ห้องจัดเลี้ยงเงียบลงในพริบตาญาติ ๆ ที่เมื่อครู่ยังพูดคุยทักทายกันอยู่ต่างก้มหน้าก้มตาดื่มน้ำกันหมดรอยยิ้มบนใบหน้าของเวินหมิงจูแข็งค้าง“พี่คะ หนูแค่ล้อเล่นเอง”“แล้วมุกนี้มันน่าขำตรงไหนเหรอ?”“หนูไม่ได้หมายความแบบนั้น”“แล้วเธอหมายความว่าไงล่ะ?”เธอมองฉันอยู่หลายวินาที ขอบตาค่อย ๆ แดงขึ้นพี่ใหญ่เวินเยี่ยนชวนเดินเข้ามาแล้ววางมือลงบนไหล่ของเธอ“จือเซี่ย วันนี้เป็นวันดี อย่าเอาแต่จับผิดทุกคำพูดเลย”“หนูไม่ได้จับผิด”ฉันชี้ไปที่ป้ายชื่อบนโต๊ะ“ที่นั่งของหนูอยู่ข้างแม่ เธอเอาป้ายชื่อของหนูออกแล้วมานั่งที่ของหนู แถมยังถามหนูอีกว่าถือสาไหม”“พวกพี่ทุกคนคิดว่านี่มันไม่ใช่ปัญหาเหรอ?”พี่ใหญ่ขมวดคิ้ว“ก็แค่ที่นั่งที่เดียวเอง นั่งตรงไหนก็เหมือนกันไม่ใช่เหรอ?”“งั้นทำไมเธอไม่ไปนั่งที่ของหนูล่ะ?”“เธอเคยนั่งตรงกลางระหว่างพ่อกับแม่จนชินแล้ว”“พอชินแล้ว ก็เลยเอาของคนอื่นไปได้งั้นสิ?”ฉันถามพี่ใหญ่จนเขาพูดไม่ออก สุดท้ายแม่ก็จับมือฉันเอาไว้“จือเซี่ย หมิงจูนั่งกับพวกเรามาตั้งแต่เด็ก เธอไม่ได้มีเจตนาร้ายนะ”“หนูก็ไม่ได้บอกว่าเธอมีเจตนาร้าย”“หนูแค่ถามว่าเมื่อไหร่เธอจะลุก”นิ้วข
Read more