INICIAR SESIÓNพ่อแม่ผูกมัดผมไว้กับระบบถ่ายโอนความเจ็บปวดตั้งแต่เด็ก เนื้อตัวผมจึงเต็มไปด้วยบาดแผล พี่ชายผมเป็นโรคผิวเผือก แพ้แสงอย่างรุนแรง แพทย์ยืนยันว่าเขาอยู่ได้แค่ 16 ปีเท่านั้น แต่เขาเป็นคนรักสนุก ชอบหนีออกไปข้างนอกเป็นประจำ ทำให้เนื้อตัวเขาเต็มไปด้วยแผลพุพองจากอาการแพ้ พ่อทำงานหาเงินหามรุ่งหามค่ำ ในที่สุดก็ใช้เงินก้อนโตซื้อกำไลถ่ายโอนความเจ็บปวดให้ผมกับพี่ ตลอด 6 ปีที่ผ่านมา ความเจ็บปวดจากอาการแพ้แสงของพี่ถูกถ่ายโอนมาที่ผม แม่กอดและทำแผลให้ผมอย่างอ่อนโยนเสมอ “เฉินเฉิน เด็กดี แม่ขอโทษนะ แม่แค่อยากให้พี่มีความสุขในช่วงสุดท้ายของชีวิตเขา” จนกระทั่งวันส่งท้ายปีเก่า พ่อแม่พาพี่ไปข้างนอก แต่วันนี้แดดแรงสุดๆ เพิ่งออกไปได้ไม่นาน บนตัวผมก็เต็มไปด้วยตุ่มน้ำใส มันเจ็บจนผมต้องร้องออกมา พี่กระชากกำไลทิ้งแล้วร้องไห้โฮ “เจ็บใช่ไหม! ถ้านายเจ็บก็ไม่ต้องถ่ายโอนความเจ็บปวดแล้ว! ปล่อยให้ฉันเจ็บและตายไปเองเถอะ!” “ยังไงฉันก็อยู่ได้แค่ 16 ปี! จะตายช้าหรือเร็วก็เหมือนกัน!” ทันใดนั้นผิวหนังของเขาเต็มไปด้วยรอยไหม้ จากนั้นเขาก็สลบไป แม่ผลักผมจนล้ม “พี่ของนายเจ็บปวดมาตั้งหลายปี เขาไม่เคยบ่นสักคำ ตอนนี้ถ่ายโอนความเจ็บปวดให้นายแค่ 6 ปี แค่นี้นายก็ทนไม่ไหวแล้วเหรอ!” “เขาอยู่ได้แค่ 16 ปี! แม่ผิดอะไรที่อยากให้เขามีความสุขกับอีกไม่กี่ปีสุดท้ายในชีวิตเขา!” พ่ออุ้มพี่ขึ้นมา “พ่อก็ทนเห็นลูกเจ็บไม่ได้เหมือนกัน แต่การถ่ายโอนความเจ็บปวดต้องทำกับพี่น้องสายเลือดเดียวกันเท่านั้น......” พวกเขาอุ้มพี่ไปโรงพยาบาล ผมเก็บกำไลขึ้นจากพื้น มีข้อความปรากฏขึ้นด้านบน: ต้องการถ่ายโอนอายุขัยให้อีกฝ่ายหรือไม่ ผมพยักหน้าอย่างไม่ลังเล
Ver másบรรยากาศบนโต๊ะอาหารเงียบลงทันทีแก้วน้ำในมือแม่ร่วงลงพื้นเสียงดัง “เพล้ง”แม่ไม่ได้ก้มลงไปเก็บมัน เอาแต่จ้องพี่อยู่อย่างนั้น น้ำใสไหลอาบแก้ม ไร้เสียงสะอื้นใดๆพ่อหันหน้าไปทางอื่น ไหล่ของพ่อสั่นเบาๆแต่เหมือนพี่ไม่เห็นภาพเหล่านั้น เขาหลับตาแล้วพนมมือ พูดอย่างจริงจังว่า “ผมขอให้ชาติหน้าเฉินเฉินได้ไปเกิดในครอบครัวที่รักเขามากๆ มีพ่อแม่ที่รักเขา มีพี่ชายที่ไม่เจ็บไม่ป่วย ถ้าเจ็บก็บ่นออกมาได้ ถ้าอยากร้องไห้ก็ร้องออกมาได้ ไม่ต้องอดทนกับอะไรทั้งนั้น......”พี่พูดไปเรื่อยๆ เสียงเขายิ่งเบาลง สุดท้ายกลายเป็นเสียงสะอื้นทุกคนเงียบกริบมีเพียงเสียงเปลวไฟที่ค่อยๆ เผาไหม้เนื้อเทียนผมลอยอยู่เหนือโต๊ะอาหาร มองแพขนตาที่สั่นระริกของพี่ชาย มองสีหน้าเจ็บปวดของพ่อกับแม่ ความเศร้าเอ่อล้นขึ้นมาในใจพี่นี่ซื่อบื้อจริงๆความปรารถนาของผมคือการที่พี่ได้ใช้ชีวิตอย่างมีความสุขหลังจากวันเกิด พี่ได้ตัดสินใจทำบางอย่างเขาโกนผมจนหัวเกรียนแล้วก็ไปหาพ่อ “พ่อ ผมอยากไปโรงเรียน”พ่ออึ้งอยู่นานก่อนจะถามด้วยเสียงแหบพร่า “ทำไมจู่ๆ ถึง......”“เฉินเฉินเคยบอกว่าความปรารถนาสูงสุดในชีวิตเขา คือการที่ผมได้ไปโรงเร
แต่ทุกๆ ครั้งผมกลับทำได้แค่ลอยทะลุผ่านตัวพี่ไปมีอยู่ครั้งหนึ่ง แม่มองรอยกำไลจางๆ บนข้อมือพี่แล้วน้ำตาคลอเบ้า“เฮ่าเทียน”เสียงแม่ราบเรียบจนน่ากลัว “พ่อกับแม่ไม่ได้โทษลูกเลย”เมื่อพี่ได้ยินประโยคนี้ เขาปล่อยโฮแล้วเอามือทุบหัวตัวเอง “เป็นความผิดของผมเอง! เป็นความผิดของผมเอง! ทำไมผมต้องเป็นโรคนี้! ทำไมต้องถ่ายโอนความเจ็บปวดไปให้เฉินเฉิน!”“ถ้าไม่ใช่เพราะผม เฉินเฉินคงไม่ตาย! คนที่ควรตายคือผม!”แม่กอดพี่เอาไว้แน่น เสียงร้องไห้ของทั้งสองคนดังระงมมือของพ่อค้างอยู่กลางอากาศ พ่ออยากกอดพี่ แต่ก็ดึงมือกลับเหมือนโดนอะไรลวกมือยังไงยังงั้นดวงตาพ่อแดงก่ำจนน่ากลัว พ่อขยับริมฝีปากพูดออกมาเพียงประโยคเดียว “ไม่ใช่ความผิดของลูก......พ่อผิดเอง......พ่อไม่ควรซื้อกำไลบ้านั่นเลย......”ทว่าพี่ร้องไห้หนักกว่าเดิม “เฉินเฉิน......”พี่ตะโกนซ้ำไปซ้ำมา เสียงแหบพร่าเหมือนลำโพงเก่าๆ ที่กำลังจะพัง “พี่ผิดไปแล้ว......พี่สำนึกผิดแล้ว......”“นายกลับมาได้ไหม......ฉันจะคืนชีวิตให้นาย......ฉันไม่สมควรมีชีวิตอยู่อีกแล้ว......”ผมลอยไปข้างหน้าพี่แล้วคุกเข่าลงผมอยากเช็ดน้ำตาให้พี่ อยากบอกพี่ว่าไม่ต้องร้องไห้
สุดท้ายร่างของผมก็ถูกยกออกไปแม่ทรุดลงบนพื้น สายตาว่างเปล่าผมลอยตามเปลออกมาจากตึก แสงแดดข้างนอกอบอุ่นมาก มันส่องลงบนร่างโปร่งแสงของผม ไม่มีความรู้สึกปวดแสบปวดร้อนเลยสักนิดดีจังเลย ในที่สุดผมก็ไม่เจ็บแล้วแต่ในบ้านเต็มไปด้วยความวุ่นวายเรื่องโหดร้ายถาโถมเข้ามาไม่หยุด......ไม่ว่าจะเป็นการสืบสวน ซักถาม และการเจรจากับบริษัทผลิตกำไลเพื่อหาทางออก รวมถึงประเด็นทางกฎหมายที่ยังไม่ชัดเจนพ่อขังตัวเองไว้ในห้องหนังสือ เอาแต่สูบบุหรี่ไม่หยุด ในที่เขี่ยบุหรี่เต็มไปด้วยก้นบุหรี่แม่นั่งอยู่ในห้องเก็บของทั้งวัน เอาแต่กอดเสื้อผ้าเก่าๆ ของผม ไม่พูดไม่จา สายตาว่างเปล่าราวกับหุ่นกระบอกพี่ชายเก็บตัวอยู่ในห้องตัวเอง ปิดม่านหน้าต่างมิดชิด ไม่ให้แสงเล็ดลอดเข้ามาแม้แต่น้อยความสดใสและเอาแต่ใจที่เคยมีในอดีตหายไปในชั่วข้ามคืน เขากลายเป็นคนเงียบขรึมและพูดน้อยเขาไม่อ้อนพ่อกับแม่ ไม่ร้องขออะไรอีกแล้ว ถึงขั้นที่ไม่กล้าสบตาพ่อกับแม่ด้วยซ้ำเขากลัวว่าจะเห็นความรู้สึกผิดในแววตาของพ่อกับแม่ กลัวว่าจะเห็นความอึดอัดใจเรื่องที่เขา “ติดหนี้ชีวิตน้องชาย” แต่ผมไม่โทษพี่จริงๆ นะผมเป็นคนยกชีวิตให้พี่เอง ผมอยา
แม่ ความเจ็บที่ผมเจอมาตลอดหลายปี ไม่ว่าจะเป็นตอนที่โดนแดดเผา ตอนตุ่มน้ำขึ้นเต็มตัว ตอนแผลแห้งกรังติดกับเสื้อผ้า มันเจ็บจริงๆ นะแต่ผมไม่เคยโทษใครเลยคุณย่ายืนอยู่หน้าประตู เมื่อได้ยินเสียงร้องโหยหวน คุณย่าถึงกับเป็นลมหงายหลัง“แม่!”ป้าตะโกนด้วยความตกใจแล้ววิ่งเข้าไป ป้ากับคนที่อยู่ข้างๆ รีบช่วยกันประคองคุณย่าตรงทางเดินเต็มไปด้วยความวุ่นวายใบหน้าพวกญาติๆ เต็มไปด้วยความตกตะลึง บางคนสายตาเลิ่กลั่ก เบนสายตามองไปทางอื่นแบบเงียบๆพวกคนที่พูดว่า “เจียงเฉินเอาแต่ใจ” เมื่อกี้ ตอนนี้พากันเงียบกริบผมมองพวกเขา หัวใจผมอ่อนยวบเมื่อก่อนตอนที่พวกเขาชมผมว่าเป็นเด็กดี ผมยังแอบดีใจอยู่นานเลยพี่ยืนนิ่งอยู่ที่เดิม แต่เล็บจิกลงไปในฝ่ามือแล้วเขาจ้องใบหน้าซีดเผือดของผม จ้องกำไลบนข้อมือผมถ่ายโอนอายุขัยผู้รับคือเขา ผู้บริจาคคือผมเขารู้ความหมายของคำพวกนี้เป็นอย่างดีกำไลไม่ได้พัง ไม่ใช่อุบัติเหตุ แต่ผมใช้ชีวิตตัวเองแลกกับชีวิตเขาหลายปีที่ผ่านมาเขาคิดว่าสิ่งที่เกิดขึ้นมันถูกต้องแล้วไม่ว่าจะเป็นการที่เขาได้รับความรักจากทุกคนในครอบครัวมากเป็นพิเศษ การที่ผมโดนแดดแผดเผาแทนเขา การที่ผมโดนด





