Todos los capítulos de จิวอิงภรรยาพลิกชะตา: Capítulo 11 - Capítulo 20

20 Capítulos

จุดจบคนปากไม่ดี

เมื่อสองแม่ลูกน่ารังเกียจเดินเข้ามาถึงก็ได้หยุดยืนมือเท้าสะเอวจ้องเขม็งมาที่พวกเขาทั้งสี่คนที่กำลังช่วยกันทานซาลาเปาลูกสุดท้ายหมดลงไปต่อหน้าต่อตาของนางหม่าซือนั้นจึงยิ่งเพิ่มแรงโทสะให้กับนางหม่าซือเป็นอย่างมากจะนางถึงขั้นตวาดออกมาเสียงดังตามแรงอารมณ์“ไอ้พวกเด็กเหลือขอ! นี้พวกแกกล้าแอบซ่อนอาหารดีๆ เก็บไว้กินโดยที่ไม่ยอมนำไปมอบให้บิดาของพวกแกและมารดาอย่างข้าเพื่อแสดงความกตัญญูที่มารดาอย่างข้าเมตตาเลี้ยงดูพวกแกมาจนโตป่านนี้อย่างนั้นรึ! ช่างอกตัญญูเสียจริงๆ ”“นั้นสิ นี้ถ้าข้าไม่เกิดบังเอิญเดินมาแถวนี้แล้วพบเจอเรื่องอกตัญญูเช่นนี้พวกแกก็คงจะแอบซ่อนอาหารดีๆ เอาไว้กินเพียงแค่พวกแกละสินะ ไอ้พวกสวะเอ้ย!” หม่าอู๋ซานเองก็ไม่ยอมน้อยหน้าผู้เป็นมารดารีบกล่าวสัมทับมารดาของตนอย่างรู้หน้าที่ส่วนชาวบ้านคนอื่น ๆ ที่เดินตามหลังมาพอได้ยินสิ่งที่นางหม่าซือและบุตรของนางกล่าวออกมาเช่นนั้น พวกเขาจึงได้หันหน้าไปมองยังทั้งสี่คนด้วยสายตาตำหนิ จิวอิงที่นั่งนิ่งมองดูการกระทำและท่าทางต่าง ๆ ของทุกคนโดยรอบแล้วนั้นก็ถึงกับรู้สึกโมโหขึ้นมาบ้างแล้ว ภายในใจของเธอตอนนี้แทบอยากจะพุ่งเข้าตบอิป้ามหาภัยตรงหน้าซักสามสี่ทีเ
last updateÚltima actualización : 2026-09-05
Leer más

สายสัมพันธ์ที่ถูกตัดขาด

“จะ…เจ้าข้าเพียงแค่อยากจะกล่าวเตือนด้วยความเป็นห่วงเพียงเท่านั้น ไม่เห็นจะต้องพูดจาเช่นนี้กับข้าเลย อะ..อึก ขะ..ข้าขอโทษเจ้าด้วย อึกกก!!” เซียนเยว่ทำเป็นบีบน้ำตาแสร้งว่าเสียใจต่อคำพูดของจิวอิงจนเธอนั้นกลายเป็นหญิงสาวปากคอเราะร้ายในสายตาของชาวบ้านและเรียกคะแนนความสงสารให้กับตนเองได้อีกด้วย จิวอิงเองก็ยืนมองดูการแสดงตรงหน้าด้วยความเหนื่อยหน่ายจนต้องหันหน้าไปอีกทางแต่สายตากับสบเข้ากับดวงตาคมเข้มของชายหนุ่มที่กำลังมองตรงมาที่นางอย่างให้กำลังใจและแสดงออกถึงความห่วงใยอยู่ภายในดวงตาคู่นั้น เมื่อเห็นดังนั้นเธอจึงได้ส่งยิ้มบางเบากลับคืนไปให้เพื่อสื่อความหมายว่า 'ข้าไม่เป็นไร ข้ายังไหว'หลังจากที่สองสามีภรรยาสื่อสารกันผ่านทางแววตาเสร็จเรียบร้อยแล้วนั้นจิวอิงจึงได้หันกลับมาจ้องมองหญิงสาวตรงหน้าอย่างสำรวจอีกครั้ง เซียนเยว่นั้นถือได้ว่าเป็นหญิงงามประจำหมู่บ้านป่าไผ่แห่งนี้เพราะด้วยรูปร่างหน้าตา ผิวพรรณที่ได้รับการบำรุงเป็นอย่างดีอยู่ตลอดแถมงานต่าง ๆ ทั้งงานในบ้านหรืองานในไร่บิดามารดาของเธอก็ไม่เคยให้แตะต้อง พวกเขาเลี้ยงดูหญิงสาวมาราวกับว่าเธอเป็นบุตรสาวของขุนนางก็มิปานนั้นจึงไม่ต้องแปลกใจที่เซีย
last updateÚltima actualización : 2026-09-05
Leer más

หนังสือสัญญา

“ฟางเอ๋อร์เด็กดี ฟังพี่สะใภ้ให้ดีนะ จงอย่าคาดหวังความรักจากคนที่ไม่เคยมอบมันให้กับเรา แต่จงมอบความรักให้กับผู้ที่มอบความรักให้กับเราเช่นเดียวกัน บางครั้งคนบางคนก็ไม่คู่ควรกับคำว่าบิดาสำหรับเรา แต่กับบางคนกลับเป็นให้เราได้มากกว่าคำว่าบิดา เจ้าเข้าใจในสิ่งที่พี่สะใภ้บอกหรือไม่” จิวอิงเอ่ยสอนเด็กน้อยที่อยู่ในอ้อมกอดอย่างใจเย็น“ฟางเอ๋อร์ไม่เข้าใจเจ้าค่ะ” เด็กสาวส่ายหน้าไปมาพร้อมทั้งเอ่ยปฏิเสธจนศีรษะแทบจะหลุด“อ่า..เช่นนั้นพี่สะใภ้จะอธิบายให้เจ้าฟัง ที่พี่หมายถึงก็คือเราไม่ควรไปคาดหวังหรืออ้อนวอนขอความรักจากคนที่ไม่เคยมอบมันให้กับเรา แต่ให้เรานั้นมอบความรักกลับคืนไปให้กับคนที่เขามอบความรักมาให้กับเราก่อนคืนเช่นกัน อีกอย่างพ่อบางคนนั้นไม่มีค่าพอที่จะให้เราเรียกว่าพ่อได้เขาทำได้ดีเพียงสิ่งเดียวคือทำให้เราเกิดมาเพียงเท่านั้น แต่กับอีกคนที่เขานั้นเฝ้าคอยดูแล ปกป้อง เลี้ยงดู ให้ความรักความห่วงใยและทำเพื่อเราทุกอย่างถึงแม้ว่าเขาจะไม่ใช่ผู้ที่ทำให้เราเกิดมาแต่กลับมีค่าให้เรารักและเทิดทูนเขายิ่งกว่าพ่อแท้ๆ อย่างไรเล่า”“คราวนี้เจ้าลองคิดตามสิ่งที่พี่สะใภ้กล่าวไปเมื่อครู่ดูสิว่ามีบุคคลเหล่านั้นอยู
last updateÚltima actualización : 2026-09-05
Leer más

ชีวิตใหม่ต้องดีกว่าเดิม

หลังจากที่หัวหน้าหมู่บ้านได้ทำการเขียนหนังสือสัญญาตัดขาดพร้อมทั้งหนังสือแยกบ้านและเปลี่ยนแซ่ขึ้นมาอย่างละ 3 ชุดแล้วนั้นในหนังสือสัญญาตัดขาดยังได้เพิ่มเงื่อนไข่เข้าไปอีกสองข้อโดย ข้อแรก หลังจากที่ทั้งสองฝ่ายได้ลงนามในหนังสือฉบับนี้แล้วถือว่าทั้งสองห้ามมายุ่งหรือวุ่นวายและเรียกร้อง หรือทวงบุญคุณอันใดต่ออีกฝ่ายเป็นอันขาด ข้อสองถ้าหากฝ่ายใดทำผิดสัญญาต้องจ่ายค่าเสียหายให้กับอีกฝ่ายเป็นจำนวน 10 ตำลึงทองหลังจากที่หัวหน้าหมู่บ้านอ่านเงื่อนไขจบลงแล้วนั้นเขาก็ได้ให้ทั้งลู่หมิงและสามพี่น้องแซ่ลู่ประทับลายนิ้วมือในหนังสือทุกฉบับจากนั้นหัวหน้าหมู่บ้านและชาวบ้านอีกสองคนจึงได้ลงชื่อเป็นพยาน จากนั้นก็ให้ทั้งสองฝ่ายเก็บหนังสือไว้คนละฉบับและอยู่ที่เขาอีกฉบับเพื่อนำไปดำเนินเรื่องต่อ แค่นี้ก็ถือว่าเป็นอันเสร็จเรียบร้อย ถังเหยียนหลังจากที่ทำหน้าที่หัวหน้าหมู่บ้านเสร็จเรียบร้อยแล้วนั้นเขาก็ได้หันไปเอ่ยถามกับลู่เฟิงทันที“อาเฟิงเอ้ยต่อไปนี้เจ้าก็มิใช่คนแซ่ลู่อีกแล้วสินะแต่เป็นคนแซ่โจวตามแซ่เดิมของมารดาเจ้าคือโจวเฟิงแล้ว เช่นนั้นตาแก่คนนี้ก็จะขออวยพรให้ชีวิตใหม่ของพวกเจ้าทั้งสี่คนนั้นจงประสบพบเจอแต่สิ่งที่ด
last updateÚltima actualización : 2026-09-05
Leer más

บ้านใหม่

ใช้เวลาไม่นานทั้งสี่คนก็ได้เดินมาถึงบ้านของจิวอิงซึ่งในสายตาของเธอนั้นบ้านหลังนี้ของเธอดูจะน่าอยู่มากกว่าไอ้กระท่อมหลังนั้นเป็นไหนๆ เพราะบ้านของเธอนั้นตอนที่บิดามารดายังมีชีวิตอยู่นั้นครอบครัวของเธอก็ถือว่ามีเงินอยู่บ้างจากการที่ท่านทั้งสองนั้นเคยอาศัยอยู่ในตัวเมืองเพียงแต่พอพวกท่านได้ให้กำเนิดเธอแล้วนั้นก็พากันย้ายมาอาศัยอยู่ที่หมู่บ้านแห่งนี้ ดังนั้นบ้านของเธอจึงถูกสร้างขึ้นมาอย่างดีจากอิฐหลังคามุงกระเบื้องตัวบ้านนั้นเป็นชั้นเดียวภายในมีสามห้องที่สร้างติดกันส่วนตรงกลางนั้นเป็นโถงบ้าน ส่วนครัวกับห้องน้ำนั้นสร้างออกมาตรงด้านข้างฝั่งซ้ายของบ้านและที่ดีสุดก็คือพวกท่านได้สร้างคนมาขุดบ่อน้ำเอาไว้ข้างๆ อีกด้วยเมื่อมองดูแล้วจิวอิงก็ได้แต่คิดอยู่ภายในใจ ‘แล้วทำไมไม่มาอยู่ที่นี้ตั้งแต่แรกกันบ้านเธอนั้นดูดีกว่าและเรียกว่าดีมากเลยทำไมต้องไปทนอาศัยอยู่กระท่อมน้อยๆ กันด้วยนะ’ และพอทนความสงสัยของตนเองไม่ไหวเธอจึงได้เอ่ยถามสามีออกไป“ท่านพี่บ้านของข้าออกจะหลังใหญ่และน่าอยู่กว่าเหตุใดท่านไม่พาพวกเรามาอยู่ที่นี้ตั้งแต่แรกกันเจ้าคะ”“อ้อ นั้นก็เพราะว่าพี่ไม่อยากสร้างปัญหาให้กับเจ้าหรือให้พวกชาวบ้านว่
last updateÚltima actualización : 2026-09-05
Leer más

เข้าเมืองครั้งแรก

ผ่านมาแล้ว 3 วันที่จิวอิงได้ย้ายกลับมาอยู่ที่บ้านของเธอซึ่งตลอดสามวันที่ผ่านมานั้นเธอได้สำรวจดูที่ดินว่างอยู่ 3 หมู่จนทั่วและได้ให้สามีพร้อมทั้งน้องๆ ช่วยกันพลิกหน้าดินตากแดดเอาไว้ตั้งแต่วันที่สองที่มาอยู่ ส่วนเธอเองก็ยุ่งๆ อยู่กับเรื่องการจัดการบ้านและวางแผนเตรียมตัวเพื่อที่จะเข้าไปในตัวเมืองของวันนี้ซึ่งเธอเองก็ได้ปรึกษากับสามีของเธอจนสามารถเดินทางเข้าเมืองในวันนี้ได้นั้นเองแต่ว่าก่อนหน้านี้หนึ่งวันนั้นเธอได้ทำการเข้าไปภายในมิติเพื่อทำการคัดลอกสูตรการทำอาหารมา 2-3 อย่าง จากนั้นเธอจึงได้ไปยังห้องเก็บสมบัติเพื่อตรวจดูว่ามีของมีค่าชิ้นไหนที่สามารถนำไปขายได้โดยไม่เป็นที่น่าสงสัยจนเกินไป และเธอก็เจอเข้ากับทองคำแท่งที่ดูเรียบ ๆ ไม่มีลวดลายแต่มูลค่าก็ถือว่าแพงพอตัวอยู่เช่นกันในโลกก่อนเพียงแต่ว่าในโลกนี้เธอเองก็ไม่รู้เช่นกันว่ามันจะมีค่ามากน้อยเพียงใดหลังจากที่จิวอิงเตรียมตัวเสร็จเรียบร้อยดีแล้วนั้นเธอก็ได้เดินออกจากห้องนอนไปยังหน้าบ้านที่ตอนนี้ได้มีร่างหนาของผู้เป็นสามียืนรอเธออยู่ก่อนแล้ว เมื่อเธอเดินเข้าไปใกล้ระยะสายตาของชายหนุ่มก็ได้หันหน้ากลับมามองดูเธอก่อนจะเผยรอยยิ้มอ่อนโยนส่งมาให้
last updateÚltima actualización : 2026-09-05
Leer más

เงินก้อนแรก

หลังจากที่พนักงานส่งจิวอิงและโจวเฟิงเสร็จเรียบร้อยแล้วนั้นก็ได้เดินออกไปจากห้องปล่อยให้ทั้งสองยืนมองหน้ากันไปมาอย่างมึนงงก่อนที่เสียงของใครคนหนึ่งจะดังขึ้นมา“เข้ามานั่งก่อนสิ” จบคำร่างของชายวัยกลางคนที่อายุน่าจะราว ๆ 45 ปีก็โผล่ขึ้นมาจากใต้โต๊ะทำงานที่ตั้งอยู่ตรงกลางห้องจนทำเอาจิวอิงแอบสะดุ้งด้วยความตกใจเล็กน้อย“สวัสดีเจ้าค่ะท่าน…………” จิวอิงกล่าวทักทายชายตรงหน้าพร้อมทั้งคารวะอีกฝ่ายอย่างมีมารยาทหวังเหล่ย ผู้ประเมินราคาประจำโรงรับจำนำแห่งนี้ หรืออีกตำแหน่งก็คือน้องชายของเจ้าของโรงรับจำนำแห่งนี้นั้นเอง ซึ่งเจ้าของโรงรับจำนำแห่งนี้ก็คือ นายท่านหวังเหว่ย คุณชายใหญ่แห่งตระกูลหวังที่ถือว่าเป็นโรงรับจำนำที่ใหญ่ที่สุดของแคว้นเยี่ยนแห่งนี้แล้วยังเป็นตระกูลพี่ค้าที่รวยที่สุดในแคว้นและสาขายย่อยเองก็กระจายไปทั่วทั้งในแคว้นและนอกแคว้นดังนั้นนายท่านหวังเหล่ยจึงเป็นบุคคลที่ทั้งขุนนางน้อยใหญ่รวมไปถึงตระกูลพ่อค้าต่างให้ความยำเกรง แม้แต่ฮ่องเต้เองก็ยังต้องไว้หน้านายท่านหวังเหว่ยอยู่ไม่น้อยแต่เหตุผลที่คนเหล่านั้นเป็นเช่นนั้นก็เพราะว่านอกจากนายท่านหวังเหว่ยจะเป็นเจ้าของโรงรับจำนำที่ใหญ่ที่สุดและมีสาข
last updateÚltima actualización : 2026-09-05
Leer más

ภัตตาคารหวังหรง

หลังจากที่จิวอิงและโจวเฟิงออกมาจากโรงรับจำนำหวังหรงแล้วนั้นหญิงสาวก็ได้ส่งถุงเงินไปให้กับชายหนุ่มที่ยืนอยู่ข้างๆ ทันทีพร้อมทั้งเอ่ยกับอีกฝ่ายด้วยรอยยิ้ม“ท่านพี่เก็บไว้ให้ดีนะเจ้าคะนี้คือเงินก้อนของครอบครัวเรา”“อะ…อิงเอ๋อร์เจ้าเก็บเอาไว้เองเถิดนี้เป็นเงินที่ได้มาจากการขายสมบัติชิ้นสุดท้ายของเจ้า” ชายหนุ่มกล่าวปฏิเสธหญิงสาวอย่างรู้สึกผิดและเกรงใจอีกฝ่าย“เฮ้อ……ท่านพี่เจ้าคะระหว่างเรายังต้องมีสิ่งใดให้คิดเล็กคิดน้อยเช่นนี้อีกหรือเจ้าคะ หรือว่าท่านเองมองข้าว่าเป็นตนอื่นไม่ใช่ครอบครัวของท่านกัน ชีวิตนี้ของข้าก็มีเพียงแค่ท่านกับน้องๆ เท่านั้นที่ถือว่าเป็นตนในครอบครัวของข้า หรือว่าข้าเพียงคิดแบบนี้อยู่ฝ่ายเดียวกัน” หญิงสาวแสร้งทำเป็นเอ่ยตัดพ้อชายหนุ่มพร้อมทำหน้าเศร้าโศกจนชายหนุ่มทนไม่ไหวรีบเอ่ยกลับภรรยาอย่างขอโทษ“อิงเอ๋อร์ เป็นพี่ที่คิดน้อยเกินไปเจ้าอย่าได้เสียใจไปพี่ขอโทษต่อไปนี้พี่จะไม่ทำเช่นนี้อีก เจ้าว่าดีหรือไม่”“ดียิ่งเจ้าคะเช่นนั้นท่านก็รับเงินนี้ไปเถิดข้าหิวแล้วอยากลองทานอาหารที่เหลาอาหารดูบ้างท่านพอจะรู้จักที่อร่อย ๆ หรือไม่เจ้าคะ” หญิงสาวยิ้มเต็มใบหน้าเอ่ยตอบชายหนุ่มไปพลางเอ่ยบ
last updateÚltima actualización : 2026-09-05
Leer más

โปรโมชั่น3 แถม 1

จากนั้นทั้งสองต่างก็พากันทานอาหารไปอย่างเงียบๆ จะมีก็เพียงแต่จิวอิงที่ในระหว่างที่ทานเธอก็จะทำการจดบันทึกข้อเสียของอาหารแต่ละชามไปด้วยอย่างเคยชิน ใช้เวลาไม่นานทั้งคู่ก็ทานอาหารกันเสร็จเรียบร้อยและได้นั่งพักย่อยอาหารไม่นานหญิงสาวก็ได้เรียกให้พนักงานนั้นมาเก็บเงินค่าอาหารของวันนี้ แต่ในขณะที่เธอกำลังจะจ่ายเงินอยู่นั้นเอง หวังเหล่ยและชายวัยกลางคนอีกหนึ่งคนก็ได้เดินตรงมายังโต๊ะที่ทั้งคู่นั่งอยู่อย่างไม่ทันตั้งตัวจิวอิงและโจวเฟิงจึงได้ลุกขึ้นเพื่อทำความเคารพคนทั้งคู่“อ่า คารวะท่านลุงหวังเจ้าค่ะ / คารวะท่านลุงหวังขอรับ”“555 ไม่ต้องเกรงใจ ลุกขึ้นเถิดพอดีเมื่อครู่ลุงกำลังจะเดินผ่านชั้นนี้ขึ้นไปเพียงแต่เห็นพวกเจ้าก่อนเลยแวะมาทักทาย อ้อแล้วก็นี้ นายท่านหวังเหว่ยเจ้าของโรงรับจำนำและภัตตาคารหวังหรงแห่งนี้ แล้วก็ยังเป็นพี่ชายของลุงอีกด้วย ส่วนเด็กสองคนนี้คือ จิวอิงกับโจวเฟิงคนที่ข้าเอ่ยให้ท่านฟังอย่างไรเล่า” หวังเหล่ยหันไปกล่าวแนะนำให้ทั้งสองฝ่ายรู้จักกัน“คารวะนายท่านหวังเจ้าค่ะ / ขอรับ” จิวอิงและโจวเฟิงเอ่ยกับอีกฝ่ายอย่างนอบน้อม“อืม…..พวกเจ้าตามสบายเถิด แล้วนี้ทานอาหารกันเสร็จเรียบร้อยแล้วรึ”
last updateÚltima actualización : 2026-09-05
Leer más

หวังลี่อิง

จิวอิงใช้เวลาในการทำอาหารทั้งสามอย่างราว ๆ ครึ่งชั่วยามเธอก็บอกให้พนักงานร้านที่ช่วยจัดเตรียมสิ่งของเอาไว้ให้นั้นยกจานอาหารออกมาก่อนที่เธอจะยกถ้วยของหวานตามออกมาอีกที เพียงแต่พนักงานยังเดินมาไม่ถึงโต๊ะที่บุรุษทั้งสามนั่งอยู่กลิ่นหอมของอาหารในจานนั้นก็ลอยมาก่อนแล้ว แถมภายในร้านตอนนี้เองก็มีลูกค้าที่มาทานอาหารกันอยู่มากและเมื่อลูกค้าโต๊ะอื่นได้กลิ่นอาหารที่จิวอิงเป็นคนทำต่างก็รีบมองหาที่มาของกลิ่นหอมไปทั่วทั้งร้านจนสายตาของพวกเขาได้หยุดลงที่พนักงานร้านที่ทำหน้าที่ถือถาดอาหารเดินมุ่งตรงไปยังโต๊ะของบุรุษต่างวัยทั้งสามคนพวกเขาต่างก็นึกสนใจในและจินตนาการถึงรสชาติอาหารภายใต้กลิ่นหอมน่าทานทั้งสามจานนั้นจนน้ำลายแทบจะหกเต็มโต๊ะอยู่แล้วไม่ต่างกันกับที่บุรุษต่างวัยทั้งสามคนเองก็มีอาการคล้ายคลึงกับลูกค้าคนอื่น ๆ ที่พอได้กลิ่นหอมของอาหารลอยมาน้ำย่อยในกระเพาะของพวกเขาก็เริ่มที่จะทำงานทันที และยิ่งพวกเขาได้เห็นหน้าตาของอาหารทั้งสามจานแล้วนั้นท้องของทุกคนต่างก็ส่งเสียงร้องดังแข่งกันอย่างไม่มีใครยอมใคร หลังจากที่อาหารทั้งสามอย่างถูกวางลงบนโต๊ะเรียบร้อยแล้วนั้นก็เป็นเวลาเดียวกันกับที่จิวอิงเดินถือถาดข
last updateÚltima actualización : 2026-09-05
Leer más
ANTERIOR
12
ESCANEA EL CÓDIGO PARA LEER EN LA APP
DMCA.com Protection Status