Masukวันที่ฉันถูกปล่อยตัวออกจากคุกก่อนกำหนดเพราะความประพฤติดี พี่ชายทั้งสามคนถือสายล่ามคอสุนัขมารอรับที่หน้าประตู พี่ชายคนโตยื่นสายล่ามคอสุนัขมาตรงหน้า เอ่ยด้วยน้ำเสียงเรียบเฉยทว่าเย็นชา "ใส่ซะ จากตรงนี้จนถึงหน้าบ้าน ห้ามถอดออกเด็ดขาด" "นี่คือบททดสอบสุดท้าย ถ้าผ่าน...เธอถึงจะได้เป็นลูกสาวตระกูลเสิ่นอย่างเป็นทางการ" พี่ชายคนรองตบไหล่ฉันเบา ๆ พลางถอนหายใจ "เจ็ดปีมานี้ ลำบากเธอแล้วนะ" "แต่ว่า... กลิ่นตัวเธอเนี่ย กลับไปถึงต้องอาบน้ำสักสามรอบก่อนค่อยมาร่วมโต๊ะกินข้าวก็แล้วกัน" ส่วนพี่ชายคนเล็กกวาดสายตามองฉันตั้งแต่หัวจรดเท้า ขมวดคิ้วแน่น "ทำไมผอมแห้งขนาดนี้? แต่ก็ดีเหมือนกัน ใส่สายล่ามแล้วจะได้ไม่ดูขัดตานัก" เมื่อเจ็ดปีก่อน...พวกเขาก็พูดคำนี้ หลินเถียนเถียน ลูกสาวตัวปลอมของบ้าน แอบผสมบางอย่างลงในแก้วน้ำของเพื่อนร่วมชั้น จนเด็กสาวคนนั้นเกือบเอาชีวิตไม่รอดกลางสนามกลางแจ้ง คืนนั้นพวกพี่ชายโทรหาฉันทั้งคืน: "รับผิดแทนเถียนเถียนซะ แล้วเธอจะได้เป็นน้องสาวแท้ ๆ ของพวกเรา" ตอนนั้นฉันไม่ได้คิดอะไรมาก ในห้องสอบสวนจึงได้แต่ยืนกรานกัดฟันรับสารภาพว่าเป็นคนทำเองทั้งหมด คำพิพากษาออกมา...จำคุกเจ็ดปี ในวัยสิบแปดปี ฉันถูกใส่กุญแจมือแล้วพาตัวออกไปทางประตูข้าง... โดยไม่มีใครเลยสักคนที่จะหันกลับมามองฉัน
Lihat lebih banyakในวันทำบุญครบเจ็ดวันของฉัน ท้องฟ้าสดใสเป็นสีฟ้าคราม ไร้ซึ่งสายลมพัดผ่านพวกพี่ชายและกู้เหยียนคุกเข่าอยู่หน้าหลุมศพของฉันดอกเบญจมาศสีขาววางเกลื่อนกลาดเต็มพื้น บนป้ายหินอ่อนสลักชื่อของฉันเอาไว้ชัดเจนเสิ่นสือพี่รองวางตุ๊กตากระต่ายที่เย็บซ่อมเสร็จแล้วไว้หน้าป้ายวิญญาณเขาใช้เวลาตลอดทั้งคืน ค่อย ๆ ดันนุ่นกลับเข้าไป และลงเข็มเย็บหูที่ถูกแทะจนพังทีละเข็ม ๆใช้อีกเข็มปักเดินเส้นตัวอักษร "ของสือสือคนเดียว" ใหม่อีกครั้งอย่างพิถีพิถัน"พี่คืนให้นะ..."น้ำเสียงของเขาแผ่วเบาและสั่นเครือ"พี่รองทำมันพังไป... ตอนนี้พี่รองเย็บซ่อมให้เธอเสร็จแล้วนะ"พี่สามคุกเข่าอยู่ข้าง ๆ มือยังคงกำถุงมือนักแข่งรถคู่นั้นไว้แน่นเขาเข้าใจผิดมาโดยตลอดว่าเป็นของที่หลินเถียนเถียนซื้อให้ทว่าตอนนี้เขาได้รู้ความจริงแล้ว... ว่ามันคือของที่ฉันต้องแลกมาด้วยการทำงานพิเศษกะดึกถึงสามเดือนเต็มเขาอยากจะเอ่ยปากพูดอะไรบางอย่าง พยายามเปิดปากอยู่หลายคราว แต่กลับไม่มีเสียงใด ๆ หลุดออกมาแม้แต่คำเดียวพี่ใหญ่คุกเข่าอยู่ด้านหน้าสุด ร่างกายเหยียดตรงราวกับรูปสลักหินเขาจ้องมองชื่อบนป้ายวิญญาณอยู่นานแสนนาน จู่ ๆ ก็งอตัวก้มล
พี่รองปิดสมุดไดอารี่ลงพี่ใหญ่ยืนนิ่งสนิทอยู่กับที่ กล้ามเนื้อบนใบหน้ากระตุกเกร็งด้วยความอับอายและเจ็บปวดพี่สามนั่งยอง ๆ อยู่บนพื้น สองมือกุมหัวตัวเองไว้แน่นกู้เหยียนยืนพิงมุมห้อง ใบหน้าเรียบเฉยไร้ความรู้สึก ทว่าเสื้อเชิ้ตตรงอกกลับเปียกชุ่มไปด้วยเลือดสด ๆ เป็นวงกว้าง...เขาไม่รู้ว่าทำไม หัวใจของเขาถึงเจ็บปวดราวกับถูกฉีกออกเป็นชิ้น ๆ จนต้องกระอักเลือดออกมาไม่หยุดในเวลาเดียวกันนั้นเอง... พี่ชายทั้งสามคนก็ค่อย ๆ งอตัวก้มลงพร้อมกันความเจ็บปวดปวดรวดร้าวตรงตำแหน่งหัวใจพุ่งขึ้นสูงถึงจุดสูงสุดในเวลาเพียงแค่เสี้ยววินาที!ราวกับมีใครบางคนยื่นมือเข้ามาควักหัวใจของพวกเขาออกมาจากทรวงอกสด ๆเข่าของพี่ใหญ่กระแทกเข้ากับพื้นกระเบื้อง เสียงดัง ปัง!เขาใช้มือยันพื้น เงยหน้าขึ้นจ้องมองหลินเถียนเถียนที่ยืนอยู่ตรงหัวบันไดด้วยสายตาอาฆาตแค้นเลือดคำโตพุ่งทะลักออกมาจากปากของเขา"เธอ... เธอเป็นคนทำให้น้องสาวแท้ ๆ ของฉันต้องตาย!"หลินเถียนเถียนตกใจจนเข่าอ่อน ทรุดตัวคุกเข่าลงกับพื้น คลานเข่าเข้าไปหาพี่ใหญ่ แล้วสวมกอดขาของเขาไว้แน่น"พี่ใหญ่คะ! มันไม่ใช่อย่างนั้นนะ! หนูแค่นึกกลัวว่าพวกพี่จะไม่ต้อง
รถยังไม่ทันจะจอดดี พี่สามก็ผลักประตูรถแล้วพุ่งตัวเข้าไปในบ้านทันทีหลินเถียนเถียนกำลังนั่งเล่นโทรศัพท์มือถืออยู่บนโซฟาในห้องรับแขก พอได้ยินเสียงเคลื่อนไหวก็เงยหน้าขึ้นมา ใบหน้ายังคงประดับไปด้วยรอยยิ้มว่าง่ายและแสนดีตามปกติ"พี่ ๆ กลับมากันแล้วเหรอคะ?"พี่สามพุ่งเข้าไปแย่งโทรศัพท์มือถือในมือเธอแล้วปาลงพื้นอย่างแรง จนหน้าจอแตกละเอียดเป็นเสี่ยง ๆ"เมื่อเจ็ดปีก่อน... เป็นแผนการที่เธอวางไว้ใช่ไหม?!"หลินเถียนเถียนชะงักไปนิด ก่อนที่ขอบตาจะแดงก่ำขึ้นมาทันควัน"พี่สามพูดเรื่องอะไรคะ... หนูไม่รู้เรื่อง..."พี่ใหญ่กับพี่รองเดินตามเข้ามา โดยมีกู้เหยียนเดินตามหลังมาเป็นคนสุดท้ายพี่ใหญ่ยืนประสานสายตาอยู่ตรงหน้าเธอ จ้องมองลงมาด้วยสายตาเย็นชา เอื้อนเอ่ยออกมาทีละคำอย่างหนักแน่น"โจวอวี้ถงสารภาพออกมาหมดแล้ว"ใบหน้าของหลินเถียนเถียนถอดสีซีดเผือดไปวูบหนึ่งเพียงแค่วูบเดียวเท่านั้น...หลังจากนั้น หยาดน้ำตาก็ทะลักทะลายไหลออกมาราวกับเขื่อนแตก"พี่ใหญ่คะ... หนูรู้แล้วว่าพวกพี่พูดเรื่องอะไร..."เธอกระโจนลงไปคุกเข่ากับพื้น สวมกอดขาของพี่ใหญ่ไว้แน่น"หนูผิดไปแล้วค่ะ แต่ตอนนั้นหนูกลัวจริง ๆ นะคะ.
ภายในห้องสอบสวนของสถานีตำรวจ พวกพี่ชายนั่งเรียงกันเป็นแถว โดยมีกู้เหยียนนั่งอยู่ตรงขอบสุดตำรวจสืบสวนที่นั่งอยู่ฝั่งตรงข้ามเปิดซองแฟ้มเอกสารออก แล้วดันเอกสารกองหนึ่งมาข้างหน้า"ช่วงนี้พวกเรากำลังสืบสวนคดีฉ้อโกงเงินประกันคดีหนึ่ง พอสืบตามรอยไปเรื่อย ๆ ก็เลยสาวไปถึง โจวอวี้ถง เหยื่อในคดีวางยาพิษในสถานศึกษาเมื่อเจ็ดปีก่อน"เขาดึงรายงานการตรวจร่างกายใบหนึ่งออกมา"รายงานการวินิจฉัยในตอนนั้นระบุว่า โจวอวี้ถงได้รับพิษจนตับและไตเสียหายอย่างรุนแรง จำเป็นต้องใช้ยาประคองอาการไปตลอดชีวิต""เธอใช้สิ่งนี้เป็นหลักฐาน ในการยื่นขอเงินชดเชยความพิการจำนวนมหาศาลจากบริษัทประกัน""ทว่าผลการตรวจร่างกายเมื่อเดือนที่แล้วกลับปรากฏว่า..."เขาหมุนรายงานกลับมา ใช้นิ้วชี้ไปที่ตัวเลขบนนั้น"การทำงานของอวัยวะทุกส่วนของเธอเป็นปกติและสมบูรณ์ดี ไม่มีผลกระทบหรืออาการแทรกซ้อนใด ๆ จากการได้รับพิษเลยแม้แต่น้อย""รายงานความพิการฉบับนั้นเมื่อเจ็ดปีก่อน... เป็นเอกสารปลอมครับ"พี่ใหญ่รับรายงานฉบับนั้นมา นิ้วมือสั่นระริกเล็กน้อยตำรวจสืบสวนเอ่ยต่อ"พวกเราเลยทำการดึงสำนวนคดีเมื่อปีนั้นขึ้นมาตรวจสอบใหม่อีกครั้ง หลักฐาน





