Semua Bab หนี้ชีวิต พันธนาการสายเลือด: Bab 1 - Bab 9

9 Bab

บทที่ 1

ผมยืนหนาวจนตัวแข็งอยู่หน้าประตูสองชั่วโมงตุ่มน้ำใสบนตัวแตกแล้วก็ขึ้นใหม่ แผลแห้งกรังติดกับเสื้อผ้า แค่หายใจเข้า-ออกก็รู้สึกเจ็บแล้วในที่สุดพ่อกับแม่ก็กลับมาแล้วมีผ้าคลุมตัวพี่ไว้อย่างมิดชิด พ่ออุ้มพี่ไปที่เตียงอย่างระมัดระวังแม่เดินตรงมาหาผม “คราวนี้นายพอใจแล้วใช่ไหม!”ฝ่ามือฟาดลงบนหน้าผมอย่างแรง ความรู้สึกแสบร้อนแล่นขึ้นมาบนผิวแก้ม“หมอบอกว่าอาการป่วยของพี่นายทรุดลงอย่างรวดเร็ว อาจอยู่ไม่ถึง 16 ปีก็ได้!”ผมหูอื้อไปหมด ใบหน้าบวมขึ้นมาทันทีผมถึงกับอึ้ง อยากพูดออกมาว่า: ไม่มีทางเป็นแบบนั้นหรอก พี่ยังอยู่ได้อีกนาน เพราะผมยกชีวิตให้พี่แล้ว!แต่ผมยังไม่ทันได้พูดจู่ๆ พี่ก็ลุกขึ้นนั่งอย่างทุลักทุเล เขาคว้ารูปครอบครัวตรงหัวเตียงแล้วฉีกรูปตัวเองออก“นายพอใจแล้วใช่ไหม?!”เสียงเขาแหบพร่า น้ำตาปะปนกับยาบนใบหน้า “ครั้งนี้อาการฉันแย่ลงกว่าเดิม! ถ้าฉันตายไป นายก็จะได้เป็นลูกชายคนเดียวของพ่อกับแม่ใช่ไหม!? พ่อกับแม่จะได้เอาอกเอาใจนายคนเดียวใช่ไหม?!”“ไม่ใช่นะ พี่ ผมไม่ได้......”ผมจะเอากำไลเข้าไปให้พี่ “พี่รีบใส่กำไลเถอะ ขอโทษ......ต่อไปผมจะไม่บ่นว่าเจ็บแล้ว......”“อย่าเข้ามาใกล้ฉ
Baca selengkapnya

บทที่ 2

ไม่รู้ว่าผ่านไปนานขนาดไหน ในที่สุดพ่อก็มารับผมกลับบ้านแล้วพ่อส่งซิกบอกให้ผมกลับห้องตัวเองห้องของผมคือห้องเก็บของเล็กๆ ไม่มีฮีตเตอร์เพราะข้าวของและอุปกรณ์ที่ใช้รักษาพี่กองเต็มบ้าน จึงเหลือห้องนี้แค่ห้องเดียวใช้เงินกับการรักษาพี่ไปหมดแล้ว ทำให้ห้องที่เปิดฮีตเตอร์มีแค่ห้องพี่ห้องเดียวผมขดตัวอยู่บนเตียงเล็กๆ ความอบอุ่นบนตัวที่ได้จากป้าหลี่หายไปหมดแล้วเสียงสะอื้นของแม่ดังมาจากห้องพี่ “เฮ่าเทียน เด็กดี กินยาเดี๋ยวก็หายแล้ว”“ลูกคือสิ่งที่มีค่าที่สุดสำหรับแม่ แม่ยอมยกชีวิตให้ลูก ถ้ามันทำให้ลูกมีชีวิตอยู่ต่อไปได้”ตามมาด้วยเสียงแหบพร่าของพ่อ “ใช่ เฮ่าเทียน ไม่ต้องกลัวนะ พ่อกับแม่อยู่ตรงนี้”ผมขดตัวอยู่บนเตียง ฟังเสียงอันอ่อนโยนของพ่อกับแม่น้ำตารสชาติขมปร่าไหลเข้าปากตัวเลขปรากฏบนกำไลที่ข้อมือผม: 12h.มันกำลังนับถอยหลังดีจังเลย อีกไม่นานพี่ก็จะมีอายุยืนยาว อยู่ได้อีกนานแล้ว!…...ผมไม่รู้ว่าตัวเองหลับไปตอนไหน จำได้แค่ว่าในฝันอบอุ่นมาก เหมือนกับแม่กำลังโอบกอดผมอยู่ในอ้อมแขนแต่หลังจากตื่นขึ้นมา ผมกลับรู้สึกเหมือนร่างกายโดนฉีกเป็นชิ้นๆ มีแผลใหม่เพิ่มขึ้นเยอะมาก แผลแห้งกรัง
Baca selengkapnya

บทที่ 3

ผมเอามือกุมหัวเข่าที่มีเลือดไหลออกมา พยายามอธิบายให้แม่ฟัง “แม่ ผมโดนผลักจนล้ม หัวเข่าผมเลือดออก ผมยืนไม่......”“หุบปาก!”แต่แม่ไม่ฟังด้วยซ้ำ แม่กระชากแขนผมอย่างแรงจนตัวผมแทบลอยขึ้นมา “เลือดออกเหรอ? เลือดออกแล้วยังไง! รู้ไหมว่าเมื่อกี้พี่นายกลัวขนาดไหน! ถ้าพี่นายตกใจจนเป็นอะไรไป นายรับผิดชอบไหวไหม!”พ่อก็วิ่งลงมาเหมือนกัน พ่อแบกพี่ขึ้นหลังด้วยสีหน้าขุ่นมัว พูดปลอบเสียงเบาแล้วเดินขึ้นไปข้างบนแม่กระชากแขนผม ลากผมขึ้นไปข้างบนป้าหลี่ได้ยินเสียงจึงเปิดประตูออกมาดู เห็นเนื้อตัวผมเต็มไปด้วยแผล “พวกนายทำอะไรกัน? เขาเพิ่งจะ 6 ขวบ ถึงยังไงก็ไม่ควร......”แต่แม่พูดตัดบททันที “เธอจะไปรู้อะไร เมื่อกี้เขาปล่อยให้เฮ่าเทียนโดนแกล้ง! เขาอยากให้เฮ่าเทียนตายเร็วๆ!”ป้าหลี่อ้าปากเหมือนจะพูดอะไรสักอย่าง แต่ผมยิ้มให้ป้าหลี่แล้วพูดว่า “ป้าหลี่ เป็นความผิดของผมเอง ผมดูแลพี่ไม่ดีเอง......”แม่ผลักผมเข้าไปในห้องนอน “นายอยู่ในนี้ไปเลย ทบทวนดูว่าตัวเองทำอะไรลงไปบ้าง!”แม่ชี้หน้าผม คำพูดแต่ละคำเหมือนแท่งน้ำแข็งร่วงลงมาใส่ผม “นายตั้งตารอให้พี่นายตายใช่ไหม? นายอยากให้พี่ตายเร็วๆ สินะ นายจะได้เป็นลูกคนเดี
Baca selengkapnya

บทที่ 4

รอยยิ้มบนใบหน้าแม่เลือนหายไป แม่ชี้ไปที่ประตูห้องที่ปิดสนิท “อยู่ในห้อง เด็กนั่นเอาแต่ใจตัวเอง”แม่พูดเสียงดังขึ้น “เฉินเฉิน ออกมาสิ! วันนี้วันขึ้นปีใหม่ แม่ไม่ลงโทษนายแล้ว”ผมตะโกนเสียงดัง “แม่ ผมอยู่นี่! ผมไม่เจ็บแล้ว! พี่ก็หายดีแล้วด้วย!”แต่ไม่มีใครได้ยินร่างเล็กๆ ของผมยังขดตัวอยู่บนพื้นเย็นเฉียบในห้องแม่ขมวดคิ้ว “เจียงเฉิน ได้ยินไหม? ออกมา!”พี่สไลด์ตัวลงมาจากอกของคุณย่า “น้อง พี่ไม่โทษนายแล้ว ออกมาเร็วๆ คุณย่าคิดถึงนายมาก”แม่รออยู่แป๊บหนึ่ง สีหน้าแม่เริ่มขุ่นมัว“ช่างเถอะแม่ ไม่ต้องไปสนใจเขา เด็กคนนี้ดื้อขึ้นทุกวัน นิสัยเสียแล้ว!”คุณย่ามองประตูห้องที่ปิดสนิทแล้วส่ายหน้าไปมา “เมื่อก่อน......เด็กคนนี้น่ารักและเชื่อฟังมาก ทำไมตอนนี้ถึงกลายเป็นแบบนี้ เฮ่าเทียนก็ป่วยขนาดนี้ เขาไม่เห็นใจคนอื่นเลยหรือไง......”จู่ๆ ผมรู้สึกจุกในอกคุณย่าก็ผิดหวังในตัวผมอย่างนั้นเหรอ?แต่เมื่อก่อนคุณย่าแอบน้ำตาซึมตอนเห็นแผลบนตัวผม คุณย่าพูดกับพ่อแม่ผมว่า “ทำแบบนี้ไม่ได้ มันไม่ยุติธรรมกับเฉินเฉิน”ทว่าตอนนี้......ทุกอย่างเป็นความผิดผมเอง ผมดูแลพี่ไม่ดี! ทำให้พี่โดนรังแก!ผมอยากวิ่งเข้า
Baca selengkapnya

บทที่ 5

แม่เซถลาไปข้างหน้า หัวเข่ากระแทกกับพื้นอย่างแรงแต่ตอนที่ปลายนิ้วของแม่สัมผัสโดนตัวผม แม่ชักมือกลับอย่างรวดเร็ว “เฉิน......เฉินเฉิน”แม่สะกิดไหล่ผม น้ำเสียงสั่นเครือ “ตื่นเร็วๆ บนพื้นเย็น......”ผมลอยอยู่เหนือศีรษะแม่ มองแม่เขย่าร่างอันเย็นเฉียบของผมอย่างสิ้นหวัง ผมรู้สึกจุกในอกผมอยากกอดแม่ อยากบอกแม่ว่าผมไม่หนาวแล้ว ไม่เจ็บเลยสักนิด แต่ปลายนิ้วของผมทะลุผ่านปลายผมของแม่ ราวกับสายลมพัดผ่านไปเมื่อก่อนผมรอคอยให้แม่กอดผมเหมือนกับตอนนี้ อยากเห็นน้ำตาของแม่ เฝ้ารอความอบอุ่นจากแม่ ตอนนี้ผมได้สิ่งที่ต้องการแล้ว แต่ผมไม่สามารถสัมผัสถึงมันได้อีกแล้วแม่เลื่อนนิ้วมาที่คอของผม นิ้วมือวางอยู่ตรงนั้นไม่ถึงนาทีตรงนั้นนิ่งสนิทแม่ใช้มือสัมผัสใบหน้าผม จะเปิดเปลือกตาผม อยากได้ยินเสียงลมหายใจของผมแต่มันมีเพียงความเย็นเฉียบและนิ่งสนิท“ไม่......เป็นไปไม่ได้......”แม่พึมพำแล้วส่ายหน้าไปมา “เฉินเฉิน ลูกแกล้งใช่ไหม? แม่ผิดไปแล้ว แม่ไม่ควรตี ไม่ควรด่าลูก......ลูกลุกขึ้นมาสิ ลุกขึ้นมามองแม่หน่อย......”แม่โน้มตัวลงมา เอาแก้มอุ่นๆ แนบใบหน้าเย็นเฉียบของผม ใช้ฝ่ามือตัวเองถูมือเล็กๆ ของผมที่แข็งทื
Baca selengkapnya

บทที่ 6

แม่ ความเจ็บที่ผมเจอมาตลอดหลายปี ไม่ว่าจะเป็นตอนที่โดนแดดเผา ตอนตุ่มน้ำขึ้นเต็มตัว ตอนแผลแห้งกรังติดกับเสื้อผ้า มันเจ็บจริงๆ นะแต่ผมไม่เคยโทษใครเลยคุณย่ายืนอยู่หน้าประตู เมื่อได้ยินเสียงร้องโหยหวน คุณย่าถึงกับเป็นลมหงายหลัง“แม่!”ป้าตะโกนด้วยความตกใจแล้ววิ่งเข้าไป ป้ากับคนที่อยู่ข้างๆ รีบช่วยกันประคองคุณย่าตรงทางเดินเต็มไปด้วยความวุ่นวายใบหน้าพวกญาติๆ เต็มไปด้วยความตกตะลึง บางคนสายตาเลิ่กลั่ก เบนสายตามองไปทางอื่นแบบเงียบๆพวกคนที่พูดว่า “เจียงเฉินเอาแต่ใจ” เมื่อกี้ ตอนนี้พากันเงียบกริบผมมองพวกเขา หัวใจผมอ่อนยวบเมื่อก่อนตอนที่พวกเขาชมผมว่าเป็นเด็กดี ผมยังแอบดีใจอยู่นานเลยพี่ยืนนิ่งอยู่ที่เดิม แต่เล็บจิกลงไปในฝ่ามือแล้วเขาจ้องใบหน้าซีดเผือดของผม จ้องกำไลบนข้อมือผมถ่ายโอนอายุขัยผู้รับคือเขา ผู้บริจาคคือผมเขารู้ความหมายของคำพวกนี้เป็นอย่างดีกำไลไม่ได้พัง ไม่ใช่อุบัติเหตุ แต่ผมใช้ชีวิตตัวเองแลกกับชีวิตเขาหลายปีที่ผ่านมาเขาคิดว่าสิ่งที่เกิดขึ้นมันถูกต้องแล้วไม่ว่าจะเป็นการที่เขาได้รับความรักจากทุกคนในครอบครัวมากเป็นพิเศษ การที่ผมโดนแดดแผดเผาแทนเขา การที่ผมโดนด
Baca selengkapnya

บทที่ 7

สุดท้ายร่างของผมก็ถูกยกออกไปแม่ทรุดลงบนพื้น สายตาว่างเปล่าผมลอยตามเปลออกมาจากตึก แสงแดดข้างนอกอบอุ่นมาก มันส่องลงบนร่างโปร่งแสงของผม ไม่มีความรู้สึกปวดแสบปวดร้อนเลยสักนิดดีจังเลย ในที่สุดผมก็ไม่เจ็บแล้วแต่ในบ้านเต็มไปด้วยความวุ่นวายเรื่องโหดร้ายถาโถมเข้ามาไม่หยุด......ไม่ว่าจะเป็นการสืบสวน ซักถาม และการเจรจากับบริษัทผลิตกำไลเพื่อหาทางออก รวมถึงประเด็นทางกฎหมายที่ยังไม่ชัดเจนพ่อขังตัวเองไว้ในห้องหนังสือ เอาแต่สูบบุหรี่ไม่หยุด ในที่เขี่ยบุหรี่เต็มไปด้วยก้นบุหรี่แม่นั่งอยู่ในห้องเก็บของทั้งวัน เอาแต่กอดเสื้อผ้าเก่าๆ ของผม ไม่พูดไม่จา สายตาว่างเปล่าราวกับหุ่นกระบอกพี่ชายเก็บตัวอยู่ในห้องตัวเอง ปิดม่านหน้าต่างมิดชิด ไม่ให้แสงเล็ดลอดเข้ามาแม้แต่น้อยความสดใสและเอาแต่ใจที่เคยมีในอดีตหายไปในชั่วข้ามคืน เขากลายเป็นคนเงียบขรึมและพูดน้อยเขาไม่อ้อนพ่อกับแม่ ไม่ร้องขออะไรอีกแล้ว ถึงขั้นที่ไม่กล้าสบตาพ่อกับแม่ด้วยซ้ำเขากลัวว่าจะเห็นความรู้สึกผิดในแววตาของพ่อกับแม่ กลัวว่าจะเห็นความอึดอัดใจเรื่องที่เขา “ติดหนี้ชีวิตน้องชาย” แต่ผมไม่โทษพี่จริงๆ นะผมเป็นคนยกชีวิตให้พี่เอง ผมอยา
Baca selengkapnya

บทที่ 8

แต่ทุกๆ ครั้งผมกลับทำได้แค่ลอยทะลุผ่านตัวพี่ไปมีอยู่ครั้งหนึ่ง แม่มองรอยกำไลจางๆ บนข้อมือพี่แล้วน้ำตาคลอเบ้า“เฮ่าเทียน”เสียงแม่ราบเรียบจนน่ากลัว “พ่อกับแม่ไม่ได้โทษลูกเลย”เมื่อพี่ได้ยินประโยคนี้ เขาปล่อยโฮแล้วเอามือทุบหัวตัวเอง “เป็นความผิดของผมเอง! เป็นความผิดของผมเอง! ทำไมผมต้องเป็นโรคนี้! ทำไมต้องถ่ายโอนความเจ็บปวดไปให้เฉินเฉิน!”“ถ้าไม่ใช่เพราะผม เฉินเฉินคงไม่ตาย! คนที่ควรตายคือผม!”แม่กอดพี่เอาไว้แน่น เสียงร้องไห้ของทั้งสองคนดังระงมมือของพ่อค้างอยู่กลางอากาศ พ่ออยากกอดพี่ แต่ก็ดึงมือกลับเหมือนโดนอะไรลวกมือยังไงยังงั้นดวงตาพ่อแดงก่ำจนน่ากลัว พ่อขยับริมฝีปากพูดออกมาเพียงประโยคเดียว “ไม่ใช่ความผิดของลูก......พ่อผิดเอง......พ่อไม่ควรซื้อกำไลบ้านั่นเลย......”ทว่าพี่ร้องไห้หนักกว่าเดิม “เฉินเฉิน......”พี่ตะโกนซ้ำไปซ้ำมา เสียงแหบพร่าเหมือนลำโพงเก่าๆ ที่กำลังจะพัง “พี่ผิดไปแล้ว......พี่สำนึกผิดแล้ว......”“นายกลับมาได้ไหม......ฉันจะคืนชีวิตให้นาย......ฉันไม่สมควรมีชีวิตอยู่อีกแล้ว......”ผมลอยไปข้างหน้าพี่แล้วคุกเข่าลงผมอยากเช็ดน้ำตาให้พี่ อยากบอกพี่ว่าไม่ต้องร้องไห้
Baca selengkapnya

บทที่ 9

บรรยากาศบนโต๊ะอาหารเงียบลงทันทีแก้วน้ำในมือแม่ร่วงลงพื้นเสียงดัง “เพล้ง”แม่ไม่ได้ก้มลงไปเก็บมัน เอาแต่จ้องพี่อยู่อย่างนั้น น้ำใสไหลอาบแก้ม ไร้เสียงสะอื้นใดๆพ่อหันหน้าไปทางอื่น ไหล่ของพ่อสั่นเบาๆแต่เหมือนพี่ไม่เห็นภาพเหล่านั้น เขาหลับตาแล้วพนมมือ พูดอย่างจริงจังว่า “ผมขอให้ชาติหน้าเฉินเฉินได้ไปเกิดในครอบครัวที่รักเขามากๆ มีพ่อแม่ที่รักเขา มีพี่ชายที่ไม่เจ็บไม่ป่วย ถ้าเจ็บก็บ่นออกมาได้ ถ้าอยากร้องไห้ก็ร้องออกมาได้ ไม่ต้องอดทนกับอะไรทั้งนั้น......”พี่พูดไปเรื่อยๆ เสียงเขายิ่งเบาลง สุดท้ายกลายเป็นเสียงสะอื้นทุกคนเงียบกริบมีเพียงเสียงเปลวไฟที่ค่อยๆ เผาไหม้เนื้อเทียนผมลอยอยู่เหนือโต๊ะอาหาร มองแพขนตาที่สั่นระริกของพี่ชาย มองสีหน้าเจ็บปวดของพ่อกับแม่ ความเศร้าเอ่อล้นขึ้นมาในใจพี่นี่ซื่อบื้อจริงๆความปรารถนาของผมคือการที่พี่ได้ใช้ชีวิตอย่างมีความสุขหลังจากวันเกิด พี่ได้ตัดสินใจทำบางอย่างเขาโกนผมจนหัวเกรียนแล้วก็ไปหาพ่อ “พ่อ ผมอยากไปโรงเรียน”พ่ออึ้งอยู่นานก่อนจะถามด้วยเสียงแหบพร่า “ทำไมจู่ๆ ถึง......”“เฉินเฉินเคยบอกว่าความปรารถนาสูงสุดในชีวิตเขา คือการที่ผมได้ไปโรงเร
Baca selengkapnya
Pindai kode untuk membaca di Aplikasi
DMCA.com Protection Status