Short
สิบแปดปีเพื่อตามหา หนึ่งงานเลี้ยงเพื่อตัดขาด

สิบแปดปีเพื่อตามหา หนึ่งงานเลี้ยงเพื่อตัดขาด

By:  กวางใต้ธารเขียวในพนาCompleted
Language: Thai
goodnovel4goodnovel
10Chapters
47views
Read
Add to library

Share:  

Report
Overview
Catalog
SCAN CODE TO READ ON APP

ฉันเป็นคนชอบเอาจริงเอาจังมาตั้งแต่เด็ก แล้วก็ฟังคำพูดเป็นนัยไม่ค่อยเข้าใจ ตอนมัธยมต้น มีผู้หญิงคนหนึ่งจงใจยัดโพยข้อสอบใส่มือฉัน “ช่วยถือไว้หน่อย ครูมาแล้ว” เธอคงคิดว่าฉันจะตกใจแล้วรีบยัดมันใส่กระเป๋า แต่ฉันยกมือขึ้น “คุณครูคะ เมื่อกี้เธอเอาโพยของตัวเองยัดใส่มือหนู” พอเริ่มทำงาน หัวหน้าคนใหม่ก็เริ่มตรวจสอบบัญชี พี่หวังใช้เท้าเหยียบเท้าฉันรัว ๆ อยู่ใต้โต๊ะ แล้วเอ่ยเสียงต่ำว่า “เธอรับไปก่อน หัวหน้าไม่ลงโทษหนักหรอกถ้าเป็นพนักงานใหม่” ฉันพยักหน้า ก่อนจะลุกขึ้นยืนแล้วมองไปทางหัวหน้า “คนรับเงินใต้โต๊ะคือพี่หวังค่ะ” “เธอบอกว่าพนักงานใหม่จะไม่โดนลงโทษหนัก” “หัวหน้าเองก็เพิ่งมาใหม่เหมือนกัน งั้นหัวหน้ารับแทนเธอไหมคะ?” ตั้งแต่นั้นมาก็ไม่มีใครในออฟฟิศกล้ากระซิบอะไรกับฉันอีก จนกระทั่งพ่อแม่แท้ ๆ ตามหาฉันเจอ แล้วจัดงานเลี้ยงต้อนรับกลับเข้าครอบครัวชดเชยให้ เวินหมิงจูเมินป้ายที่นั่งซึ่งเขียนชื่อฉันเอาไว้ แล้วนั่งลงตรงกลางระหว่างพ่อกับแม่ เธอคล้องแขนแม่ ก่อนจะยิ้มให้ฉัน “พี่คะ ที่ตรงนี้ฉันนั่งมายี่สิบเอ็ดปีแล้ว พี่คงไม่ถือสาใช่ไหม?” ทุกคนต่างรอให้ฉันถอยไปนั่งข้าง ๆ อย่างรู้กาลเทศะ แต่ฉันถามเธออย่างจริงจังว่า “ทำไมเธอถึงคิดว่าฉันจะถือสาล่ะ?” “เพราะนี่เป็นที่นั่งของลูกสาวเหรอ?” เธอเม้มริมฝีปากและไม่พูดอะไร ฉันจึงถามต่อว่า “ถ้านี่เป็นที่นั่งของลูกสาว” “เธอเองก็นั่งมาตั้งยี่สิบเอ็ดปีแล้ว ตอนนี้ก็ควรคืนให้ฉันได้แล้วสิ?”

View More

Chapter 1

บทที่ 1

ห้องจัดเลี้ยงเงียบลงในพริบตา

ญาติ ๆ ที่เมื่อครู่ยังพูดคุยทักทายกันอยู่ต่างก้มหน้าก้มตาดื่มน้ำกันหมด

รอยยิ้มบนใบหน้าของเวินหมิงจูแข็งค้าง

“พี่คะ หนูแค่ล้อเล่นเอง”

“แล้วมุกนี้มันน่าขำตรงไหนเหรอ?”

“หนูไม่ได้หมายความแบบนั้น”

“แล้วเธอหมายความว่าไงล่ะ?”

เธอมองฉันอยู่หลายวินาที ขอบตาค่อย ๆ แดงขึ้น

พี่ใหญ่เวินเยี่ยนชวนเดินเข้ามาแล้ววางมือลงบนไหล่ของเธอ

“จือเซี่ย วันนี้เป็นวันดี อย่าเอาแต่จับผิดทุกคำพูดเลย”

“หนูไม่ได้จับผิด”

ฉันชี้ไปที่ป้ายชื่อบนโต๊ะ

“ที่นั่งของหนูอยู่ข้างแม่ เธอเอาป้ายชื่อของหนูออกแล้วมานั่งที่ของหนู แถมยังถามหนูอีกว่าถือสาไหม”

“พวกพี่ทุกคนคิดว่านี่มันไม่ใช่ปัญหาเหรอ?”

พี่ใหญ่ขมวดคิ้ว

“ก็แค่ที่นั่งที่เดียวเอง นั่งตรงไหนก็เหมือนกันไม่ใช่เหรอ?”

“งั้นทำไมเธอไม่ไปนั่งที่ของหนูล่ะ?”

“เธอเคยนั่งตรงกลางระหว่างพ่อกับแม่จนชินแล้ว”

“พอชินแล้ว ก็เลยเอาของคนอื่นไปได้งั้นสิ?”

ฉันถามพี่ใหญ่จนเขาพูดไม่ออก สุดท้ายแม่ก็จับมือฉันเอาไว้

“จือเซี่ย หมิงจูนั่งกับพวกเรามาตั้งแต่เด็ก เธอไม่ได้มีเจตนาร้ายนะ”

“หนูก็ไม่ได้บอกว่าเธอมีเจตนาร้าย”

“หนูแค่ถามว่าเมื่อไหร่เธอจะลุก”

นิ้วของแม่เกร็งเล็กน้อย เวินหมิงจูรีบลุกขึ้นทันที “หนูคืนให้ค่ะ”

“พี่เป็นลูกแท้ ๆ เดิมทีหนูก็ไม่ควรนั่งตรงนี้อยู่แล้ว”

เธอดันเก้าอี้ออกไปด้านนอกด้วยดวงตาแดงก่ำ ขาเก้าอี้เสียดสีกับพื้นจนเกิดเสียงแหลมบาดหู

แต่ทันทีที่เดินออกไปได้สองก้าว แม่ก็รีบตามไปดึงเธอไว้ “หมิงจู แม่ไม่ได้หมายความแบบนั้น”

“สุขภาพลูกไม่ค่อยดีนะ อย่าคิดมากสิ”

พี่รองเวินจิ่งโจวก็เดินไปขวางอยู่ตรงหน้าเธอ ส่วนพี่สามเวินสืออันก็หันมามองฉันทันที “พอใจหรือยัง?”

ฉันมองพวกเขา “เธอยึดที่นั่งของหนู หนูแค่ถามว่าจะคืนเมื่อไหร่ ทำไมสุดท้ายกลับกลายเป็นหนูรังแกเธอล่ะ?”

สีหน้าของพี่สามแย่ลง

“ทั้งที่เธอก็รู้อยู่แล้วว่าหมิงจูกลัวว่าจะถูกไล่ออกจากตระกูลเวินที่สุด ยังจะเอาเรื่องลูกแท้ลูกไม่แท้มาพูดกระตุ้นเธออีก”

“เธอเป็นคนพูดเรื่องลูกแท้ ๆ นั่นเอง หนูไม่ได้พูด ทำไมคำที่เธอเป็นคนพูดเองถึงกลายเป็นหนูกระตุ้นเธอไปได้ล่ะ?”

พี่สามอ้าปาก แต่กลับพูดอะไรไม่ออก

เวินหมิงจูยกมือกุมหน้าอก ลมหายใจพลันถี่กระชั้นขึ้น

“ขอโทษค่ะ เป็นความผิดของหนูเอง หนูไม่ควรมางานเลี้ยงรับญาตินี่เลย”

“พวกพี่เป็นครอบครัวเดียวกัน เดี๋ยวหนูไปเอง”

เธอหมุนตัววิ่งออกไปข้างนอก

แม่กับพี่ชายทั้งสามคนรีบวิ่งตามออกไปทั้งหมด

พ่อของฉัน หรือก็คือ เวินเจิ้งถิง นั่งอยู่ตรงที่นั่งประธานด้วยสีหน้าที่ดูไม่ดีนัก

“จือเซี่ย ลูกกลับมาอยู่บ้านเวินสามปีแล้ว ทำไมยังเข้ากับคนในครอบครัวไม่เป็นอีก?”

ฉันมองเก้าอี้สี่ตัวที่ว่างลง

“วันนี้เป็นงานเลี้ยงต้อนรับหนูกลับเข้าครอบครัวใช่ไหมคะ?”

“แน่นอน”

“แล้วทำไมพวกเขาถึงออกไปกันหมดล่ะ?”

พ่อยกมือคลึงหว่างคิ้ว “หมิงจูไม่สบาย”

“พี่รองเป็นหมอ เขาไปคนเดียวก็พอแล้วนี่”

“แม่ของลูกเป็นห่วงเธอ”

“แล้วพี่ใหญ่กับพี่สามล่ะ?”

พ่อไม่ได้ตอบ ฉันรออยู่ครู่หนึ่ง ก่อนจะถามอีกว่า

“ในงานเลี้ยงต้อนรับญาติ ลูกสาวแท้ ๆ กับลูกสาวบุญธรรมมีปัญหากัน”

“ทั้งครอบครัวกลับวิ่งตามลูกสาวบุญธรรมออกไปหมด”

“ตกลงวันนี้พวกพ่อต้อนรับใครกลับเข้าครอบครัวกันแน่?”

พ่อฟาดมือลงบนโต๊ะอย่างแรง

“พอได้แล้ว!”

ฉันพยักหน้า “ได้ค่ะ”

เขาชะงักไปเล็กน้อย

นี่เป็นครั้งแรกในรอบสามปีนับตั้งแต่ฉันกลับมาตระกูลเวินที่ฉันไม่ถามต่อ

Expand
Next Chapter
Download

Latest chapter

More Chapters
No Comments
10 Chapters
บทที่ 1
ห้องจัดเลี้ยงเงียบลงในพริบตาญาติ ๆ ที่เมื่อครู่ยังพูดคุยทักทายกันอยู่ต่างก้มหน้าก้มตาดื่มน้ำกันหมดรอยยิ้มบนใบหน้าของเวินหมิงจูแข็งค้าง“พี่คะ หนูแค่ล้อเล่นเอง”“แล้วมุกนี้มันน่าขำตรงไหนเหรอ?”“หนูไม่ได้หมายความแบบนั้น”“แล้วเธอหมายความว่าไงล่ะ?”เธอมองฉันอยู่หลายวินาที ขอบตาค่อย ๆ แดงขึ้นพี่ใหญ่เวินเยี่ยนชวนเดินเข้ามาแล้ววางมือลงบนไหล่ของเธอ“จือเซี่ย วันนี้เป็นวันดี อย่าเอาแต่จับผิดทุกคำพูดเลย”“หนูไม่ได้จับผิด”ฉันชี้ไปที่ป้ายชื่อบนโต๊ะ“ที่นั่งของหนูอยู่ข้างแม่ เธอเอาป้ายชื่อของหนูออกแล้วมานั่งที่ของหนู แถมยังถามหนูอีกว่าถือสาไหม”“พวกพี่ทุกคนคิดว่านี่มันไม่ใช่ปัญหาเหรอ?”พี่ใหญ่ขมวดคิ้ว“ก็แค่ที่นั่งที่เดียวเอง นั่งตรงไหนก็เหมือนกันไม่ใช่เหรอ?”“งั้นทำไมเธอไม่ไปนั่งที่ของหนูล่ะ?”“เธอเคยนั่งตรงกลางระหว่างพ่อกับแม่จนชินแล้ว”“พอชินแล้ว ก็เลยเอาของคนอื่นไปได้งั้นสิ?”ฉันถามพี่ใหญ่จนเขาพูดไม่ออก สุดท้ายแม่ก็จับมือฉันเอาไว้“จือเซี่ย หมิงจูนั่งกับพวกเรามาตั้งแต่เด็ก เธอไม่ได้มีเจตนาร้ายนะ”“หนูก็ไม่ได้บอกว่าเธอมีเจตนาร้าย”“หนูแค่ถามว่าเมื่อไหร่เธอจะลุก”นิ้วข
Read more
บทที่ 2
งานเลี้ยงต้อนรับกลับเข้าครอบครัวที่ฉันเฝ้ารอมาสามปีจบลงในเวลาไม่ถึงหนึ่งชั่วโมงตอนฉันกลับถึงบ้านตระกูลเวิน เวินหมิงจูกำลังเอนพิงโซฟาดื่มน้ำอยู่แม่นั่งอยู่ข้าง ๆ คอยลูบหลังให้เธอ ส่วนพี่ชายทั้งสามคนยืนล้อมรอบราวกับเธอเพิ่งออกมาจากห้องฉุกเฉินฉันเปลี่ยนรองเท้าเสร็จ แม่ก็เรียกฉันไว้ “จือเซี่ย มาขอโทษหมิงจูหน่อย”ฉันเดินเข้าไป “ต้องขอโทษเรื่องอะไรคะ?”มือของแม่ชะงักไปพี่สามยิ้มเย็น “เธอต้องให้คนอื่นพูดออกมาตรง ๆ ขนาดนั้นเลยหรือไง?”“ใช่ ถ้าไม่พูดให้ชัด ฉันกลัวว่าจะขอโทษผิดเรื่อง”ฉันหันไปมองเขา“เพราะฉันถามเธอว่าทำไมถึงมานั่งที่ของฉัน? หรือเพราะฉันไม่ได้เป็นฝ่ายยกที่นั่งให้เธอก่อน?”พี่สามลุกขึ้นยืน“เอาอีกแล้ว เธอก็เป็นแบบนี้ทุกที ต้องมานั่งแยกคำพูดทีละประโยคให้ได้ จนคนในบ้านไม่รู้จะตอบอะไรแล้ว”“ใครพูดอะไรไม่มีเหตุผล คนนั้นก็ต้องตอบไม่ได้อยู่แล้ว มันมีปัญหาตรงไหน?”“บ้านไม่ใช่ที่ที่เอาไว้พูดเรื่องเหตุผล”“แล้วบ้านเอาไว้พูดเรื่องอะไร?”“ความรู้สึก!”ฉันมองพี่สาม ก่อนจะถามอีกว่า “ฉันกลับมาสามปี พี่ฉลองวันเกิดกับเธอไปสามครั้ง ส่วนวันเกิดฉัน พี่ไม่เคยกลับมาเลยสักครั้ง”“ค
Read more
บทที่ 3
พวกเรามาถึงสำนักงานทะเบียนราษฎรในวันรุ่งขึ้นตอนเก้าโมง เวินหมิงจูก็มาด้วยเธอบอกว่าอยากเห็นกับตาตัวเองว่าฉันได้กลับบ้านเจ้าหน้าที่รับเอกสารไป พอตรวจสอบได้ครึ่งหนึ่งก็เงยหน้าถามพ่อว่า“ยังขาดเอกสารยืนยันความสัมพันธ์ทางเครือญาติอีกหนึ่งฉบับค่ะ”พ่อหันไปมองพี่ใหญ่“บอกให้แกเตรียมมาแล้วไม่ใช่เหรอ?”พี่ใหญ่รื้อค้นซองเอกสารอยู่นาน ก่อนที่สีหน้าจะเปลี่ยนไปเล็กน้อย“ผมวางไว้บนโต๊ะในห้องหนังสือ”พี่สามอดพูดขึ้นมาไม่ได้“อุตส่าห์มาถึงนี่แล้ว ทำก่อนไม่ได้เหรอครับ?”เจ้าหน้าที่ส่ายหน้า“เอกสารไม่ครบ ระบบก็ดำเนินการต่อไม่ได้ค่ะ”เวินหมิงจูรีบพูดทันที“เป็นความผิดของหนูเอง”“เมื่อคืนพี่ใหญ่ช่วยหนูหายา อาจจะยุ่งจนลืมไป”ฉันหันไปมองเธอ“ทำไมถึงเป็นความผิดของเธอล่ะ?”เธอชะงักไป“หนูก็แค่พูดไปอย่างนั้นเอง”“พี่ใหญ่เป็นคนช่วยเธอหายา และเขาก็เป็นคนที่ลืมเอาเอกสารมา”“เธอบอกว่าเป็นความผิดของเธอเพราะอยากรับผิดแทนเขาเหรอ?”“หรืออยากเตือนฉันว่าเขามัวแต่ดูแลเธอจึงทำให้เรื่องของฉันเสียเวลา?”พี่ใหญ่ขมวดคิ้วทันที“จือเซี่ย เธอไม่ได้คิดซับซ้อนอย่างที่เธอคิดหรอก”“งั้นคำพูดของเธอหมายความ
Read more
บทที่ 4
เจ้าหน้าที่บอกฉันว่าสามารถย้ายทะเบียนบ้านเข้าเป็นทะเบียนรวมของบริษัทได้ฉันทำงานอยู่ในเมืองนี้มาหกปี ประกันสังคมกับเอกสารต่าง ๆ ก็ครบหมดแล้วต่อให้ไม่ย้ายเข้าบ้านตระกูลเวิน ฉันก็ยังมีที่ให้ไปฉันโทรหาฝ่ายบุคคลของบริษัทอีกฝ่ายฟังจบ ก็ส่งเอกสารรับรองการรับเข้าให้ฉันทันที“บอกตั้งแต่แรกสิ เรื่องนี้จัดการง่ายจะตาย”ฉันมองไฟล์อิเล็กทรอนิกส์บนโทรศัพท์เรื่องที่ตระกูลเวินยืดเยื้อมาสามปี ใช้เวลาแค่สิบห้านาทีก็จัดการเสร็จแล้วบ่ายสอง ฉันได้รับใบรับคำร้องฉบับใหม่ในกลุ่มแชตครอบครัวไม่มีข้อความใหม่แม้แต่ข้อความเดียวข้อความล่าสุดยังเป็นของแม่ที่ส่งมาตอนเช้า“วันนี้จะไปรับจือเซี่ยกลับบ้าน เย็นนี้ห้ามใครขาด”ด้านล่างมีห้าคนตอบกลับอย่างพร้อมเพรียง“รับทราบ”ฉันจ้องคำว่า “รับทราบ” ทั้งห้าอันอยู่หลายวินาที ก่อนจะตั้งค่าปิดการแจ้งเตือนทุกคนพอกลับถึงบ้านตระกูลเวิน ไม่มีใครอยู่ในห้องรับแขกพ่อบ้านกำลังให้คนงานขนของของเวินหมิงจูที่ย้ายออกไปแล้วกลับเข้าไปไว้ในห้องตามเดิมพอเห็นฉัน เขาก็ดูเก้อเขินเล็กน้อย“คุณหนูใหญ่ คุณนายบอกว่าไม่ต้องเปลี่ยนห้องแล้วครับ”“อารมณ์ของคุณหนูหมิงจูยังไม่ค่
Read more
บทที่ 5
ฉันไม่ได้หันกลับไปพอเดินออกจากประตูบ้านตระกูลเวิน ฉันก็เรียกรถไปบริษัทฝ่ายบุคคลรออยู่ในห้องประชุมแล้วพอเห็นฉันลากกระเป๋าเดินทางเข้ามา เธอก็ชะงักไป“ย้ายออกมาจริง ๆ เหรอ?”“อืม”“ก็ได้ หอพักบริษัทยังมีห้องว่างอยู่หนึ่งห้อง เธอเข้าไปอยู่ก่อนได้ ส่วนค่าเช่าหักจากเงินเดือนนะ”เธอเลื่อนเอกสารมาตรงหน้าฉัน“เอกสารยืนยันทะเบียนรวมของบริษัท เซ็นตรงนี้”ฉันก้มหน้าลงเซ็นชื่อขั้นตอนทั้งหมดเสร็จเรียบร้อยภายในเวลาไม่ถึงห้านาที ฝ่ายบุคคลเหลือบมองกระเป๋าเดินทางของฉัน“ที่บ้านไม่ว่าอะไรเหรอ?”“ว่า”“แล้วเธอยังจะออกมาอีก?”“ความคิดเห็นของพวกเขาแก้ปัญหาของฉันไม่ได้”เธอยกนิ้วโป้งให้ฉัน“เธอนี่ยังเด็ดขาดเหมือนเดิมเลยนะ”โทรศัพท์ดังขึ้นพ่อโทรมาฉันกดรับสาย“เวินจือเซี่ย ถ้าลูกกลับมาตอนนี้ ฉันจะถือว่าไม่มีอะไรเกิดขึ้น”“มันเกิดขึ้นแล้ว”“พูดแค่นี้ลูกจะต้องจับผิดให้ได้เลยหรือไง?”“ไม่ใช่แค่นี้”ฉันมองเอกสารยืนยันบนโต๊ะ“หนูย้ายทะเบียนเข้าเป็นทะเบียนรวมของบริษัทแล้ว”ปลายสายเงียบไปหลายวินาที“ลูกว่าไงนะ?”“จัดการเรื่องทะเบียนบ้านเรียบร้อยแล้ว”“ใครอนุญาตให้ลูกทำ?”“ทะเบียน
Read more
บทที่ 6
สามวันต่อมา ฉันเดินเข้าไปในห้องประชุมของบริษัทเวินพ่อนั่งอยู่ตรงที่นั่งประธานพี่ชายทั้งสามคนอยู่กันครบเวินหมิงจูนั่งอยู่ข้างแม่ ที่คอยังห้อยจี้หยกมงคลชิ้นนั้นอยู่พอพ่อเห็นฉัน สีหน้าก็แข็งไปเล็กน้อย“ลูกมาจริง ๆ เหรอ?”“หนูมาทำงาน”พี่สามเอนหลังพิงพนักเก้าอี้แล้วหัวเราะ“เรียกกลับบ้านไม่ยอมกลับ แต่พอเป็นโปรเจกต์กลับเชิญมาได้”ฉันเปิดคอมพิวเตอร์“ค่าบริการของโปรเจกต์คิดเป็นรายชั่วโมง”“ทุกคำที่พี่พูดอยู่ตอนนี้ คิดเงินหมด”รอยยิ้มของพี่สามหายไปทันทีพ่อเคาะโต๊ะเบา ๆ“คุยเรื่องงานก่อน”ช่วงนี้บริษัทเวินกำลังเตรียมเข้าตลาดหลักทรัพย์พวกเรารับผิดชอบตรวจสอบบัญชีภายในและรายการธุรกรรมระหว่างบุคคลหรือบริษัทที่เกี่ยวข้องกันฉันฉายข้อมูลขึ้นหน้าจอ“รายการแรก กองทุนการกุศลหมิงจู”เวินหมิงจูเงยหน้าขึ้น“กองทุนของฉันมีอะไรเหรอ?”“ปีที่แล้วระดมทุนได้สี่สิบสามล้าน”“นำไปใช้กับโครงการการกุศลจริงยี่สิบล้านห้าแสน”“เงินที่เหลือไปไหน?”แม่รีบพูดทันที“หมิงจูไม่มีทางแตะเงินบริจาคหรอก”“หนูไม่ได้บอกว่าเธอแตะ”ฉันเปิดไปหน้าถัดไป“หนูกำลังถามว่า เงินที่เหลืออีกยี่สิบสองล้านห้าแส
Read more
บทที่ 7
เวินหมิงจูไม่ได้ร้องไห้เธอจ้องเอกสารอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนจะเอ่ยขึ้นว่า“หนูเคยเอาสำเนาบัตรประชาชนของพี่ไปจริง”สีหน้าของแม่เปลี่ยนไป“เอาไปทำอะไร?”“ปีที่แล้วตอนทำประกันครอบครัว เจ้าหน้าที่บอกว่าต้องใช้ข้อมูลของทุกคนในบ้าน”เธอหันมามองฉัน“หนูใช้เสร็จก็เอากลับไปวางไว้ที่เดิมเลย”เหตุผลฟังดูไม่มีปัญหาพี่ใหญ่ถามผู้จัดการฝ่ายการเงินว่า“ใครเป็นคนติดต่อบริษัทที่ปรึกษา?”ผู้จัดการฝ่ายการเงินเปิดดูบันทึก“ผู้ช่วยของคุณหนูหมิงจูครับ เสี่ยวโจว”เวินหมิงจูหยิบโทรศัพท์ออกมาทันที“เธอมาหาฉันตอนนี้เลย”ครึ่งชั่วโมงต่อมา เสี่ยวโจวก็เดินเข้ามาในห้องประชุมพอเธอเห็นใบอนุมัติใบนั้น สีหน้าก็ซีดลงทันที“ฉันเป็นคนทำเองค่ะ”เวินหมิงจูลุกพรวดขึ้น“เสี่ยวโจว ทำไมเธอถึงใช้ชื่อพี่สาวฉัน?”เสี่ยวโจวก้มหน้า“ผู้จัดการเวินไม่ได้เป็นสมาชิกของมูลนิธิ”“แต่คุณหนูเวินบอกว่าสามารถเอาทรัพยากรของครอบครัวมาใช้ได้หมดเลย”“ฉันเลยคิดว่าจะยืมชื่อมาเดินบัญชีค่ะ”เวินหมิงจูส่ายหน้าทั้งที่ขอบตาแดง“ฉันไม่ได้ให้เธอปลอมลายเซ็น”“คุณบอกแค่ว่าอย่าให้บัญชีมาลงที่ชื่อคุณ”เสียงของเสี่ยวโจวไม่ได้ดังแต่ดังพ
Read more
บทที่ 8
คืนนั้น เวินหมิงจูมาหาฉันที่บริษัทพนักงานต้อนรับบอกว่าเธอนั่งรออยู่ข้างล่างมาสองชั่วโมงแล้วตอนฉันเลิกงาน เธอกำลังนั่งอยู่ตรงมุมหนึ่งของล็อบบี้ไม่มีพ่อแม่ และไม่มีพี่ชายอยู่ด้วยเธอลุกขึ้นยืน“พี่ เรามาคุยกันหน่อย”“ถ้าจะคุยเรื่องงานก็ไปคุยกับฝ่ายกฎหมาย”“คุยเรื่องครอบครัว”ฉันเหลือบมองเวลา“สิบนาที”เธอเดินตามฉันไปที่ร้านกาแฟชั้นล่างหลังจากนั่งลง เธอถอดจี้หยกมงคลออกแล้วเลื่อนมาตรงหน้าฉัน“คืนให้ค่ะ”“เรื่องนี้ไม่เกี่ยวกับบัญชี”“หนูรู้”เธอเม้มริมฝีปาก“หนูแค่อยากบอกพี่ว่า หนูไม่เคยคิดจะแย่งของของพี่”ฉันมองเธอ“งั้นทำไมทุกครั้งถึงไม่คืนล่ะ?”เธอไม่ตอบฉันถามต่อ“ในงานต้อนรับญาติ เธอรู้ว่าตรงนั้นเป็นที่นั่งของฉัน”“รู้ค่ะ”“วันที่ย้ายทะเบียนบ้าน เธอก็รู้ว่าทุกคนจะทิ้งฉันไว้เพราะเธอ”“รู้ค่ะ”“วันที่มีคนไปแตะห้องของเธอ เธออาการกำเริบจริง ๆ เหรอ?”นิ้วของเธอสั่นเล็กน้อย“หนูเป็นโรควิตกกังวล”“ฉันถามถึงวันนั้นต่างหาก”เธอจ้องโต๊ะอยู่นาน ก่อนจะเอ่ยว่า“ไม่ค่ะ”เมื่อได้ยินคำตอบ ฉันกลับไม่ได้รู้สึกแปลกใจเธอเอ่ยเสียงเบา“หนูแค่กลัว”“หลังจากพี่กลับมา พวก
Read more
บทที่ 9
วันรุ่งขึ้น เวลา 16:50 น. บริษัทเวินก็ตามเงินสิบสี่ล้านกลับมาได้ครบส่วนเงินสามล้าน เวินหมิงจูเป็นคนชดใช้ด้วยตัวเองเธอลาออกจากตำแหน่งผู้รับผิดชอบกองทุน และออกมาขอโทษต่อสาธารณะบริษัทเวินไม่ได้ปิดเรื่องนี้เอาไว้นี่เป็นครั้งแรกที่พ่อไม่ได้ขอให้ฉันผ่อนปรนวันที่โปรเจกต์สิ้นสุด พวกเขามารอฉันอยู่ชั้นล่างของบริษัทแม่ถือจี้หยกมงคลไว้ในมือเธอยื่นมาให้ฉัน“นี่เป็นของลูก” ฉันไม่ได้รับมา เพียงเหลือบมองอย่างเฉยชาแวบหนึ่ง“แล้วกล่องล่ะ?”แม่ชะงักไป“อยู่กับหมิงจู เดี๋ยวแม่เอากลับมาให้ลูกทีหลัง”“ขอบคุณค่ะ”ดวงตาของเธอแดงขึ้นคงไม่คิดว่าฉันจะพูดแค่คำว่าขอบคุณพี่ใหญ่วางพวงกุญแจลงบนโต๊ะ“จัดห้องเดิมของเธอเรียบร้อยแล้ว”“เสื้อผ้าก็ซื้อใหม่ตามไซซ์ของเธอทั้งหมด”“ฉันจะไม่กลับไปอยู่ที่นั่น”“จือเซี่ย พวกเราไม่ได้คิดจะเอาห้องมาแลกให้เธอกลับบ้าน”เขาหยุดไปเล็กน้อย“แค่มันควรจะคืนให้เธอตั้งแต่แรก”พี่รองก็เอ่ยขึ้นว่า“ยาที่เมื่อก่อนฉันให้เธอ ฉันกลับไปตรวจดูแล้ว”“เป็นความผิดพลาดของฉันเอง”“จะบอกแค่ว่าไม่รู้ว่าเธอแพ้แล้วให้เรื่องมันจบไปแบบนั้นไม่ได้”พี่สามยืนอยู่ท้ายสุด อ้ำอึ้ง
Read more
บทที่ 10
หนึ่งปีต่อมา ฉันซื้อบ้านเป็นของตัวเองบ้านไม่ใหญ่ มีสองห้องนอนหนึ่งห้องรับแขกในโฉนดมีแค่ชื่อของฉันวันย้ายบ้าน พวกเพื่อนร่วมงานจากฝ่ายบุคคลมาช่วยกันเจ้านายให้เครื่องชงกาแฟมาหนึ่งเครื่องคดีของพี่หวังก็ได้ข้อสรุปแล้วเหมือนกันเธอถูกบริษัทฟ้อง และต้องคืนเงินใต้โต๊ะทั้งหมดได้ยินมาว่าวันที่ศาลอ่านคำพิพากษา เธอยังด่าฉันอยู่ว่าไม่รู้จักมารยาททางสังคมฉันไม่ได้ไปฟังเพราะวันนั้นเป็นวันเกิดของฉันหกโมงเย็น เสียงกริ่งหน้าประตูก็ดังขึ้นฉันเปิดประตูคนตระกูลเวินทั้งหกคนยืนอยู่ข้างนอกเวินหมิงจูก็มาด้วยเธอผอมลงเล็กน้อย แต่สีหน้ากลับดูดีกว่าเมื่อก่อนแม่ถือเค้กอยู่ในมือพ่ออุ้มช่อดอกไม้ ท่าทางแข็งทื่อราวกับเพิ่งเคยให้ดอกไม้เป็นครั้งแรกพี่สามเอ่ยขึ้นว่า“เอ่อ พวกเราเข้าไปได้ไหม?”“ใครบอกที่อยู่พวกคุณ?”พี่ใหญ่ชี้ไปที่พี่รองทันทีพี่รองก็ชี้ไปทางเวินหมิงจูเวินหมิงจูส่ายหน้า“ไม่ใช่หนู”พ่อกระแอมหนึ่งที“ฉันไปถามที่บริษัทของลูกมา”ฉันมองเขา“โดยไม่ได้ขออนุญาตหนูก่อน”“ใช่”“ครั้งหน้าอย่าทำแบบนี้อีก”“ได้”เขาตอบเร็วมากฉันหลีกทางให้อาหารบนโต๊ะเป็นฝีมือเพื่อนร่ว
Read more
Explore and read good novels for free
Free access to a vast number of good novels on GoodNovel app. Download the books you like and read anywhere & anytime.
Read books for free on the app
SCAN CODE TO READ ON APP
DMCA.com Protection Status