All Chapters of เมื่อฉันจากไป พี่ชายทั้งสามเสียใจแทบคลั่ง: Chapter 1 - Chapter 10

10 Chapters

บทที่ 1

ตอนนี้ฉันอายุยี่สิบสี่ปี ยืนอยู่หน้าประตูคุก พลางจ้องมองสายล่ามคอสุนัขเส้นนั้นหลินเถียนเถียนยื่นหน้าออกมาจากกระจกหน้าต่างรถ ยิ้มหวานหยาดเยิ้ม"พี่คะ! นี่เป็นของขวัญต้อนรับที่พวกพี่ชายตั้งใจเลือกให้พี่เลยนะคะ! รุ่นลิมิเต็ดด้วย ต้าเป่ายังไม่เคยได้ใส่เส้นดี ๆ ขนาดนี้เลย"ต้าเป่า คือหมาพันธุ์เทดดี้ที่เธอเลี้ยงไว้ฉันไม่ได้เอ่ยปากเถียง ทำเพียงก้มหน้าก้มตาใส่สายล่ามคอสุนัขเส้นนั้นเข้ากับคอตัวเองอย่างว่าง่ายพวกเขานึกว่าตลอดว่าเจ็ดปีมานี้ฉันถูกดัดนิสัยจนเชื่องแล้วแต่พวกเขาไม่เคยรู้เลยว่า... เวลาของภารกิจเหลืออีกแค่ 12 ชั่วโมงสุดท้ายเท่านั้นอีกสิบสองชั่วโมงข้างหน้า ฉันก็จะได้จากโลกใบนี้ไป แล้วกลับไปอยู่กับพ่อแม่และพี่ชายแท้ ๆ ของฉันจริง ๆ เสียที……พี่รองเปิดประตูรถ พลางแย้มยิ้มพูดกับฉัน"ขึ้นมาสิ น้องรัก... พี่จะพาเธอกลับบ้าน"ฉันกำลังจะก้าวขาขึ้นรถ แต่หลินเถียนเถียนก็ชะโงกหน้ามาจากเบาะหลังเสียก่อน"เดี๋ยวสิคะ!"เธอเอ่ยห้ามฉันไว้ ก่อนจะหันไปพูดกับพวกพี่ชาย"รถคันนี้คุณพ่อเพิ่งซื้อให้เถียนเถียนเป็นของขวัญวันเกิดเมื่อปีที่แล้วนะ..."เธอเหลือบมองชุดนักโทษที่มีแต่คราบสกปรกบนตัวฉ
Read more

บทที่ 2

พี่ใหญ่เคาะประตูสองทีจากข้างนอก"เปลี่ยนชุดเสร็จหรือยัง? แขกใกล้จะมากันแล้วนะ"ฉันเงียบ ไม่ตอบคำถามเขาเคาะอีกครั้ง น้ำเสียงอ่อนลงเล็กน้อย"ขอแค่ผ่านงานเลี้ยงต้อนรับคืนนี้ไปได้ เธอจะได้เป็นลูกสาวตระกูลเสิ่นอย่างเป็นทางการเสียที"ฉันกวาดสายตามองชุดเมดบนเตียง... แล้วจัดการสวมมันลงบนตัวกระจกเงาตรงหน้าสะท้อนภาพหญิงสาวที่มีสายล่ามคอสุนัขพันอยู่รอบคอ สวมชุดเมดสีเทา และมีป้ายชื่อหมาสีทองติดอยู่ตรงอกบนป้ายทองนั้น สลักชื่อของฉันเอาไว้อย่างชัดเจนเมื่อฉันเดินลงมาข้างล่าง ห้องรับแขกก็เต็มไปด้วยผู้คนแล้วกระทั่งนักข่าวจากสำนักต่าง ๆ ยังขนกล้องและอุปกรณ์มาตั้งกล้องไลฟ์สตรีมอยู่ตามมุมห้อง"พี่สาวมาแล้วค่ะทุกคน! มาร่วมต้อนรับคุณหนูใหญ่ตระกูลเสิ่นกันหน่อยเร็ว!"หลินเถียนเถียนในชุดราตรีสีขาวบริสุทธิ์ยืนอยู่ตรงกลางห้อง พอเห็นฉัน เธอก็แย้มยิ้มพร้อมกับปรบมือนำทุกคนใบหน้านับสิบ ๆ ดวงหันขวับมามองฉันพร้อมกันบางคนวางแก้วเหล้าลง บางคนเอามืออุดปากหัวเราะ และบางคนถึงขั้นยกโทรศัพท์มือถือขึ้นมาถ่ายคลิปไว้ตรง ๆนักข่าวคนหนึ่งยื่นไมโครโฟนพุ่งตรงเข้ามา"คุณเสิ่นครับ ไม่ทราบว่ามีความรู้สึกอย่างไรบ้า
Read more

บทที่ 3

สายตาของทุกคนในห้องหันขวับไปมองที่หน้าประตูพร้อมกันกู้เหยียน เดินตรงเข้ามาด้วยก้าวขาที่มั่นคง เขาอยู่ในชุดสูทสากลเนี้ยบกริบ ใบหน้าฉายแววโทสะที่กดข่มไว้ไม่มิดเขาเดินผ่ากลางฝูงคนตรงเข้ามาจับข้อมือของฉัน แล้วออกแรงฉุดฉันให้ลุกขึ้นมาจากพื้น ก่อนจะย้ายตัวมายืนบดบังฉันไว้ข้างหลัง"เสิ่นเยว่ พวกนายตระกูลเสิ่นมันจะรังแกคนเกินไปแล้ว!"เขาจ้องหน้าพี่ใหญ่ น้ำเสียงเย็นเยียบถึงขั้วหัวใจ"ในเมื่อคิดจะรับเธอกลับมา แล้วจะมาทำเรื่องหยามเกียรติเธอแบบนี้ทำไม?!"ห้องรับแขกเงียบกริบจนได้ยินเสียงลมหายใจกล้องไลฟ์สดทุกตัวพร้อมใจกันแพนหันมาจับภาพที่เขาเป็นจุดเดียวฉันยืนอยู่ข้างหลังเขา จ้องมองแผ่นหลังอันคุ้นเคยนั้น...มันเหมือนกับเมื่อยี่สิบปีก่อนไม่มีผิดเพี้ยนตอนฉันอายุสี่ขวบและเพิ่งเข้าไปอยู่ในบ้านเด็กกำพร้า เขาก็อยู่ที่นั่นก่อนแล้วร่างกายผอมแห้งราวกับกิ่งไม้แห้ง ขาซ้ายเป๋เล็กน้อย เวลาเดินจะกะเผลกไปมาเด็กโตในบ้านเด็กกำพร้าชอบแย่งชามข้าวของเขา แต่เขาไม่เคยส่งเสียงเถียงสักคำเป็นฉันเองที่พุ่งตัวเข้าไปแย่งชามข้าวคืนมา จนโดนเด็กพวกนั้นผลักล้มลงกับพื้น เข่าแตกเลือดไหลซึมตอนนั้นเขาย่อตัวลงมาช่
Read more

บทที่ 4

คืนนั้น... ฉันต้องส่งเสียงเห่าเหมือนหมาต่อหน้าแขกเหรื่อทุกคนและต่อหน้ากล้องไลฟ์สดกู้เหยียนนั่งอยู่บนโซฟา ถือแก้วไวน์ในมือ โดยไม่แม้แต่จะหันกลับมามองฉันเลยสักแวบเดียวตอนที่งานเลี้ยงเลิกรา ก็เป็นเวลาเกือบจะเที่ยงคืนแล้วพวกแขกค่อย ๆ เดินแยกย้ายกันกลับเป็นกลุ่ม ๆ ยามที่เดินผ่านข้างกายฉัน บางคนยังคงส่งเสียงหัวเราะเยาะเย้ย"คุณหนูใหญ่ตระกูลเสิ่นคนนี้ เห่าได้เหมือนหมาจริงเลยนะ""นั่นน่ะสิ สวมสายล่ามคอหมากับชุดเมด ถ้าไม่บอกคงนึกว่าเป็นหมาจริง ๆ ไปแล้ว"ฉันคุกเข่าอยู่นานเกินไปจนเข่าทั้งสองข้างชาไร้ความรู้สึกต้องใช้สองมือยันผนังค่อย ๆ พยุงกายลุกขึ้น แล้วเดินกระย่องกระแย่งกลับไปยังห้องรับรองทว่าวินาทีที่ก้าวขาเข้าประตูไป... เสียงดัง กริ๊ก ก็ดังมาจากด้านหลัง ประตูถูกคนข้างนอกลงกลอนล็อกจากภายนอกเรียบร้อยแล้วในเวลาเดียวกันนั้นเอง เครื่องปรับอากาศบนหัวก็ส่งเสียงทำงานดังกระหึ่ม ลมเย็นยะเยือกพุ่งพรวดลงมาจากช่องแอร์ ทำให้อุณหภูมิภายในห้องลดวูบลงอย่างรวดเร็วในห้องรับรองไม่มีผ้านวมแม้แต่ผืนเดียว ผ้าปูที่นอนก็บางเฉียบราวกับแผ่นกระดาษไม่รู้ว่าเครื่องปรับอากาศถูกปรับไว้ที่กี่องศา ความเย็นร
Read more

บทที่ 5

เสียงกรีดร้องของแม่บ้านยังไม่ทันจบดี กู้เหยียนก็พุ่งตัวขึ้นมาบนชั้นสองเป็นคนแรกเขาถีบประตูห้องรับรองเปิดออก ทว่าเมื่อเห็นก้อนร่างที่นอนคุดคู้อยู่บนเตียง ร่างกายของเขาก็พลันกระตุกแข็งทื่ออยู่กับที่เลือดสด ๆ อาบเต็มเตียง...ริมฝีปากเปลี่ยนเป็นสีดำคล้ำ...ในอ้อมอกตระกองกอดตุ๊กตากระต่ายพัง ๆ ไว้แน่นพี่ใหญ่พุ่งตามเข้ามาติด ๆ เขากระแทกเข้ากับกรอบประตูอย่างแรง ขาสองข้างอ่อนพับจนแทบจะทรุดลงไปกับพื้นพี่รองผลักทุกคนออกแล้วพุ่งตัวไปที่ข้างเตียง ยื่นมือไปอังที่จมูก คลำชีพจรที่ข้อมือไม่มี...ไม่มีสัญญาณชีวิตใด ๆ เหลืออยู่เลยเขาเริ่มสติแตก กดฝ่ามือลงบนหน้าอกของฉันเพื่อทำ CPR ครั้งแล้วครั้งเล่า... ครั้งที่หนึ่ง... ครั้งที่สอง... ครั้งที่สาม..."โทรเรียกคนมารับเร็ว! เรียกรถพยาบาล!"พี่สามยืนสั่นอยู่ตรงประตู กดโทรศัพท์ตั้งสามครั้งกว่าจะติด เสียงของเขาสั่นเทาจนแทบพูดบอกที่อยู่ไม่เป็นภาษาตอนที่ทีมแพทย์ฉุกเฉินเดินทางมาถึง พี่รองก็ยังคงปั๊มหัวใจไม่หยุดเสียงฝ่ามือกดกระแทกหน้าอกดัง ตับ ตับ เหงื่อเม็ดโตจากผากของเขาไหลรดลงบนใบหน้าของฉันเจ้าหน้าที่พยายามดึงตัวเขาออก แต่เขาไม่ยอมปล่อยมือ พ
Read more

บทที่ 6

ทุกคนพากันตกตะลึงอึ้งงันอยู่กับที่พี่ใหญ่เป็นคนแรกที่เอ่ยปากพูดขึ้นมา"ถูกแช่แข็งจนตาย?! นี่มันเดือนสิงหาคม อุณหภูมิข้างนอกสามสิบห้าองศา หมอจะมาบอกผมว่าเธอถูกแช่แข็งจนตายเนี่ยนะ?!"หมอกางรายงานการตรวจออก ใช้นิ้วชี้ไปที่บรรทัดข้อมูลตัวเลขทีละบรรทัด"อุณหภูมิแกนกลางในร่างกายของผู้ตายเหลือเพียงยี่สิบหกองศาเท่านั้น นิ้วมือและนิ้วเท้ามีรอยแผลที่ถูกความเย็นจัดกัดซึมลึกเป็นบริเวณกว้าง ระดับความรุนแรงเทียบเท่ากับการถูกทิ้งไว้ในสภาพแวดล้อมติดลบอย่างน้อยสี่ถึงห้าชั่วโมงเต็ม ๆ ครับ"เขาเปิดพลิกไปหน้าถัดไป"ส่วนบาดแผลตามร่างกายของเธอ... ไม่ใช่การทำร้ายตัวเองเพื่อคิดสั้นฆ่าตัวตาย""แต่เธอใช้เลือดของตัวเองเพื่อสร้างความอบอุ่น"ความเงียบกริบปกคลุมไปทั่วทั้งทางเดินชั่วขณะ"หมายความว่ายังไง?" น้ำเสียงของพี่รองเริ่มสั่นพร่าและแหบแห้งหมอชี้นิ้ววิเคราะห์บาดแผลตามรายงาน"รอยแผลตรงข้อมือไม่ใช่รอยตัดตามขวางหรือแนวยาว แต่เป็นบาดแผลจากการถูไถอย่างรุนแรงซ้ำแล้วซ้ำเล่า... เธอเอาข้อมือไปไถเข้ากับขอบของแข็งซ้ำ ๆ เพื่อขูดให้เนื้อหนังแตกออก ให้เลือดสด ๆ ไหลออกมา แล้วเอาเลือดนั้นมาทาลงบนตัว""เลือดที่มี
Read more

บทที่ 7

ภายในห้องสอบสวนของสถานีตำรวจ พวกพี่ชายนั่งเรียงกันเป็นแถว โดยมีกู้เหยียนนั่งอยู่ตรงขอบสุดตำรวจสืบสวนที่นั่งอยู่ฝั่งตรงข้ามเปิดซองแฟ้มเอกสารออก แล้วดันเอกสารกองหนึ่งมาข้างหน้า"ช่วงนี้พวกเรากำลังสืบสวนคดีฉ้อโกงเงินประกันคดีหนึ่ง พอสืบตามรอยไปเรื่อย ๆ ก็เลยสาวไปถึง โจวอวี้ถง เหยื่อในคดีวางยาพิษในสถานศึกษาเมื่อเจ็ดปีก่อน"เขาดึงรายงานการตรวจร่างกายใบหนึ่งออกมา"รายงานการวินิจฉัยในตอนนั้นระบุว่า โจวอวี้ถงได้รับพิษจนตับและไตเสียหายอย่างรุนแรง จำเป็นต้องใช้ยาประคองอาการไปตลอดชีวิต""เธอใช้สิ่งนี้เป็นหลักฐาน ในการยื่นขอเงินชดเชยความพิการจำนวนมหาศาลจากบริษัทประกัน""ทว่าผลการตรวจร่างกายเมื่อเดือนที่แล้วกลับปรากฏว่า..."เขาหมุนรายงานกลับมา ใช้นิ้วชี้ไปที่ตัวเลขบนนั้น"การทำงานของอวัยวะทุกส่วนของเธอเป็นปกติและสมบูรณ์ดี ไม่มีผลกระทบหรืออาการแทรกซ้อนใด ๆ จากการได้รับพิษเลยแม้แต่น้อย""รายงานความพิการฉบับนั้นเมื่อเจ็ดปีก่อน... เป็นเอกสารปลอมครับ"พี่ใหญ่รับรายงานฉบับนั้นมา นิ้วมือสั่นระริกเล็กน้อยตำรวจสืบสวนเอ่ยต่อ"พวกเราเลยทำการดึงสำนวนคดีเมื่อปีนั้นขึ้นมาตรวจสอบใหม่อีกครั้ง หลักฐาน
Read more

บทที่ 8

รถยังไม่ทันจะจอดดี พี่สามก็ผลักประตูรถแล้วพุ่งตัวเข้าไปในบ้านทันทีหลินเถียนเถียนกำลังนั่งเล่นโทรศัพท์มือถืออยู่บนโซฟาในห้องรับแขก พอได้ยินเสียงเคลื่อนไหวก็เงยหน้าขึ้นมา ใบหน้ายังคงประดับไปด้วยรอยยิ้มว่าง่ายและแสนดีตามปกติ"พี่ ๆ กลับมากันแล้วเหรอคะ?"พี่สามพุ่งเข้าไปแย่งโทรศัพท์มือถือในมือเธอแล้วปาลงพื้นอย่างแรง จนหน้าจอแตกละเอียดเป็นเสี่ยง ๆ"เมื่อเจ็ดปีก่อน... เป็นแผนการที่เธอวางไว้ใช่ไหม?!"หลินเถียนเถียนชะงักไปนิด ก่อนที่ขอบตาจะแดงก่ำขึ้นมาทันควัน"พี่สามพูดเรื่องอะไรคะ... หนูไม่รู้เรื่อง..."พี่ใหญ่กับพี่รองเดินตามเข้ามา โดยมีกู้เหยียนเดินตามหลังมาเป็นคนสุดท้ายพี่ใหญ่ยืนประสานสายตาอยู่ตรงหน้าเธอ จ้องมองลงมาด้วยสายตาเย็นชา เอื้อนเอ่ยออกมาทีละคำอย่างหนักแน่น"โจวอวี้ถงสารภาพออกมาหมดแล้ว"ใบหน้าของหลินเถียนเถียนถอดสีซีดเผือดไปวูบหนึ่งเพียงแค่วูบเดียวเท่านั้น...หลังจากนั้น หยาดน้ำตาก็ทะลักทะลายไหลออกมาราวกับเขื่อนแตก"พี่ใหญ่คะ... หนูรู้แล้วว่าพวกพี่พูดเรื่องอะไร..."เธอกระโจนลงไปคุกเข่ากับพื้น สวมกอดขาของพี่ใหญ่ไว้แน่น"หนูผิดไปแล้วค่ะ แต่ตอนนั้นหนูกลัวจริง ๆ นะคะ.
Read more

บทที่ 9

พี่รองปิดสมุดไดอารี่ลงพี่ใหญ่ยืนนิ่งสนิทอยู่กับที่ กล้ามเนื้อบนใบหน้ากระตุกเกร็งด้วยความอับอายและเจ็บปวดพี่สามนั่งยอง ๆ อยู่บนพื้น สองมือกุมหัวตัวเองไว้แน่นกู้เหยียนยืนพิงมุมห้อง ใบหน้าเรียบเฉยไร้ความรู้สึก ทว่าเสื้อเชิ้ตตรงอกกลับเปียกชุ่มไปด้วยเลือดสด ๆ เป็นวงกว้าง...เขาไม่รู้ว่าทำไม หัวใจของเขาถึงเจ็บปวดราวกับถูกฉีกออกเป็นชิ้น ๆ จนต้องกระอักเลือดออกมาไม่หยุดในเวลาเดียวกันนั้นเอง... พี่ชายทั้งสามคนก็ค่อย ๆ งอตัวก้มลงพร้อมกันความเจ็บปวดปวดรวดร้าวตรงตำแหน่งหัวใจพุ่งขึ้นสูงถึงจุดสูงสุดในเวลาเพียงแค่เสี้ยววินาที!ราวกับมีใครบางคนยื่นมือเข้ามาควักหัวใจของพวกเขาออกมาจากทรวงอกสด ๆเข่าของพี่ใหญ่กระแทกเข้ากับพื้นกระเบื้อง เสียงดัง ปัง!เขาใช้มือยันพื้น เงยหน้าขึ้นจ้องมองหลินเถียนเถียนที่ยืนอยู่ตรงหัวบันไดด้วยสายตาอาฆาตแค้นเลือดคำโตพุ่งทะลักออกมาจากปากของเขา"เธอ... เธอเป็นคนทำให้น้องสาวแท้ ๆ ของฉันต้องตาย!"หลินเถียนเถียนตกใจจนเข่าอ่อน ทรุดตัวคุกเข่าลงกับพื้น คลานเข่าเข้าไปหาพี่ใหญ่ แล้วสวมกอดขาของเขาไว้แน่น"พี่ใหญ่คะ! มันไม่ใช่อย่างนั้นนะ! หนูแค่นึกกลัวว่าพวกพี่จะไม่ต้อง
Read more

บทที่ 10

ในวันทำบุญครบเจ็ดวันของฉัน ท้องฟ้าสดใสเป็นสีฟ้าคราม ไร้ซึ่งสายลมพัดผ่านพวกพี่ชายและกู้เหยียนคุกเข่าอยู่หน้าหลุมศพของฉันดอกเบญจมาศสีขาววางเกลื่อนกลาดเต็มพื้น บนป้ายหินอ่อนสลักชื่อของฉันเอาไว้ชัดเจนเสิ่นสือพี่รองวางตุ๊กตากระต่ายที่เย็บซ่อมเสร็จแล้วไว้หน้าป้ายวิญญาณเขาใช้เวลาตลอดทั้งคืน ค่อย ๆ ดันนุ่นกลับเข้าไป และลงเข็มเย็บหูที่ถูกแทะจนพังทีละเข็ม ๆใช้อีกเข็มปักเดินเส้นตัวอักษร "ของสือสือคนเดียว" ใหม่อีกครั้งอย่างพิถีพิถัน"พี่คืนให้นะ..."น้ำเสียงของเขาแผ่วเบาและสั่นเครือ"พี่รองทำมันพังไป... ตอนนี้พี่รองเย็บซ่อมให้เธอเสร็จแล้วนะ"พี่สามคุกเข่าอยู่ข้าง ๆ มือยังคงกำถุงมือนักแข่งรถคู่นั้นไว้แน่นเขาเข้าใจผิดมาโดยตลอดว่าเป็นของที่หลินเถียนเถียนซื้อให้ทว่าตอนนี้เขาได้รู้ความจริงแล้ว... ว่ามันคือของที่ฉันต้องแลกมาด้วยการทำงานพิเศษกะดึกถึงสามเดือนเต็มเขาอยากจะเอ่ยปากพูดอะไรบางอย่าง พยายามเปิดปากอยู่หลายคราว แต่กลับไม่มีเสียงใด ๆ หลุดออกมาแม้แต่คำเดียวพี่ใหญ่คุกเข่าอยู่ด้านหน้าสุด ร่างกายเหยียดตรงราวกับรูปสลักหินเขาจ้องมองชื่อบนป้ายวิญญาณอยู่นานแสนนาน จู่ ๆ ก็งอตัวก้มล
Read more
SCAN CODE TO READ ON APP
DMCA.com Protection Status