Lahat ng Kabanata ng คนเก่าไม่หวนคืนในฤดูใบไม้ร่วงแห่งหนานเฉิง: Kabanata 11 - Kabanata 20

21 Kabanata

บทที่ 11

ชายหนุ่มสวมสูทราคาแพงที่ดูไม่เข้ากับสภาพแวดล้อมของที่นี่เอาเสียเลยเสื้อนอกของเขายับเล็กน้อย ทำให้ดูราวกับเพิ่งเดินทางมาอย่างเหน็ดเหนื่อยเมื่อเห็นฉันเดินออกมา เขาก็ถามด้วยเสียงแหบพร่า “จืออี้...ทำไมถึงหนีงานแต่ง?”ฉันหยุดยืนอยู่ตรงประตูลมพัดกรูเข้ามาจากปากซอย พัดปอยผมที่ปรกหน้าผากของเขาปลิวไหวเขาดูหมดสภาพอย่างมากไม่เหมือนลู่เส้าถิงคนที่ฉันเคยรู้จักเลยผู้ชายที่มักสวมสูทเรียบกริบและสุขุมเยือกเย็นอยู่เสมอ เวลานี้กลับดูราวกับเพิ่งวิ่งสุดแรงมาตลอดทางจากที่ไหนสักแห่งเนกไทของเขาเอียง ชายเสื้อเชิ้ตมุมหนึ่งหลุดออกมาจากขอบกางเกงเส้นเลือดฝอยในดวงตาของเขาเห็นชัดยิ่งกว่าวันที่เมาอยู่ในคาราโอเกะเสียอีกฉันไม่คิดเลยว่าลู่เส้าถิงจะตามมาถึงที่นี่แม้จะแปลกใจอยู่บ้าง แต่พอคิดดูแล้ว ฉันก็ยังเดินเข้าไปหาเขา“คุณมาที่นี่ได้ยังไง?”ฉันเหลือบมองเขาด้วยสายตาเรียบเฉยไม่รู้ว่าเขายืนอยู่ตรงนั้นมานานแค่ไหนแล้ว บริเวณไหล่ถูกน้ำฝนที่หยดจากชายคาจนเปียกดวงตาของเขาแดงก่ำเต็มไปด้วยเส้นเลือดฝอย ใต้ตาก็ดำคล้ำอย่างเห็นได้ชัดดูเหมือนเขาจะไม่ได้พักผ่อนดี ๆ มานานแล้ว“ตอบคำถามผมมา เสิ่นจืออี้”ลู่
Magbasa pa

บทที่ 12

ลู่เส้าถิงรีบตอบทันที “แน่นอนสิ!”ฉันยิ้มออกมา“คุณเปลี่ยนการตกแต่งงานให้เป็นธีมเทพนิยายโรแมนติกที่เธอชอบ ไม่สนใจความเห็นของฉัน แล้วยังยืนกรานให้เธอมาเป็นเพื่อนเจ้าสาวของฉัน”“ทั้งหมดนั้นไม่ใช่เพราะคุณอยากเติมเต็มความฝันเรื่องงานแต่งที่เธอไม่ได้จัดกับคุณหรอกเหรอ?”“ลู่เส้าถิง คุณเห็นฉันเป็นอะไรกันแน่?”เขาอ้าปากเหมือนจะพูด ลูกกระเดือกขยับขึ้นลง แต่กลับพูดไม่ออกแม้แต่คำเดียวดวงตาคู่นั้นที่เคยสุขุมและเรียบเฉยอยู่เสมอ เวลานี้กลับเหลือเพียงความตื่นตระหนก“เห็นไหม คุณตอบไม่ได้”ฉันหลุบตาลง ไม่มองเขาอีก“เพราะคุณเองก็รู้อยู่แก่ใจ”“ไม่ว่าจะเป็นเพราะคุณอยากชดเชยสิ่งที่ติดค้างเธอ หรือจริง ๆ แล้วยังมีเยื่อใยต่อเธออยู่ ลู่เส้าถิง ระหว่างเรามันจบแล้ว”ฉันหันหลังจะเดินจากไป แต่เขากลับคว้าข้อมือฉันไว้ทันทีอาจเพราะร้อนใจเกินไป เขาจึงออกแรงมากเสียจนแทบจะบีบกระดูกข้อมือฉันแหลก“ไม่ได้!”ข้อมือถูกเขากำแน่นจนเจ็บ พอสะบัดเท่าไรก็ไม่หลุด ฉันก็เริ่มหมดความอดทน“ปล่อยฉัน ลู่เส้าถิง”เขาไม่ยอมปล่อย กลับยิ่งกำแน่นกว่าเดิม แล้วดึงฉันกลับไปหนึ่งก้าวฉันถูกบังคับให้หันกลับมาเผชิญหน้ากับเขาดว
Magbasa pa

บทที่ 13

แต่ลู่เส้าถิงกลับไม่ยอมไปไหน และพักอยู่ที่หนานเฉิงต่อเขามักจะปรากฏตัวแถวบ้านฉันเป็นระยะ พยายามหาโอกาสคุยกับฉันแววตาของเขาเจือด้วยความเสียใจที่มาช้าฉันออกไปซื้อกับข้าว พอหันกลับมาก็เห็นร่างสูงใหญ่ของเขายืนพิงกำแพงอยู่ในมือถือช่อดอกเดซี่สีขาว“จืออี้ ผมซื้อดอกไม้ที่คุณชอบที่สุดมาให้ ผมสำนึกผิดจากใจจริงแล้ว เราคุยกันหน่อยได้ไหม? แค่ห้านาทีก็พอ”ฉันเหลือบมองช่อดอกไม้นั้น ก่อนจะเดินอ้อมเขาแล้วเดินต่อไปเขาเดินตามอยู่ข้างหลัง ทิ้งระยะไว้ไม่ใกล้ไม่ไกล“จืออี้...”“ลู่เส้าถิง ฉันจะไปซื้อกับข้าว” ฉันพูดโดยไม่หันกลับไปมองเขาชะงักไปเล็กน้อย ก่อนจะตามฉันเข้าไปในตลาดสดเสียอย่างนั้นชายหนุ่มในสูทสั่งตัดยืนอยู่ท่ามกลางเศษใบผักและน้ำขังเต็มพื้น ดูผิดที่ผิดทางเสียจนราวกับเป็นเรื่องตลกฉันเลือกต้นหอมมาหนึ่งกำ แล้วให้คนขายชั่งหมูสามชั้นมาอีกชิ้นเขายืนทื่ออยู่ข้าง ๆ แบบนั้น ไม่พูดอะไรสักคำ มือยังถือช่อดอกเดซี่อยู่ป้าคนขายผักมองเขาอย่างสนใจ ก่อนหันมามองฉันแล้วถามยิ้ม ๆ “หนู นั่นแฟนเหรอ? หล่อจริงเชียว”“ไม่ใช่ค่ะ” ฉันตอบเรียบ ๆ ก่อนจ่ายเงินแล้วหิ้วของเดินจากไปลู่เส้าถิงยืนอยู่ที่เดิม
Magbasa pa

บทที่ 14

ลู่เส้าถิงยังไม่ทันได้พูดอะไรอาเฮ่าก็โทรเข้ามาพอดี“เส้าถิง สืบชัดเจนแล้ว!”“กู้เนี่ยนติดหนี้พนันก้อนโตอยู่ต่างประเทศจนถูกตามทวง ครั้งนี้ที่กลับมาก็เพื่อมาหลอกนายแต่งงาน เอาไปโปะหนี้โดยเฉพาะ!”พอฟังจบ ความหวั่นไหวเสี้ยวสุดท้ายบนใบหน้าของลู่เส้าถิงก็เลือนหายไปเขามองผู้หญิงตรงหน้าด้วยแววตาเย็นชาและผิดหวัง“กู้เนี่ยน ทำไมตอนนี้คุณถึงกลายเป็นแบบนี้ไปได้?”กู้เนี่ยนร้องไห้อ้อนวอนเขา“เส้าถิง ฉันหมดหนทางแล้วจริง ๆ ถึงได้กลับมาหาคุณ เห็นแก่ความสัมพันธ์ของเราในอดีต...”ลู่เส้าถิงหลับตาลง ราวกับกำลังข่มกลั้นอะไรบางอย่างเมื่อลืมตาขึ้นอีกครั้ง แววตาของเขาก็เย็นชาอย่างสิ้นเชิง“ความสัมพันธ์ในอดีต...” เขาทวนคำนี้เสียงเบา น้ำเสียงเต็มไปด้วยความเย้ยหยันตัวเอง“กู้เนี่ยน คุณรู้ไหมว่าเพราะ ‘ความสัมพันธ์ในอดีต’ ที่ผมมีต่อคุณ ผมต้องสูญเสียอะไรไปบ้าง?”กู้เนี่ยนยังคิดจะพูดต่อ แต่ลู่เส้าถิงไม่มองเธออีกแล้วเขาหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาโทรหาอาเฮ่า“ให้คนมาพาตัวเธอไป”“เส้าถิง!” กู้เนี่ยนพุ่งเข้ามาคว้าแขนเขาไว้ “คุณทำกับฉันแบบนี้ไม่ได้นะ! คุณเคยบอกว่าจะดูแลฉัน!”“นั่นมันเมื่อก่อน”ลู่เส้าถิงแกะม
Magbasa pa

บทที่ 15

ไม่รู้ว่าผ่านไปนานแค่ไหน สายฝนก็ค่อย ๆ เบาลงลู่เส้าถิงยังคงคุกเข่าอยู่ตรงนั้น หัวเข่าที่กดอยู่บนพื้นหินเย็นเฉียบจนชาไร้ความรู้สึกไปนานแล้วสายตาของเขาไม่เคยละจากหน้าต่างบานที่ยังมีแสงไฟเลยจนกระทั่งไฟดับลงภายในห้องมืดสนิท ราวกับเป็นคำตอบที่ไร้เสียงลู่เส้าถิงใช้มือยันพื้นพยายามลุกขึ้น แต่ขาทั้งสองข้างชาไปหมด ร่างของเขาโงนเงน ก่อนหัวเข่าจะกระแทกพื้นหินอย่างแรงอีกครั้งสายฝนปนลมหนาวพัดกรอกเข้าไปในคอเสื้อ ทำให้เขาสั่นสะท้านตั้งแต่ข้างในไปจนถึงภายนอกแต่เขากลับรู้สึกว่า สิ่งที่หนาวเหน็บที่สุดไม่ใช่ร่างกายแต่เป็นที่ตรงนั้นในอกซึ่งว่างเปล่าไปแล้วต่างหากตอนที่สติเริ่มเลือนราง เขาเห็นราง ๆ ว่าประตูรั้วเปิดออกเป็นช่องเล็ก ๆเมื่อลู่เส้าถิงฟื้นขึ้นมาอีกครั้ง เขาก็นอนอยู่บนเตียงในโรงพยาบาลแล้วโจวเยี่ยนยืนกอดอกอยู่ข้างเตียง มองเขาจากด้านบน ก่อนเอ่ยด้วยน้ำเสียงเย็นชา“ตื่นแล้วเหรอ? หมอบอกว่าคุณร้อนใจหนักจนกระทบร่างกาย แถมยังตากฝนจนเป็นไข้ ไม่ได้เป็นอะไรมาก”ลู่เส้าถิงกวาดตามองหาอย่างร้อนรน ก่อนจะเห็นฉันอยู่ตรงทางเดินในที่สุด“จืออี้...”เขาเรียกชื่อฉัน ลำคอแห้งผาก เสียงแหบพร่าอย
Magbasa pa

บทที่ 16

ลู่เส้าถิงแข็งทื่อไปทั้งตัว ราวกับชีวิตชีวาเสี้ยวสุดท้ายถูกพรากไปจนหมดเขานอนรักษาตัวอยู่ที่โรงพยาบาลสามวันบ่ายวันที่สาม ฉันได้รับข้อความจากหมายเลขที่ไม่คุ้นเคย「จืออี้ มะรืนนี้ผมจะออกจากโรงพยาบาลแล้ว เตรียมกลับเป่ยเฉิง ก่อนจะไป เรากินข้าวด้วยกันสักมื้อได้ไหม?」「เป็นครั้งสุดท้าย」ฉันมองข้อความสั้น ๆ นั้นอยู่เงียบ ๆ เป็นเวลานานพอดีโจวเยี่ยนกลับมาจากข้างนอก เห็นฉันจ้องโทรศัพท์อย่างเหม่อลอย เขาจึงขยับเข้ามาชำเลืองดูหน้าจอแวบหนึ่ง“จะไปไหม?”โจวเยี่ยนยืนพิงกรอบประตู กอดอกมองฉันผ่านไปพักหนึ่ง เขาก็ยักไหล่“ไปเถอะ คุยกันให้ชัดเจน จะได้ไม่ต้องโดนเขามารบกวนอีกทีหลัง”เขาหยุดไปครู่หนึ่ง ก่อนเสริมว่า “แต่ฉันจะไปส่งเธอ แล้วก็ไปรับเธอกลับเอง”ฉันยิ้ม “ได้”เรานัดกันที่ร้านอาหารเล็ก ๆ เงียบสงบแห่งหนึ่งย่านถนนเก่าหนานเฉิงตอนที่ฉันไปถึง ลู่เส้าถิงก็นั่งรออยู่ข้างในแล้วเขาสวมเสื้อไหมพรมสีเทาเข้ม แต่งตัวสบาย ๆ กว่าวันที่มาหนานเฉิงในชุดสูทมากใบหน้าของเขายังคงซีดเซียว แนวกรามดูซูบลงไปมาก แต่โดยรวมดูสงบกว่าก่อนหน้านี้เมื่อเห็นฉันเดินเข้ามา เขาก็ลุกขึ้น ริมฝีปากขยับเล็กน้อย ราวกับอย
Magbasa pa

บทที่ 17

ฉันรู้ว่าคนที่ลู่เส้าถิงพูดถึงคือโจวเยี่ยนจึงไม่ได้พูดอะไรต่อลู่เส้าถิงหลุบตาลง มุมปากฝืนยกขึ้นเป็นเส้นโค้งจาง ๆมันไม่ใช่รอยยิ้ม แต่เหมือนการยอมรับความจริงที่เปลี่ยนแปลงไม่ได้เสียมากกว่าดูเหมือนเขาจะพูดทุกสิ่งที่อยากพูดออกมาจนหมดแล้วฉันวางถ้วยชาลงแล้วลุกขึ้นยืน“ลู่เส้าถิง”เขาเงยหน้าขึ้น“ต่อจากนี้ เราก็เป็นแค่คนไม่รู้จักกันแล้ว”ตอนที่พูดประโยคนี้ น้ำเสียงของฉันมั่นคง ไม่สั่นแม้แต่น้อยลูกกระเดือกของลู่เส้าถิงขยับขึ้นลง“ขอให้คุณมีความสุข”ฉันหันหลังเดินออกจากร้านเล็ก ๆ แห่งนั้นด้านนอก โจวเยี่ยนยืนพิงต้นอู๋ถงฝั่งตรงข้าม รอฉันอยู่พอเห็นฉันเดินออกมา เขาก็เดินเข้ามาหา“คุยเสร็จแล้วเหรอ?”ฉันยิ้มพร้อมกับพยักหน้าเขามองฉันแวบหนึ่ง แล้วไม่ได้ถามอะไรต่อเขายื่นมือมารับกระเป๋าของฉันไปสะพายไว้บนไหล่อย่างเคยชินจากนั้นก็ล้วงมือข้างหนึ่งเข้ากระเป๋ากางเกง ชะลอฝีเท้าลงรอให้ฉันเดินตามทัน“ไปกันเถอะ แม่ฉันตุ๋นซุปปลาไว้ บอกให้เธอกลับไปกินตอนยังร้อน ๆ”ฉันเดินเคียงข้างเขาไปได้ไม่กี่ก้าว ก่อนพูดขึ้นว่า “แต่ฉันเพิ่งกินอิ่มมานะ”“งั้นก็ต้องกลับไปชิมสักหน่อยอยู่ดี”โจวเยี่ยน
Magbasa pa

บทที่ 18

ฉันชะงักไปเล็กน้อย “แน่นอนสิ”โจวเยี่ยนสูดหายใจเข้าลึก ๆ ราวกับรวบรวมความกล้าครั้งใหญ่ก่อนจะล้วงบางอย่างออกจากกระเป๋า แล้วยื่นมาตรงหน้าฉันมันคือเหรียญเก่า ๆ เหรียญหนึ่งฉันจ้องเหรียญนั้นอยู่หลายวินาที ก่อนจะนึกขึ้นมาได้ตอนเด็ก ๆ ตรงปากซอยมีตู้กาชาปองอยู่ตู้หนึ่งฉันอยากได้จี้กระต่ายที่อยู่ข้างใน แต่ค้นจนทั่วกระเป๋าก็มีเงินแค่ห้าบาทโจวเยี่ยนยัดเหรียญสุดท้ายที่เหลืออยู่ของตัวเองให้ฉันแล้วพูดว่า“ให้เธอ แต่เธอต้องคืนอะไรฉันอย่างหนึ่งนะ”“อะไรเหรอ?”“ไว้ทีหลังฉันจะบอก”หลังจากนั้นฉันรอมาหลายปี แต่เขาก็ไม่เคยพูดถึงเรื่องนี้อีกเลยฉันนึกว่าเขาลืมไปนานแล้วเสียอีก“...นายยังเก็บไว้อีกเหรอ?”“ถามได้” โจวเยี่ยนหันหน้าหนี ใบหูแดงก่ำจนแทบหยดเป็นเลือด แต่กลับจงใจทำน้ำเสียงเหมือนไม่ใส่ใจ“รอมาสิบกว่าปี ดอกเบี้ยแทบจะทบเป็นสองเท่าแล้ว”“ตกลงเธอจะคืนอะไรให้ฉันกันแน่?”ในที่สุดเขาก็หันกลับมามองฉันแสงอาทิตย์ยามเย็นอาบดวงตาของเขาด้วยแสงสีอำพันอบอุ่นในดวงตาคู่นั้นสะท้อนเงาของฉันอยู่มีเพียงฉันคนเดียว“เสิ่นจืออี้ เธอยังติดหนี้ฉันอยู่หนึ่งอย่าง—มาเป็นแฟนฉัน”“ติดมาตั้งแต่สมัยประถ
Magbasa pa

บทที่ 19

ฉันกำลังเช็ดแจกันลายครามอยู่ มือดันลื่นจนเกือบทำแจกันของคนอื่นหล่นแตก“นายว่าอะไรนะ?”“ฉันบอกว่า” เขายืดตัวตรง เดินเข้ามาสองก้าว ใช้สองมือเท้าเคาน์เตอร์ ก่อนโน้มตัวเข้ามาใกล้ฉันเล็กน้อย “เราแต่งงานกันเถอะ”ระยะห่างใกล้เกินไป ใกล้จนฉันมองเห็นเงาขนตาของเขาที่ทอดลงใต้แสงไฟ และได้กลิ่นผงซักฟอกจาง ๆ จากตัวเขาลำคอฉันตีบแน่นขึ้นเล็กน้อย “...นายไปดื่มเหล้าที่ไหนมาอีกหรือเปล่า?”“ไม่ได้ดื่ม” เขามองฉันอย่างจริงจัง “มีสติครบถ้วนดี”“แล้วทำไมจู่ ๆ นายถึง...”“ไม่ได้กะทันหัน” เขาพูดแทรก “ฉันรอมาสิบกว่าปีแล้ว ตั้งแต่วันที่ยัดเหรียญนั้นใส่มือเธอ ฉันก็รอมาโดยตลอด”“ตอนนี้เธอตกลงเป็นแฟนฉันแล้ว ฉันก็คิดว่า ในเมื่อเลื่อนขั้นแล้ว ก็เลื่อนไปให้ถึงขั้นสุดท้ายเลยดีกว่า ยังไงไม่ช้าก็เร็วเราก็ต้องแต่งงานกัน แต่งเร็วก็สบายใจเร็ว”“สบายใจเรื่องอะไร?”เขาเอียงคอเล็กน้อย ก่อนตอบอย่างมั่นอกมั่นใจ “สบายใจว่าจะไม่มีไอ้คนไม่รู้จักดูตาม้าตาเรือที่ไหนมาคว้าตัวเธอไปอีก”คำพูดของเขาทำเอาฉันทั้งโมโหทั้งขำ จึงยกมือตบหน้าผากเขาเบา ๆ “นายจะโรแมนติกกว่านี้หน่อยไม่ได้หรือไง?”“งั้นฉันพูดใหม่” เขากระแอม ปรับสีหน้าให
Magbasa pa

บทที่ 20

คืนนั้นพอป้าจ้าวรู้ว่าเราตัดสินใจจะแต่งงานกัน ก็ดีใจจนลุกมานึ่งซาลาเปาสองเข่งกลางดึกแล้วเอามาให้ แถมยังจับมือฉันร้องไห้อยู่นานโจวเยี่ยนถูกแม่ไล่เข้าครัวไปล้างจาน ระหว่างล้างก็ยังตะโกนออกมาว่า “แม่! ตกลงใครกันแน่ที่เป็นลูกแท้ ๆ ของแม่!”ป้าจ้าวไม่สนใจเขาสักนิด เอาแต่จับมือฉันแล้วพูดไม่หยุด “จืออี้ ต่อไปถ้าเจ้าลูกคนนี้กล้ารังแกเธอ มาบอกป้านะ ป้าจะตีขามันให้หักเลย”โจวเยี่ยนโผล่ศีรษะออกมาจากครัวครึ่งหนึ่ง “ผมจะกล้ารังแกเธอได้ยังไง แค่เธอไม่รังแกผมก็บุญแล้ว!”ฉันยิ้มพลางชูกำปั้นใส่เขา เขาจึงรีบหดหัวกลับไปล้างจานต่องานแต่งกำหนดไว้ในฤดูใบไม้ร่วง ซึ่งเป็นช่วงที่หนานเฉิงสวยที่สุด กลิ่นดอกหอมหมื่นลี้หอมฟุ้งไปทั่วเมืองเดิมทีฉันอยากจัดงานเรียบง่าย เชิญแค่คนสนิท แล้วหาลานบ้านเล็ก ๆ แถวถนนเก่าจัดโต๊ะเลี้ยงสักไม่กี่โต๊ะก็พอ แต่โจวเยี่ยนไม่ยอม ยังไงก็ยืนยันว่าจะต้องจัดงานให้ฉันได้แต่งออกไปอย่างสง่างามและมีหน้ามีตา“งานแต่งครั้งก่อนของเธอ” ตอนพูดเรื่องนี้ เขาก็เก็บสีหน้าขี้เล่นลงอย่างที่ไม่ค่อยได้เห็น “ถูกคนอื่นทำจนเละเทะไปหมด แต่ครั้งนี้เป็นงานแต่งของเราสองคน ฉันต้องจัดให้ดี”ฉันรู้สึกตื้น
Magbasa pa
PREV
123
I-scan ang code para mabasa sa App
DMCA.com Protection Status