All Chapters of คนเก่าไม่หวนคืนในฤดูใบไม้ร่วงแห่งหนานเฉิง: Chapter 1 - Chapter 10

21 Chapters

บทที่ 1

ทันทีที่สายโทรศัพท์ต่อถึงกัน ทั้งห้องคาราโอเกะก็เงียบสนิท“จิ่งเฉิน?” เสียงผู้หญิงที่พยายามข่มความสั่นเครือดังมาจากปลายสาย “ได้ยินว่า...คุณกำลังจะแต่งงานแล้ว”ลู่เส้าถิงขานรับเบา ๆ“พรุ่งนี้แล้ว”ปลายสายเงียบไปครู่หนึ่ง ก่อนจะพยายามข่มน้ำเสียงสั่นเครือคล้ายจะร้องไห้เอาไว้“แล้วคืนนี้คุณยังโทรหาฉันทำไม!”ฉันยืนอยู่หน้าประตู หัวใจราวกับจมดิ่งลงสู่ทะเลที่ไร้ก้นบึ้งฉันเองก็อยากรู้เหมือนกันคู่หมั้นของฉัน ในคืนก่อนวันแต่งงานติดต่อหารักแรกที่ไม่ได้เจอกันมาหลายปี เขาคิดจะทำอะไรกันแน่จะบอกลาอดีต หรือจะรื้อฟื้นความรักครั้งเก่า?ลู่เส้าถิงนั่งอยู่ในมุมสลัวจนมองสีหน้าไม่ชัดเห็นเพียงแนวไหล่ที่เกร็งแน่น ราวกับกำลังพยายามข่มอะไรบางอย่างเอาไว้เพื่อน ๆ ที่อยู่ข้าง ๆ ต่างกลั้นหายใจอย่างใจจดใจจ่อ รอให้เขาเอ่ยปากเสียงผู้หญิงในสายก็ถามทั้งสะอื้น“ลู่เส้าถิง คุณกำลังมาอวดฉันเหรอ คุณอยากเห็นฉันขายหน้าขนาดนั้นเลยหรือไง?”“พอรู้ว่าหลายปีมานี้ฉันเจ็บปวดใจแทบขาดเพราะคุณ ใช้ชีวิตอย่างไม่มีความสุข ต่อให้มีคนผ่านเข้ามาในชีวิตตั้งมากมาย ฉันก็ไม่เคยหวั่นไหวกับใคร คุณก็พอใจแล้วใช่ไหม?”“ฉันยอมร
Read more

บทที่ 2

ในที่สุดกู้เนี่ยนก็บอกที่อยู่ของเธอให้ลู่เส้าถิงทางโทรศัพท์พวกเพื่อน ๆ ต่างพากันให้กำลังใจ“เส้าถิง คว้าโอกาสนี้ไว้ให้ดีล่ะ!”“ต่อไปนายก็จะเป็นสามีของเสิ่นจืออี้แล้ว ถือโอกาสคืนนี้ทำอะไรบ้า ๆ เพื่อความรักเป็นครั้งสุดท้ายเถอะ!”ลู่เส้าถิงคว้าเสื้อคลุมขึ้นมา ทั้งที่ตัวเองก็ดื่มจนเมา แต่ก็ยังอยากรีบไปหาเธอโดยไม่สนอะไรทั้งนั้นประตูห้องถูกกระชากเปิดออกอย่างแรงท่ามกลางแสงเงาที่สลับทับซ้อนกัน ในที่สุดเขาก็เห็นฉันยืนอยู่ตรงนี้ชั่วขณะนั้น ราวกับอากาศรอบตัวหยุดนิ่งไปทั้งหมด“จืออี้ คุณมาได้ยังไง?”ลู่เส้าถิงจำต้องหยุดฝีเท้า ความตกใจวาบผ่านดวงตา“คุณมาตั้งแต่เมื่อไหร่ ทำไมไม่บอกผมสักคำ...”“เพิ่งมาเมื่อกี้” ฉันตอบเบา ๆ “ได้ยินว่าคุณเมา ฉันเลยมารับ”ลูกกระเดือกของลู่เส้าถิงขยับขึ้นลง แววตาพลันเจืออารมณ์ซับซ้อน“ผมไม่เป็นไร จืออี้ ดึกขนาดนี้แล้ว พรุ่งนี้ยังมีงานแต่งอีก นอนดึกเดี๋ยวขอบตาดำนะ”“คุณกลับไปก่อนเถอะ ให้อาเฮ่าไปส่งคุณดีไหม?”อาเฮ่าเป็นหนึ่งในเพื่อนของลู่เส้าถิงคนที่เมื่อครู่ยุให้เขา “บ้าคลั่งเพื่อความรัก” นั่นแหละ“แล้วคุณล่ะ” ฉันถามทั้งที่รู้อยู่แก่ใจลู่เส้าถิงไม่
Read more

บทที่ 3

ฉันนึกว่าตัวเองจะตัดใจได้ง่าย ๆ เสียอีกจนกระทั่งกลับมาถึงโรงแรมเพียงลำพังเมื่อเห็นกระดาษตัดลายอักษร “มงคลคู่” ที่ฉันค่อย ๆ บรรจงติดบนหน้าต่างด้วยความคาดหวังและความหวานชื่นความรู้สึกทั้งหมดพลุ่งขึ้นมาในทันที จนฉันกลั้นน้ำตาไว้ไม่อยู่ครั้งแรกที่ฉันรับรู้ถึงการมีอยู่ของกู้เนี่ยนคือตอนที่ฉันบังเอิญเห็นรูปถ่ายวันจบการศึกษาที่ถูกเก็บไว้อย่างดีในลิ้นชักภายในห้องทำงานของลู่เส้าถิงความรู้สึกรักของเด็กหนุ่มทั้งซ่อนเร้นและกล้าหาญ ทุกคนต่างมองกล้อง มีเพียงเขาที่มองเธอ“นี่คงไม่ใช่รักแรกของคุณหรอกนะ?”ฉันถามเขาด้วยรอยยิ้มชายหนุ่มเงียบไปครู่หนึ่ง ก่อนจะพยักหน้ายอมรับออกมาจริง ๆ อย่างคาดไม่ถึงฉันชะงักไป ก่อนจะเพ่งมองหญิงสาวในรูปอีกครั้งเวลายิ้มเธอมีลักยิ้ม ดูหวานมากแค่มองก็รู้ว่าเป็นคนขี้อ้อน“มันผ่านไปแล้ว” ลู่เส้าถิงพูดพลางคว่ำรูปถ่ายวันจบการศึกษาลง ก่อนเก็บกลับเข้าไปในลิ้นชักบางทีอาจเป็นเพราะสัญชาตญาณของผู้หญิง ความไม่สบายใจบาง ๆ จึงผุดขึ้นในใจฉันแต่หลังจากนั้น ลู่เส้าถิงก็ไม่เคยเอ่ยถึงชื่อนั้นอีกเลยจริง ๆเพียงแต่มีรายละเอียดเล็ก ๆ น้อย ๆ บางอย่าง ราวกับหนามใสที่ฝังอยู
Read more

บทที่ 4

เมื่อสี่ปีก่อน ฉันเองก็เคยชวนลู่เส้าถิงไปดูพระอาทิตย์ขึ้นริมทะเลด้วยกันตอนนั้นเขาชะงักไปเล็กน้อย ก่อนพูดขึ้นอย่างเป็นธรรมชาติว่า “ไปดูบนเขาดีไหม? แสงอาทิตย์ที่ส่องภูเขาหิมะจนเป็นสีทอง น่าจะโรแมนติกกว่าริมทะเลนะ”ลู่เส้าถิงเป็นคนพูดแล้วทำจริงมาตลอด ไม่เคยให้สัญญาลอย ๆ กับฉันหนึ่งสัปดาห์ต่อมา เขาก็ขับรถพาฉันไปดูพระอาทิตย์ขึ้นที่ภูเขาหิมะจริง ๆตลอดทางฉันตื่นเต้นมาก ส่วนเขายังคงสุขุมและเก็บอารมณ์เหมือนเคยจนกระทั่งวินาทีที่พระอาทิตย์ขึ้น ฉันเป็นฝ่ายเขย่งปลายเท้าขึ้นจูบเขานั่นเป็นจูบแรกของเราเห็นได้ชัดว่าลู่เส้าถิงชะงักไป แววตาไหววูบเล็กน้อยตอนนั้นฉันยังไร้เดียงสา คิดว่าเขาคงประหม่าจนหัวใจเต้นแรงเหมือนฉันที่แท้ ตอนที่เขาดูพระอาทิตย์ขึ้นกับฉัน สิ่งที่เขาคิดถึงกลับเป็นคำสัญญาที่เขาไม่ได้ทำให้เป็นจริงกับเธอ“กู้เนี่ยนเธอ...อารมณ์ไม่ค่อยมั่นคง ผมปล่อยเธอไว้แบบนั้นไม่ได้”ลู่เส้าถิงอธิบายกับฉันฉันตอบรับเบา ๆ “งั้นก็ยกเลิกงานแต่งเถอะ”ลู่เส้าถิงถอนหายใจ “จืออี้ อย่างอแงเลย เราไม่ใช่เด็ก ๆ กันแล้วนะ”“อีกอย่าง คุณเองก็เฝ้ารอที่จะแต่งงานมานานแล้วไม่ใช่เหรอ?”ฉันกำลังจะเอ่ยปาก
Read more

บทที่ 5

ฉันก้มมองเธอที่หัวเข่ามีเพียงรอยถลอกนิดเดียว เลือดที่ซึมออกมายังไม่เท่าเมล็ดข้าวด้วยซ้ำแต่น้ำตากลับสั่งได้ อยากร้องก็ร้องทันที ร้องเสียจนน่าสงสาร ดูบอบบางน่าทะนุถนอมแสดงเก่งจริง ๆชั่วขณะหนึ่ง ฉันถึงกับอยากหัวเราะออกมา“ฉันแค่ผลักมือคุณนิดเดียว คุณเป็นคนทิ้งตัวไปข้างหลังเอง”แต่ลู่เส้าถิงกลับยื่นมือไปพยุงเธอทันทีพอเห็นแผลถลอกที่หัวเข่าของกู้เนี่ยน เขาก็ระเบิดอารมณ์ออกมาอย่างเต็มที่“เสิ่นจืออี้ คุณก่อเรื่องพอหรือยังเนี่ย!”“คุณตบผม ผมยอม แต่คุณไปรังแกกู้เนี่ยนแบบนี้มันเกินไปแล้ว”ฉันมองผู้ชายที่ฉันรักมานานห้าปี และเดิมทีกำลังจะกลายเป็นสามีของฉันในไม่ช้าเขากอดผู้หญิงที่เป็นรักแรกของตัวเองไว้ในอ้อมแขน และเพื่อเธอ เขาก็ต่อว่าฉันโดยไม่สนว่าใครผิดใครถูกไม่แม้แต่จะให้โอกาสฉันได้อธิบายจู่ ๆ ฉันก็รู้สึกเหนื่อยขึ้นมาเหลือเกินสายที่ขึงตึงอยู่ในใจมานาน ในที่สุดก็ขาดผึง“ฉันก่อเรื่องงั้นเหรอ?”“เมื่อกี้เธอด่าฉันว่าเป็นมือที่สาม คุณไม่ได้ยินหรือไง?”“ลู่เส้าถิง คุณหูหนวกหรือตาบอดกันแน่?”ลู่เส้าถิงเม้มริมฝีปาก สีหน้าตึงเครียดอย่างเห็นได้ชัด“เธอแค่เผลอพูดไม่คิดไป แต่ไม่ว่
Read more

บทที่ 6

กู้เนี่ยนหัวเราะเย็นชา “ถ้าตอนนั้นฉันไม่จากไป คุณคิดเหรอว่าจะถึงตาคุณ?”ฉันไม่อยากมีปากเสียงกับเธออีก จึงเอ่ยอย่างเรียบเฉย “คุณชอบกลับไปหาคนเก่า ฉันก็ไม่ว่าอะไร ไม่มีใครแย่งกับคุณหรอก”“ฉันขออวยพรจากใจจริง ขอให้คนที่รักกันได้ลงเอยกันในที่สุด”ลู่เส้าถิงมองฉัน ก่อนขมวดคิ้วเล็กน้อยจนแทบสังเกตไม่เห็นเขาคงไม่คิดว่าฉันจะสงบนิ่งได้ถึงขนาดนี้เมื่อก่อนถึงเราจะทะเลาะกันไม่บ่อย แต่ฉันมักเป็นฝ่ายน้ำตาคลอก่อนเสมอแต่ตอนนี้ฉันยืนอยู่ตรงนี้ น้ำเสียงกลับเรียบเฉยยิ่งกว่าเขาเสียอีกราวกับกำลังพูดถึงเรื่องที่ไม่เกี่ยวอะไรกับตัวเองเลยลู่เส้าถิงจ้องฉันอยู่หลายวินาที ก่อนน้ำเสียงจะอ่อนลง แล้วก้าวเข้ามาหาฉันครึ่งก้าว“จืออี้”กู้เนี่ยนที่อยู่ด้านหลังดึงแขนเสื้อเขาเบา ๆ “เส้าถิง ฉันเวียนหัวจัง ตอนล้มเมื่อกี้เหมือนท้ายทอยจะกระแทกพื้นด้วย...”เธอโงนเงนเล็กน้อย แล้วทั้งตัวก็เอนไปทางลู่เส้าถิงลู่เส้าถิงรีบชักเท้าที่ก้าวออกมาครึ่งก้าวกลับทันที ก่อนยื่นมือไปพยุงเธอไว้ตามสัญชาตญาณลู่เส้าถิงเหลือบมองฉันแวบหนึ่ง“ผมจะพาเธอไปโรงพยาบาลก่อน”ฉันมองแผ่นหลังของทั้งคู่จนลับหายไปที่ปลายสุดของทางเดินกู้
Read more

บทที่ 7

ภายในงานแต่ง แขกนั่งกันเต็มทุกที่นั่งลู่เส้าถิงยืนอยู่หลังเวที เอาแต่มองไปทางประตูอย่างใจลอยพิธีกรเอ่ยเตือนเสียงเบา “คุณลู่ ใกล้ได้เวลาแล้วนะครับ ทุกคนกำลังรออยู่ เจ้าสาวจะมาถึงเมื่อไหร่ครับ?”“รออีกหน่อย”เขามองโทรศัพท์โดยไม่รู้ตัว หน้าจอว่างเปล่า ไม่มีข้อความที่ยังไม่ได้อ่านปลายนิ้วลูบขอบด้านข้างของโทรศัพท์อย่างไม่รู้ตัว ครั้งแล้วครั้งเล่าลู่เส้าถิงนึกถึงภาพเมื่อคืนตอนที่เขากำลังจะจากไป เสิ่นจืออี้ยืนอยู่ตรงทางเดินของคาราโอเกะและถามเขาว่า จำเป็นต้องไปจริง ๆ เหรอน้ำเสียงของเธอสงบนิ่งมาก สงบเสียจนแทบไม่เหมือนเธอเลยแต่ตอนนั้นในหัวของเขามีเพียงเสียงร้องไห้จากปลายสาย เขาจึงเพียงแตะศีรษะเธอเบา ๆ อย่างรีบร้อน แล้วบอกว่า “รอผมกลับมานะ”พอนึกถึงภาพนั้นขึ้นมาตอนนี้ จู่ ๆ เขาก็รู้สึกแน่นหน้าอกขึ้นมาเขามองเวลาอีกครั้ง เข็มนาฬิกาเลยเวลานัดหมายมาเต็มสี่สิบนาทีแล้วกู้เนี่ยนที่อยู่ด้านหลังสวมชุดเพื่อนเจ้าสาวแสนหรูหรา ทว่าขอบตากลับแดงก่ำเธอดึงแขนเสื้อของลู่เส้าถิงเบา ๆน้ำเสียงสั่นเครือเจือความน้อยใจ“เส้าถิง คุณจะ...แต่งงานกับเธอจริง ๆ เหรอ?”เธอเงยหน้าขึ้น น้ำตาคลอเบ้า จวนจะ
Read more

บทที่ 8

ลู่เส้าถิงไม่สนใจกู้เนี่ยน ถึงขั้นไม่ได้ใส่ใจฟังเลยว่าเธอพูดอะไรไปบ้างเขาหยิบโทรศัพท์ออกมาอย่างไม่ยอมเชื่อ แล้วโทรหาฉันซ้ำแล้วซ้ำเล่าแต่สิ่งที่ได้ยินทุกครั้งกลับมีเพียงเสียงแจ้งเตือนอันเย็นชาว่าปิดเครื่องอยู่“ทำไมถึงเป็นแบบนี้?”ในใจชายหนุ่มเกิดความหวาดกลัวและความรู้สึกว่ากำลังสูญเสียบางอย่างขึ้นมาอย่างไร้สาเหตุ ราวกับเพิ่งตระหนักได้เมื่อสายเขาเคยคิดว่าฉันอาจงอน คิดว่าฉันอาจทำหน้าบึ้งเข้าพิธีจนจบ หรือแม้แต่จะถามเอาคำตอบจากเขากลางงานแต่เขาไม่เคยคิดเลยว่า ฉันจะไม่มาภาพแหวนหมั้นวงนั้นที่ถูกทิ้งไว้บนโซฟาในคาราโอเกะผุดขึ้นมาในหัวทันทีตอนนั้นอาเฮ่าถ่ายรูปส่งให้เขา เขาเหลือบมองแวบเดียว ไม่ได้เก็บมาใส่ใจนักคิดว่าเธอแค่งอนเขาอยู่คิดว่าปล่อยให้ใจเย็นสักสองวัน แล้วง้อสักหน่อยก็คงหายเพราะตลอดห้าปีที่ผ่านมา ทุกครั้งที่มีเรื่องผิดใจกันเล็ก ๆ น้อย ๆ เธอจะเป็นฝ่ายใจอ่อนก่อนเสมอแต่ตอนนี้ เธอเช็กเอาต์ ปิดโทรศัพท์ และขนสัมภาระไปหมดแล้วเมื่อทุกอย่างมารวมกัน ก็เหมือนถูกสาดน้ำเย็นจัดใส่ศีรษะเต็ม ๆกู้เนี่ยนไม่พอใจที่ถูกเมิน จึงแค่นเสียงออกมาเบา ๆ“ลู่เส้าถิง! คุณเห็นแล้วใช่ไหม นี่
Read more

บทที่ 9

เครื่องบินเดินทางมาถึงหนานเฉิงฉันออกจากสนามบิน พอเปิดมือถือ ข้อความที่ยังไม่ได้อ่านกับสายที่ไม่ได้รับก็เด้งขึ้นมานับไม่ถ้วนแทบทั้งหมดมาจากลู่เส้าถิง「คุณอยู่ไหน?」「จืออี้ เลิกงอแงได้แล้ว รับสายสิ」「รับสายเถอะ ขอร้อง...」จากนั้นก็เงียบสนิทฉันไม่เปิดอ่านสักข้อความ กดล้างกล่องข้อความทิ้งทั้งหมดทันทีฉันสูดอากาศบริสุทธิ์ของบ้านเกิดเข้าเต็มปอดต้นไม้ใบหญ้าทุกต้นที่นี่ล้วนทำให้ฉันรู้สึกปลอดโปร่งราวกับเส้นประสาทที่ตึงเครียดมานาน ในที่สุดก็ได้ผ่อนคลายลงเสียที“เสิ่นจืออี้ เธอกลับมาจริง ๆ ด้วย!”ฉันเงยหน้ามองตามเสียงโจวเยี่ยนยืนพิงเสาตรงทางออกสนามบิน มือข้างหนึ่งล้วงกระเป๋าท่าทางกวน ๆ แบบนั้นซ้อนทับกับภาพเด็กหนุ่มเมื่อสิบกว่าปีก่อนที่เคยปีนกำแพงมาหาฉันเล่นจู่ ๆ จมูกฉันก็แสบขึ้นมาเล็กน้อยแต่ฉันก็กลั้นไว้ แล้วรีบเดินไปหาเขาโจวเยี่ยนพูดราวกับเป็นเรื่องปกติ พลางกวาดตามองหน้าฉัน“หิวหรือยัง? ระหว่างทางฉันซื้อโร่วเจียโหมวมาให้ ยังร้อนอยู่เลย”เขาหยิบถุงกระดาษออกมาจากด้านหลังราวกับเสกได้ แล้วยื่นให้ฉันเป็นของร้านตรงปากซอยที่ฉันชอบกินที่สุดตอนเด็ก ๆฉันรับมา ถุงกระดาษยังอ
Read more

บทที่ 10

ป้าจ้าวที่ฉันเรียกจนติดปากมาตั้งแต่เด็ก ยืนอยู่หน้าประตูพร้อมหม้อซุปซี่โครงร้อน ๆ ที่มีไอกรุ่นด้านหลังมีโจวเยี่ยนเดินตามมา ในมือถือกับข้าวจานเล็ก ๆ หลายจาน“จืออี้กลับมาแล้ว!” พอป้าจ้าวเห็นฉัน ขอบตาก็แดงขึ้นทันที เธอวางหม้อซุปลงบนโต๊ะ แล้วจับมือฉันพลางมองสำรวจตั้งแต่หัวจรดเท้า“ผอมลงนะ สีหน้าก็ไม่ค่อยดี อยู่ข้างนอกไม่ได้กินข้าวดี ๆ ใช่ไหม?”ฉันรู้สึกแสบจมูกขึ้นมา ก่อนจะเรียกว่า “ป้า”ป้าจ้าวตบหลังมือฉันเบา ๆ ด้วยความเป็นห่วง “กลับมาก็ดีแล้ว กลับมาก็ดี ที่นี่ก็คือบ้านของเธอ”เธอจัดโต๊ะในลานบ้าน ยืนกรานว่าจะต้องเห็นฉันกินเยอะ ๆ ถึงจะวางใจป้าจ้าวคีบกับข้าวให้ฉันไปพลาง บ่นไปพลางว่า “ผอมเกินไปแล้ว” “ต้องกินเยอะ ๆ หน่อย”โจวเยี่ยนนั่งไขว่ห้างอยู่ข้าง ๆ ปากก็บ่นว่าแม่พูดมาก แต่ตะเกียบกลับคีบกับข้าวใส่ชามฉันไม่หยุดกินไปได้ครึ่งหนึ่ง ป้าจ้าวก็รับสาย บอกว่าเพื่อนเล่นไพ่นกกระจอกโทรมาตามก่อนกลับ ป้าจ้าวจับมือฉันกำชับอีกครั้ง “กลางคืนถ้ากลัวมืด ก็ไปนอนบ้านป้านะ ห้องของเธอยังเก็บไว้ให้เหมือนเดิม”ฉันยิ้มพลางพยักหน้า มองส่งป้าจ้าวที่เดินจากไปอย่างคล่องแคล่วว่องไวลานบ้านกลับมาเงียบสงบ
Read more
PREV
123
SCAN CODE TO READ ON APP
DMCA.com Protection Status