ログインคืนปาร์ตี้สละโสดก่อนวันแต่งงาน ลู่เส้าถิงเมาอยู่ที่ร้านคาราโอเกะ ฉันจึงไปรับเขา ผู้ชายที่ต่อหน้าฉันมักสุขุมและนิ่งเฉยเสมอ เวลานี้กลับตาแดงก่ำ และกำลังร้องมาถึงท่อนนั้นพอดี “ในที่สุดฉันก็ได้เรียนรู้ว่าควรรักใครสักคนอย่างไร” “แต่น่าเสียดายที่เธอจากไปไกล และหายลับไปท่ามกลางผู้คนแล้ว” เพื่อนสนิทตบไหล่เขาพลางพูดอย่างทอดถอนใจ “จริง ๆ ฉันมีเรื่องที่ไม่ได้บอกนายมาตลอด คนนั้นกลับมาแล้ว นายยังอยากเจอเธอไหม?” คนบางคนไม่จำเป็นต้องเอ่ยชื่อ ทุกคนต่างรู้กันดีว่าเป็นใคร กู้เนี่ยน แฟนสาวรักแรกของลู่เส้าถิง ความรักของทั้งคู่เคยร้อนแรงและพัวพันกันไม่จบไม่สิ้น สุดท้ายการจากไปของผู้หญิงคนนั้นก็สอนให้เขารู้จักความรักและการเห็นคุณค่า ฉันถึงกับลืมหายใจ เฝ้าหวังว่าเขาจะตอบว่าไม่ แต่ลู่เส้าถิงเงียบไปเพียงชั่วครู่ ก่อนจะกดโทรหาเบอร์ที่เขาจำได้ขึ้นใจอยู่ดี
もっと見るลู่เส้าถิงยืนอยู่รอบนอกสุดของฝูงชน มองไปยังเวทีไกล ๆ ผ่านศีรษะผู้คนที่ขยับขวักไขว่โจวเยี่ยนที่ยืนอยู่ข้างฉันก็มองเห็นเขาเช่นกัน ร่างกายชะงักไปชั่วขณะจนแทบสังเกตไม่เห็นแต่ไม่นาน เขาก็กุมมือฉันแน่นขึ้นสายตาของลู่เส้าถิงตกลงบนตัวฉัน ก่อนจะเลื่อนไปยังมือของฉันกับโจวเยี่ยนที่กุมกันอยู่ทั้งร่างของเขาราวกับถูกบางสิ่งกระทบเข้าเบา ๆ ไหล่สั่นไหวเล็กน้อย แต่ถึงอย่างนั้นเขาก็ยังไม่เดินจากไปดวงตาคู่นั้นที่เคยสุขุมและเรียบเฉย เวลานี้กลับมีประกายชื้นบาง ๆเขาเห็นฉันในชุดแต่งงานแล้วเขาเห็นนิ้วมือของโจวเยี่ยนที่สั่นเล็กน้อยตอนสวมแหวนให้ฉัน เห็นท่าทางเปิ่น ๆ ของโจวเยี่ยนที่ขอบตาแดงก่ำแต่ยังพยายามกลั้นไว้อย่างสุดกำลัง และเห็นความสนิทสนมที่เผยออกมาอย่างเป็นธรรมชาติตอนฉันยิ้มพลางจัดเนกไทให้โจวเยี่ยนทุกสิ่งที่ครั้งหนึ่งเขาเคยมี แต่กลับเป็นคนผลักไสมันออกไปด้วยมือตัวเองตอนนี้ทั้งหมดกลายเป็นของคนอื่นไปแล้วบนเวที พิธีกรประกาศว่าพิธีแต่งงานของคู่บ่าวสาวเสร็จสิ้นลงแล้วโจวเยี่ยนหันมากระซิบอะไรบางอย่างข้างหูฉัน ฉันหัวเราะแล้วทุบเขาไปทีหนึ่งเขาจับมือที่กำเป็นหมัดของฉันไว้ แล้วยกขึ้นมาจูบลู่เ
คืนนั้นพอป้าจ้าวรู้ว่าเราตัดสินใจจะแต่งงานกัน ก็ดีใจจนลุกมานึ่งซาลาเปาสองเข่งกลางดึกแล้วเอามาให้ แถมยังจับมือฉันร้องไห้อยู่นานโจวเยี่ยนถูกแม่ไล่เข้าครัวไปล้างจาน ระหว่างล้างก็ยังตะโกนออกมาว่า “แม่! ตกลงใครกันแน่ที่เป็นลูกแท้ ๆ ของแม่!”ป้าจ้าวไม่สนใจเขาสักนิด เอาแต่จับมือฉันแล้วพูดไม่หยุด “จืออี้ ต่อไปถ้าเจ้าลูกคนนี้กล้ารังแกเธอ มาบอกป้านะ ป้าจะตีขามันให้หักเลย”โจวเยี่ยนโผล่ศีรษะออกมาจากครัวครึ่งหนึ่ง “ผมจะกล้ารังแกเธอได้ยังไง แค่เธอไม่รังแกผมก็บุญแล้ว!”ฉันยิ้มพลางชูกำปั้นใส่เขา เขาจึงรีบหดหัวกลับไปล้างจานต่องานแต่งกำหนดไว้ในฤดูใบไม้ร่วง ซึ่งเป็นช่วงที่หนานเฉิงสวยที่สุด กลิ่นดอกหอมหมื่นลี้หอมฟุ้งไปทั่วเมืองเดิมทีฉันอยากจัดงานเรียบง่าย เชิญแค่คนสนิท แล้วหาลานบ้านเล็ก ๆ แถวถนนเก่าจัดโต๊ะเลี้ยงสักไม่กี่โต๊ะก็พอ แต่โจวเยี่ยนไม่ยอม ยังไงก็ยืนยันว่าจะต้องจัดงานให้ฉันได้แต่งออกไปอย่างสง่างามและมีหน้ามีตา“งานแต่งครั้งก่อนของเธอ” ตอนพูดเรื่องนี้ เขาก็เก็บสีหน้าขี้เล่นลงอย่างที่ไม่ค่อยได้เห็น “ถูกคนอื่นทำจนเละเทะไปหมด แต่ครั้งนี้เป็นงานแต่งของเราสองคน ฉันต้องจัดให้ดี”ฉันรู้สึกตื้น
ฉันกำลังเช็ดแจกันลายครามอยู่ มือดันลื่นจนเกือบทำแจกันของคนอื่นหล่นแตก“นายว่าอะไรนะ?”“ฉันบอกว่า” เขายืดตัวตรง เดินเข้ามาสองก้าว ใช้สองมือเท้าเคาน์เตอร์ ก่อนโน้มตัวเข้ามาใกล้ฉันเล็กน้อย “เราแต่งงานกันเถอะ”ระยะห่างใกล้เกินไป ใกล้จนฉันมองเห็นเงาขนตาของเขาที่ทอดลงใต้แสงไฟ และได้กลิ่นผงซักฟอกจาง ๆ จากตัวเขาลำคอฉันตีบแน่นขึ้นเล็กน้อย “...นายไปดื่มเหล้าที่ไหนมาอีกหรือเปล่า?”“ไม่ได้ดื่ม” เขามองฉันอย่างจริงจัง “มีสติครบถ้วนดี”“แล้วทำไมจู่ ๆ นายถึง...”“ไม่ได้กะทันหัน” เขาพูดแทรก “ฉันรอมาสิบกว่าปีแล้ว ตั้งแต่วันที่ยัดเหรียญนั้นใส่มือเธอ ฉันก็รอมาโดยตลอด”“ตอนนี้เธอตกลงเป็นแฟนฉันแล้ว ฉันก็คิดว่า ในเมื่อเลื่อนขั้นแล้ว ก็เลื่อนไปให้ถึงขั้นสุดท้ายเลยดีกว่า ยังไงไม่ช้าก็เร็วเราก็ต้องแต่งงานกัน แต่งเร็วก็สบายใจเร็ว”“สบายใจเรื่องอะไร?”เขาเอียงคอเล็กน้อย ก่อนตอบอย่างมั่นอกมั่นใจ “สบายใจว่าจะไม่มีไอ้คนไม่รู้จักดูตาม้าตาเรือที่ไหนมาคว้าตัวเธอไปอีก”คำพูดของเขาทำเอาฉันทั้งโมโหทั้งขำ จึงยกมือตบหน้าผากเขาเบา ๆ “นายจะโรแมนติกกว่านี้หน่อยไม่ได้หรือไง?”“งั้นฉันพูดใหม่” เขากระแอม ปรับสีหน้าให
ฉันชะงักไปเล็กน้อย “แน่นอนสิ”โจวเยี่ยนสูดหายใจเข้าลึก ๆ ราวกับรวบรวมความกล้าครั้งใหญ่ก่อนจะล้วงบางอย่างออกจากกระเป๋า แล้วยื่นมาตรงหน้าฉันมันคือเหรียญเก่า ๆ เหรียญหนึ่งฉันจ้องเหรียญนั้นอยู่หลายวินาที ก่อนจะนึกขึ้นมาได้ตอนเด็ก ๆ ตรงปากซอยมีตู้กาชาปองอยู่ตู้หนึ่งฉันอยากได้จี้กระต่ายที่อยู่ข้างใน แต่ค้นจนทั่วกระเป๋าก็มีเงินแค่ห้าบาทโจวเยี่ยนยัดเหรียญสุดท้ายที่เหลืออยู่ของตัวเองให้ฉันแล้วพูดว่า“ให้เธอ แต่เธอต้องคืนอะไรฉันอย่างหนึ่งนะ”“อะไรเหรอ?”“ไว้ทีหลังฉันจะบอก”หลังจากนั้นฉันรอมาหลายปี แต่เขาก็ไม่เคยพูดถึงเรื่องนี้อีกเลยฉันนึกว่าเขาลืมไปนานแล้วเสียอีก“...นายยังเก็บไว้อีกเหรอ?”“ถามได้” โจวเยี่ยนหันหน้าหนี ใบหูแดงก่ำจนแทบหยดเป็นเลือด แต่กลับจงใจทำน้ำเสียงเหมือนไม่ใส่ใจ“รอมาสิบกว่าปี ดอกเบี้ยแทบจะทบเป็นสองเท่าแล้ว”“ตกลงเธอจะคืนอะไรให้ฉันกันแน่?”ในที่สุดเขาก็หันกลับมามองฉันแสงอาทิตย์ยามเย็นอาบดวงตาของเขาด้วยแสงสีอำพันอบอุ่นในดวงตาคู่นั้นสะท้อนเงาของฉันอยู่มีเพียงฉันคนเดียว“เสิ่นจืออี้ เธอยังติดหนี้ฉันอยู่หนึ่งอย่าง—มาเป็นแฟนฉัน”“ติดมาตั้งแต่สมัยประถ











