เขารู้สึกเครียดจัดหรือจนมุม“หาให้เจอ! มันหนีไปได้ไม่ไกลหรอก! เสี่ยสั่งไว้ว่าถ้าไม่ยอมเซ็นโอนที่ ก็จัดการฝังมันไว้ที่นี่แหละ!”เสียงตะคอกแหบพร่าดังก้องแข่งกับเสียงพายุฝน แสง
last updateLast Updated : 2026-07-29
Read more

บทที่ 2 ร่างศิลาเลือดสีน้ำเงิน

อากาศเฮือกสุดท้ายในปอดกำลังจะหมดลง ภาพเบื้องหน้าของป่านเริ่มพร่าเลือน ขอบการมองเห็นถูกแทนที่ด้วยความมืดมิดที่คืบคลานเข้ามาอย่างช้าๆ มีเพียงนัยน์ตาสีอำพันสุกใสที่มีม่านตาหดแคบเป็นเส้นตรงของสิ่งมีชีวิตปริศนาเท่านั้นที่ยังคงแจ่มชัดอยู่ในห้วงสติ มันจดจ้องมองลึกเข้ามาคล้ายกับสัตว์ป่าที่กำลังประเมินเหยื่อในกรงเล็บป่านพยายามอ้าปากกอบโกยอากาศ แต่แรงบีบมหาศาลที่ลำคอปิดกั้นทุกเส้นทางของออกซิเจน สองมือของเขาที่พยายามง้างท่อนแขนแกร่งซึ่งปกคลุมด้วยเกล็ดสีเงินเริ่มอ่อนแรงลง สมองที่เคยมองหาทางออกในทุกวิกฤต บัดนี้ตื้อตันและขาวโพลนนี่เขาจะต้องมาตายแบบนี้จริงๆ สภาพนี้เนี่ยนะ? รอดจากลูกปืนมาเฟียมาตายด้วยน้ำมือของตัวอะไรก็ไม่รู้กลางป่าลึก? บอสครับ... ชาตินี้ผมคงกลับไปหาเข็มกลัดพินสูทให้บอสไม่ได้แล้วล่ะ ป่านสบถด่าโชคชะตาและเจ้านายจอมวุ่นวายของตัวเองในใจเป็นครั้งสุดท้าย ก่อนที่เปลือกตาของเขาจะค่อยๆ ปิดลงยอมรับชะตากรรมแต่แล้ว... ในวินาทีที่เส้นด้ายแห่งชีวิตกำลังจะขาดผึง!แฮ่ก... อึก!ร่างใหญ่โตที่คร่อมทับอยู่เบื้องหน้าพลันกระตุกเกร็งอย่างรุนแรง นัยน์ตาสีอำพันที่เคยวาวโรจน์ด้วยสัญชาตญาณดิบเบิกกว้างขึ้นชั่
last updateLast Updated : 2026-07-29
Read more

บทที่ 3 กลิ่นดอกไม้ป่ายามฝนพรำ

ความเงียบสงัดภายในบ้านเซฟเฮาส์ถูกทำลายลงด้วยเสียงหอบหายใจที่เต็มไปด้วยความตื่นตระหนกของป่าน ข้อมือข้างซ้ายของเขาถูกพันธนาการไว้ด้วยฝ่ามือใหญ่ที่แข็งแกร่งกับคีมเหล็กกล้า แรงบีบมหาศาลนั้นกดทับลงมาจนกระดูกแทบจะแหลกละเอียด ความเย็นยะเยือกจากอุณหภูมิร่างกายของอีกฝ่ายพุ่งพล่านเข้าสู่กระแสเลือดของป่านอย่างรวดเร็ว ในขณะเดียวกัน เกล็ดสีเงินยวงที่เรียงร้อยอยู่บนท่อนแขนแกร่งก็เปล่งประกายเรืองแสงสีฟ้าสว่างวาบราวกับกำลังดูดกลืนความร้อนและพลังงานชีวิตจากตัวเขาไปหล่อเลี้ยงร่างกายที่บอบช้ำ“อ๊ะ! ปะ... ปล่อยนะ!”ป่านพยายามออกแรงสะบัดข้อมือ แต่ความพยายามนั้นสูญเปล่าเมื่อเทียบกับพละกำลังที่เหนือกว่าอย่างสิ้นเชิง นัยน์ตาสีอำพันสุกใสที่เพิ่งเบิกโพลงขึ้นมาท่ามกลางความสลัวจดจ้องตรงมาที่เขา ม่านตาแนวตั้งหดแคบลงจนเหลือเพียงขีดเส้นสีดำสนิท มันคือแววตาของนักล่าที่ถูกปลุกให้ตื่นขึ้นด้วยสัญชาตญาณการระวังภัยขั้นสูงสุด ความดุร้ายและระแวดระวังแผ่ซ่านออกมาจนบรรยากาศในห้องแคบๆ อึดอัดจนแทบหายใจไม่ออกไม่ทันที่ป่านจะได้ร้องขอชีวิต ร่างใหญ่โตที่เคยนอนราบอยู่บนพื้นก็กระชากแขนดึงร่างของเขาเข้าไปหาอย่างแรง!“เหวอ!”ป่านถลาล
last updateLast Updated : 2026-07-29
Read more

บทที่ 4 บอดี้การ์ดไร้ความจำ

การเดินทางฝ่าป่าโปร่งในยามเช้าตรู่ ควรจะเป็นกิจกรรมที่สดชื่นและเรียกพลังชีวิตได้ดีเยี่ยม หากแต่ไม่ใช่ในสถานการณ์ที่เพิ่งผ่านการถูกไล่ล่าเอาชีวิตมาหมาดๆแสงแดดสีทองรำไรสาดส่องลงมากระทบหยาดน้ำฝนบนใบไม้ ร่องรอยของพายุฝนที่บ้าคลั่งเมื่อคืนเหลือไว้เพียงความชื้นแฉะบนพื้นดินและกลิ่นเหม็นเขียวของพืชพรรณ ปาณปวีร์ก้าวเท้าเดินอย่างทุลักทุเล รองเท้าหนังอิตาลีคู่โปรดที่เคยเงาวับบัดนี้ชุ่มไปด้วยโคลนเละๆ จนน้ำหนักของมันเพิ่มขึ้นเป็นสองเท่า สภาพเสื้อเชิ้ตแบรนด์เนมสีขาวที่เคยรีดเรียบกริบ ตอนนี้หลุดลุ่ยและเต็มไปด้วยคราบสกปรกไม่ต่างจากผ้าขี้ริ้ว ขาทั้งสองข้างของเขาสั่นระริกและหนักอึ้งราวกับถูกถ่วงด้วยตะกั่ว ทุกย่างก้าวเต็มไปด้วยความปวดร้าวสะสมในทางตรงกันข้าม... ‘บอดี้การ์ดความจำเสื่อม’ ที่เดินอยู่เคียงข้างเขากลับมีสภาพที่แตกต่างกันราวฟ้ากับเหวร่างสูงใหญ่กำยำที่กะด้วยสายตาน่าจะสูงเกือบสองร้อยเซนติเมตร ก้าวเดินฝ่าดงไม้และรากไม้รกชัฏด้วยท่วงท่าที่มั่นคงและเบาสบายราวกับกำลังเดินเล่นบนพรมแดง พละกำลังที่เคยเหือดหายไปจนปางตายเมื่อคืน บัดนี้ดูเหมือนจะฟื้นกลับคืนมาเต็มเปี่ยมร้อยเปอร์เซ็นต์ แขนแกร่งที่เต็มไปด้ว
last updateLast Updated : 2026-07-29
Read more

บทที่ 5 พละกำลังเหนือตรรกะ

เสียงคลื่นสัญญาณความถี่สูงที่แผดร้องวี้ดออกมาจากลำโพงโทรทัศน์จอแบน ผสมผสานกับภาพหน้าจอที่บิดเบี้ยวเป็นเส้นริ้วสีเทาสลับขาวราวกับมีคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้ารุนแรงแทรกแซง ปาณปวีร์นั่งนิ่งงันอยู่บนปลายเตียงนอน สองตากะพริบปริบๆ จ้องมองชายหนุ่มร่างยักษ์ในชุดเสื้อยืดรัดรูปที่กำลังยืนเอียงคอพิจารณา ‘ผลงาน’ ของตัวเองด้วยสีหน้าเรียบเฉยไร้เดียงสานิ้วชี้หนาของบราวน์ยังคงแตะค้างอยู่บริเวณขอบจอเอลอีดี กระแสไฟฟ้าสถิตสีฟ้าอ่อนๆ แล่นปลาบแปลบไปมาตรึงสายตาของเลขาฯ หนุ่มให้เบิกกว้างขึ้นไปอีก สมองอันชาญฉลาดที่เคยใช้แก้ปัญหาทางธุรกิจระดับร้อยล้านกำลังทำงานอย่างหนักเพื่อหาคำอธิบายทางวิทยาศาสตร์ให้กับสิ่งที่เกิดขึ้นตรงหน้าไฟฟ้ารั่ว? ไม่สิ ปลั๊กทีวียังไม่ได้เสียบเลยด้วยซ้ำ! ไฟฟ้าสถิตจากเสื้อผ้า? บ้าไปแล้ว ไฟฟ้าสถิตบ้าอะไรจะเปิดทีวีจอห้าสิบนิ้วให้ติดขึ้นมาได้! นี่มันปรากฏการณ์เหนือธรรมชาติชัดๆ!“หยุดๆๆ! พอเลยคุณบราวน์! เอามือของคุณออกมาจากเครื่องใช้ไฟฟ้าของผมเดี๋ยวนี้เลยนะ!”ป่านได้สติ รีบร้องห้ามเสียงหลงพลางลุกพรวดขึ้นจากเตียง ปรี่เข้าไปดึงแขนแกร่งของอีกฝ่ายให้ถอยห่างออกจากหน้าจอทีวี ทันทีที่ปลายนิ้วของบราวน์ผละอ
last updateLast Updated : 2026-07-29
Read more

บทที่ 6 สำรวจร่างปริศนา

เสียงล้อรถเอสยูวีบดเบียดไปบนถนนดินลูกรังที่ชุ่มโชกไปด้วยโคลนเลนดังสม่ำเสมอพอกับเสียงหัวใจของปาณปวีร์ที่ยังเต้นรัวไม่เป็นจังหวะ มือเรียวที่จับพวงมาลัยสั่นเทาน้อยๆ จนเขาต้องเม้มริมฝีปากแน่นเพื่อสะกดกลั้นอารมณ์ ป่านเหลือบมองกระจกหลังเป็นระยะ สายตาคอยสอดส่องว่ามีแสงไฟหน้ารถคันไหนไล่กวดมาหรือไม่ แม้ว่าเบื้องหลังจะมีเพียงความมืดมิดของแมกไม้ที่โอบล้อมถนนเส้นเล็กๆ นี้ไว้ก็ตามออฟฟิศรีสอร์ตไม่ใช่ที่ที่ปลอดภัยอีกต่อไป... ตรรกะของเลขามือโปรสั่งการทันทีที่เขาตั้งสติได้หลังจากเหตุการณ์บีบปืนแหลกคามือ พวกของเสี่ยธรรศไม่ใช่แค่จิ๊กโก๋ปากซอย แต่มันคือกลุ่มอิทธิพลที่พร้อมจะใช้ความรุนแรง และถ้าพวกมันรู้ว่าบราวน์—หรือ ‘ไอ้สัตว์ประหลาด’ ในสายตาพวกมัน—ซ่อนตัวอยู่ที่นั่น ที่พักของเขาจะกลายเป็นสมรภูมิในพริบตาเขาทำการจัดกระเป๋าเตรียมของจำเป็น สั่งงานแม่บ้านและคนงานที่รีสอร์ตในช่วงบ่าย ก่อนจะพาบราวน์ขึ้นรถออกมาในตอนพลบค่ำ“เราต้องกลับไปที่เซฟเฮาส์... ที่นั่นมีแค่ผมกับบอสคินกับคนงานไม่กี่คนที่รู้จัก” ป่านพึมพำเสียงพร่า แข่งกับเสียงเครื่องยนต์ “ผมส่งคนที่ไว้ใจได้มาทำความสะอาดและจัดหาของใช้จำเป็นไว้แล้ว เราจะไปห
last updateLast Updated : 2026-08-03
Read more

บทที่ 7 ไออุ่นแห่งพันธะ

ความเงียบสงัดภายในบ้านเซฟเฮาส์ถูกปกคลุมด้วยเสียงฝนที่ตกลงมาอีกครั้งก่อนจะซาลงจนเหลือเพียงเสียงหยดน้ำที่ตกกระทบใบไม้ดังเปาะแปะอยู่ภายนอก ทว่าภายในห้องสี่เหลี่ยมแคบๆ นี้ กลับมีมวลความร้อนที่พยายามต่อสู้กับความเย็นยะเยือกของร่างศิลาอย่างสุดกำลัง ปาณปวีร์นอนขดตัวอยู่บนเตียงไม้แคบๆ แขนข้างหนึ่งช้อนเข้าใต้ท้ายทอยและอีกข้างโอบกอดร่างสูงใหญ่ของบราวน์ไว้แน่นที่สุดเท่าที่จะทำได้เขาไม่ได้เพียงแค่กอดเพื่อมอบความอบอุ่น แต่ป่านกำลังใช้ร่างกายของตัวเองเป็น ‘เครื่องสังเวย’ ความร้อน ทุกนาทีที่ผ่านไป ป่านรู้สึกได้ว่าความอุ่นในกายถูกดูดซับออกไปราวกับมีหลุมดำลึกลับซ่อนอยู่ใต้ผิวหนังของคนตรงหน้า แต่เขาก็ไม่คิดจะคลายอ้อมกอดสายตาของเลขาฯ หนุ่มจดจ้องอยู่ที่ใบหน้าของบราวน์ในระยะประชิดอย่างไม่วางตา เขาเฝ้าสังเกตทุกความเปลี่ยนแปลงด้วยสัญชาตญาณนักวิเคราะห์ ตั้งแต่เกล็ดสีเงินที่ค่อยๆ สงบนิ่งลงไม่กะพริบถี่อย่างบ้าคลั่ง ไปจนถึงสีผิวที่เริ่มมีเลือดฝาดจางๆ แทรกซึมผ่านมวลสารที่ดูเหมือนหินอ่อนสีเทา“อึก... นาเธียร์... อัล... รัค...”จู่ๆ เสียงทุ้มต่ำก็ครางกระหึ่มออกมาจากลำคอของคนที่ไร้สติ บราวน์เริ่มส่ายหน้าไปมาอย่าง
last updateLast Updated : 2026-08-03
Read more

บทที่ 8 ท่านประธานสายป่วนบุก!

เสียงเครื่องยนต์ซูเปอร์คาร์ที่แผดคำรามดังกึกก้องแหวกความเงียบสงบของป่า ตามมาด้วยเสียงเบรกที่ลากล้อเบียดกรวดหินอย่างรุนแรงดังสนั่นหวั่นไหวอยู่บริเวณหน้าบ้านเซฟเฮาส์ปาณปวีร์สะดุ้งสุดตัว สติที่กำลังจดจ่ออยู่กับอาการปวดหัวของบราวน์ขาดผึง สัญชาตญาณเอาตัวรอดทำงานเร็วกว่าความคิด เขาคว้าท่อนไม้เนื้อแข็งที่เคยวางอยู่ข้างเตียงขึ้นมากระชับแน่นในมือทันที ร่างโปร่งกระโดดไปขวางหน้าบานประตูไม้อย่างเอาเป็นเอาตาย หัวใจเต้นรัวกระหน่ำจนแทบจะทะลุออกมานอกอก‘พวกเสี่ยธรรศบุกมาแล้วเหรอวะ ตามมาเจอที่นี่ได้ยังไง’ ป่านสบถในใจ หยาดเหงื่อเย็นเฉียบผุดซึมตามไรผม เขาหันขวับกลับไปมองร่างสูงใหญ่ที่ยังคงทรุดตัวอยู่บนพื้นบราวน์กำลังหอบหายใจลึก นัยน์ตาสีอำพันสั่นไหวจากการที่สมองต้องรองรับเศษซากความทรงจำที่ปะติดปะต่อไม่ได้ ภาพการถูกล่าจากไซรัซเพื่อใช้เลือดของเขาไปเปิดประตูมิติมันช่างพร่าเลือน ผสมปนเปกับภาพความฝันในวัยเยาว์ที่เขาเฝ้าคิดถึงมารดาผู้ล่วงลับไปตั้งแต่เขาถือกำเนิด... ทุกอย่างมันตีรวนจนมวลสารในกายปั่นป่วนไปหมด“คุณบราวน์ ลุกขึ้นก่อน เร็วเข้า!” ป่านทิ้งท่อนไม้ลงชั่วคราว ถลาเข้าไปพยุงร่างที่หนักอึ้งราวกับหินผาขอ
last updateLast Updated : 2026-08-03
Read more

บทที่ 9 พันธมิตรจำยอม

ความเงียบสงัดเข้าปกคลุมเซฟเฮ้าส์กลางป่าอีกครั้ง หลังจากที่ความวุ่นวายและสงครามประสาทขนาดย่อมเพิ่งจะยุติลง บัตรแบล็คการ์ดวงเงินไม่จำกัดถูกเก็บกลับเข้าไปในกระเป๋าเสื้อสูทอาร์มานีอย่างเสียไม่ได้ พชรวริศ หรือ ‘คิน’ ท่านประธานหนุ่มรูปหล่อผู้พกความมั่นใจมาเต็มร้อย ถอนหายใจยาวเหยียดจนไหล่กว้างตกลงเล็กน้อย ท่าทีหยิ่งผยองและกวนประสาทเมื่อครู่ถูกพับเก็บไป แทนที่ด้วยแววตาจริงจังระดับที่ปาณปวีร์แทบจะไม่เคยเห็นเวลาอยู่ที่ออฟฟิศ“นายคิดจริงๆ เหรอว่าฉันยอมขับรถสปอร์ตลุยโคลนมาถึงนี่ เพียงเพราะไม่มีคนชงกาแฟให้น่ะป่าน?” คินเอ่ยขึ้น น้ำเสียงทุ้มต่ำลงจนฟังสบายหูขึ้นมาก เขาทรุดตัวลงนั่งบนเก้าอี้ไม้ตัวเก่าฝั่งตรงข้ามเตียง ยกขาขึ้นไขว่ห้างอย่างพยายามรักษามาด แม้ว่ารองเท้าหนังราคาแพงจะเปื้อนโคลนเกรอะกรังก็ตามป่านขมวดคิ้ว “แล้วถ้าไม่ใช่เพราะเรื่องนั้น บอสทิ้งงานที่บริษัทมาทำไมครับ? ผมบอกแล้วไงว่าผมขอเวลาจัดการเรื่องมรดกย่าสักพัก”“ก็ไอ้เรื่องมรดกของนายนั่นแหละที่เป็นปัญหา” คินโน้มตัวไปข้างหน้า สบตาเลขาฯ คนเก่งด้วยความตึงเครียด “ฉันให้สายข่าวระดับวีไอพีของฉันไปสืบเบื้องลึกเบื้องหลังของไอ้เสี่ยธรรศมาแล้ว สิ่งท
last updateLast Updated : 2026-08-03
Read more

บทที่ 10 เปลวเพลิงและสัญชาตญาณ

บรรยากาศภายในรีสอร์ตกลางป่าตลอดสามวันที่ผ่านมาเต็มไปด้วยความตึงเครียดที่ถูกซุกซ่อนไว้ภายใต้ความเงียบสงบ ต้นไม้ใหญ่ที่เคยให้ร่มเงาดูร่มรื่น บัดนี้กลับกลายเป็นจุดพรางตัวชั้นดีของชายฉกรรจ์ในชุดซาฟารีสีเข้มกว่ายี่สิบชีวิต ทีมรักษาความปลอดภัยระดับพระกาฬที่ ‘พชรวริศ’ สั่งตรงมาจากบริษัทเอกชนในกรุงเทพฯ กระจายกำลังตรวจตราความเรียบร้อยอยู่ทุกตารางนิ้ว เสียงวิทยุสื่อสารดังแทรกเสียงนกป่าเป็นระยะ ราวกับเป็นการประกาศสงครามเย็นว่าฝั่งของปาณปวีร์ก็ไม่ได้หมูให้เคี้ยวเล่นอีกต่อไปทางฝั่งของเสี่ยธรรศเองก็เงียบหายไปอย่างผิดปกติ ไม่มีลูกน้องหน้าเหี้ยมแวะเวียนมาก่อกวน หรือส่งจดหมายข่มขู่มาหย่อนไว้ที่ตู้ไปรษณีย์เหมือนช่วงแรก แต่ความเงียบนั้นกลับทำให้ป่านยิ่งรู้สึกระแวง ราวกับคลื่นลมที่สงบนิ่งก่อนที่พายุเฮอริเคนลูกใหญ่จะพัดถล่มท่ามกลางบรรยากาศมาคุของการเตรียมพร้อมรับมือมาเฟีย ปัญหาที่กวนใจท่านประธานคินในเช้าวันนี้กลับไม่ใช่เรื่องเอกสารสิทธิ์ที่ดิน หรือการเคลื่อนไหวของศัตรู“ป่าน... นายต้องคุยกับไอ้หมอนั่นอย่างจริงจังแล้วนะ”คินเดินถือแก้วกาแฟเอสเปรสโซ่คั่วเข้มเข้ามาในห้องทำงานของป่านด้วยสีหน้าเคร่งเครียด คิ
last updateLast Updated : 2026-08-03
Read more
PREV
12
SCAN CODE TO READ ON APP
DMCA.com Protection Status