Share

บทที่ 3

Penulis: โอกาสน้อยมาก
ผมเอามือกุมหัวเข่าที่มีเลือดไหลออกมา พยายามอธิบายให้แม่ฟัง “แม่ ผมโดนผลักจนล้ม หัวเข่าผมเลือดออก ผมยืนไม่......”

“หุบปาก!”

แต่แม่ไม่ฟังด้วยซ้ำ แม่กระชากแขนผมอย่างแรงจนตัวผมแทบลอยขึ้นมา “เลือดออกเหรอ? เลือดออกแล้วยังไง! รู้ไหมว่าเมื่อกี้พี่นายกลัวขนาดไหน! ถ้าพี่นายตกใจจนเป็นอะไรไป นายรับผิดชอบไหวไหม!”

พ่อก็วิ่งลงมาเหมือนกัน พ่อแบกพี่ขึ้นหลังด้วยสีหน้าขุ่นมัว พูดปลอบเสียงเบาแล้วเดินขึ้นไปข้างบน

แม่กระชากแขนผม ลากผมขึ้นไปข้างบน

ป้าหลี่ได้ยินเสียงจึงเปิดประตูออกมาดู เห็นเนื้อตัวผมเต็มไปด้วยแผล “พวกนายทำอะไรกัน? เขาเพิ่งจะ 6 ขวบ ถึงยังไงก็ไม่ควร......”

แต่แม่พูดตัดบททันที “เธอจะไปรู้อะไร เมื่อกี้เขาปล่อยให้เฮ่าเทียนโดนแกล้ง! เขาอยากให้เฮ่าเทียนตายเร็วๆ!”

ป้าหลี่อ้าปากเหมือนจะพูดอะไรสักอย่าง แต่ผมยิ้มให้ป้าหลี่แล้วพูดว่า “ป้าหลี่ เป็นความผิดของผมเอง ผมดูแลพี่ไม่ดีเอง......”

แม่ผลักผมเข้าไปในห้องนอน “นายอยู่ในนี้ไปเลย ทบทวนดูว่าตัวเองทำอะไรลงไปบ้าง!”

แม่ชี้หน้าผม คำพูดแต่ละคำเหมือนแท่งน้ำแข็งร่วงลงมาใส่ผม “นายตั้งตารอให้พี่นายตายใช่ไหม? นายอยากให้พี่ตายเร็วๆ สินะ นายจะได้เป็นลูกคนเดียวของฉันกับพ่อนาย!”

“ผมไม่เคยคิดแบบนั้น! แม่ ผม......”

“ปัง!”

ประตูปิดลงอย่างแรง ความมืดและความหนาวเย็นถาโถมใส่ผมทันที

เลือดบนเข่าแห้งกรังติดกับขากางเกง แค่หายใจเข้า-ออกก็ปวดร้าวไปทั้งตัว

ท่ามกลางความเย็นยะเยือก จู่ๆ กำไลบนข้อมือสั่นอย่างแรง

เมื่อผมก้มดู เห็นตัวเลขนับถอยหลังบนกำไล

จู่ๆ ผมรู้สึกหน้ามืด

ภาพมากมายแวบเข้ามาในหัว

ตอนผมเพิ่งเกิดได้ไม่นาน แม่อุ้มผมอย่างอ่อนโยน แต่น้ำตาของแม่กลับหยดลงบนหน้าผม “เฉินเฉินของแม่ ลูกคือเทวดาของแม่ คือคนที่มาช่วยพี่......”

พ่อเอากำไลใส่ไว้ที่ข้อมือผมพร้อมน้ำตาที่คลอหน่วยตา จู่ๆ ผมก็ร้องลั่น แต่พ่อกับแม่ไม่กล้าหันมามองผมด้วยซ้ำ

ครั้งแรกพี่แอบวิ่งไปที่ระเบียง โดนแดดส่องที่แขน ผมเล่นบล็อกไม้อยู่ที่พื้น จู่ๆ ก็มีตุ่มน้ำใสขึ้นเต็มแขน ผมร้องไห้เสียงดังลั่น

แม่วิ่งเข้ามาหาผม แม่ทายาให้ผมพลางร้องไห้ออกมา “ขอโทษนะเฉินเฉิน ขอโทษ......เดี๋ยวแม่เป่าให้ก็หายเจ็บแล้ว......”

แต่หลังจากนั้นมันเกิดขึ้นบ่อยมาก จนผมรู้จักความอดทน ไม่บ่นว่าเจ็บและไม่ร้องไห้อีกแล้ว

แม่ก็ไม่กอดผม ไม่ทำแผลให้ผม ไม่ปลอบผมอีกแล้ว......

เมื่อลืมตาขึ้นมาอีกครั้ง ความเจ็บบนตัวผมหายไปแล้ว

นี่ผมตายแล้วเหรอ?

การถ่ายโอนอายุขัย......สำเร็จแล้ว!

ผมดีใจจนอยากจะกระโดดให้ตัวลอย

ผมตายแล้ว! ผมยกชีวิตให้พี่แล้วจริงๆ! พี่มีชีวิตอยู่ต่อได้แล้ว!

ผมลุกจากพื้นด้วยความดีใจ จะวิ่งออกจากห้องไปบอกข่าวดีให้แม่รู้!

แต่เมื่อมือผมสัมผัสกับลูกบิดประตู มันก็ทะลุออกไปเลย

ขณะนั้นมีเสียงคนคุยกันดังมาจากด้านนอกประตู

“แม่มาถึงสักที! ข้างนอกหนาวมากใช่ไหม?”

“โอ๊ย เฮ่าเทียนของย่า มาให้ย่าดูหน่อยสิ ผอมลงหรือเปล่าเนี่ย?”

คุณย่า!

ผมเดินทะลุประตูออกไปอย่างรวดเร็ว

พี่ใส่เสื้อใหม่เอี่ยม กำลังซบอยู่ในอ้อมแขนของคุณย่า

ป้ากำลังเอาผลไม้วางบนโต๊ะ

ผมเพิ่งนึกได้ว่าวันนี้คือวันแรกของปี

คุณย่าเอาอั่งเปาซองหนาออกมา “เฮ่าเทียนเก็บไว้นะ ขอให้เราทุกคนมีสุขภาพแข็งแรงและปลอดภัย!”

คุณย่าหันมาถามแม่ “เฉินเฉินล่ะ? เฉินเฉินอยู่ไหน? ฉันมีอั่งเปาให้เขาด้วย”

Lanjutkan membaca buku ini secara gratis
Pindai kode untuk mengunduh Aplikasi

Bab terbaru

  • หนี้ชีวิต พันธนาการสายเลือด   บทที่ 9

    บรรยากาศบนโต๊ะอาหารเงียบลงทันทีแก้วน้ำในมือแม่ร่วงลงพื้นเสียงดัง “เพล้ง”แม่ไม่ได้ก้มลงไปเก็บมัน เอาแต่จ้องพี่อยู่อย่างนั้น น้ำใสไหลอาบแก้ม ไร้เสียงสะอื้นใดๆพ่อหันหน้าไปทางอื่น ไหล่ของพ่อสั่นเบาๆแต่เหมือนพี่ไม่เห็นภาพเหล่านั้น เขาหลับตาแล้วพนมมือ พูดอย่างจริงจังว่า “ผมขอให้ชาติหน้าเฉินเฉินได้ไปเกิดในครอบครัวที่รักเขามากๆ มีพ่อแม่ที่รักเขา มีพี่ชายที่ไม่เจ็บไม่ป่วย ถ้าเจ็บก็บ่นออกมาได้ ถ้าอยากร้องไห้ก็ร้องออกมาได้ ไม่ต้องอดทนกับอะไรทั้งนั้น......”พี่พูดไปเรื่อยๆ เสียงเขายิ่งเบาลง สุดท้ายกลายเป็นเสียงสะอื้นทุกคนเงียบกริบมีเพียงเสียงเปลวไฟที่ค่อยๆ เผาไหม้เนื้อเทียนผมลอยอยู่เหนือโต๊ะอาหาร มองแพขนตาที่สั่นระริกของพี่ชาย มองสีหน้าเจ็บปวดของพ่อกับแม่ ความเศร้าเอ่อล้นขึ้นมาในใจพี่นี่ซื่อบื้อจริงๆความปรารถนาของผมคือการที่พี่ได้ใช้ชีวิตอย่างมีความสุขหลังจากวันเกิด พี่ได้ตัดสินใจทำบางอย่างเขาโกนผมจนหัวเกรียนแล้วก็ไปหาพ่อ “พ่อ ผมอยากไปโรงเรียน”พ่ออึ้งอยู่นานก่อนจะถามด้วยเสียงแหบพร่า “ทำไมจู่ๆ ถึง......”“เฉินเฉินเคยบอกว่าความปรารถนาสูงสุดในชีวิตเขา คือการที่ผมได้ไปโรงเร

  • หนี้ชีวิต พันธนาการสายเลือด   บทที่ 8

    แต่ทุกๆ ครั้งผมกลับทำได้แค่ลอยทะลุผ่านตัวพี่ไปมีอยู่ครั้งหนึ่ง แม่มองรอยกำไลจางๆ บนข้อมือพี่แล้วน้ำตาคลอเบ้า“เฮ่าเทียน”เสียงแม่ราบเรียบจนน่ากลัว “พ่อกับแม่ไม่ได้โทษลูกเลย”เมื่อพี่ได้ยินประโยคนี้ เขาปล่อยโฮแล้วเอามือทุบหัวตัวเอง “เป็นความผิดของผมเอง! เป็นความผิดของผมเอง! ทำไมผมต้องเป็นโรคนี้! ทำไมต้องถ่ายโอนความเจ็บปวดไปให้เฉินเฉิน!”“ถ้าไม่ใช่เพราะผม เฉินเฉินคงไม่ตาย! คนที่ควรตายคือผม!”แม่กอดพี่เอาไว้แน่น เสียงร้องไห้ของทั้งสองคนดังระงมมือของพ่อค้างอยู่กลางอากาศ พ่ออยากกอดพี่ แต่ก็ดึงมือกลับเหมือนโดนอะไรลวกมือยังไงยังงั้นดวงตาพ่อแดงก่ำจนน่ากลัว พ่อขยับริมฝีปากพูดออกมาเพียงประโยคเดียว “ไม่ใช่ความผิดของลูก......พ่อผิดเอง......พ่อไม่ควรซื้อกำไลบ้านั่นเลย......”ทว่าพี่ร้องไห้หนักกว่าเดิม “เฉินเฉิน......”พี่ตะโกนซ้ำไปซ้ำมา เสียงแหบพร่าเหมือนลำโพงเก่าๆ ที่กำลังจะพัง “พี่ผิดไปแล้ว......พี่สำนึกผิดแล้ว......”“นายกลับมาได้ไหม......ฉันจะคืนชีวิตให้นาย......ฉันไม่สมควรมีชีวิตอยู่อีกแล้ว......”ผมลอยไปข้างหน้าพี่แล้วคุกเข่าลงผมอยากเช็ดน้ำตาให้พี่ อยากบอกพี่ว่าไม่ต้องร้องไห้

  • หนี้ชีวิต พันธนาการสายเลือด   บทที่ 7

    สุดท้ายร่างของผมก็ถูกยกออกไปแม่ทรุดลงบนพื้น สายตาว่างเปล่าผมลอยตามเปลออกมาจากตึก แสงแดดข้างนอกอบอุ่นมาก มันส่องลงบนร่างโปร่งแสงของผม ไม่มีความรู้สึกปวดแสบปวดร้อนเลยสักนิดดีจังเลย ในที่สุดผมก็ไม่เจ็บแล้วแต่ในบ้านเต็มไปด้วยความวุ่นวายเรื่องโหดร้ายถาโถมเข้ามาไม่หยุด......ไม่ว่าจะเป็นการสืบสวน ซักถาม และการเจรจากับบริษัทผลิตกำไลเพื่อหาทางออก รวมถึงประเด็นทางกฎหมายที่ยังไม่ชัดเจนพ่อขังตัวเองไว้ในห้องหนังสือ เอาแต่สูบบุหรี่ไม่หยุด ในที่เขี่ยบุหรี่เต็มไปด้วยก้นบุหรี่แม่นั่งอยู่ในห้องเก็บของทั้งวัน เอาแต่กอดเสื้อผ้าเก่าๆ ของผม ไม่พูดไม่จา สายตาว่างเปล่าราวกับหุ่นกระบอกพี่ชายเก็บตัวอยู่ในห้องตัวเอง ปิดม่านหน้าต่างมิดชิด ไม่ให้แสงเล็ดลอดเข้ามาแม้แต่น้อยความสดใสและเอาแต่ใจที่เคยมีในอดีตหายไปในชั่วข้ามคืน เขากลายเป็นคนเงียบขรึมและพูดน้อยเขาไม่อ้อนพ่อกับแม่ ไม่ร้องขออะไรอีกแล้ว ถึงขั้นที่ไม่กล้าสบตาพ่อกับแม่ด้วยซ้ำเขากลัวว่าจะเห็นความรู้สึกผิดในแววตาของพ่อกับแม่ กลัวว่าจะเห็นความอึดอัดใจเรื่องที่เขา “ติดหนี้ชีวิตน้องชาย” แต่ผมไม่โทษพี่จริงๆ นะผมเป็นคนยกชีวิตให้พี่เอง ผมอยา

  • หนี้ชีวิต พันธนาการสายเลือด   บทที่ 6

    แม่ ความเจ็บที่ผมเจอมาตลอดหลายปี ไม่ว่าจะเป็นตอนที่โดนแดดเผา ตอนตุ่มน้ำขึ้นเต็มตัว ตอนแผลแห้งกรังติดกับเสื้อผ้า มันเจ็บจริงๆ นะแต่ผมไม่เคยโทษใครเลยคุณย่ายืนอยู่หน้าประตู เมื่อได้ยินเสียงร้องโหยหวน คุณย่าถึงกับเป็นลมหงายหลัง“แม่!”ป้าตะโกนด้วยความตกใจแล้ววิ่งเข้าไป ป้ากับคนที่อยู่ข้างๆ รีบช่วยกันประคองคุณย่าตรงทางเดินเต็มไปด้วยความวุ่นวายใบหน้าพวกญาติๆ เต็มไปด้วยความตกตะลึง บางคนสายตาเลิ่กลั่ก เบนสายตามองไปทางอื่นแบบเงียบๆพวกคนที่พูดว่า “เจียงเฉินเอาแต่ใจ” เมื่อกี้ ตอนนี้พากันเงียบกริบผมมองพวกเขา หัวใจผมอ่อนยวบเมื่อก่อนตอนที่พวกเขาชมผมว่าเป็นเด็กดี ผมยังแอบดีใจอยู่นานเลยพี่ยืนนิ่งอยู่ที่เดิม แต่เล็บจิกลงไปในฝ่ามือแล้วเขาจ้องใบหน้าซีดเผือดของผม จ้องกำไลบนข้อมือผมถ่ายโอนอายุขัยผู้รับคือเขา ผู้บริจาคคือผมเขารู้ความหมายของคำพวกนี้เป็นอย่างดีกำไลไม่ได้พัง ไม่ใช่อุบัติเหตุ แต่ผมใช้ชีวิตตัวเองแลกกับชีวิตเขาหลายปีที่ผ่านมาเขาคิดว่าสิ่งที่เกิดขึ้นมันถูกต้องแล้วไม่ว่าจะเป็นการที่เขาได้รับความรักจากทุกคนในครอบครัวมากเป็นพิเศษ การที่ผมโดนแดดแผดเผาแทนเขา การที่ผมโดนด

  • หนี้ชีวิต พันธนาการสายเลือด   บทที่ 5

    แม่เซถลาไปข้างหน้า หัวเข่ากระแทกกับพื้นอย่างแรงแต่ตอนที่ปลายนิ้วของแม่สัมผัสโดนตัวผม แม่ชักมือกลับอย่างรวดเร็ว “เฉิน......เฉินเฉิน”แม่สะกิดไหล่ผม น้ำเสียงสั่นเครือ “ตื่นเร็วๆ บนพื้นเย็น......”ผมลอยอยู่เหนือศีรษะแม่ มองแม่เขย่าร่างอันเย็นเฉียบของผมอย่างสิ้นหวัง ผมรู้สึกจุกในอกผมอยากกอดแม่ อยากบอกแม่ว่าผมไม่หนาวแล้ว ไม่เจ็บเลยสักนิด แต่ปลายนิ้วของผมทะลุผ่านปลายผมของแม่ ราวกับสายลมพัดผ่านไปเมื่อก่อนผมรอคอยให้แม่กอดผมเหมือนกับตอนนี้ อยากเห็นน้ำตาของแม่ เฝ้ารอความอบอุ่นจากแม่ ตอนนี้ผมได้สิ่งที่ต้องการแล้ว แต่ผมไม่สามารถสัมผัสถึงมันได้อีกแล้วแม่เลื่อนนิ้วมาที่คอของผม นิ้วมือวางอยู่ตรงนั้นไม่ถึงนาทีตรงนั้นนิ่งสนิทแม่ใช้มือสัมผัสใบหน้าผม จะเปิดเปลือกตาผม อยากได้ยินเสียงลมหายใจของผมแต่มันมีเพียงความเย็นเฉียบและนิ่งสนิท“ไม่......เป็นไปไม่ได้......”แม่พึมพำแล้วส่ายหน้าไปมา “เฉินเฉิน ลูกแกล้งใช่ไหม? แม่ผิดไปแล้ว แม่ไม่ควรตี ไม่ควรด่าลูก......ลูกลุกขึ้นมาสิ ลุกขึ้นมามองแม่หน่อย......”แม่โน้มตัวลงมา เอาแก้มอุ่นๆ แนบใบหน้าเย็นเฉียบของผม ใช้ฝ่ามือตัวเองถูมือเล็กๆ ของผมที่แข็งทื

  • หนี้ชีวิต พันธนาการสายเลือด   บทที่ 4

    รอยยิ้มบนใบหน้าแม่เลือนหายไป แม่ชี้ไปที่ประตูห้องที่ปิดสนิท “อยู่ในห้อง เด็กนั่นเอาแต่ใจตัวเอง”แม่พูดเสียงดังขึ้น “เฉินเฉิน ออกมาสิ! วันนี้วันขึ้นปีใหม่ แม่ไม่ลงโทษนายแล้ว”ผมตะโกนเสียงดัง “แม่ ผมอยู่นี่! ผมไม่เจ็บแล้ว! พี่ก็หายดีแล้วด้วย!”แต่ไม่มีใครได้ยินร่างเล็กๆ ของผมยังขดตัวอยู่บนพื้นเย็นเฉียบในห้องแม่ขมวดคิ้ว “เจียงเฉิน ได้ยินไหม? ออกมา!”พี่สไลด์ตัวลงมาจากอกของคุณย่า “น้อง พี่ไม่โทษนายแล้ว ออกมาเร็วๆ คุณย่าคิดถึงนายมาก”แม่รออยู่แป๊บหนึ่ง สีหน้าแม่เริ่มขุ่นมัว“ช่างเถอะแม่ ไม่ต้องไปสนใจเขา เด็กคนนี้ดื้อขึ้นทุกวัน นิสัยเสียแล้ว!”คุณย่ามองประตูห้องที่ปิดสนิทแล้วส่ายหน้าไปมา “เมื่อก่อน......เด็กคนนี้น่ารักและเชื่อฟังมาก ทำไมตอนนี้ถึงกลายเป็นแบบนี้ เฮ่าเทียนก็ป่วยขนาดนี้ เขาไม่เห็นใจคนอื่นเลยหรือไง......”จู่ๆ ผมรู้สึกจุกในอกคุณย่าก็ผิดหวังในตัวผมอย่างนั้นเหรอ?แต่เมื่อก่อนคุณย่าแอบน้ำตาซึมตอนเห็นแผลบนตัวผม คุณย่าพูดกับพ่อแม่ผมว่า “ทำแบบนี้ไม่ได้ มันไม่ยุติธรรมกับเฉินเฉิน”ทว่าตอนนี้......ทุกอย่างเป็นความผิดผมเอง ผมดูแลพี่ไม่ดี! ทำให้พี่โดนรังแก!ผมอยากวิ่งเข้า

Bab Lainnya
Jelajahi dan baca novel bagus secara gratis
Akses gratis ke berbagai novel bagus di aplikasi GoodNovel. Unduh buku yang kamu suka dan baca di mana saja & kapan saja.
Baca buku gratis di Aplikasi
Pindai kode untuk membaca di Aplikasi
DMCA.com Protection Status